Group Blog
 
All Blogs
 
ลุยเดี่ยวเที่ยวยูนนาน ตอน1 ตามหาเมืองแชงกรีลา

วันแรกของการเดินทาง มุ่งหน้าสู่เมืองจงเตี้ยน


ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อเมือง แชงกรีลา ก็จากหนังสือ คู่สร้าง-คู่สม ที่ผมอ่านประจำ เห็นภาพประกอบ
ในหนังสือแล้วได้แต่งงว่ามันอยู่ที่แห่งไหนในโลก ทำไมรูปภูเขาหิมะถึงได้สวยงามยังกับเมืองในสรวงสวรรค์ พออ่านเนื้อหาถึงได้ทราบว่า เมืองนี้อยู่ติดกับประเทศทิเบต อยู่ในมลฑลยูนนาน ตอนนั้น มีความรู้สึกว่า การที่จะมาเที่ยวที่นี่คงเป็นเพียงแค่ความฝันที่ห่างไกล ไม่รู้ว่าจะเดินทางไปยังไง ไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าเมืองแห่งนี้มันอยู่ที่ไหนของประเทศจีน แค่เห็นรูปก็ได้แต่ชื่นชมว่ามันสวยเกินคำบรรยาย มันช่างห่างไกลกับความฝันซะเหลือเกินถ้าจะเดินทางมาที่นี่ ไม่เคยคิดเลย เพราะยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่า วันหนึ่งผมจะได้เดินทางมาที่นี่จริงๆ ต่อมาอีกประมาณ 10ปีให้หลังก็ได้ยินชื่อเมือง แชงกรีลา บ่อยๆ หนังสือท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่พิมพ์ออกมาจำหน่าย ก็เยอะเหลือเกิน ผมเริ่มซื้อหนังสือมาเก็บไว้อ่าน เผื่อว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้างพออ่านเนื้อหาข้างในก็มีความรู้สึกว่า การเดินทางมา แชงกรีลา ไม่ได้ยากเย็นเกินไป ว่างๆก็หยิบมาอ่านสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ประกอบกับช่วงหลังกระแส การมาเที่ยวแชงกรีลา ในอินเตอร์เน็ต ได้รับความนิยมเยอะเหลือเกิน ข้อมูลก็หาได้ง่ายดาย คนไปเที่ยวก็มารีวิว โพสต์รูปเล่าเรื่องราวการเดินทาง ยังไง จนข้อมูลเกี่ยวกับการมาเที่ยวแชงกรีลา แทบจะหลับตานึกภาพได้เลย ว่าจะวางแผนเดินทางยังไง






แล้ววันวลาที่รอคอยก็มาถึง นี่คือทริปการเดินทางที่ทรหดที่สุดของชีวิตของผมเลยทีเดียว ใครจะไปคิดล่ะว่าก่อนเดินทางผมจะไม่สบาย ปอดอักเสบไอตลอดเวลาน่ารำคาญมาก แถมยังมีไข้ขึ้นสูงอีกต่างหาก ผมคิดว่าคงกินยาอาการก็คงจะทุเลา ครั้นจะยกเลิกทริป ก็อุตส่าห์วางแผนมานาน แรมปี ตัดสินใจ ตายเป็นตาย ยังไงก็จะไปให้ได้







เดินทางมาถึงเมืองคุนหมิงด้วยการบินไทย ก้าวแรกที่สัมผัส เมือง
คุนหมิงความเย็นยะเยือกก็ทักทายทันที
มันช่างห่างไกลกับอากาศที่เมืองไทยเหลือเกิน ปัญหาที่พอรู้มาว่าประเทศจีน ไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่ไม่คิดว่ามันจะแย่ขนาดนี้ แม้แต่คำง่ายๆคนที่นี่ก็ไม่รู้ ผมประเมินคนจีนผิดไปจริงๆ บอกกับแท็กซี่ว่าจะไป bus station
ดูเหมือนว่าไม่มีใครเข้าใจ แม้แต่เจ้าหน้าที่ ที่สนามบินก็ไม่เข้าใจ จนปัญญาต้องงัดเอาคู่มือภาษาจีน ออกมาจิ้มให้ดู
ถึงได้เข้าใจว่าผมจะไป สถานีรสบัส เพื่อต่อรถไปเมือง แชงกรีลา
และแล้วผมก็มาถึงสถานีรถบัสจริงๆ ขอบคุณหนังสือนำเที่ยว ที่เขาเขียนภาษาจีนไว้ให้ท้ายเล่ม ไม่งั้นคงตายที่สนามบินแน่ๆ โชคดีที่สถานีมีคนพูดภาษาอังกฤษได้ จึงจองงตั๋วรถนอนไปเมืองแชงกรีลา รอบ 18.30น.ราคาค่าโดยสาร 195หยวนได้ไม่ลำบากมากเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับตอนเรียกรถแท็กซี่มาที่สถานีรถบัส กว่าจะเข้าใจแทบตาย





นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตทีเดียวที่ได้นอนรถนอนแบบนี้ ที่นอนนุ่มใช้ได้ทีเดียว ผมจองที่นอนชั้นบนติดหน้าต่าง มองขึ้นไปบนฟ้าเห็นดาวเกลื่อนอยู่เต็มท้องฟ้า ช่างโรแมนติคอะไรอย่างนี้ ถนนประเทศจีนสร้างได้ดีทีเดียว เพราะการนอนบนรถตลอด 14 ชั่วโมงไม่ได้สร้างความลำบากอะไรให้เลย หลับสบายตลอดทางใต้ผ้าห่มอุ่น ทั้งๆที่อากาศข้างนอกหนาวสุดขั้วหัวใจ รถเที่ยวนี้ผมเจอคนไทยกลุ่มหนึ่งด้วย มากันประมาณ 5 คน ผมกะว่าจะไปทักแต่ก็ง่วงเหลือเกินจากการทานยาแก้ไข้ ไว้รถจอดกินข้าวแล้วค่อยไปทักแล้วกัน อย่างน้อยจะได้แชร์ข้อมูลกัน หรืออาจจะร่วมทางไปด้วยเพราะผมมาคนเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบ แต่ที่ไหนได้รถประจำทางจีน ไม่จอดให้กินข้าวเลย ตลอดทาง เลยไม่ได้ทักทายกันเลย เขาก็คงไม่รู้หรอกว่าผมเป็นคนไทยเหมือนกัน เพราะไม่ได้พูดกะใครเลย
อาการป่วยทำให้ซึมไปโดยปริยายไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ทั้งๆที่มันไม่ใช่นิสัยผมเลย
ดีใจจะตายที่เจอคนไทย ด้วยกัน







