Group Blog
 
All Blogs
 
เวียดนามใต้ ไซ่ง่อน นาตรัง ดาลัด มุ้ยเน่ ความเหมือนที่แตกต่าง

แล้วผมก็กลับมาไซ่ง่อนอีกครั้งจนได้ เพราะเตรียมทริปไปที่อื่นไม่ทัน ด้วยความที่ค่าใช้จ่ายไม่มาก
และไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากมาย วีซ่าก็ไม่เรื่องมาก ประกอบกับเดี๋ยวนี้ประเทศกัมพูชา ไม่เก็บค่าวีซ่าคนไทยแล้ว จึงเลยถือโอกาศเดินทางข้ามไปทางประเทศกัมพูชา จากตลาดโรงเกลือ ไปพนมเปญ ไปไซ่ง่อน นั่งรถหลังขดหลังแข็งอีกครั้ง
คราวนี้ตั้งใจจะไปซ่อมที่ ที่ยังไม่ได้ไป มุ่ยเน่ นาตรัง ดาลัด คราวที่แล้วไปหยุดแค่ไซ่ง่อนเท่านั้น การเดินทางทริปนี้ เดินทางคนเดียวเหมือนทุกทริปที่ผ่านมา





มาถึงไซ่ง่อนทุกอย่างยังเหมือนเดิม ราคาอาหารก็แพงกว่าเมืองไทยมาก ผลไม้ มังคุด เงาะ มะม่วงราคากิโลละ 40,000 ด่องประมาณ 60 บาทไทย ในขณะที่เมืองไทยราคาประมาณ 25 บาทเองแถมรสชาติยังดีกว่าของเวียดนามมาก ราคาก๋วยเตี๋ยวก็จานละ 45 บาทเลยทีเดียว









ไม่รู้เขาอยู่ได้ยังไง ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ วันละ 60 บาทเอง ข้าราชการเงินเดือน ประมาณ3,000 บาท ทั้งๆที่เป็นประเทศเกษตรกรรมเหมือนเมืองไทยแต่ทำไม ราคาถึงแพงนัก กับเงินเดือน รายได้แค่นี้ เขาจะอยู่กันยังไง แต่เห็นเขาบอกว่า ราชการส่วนใหญ่ มีอาชีพเสริมจำพวกค้าขายกันทั้งนั้น คงจะเหมือนๆกับเมืองไทยที่ข้าราชการบางคนก็ทำงาน ขายประกัน ขายตรงหรือค้าขายเป็นอาชีพเสริม บางคนก็ทำไร่ ทำนา ตามแต่ความถนัดของแต่ละคน






ไม่ว่ามากี่ครั้งไซ่ง่อนก็ยังเต็มไปด้วยรถมอเตอร์ไซด์เต็มถนน กว่าจะข้ามได้เล่นเอาเสียวเหมือนกันการข้ามถนนในเวียดนาม เขาบอกว่าให้เดินไปเรื่อยๆ ไม่ต้องหยุด รถจะขับหลบเราเอง เป็นประสบการ์ณที่แปลกใหม่ หาไม่ได้ในที่อื่นนอกจากเวียดนามแห่งนี้




สำหรับไซ่ง่อน ไม่มีอะไรน่าสนใจมากสำหรับผม เพราะเคยมาเที่ยวแล้ว จึงมุ่งหน้าสู่เมือง นาตรัง เมืองตากอากาศชายทะเลที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม  พอมาถึง
ไปเที่ยว 4 เกาะ ทะเลก็ไม่ได้สวย ไม่มีอะไรให้ประทับใจเอาซะเลย  ยกเว้นเกาะ
Mun ที่เดียวที่น้ำใสหน่อย มีกิจกรรม ดำน้ำดูประการัง นั่งเรือกระจกดูชีวิตใต้ท้องทะเล 




นี่ถ้าไม่มาให้เห็นกับตาก็คงบอกไม่ได้ ว่านาตรัง ดีอย่างไร สวยขนาดไหน จริงอย่างที่เขาพูดจริงๆอ่านหนังสือ 1,000 เล่มก็สู้การเดินทาครั้งเดียวไม่ได้





