"สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ...เราเลือกได้ไม่ใช่หรือ"

"หลงทาง..เสียเวลา :: หลงติดยา..เสียชีวิต :: หลงอดีต..เสียน้ำตา เจ็บหัวใจและร้อนหลัง..หุหุ"

"The most romantic love is UNFINISHED, UNFULFILLED LOVE, and it seems ENDLESS."

"Love is beauty, Love is precious and Love is all..but don't let your life ruined by LOVE."

"The more you blame the others, the less chance for you to improve yourself."

"LIFE IS GOOD", even though life is hurting sometime, but still..."LIFE IS GOOD."

"At some point, walking or dreaming with pain is also fun, because it's challenging you."

"All trees would not be able to stand without their roots."

Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

"......: ความฝันของเด็กน้อย 7 ขวบ :: Becoming a Veterinarian :......"

วันที่ 10 พฤษภาคม 2556

เมื่อเด็กน้อยเริ่มมีความฝันว่าในอนาคตเธออยากเป็นและอยากทำอาชีพอะไร สิ่งที่คนที่เป็นพ่อแม่รู้สึกได้ก็คงบอกว่า "รู้สึกดีใจ" ที่ลูกรู้จักมีฝันตั้งแต่อายุเท่านี้ เพราะตัวเราเองตอนอายุ 7 ขวบนั้นเรายังมีแต่เล่นตามประสาเด็ก ๆ(เด็กบ้านนอก)อยู่เลย สิ่งที่รู้ก็คือท้องไร่ท้องนา อาชีพครู ตำรวจเท่านั้น อาชีพอื่น ๆ ไม่เคยมีในหัวเลย จริง ๆ ตอนนั้นแค่เรื่องเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นกว่าระดับประถมนั้นก็ยังไม่มีอยู่ในหัวเลย มาเริ่มรู้ว่าพ่อจะให้เรียนต่อก็ตอนอยู่ ป. 4 - ป. 5 น่ะ ทำไงได้ล่ะในเมื่อสภาพแวดล้อมคือท้องไร่ท้องนา สมัยนั้นผู้คนในหมู่บ้านยังไม่ค่อยนิยมเรื่องส่งลูกหลานเรียน แถมบางบ้านก็ส่งลูกเรียนนะแต่เลือกส่งลูกชายเรียน ลูกสาวก็เก็บไว้ให้แต่งงานมีครอบครัวทำไร่ทำนากันต่อไป (แสดงว่าพ่อเราใจยุติธรรมมากพออยู่นะในเรื่องความเท่าเทียมของเพศชายและเพศหญิง แกถึงได้ส่งลูกสาวเรียน..อิอิ..) พ่อแม่ให้โอกาสในเรื่องการศึกษาก็จริง แต่เรื่องเส้นทางสายการเรียน สายอาชีพนั้นเรียกว่าเราต้องคลำทางเอาเองจริง ๆ และที่ตัวเองเดินมาได้ถึงจุดนี้ก็พอใจกับชีวิตแล้วน่ะ

เนื่องจากว่าตอนเด็ก ๆ พ่อแม่ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาในเรื่องเส้นทางสายการเรียนและสายอาชีพให้เราเลย(ไม่ได้โทษพ่อแม่นะ แค่พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนต่อนี่เราก็ถือว่าบุญคุณล้นเหลือ ถือว่าพ่อแม่ให้โอกาสเราในเรื่องการศึกษามากกว่าลูก(พี่น้องเรา)คนอื่น ๆ ในครอบครัวแล้ว) ทีนี้พอเรามีลูกเองเราก็อยากชดเชยตรงนี้ ขอเป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้สนับสนุนลูกอยู่เบื้องหลัง พยายามพูดคุยกับลูกเพื่อจะได้รู้ถึงความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เค้าฝันตามประสาเด็ก ๆ และถ้าเราไม่ดูถูกความคิดเด็กนี่ เราจะเห็นว่าความคิดเด็กบางอย่างนี่คมลึกกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ด้วยซ้ำไป และเด็ก ๆ นี่เค้าก็มีความฝันของเค้าอยู่ เค้ามีความฝันอยากเป็นอะไร อยากทำอะไรเมื่อเค้าโตขึ้นมา บ้างก็อาจจะได้จากสิ่งแวดล้อมที่เค้าเห็นจากพ่อแม่ว่าพ่อแม่มีอาชีพอะไร หรืออาจจะเห็นจากเพื่อนบ้านหรือแม้แต่จากทีวี จากหนังก็ว่ากันไป เด็กบางคนก็อยากมีอาชีพเดียวกับพ่อแม่ บางคนก็ต้องการเป็นอะไรที่แหวกแนวจากพ่อแม่ไป อย่างคนน้อยตัวเล็ก ๆ ที่บ้านนี่พอถามว่าอยากเป็นคนไอที อยากไปสายไอทีเหมือนพ่อกับแม่ไหม เธอบอกว่าไม่เอา เธออยากเป็น "สัตวแพทย์ :: Veterinarian" โดยให้เหตุผลว่า "เธออยากช่วยเหลือสัตว์" ซึ่งฟังดูแล้ว บางครั้งบางมุมอาจจะเหมือนเป็นแค่ความฝันของเด็ก ๆ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ เรื่องลม ๆ แล้ง ๆ ถ้าคนที่เป็นพ่อแม่ได้ยินสิ่งที่ลูกบอกเล่าถึงความฝันแล้วคิดแค่นี้ ดูถูกความฝันของลูก สิ่งที่ลูกฝันก็คงจะเป็นได้เพียงเรื่องตลกและสิ่งลม ๆ แล้ง ๆ ไปจริง ๆ เช่นกัน แต่ถ้าพ่อแม่ฟังแล้วรู้สึกตื่นเต้น ดีใจที่ลูกมีฝันและคิดว่าความฝันของลูกนั้นเป็นจริงได้ และมีความกระตือรือร้นที่จะหาทางช่วยสนับสนุน ต่อเติมความฝันของลูกให้เป็นจริง เราคิดว่าความฝันของลูกก็คงจะเป็นจริงได้ให้ซักวัน