วันที่2 ของการเดินทาง แชงกรีลาเมืองแห่งนิยายชื่อดัง

มาถึงเมืองจงเตี้ยนประมาณ 8โมงเช้า พอก้าวลงจากรถเท่านั้นแหล่ะ แทบแข็งตาย มือเท้าเย็นเฉียบ อุณหภมิประมาณลบ 10 องศาได้ ลากกระเป๋าเดินออกจากสถานี ไม่กี่ก้าวก็โดนห้อมล้อมด้วยแท็กซี่ชาวจีน
เป็นสิบส่งภาษาจีนกันอย่างเดียว ไม่ได้สนเล้ย ว่าคนที่ตัวเองพุดด้วยนั้น ฟังออกหรือเปล่า หนาวก็หนาวสมองตื้อไปหมด
บอกว่าจะไป โรงแรม แถว old city ก็ไม่มีแท็กซี่คนไหนเข้าใจ รัวภาษาจีนใส่ผมอย่างเดียว บางคนก็เอาโปรแกรมการท่องเที่ยวมาเสนอ โชว์รูปภูเขาหิมะ ที่เต๋อชิง ท้องทุ่งหญ้าป่าเขาสวยงาม แต่ให้ตายเหอะ พูดกันไม่รู้เรื่องซักคำแล้วจะไปด้วยได้งัย ราคาเท่าไหร่ ไปที่ไหนบ้าง ผมไม่เข้าใจคนนำเที่ยวที่นี่จริงๆ อยากจะได้ลูกค้า แต่ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง จะรอให้ลูกค้าพูดภาษาของตัวเองหรืออย่างไร ทั้งๆที่ก็รู้ว่าคนต่างชาติจะมีสักกี่คนที่พูดภาษาจีนได้ แม้แต่คำง่ายๆแค่ bus station , old city ก็ยังฟังไม่เข้าใจ คิดจะทำมาหากินกับนักท่องเที่ยว
แต่ให้นักท่องเที่ยวเป็นคนปรับตัวหามันชักจะยังไงอยู่ อยากได้เงินเขาแต่ไม่ลงทุนเรียนรู้ ก็คงยาก
จริงๆแล้วจะว่าคนพื้นเมืองก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะชาวพื้นเมืองเหล่านี้ เป็นเพียงชาวบ้าน คงไม่ได้เรียนภาษา
อังกฤษมา ก็มาหากินกับนักท่องเที่ยวตามมีตามเกิด ใจจริงแล้วคงไม่มีใครหรอกที่ไม่ได้อยากได้เงินจากนักท่องเที่ยว เพราะเขาย่อมรู้อยู่แก่ใจ ถ้าหากเขาพูดสื่อสารกับนักท่องเที่ยวได้เขาจะได้เปรียบคนอื่น
หาลูกค้าง่ายขึ้น เพียงแต่วันนี้เขายังไม่พร้อม ต้องให้โอกาสเขาปรับตัวหน่อย เพราะจีนเพิ่งเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้ไม่นาน ทุกอย่างต้องอาศัยกาลเวลาทั้งนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ทึ่งมากคือความพยายามของเขา
ทั้งๆที่ก็รู้ว่าผมฟังไม่ออก แต่เขาก็เสนอขายโปรแกรมนำเที่ยวต่างๆด้วยภาษาจีนไม่หยุดปาก
เห็นแล้วอดทึ่งไม่ได้ช่างมีความพยายามมาก ก็คนจีนประชากรเยอะขนาดนั้น ต้องแย่งกันทำมาหากิน แข่งขันกันเป็นธรรมดา ไม่แน่อีก
ไม่กี่ปี่ข้างหน้า คนที่นี่อาจพูดภาษาอังกฤษเป็นไฟก็ได้ สำหรับวันนี้เราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน ต้องเตรียมภาษาจีนเอาเอง แต่ดีที่ผมมีคู่มือภาษาจีนมาด้วยบอกว่าไป กู่เฉิง ซึ่งหมายถึงเมืองเก่า จึงรอดตายมาได้ ไม่งั้นคงยืนแข็งตายที่ถนนแน่ๆ ตอนที่ก้าวลงจากรถเห็นกลุ่มคนไทยเดินออกจากสถานีไปขึ้นรถหน้าถนน หมดโอกาสที่จะทักทายเสียแล้ว






ในที่สุดผมก็มาถึงเมืองเก่าจนได้โดยลุงแก่ๆท่าทางใจดี ในราคาเพียงแค่ 6 หยวนเท่านั้น กู่เฉิง ผมพูดคำนี้ออกไป ซึ่งแปลว่าเมืองเก่า ที่ผมจำมาwebsite ท่องเที่ยว ผมก็ไม่แน่ใจหรอกว่าลุงจะฟังผมเข้าใจหรือเปล่า แต่เอาเถอะตอนนี้จะพาผมไปไหนก็ได้ ไม่งั้นคงยืนแข็งตายที่ถนนแน่ๆ ลุงมาส่งผมที่ถนนใกล้ย่านเมืองเก่า พร้อมกับชี้ไม้ที่มือให้ผมเดินตาม
สักพักลุงก็มาส่งผมที่ youth hostel แห่งหนึ่ง อยากกระโดดหอมแก้มลุงจังเลย แกรู้ใจผมได้ไงนี่ ว่ากำลังหาห้องพักราคาถูกอยู่ สงสัยแกคงเป็นนายหน้าของที่พักแห่งนี้ ผมรีบเช็คอินราคาห้องที่นี่ 30 หยวน ซึ่งเป็นห้อง
Dorm ห้องรวม 3 เตียง เพื่อนร่วมห้องเป็นชาวตะวันตกชาติไหนก็ไม่รู้
เพราะยังไม่ได้คุยกัน




เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วรีบลงมาขอข้อมูลจากพนักงานต้อนรับจะไป วัดทิเบตจงจั้นหลินซื่อหรือวัดโพตาลาน้อย
ไปยังไง ผมนั่งรถสาย3 จากตัวเมืองจงเตี้ยนหรือชื่อใหม่แชงกรีลา ซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ราคาค่ารถแค่หยวนเดียวเองถูกมาก
แต่ราคาค่าเข้าชมวัดนี่สิ ตั้ง 85 หยวน แพงมาก มองดูจากด้านนอกดูในรูปก่อนมาอลังการมากต่พอเข้ามาในวัด
ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย เห็นเขาบอกว่าพระลามะที่มี 700 รูปทีเดียวแต่เห็นไม่ถึง 10 รูป แม้ว่าที่นี่จะเป็นวัดในศาสนาพุทธแต่ก็คนละนิกายกับพระไทย พระที่นี่ต้องค้าขาย ทำอาหารฉันเอง ไม่บิณฑบาตรเหมือนพระบ้านเรา







