ชีวิตคือความไม่แน่นอนแต่ในความไม่แน่นอนของชีวิตเรากลับพบความสวยงามของชีวิต
Group Blog
 
All Blogs
 
บทบาทของครูในวันครูแห่งชาติ (16 มกราคม พ.ศ.2556)

วันนี้วันครูแห่งชาติของคนไทย....

ในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย....วันนี้ไม่ใช่วันหยุด ผมยังคงมีหน้าที่สอนตามปกติ ตอนเช้ามีข้อความจากลูกศิษย์บางคนที่เขียนแสดงมุทิตาจิต กล่าวคำอวยพรเนื่องในวันครูแห่งชาติผ่านเฟซบุ๊คที่ผมใช้เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกศิษย์ ในฐานะครูรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ลูกศิษย์ยังระลึกถึงกันแม้ว่าบางคนจะอยู่ไกลกันมาก

ตอนเช้ามีประชุมของอาจารย์ภายในสาขาการจัดการธุรกิจเพื่อมอบหมายเส้นทางในการไปนิเทศงานของนิสิตปริญญาตรีภาคพิเศษที่พวกเขาเตรียมตัวไปฝึกงานเริ่มต้นอาทิตย์หน้าเป็นต้นไป


ผมประชุมเสร็จก็ได้รับโทรศัพท์จากทางเทสโก้โลตัส...เขาโทรมาสอบถามว่าทำไมวันนี้โรงเรียนสอนภาษาซีพีเอสไม่เปิดตามเวลาปกติที่แจ้งเอาไว้? ผมตอบกลับไปว่า....วันนี้ผู้จัดการโรงเรียนเกิดเจ็บป่วยไปรักษาตัวด้วยการทำกายภาพบำบัด....ตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้นการรักษา ต้องขอโทษที่ไม่ได้แจ้งให้ทางเทสโก้โลตัสทราบ ผมมีหน้าที่ต้องไปเปิดโรงเรียนเดี๋ยวนี้เพราะ....เทสโก้โลตัสถือเป็นระเบียบของเขาที่ห้ามร้านค้าพื้นที่เช่าทำการหยุดทำการ

ผมขับรถจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปทำการเปิดโรงเรียนสอนภาษาซีพีเอส(CPS Institution)....อยู่ดูแลโรงเรียนจนกระทั่งใหม่กลับมาจากการไปรักษาด้วยกายภาพบำบัด หมอลงความเห็นว่าใหม่นั่งทำงานมากเกินไปจนเกิดพังผืดของเนื้อเยื่อ จำเป็นต้องหันไปออกกำลังกายบ้าง...


บางทีผู้คนทำงานจนลืมเรื่องของสุขภาพ.....ผมเองก็ดูแลสุขภาพช่วงที่ผ่านมาไม่ดีนัก พักผ่อนน้อย ทานอาหารไม่ตรงเวลาและปริมาณน้อยลงเพราะเรามัวยุ่งกับงานของโรงเรียนสอนภาษาซีพีเอส การเจ็บป่วยและภูมิต้านทานลดลงเนื่องจากเราพักผ่อนน้อย ให้เวลากับการออกกำลังกายน้อยไป ผลลัพธ์พออากาศเปลี่ยนแปลง....เรามีอาการเป็นไข้ ไอ และมีเสมหะ ตอนนี้กลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น


ตอนบ่ายไปนิเทศงานนิสิตที่ฝึกงานที่เซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก....การได้พูดคุยกับลูกศิษย์และพี่เลี้ยงที่คอยดูแลนิสิตที่ไปฝึกงาน ทำให้เราได้เห็นว่า สิ่งที่เราเคยเตือน เคยแนะนำลูกศิษย์ เรื่องการกล้าแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน พิสูจน์ให้พวกเขาได้เห็นแล้วว่า พฤติกรรมที่กล้าแสดงความคิดเห็นมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน มันส่งผลดีต่อตัวเขาอย่างไรเมื่อพวกเขาต้องไปเริ่มต้นทำงาน


