Get more detail for your trip

Valentine's Month


 
ภูผาวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




Since Aug 2009
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ภูผาวารี's blog to your web]
Links
 

 
ฮ่องกง มาเก๊า Temple, Ngongping, Coloane, Venatian, Senado

รีวิว Backpack ที่ฮ่องกง มาเก๊า 4 วัน 3 คืน พร้อมแผนที่และข้อมูลแน่นๆ Temple, Ngongping, Coloane, Venatian, Senado Square

เวลาจริงที่ใช้ท่องเที่ยวฮ่องกงมาเก๊าในวันที่สาม วัด Wang Ta Sin, วัดนางชี Chi Lin Nunnery, กระเช้า Ngong Ping, City Gate, เดินทางไปมาเก๊า (Mon 19 Apr 10)
7:00 – 8:00 (1 ชั่วโมง) ทานอาหารเช้าแถวที่พัก Mong Kok
8:00 – 8:25 (25 นาที) ออกเดินทางไปเที่ยววัด Wang Ta Sin
8:25 – 9:10 (45 นาที) เที่ยววัด Wang Ta Sin
9:10 – 9:30 (30 นาที) เที่ยวสวน Good Wish Garden วัด Wang Ta Sin
9:30 – 10:05 (35 นาที) ออกเดินทางไปเที่ยววัดนางชี Chi Lin Nunnery
10:05 – 11:10 (1 ชั่วโมง 5 นาที) เดินชมวัดนางชีและสวนหน้าวัด
11:10 – 11:40 (30 นาที) กลับมาที่ Mong Kok
11:40 – 13:10 (1 ชั่วโมง 30 นาที) Check out และ ทานข้าวกลางวันแถว Mong Kok
13:10 – 14:05 (55 นาที) MTR ไปสถานี Tung Chung
14:05 – 14:25 (20 นาที) เดินไปซื้อตั๋ว(ไม่มีคิว) และรอคิวขึ้นกระเช้า Ngong Ping (7 นาที)
14:25 – 15:00 (35 นาที) นั่งกระเช้า Ngong Ping ขาขึ้น
15:00 – 15:50 (50 นาที) เดินเล่นแถวด้านล่างพระใหญ่ แต่ไม่ได้ขึ้นไปไหว้พระใหญ่
15:50 – 16:05 (15 นาที) รอคิวกระเช้า
16:05 – 16:40 (35 นาที) นั่งกระเช้า Ngong Ping ขาลง
16:40 – 17:40 (1 ชั่วโมง) ช๊อปปิ้งที่ City Gate
17:40 – 18:30 (50 นาที) MTR ไปสถานี Mong Kok เพื่อเอาของที่ฝากไว้
18:30 – 19:45 (1 ชั่วโมง 15 นาที) กินอาหารรองท้อง เอาของที่ฝากไว้ แล้ว MTR ไปสถานี Sheung Wan
19:45 – 20:30 (45 นาที) เดินไปซื้อตั๋ว ผ่านตม ฮ่องกง และรอเรือไปมาเก๊ารอบ 20:30
20:30 – 21:50 (1 ชั่วโมง 20 นาที) นั่งเรือ Cotai Jet ไปมาเก๊าฝั่งไทปา ผ่าน ตม มาเก๊า
21:50 – 22:00 (10 นาที) นั่งแท็กซี่จากท่าเรือไปโรงแรม Best Western Taipa
22:00 เช็คอินที่โรงแรม Best Western Taipa และหาอะไรทานแถวที่พัก