เห็นพระลามะขายพวกลูกปัด หินสี หินทิเบต อยากจะชวนคุย ก็พูดสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ก็เลยช่วยอุดหนุนจี้เทอควอยสีฟ้าสดหนึ่งอันราคา 20 หยวน








อยากจะถามท่านว่าไม่หนาวหรืออย่างไรที่ห่มเพียงจีวรผืนเดียว ในขณะ
ที่ผมใส่เสื้อผ้าไม่รู้กี่ชั้นก็ยังหนาวแทบตาย เสียดายมากที่คุยกับท่านไม่รู้เรื่อง เพราะผมพูดจีนไม่ได้สักคำท่านเองก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เช่นกัน เดินดูรอบๆก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ มีความรู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงินค่าตั๋วเลย





ประกอบกับสุขภาพของผมไม่ดีด้วย เดินมากก็เหนื่อยเลยตัดสินใจนั่งรถกลับมาเที่ยวในเมืองดีกว่า เพราะตอนที่นั่งรถมองเห็นสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง สถาปัตกรรมของที่นี่ก็ดูเป็นเอกลักษณ์ดีเหมือนเดินอยู่ในประเทศทิเบตมากกว่า





มาเดินเล่นตลาดเจอเสื้อกันหนาวสวยมาก ราคาถูกกว่าที่เมืองไทยมาก สีสันก็สวยงามโดยเฉพาะเสื้อขนเป็ด ที่เมืองไทยราคา 3,000 -5,000 ทีเดียวแพงมากแถมยังไม่สวยอีกต่างหาก ที่นี่ราคาเพียง 1,800 บาทเท่านั้นเอง เห้นอะไรก็น่าซื้อไปหมด ผ้าพันคอก็สวย ผมได้เสื้อขนเป็ดมา2ตัวและอุปกรณ์กันหนาวสารพัด เตรียมไว้ไปเที่ยวเมืองหนาวในทริปนี้และทริปต่อไป หมดเงินไปหลายพันเหมือนกัน shopaholic ตัวจริงเสียงจริงมาเองมีหรือจะพลาด สะใจจริงๆ





เห็นผลไม้ที่นี่แล้วในฐานะที่เป็นคนชอบกินผลไม้เป็นชีวิตจิตใจมีหรือจะพลาด ส้มรสชาติดีมาก ส่วนลูกเกดที่นี่ตากแดดได้แห้งมาก ทั้งองุ่นเขียว องุ่นดำ พอลองชิมเท่านั้นแหล่ะ อร่อยมากพ่อค้าน่าจะเป็นคนมุสลิมเมืองที่ติดพรมแดนปากีสถาน เพราะเคยอ่านในหนังสือองุ่นที่นั่นขึ้นชื่อมาก หน้าตาพ่อค้าก็ไม่เหมือนคนจีนเลย แกเอากล่องใส่องุ่นให้ดูมีรูปมัสยิดด้วย จึงคิดว่าเข้าใจถูกแล้ว เพราะจะให้คุยกันคงไม่รู้เรื่อง คนที่ชอบพูดชอบคุยอย่างผม บอกได้คำเดียวว่า เสียดาย มากๆ เพราะคนอย่างผมเห็นอะไรก็สนใจไปซะหมด





ของกินนอกจากผมจะได้ลิ้มลองผลไม้แล้วยังได้ชิมเนี้อจามรี ด้วย ทำเหมือนบาร์บีคิว เสียดายที่ทริปนนี้ผมป่วยได้กลิ่นอะไรก็เหม็นคาว จะอาเจียนให้ได้ เลยอดลิ้มลอง เนื้อจามรีเมนูอื่นๆ หรืออาหารแปลกๆที่ไม่มีในเมืองไทยเดินชมเมืองจงเตี้ยนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่เหมือนกับคนที่กำลังป่วยเลย เห็นอะไรก็น่าสนใจไปหมด โดยเฉพาะร้านเสื้อผ้า เข้าร้านนี้ออกร้านนั้น ลองตัวนี้ลองตัวนั้น แบบไม่รู้จักเบื่อ อยากให้วันนี้มีสัก 30 ชั่วโมงจังเลย กลับมาถึงห้องเพื่อนร่วมห้องย้ายไปนอนกับเพื่อนอีกกลุ่มแล้ว ถูกใจจริงๆคืนนี้จะได้นอนคนเดียว
กลัวว่าจะเป็นการรบกวนเพื่อนร่วมห้องเหมือนกัน เพราะไอเกือบตลอดเวลา





