"สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ...เราเลือกได้ไม่ใช่หรือ"

"หลงทาง..เสียเวลา :: หลงติดยา..เสียชีวิต :: หลงอดีต..เสียน้ำตา เจ็บหัวใจและร้อนหลัง..หุหุ"

"The most romantic love is UNFINISHED, UNFULFILLED LOVE, and it seems ENDLESS."

"Love is beauty, Love is precious and Love is all..but don't let your life ruined by LOVE."

"The more you blame the others, the less chance for you to improve yourself."

"LIFE IS GOOD", even though life is hurting sometime, but still..."LIFE IS GOOD."

"At some point, walking or dreaming with pain is also fun, because it's challenging you."

"All trees would not be able to stand without their roots."

"People should live by faith, not by fear."

Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2548
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
19 พฤษภาคม 2548
 
All Blogs
 

New York - ตอนที่ 1.5. : อยากสัมผัสสีสรรของนิวยอร์คตอนกลางคืนที่ Times Square

หลังจากที่เราเหนื่อยกับการเดินเตร็ดเตร่ที่ไชน่าทาวน์แล้ว เลยพากันไปขึ้นรถเมล์เพื่อที่จะเข้าไปเดินต่อแถวไทม์สแควร์ จะไปดูแหล่งสีสรรในชีวิตกลางคืนของชาวนิวยอร์คเกอร์ที่นี่ดูซิว่าเป็นยังไง

เราสองคนมาถึงไทม์สแควร์ ก็เดินเล่นเตร็ดเตร่กันแถว ๆ นั้น ดู ๆ ไปแล้วสีสรรของแหล่งท่องเที่ยวนี้ก็สมชื่อจริง ๆ นะมันทำให้นึกเลยไปถึงสยามสแควร์ของ กทม. เราอีกแล้ว...หุหุ ก็คนมันคิดถึงเมืองไทยน่ะ... อือ...จริง ๆ แล้วจะเห็นว่ามีเด็กวัยรุ่นฝรั่งแต่งตัวเฉิดฉายมาเดินกันแถว ๆ นี้เยอะเหมือนกัน มันเลยทำให้อดนึกถึงสยามสแควร์ไม่ได้นั่นเอง... เพราะคาดว่าแมวมองที่นี่ก็คงจะเยอะพอ ๆ กันกับแมวมองแถวสยามสแควร์ของ กทม. เรา...แต่เอ๊ะ เดี๋ยวนี้ต้องเป็นเซ็นเตอร์พอยท์ใช่ป่าวเอ่ย...หุหุ..(ถึงจะแก่แต่ก็ยังตามเทรนด์วัยรุ่นทันนิดหน่อยน้อ...อิอิ)

เราสองคนเดินไปได้ซักพัก ไอ้เราเองก็ยิ่งชอบมองหาสิ่งแปลก ๆ อยู่ด้วย หูได้ยินเสียงแว่ว ๆ เหมือนเสียงแคน หรือเสียงโหวตของอีสานบ้านเฮา ส่วนสายตาก็เริ่มสอดส่าย และทันใดก็เหลือบไปเห็นผู้ชายเอเชียสองคน แกกำลังเล่นดนตรีซึ่งมีลักษณะคล้ายแคนไทยน่ะ แต่มันเล็กกว่าแคนเท่านั้นเอง แต่เสียงออกคล้ายโหวตน่ะ...หุหุ ไม่รู้คนสมัยนี้จะรู้จักเครื่องดนตรีอีสานที่ชื่อ “โหวต” รึเปล่านะ...แต่เราจำได้แม่นยำ และชอบเสียงของเครื่องดนตรีนี้มากเอาการ มันให้เสียงไพเราะแบบโหยหวนดีแท้น่ะ

อ๊ะ...วกกลับมาที่พี่ผู้ชายเอเชียสองคนก็แล้วกัน ...จะเห็นว่าพี่ แกสองคนมีการทำซีดีเสียงเพลงนี้ขายด้วย และก็มีกระเป๋าวางไว้ข้างหน้าให้ผู้คนที่เดินผ่านที่ต้องการบริจาคเงินก็จะได้วางเงินในกระเป๋านั้นซะ ผู้คนผ่านไปมาก็โยนเงินลงในกระเป๋านั้นบ้าง ต่างก็หยุดยืนดูบ้าง เข้าใจวิธีหาเงินอีกทางนะ...อิอิ...อือ...เห็นแล้วก็ชอบทั้งเสียงเพลงและเครื่องดนตรี เลยอดถ่ายภาพไม่ได้...ก็เลยกดชัตเตอร์ไว้ซะ












