เขียดน้อยออนไลน์
Group Blog
 
All Blogs
 

โรคภูมิแพ้


สวัสดีค่า วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับโรคภูมิแพ้กันนะคะ นอกจากนั้นเรายังมีวิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคภูมิแพ้แบบเบื้องต้นมาฝากเพื่อนๆ กันอีกด้วย เราไปดูเนื้อหากันเลยดีกว่าค่ะ


โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดขึ้นจาก ปฏิกิริยาภูมิไวต่อสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ จะมีอาการกับพวก ฝุ่น ตัวไรฝุ่น เชื้อราในอากาศ ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ อาหาร เป็นต้น

อาการเบื้องต้นของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้
จะมีน้ำมูกมาก เป็นหวัดทั้งปี หายใจติดขัด สลับข้าง ตอนเวลานอนจะเป็นมากถึงขนาดหายใจทางจมูกไม่ได้เลยทั้ง 2 ข้าง ต้องใช้ปากช่วยหายใจแทน จะมีอาการคันเพดานปาก จามติดต่อกันเป็นชุด (3 - 8 ที ต่อ 1 ครั้ง) และอาจจะมีอาการคันตา และ คันหู ด้วย อาการเหล่านี้จะเป็นมากช่วงอากาศเปลี่ยน ฤดูหนาว ฤดูฝน กลิ่นควันบุหรี่ ควันไฟ ฯลฯ ช่วงเช้าตอนตื่นนอนใหม่ๆ หรือตอนเจอฝุ่นมากๆ พวกนี้จะทำความระคายเคืองต่อ จมูก

นอกจากนี้ ความตึงเครียดในตัวเอง ก็อาจทำให้เกิดอาการข้างต้นได้นะคะ อาการแพ้ไม่ใช่ว่ามีแต่ระบบหายใจเท่านั้นนะคะ อาการต่อไปนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นอาการภูมิแพ้เช่นกัน อาการแพ้ทางผิวหนัง แพ้อาหาร เยื่อบุตาอักเสบ โรคหืด ปฏิกิริยาการแพ้แบบรุนแรงเกิดอาการหลังได้รับสารแพ้ และลมพิษ


สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
1.ถ่ายทอดมาจากพันธุกรรมของพ่อและแม่
2.ร่างกายได้รับสารก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้เป็นเวลายาวนาน เช่น เลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้าน หรือ อาจจะไปสัมผัสฝุ่นละอองภายนอกบ้าน ซึ่งสามารถเข้ามาในร่างกายของคุณได้ทางสัมผัส หายใจ หรือการกินก็ได้


วิธีดูแลรักษาเบื้องต้น
1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
2. ทานอาหารให้มีประโยชน์กับร่างกาย
3. หมั่นทำความสะอาดห้องนอน และ ในห้องนอน
ไม่ควรมีเครื่องใช้มากไป และสิ่งของต่อไปนี้ ตุ๊กตาที่ทำจากนุ่น ขนสัตว์ หรือตุ๊กตามีขน สัตว์เลี้ยง หมอนนุ่น พรม เก้าอี้เบาะหุ้มผ้า กระดาษเก่าๆ
4. นอกจากห้องนอนแล้ว ภายในบ้านก็ควร หมั่นทำความสะอาด ไม่ควรให้มี ฝุ่นละออง อย่างสม่ำเสมอ
5. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ


**หากทำวิธีข้างต้นไปสักพักหนึ่งแล้วอาการยังไม่
ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์นะคะ



วันนี้เพื่อนๆ รู้จักโรคภูมิแพ้และวิธีป้องกันแล้วนะคะ เพื่อนๆสามารถป้องกัน โรคพวกนี้ได้ด้วยการออกกำลังกายเป็นหลักนะคะ ทานอาหารให้มีประโยชน์ รักษาความสะอาดตนเองและสิ่งแวดล้อมใกล้ๆ ตัว แค่นี้เพื่อนๆ ก็มีร่างกายที่แข็งแรงแล้วค่ะ หากเพื่อนๆ พบว่าตนเองมีอาการข้างต้น ควรไปบอกผู้ปกครองเพื่อที่จะให้พาไปพบแพทย์ต่อไปนะคะ

****โอกาสหายจากโรคภูมิแพ้ เฉลี่ยแล้ว 50/100 นะคะถ้าได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งก็มีโอกาสที่จะหายสูงมากๆ เลยค่ะ




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2548    
Last Update : 25 ธันวาคม 2548 10:16:58 น.
Counter : 236 Pageviews.  