นี่ถ้าผมสุขภาพดีกว่านี้ จะคงไม่กลับที่พักแต่หัวค่ำแบบนี้แน่เลย ชีวิตราตรีที่นี่เป็นอย่างไรก็ไม่รู้ น่าเสียดายจังเลย





วันที่3ของการเดินทาง เดินทางสู่เมืองเต๋อชิน

จองตั๋วเที่ยว 9.40 น.ราคา65หยวน ก่อนมาก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะเดินทางไปเต๋อชินได้มั้ย บางคนก็บอกว่าให้ไปวัดดวงเอาเอง เรื่องของดินฟ้าอากาศไม่มีใครคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่พอมาถึงที่นี่จริงๆฟ้าเปิดมากแดดเปรี้ยงๆทั้งวัน อดดีใจไม่ได้ความฝันจะเป็นจริงแล้ว





ก่อนมาก็กังวลใจไม่น้อย ได้แต่ภาวนาทุกวัน พอขึ้นรถออกนอกเมืองมาได้นิดเดียวถึงได้รู้ว่า ถนนที่มุ่งสู่เมืองเต๋อชิน กำลังสร้างตลอดเส้นทาง บางที่ต้องรอให้รถเอาหินที่ถล่มขวา
งทางออกให้ได้เสียก่อนจึงจะผ่านไปได้ บางที่รอเป็นชั่วโมงเสียเวลานานมาก กว่าจะเคลียร์ถนนให้โล่งได้




บรรยากาศวิวทิวทัศน์ข้างทางก็ดูแปลกตามาก ไม่รู้จะเปรียบกับส่วนไหนของเมืองไทย มีแต่หุบเขาแห้งแล้ง
กว่าจะเจอหมู่บ้านแต่ละแห่ง ถึงจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขา แต่วัดวาอารามกลับอลังการมาก แสดงว่าคนธิเบตมีความศรัทธาต่อศาสนามาก






อ่านในหนังสือท่องเที่ยวหรือดูในอินเตอร์น็ตเห็นบางคนลงไปถ่ายรูปกับหิมะข้างทาง ถนนหนทางก็ดูน่าจะเดินทางไปแบบง่ายๆ แต่พอมาจริงๆ กลับตรงกันข้าม ไม่มีหิมะข้างทางมีแต่ปกคลุมบนยอดเขาสูงๆ





ช่วงกลางวัน รถจอดให้กินข้าว เห็นผู้โดยสารชาวทิเบตเดินเข้าไปในครัว หยิบอาหารที่ตัวเองชอบไปกิน
เคี้ยวตุ้ยๆท่าทางอร่อยมาก ผมได้แต่มองตาละห้อย มันกินอะไรไม่ลงจริงๆอยากกินได้แบบเขาจังเลย ถ้าเป็นช่วงที่สุขภาพผมดีๆคงจะดีไม่น้อยเพราะเมนูส่วนมากมีผักเยอะแยะ ผมชอบกินผักอยู่แล้ว แต่วันนี้กินได้เพียงส้มที่ผมซื้อเมื่อวานเท่านั้น เข้าไปสั่ง นมร้อนเขาก็ฟังไม่รู้เรื่องไม่มีเมนูให้สั่งซะด้วยสิ ก็เลยได้กินแค่น้ำร้อนในกระติกเท่านั้น