และจากที่ลูกบอกเล่าเรื่องความฝัน(ที่ดูเธอเอาจริงเอาจังมาก บอกเล่าความฝันตรงนี้กับพ่อแม่มาตั้งปีสองปีมาแล้วน่ะ คิดว่าคงจะไม่ใช่แค่ความฝันของเด็กแล้วล่ะ น่าจะเป็นอะไรที่เธอรู้สึกอยากเป็นจริง ๆ น่ะ) ซึ่งพอพ่อแม่รับฟังมาเรื่อย ๆ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่เป็นพ่อแม่ที่จะต้องเตรียมหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการช่วยผลักดันความฝันของลูกให้เป็นจริง คือถ้าเธอโตขึ้นแล้วเธอยังมีความฝันในเรื่องอาชีพแบบเดิมคือ "สัตวแพทย์" นี้อยู่ ตัวเราคงต้องเริ่มมองหาพวก Animal shelter ต่าง ๆ ในเมืองที่อยู่ และพอลูกเริ่มขึ้นเกรด 5, เกรด 6 หรือขึ้นไฮสคูล เราคิดว่าคงจะไปสมัครทำงาน Volunteer พร้อมกับลูกไปเลย แต่ตอนนี้คงเริ่มพากันหาข้อมูลเพื่อเตรียมเธอในเรื่องวิชาการที่เป็นวิชาหลัก ๆ ในการสอบเข้าเรียนสายสัตวแพทย์ในระดับมหาวิทยาลัย นี่คือความฝันของเธอที่บอกเล่ากับพ่อแม่ในตอนนี้ วันข้างหน้าพอเธอโตขึ้นความฝันอาจจะเปลี่ยนไปตามวัยและประสบการณ์ชีวิต อาจจะอยากไปในสายอาชีพอื่น ๆ ก็ได้

ซึ่งตอนนี้หน้าที่เธอคือตั้งใจเรียน ส่วนหน้าที่ของเราที่เป็นพ่อกับแม่คือ พยายามเก็บเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้เธอ และพยายามช่วยเรื่องการเรียน พยายามสื่อสารกับคุณครูของลูกอยู่เรื่อย ๆ เพื่อจะได้ช่วยกันจริง ๆ ในเรื่องการเรียนของเธอ ส่วนอนาคตจริง ๆ ไม่มีใครรู้ได้ เพราะยังอีกนาน แต่อย่างน้อยถ้าลูกเริ่มมีฝันตั้งแต่เด็กแล้วเราเตรียมหาข้อมูลไว้ก็ไม่เสียหาย คือในฐานะคนที่เป็นพ่อแม่ แค่ช่วงที่ลูกอยู่ในวัยเรียนแล้วเห็นลูกตั้งใจเรียน เอาใจใส่กับเรื่องการเรียนมากกว่าเรื่องอื่น ๆ แค่นี้ก็ถือว่าดีและพอใจแล้วน่ะ จริง ๆ ตรงนี้คงจะขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ของพ่อแม่ด้วยน่ะแหละ จะไปหวังพึ่งครูที่โรงเรียนฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกันทั้งครูทั้งผู้ปกครองน่ะ ยิ่งการบ้านลูกนี่มีทุกวันเลย เราเป็นพ่อแม่ก็ต้องดู ต้องช่วยกันสอนการบ้านลูกไปด้วย พ่อแม่ต้องแบ่งหน้าที่กันไปเลย ให้ฝ่ายพ่อรับการบ้านเรื่อง Reading(ภาษาของพ่อเค้าก็ให้เค้ารับไป..อิอิ..) ส่วนเราก็รับเรื่อง Math กับ Spelling ตอนนี้เหมือนเรากลับไปเรียนประถมใหม่อีกรอบ(แต่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ..อิอิ..) จากที่ทำแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มเหนื่อย เพราะจากผลการเรียนจาก Report Card ตั้งแต่ระดับ Kindergarten ในปีที่แล้วและปีนี้ในระดับเกรด 1 ของลูกแล้วก็ไม่ได้ทำให้เรากังวลอะไร ถือว่าผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจ และคิดว่ายิ่งถ้าลูกขึ้นเกรด 2 และไปเรื่อย ๆ จนถึงไฮสคูล พ่อแม่ก็คงมีงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน แต่ถ้าระดับที่สูงกว่าไฮสคูลขึ้นไปแล้วนั้นคงเป็นหน้าที่ที่เค้าจะรับผิดชอบตัวเองมากกว่าแล้วน่ะ