คำว่า 先生 (เซนเซ) ในภาษาญี่ปุ่น ที่มีความหมายว่า "ครู หรือ อาจารย์" ถ้ามองดีๆ ตัวอักษรในภาษาจีนที่ใช้ในภาษาญี่ปุ่น ๒ ตัวนี้มีความหมายว่า "ผู้ที่เกิดก่อน" ในฐานะผู้ที่เกิดก่อน....ย่อมผ่านประสบการณ์บางอย่างมาก่อนผู้ที่เกิดทีหลัง รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรทำ ผู้ที่เกิดก่อนจึงทำการแนะนำผู้ที่เกิดทีหลังให้กระทำ นี่คือบทบาทและหน้าที่ของผู้ที่เกิดก่อนสมควรทำ ดังนั้นผู้ที่เกิดทีหลังจึงยกย่องผู้ที่เกิดก่อนว่าเป็น "ครู หรือ อาจารย์"


ผมทำเวลาในการนิเทศงานลูกศิษย์ ๓ คนที่ฝึกงานที่เซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก เพราะต้องรีบกลับมาสอนต่อที่มหาวิทยาลัยนเรศวร.... ลูกศิษย์จำนวน ๑๐๐ คนที่ลงทะเบียนวิชา "พฤติกรรมองค์กรและภาวะผู้นำ" กำลังรอเรียนวิชาที่ผมสอนอยู่


วันนี้เนื้อหาที่สอนคือหัวข้อ "การจัดการกับความขัดแย้งและการเจรจาต่อรอง" ชั้นเรียนของ ดร. ชาตรี ปรีดาอนันทสุข มีความแตกต่างจากชั้นเรียนของอาจารย์ท่านอื่น เพราะผมต้องการให้นิสิตเขานำสิ่งที่สอนในชั้นเรียนไปใช้ได้จริงในชีวิตจริงของพวกเขา มากกว่านั่งเรียนเพื่อท่องจำแล้วเอาไปสอบ...หลังสอบเสร็จแล้วก็ลืม การเรียนแบบนั้นสูญเปล่า เมื่อวานมีนิสิตที่ผมไปนิเทศงานที่โรงพยาบาลรัตนเวช เขายอมรับว่าเนื้อหาวิชา พฤติกรรมองค์กรและภาวะผู้นำที่เขาเรียนกับผม....เป็นสิ่งที่เขาเอาไปใช้ได้มากที่สุดในการฝึกงานคราวนี้ การจะทำตัวอย่างไรให้มีปัญหาในการทำงานน้อยที่สุด สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข


ท้ายชั่วโมงผมให้นิสิตเขียนคีย์เวิร์ดเพื่อเป็นการสรุปในสิ่งที่เรียนไป เช็กว่านิสิตเขาเข้าใจเนื้อหาตรงกับที่ผมต้องการสื่อกับพวกเขา วันนี้ได้รับคีย์เวิร์ดจากนิสิตหลายคนคล้ายกัน...





ข้อความที่แสดงมุทิตาจิตจากลูกศิษย์ที่ให้ความสำคัญของวันครูแห่งชาติ.....ช่วยเตือนให้ผมระลึกในบทบาทและหน้าที่ซึ่งคนเป็นผู้ที่เกิดทีหลังให้ความสำคัญและเคารพยกย่องในการทำตัวเป็นเหมือนแม่พิมพ์ที่หล่อหลอมให้พวกเขาเดินในทิศทางที่ถูกต้อง


มีลูกศิษย์หลายคน....ใช้พื้นที่บนกระดาษคีย์เวิร์ดที่พวกเขาเขียนส่งมาถึงผมแสดงความขอบคุณสำหรับเนื้อหาที่ผมเคยสอนพวกเขาในบทเรียนก่อนหน้า เรื่องการระดมสมอง (Brainstorming) ที่พวกเขาเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการทำงานแสตนด์เชียร์ซึ่งมีความขัดแย้งในการทำงานก่อนหน้านั้น และแนวคิดที่สอนในชั้นเรียนทำให้การทำงานร่วมกันกับรุ่นน้องราบรื่น


อ่านในสิ่งที่พวกลูกศิษย์เขียนแล้วดีใจที่พวกเขาหยิบจับสิ่งเล็กๆน้อยๆในชั้นเรียนที่เคยสอนพวกเขาไป....เอาไปใช้ได้จริงในการทำงานจริง


หลังจากสอนเสร็จ...ผมขับรถไปโรงเรียนสอนภาษาซีพีเอส (CPS Institution) ที่เทสโก้โลตัส เอ็กซ์ตร้า พิษณุโลกท่าทอง ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ๔ กิโลเมตร เพราะมีชั้นเรียนตอน ๖ โมงเย็นรอให้ผมไปสอน...