แต่นาตรังก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน ก็ยังพอจะหาความงามได้บ้าง เพียงแต่เคยไปเที่ยวเกาะแก่งในทะเลอันดามันมาเกือบทุกเกาะแล้ว พอมาเจอทะเลที่นี่ก็เลยเฉยๆ เพราะความสวยห่างกันมากมายเหลือเกิน ความได้เปรียบของทะเล เวียดนามคือ ความสด ใหม่ เพราะเพิ่งเปิดประเทศ อาจจะทำให้น่าค้นหาบ้างสำหรับชาวตะวันตก แต่สำหรับคนไทย ที่มีทะเลสวยติดอันดับโลก คงจะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อไม่น้อย ที่ต้องมาเที่ยวทะเลที่นี่ ในเมื่อเที่ยวประเทศตัวเองก็ได้ จะดั้นด้นมาทำไม ถึงต่างบ้านต่างเมือง แถมผู้คนวัฒธรรม ภมูิอากาศ และ อาหารการกิน ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายกับเมืองไทย





แต่ดูจากสิ่งก่อสร้างของนาตรังที่ผุดขึ้นยังกะดอกเห็ดตอนหน้าฝน คงเป็นดรรชนีชี้วัดได้ว่า นาตรังกำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว และที่นี่ก็เคยเป็นสถานที่ประกวด นางงามจักรวาล มาแล้วภาพทะเลของนาตรัง คงออกสู่สายตาชาวโลก ไม่มากก็น้อย





อยู่แค่วันเดียวก็ขอลาแล้ว และคิดว่าที่คงจะไม่ได้กลับมาอีกแน่นอน มุ่งหน้าไปเมืองตากอากาศบนเขา ดาลัด ดีกว่า กว่าจะมาถึงต้องนั่งรถใต่เขาไล่ความสูงมาเรื่อยๆ อากาศที่นี่หนาวเย็นทั้งปี จึงไม่แปลกที่จะมีดอกไม้สวยๆ เต็มเมือง ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็เจอดอกไม้





และก็ผลไม้เต็มตลาด ละลานตาเต็มไปหมด แต่ราคาก็แพงเหมือนเดิม แถมรสชาติยังเทียบไม่ได้กับผลไม้ไทยเลยสักนิด







แม้เมืองนี้จะสวย อากาศเย็นสบาย แต่ก็ขออยู่แค่คืนเดียว จะว่าไปแล้วมันก้ไม่ต่างจากเมืองไทยมากนัก ความกระตือลือล้น ความตื่นเต้นมันเลยไม่มีเท่าไหร่ จึงขอดินทางมุ่งหน้าสู่ มุ่ยเน่ ในวันรุ่งขึ้นเลย





ทะเลของที่นี่ก็ไม่ได้ต่างกับทะเลที่อืนของเวียดนาม น้ำก็ยังเป็นสีเดิม ด้วยความที่ลมทะเลที่นี่พัดแรงตลอดจึงมีกิจกรรม เล่นว่าวโต้ลม กลางทะเล ดูแล้วก็น่าสนุกเหมือนกัน แต่ค่าเรียนแพงเหลือคอร์สละ 6,000 บาท กว่าจะเรียนจนเล่นได้ คงหมดเงินไปเยอะ  แต่คงจะได้รับควมนิยมจากนักท่องเที่ยวจึงมีโรงเรียนสอนเล่นว่าว เยอะแยะเต็มไปหมด  ตลอดตามความยาวของชายหาด


สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของมุ่นเน่ คงไม่พ้น การไปเที่ยวชม เนินทราย นั่นเอง 
ที่มุ่ยเน่มีเนินหลายหลายแห่ง แต่ที่สวยที่สุดและใหญ่ที่สุดก็คือ เนินทรายสีขาวแห่งนี้ (white sand dunes )






การเดินบนเนินทราย ที่แดดเปรี้ยงๆแบบนี้ ช่างร้อนและกระหายน้ำเหลือเกิน แต่เมื่อเห็นเนินทรายอยู่เบื้องหน้าแล้ว ยอมรับว่าทำให้หายเหนื่อยไปเหมือนกัน ตั้งแต่เดินทางมาเที่ยวเวียดนามใต้ หลายวัน ที่นี่แหล่ะสร้างความประทับใจให้มาก ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด





หลายอย่างในเวียดนามไม่ค่อยมีอะไรที่แตกต่างจากเมืองไทย แต่สำหรับที่นี่ เนินทรายแห่งนี้ แบบนี้เมืองไทยไม่มีแน่นอน จึงไม่แปลกที่จะรู้สึก ตื่นเต้น และสนุกสนาน ประทับใจมากกว่าทุกที่ ที่ไปมา จึงเดินปีนเนินทราย อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย




นี่คือครั้งที่ 3 ที่มาเที่ยวเวียดนาม สำหรับผมแล้ว พยายามนึกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งของประเทศไทยแทบจะทุกอย่าง มีอะไรบ้างที่เวียดนามเหนือกว่าไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อาหารเวียดนามอร่อย อันนี้ต้องยอมรับ ว่าคนไทยมาเที่ยวเวียดนามแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย แต่รสชาติความหลากหลาย ความอร่อย ความเป็นเอกลักษณ์ ความมีชื่อเสียงในระดับโลก อาหารไทยได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับ ทิ้งอาหารเวียดนามแบบไม่เห็นฝุ่น แถมยังราคาแพงกว่าเมืองไทยอีก ทั้งๆที่เป็นประเทศเกษตรกรรมเหมือนกัน 


หรือว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เวียดนามไม่มีอะไรมาเทียบไทยได้เลย ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางธรรมชาติ ทะเล น้ำตก โบราณสถาน หรือแม้แต่การบริการ คนเวียดนามยังห่างชั้นกับคนไทยมาก เพราะเพิ่งเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ในขณะที่ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านนี้มานาน







เวียดนามได้เปรียบก็แค่เรื่อง ความสด ใหม่ น่าค้นหา เท่านั้นเอง ในขณะที่เมืองไทยไม่มีที่ไหนที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง เพราะต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก กว่าปีละ 15 ล้านคน จึงอาจจะบอบช้ำและเสื่อมโทรมไปบ้างเป็นธรรมดา พยายามนึกว่า 
เวียดนามมีอะไรที่เหนือไทยบ้าง ก็ยังมองไม่เห็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนเวียดนามนั้นขยันมากๆ ตรงนี้แหล่ะที่น่ากลัวที่สุด ในขณะที่คนไทย โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่นี่
รักความสบายกันเหลือเกิน ไม่มีความอดทน ชอบอยากจะทำแต่งานที่สบายๆได้เงินเดือนเยอะๆ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ 


แต่ก็ใช่ว่า เวียดนามจะแซงไทยไม่ได้ เพราะคนไทยเองนั่นแหล่ะ ที่หยุดพัฒนาตัวเองทั้งที่ประเทศไทยเองมีของดีมากมาย ได้เปรียบเวียดนามแทบจะทุกด้าน แต่ถ้าไม่รู้จักรักษา ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ก็ยากที่จะไม่มีความก้าวหน้า ต้องเหลียวมองประเทศเพื่อนบ้านด้วยความอิจฉา แล้วคนไทยจะปล่อยให้มันเป็นแบบจริงๆนั้นเหรอ





เดินทาง วันที่ 8 เมษายน - 17 เมษายน 2555













Create Date : 19 พฤษภาคม 2555
Last Update : 19 พฤษภาคม 2555 16:19:20 น. 4 comments
Counter : 5074 Pageviews.

 
พี่เขียนเข้าข้างประเทศตัวเอง หรือว่าเวียดนามไม่น่าประทับใจอย่างที่คาดหวังจริงๆ


โดย: ยุ้ย IP: 81.205.70.131 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:54:30 น.  

 
ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองเลยครับ จงอย่าเชื่อใคร

ไม่ได้เข้าข้างบ้านตัวเอง แต่มันคือความจริง

แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ไปไหน อาจจะประทับใจก็ได้

มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกแต่ละคนมากกว่า


โดย: butterfly angel วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:23:57:03 น.  

 
เห็นด้วยค่ะไม่มีที่ใดในโลกที่จะน่าอยู่เมือนประเทศไทย
ไปเที่ยวมาหลายประเทศเหมือนกันโดยฌฉพาะแถบอาเซี่ยน บ้านเราดีที่สุด อาหารการกิน ผลไม้ ค่าครองชีพ หมูไม้ละ 5 บาทยังมีให้กินเลยแถมอร่อยด้วย


โดย: patsanee IP: 124.122.120.26 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:7:23:24 น.  

 
ที่เมืองไทยดีที่สุดแล้ว


โดย: Muay IP: 113.163.117.58 วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา:12:50:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

butterfly angel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับเพื่อนร่วมโลกทุกคน
ข้อความทั้งหมดที่ผมเขียนก็แค่อยากเขียน อยากเล่า อยากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่ได้ยึดหลักการเขียนแบบนักเขียนมืออาชีพ เพราะก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแบบเขียนที่ดีเป็นแบบไหน อยากเขียนแบบไหนก็เขียน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ให้ความรู้และความบันเทิง ไม่มีมากก็น้อย

ข้อมูลหรือความคิดทั้งหมด เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด หากใครแวะมาอ่าน โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

ล๊อกอินนี้ใช้ร่วมกับหลานสาวและครอบครัวนะครับ
บางกระทู้ ก็เป็นคนในครอบครัวใช้นะครับ
แต่บล๊อกเป็นงานเขียนของผมคนเดียว




Friends' blogs
[Add butterfly angel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.