แคนไทยอีสานเรา สู้เค้าค่ะพี่...โปรโมทเพลงหมอลำเราให้ดังทั่วในนิวยอร์ค ให้วัยรุ่นชาวนิวยอร์คเกอร์ลืมพวกฮิปฮอปไปเลย..อิอิ แต่วันนั้นเสียงเพลงดนตรีหมอลำดังเพราะดีจริง ๆ นะ แกจะเล่นโหวตไปพร้อมกับเปิดดนตรีสากลไปด้วย..






พอเดินไปอีกซักหน่อย ก็ได้ยินเสียงเหมือนปี่สก็อตดังมาแต่ไกล อ้าว..นั่นไง ทีมบรรเลงปี่สก็อตกำลังเดินตั้งแถวมาแต่ไกลเขียว ผู้คนก็หยุดดู และก็ถ่ายรูปกันไป เสียงปี่สก็อตก็ไพเราะดีนะ เราเองชอบเสียงปี่สก็อตนี้ด้วยสิ พอเดินไปอีกซักหน่อย นี่มาแปลกอีกแล้ว เจ้ารถม้าก็มาวิ่งแถวไทม์สแควร์ด้วย แถมไอ้เจ้าสามล้อถีบก็มีอีกต่างหาก ตอนแรกนึกว่ามีแต่แถวไชน่าทาวน์ แต่ที่ไหนได้ที่ไทม์สแควร์เราเจอสามล้อถีบตั้งสามคัน คนถีบสามล้อรึก็ยังหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ อยู่เลย เจอมาสามคัน คนถีบสามล้อก็หล่อ ๆ เหมือนกันหมด แต่เราเองดันลืมกดชัตเตอร์ซะ แต่ที่แน่ ๆ เราเองก็เกิดคำถามในใจว่าทำไมหนุ่มถีบสามล้อที่นี่มันหล่อจริง ๆ วุ้ย...หุหุ











ทีมปี่สก็อตเรียงแถวยาว เป่าปีกันเพลินเชียว...ภาพอาจจะดูไม่ค่อยชัด เพราะตอนกลางคืน และอยู่อีกฝั่งถนนที่ไกลออกไปพอสมควร กล้องซูมได้แค่นี้จ้า..หุหุ






นี่ก็เจ้ารถม้าในเมืองนิวยอร์ค...ไม่รู้ต่อไปจะมีช้างมาเดินในเมืองแบบ กทม. เรามั๊ยเนี่ย..หุหุ..(ประชดน่ะ)...




เราสองคนและนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ต่างก็สนุกสนานกับการถ่ายรูปชีวิตสีสรรในช่วงกลางคืนของไทม์สแควร์กันอย่างเมามันทีเดียว ผู้คนก็เดินขวักไขว่ให้ได้มองแบบเจริญหูเจริญตาดี ทั้งเสียงเพลงที่คนบรรเลงตามถนน และก็สีสรรจากป้ายโฆษณาใหญ่ ๆ ตามตึกสูงต่าง ๆ ซึ่งดู ๆ ไปแล้ว นี่ก็คือสเน่ห์ของป่าคอนกรีตแห่งนี้น่ะเอง...