7:00 พร้อมออกเดินทาง แต่ Oisuen Guesthouse ไม่พร้อมให้เรา Check out และฝากของเนื่องจาก อาแป่ะที่พูดภาษาอังกฤษไม่อยู่ เจอแม่บ้านที่พูดกันไม่รู้เรื่อง คงจะเช้าเกินไป เราจึงตัดสินใจว่าจะกลับมา Check out อีกทีตอนเที่ยง เช้านี้ทานข้าวกันที่ร้านข้าวมันไก่ Ngan Lung Restuarant แต่ไม่มีข้าวมันไก่ให้ทาน เนื่องจากยังเช้าอยู่จึงมีอาหารอื่นแทน พึ่งรู้ว่าร้านอาหารที่ฮ่องกงเกือบทุกร้านจะมีเมนูตอนเช้า กลางวัน และดึก แตกต่างกัน จึงอดกินข้าวมันไก่ ได้ทานชุดอาหารเช้า กาแฟ และขนมปังแทน ค่าอาหารที่ฮ่องกงตามร้านข้างทางทั่วไปตกคนละ 30 – 50 HKD ต่อมื้อครับ

8:00 ขึ้น MTR จากสถานี Mongkok ไปยัง Wong Tai Sin ออก Exit B3 ก็จะถึงวัด Wong Tai Sin เข้าไปด้านในก็จะเจอกับสิงโตตัวนี้



เห็นคนจีนเสี่ยงเซียมซี แต่ทำไมเขาเสี่ยงเซียมซีหลายๆ ครั้งและจดเบอร์ที่ได้ลงในกระดาษ คนไทยก็มักจะเสี่ยงเอาแค่เลขเดียว พวกเราจึงลองดูบ้าง นำไปแลกใบทำนายที่ร้านหน้าวัด เขาถามผมว่า “คนไทย คนไทย?” สงสัยจะเป็นวัดที่คนไทยไปกันมาก เสียค่าใบทำนาย 5 HKD แต่เป็นภาษาจีน ผมขอภาษาอังกฤษ เขาบอกว่า 50 HKD โอ้... กลับไปเสี่ยงเซียมซีที่เมืองไทยดีกว่า

9:10 เข้าไปด้านหลังของวัด จะเป็นสวน Good Wish Garden สไตล์จีนแท้



ค่าเข้าชมแล้วแต่ศรัทธา เพราะมีกล่องบริจาควางด้านหน้า



ดอกไม้ในสวน สวยดี



ทางออกจะเจอสิงโตตัวน้อยเรียงรายระหว่างทาง



9:30 ขึ้น MTR จากสถานี Wong Tai Sin ไปยัง Diamond Hill ออก Exit C2 ออก เดินข้ามถนนไปอีกนิดจะถึง Nan Lian Garden เป็นสวนของวัดนางชี Chi Lin Nunnery ซึ่งสวยและยิ่งใหญ่มาก ถ้าใครชอบต้นไม้ประเภทบอนไซ มาที่นี่คงมีความสุขน่าดู ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชมครับ



เป็นสวนที่ถูกรายล้อมไปด้วยคอนโดสูงใหญ่ เราใช้เวลาทอดน่องอยู่ในสวนนี้นานมาก เพราะมันค่อนข้างใหญ่และมันเป็นทางเดียวที่จะเข้าไปวัดนางชี Chi Lin Nunnery



เข้ามาในวัดนางชี Chi Lin Nunnery เข้าลึกกว่านี้ก็ห้ามถ่ายรูปแล้วครับ



11:10 เดินทางกลับที่พักด้วย MTR จากสถานี Diamond Hill ไปยัง Mongkok เพื่อทางอาหารกลางวัน Check out และฝากของไว้ พวกเราเลือกบะหมี่เป็ดแถว Oisuen ร้านนี้เป็ดและหมูกรอบเฉยๆ แต่หมูแดงรสชาติอร่อยมาก