กว่าจะเดินทางมาถึงก็6โมงเย็นแล้ว พอลงจากรถก็เหมือนกับทุกสถานี มีแท็กซี่มาเสนอให้ใช้บริการ ตอนแรกคิดว่าจะเดินหาโรงแรมเอง แต่ตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงพอเสียแล้ว ก็เลยให้แท็กซี่ เป็นคนพาไปหาโรงแรมที่นักท่องเที่ยวชอบไปพัก ค่าโดยสาร 50 หยวน ทำไมราคามันแพงขนาดนี้ทั้งๆที่ไม่ไกลเลย ประมาณไม่น่าจะถึง 5 กิโลเมตรด้วยซ้ำ
ไม่ทราบว่าเขาโก่งราคาหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่คนไทยที่มาที่นี่จะเหมารถมาเป็นกลุ่ม ไม่ได้นั่งรถโดยสารมาคนเดียวแบบผม เพราะการมาเป็นกลุ่มจะเหมารถไปชมธารน้ำแข็งในราคาไม่แพง ไม่มีใครเขาบ้ามาคนเดียวแบบผม แต่การต้องเหมารถคนเดียว ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม แม้ว่าจะไม่ได้รำรวยก็เถอะ เพราะมันเป็นเรื่องปกติ อยู่แล้ว ตอนผมไปบาหลีก็เหมารถคนเดียว จะแพงไม่ว่าขอให้มันประทับใจ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปผมก็พอใจแล้ว
มันไม่มีถูกหรือแพงหรอก มันอยู่ที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือเปล่า
บางทีจ่ายถูกๆแต่ไม่ประทับใจ หรือคุ้มค่าก็ได้






แท็กซี่พาผมไปตระเวนหาโรงแรม แถวบริเวณจุดชมวิว ภูเขาหิมะศักด์สิทธิ์คาวาคาโป ราคาห้อง 70 หยวน ผมขอต่อ 60 หยวนทั้งที่สภาพห้องก็สมราคาแล้ว แต่เขาไม่ให้ผมก็ไม่ง้อเหมือนกัน มีตัวเลือกเยอะแยะ ปกติทุกที่เกือบ100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมต่อเขาจะลดให้ผมตลอด ผมได้รับการเอาใจในฐานะนักท่องเที่ยวจนเคยตัว ถูกตามใจจนเสียคน ไม่ให้ก็ไม่เอา ผมว่านักท่องเที่ยวก็เป็นแบบนี้ทุกคน ในเมื่อเรามีทางเลือกอื่น
มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทุกอย่างในโลกนี้ย่อมต่อรองได้อยู่แล้ว
ได้ไม่ได้นั่นมันอีกเรื่อง




มาอีกที่หนึ่ง กำลังติดต่อขอดูห้องก็เจอนักท่องเที่ยวชาวไทย 5 คน มากันเป็นกลุ่มเหมารถมา ช่วยเจรจาต้าอวยให้ เพราะน้องเขาพูดภาษาจีนได้ พนักงานต้อนรับโรงแรมเห็นสภาพผมไอ และวิ่งไปอาเจียนที่ห้องน้ำ ก็ให้น้องที่พูดจีนได้มาถามผมว่า จะไปเที่ยวธารน้ำแข็งหรือเปล่า เพราะว่ามันอันตราย หากเกิดอาการ โรคแพ้อากาศในที่สูง อากาศบางเบามาก
เคยมีคนไทยมาเที่ยวแล้วเสียชีวิตด้วย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเสียแล้ว
หากเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ที่นี่ห่างไกลโรงพยาบาลมาก หากเกิดเจ็บป่วยมีอาการ altitude sickness มันจะไม่คุ้มถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผมก็หวั่นๆเหมือนกัน ทั้งเป็นหวัด ไข้ขึ้นสูง ปวดหัว และไอตลอดเวลา สารพัดโรครุมเร้า
ใจหนึ่งก็ฮึดสู้อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่แล้ว บางคนอาจจะถอยตั้งหลัก หาโอกาสมาใหม่คราวหน้า สำหรับผมแล้ว ต่อให้ประทับใจแค่ไหน จะไม่ไปซ้ำอีกเด็ดขาด พลาดแล้วพลาดเลย เพราะยังมีที่ที่ผมยังไม่ได้ไปอีกเยอแยะ วันนี้ถือว่าโชคดีที่มาเจอคนไทย น้องๆเขาชวนไปเที่ยวธารน้ำแข็งด้วยพรุ่งนี้ แต่ใจหนึ่งก็คิดว่ารักษาชีวิตไว้ก่อนเถอะ ไม่ตายยังมาเที่ยวใหม่ได้ คิดแล้วก็น่าเสียดายจริงๆ ทำไมต้องมาป่วยหนัก ตอนนี้ด้วยนะ อุตส่าห์วาดฝันไว้อย่างสวยงาม ว่าจะได้สัมผัสธารน้ำแข็งหมิงหยง ตอนนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความฝันพลันมลายหายไปต่อหน้าเพราะแพ้ภัยตัวเองแท้ๆ ทำไมการเดินทางครั้งนี้มันแย่อย่างนี้นะ
แล้วผมก็ได้ห้องราคาถูกสมใจราคา 50 หยวน แถมยังมองเห็นภูเขาคาวาคาโปได้ด้วย คืนนี้นอนคิดหนักทั้งคืนจะเอาอย่างไรดี อากาศที่นี่หนาวมาก
แถมน้ำก็ยังไม่ไหลอีก ไม่ได้อาบน้ำเลย ที่นี่มันห่างไกลกันดารมาก
แต่ก็ดีอยู่อย่างที่โรงแรมทุกที่เป็นเตียงไฟฟ้า นอนแล้วอุ่นสะบายมาก