หลังจากที่เดินถ่ายรูปสีสรรที่ไทม์สแควร์พอประมาณ เราก็พากันไป เข้าไปในบาร์แห่งหนึ่ง ตอนแรกเห็นแฟนบอกจะพาเข้าไปดื่มอะไรในบาร์ซะหน่อย ตายล่ะสิ..เรายิ่งไม่ชอบบรรยากาศพวกผับ ๆ บาร์ ๆ อยู่ด้วย แต่ก็เอาน่า...ขอตามใจเค้าซะหน่อยก็แล้วกัน ใจเราก็คงเตรียม ๆ ไว้แล้วล่ะสำหรับกลิ่นบุหรี่ กลิ่นเหล้า และเสียงดังโหวกเหวกน่ะ...แต่พอเข้าไป กลับผิดคาดแฮะ...กลับเป็นบรรยากาศที่น่ารักดี ผู้คนก็ไม่ใช่ในแบบที่เราจินตนาการเอาไว้ เพราะที่นี่เค้าจะทำเป็นห้องแบบมีคอมมาดี้โชว์ มีคนมาพูดตลก และลูกค้าก็ต้องสั่งเครื่องดื่มและนั่งฟังตลกนั่นเอง และส่วนมากก็ดูจะเป็นลูกค้าที่สุภาพกันดี จะมีอยู่ประมาณ 20 โต๊ะ เค้าก็จัดให้นั่งโต๊ะละสองหรือสามคนได้มั๊ง ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนคนในกลุ่มนั่นเอง ดู ๆ แล้วก็ผิดไปจากบรรยากาศบาร์ที่เราคาดการณ์เอาไว้ แฟนก็สั่งเบียร์ ส่วนเราก็ขอเครื่องดื่มโนแอลกอฮอล์ก็แล้วกัน นั่งดื่มกันไปซักพัก ฟังตลกไปซักพัก ขำบ้างไม่ขำบ้าง แต่รวม ๆ แล้วก็โอเค...ซักพักเราก็พากันออกมา และมาเดินดูรอบ ๆ ไทม์สแควร์อีกครั้ง และก็กดชัตเตอร์เก็บรูปสีสรรในตอนกลางคืนของไทม์สแควร์ต่อไป



























































สี่ภาพด้านล่างสุด ถ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองดวงแข็งพอ ก็อย่าจ้องนานนะคะ...แต่ถ้ามีพระอยู่ในมือ หรือท่องนะโมฯ สามจบได้ ก็โอเค มองได้...<--- โอ้..คนน้อ ไม่ใช่ผี...หุหุ..





พอเราเดินเตร็ดเตร่แถวไทม์สแควร์ซักหน่อย รู้สึกเหนื่อยแล้ว อยากเก็บเอาแรงไว้เผื่อพรุ่งนี้ วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า เลยพากันเดินไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับมาที่ท่าเรือเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก เพราะตอนนั้นมันก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มได้แล้วมั๊ง ดึกพอสมควร และก็เหนื่อยเอาการ เดินทั้งวัน

พอเรามาถึงสถานทีเรือเฟอร์รี่ ก็นั่งรอเรือซักพัก พอขึ้นเรือเราก็เลือกที่จะอยู่ด้านหลังเรือ เพราะจะได้มองเห็นฝั่งเกาะแมนฮัตตันในตอนกลางคืน ซึ่งตอนอยู่บนเรือแล้วมองกลับไปยังฝั่งเกาะแมนฮัตตันแล้ว ยอมรับวิวในตอนกลางคืนสวยงามมากจริง เราเองเคยเห็นแต่ในรูปถ่าย แต่พอเห็นของจริงก็ยอมรับเลยว่าสวยจริง ๆ อือ...นี่คือสเน่ห์ของนิวยอร์คอีกมุมนึง....สีสรรสวยงามจริง ๆ นะป่าคอนกรีตในนิวยอร์ค...











พอขึ้นเรือได้ ก็ยืนอยู่ด้านหลังเรือเลย ไม่ยอมเข้าไปในเรือ หนาวก็หนาว แต่ก็ทนอีก เพราะอยากมองวิวสวย ๆ ของฝั่งเกาะแมนฮัตตันในตอนกลางคืน แต่ในภาพมันมืดเหลือเกิน คงเป็นเพราะแฟรชของกล้องไม่พอรึเปล่าไม่รู้ ถ่ายได้สะพานบลู๊คลีน แต่ไม่ค่อยชัด..เราก็หวังว่ารูปที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์มนั้นคงจะชัดดี เพราะรายนั้นซูมได้ไกล ส่วนเจ้ากล้องดิจิตอลตัวนี้ คงจะซูมได้แค่นี้..หุหุ