13:10 MTR ไปสถานี Tung Chung โดยเปลี่ยนขบวนรถไฟที่สถานี Lai King

14:05 ถึงสถานี Tung Chung เดินตามป้าย Ngong Ping 360 เพื่อขึ้นกระเช้าที่เป็น Highlight ของฮ่องกง กระเช้ามีให้เลือกสองแบบคือ Crystal Car ซึ่งพื้นของกระเช้าเป็นกระจกและสามารถมองเห็นวิวด้านล่างได้ชัดเจน กับ Standard Car ที่เป็นพื้นทึบ ผมซื้อตั๋วแบบผสมคือ ขาไปขึ้น Crystal Car ขากลับขึ้น Standard Car ค่าตั๋ว 142HKD สำหรับผู้ใหญ่ 120HKD สำหรับคนแก่ และ 89HKD สำหรับเด็ก ผมใช้ e-coupon ลด 10% จากราคาดังกล่าวก็ลดไปได้มากอยู่ ดูวิธีซื้อตั๋วราคาถูกคลิ๊กที่นี่ ด้านบนมีสถานที่ที่ต้องเสียค่าเข้าชมคือ Walking with Buddha และ Monkey's Tale Theatre attractions แต่ผมไม่ได้เข้าไปครับ ลองดูรายละเอียดราคาตั๋วทั้งหมดที่ //www.np360.com.hk/html/eng/booking/prices.html



เป็นกระเช้าที่ยาวมาก ข้ามทั้งทะเล



ทั้งภูเขา



ก่อนที่กระเช้าจะจอดเทียบท่าอีกฝั่ง จะมีกล้องถ่ายรูปคนในกระเช้าพร้อมวิวเพื่อเอาไปทำพวงกุญแจหรือกรอบรูป ซึ่งรูปแบบนี้เราถ่ายเองไม่ได้อยู่แล้ว เสียดายที่ผมไม่ทันคิดและเตรียมตัวไม่ทันเลยอดได้รูปสวยๆ เป็นที่ระลึก ถ้าอยากได้รูปถ่ายสวยๆ คู่กับกระเช้า Nong Ping อย่าลืมเตรียมตัวตั้งท่าถ่ายรูปก่อนถึงจุดหมายด้วยนะครับ

15:00สุดท้ายก็ถึงพระใหญ่วัด Po Lin แต่บุญไม่ถึง ได้แต่ยืนดูอยู่ด้านล่าง เพราะหมดแรงขึ้นเขากันทุกคนเนื่องจากความล้าจากการเดินติดต่อกันมา 3 วันเต็มๆ



15:45 นั่งกระเช้าลงไปช้อปปิ้งที่ City Gate ขาลงคิวจะยาวกว่าขาขึ้นเนื่องจากผมลงด้วยกระเช้าแบบ Standard Car ที่คนต่อคิวมากกว่ากระเช้าแบบ Crystal Car (ขาขึ้นรอคิวประมาณ 7 นาทีแต่ขาลงรอคิวประมาณ 15 นาที) ถ้าใครต้องการความรวดเร็วและความเป็นส่วนตัว ลงจากวัดด้วย Crystal Car ก็เป็นความคิดที่ดีนะครับ ผมเห็น Crystal Car บางกระเช้ามีผู้โดยสารแค่คนเดียวเอง



16:40 City Gate ได้เวลาปลดปล่อยของนักช้อป แต่แล้วนักช้อปก็ต้องผิดหวังเนื่องจากช่วงเวลาที่ไปไม่ค่อยมีรายการลดราคามากนัก ถึงกระนั้นก็ยังได้ของติดมือกลับมามากอยู่ ใช้เวลาช้อปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ขึ้น MTR กลับไปที่สถานี Mongkok

18:30 MTR สถานี Mongkok เอาของที่ฝากไว้ที่ Oisuen Guesthouse เดินผ่านร้านลูกชิ้นที่หัวมุมตึก Sincere House มาก็หลายครั้ง ก่อนกลับเลยแวะซื้อชิมซักสองไม้ ลูกชิ้นเนื้ออร่อยมากเลย ตั้งแต่ทานอาหารฮ่องกงมา รู้สึกประทับใจลูกชิ้นเนื้อไม้นี้ที่สุด

