Group Blog
 
All Blogs
 
เฟิ่งหวง เมืองโบราณแห่งสายน้ำ

นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วสำหรับประเทศจีน ประเทศที่แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน แถมยังมีความหลากหลายทั้งภมิศาสตร์และเผ่าพันธ์มนุษย์ ไหนจะเรื่องของความเก่าแก่ของศิลปะและวัฒนธรรมอีก
จึงไม่น่าแปลกที่การเดินทางมาประเทศจีน จะมีครั้งต่อไปเรื่อยๆไม่รู้จักเบื่อ และแต่ละภุมิภาคก้น่าสนใจไปซะหมด รวมทั้งการขอวีซ่าและค่าใช้จ่ายไม่ได้เกินกำลัง การเดินทางก็ไม่ได้ลำบากเกินไป อาหารการกินก้แทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย การท่องเที่ยวเมืองจีน เสียอยู่อย่างเดียวคือประเทศนี้ หาคนพูดภาษาอังกฤษได้ยากเต็มทน หากไม่มีคู่มือ ภาษาจีนแล้ว ยุ่งยากพอสมควร แต่โชคดีที่เทคโนโลยี สมัยนี้ทันสมัย มีโปรแกรมแปลภาษาในมือถือ ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน แต่เรื่องที่ลำบากที่สุดและไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย ของการท่องเที่ยวในประเทศจีนก็คือ ประชากรของเขานั่นเอง ทำไมมันถึงได้เยอะขนาดนี้ แทบจะไม่มีที่ให้หายใจ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวประเทศนี้ พลอยไม่สนุกไปด้วย


ไหนจะเจอกับมารยาทของชาวจีน ที่ยังล้าหลัง ไม่ทันปรับตัว ไปตามมารยาทสากล ที่พึงจะทำ
แต่ถ้ามองข้ามตรงนี้ไป ก็มองเป็นเรื่องธรรมดา ธรรมชาติ ของประเทศที่เพิ่งเปิดโลกสู่โลกกว้าง ก็จะเข้าใจไปเองว่าทำไมคนจีน ต้องเป็นแบบนี้ ทำไมคนจีนต้องเป็นแบบนั้น ทุกอย่างมันมีเหตุและผลทั้งนั้น เราเป็นเพียงนักท่องเที่ยว ต้องยอมรับความแตกต่างทางด้าน สังคม และวัฒนธรรม ของเพื่อนร่วมโลกให้ได้ อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักวาล มันจะทำให้การเดินทางของเรา ไม่สนุกไปด้วย









เพิ่งจะรู้จักเมืองเพิ่งหวง เมื่อไม่นานมานี่เอง จากเวปไซด์ท่องเที่ยว อ่านรีวิว แล้วมีความรู้สึกว่ามันสวยจังเลย แม่น้ำใสไหลเย็น ไหลผ่านเมืองโบราณ กลางคืนเปิดไฟแสงไฟสีสวยกระทบกับสายน้ำเป็นเงาสะท้อน ดูแล้วอลังการงานสร้างมาก ต้องไปให้เห็นกับตาให้ได้

มาถึงเฟิ่งหวงตอนเช้า ลากกระเป๋าเดินหาโรงแรมไปเรื่อยๆ ตั้งใจจะไปหาโรงแรมที่เขารีวิวไว้เพราะบรรยากาศสวยเหลือเกิน ได้นั่งชมวิวสายน้ำที่หน้าต่างด้วย แต่พอถามหายื่นที่อยู่ให้ดู ไม่มีใครรู้จักเลย ขี้เกียจเดินหาพอมีนายหน้าโรงแรม อาสาพาไปดูห้อง เลยเดินตามไปแต่โดยดี ราคา 100 หยวนหรือ 500 บาทไทย ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ในเมื่อจะอยู่แค่คืนเดียว และวันทั้งวันคงไม่ได้มุดหัวอยู่แต่ในห้องทั้งวันแน่ๆ เอาแค่ไว้ซุกหัวนอน และอาบน้ำ ก้น่าจะพอแล้ว อีกอย่างเสียเวลามามากแล้ว เอาเวลาไปชมเมืองน่าจะดีกว่า จะเอาอะไรนักหนา ชีวิตนักท่องเที่ยวแบบ backpacker จนๆ เดินทางตามลำพังคนเดียว ยังไงก็ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องแคร์ใครอยู่แล้ว ไม่ต้องปรึกษา ขอความเห็นจากใคร













เก็บกระเป๋าเสร็จออกสำรวจเมืองทันที เดินลัดเลาะไปตามริมแม่น้ำ ตั้งใจจะเดินทวนสายน้ำขึ้นไปเรื่อยๆน้ำใสไหลเย็น และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ช่างกลมกลืนกับสายน้ำจริงๆ บ้านเรือนสองฝั่งแม่น้ำต่างใช้ประโยชน์จากสายน้ำ ทั้งซักผ้า ล้างจาน ล้างผัก อาบน้ำ เป็นวิถีชีวิตจริงๆของชาวบ้าน ไม่ใช่การจัดฉากแต่อย่างไร ด้วยความที่สายน้ำไหลถ่ายเทตลอด จึงไม่ทำให้สายน้ำสกปรก แต่อย่างไร เพราะมีเจ้าหน้าที่พายเรือ คอยช้อนเก็บขยะ ตลอดทั้งวัน