พอเรือเฟอร์รี่มาถึงฝั่งเกาะสเตทตัน ก็พากันนั่งรถเมล์กลับเข้าบ้านพัก พอถึงบ้านพัก เพิ่งมีความรู้สึกว่านี่เท้าเรามันใหญ่กว่าเดิมมั๊ยเนี่ย เพราะรู้สึกปวดเท้าน่ะเอง ต้องนั่งแช่เท้าในน้ำอุ่นนานเอาการกว่าจะบรรเทาอาการปวดเท้าไปได้ ก็เล่นเดินกันเกือบทั้งวันนี่นา แต่ก็สนุกดี คุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีก เอาล่ะยังไงก็ขออาบน้ำนอนดีกว่า ไว้พรุ่งนี้จะต้องเข้าไปเดินลุยผจญภัยในเป้าหมายใหม่ของนิวยอร์ค กะว่าจะไป “เซ็นทรัลพาร์ค” กันซะหน่อย...คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ก่อนดีกว่า...นอนเอาแรง เพื่อเดินตะลุยในป่าคอนกรีตต่อไป...ฮ้าววววววววว...(เสียงหาวเพราะเหนื่อยและก็ง่วงนอนน่ะ...หุหุ)....”ราตรีสวัสดิ์จ้า”...





 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2548
11 comments
Last Update : 20 พฤษภาคม 2548 0:05:19 น.
Counter : 2301 Pageviews.

 

ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ

 

โดย: zaesun 19 พฤษภาคม 2548 23:58:06 น.  

 

อยากลองข้าม ferry มั่งจัง

นึกถึงเรื่อง sex and the city
ต้องหาเพื่อนอีกสามคนก่อน อิอิ

 

โดย: cocoa butter 20 พฤษภาคม 2548 0:01:10 น.  

 

อยากไปเมกาจังเยยย


เกิดมามะเคยปายยยย





 

โดย: ตะวันยิ้ม :-) 20 พฤษภาคม 2548 1:28:42 น.  

 

สนุกดีค่ะ มาเล่าบ่อยๆนะคะพี่ JC'

ชอบค่ะ เหมือนได้เที่ยวด้วยจริงๆเลยค่า

 

โดย: ปุ้มเองค่า IP: 58.10.154.84 20 พฤษภาคม 2548 3:13:32 น.  

 

ขอไปเที่ยวฝ่านทางตัวหนังสือด้วยคนค่ะ ^^

 

โดย: นางมารร้าย update IP: 128.123.84.148 20 พฤษภาคม 2548 6:54:02 น.  

 

อยากไปอีกจังค่ะ

ตอนนั้นมีบุญได้ไปเพราะเพื่อนแท้ๆ

เราก็เดินตามมันอย่างเดียว 555

ทัวร์ประหยัด.....เสียแต่ค่าเครื่องกะมาม่า 555

ดูรูปแล้วอิจฉาจังค่ะ แหม...ไปสวีตวิดวิ้วกัน2คน 5555

 

โดย: แป้งเปียกรสแซ่บ(สาวอุดรฯจ้า) IP: 202.44.7.67 20 พฤษภาคม 2548 10:25:40 น.  

 

ชอบมากเลยคับ ดูแล้ว อยากไปมั่ง
อิจฉาเจ้าของ blog จังเลยคับ

 

โดย: วันพฤหัส IP: 203.209.43.14 20 พฤษภาคม 2548 16:22:07 น.  

 

#คุณ zaesun
หวัดดีค่ะ...เดี๋ยวมีต่อค่ะ..อิอิ

#คุณ cocoa butter
ลองข้ามฝั่งด้วยเรือเฟอร์รี่
แล้วกลับไปมองวิว สวนดีค่ะ

#คุณตะวันยิ้ม
มาเที่ยวด้วยกันค่ะ..
ปล. พอดีแอบไปอ่านบล็อกคุณตะวันยิ้มมาด้วย
แถมแอบแอดบล็อกอีกต่างหาก..หุหุ

#น้องปุ้ม
คงมีมาเล่าเรื่อย ๆ จ๊ะน้องปุ้ม...
พอไปไหนมาไหน แล้วมักจะเขียนไว้ด้วย
เลยเอามาลงบล็อกดีกว่า..อิอิ

#น้องนางมารร้ายฯ
มาเที่ยวด้วยกันค่ะ...

#น้องแป้งเปียกฯ
ตายายสองคน เดินลุยป่าคอนกรีตค่ะ..
ไม่รู้สวีตรึเปล่าเนาะ..หง่อมมากกว่าแน่เลย..อิอิ
แต่ก็มันดี มีหลงทางบ้าง เพราะถือแผนที่
กับคู่มือพวกหมายเลขรถเมล์ และรถไฟฟ้า..
แต่สรุป มันดีค่ะ ลุย ๆ ด้วย...