20:00 MTR สถานี Sheung Wan แลกเงินที่เหลือและเงินมัดจำ Octopus Card คืน พวกเรายังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลยแวะซื้อน้ำและขนมรองท้องที่ 7-11 ผมขอถุงพลาสติกเนื่องจากเราซื้อของมากชิ้น ก็เลยได้ความรู้ใหม่ว่า7-11 ในฮ่องกงไม่มีถุงพลาสติกให้ อยากได้ถุงพลาสติกต้องซื้อเอา เป็นวิธีลดโลกร้อนที่ได้ผลดีนะครับ ผมจึงใช้มือทั้งสองหอบเสบียงอาหารไปที่ทางออก D เพื่อไปขึ้น Cotai Jet กลับมาเก๊า ระวังขึ้นเรือผิดเจ้านะครับ เพราะท่าเรือนี้มีทั้ง Cotai Jet และ Turbo Jet ผมเสียค่าเรือในอัตราNight Sailing ซึ่งจะแพงกว่าเดิมถึง 22 เหรียญหรือเกือบร้อยบาท เนื่องจากเดินทางหลังหกโมงเย็น ผมเลยตัดสินใจซื้อตั๋วผีจากคนเร่ขายตั๋วหน้าท่าเรือด้วยราคา 140 HKD ประหยัดไป 28 HKD จากราคาเต็ม 168HKD ผมต้องการขึ้นเรือรอบ 20:30 แต่ในตั๋วผีระบุรอบเรือเวลา 22:30 ซึ่งคนขายยืนยันว่าใช้ได้เหมือนกัน ตอนเช็คตั๋วผมก็หวั่นใจอยู่ว่าตั๋วมันจะใช้ได้จริงหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีปัญหาครับ ประหยัดไปคนละ 130 บาท 6 คนก็ 780 บาทเลยทีเดียว

21:50 หาแท็กซี่จาก Taipa Ferry ไป Best Western Taipa จำใจต้องตัดโปรแกรมที่จะไป City of Dream อย่างถาวร และเลื่อนการไปเยือน Venetian ไปเป็นวันพรุ่งนี้เนื่องจากทุกคนอ่อนเพลียและต้องการพักผ่อน แท็กซี่มาเก๊าก็ยังคงเหมือนเดิมครับ บอกว่าไป Best Western Taipa แกจะทำหน้างง ต้องเอาแผนที่มาชี้ให้ดู ท่าเรือกับโรงแรม Best Western Taipa อยู่ใกล้กันมาก ใช้เวลาเดินทางโดยแท็กซี่ไม่ถึง 10 นาที เสียค่าแท็กซี่ไม่เกิน 30 MOP



22:00 เช็คอินที่โรงแรม Best Western Taipa ผมจองโรงแรม Best Western Taipa ผ่านเวป //www.pyotravel.com ในราคา 1736 บาทซึ่งเป็นราคาถูกที่สุดที่ผมหาได้ในขณะนั้น หลังจากเก็บของและพักผ่อนกันจนหายเมื่อยแล้ว ก็ลงไปหาอะไรทานแถวโรงแรมซึ่งเงียบมาก โชคดีที่ยังมีร้านอาหารไทยเปิดบริการอยู่ คุณยายที่ไม่ค่อยถูกปากกับอาหารสไตล์ฮ่องกงยิ้มและเดินเข้าร้านราวกับว่าฉันได้เจอโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย พร้อมกับสั่งกะเพราหมูไข่ดาวเผ็ดๆ หนึ่งจาน รสชาติก็อร่อยแบบบ้านเรานั่นแหละครับ ทั้งคนทำและคนเสริฟก็เป็นคนไทย พูดภาษาไทย บางครั้งก็ว่าวลาวกัน ในร้านมีช่องสามให้ดู บรรยากาศเหมือนทานร้านอาหารตามสั่งแถวบ้าน แต่ราคาช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะกระเพราหมูไข่ดาวที่นี่จานละ 36 MOP หรือประมาณ 150 บาทเลยทีเดียว แต่ก็เป็นร้านที่ถูกใจคุณยายที่สุดในทริปนี้เลย

ก่อนนอน ผมเดินสำรวจแถวโรงแรม เจอร้านมินิมาร์ทร้านหนึ่งซึ่งราคาสินค้าภายในร้านจะถูกกว่าปกติ บางรายการก็ถูกกว่าประเทศไทยเช่นฟริงเกิ้ลกระป๋องละ 10 MOP เท่านั้น ได้น้ำและขนมแปลกๆ มาลิ้มลองมากมาย และยังเจอร้านอาหารอีกหลายร้านในซอยเดียวกับร้านมินิมาร์ท ตำแหน่งของร้านอยู่ตามแผนที่ด้านล่างครับ