ไมเกรน

สวัสดีค่า วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับโรคไมเกรนกัน ดีกว่านะคะ เราจะมาดูกันว่า ไมเกรน
เนี่ยมันเป็นอย่างไร ทำ ไมถึงเป็นได้ค่ะ ไมเกรน ก็คือ อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงเพียงข้างเดียว ส่วน
อาการและสาเหตุ เราไปดูพร้อมๆ กันเลยนะคะ


อาการ

อาการของการปวดศรีษะข้างเดียว เป็นเวลาสั้นๆ ราว 35 - 40 นาที และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น คัดจมูกข้างเดียว น้ำตาไหล และหงุดหงิด จะเรียกอาการปวดศรีษะแบบนี้ว่า ปวดศรีษะแบบคลัสเตอร์ ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้หญิง และอยู่ในช่วงวัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ แต่ไม่เกิน 50 ปี


อาการปวดศรีษะอย่างรุนแรงข้างเดียว แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ราว 5 – 15 นาที และ ปวดวันละหลายๆ ครั้ง มีอาการปวดข้างเคียง คล้ายกับอาการปวดคลัสเตอร์ เราเรียกอาการแบบนี้ว่า ภาวะพาร็อคซิสมอล เฮมิเครเนียเรื้อรัง

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ
1. การเปลี่ยนเวลาเข้านอน
2. ทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารไทรามีน
3. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
4. ทานช๊อคโกแลตมากเกินไป
5. การออกกำลังกายหักโหมเกินไป
6. ความเครียดทางอารมณ์
7. อยู่ในที่ เสียงดังๆ คลื่นแรงๆ แสงสว่างที่จ้าจนเกินไป หรือ ที่ที่มีแสงวูบวาบ
8. แรงดันบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เช่น บนเครื่องบิน หรือ การปีนเขานั่นเอง



วีธีรักษาด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดอาการปวดศรีษะ

1. พยายามอย่าเครียดหางานอดิเรกทำจะได้ไม่คิดมาก
2. งดทานอาหาร หรือ เครื่องดื่ม ที่มีสารกด และ กระตุ้นประสาท
3. หลีกเลี่ยงที่ เสียงดังๆ หรือ ที่ๆ มีแสงสว่างจ้า หรือวูบวาบ
4. เข้านอนให้ตรงเวลาทุกวัน

หากว่าเพื่อนๆ สงสัยว่าตนเองจะเป็นอยู่ละก็ ควรไปปรึกษาพ่อและแม่ก่อนนะคะ แล้วจึงเข้าไปรับการรักษาจากแพทย์ต่อไป เพราะบางที อาจจะไม่ได้ปวดหัวเพราะเป็น ไมเกรน เพียงอย่างเดียวก็ได้ค่ะ




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2548    
Last Update : 24 ธันวาคม 2548 20:10:52 น.
Counter : 155 Pageviews.  

~การนอนหลับไม่เพียงพอ~

นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิคาโก ศาสตราจารย์ Eve Van Cauter
ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยใน วารสารทางกายแพทย์ "Annals of Internal Medicine" เมื่อ
7 ธ.ค. 2547 ว่า การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
มีผลต่อฮอร์โมนในร่างกายที่ควบคุมความอยากอาหารของร่างกาย

นักวิจัยพบว่า การนอนหลับเพียง 4 ชั่วโมงต่อคืน เป็นเวลา 2 คืนติดต่อกัน
จะทำให้ ฮอร์โมน leptin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ไม่อยากอาหาร ลดลงถึง 18%
และฮอร์โมนGhrelin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดความหิวนั้น เพิ่มขึ้นถึง
28%

อาสาสมัครรายงานว่า ความรู้สึกหิวของตนเองเพิ่มขึ้นถึง 24 %
และนอกจากนั้นลักษณะอาหารที่ตนเองต้องการก็เปลี่ยนไปด้วย
โดยมีความอยากอาหารหวาน ๆ เช่น ลูกกวาด คุ้กกี้ อาหารเค็ม ๆ เช่น
มันฝรั่งทอดกรอบ ถั่วอบ และอาหารประเภทแป้ง เช่น ขนมปังและ พาสต้า มากขึ้น
ในขณะที่ความอยากอาหารในการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้
กลับลดน้อยลง

ศาสตราจารย์ Eve Van Cauter กล่าวว่า "เนื่องจากการที่สมองเป็นอวัยวะที่ใช้
Glucose เป็นพลังงาน จึงเป็นเหตุให้ อาสาสมัครเหล่านั้น
เลือกรับประทานอาหารกลุ่มที่เป็น คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (เช่น แป้งขัดขาว
น้ำตาลทรายขาว) เพื่อชดเชยการนอนไม่พอ



"การวิจัยในครั้งแรกนี้แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับเป็นปัจจัยหลักในการควบคุมฮอร์โ
มนความหิว 2 ตัวนี้

ซึ่งทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความอยากอาหารและรวมไปถึงการเลือกชนิดของอา
หารในการรับประทานด้วย


"การค้นพบนี้ทำให้พบเหตุเชื่อมโยงระหว่างปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรังกับโรคอ้วน
โรคไขมันในเลือดสูง Metabolic syndrome รวมไปถึงโรคเบาหวานด้วย"

สรุปว่า ถ้าไม่อยากอ้วนและได้ผลพวงของโรคจากความอ้วนเป็นของแถม
นอกจากการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายแล้ว ก็ควรเข้านอนแต่หัวค่ำ
และควรจะนอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน จะดีต่อสุขภาพที่สุด รับรอง









 

Create Date : 21 ธันวาคม 2548    
Last Update : 21 ธันวาคม 2548 13:20:42 น.
Counter : 434 Pageviews.  