#คุณวันพฤหัส
ขอบคุณค่ะ..คนเล่าก็อาจจะมีเล่าติด ๆ ขัด ๆ บ้างนะคะ
มือใหม่หัดขับ อยากลองขีด ๆ เขียน ๆ อะไรหน่อยน่ะค่ะ
ปกติก็มีแต่เขียนแล้วเก็บไว้

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ..

 

โดย: JC2002 IP: 63.27.12.6 20 พฤษภาคม 2548 19:21:20 น.  

 

หวัดดีจ๊ะ

 

โดย: แม่เจ้าจัสติน IP: 4.245.74.62 21 พฤษภาคม 2548 12:02:43 น.  

 

สวัสดีค่ะ
ดูแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ เลยอ่ะ อยากไปอีกจัง แต่คงอีกนานค่ะ ต้องรอให้ตัวเล็กโตก่อนค่ะ

ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆ ที่เอามาฝากกันค่ะ

 

โดย: sandpainter 6 มิถุนายน 2548 3:15:18 น.  

 

HZygrO http://www.FyLitCl7Pf7kjQdDUOLQOuaxTXbj5iNG.com

 

โดย: JimmiXzS IP: 188.165.201.164 15 ตุลาคม 2559 9:45:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


JC2002
Location :
อ. ชื่นชม, จ. มหาสารคาม : ประเทศไทย
Columbia, Maryland : United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








"......: SAILING @CHESAPEAKE BAY - MD. :......"





"......: SAILBOATS @CHESAPEAKE BAY - MD. :......"



"......: ใครมองเรา :: เรามองเรา :......"

ใครมองเรา อย่างไร ใช่เรื่องใหญ่
เรามองเรา อย่างไร เรื่องใหญ่แน่
ใครมองเรา อย่างไร ร้อยตัวแปร
มันไม่แน่ นอนเท่า เรามองเรา

มีคนตัด สินเรา เท่าตาเห็น
แต่มันเป็น เพียงส่วนหนึ่ง ความคิดเขา
มันไม่ได้ ชัดเจน เหมือนตัวเรา
ที่มองเข้า ไปข้างใน ใจเราเอง

"......: JC2002 :: ดอกตะไคร้ป่าสีฟ้า :: 10 ก.พ. 51 :......"


"ดอกตะไคร้ป่าสีฟ้า" <== เป็นนามปากกาและนามแฝงของ "บุญชานินทร์ หงสีทอง เชอรัฟฟ์" ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยยังเรียน ปวช. (และมีเหตุผลส่วนตัวบางอย่างว่าทำไมถึงจริงจังกับนามแฝงนี้)





"......: My Favorite Quotes Of All Time :......"

"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้" :: ไม่รู้เป็นคำคมจากใคร แต่จำได้และจำมาใช้เป็นกำลังใจตัวเองตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ ม. 3

"It doesn't matter where you are coming from, all that matters is where you are going." :: by Mr. Brian Tracy.





"......: สรรพสิ่งทั้งหลาย สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเพียง ตะกอน (พูดเหมือนจะปลงและปล่อยวางได้เนาะ แต่จริง ๆ แล้วหลาย ๆ เรื่องก็ปล่อยวางและปลงยังไม่ได้..อิอิ..) :......"





"......: LOVE HEALS THE WORLD :......"

(ชอบข้อความในภาพนี้ และไม่ได้หมายความว่าเราไม่นับถือศาสนา ไม่มีศาสนานะ ส่วนตัวแล้วถึงตัวเองจะนับถือพุทธแต่ก็ใจเปิดกับทุก ๆ ศาสนา แต่จะไม่เป็นคนเคร่งขนาดเอาความเชื่อ กฏของศาสนามาเป็นเครื่องมือในการตัดสินและทำร้ายคนอื่น(เพราะแต่ละศาสนาต่างก็มีความเชื่อและกฏที่แตกต่างกันไป) ไม่เคร่งแต่เราก็มีกฎและกรอบของตัวเอง แค่พยายามทำใจตัวเองให้เปิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้)


Friends' blogs
[Add JC2002's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.