นักเรียนที่สนใจมาเรียนภาษากับโรงเรียนสอนภาษาซีพีเอส...สนใจจะเรียนเป็นกลุ่มมากกว่าเรียนแบบชั้นเรียนเดี่ยวตัวต่อตัว (Private Class) เนื่องจากการเรียนแบบ Private Class มีอัตราค่าเล่าเรียนที่แพงกว่าชั้นเรียนแบบกลุ่ม แต่ข้อดีของชั้นเรียนแบบ Private Class ทำให้นักเรียนมีเวลาฝึกฝนมากกว่าและเลือกเวลาเรียนตามความต้องการหรือสามารถเปลี่ยนแปลงเวลาเรียนได้ตามความต้องการของตนเอง

บางคนรอให้โรงเรียนช่วยจัดกลุ่มให้.....บางครั้งการจัดนักเรียนที่มีระดับของทักษะการใช้ภาษาที่เท่ากันให้เรียนด้วยกัน....ไม่ง่ายนัก เพราะแต่ละคนมีทักษะในการใช้ภาษาที่แตกต่างกัน โรงเรียนช่วยในการจัดชั้นเรียนให้นักเรียนกลุ่มหนึ่งเนื่องจากเป็นเด็กเล็กเหมือนกัน แต่ภายหลังจากลงเรียนแล้วเราพบว่าระดับของทักษะของเด็กในกลุ่มเดียวกันแตกต่างกัน


ในฐานะของครูและเจ้าของโรงเรียน....เราพบว่าปัญหาตามมาจะเกิดขึ้นถ้าเด็กสองกลุ่มนี้เรียนด้วยกัน เพราะมีทักษะในการใช้ภาษาที่แตกต่างกัน กลุ่มหนึ่งมีพื้นฐานมาแล้วเขาสามารถไปได้เร็ว ในขณะที่อีกกลุ่มต้องไปช้าๆ แต่ในเมื่อเขาเข้ามาเรียนด้วยกันและจ่ายเงินเรียนกลุ่มไปแล้ว....มันไม่สมควรที่จะไปแยกกลุ่มออกมาแล้วเก็บค่าเล่าเรียนเพิ่ม เนื่องจากขนาดของกลุ่มมีขนาดเล็กลง


โรงเรียนสอนภาษาซีพีเอส (CPS Institution) ตระหนักในคุณภาพของชั้นเรียนมากกว่าเงินนิดหน่อยที่เราจำเป็นต้องเสียไปเพื่อรักษาคุณภาพของชั้นเรียนและการสอนที่เราต้องการให้นักเรียนของเราสามารถพูดได้ และรู้สึกสนุกกับการเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาซีพีเอส


เราตัดสินใจว่าเราจะแบ่งชั้นเรียน แยกกลุ่มที่มีพื้นฐานที่ดีออกจากกลุ่มที่ยังช้าอยู่ โดยที่นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยังคงจ่ายในราคากลุ่ม ๔ คน แต่เรียนแบบกลุ่มละ ๒ คน โรงเรียนจ่ายค่าตอบแทนให้ครูผู้สอนในอัตราค่าตอบแทนเหมือนเดิม แต่สำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ของครูซึ่งโรงเรียนจัดไว้ให้ ผมในฐานะเจ้าของโรงเรียนจะทำการสอนชั้นเรียนให้ โดยที่ผมไม่รับค่าสอน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียนเนื่องจากการแบ่งกลุ่ม ๔ คนออกเป็นกลุ่ม ๒ คน มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแต่เราไม่ผลักภาระให้นักเรียนที่มาเรียนกับเรา



น้องคิมและน้องเคท....ทั้งคู่มีพื้นฐานในการใช้ภาษาอังกฤษมาในระดับหนึ่งแล้ว หน้าที่ของผมคือทำอย่างไรให้นักเรียนเขามีความสุขในการเรียนกับเรา


การสอนเด็กเล็ก....ไม่ง่าย เพราะเด็กจะมีความสนใจในช่วงเวลาสั้นๆ หน้าที่ของครูคือทำอย่างไรให้เด็กไม่รู้สึกเบื่อกับการเรียนสิ่งใหม่