เวลาจริงที่ใช้ท่องเที่ยวฮ่องกงมาเก๊าในวันที่สี่ Coloane, Venetian, วัดอาม่า, Senado Square, ซากโบสถ์เซนต์ปอล, เจ้าแม่กวนอิมหน้าฝรั่ง, Food Street (Tue 18 Apr 10)
9:10 – 9:25 (15 นาที) Check out และฝากสัมภาระไว้ที่ Best Western Taipa
9:25 – 9:50 (25 นาที) รอรถเมล์และขึ้นรถเมล์ไป Coloane
9:50 – 10:40 (50 นาที) เดินเล่นซื้อผลไม้ที่ตลาดเช้าและทานข้าวเช้าที่ร้าน Lord Stow’s Cafe
10:40 – 11:10 (30 นาที) เดินเล่น ถ่ายรูปที่โบสถ์ Francis Xavier
11:10 – 11:40 (30 นาที) ขึ้นรถเมล์ไป Venetian (10 นาที) เดินไปถ่ายรูปไป จากป้ายรถเมล์เข้าไปที่ Venetian (20 นาที)
11:40 – 13:30 (1 ชั่วโมง 50 นาที) เดินเที่ยวและช๊อปปิ้งใน Venetian
13:30 – 14:10 (40 นาที) เดินไปรอรถเมล์ (เดิน 7 นาที รอรถเมล์ 13 นาที) เพื่อไปวัดอาม่า (นั่งรถเมล์ 20 นาที)
14:10 – 14:30 (20 นาที) เที่ยววัดอาม่า
14:30 – 14:45 (15 นาที) รอรถเมล์ (5 นาที) เพื่อไป Senado Square (นั่งรถเมล์ 10 นาที ติดไฟแดง)
14:45 – 15:35 (50 นาที) เดินเล่น (15 นาที) กิน McDonald (35 นาที)
15:35 – 16:00 (25 นาที) เดินเล่นและช๊อปปิ้งจนถึง ซากวิหาร St Pual
16:00 – 16:20 (20 นาที) เดินชม St Pual ทั้งด้านนอกและด้านใน
16:20 – 16:35 (15 นาที) นั่งแท็กซี่ไปเจ้าแม่กวนอิมหน้าฝรั่ง Kun Iam Statue
16:35 – 17:00 (25 นาที) เดินชม Kun Iam Statue ทั้งด้านนอกและด้านใน
17:00 – 17:25 (25 นาที) นั่งแท็กซี่กลับไปที่โรงแรม Best Western Taipa
17:25 – 17:45 (20 นาที) เดินไปรอรถเมล์เพื่อไป Food Street
17:45 – 19:20 (1 ชั่วโมง 35 นาที) เดินไปรอรถเมล์เพื่อไป Food Street
19:20 – 19:40 (20 นาที) รอรถเมล์กลับโรงแรม Best Western Taipa
19:40 – 20:00 (20 นาที) เอาของที่ฝากไว้ แล้วเรียกแท็กซี่ไปสนามบินเพื่อกลับเที่ยวบิน 21:35

9:10 Check out และฝากกระเป๋าไว้ที่ Best Western Taipa เดินจากโรงแรมออกไปรอรถเมล์สาย 11, 21, 26 ที่ป้าย Flower City ผมรวบรวมตารางรถเมล์ที่ผ่านจุดสำคัญในมาเก๊าไว้ คลิ๊กดูได้ที่นี่ครับ