วันที่ 4 ของการเดินทาง ถอดใจเดินทางกลับจากเต๋อชิน

ตื่นแต่เช้า มาถ่ายรูปภูเขาหิมะคาวาคาโป ที่หน้าโรงแรม เห็นชาวทิเบตมากราบภูเขาลูกนี้ เหมือนกับที่เห็นในทีวีเลย บอกน้องๆว่าตัดสินใจจะกลับแล้ว เก็บแรงไว้ไปขึ้นเขาหิมะที่ภูเขาหิมะมังกรหยกที่เมืองลี่เจียงดีกว่า ขึ้นรถรอบ 9โมงเช้า คราวนี้เป็นรถตู้ ราคา 80 หยวนแพงกว่า ตอนมาแต่ท่าทางจะคล่องกว่ารถบัสที่นั่งมา ตอนขากลับก็ไม่แตกต่างจากตอนขามากนัก ต้องรอแต่ละจุดเป็นชั่วโมงเหมือนเดิม ถามคนจีนที่พอพูดภาษาได้ เขาบอกว่าอีกประมาณ 3 ปีถนนสายนี้ถึงจะเสร็จ มันช่างเป็นการเดินทางที่ทรมานเหลือเกิน ยาวนานมากเมื่อไหร่จะถึงจงเตี้ยนสักทีก็ไม่รู้ 2 วันที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์รู้อย่างนี้ไม่มาดีกว่า แต่ก็ช่างเถอะมาให้มันรู้ไปเลย ไม่อย่างนั้นมันก็จะค้างคาใจผมตลอดไป มาให้มันรู้ซะเลย อย่างน้อยผมก็พยายาม
เต็มที่แล้ว ทุกอย่างมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไปหรอกนะ รอดชีวิตกลับ
บ้านที่เมืองไทยก็ดีแล้ว




มาถึงเมืองจงเตี้ยนก็ 6โมงเย็นแล้วตั้งใจว่าจะไปเมืองลี่เจียงต่อ แต่ก็มาไม่ทันรถเที่ยว 5โมงรอบสุดท้าย
เสียแล้ว เพราะการสร้างถนนแท้เชียวทำให้ผมต้องตกรถจนได้ จำใจต้องนอนค้างคืนที่จงเตี้ยนอีกคืน
คราวนี้ไม่นอนที่ youth hostel แต่เลือกโรงแรมแบบโฮมสเตย์ใกล้ๆกัน ด้านขวามือ ก่อนทางเข้า youth hostel เจ้าของพูดอังกฤษไม่ได้สักคำแต่ก็ไม่เป็นปัญหา เจ้บอกราคา 70 หยวน ผมเห็นสภาพห้องแล้วราคานี้ไม่แพงเลย ก็เลยลองต่อเล่นๆถ้าไม่ให้ก็ไม่เป็นไร เจ้แกให้ 60 หยวน ให้มันได้อย่างนี้สิ ถึงเจ้ไม่ลดผมก็ไม่มีเรี่ยวแรงเดินไปหาห้องอื่นแล้ว ดูคุณภาพห้อง 100 หยวนก็ยังสมราคา กะว่าจะไปเดินท่องราตรีต่อ ไม่มีเรียวแรงแม้แต่จะกินยาแก้ไข้ ขอนอนพักเอาแรงดีกว่า พรุ่งนี้ต้องตื่นไปต่อรถไปลี่เจียงแต่เช้า
ไปแก้ตัวที่เมืองลี่เจียงแล้วกัน





เมืองแชงกรีลาที่ผมตามหาและใผ่ฝันมานานไม่นึกเลยว่า
มันจะจบลงแบบนี้





เดินทางวันที่ 26/12/2553-2/1/2554






Create Date : 29 มกราคม 2554
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2554 20:26:21 น. 6 comments
Counter : 4801 Pageviews.