~นอนมาก..ตายเร็ว~

คนขี้เซาทั้งหลายได้ฟังข่าวนี้แล้วควรรีบเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะคณะนักวิจัยจาก

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในซานดิเอโกได้ศึกษาพฤติกรรมการนอนของชาวอเมริกาที่มี

อายุระหว่าง 30 – 102 ปี จำนวนกว่าหนึ่งล้านคน ภายในเวลา 6 ปี พบว่าคนที่ใช้

เวลานอน 8 ชั่วโมงต่อคืนมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่นอนแค่ 7 ชั่วโมง

ต่อคืน ประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนที่นอนมากกว่า 8 ชั่วโมงหรือน้อยกว่าสี่

ชั่วโมงครึ่งต่อคืนยิ่งมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตเร็วสูงขึ้นเป็น 15 เปอร์เซ็นต์
เลยทีเดียว

นั่นหมายความว่านอนมาก ๆ ไม่ดี หรือนอนน้อยเกินไปก็ไม่ดี เช่นกัน คณะนักวิจัยพบ

ว่าชั่วโมงที่ยาวนานเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง รวมทั้งโรคหัวใจและโรคลมใน

ปัจจุบันด้วย จนเกิดข้อสงสัยที่ทำให้ต้องศึกษากันต่อไปว่า การนอนนาน ๆ จะเป็น

ความสุขระยะสั้นที่อันตรายต่อมนุษย์เราเหมือนอย่างการดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่
หรือเปล่า

เขาว่าระยะการนอนที่พอเหมาะควรจะประมาณ 5-7 ชั่วโมงต่อคืน ส่วนการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงนั้นเป็นเพียงคำบอกสอนลูกหลานต่อ ๆ
กันมาเท่านั้นเอง ไม่มีหลักฐานทางการ

แพทย์ยืนยันว่าการนอน 8 ชั่วโมงจะมีผลดีต่อสุขภาพหรือทำให้อายุยืนยาวแต่ประการ
ใด อย่างไรก็ตาม

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการนอนคือ การหลับได้สนิทหลับลึกโดยไม่ฝัน หลับรวด

เดียวตื่นถึงเช้าเลย แบบนี้ร่างกายจะได้ประโยชน์มากกว่า ระบบฮอร์โมนต่าง ๆ ทำ

งานอย่างสมดุล แม้จะนอนไม่ถึง 8 ชั่วโมง คุณก็สามารถตื่นได้อย่างสดชื่น กระปรี้

กระเปร่า และมีพลัง แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองอดหลับอดนอนเป็นอันขาด เพราะการนอน

หลับเป็นการพักผ่อนที่จำเป็นต่อชีวิตมาก ๆ คนที่นอนไม่พอ นอกจากหัวสมองไม่ปลอด

โปร่ง อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ยังอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย









 

Create Date : 19 ธันวาคม 2548    
Last Update : 19 ธันวาคม 2548 11:01:44 น.
Counter : 485 Pageviews.  

วิตามิน..เกลือแร่ แก้แพ้อากาศ

คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่เป็นโรคแพ้อากาศกันมากขึ้น เพราะอากาศในเมืองมีทั้งฝุ่นควันและมลพิษสูง ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง

เราสามารถลดอาการแพ้อากาศได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญควรกินผักผลไม้สด เพื่อให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยลดการแพ้อากาศ

วิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยลดการแพ้อากาศ ได้แก่

วิตามินซี ช่วยป้องกันและเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือด ป้องกันหวัดและการแพ้อากาศ แหล่งที่พบมากได้แก่ ฝรั่ง ส้ม และสับปะรด

วิตามินอี ช่วยสร้างภูมิคุ้นกัน ต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง แหล่ที่พบมากได้แก่ ธัญพืช ข้างกล้อง และรำข้าว

วิตามินเอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างการทำงานของเซลล์เม็ดเลือด แหล่งที่พบมากได้แก่ ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง แครอท มะเขือเทศ ฟักทอง มะละกอ และน้ำมันตับปลา

สังกะสี (Zinc) ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และป้องกันอนุมูลอิสระ แหล่งที่พบมากได้แก่ อาหารทะเล ธัญพืช และผลิตภัณฑ์นม

ซิลิเนียม (Selenium) เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน แหล่งที่พบมากได้แก่ เนื้อสัตว์ ธัญพืช จมูกข้าว รำข้าว เห็ด และกะหล่ำปลี




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2548    
Last Update : 13 ธันวาคม 2548 21:36:02 น.
Counter : 197 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

เขียดน้อยออนไลน์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เขียดน้อยออนไลน์ ยินดีต้อนรับค่ะ
Ich Liebe Dich
Bittersweet memories that is all I'm taking with me. So, goodbye. Please, don't cry. We both know I'm not what you, you need. And I will always love you. I will always love you. ..ti.amo..



Friends' blogs
[Add เขียดน้อยออนไลน์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.