9:25 นั่งรถเมล์สาย 26 ไป A-Ma Temple แต่รถดันเลี้ยวไป Coloane! รู้ทีหลังว่ารถเมล์สาย 26 ซึ่งวิ่งระหว่าง A-Ma Temple และ Coloane จะผ่านป้าย Flower City ทั้งขาไปและขากลับ นอกจากจะรู้ว่ารถเมล์สายไหนจะไปที่ไหนแล้วยังต้องสังเกตที่หัวรถซึ่งมีตัวอักษรดิจิตอลบอกเราว่ารถเมล์กำลังจะไปที่ไหนเพราะรถขาไปและขากลับอาจผ่านป้ายเดียวกัน เช้านี้จึงได้ไปเที่ยว Coloane ด้วยความบังเอิญ

รถเมล์ในมาเก๊าไม่มีกระเป๋ารถเมล์ มีแต่กระป๋องใส่ค่าโดยสารและป้ายบอกว่าต้องจ่ายเท่าไร และไม่มีเงินทอน เพื่อความประหยัดในการขึ้นรถเมล์ในมาเก๊า ต้องมีเศษเหรียญ MOP หรือ HKD ทั้ง 1.00, 0.50 และ 0.20 ไว้พอสมควร ผมเตรียมการมาอย่างดีโดยเก็บเศษเหรียญ HKD ขณะที่ไปเที่ยวฮ่องกงไว้เต็มกระเป๋าเลย แต่จะไม่เก็บเหรียญ 10 HKD เนื่องจากเหรียญ 10 HKD ไม่สามารถใช้ในร้านค้าส่วนใหญ่ของมาเก๊าได้ แต่แบงค์ 10 HKD ใช้ได้ ไม่มีปัญหาครับ ค่าโดยสารรถเมล์มาเก๊าจะอยู่ที่ 3.2, 4.2 และ 6.4 MOP ดูรายละเอียดค่าโดยสารรถเมล์ในมาเก๊าบางส่วน คลิ๊กที่นี่ครับ

9:50 นั่งรถเมล์สาย 26 จากป้าย Flower city ประมาณ 20 นาทีก็จะเจอแฟนต้ายักษ์ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าคุณถึง Coloane แล้ว



ช่วงเวลาเช้าอย่างนี้ Coloane ยังเงียบสงบมาก กุ้งทอดกระเทียมพริกไทยหน้าโบสถ์ Francis Xavier ก็ยังไม่เปิดให้ลิ้มลอง เลยฝากท้องตอนเช้าไว้กับร้านนี้ Lord Stow’s Cafe



10:00 ว่ากันว่า ทาร์ตไข่ ร้านนี้อร่อยที่สุดในมาเก๊า ก็อร่อยสมคำล่ำลือจริงๆ แต่อาหารเช้าพวกขนมปังและครัวซองก็รสชาติเฉยๆ ไม่ถูกปากพวกเรามากนัก

หลังจากอิ่มท้องก็เดินไปเที่ยวโบสถ์ Francis Xavier ซึ่งเป็นโบสถ์แต่งงานในซีรีย์เกาหลีเรื่องดัง Princess Hours ในความคิดส่วนตัวผมโบสถ์นี้ก็ไม่ได้สวยอะไรมากเมื่อเทียบกับโบสถ์ในสมุทรสงครามหรือจันทบุรี



11:10 รอรถเมล์สาย 15, 25, 21, 21A, 26 และ 26A ที่แฟนต้ายักษ์ เพื่อเดินทางไป Venetian รถเมล์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที ถึง Venetian แต่ไม่สามารถจอดหน้า Venetian ได้เพราะไม่มีป้ายรถเมล์ จึงส่งพวกเราลงข้างๆ Venetian ซึ่งต้องเดินอีกประมาณ 300 เมตรก็จะถึงทางเข้า Venetian ด้าน Main Lobby



ทางเข้าด้าน Main Lobby ตรงข้าม City of Dream



การตกแต่ง แสดงถึงความหรูหราอลังการ



จากทางเข้าด้าน Main Lobby เดินทะลุ Casino ไปก็จะถึง Grand Canal ซึ่งเป็นจุดที่จำลองเมือง Venice ของอิตาลีไว้ภายในห้างสรรพสินค้า แต่พวกเรามีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีมาด้วย จึงต้องเดินอ้อม Casino