บรรยากาศในการเรียนช่วงแรก....ดูเหมือนเด็กจะไม่ค่อยสนใจกับสิ่งทีสอน แต่หน้าที่ของครูผู้สอนคือการทำอย่างไรให้นักเรียนสนใจและรู้สึกสนุกและมีส่วนร่วมในชั้นเรียนได้ตลอด


ผมใช้สื่อการสอนบางอย่างในชั้นเรียน....และดึงเรื่องใกล้ตัวเข้ามาเป็นตัวอย่างในการสอน.....ปรากฏว่าได้ผล คิมและเคทเริ่มหัวเราะและรู้สึกสนุกกับกิจกรรมในชั้นเรียน









ผมไม่ทราบหรอกว่าในระหว่างสอนใบหน้าผมเป็นอย่างไร...จนกระทั่งผมมีโอกาสได้เห็นภาพนี้ที่ใหม่แอบถ่ายภาพเก็บไว้ในขณะที่ผมสอน





ตอนผมสอนหนังสือไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์ตัวน้อยหรือว่าลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ซึ่งบางคนอายุมากกว่าผม บางคนอาจจะอายุมากกว่าคุณพ่อหรือคุณแม่ผมเสียอีก ผมมีความสุข แล้วความสุขมันถ่ายทอดออกมาในระหว่างที่สอน ความสุขที่ถ่ายทอดออกมา...มันทำให้ลูกศิษย์หลายคนที่เรียนกับผมมีความสุขตามไปด้วยในระหว่างที่เรียนในสิ่งที่ผมสอน


มีเพื่อนบางคนพูดว่า บางทีผมเกิดมาเพื่อสอนผู้คนโดยเฉพาะ ผมเหมาะกับอาชีพครูผู้ถ่ายทอดเรื่องยากๆให้กลายเป็นเรื่องง่ายให้แก่ผู้เรียน ครูผู้ชี้นำสิ่งที่ถูกต้องสวยงามให้แก่คนที่ปวารณาตัวเองเป็นศิษย์พร้อมที่จะให้ผมสอนสั่ง พร้อมที่จะรับในสิ่งที่ผมถ่ายทอดให้





ผมยังคงสนุกกับสิ่งที่ทำ กับบทบาทของครูผู้ชี้นำสิ่งดีงาม สิ่งที่ถูกต้องให้แก่ศิษย์ และภูมิใจที่เห็นศิษย์ที่เคยสอนสั่งประสบความสำเร็จในเส้นทางที่เขาเหล่านั้นเป็นผู้เลือก


ผมเองก็รู้สึกขอบคุณครูอาจารย์หลายๆท่านที่ช่วยชี้แนะ ช่วยแนะนำตักเตือน เป็นแบบอย่างที่ดีในชีวิตผม จนกระทั่งผมมีโอกาสได้มาเป็นครูผู้ชี้นำให้แก่คนรุ่นใหม่ของสังคม


ขอกราบขอบพระคุณคุณครูอาจารย์ทุกท่านครับ






Create Date : 17 มกราคม 2556
Last Update : 18 มกราคม 2556 9:39:55 น. 4 comments
Counter : 1438 Pageviews.

 
อาชีพเรือจ้างเหมาะกับอาจารย์มากค่ะ
ดูจากรูปแล้วอาจารย์สอนแบบมีความสุขมากเลย
ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยร้อยยิ้มความภูมิใจที่ได้สอนนักเรียน
น่ารักมากๆเลยค่ะ ^^


โดย: ยูโกะ IP: 27.55.15.186 วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:12:34:39 น.  

 
:))


โดย: yo IP: 202.28.21.94 วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:13:25:50 น.  

 
งานสอนเป็นงานหนักนะแต่ถ้าใจรักและมีความสุขในสิ่งที่ทำ รับรองเหนื่อยกายแต่สบายใจ ที่สำคัญถ้านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นเหมือนได้บุญด้วยนะ แต่ยังไงจารย์เงี๊ยบกับผู้จัดการใหม่อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดค่า


โดย: ลัดดาลักษณ์ IP: 115.67.134.212 วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:16:39:41 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนและลงความเห็นไว้ในบล็อกนี้ครับ


โดย: ชีวประภา วันที่: 19 มกราคม 2556 เวลา:10:29:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชีวประภา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ชีวประภา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.