 
แวะมาทักทายครับ อ่านเพลินเลยครับ อยากไปบ้างครับ ถ้าได้ไปคงต้องเข้ามาขอข้อมูลหน่อยแล้วล่ะครับ


โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 30 มกราคม 2554 เวลา:10:31:15 น.  

 
เอาใจช่วยให้หายทันเที่ยวต่อนะคับ


โดย: sanupot IP: 125.24.135.192 วันที่: 30 มกราคม 2554 เวลา:12:12:57 น.  

 
ไม่สะบายแล้วไปทำไม คุณแน่มาก ผมลุยเดี่ยวมองโกเลียในมาแล้ว ขนาดร่างกายแข็งแรงดี กลับมาถึงบ้านน้ำหนักลดไป ตั้ง ๑๐ กก.


โดย: seri IP: 118.174.102.29 วันที่: 31 ตุลาคม 2554 เวลา:11:05:28 น.  

 
เคยไปมาแล้วเหมือนกันไปกับเพื่อนผู้หญิงไปกัน 2 คนไปกันเองไปเล่นภูเขาหิมะมังกรหยกไปต้าลี่ หลีเจียง ไปหลายเมืองในหยุนนานไปช่วงปีใหม่เหมือนกันหนาวมากๆๆๆๆ และเคยนั่งรถไฟจากเสิ้นเจิ้นไปถึงฮาร์บิ้น สองวันสองคืนแต่คุ้มค่ามากๆๆๆ เพราะสองข้างทางวิวนี้สวยจนเกินคำบรรยาย ไปแวะเที่ยวปักกิ่งสองวันแล้วถึงต่อรถไฟไปฮาร์บิ้นไปกันเองผู้หญิงสามคน วันไหนจะไปเที่ยวที่ก็ชวนกันบ้างนะ


โดย: คนชอบเที่ยว IP: 180.180.127.162 วันที่: 25 กรกฎาคม 2555 เวลา:17:00:37 น.  

 
ผมกะจะไปด้วยคับตอนเดือนไหนดีคับ ผมอยากไปคนเดียวเหมือพี่จังคับ ค่าใช้จ่ายมากมั้ยกี่วันดีคับถึงพอ ผมอยากพักโรงแรมดีๆหน่อยอะคับ


โดย: 金润天 IP: 118.173.95.245 วันที่: 19 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:19:48 น.  

 
ตอนที่ผมไปปีใหม่ อากาสหนาวมาก ถ้าจะไปช่วง สงกรานต์ก้ดีเหมือนกัน
ค่าใช้จ่ายรวมแล้ว ไม่เกิน 25,000 บาทครับ นี่เผื่อไว้แล้วนะ
ตอนที่ไปหมดไป 20,000 ครับ รวมค่าเครื่องบินแล้ว ประมาณ หมื่นนิดๆ
โรงแรมราคา 100 หยวนนี่อย่างดี เลยครับ เดินหาง่าย สบายๆ


โดย: butterfly angel วันที่: 21 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:43:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

butterfly angel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับเพื่อนร่วมโลกทุกคน
ข้อความทั้งหมดที่ผมเขียนก็แค่อยากเขียน อยากเล่า อยากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่ได้ยึดหลักการเขียนแบบนักเขียนมืออาชีพ เพราะก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแบบเขียนที่ดีเป็นแบบไหน อยากเขียนแบบไหนก็เขียน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ให้ความรู้และความบันเทิง ไม่มีมากก็น้อย

ข้อมูลหรือความคิดทั้งหมด เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด หากใครแวะมาอ่าน โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

ล๊อกอินนี้ใช้ร่วมกับหลานสาวและครอบครัวนะครับ
บางกระทู้ ก็เป็นคนในครอบครัวใช้นะครับ
แต่บล๊อกเป็นงานเขียนของผมคนเดียว




Friends' blogs
[Add butterfly angel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.