ท้องฟ้าสวยไหมครับ คล้ายของจริงมากเลย



เหล่านักช้อปที่ผิดหวังจาก City Gate ที่ฮ่องกง รู้สึกใจชื้นเมื่อเจอสินค้าลดราคาใน Venetian ทำให้พวกเราใช้เวลาอยู่ในนี้นานเป็นพิเศษ



13:30 หลังจากเดินช้อปปิ้งใน Venetian อย่างจุใจแล้ว พวกเราจึงไปรอรถเมล์สาย 21, 21A, 26 หน้าโรงแรม Four Season เพื่อเดินทางไปวัดอาม่า (รอรถเมล์ประมาณ 10 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)

14:10 A-Ma Temple ไหว้สักการะ องค์อาม่า โยนเหรียญลงอ่าง จุดธูปเกลียว พวกเราใช้เวลาอยู่ในวัดนี้ไม่นานนัก ก็เตรียมตัวเดินทางต่อ ไปยัง Senado Square



14:30 รอรถเมล์สาย 2, 5, 7 ,11, 21A ซึ่งพาเราไป Senado Square (รอรถเมล์ประมาณ 5 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)

14:45 รถเมล์จะจอดก่อนถึง Senado Square ประมาณ 50 เมตรที่ป้าย Almeida Ribeiro/Rua Mercadores ซึ่งจะมีตัวอักษรดิจิตอลบอกในรถเมล์ว่าป้ายต่อไปคือป้ายอะไร (ทันสมัยเนอะ) ระหว่างเดินเรียบถนนไป Senado Square จะมีร้านแลกเงิน MOP ที่ให้อัตราดีกว่าจุดแลกเงินสนามบิน ผมจึงแลก HKD เป็น MOP ให้พอดีสำหรับการใช้วันนี้ ลองดูรีวิววิธีการแลกเงินและใช้บัตรเครดิตในฮ่องกง-มาเก๊าให้คุ้มค่าได้ที่นี่

15:00 เดินไปถ่ายรูปไปชักเริ่มหิว ก็ยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันเลย มื้อนี้ตามใจเด็กน้อยซักมื้อ แวะร้าน McDonald ระหว่างเดินไปซากโบสถ์เซนต์ปอล การทานอาหารที่ร้าน McDonald ทำให้อาหารมื้อนี้เป็นอาหารที่ถูกที่สุดในทริปนี้เลย ตกคนละ 20 MOP เท่านั้นเอง ถ้าใครไปฮ่องกง-มาเก๊า แล้วสามารถทาน McDonald หรือ KFC ได้ทุกมื้อ คงประหยัดค่าอาหารไปได้มากเลย หลังจากอิ่มท้องเราก็มุ่งหน้าสู่ซากโบสถ์เซนต์ปอลแบบเดินไปช้อปไป



16:00 ถึงซักที ซากโบสถ์เซนต์ปอล Ruins of St.Paul’s ถ่ายรูปกับซากโบสถ์และเดินชมพิพิธภัณฑ์กันพอสมควร ก็ได้เวลาเดินทางไป Kun Iam Statue เจ้าแม่กวนอิมหน้าฝรั่ง คราวนี้ผมเดินทางโดย Taxi เนื่องจากรถเมล์ที่ผ่าน Kun Iam Statue มีค่อนข้างน้อย ใช้เวลาเดินทางโดย Taxi จาก Ruins of St.Paul’s ไปยัง Kun Iam Statue ประมาณ 15 นาที



16:35 Kun Iam Statue เข้าชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ใต้ฐานเจ้าแม่กวนอิม ว่ากันว่าเจ้าแม่กวนอิมนี้ซ่อนเลข 8 ไว้ 8 ตำแหน่ง ถ้าใครเจอครบ 8 ตำแหน่งจะโชคดี หาตั้งนานเจออยู่แค่ 4 ตำแหน่ง