ช่วงความยาวของสายน้ำที่ไหลผ่านเมืองเก่าแห่งนี้ มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทำหลากหลายไปหมด ทั้งการเช่าชุดถ่ายรูปของชนเผ่า หรือชุดสมัยใหม่ ใครอยากเป็น นางเอก พระเอก มือปืน มีให้หมดรู้สึกจะเป็นชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเจ้าถิ่นเหลือเกิน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่ชุดชาวเผ่าดั้งเดิมของที่นี่ แล้วกางกระโปรงประชันกัน โดยมีฉากหลังเป็นกังหันน้ำ

ส่วนพวกนักเรียนศิลปะก็มานั่งสเก็ตภาพเมืองโปราณ ส่วนพวกนักถ่ายภาพ ก็หัดปนะลองฝีมือกันเป็นกลุ่ม เป็นชมรม เดินดูบรรยากาศของเมืองเก่าที่มีแม่น้ำไหลผ่านแล้ว เพลิดเพลินจำเริญใจเหลือเกิเกิน ส่วนใครอยากจะล่องเรือชมเมืองโบราณทั้ง 2 ฝั่ง ก็เป็นกิจกรรมที่ไม่น่าพลาดเช่นกัน แต่ดูราคาแล้วก็แพงเหมือนกัน ใครมาคนเดียวก็ไม่เป็นปัญหา จะไปรวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวคนอื่นก็ได้
จำนวนคนเต็มลำแล้วถึงออกเป็นคิวๆไป คนรอขึ้นล่องเรือเยอะมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนไปด้วย
ส่วนใครอยากเป็นส่วนตัวไม่อยากร่วมกับใคร อยากโรแมนติคเป็นส่วนตัว ก็เช่าเหมาลำก็ได้ และสามารถเลือกช่วงล่องเรือได้ เขาจะมีแผนที่ให้ดูว่าจะไปจุดไหนบ้าง หากใครไม่ชอบตรงนี้ ก็เดินตามสายน้ำไปอีกจุด ก็มีบริการให้ล่องเรือชมเมือง ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำเช่นกัน





นอกจากชมวิถืชีวิตชาวเมืองเฟิ่งหวงแล้ว ยังมีอย่างอื่นให้ชมด้วย ด้านบนมีตลาดขายของสำหรับนักท่องเที่ยว เดินดูสินค้าพื้นเมืองต่างๆ พวกขนมพื้นเมืองก็น่าซื้อเป็นของฝาก ทำกันสดๆหน้าร้านกันเลย เดินถ่ายรูป ชมตลาดไปเรื่อยๆ อยู่ๆก็มีนักท่องเที่ยวหนุ่มๆชาวจีนมาทัก พอรู้ว่ามาจากเมืองไทย ก็ตั้งท่ามวยไทยให้ดู คนจีนเท่าที่เจอส่วนใหญ่ รู้จักเมืองไทยทั้งนั้น ไม่น่าแปลกเพราะคนจีนมาเที่ยวเมืองไทยปีละเกือบ 2 ล้านคน ไหนจะกระแสหนังจีนที่มาถ่ายทำในเมืองไทย เรื่อง lost in thailand อีก เดินผ่านร้านค้ายังได้ยินเปิดเพลงไทยตั้งหลายร้าน ที่จำได้ก้มีเพลง ภาพลวงตา ของดา เอ็นโดฟิน เมื่อ 3 ปีที่แล้วไปเที่ยวลี่เจียงก็มีร้านขายอาหารฟาสฟู๊ดเปิดเพลงไทยเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาชอบกันหรืออย่างไร

















ส่วนสีสันชีวิตกลางคืนของที่นี่ ก็มีผับมีบาร์ ให้เหล่าผีเสื้อราตรี ได้ออกลวดลายย้ายสะโพกเช่นกัน
แต่สำหรับคนที่มาจากเมืองแห่งแสงสี จากแดนสยาม เรื่องแบบนี้ไม่มีที่ไหนในโลกสู้เมืองไทยได้อยู่แล้ว เลยขอเดินชมแสงสี สวยๆยามราตรี ของเมืองเฟิ่งหวง ซึ่งเป็นจุดดึงดูดอย่างหนึ่งของเมืองโบราณเฟิ่งหวง












เดินทาง เมษายน 2556










Create Date : 11 กรกฎาคม 2556
Last Update : 11 กรกฎาคม 2556 13:39:32 น. 1 comments
Counter : 1191 Pageviews.

 
วิวกลางคืนสวยมากค่ะ


โดย: สมาชิกหมายเลข 714858 วันที่: 11 กรกฎาคม 2556 เวลา:17:46:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

butterfly angel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับเพื่อนร่วมโลกทุกคน
ข้อความทั้งหมดที่ผมเขียนก็แค่อยากเขียน อยากเล่า อยากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่ได้ยึดหลักการเขียนแบบนักเขียนมืออาชีพ เพราะก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแบบเขียนที่ดีเป็นแบบไหน อยากเขียนแบบไหนก็เขียน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ให้ความรู้และความบันเทิง ไม่มีมากก็น้อย

ข้อมูลหรือความคิดทั้งหมด เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด หากใครแวะมาอ่าน โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

ล๊อกอินนี้ใช้ร่วมกับหลานสาวและครอบครัวนะครับ
บางกระทู้ ก็เป็นคนในครอบครัวใช้นะครับ
แต่บล๊อกเป็นงานเขียนของผมคนเดียว




Friends' blogs
[Add butterfly angel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.