อีกอย่างที่เราชอบระบบโรงเรียนรัฐบาลในเคาน์ตี้ที่อยู่นี้คือทั้งระบบค่อนข้างจะมีนโยบายกระตุ้นให้เด็กรู้จักมีเป้าหมาย ตั้งเป้าหมาย ไม่ได้ปล่อยให้เด็กเรียนแค่แบบท่องจำ ล่อง ๆ ลอย ๆ แต่สอนให้เด็กหัดมีเป้าหมาย เรียกว่าเห็นสอนให้เด็กมีเป้าหมายตั้งแต่ Kindergarten กันเลยทีเดียว และแต่ละโรงเรียนก็จะแข่งกันเองด้วย คือคนอยู่เมืองนี้ต้องเสียภาษีแพงก็จริง แต่ก็คุ้มตรงที่เค้าเอาไปทุ่มในเรื่องการศึกษามากด้วยเช่นกัน

ลิงค์ข้อมูล Veterinarian Career Path ::

1# Becoming a Veterinarian FAQs ::
http://www.aardvarks2zebras.org/2009/07/becoming-a-veterinarian-faqs/


2# Become a Veterinarian: The Veterinary Career Path Explained ::
http://www.vetinfo.com/veterinary-career-path.html


(เดี๋ยวเจอลิงค์น่าสนใจแล้วจะเอามาแปะเพิ่ม)










Thank you for all pictures from GOOGLE.COM






 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2556
0 comments
Last Update : 13 พฤษภาคม 2556 21:27:13 น.
Counter : 221 Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

JC2002
Location :
อ. ชื่นชม, จ. มหาสารคาม : ประเทศไทย
Columbia, Maryland : United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember




"......: ใครมองเรา :: เรามองเรา :......"

ใครมองเรา อย่างไร ใช่เรื่องใหญ่
เรามองเรา อย่างไร เรื่องใหญ่แน่
ใครมองเรา อย่างไร ร้อยตัวแปร
มันไม่แน่ นอนเท่า เรามองเรา

มีคนตัด สินเรา เท่าตาเห็น
แต่มันเป็น เพียงส่วนหนึ่ง ความคิดเขา
มันไม่ได้ ชัดเจน เหมือนตัวเรา
ที่มองเข้า ไปข้างใน ใจเราเอง

"......: JC2002 :: ดอกตะไคร้ป่าสีฟ้า :: 10 ก.พ. 51 :......"


"......: My Favorite Quotes Of All Time :......"

"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้" :: ไม่รู้เป็นคำคมจากใคร แต่จำได้และจำมาใช้เป็นกำลังใจตัวเองตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ ม. 3

"It doesn't matter where you are coming from, all that matters is where you are going." :: by Mr. Brian Tracy.


" Don't be afraid to be weak
Don't be too proud to be strong
Just look into your heart my friend
That will be the return to yourself
The return to innocence

If you want, then start to laugh
If you must, then start to cry
Be yourself don't hide
Just believe in destiny
Don't care what people say
Just follow your own way
Don't give up and use the chance
To return to innocence "


From...Enigma's lyrics (Return To Innocence).


เริ่มเขียนบล็อกแรกในวันที่ "26 มีนาคม 2548"(รึเปล่า) :: เขียนบล็อกแบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างตามแต่อารมณ์พาไปและใจอยากเขียน แต่ที่แน่ ๆ ไม่มีสาระแนนะ..อิอิ.. เพราะขี้เกียจยุ่งเรื่องของชาวบ้าน เชื่อว่าทุกชีวิตต่างก็จะมีเส้นทาง เรื่องราวและเหตุผลอยู่ในตัว คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ใจเปิดและเคารพในสิทธิ์ของคนอื่นพอตัวอยู่น่ะ(ใครใคร่เขียนอะไร เขียน ใครใคร่อ่านอะไร อ่าน) แถมเป็นคนที่ขี้เกียจโกรธคนด้วย เพราะเวลาเราโกรธใครแล้วคนที่ทุกข์ใจคนแรกก็คือตัวเราเองใช่หรือไม่ แล้วจะไปขังตัวเองไว้กับความโกรธแค้นทำไมหนอ






"......: สรรพสิ่งทั้งหลาย สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเพียง ตะกอน (พูดเหมือนจะปลงและปล่อยวางได้เนาะ แต่จริง ๆ แล้วหลาย ๆ เรื่องก็ปล่อยวางและปลงยังไม่ได้..อิอิ..) :......"


Friends' blogs
[Add JC2002's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.