17:00 เดินทางไป Taipa Village เนื่องจากพวกเรามี 6 คนและต้องใช้แท็กซี่สองคัน เลยเกรงว่าพวกเราจะไปลงคนละจุดและหากันไม่เจอ จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่กลับไปโรงแรม Best Western Taipa ก่อน แล้วค่อยนั่งรถเมล์จากโรงแรมไป Taipa Village

17:30 ทุกคนพร้อมกันที่โรงแรม Best Western Taipa ก่อนจะเดินไปนั่งรถเมล์สาย 11, 15, 22, 30, 33 ที่ป้ายรถเมล์หน้าร้านอาหารไทย นั่งรถไปเพียงแค่ 1 ป้ายก็ถึง Food Street @ Taipa Village



หลังจากช้อปของกินของฝากกลับเมืองไทยกันอยู่พักใหญ่ก็เริ่มหิว เสียดายที่ร้านอาหารดังในย่าน Food Street ปิดไปหลายร้านแล้วไม่ว่าจะเป็นร้านลูกชิ้นทอดหน้าปากซอย หรือ Pork Chop Bun อร่อยๆ ที่ร้าน Café Tai Lei Loi Kei พวกเราจึงกลับไปกินร้านอาหารไทยสุดโปรดของคุณยายแถวโรงแรม



20:00 เดินทางด้วย Taxi จากโรงแรมถึง สนามบิน ด้วยเวลาไม่นานเพื่อขึ้นเครื่องบินที่มีกำหนดออกจาก Macau ในเวลา 21:45 จากนั้นก็กลับบ้านอย่างปลอดภัย


Create Date : 01 กรกฎาคม 2553
Last Update : 1 กันยายน 2554 22:19:44 น. 6 comments
Counter : 13132 Pageviews.

 
เที่ยวได้ละเอียดดีจังเลยค่ะ เสียดายที่ตอนไปไม่ได้ไป Food Street @ Taipa Village ทั้งๆ ที่วางแผนเที่ยวไว้แล้ว ^^


โดย: mamminnie วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:42:10 น.  

 
มาอ่านต่อค่ะ

เที่ยวแน่นเหมือนกันเลย แหะๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:20:55 น.  

 
อยากถามว่าโรงแรม best western ที่ไปพักนี่สภาพโอเคไหมค่ะ
แล้วสามารถเดินไป venetian ได้ไหม


โดย: kibby IP: 58.8.41.53 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:11:25:59 น.  

 
โรงแรมจะเก่านิดนึง ห้องกว้าง ความสะอาดก็ไม่ได้สังเกตุนะครับ แต่ไม่สกปรกถึงขนาดมีผลต่อความเป็นอยู่

เดินไป venetian ได้ครับ สำหรับคนชอบเดิน ประมาณ 2 ป้ายรถไฟฟ้าครับ


โดย: Pooh (ภูผาวารี ) วันที่: 5 สิงหาคม 2553 เวลา:12:06:35 น.  

 
ทริปนี้คงเหนื่อยน่าดูเลยนะคะ ตอนที่เราไปก็เดินขาลากเหมือนกันค่ะ อากาศก็ร้อนได้ใจ แต่ก็เที่ยวครบทั้งสามเกาะในมาเก๊าเหมือนกันค่ะ

จริงๆ อยากแนะนำให้ลองไปพักฝั่งมาเก๊าบนถนนแห่งความสุข(?)ดูสักคืนค่ะ เพราะบรรยากาศยามค่ำคืนที่นั่น ค่อนข้างสวย บนถนนเซนาโด้ก็ดูโรแมนติดดี คึกครื้นไปอีกแบบ ซึ่งจะแตกต่างกับฝั่งไทปาที่ค่อนข้างเงียบและไร้ผู้คนค่ะ


โดย: น้ำแข็งแห้ง IP: 61.90.23.42 วันที่: 12 สิงหาคม 2553 เวลา:14:46:41 น.  

 
เป็นทริปที่ทรหดมาก โปรแกรมแน่นเอี้ยด


โดย: yuechan IP: 203.209.39.84 วันที่: 21 มิถุนายน 2554 เวลา:14:58:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.