Group Blog
 
All Blogs
 

เกาะพีพีเกาะนี้ยังมีมนต์ขลัง

เคยเดินทางมาเกาะพีพี ตั้งแต่ก่อนสึนามิจะถล่มทะเลฝั่งอันดามันแล้ว
จำได้ว่าตอนนั้นเพิ่งลาออกจากงานที่แสนจะน่าเบื่อ และเป็น
การให้รางวัลกับตัวเองที่เรียนจบเสียที หลังจากที่ใช้ความ
พยายามอย่างหนัก เพราะทำงานและเรียนไปด้วย มีเงินสดจากกรุงเทพ
ติดตัวมาเพียง 3,500 บาทกะว่าจะไม่กด Atmเพิ่ม คิดว่าน่าจะพอ
เพราะอาศัยมานอนที่วัดเกาะยาวใหญ่ก่อน ซึ่งพี่ชายมาบวชจำพรรษาอยู่
ที่นี่ซึ่งเกาะนี้เป็นมุสลิมเกือบ100% และก็มีพระเพียงรูปเดียวเท่านั้น
อาศัยนอนและกินข้าวก้นบาตรที่วัด จึงประหยัดไปได้เยอะทีเดียว






นั่งเรือมาจากภูเก็ตจำได้ว่าตอนนั้นจ่ายค่าเรือเพียง 100 บาทเท่านั้น
ไม่ได้ซื้อบัตรในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ไปจ่ายบนเรือในฐานะคนที่มา
กับเจ้าถิ่นเพราะไปกับโยมอุปถัมภ์ของหลวงพี่ เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเที่ยว
ตามเกาะของทะเลอันดามันแม้ว่าจะเคยมาเที่ยวภูเก็ตก่อนหน้าแล้ว
แต่มันคนละอารมณ์ เพราะดูในโปสการ์ดมันสวยมาก และได้ดูหนัง
เรื่อง the beach ยิ่งมีแรงกระตุ้นให้อยากมาเที่ยวมากขึ้น





ตอนที่เรือเทียบท่าอ่าวต้นไทร ตอนนั้นเย็นแล้วเลยไม่ได้เห็นว่า
ทะเลสีมันสวยขนาดไหน พอตื่นตอนเช้า น้ำขึ้นเต็มฝั่ง แสงแดด
ส่องกระทบกับทะเลสีฟ้ามรกต จำได้ว่าความรู้สึกตอนนั้น มันช่าง
วิเศษมาก เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นทะเลที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย
ในชีวิต แทบหยุดหายใจนี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ น้ำทะเลทำไมสีมัน
สวยขนาดนี้


tterfly



ครั้งนี้เป็นครั้งที่3 แล้วครั้งที่2 ซื้อทัวร์แบบเดย์ทริปมาจากเกาะลันตา
ไม่ได้นอนที่เกาะพีพี ไปเที่ยวเกาะไผ่และอ่าวมาหยา แวะเที่ยวบนเกาะ
พีพีแค่ชั่วโมงเดียว ไม่มีโอกาศชมจุดชมวิวแสนสวยเลย มาคราวนี้จะ
ไม่พลาดเด็ดขาด มาครั้งแรกก็ไม่ได้ไปเนื่องจากมีเวลาน้อย






มาคราวนี้นั่งเรือมาจากท่าเรือ คลองจิหลาด กระบี่ ค่าโดยสาร 200บาท
สำหรับคนไทยฝรั่ง 300 บาทบางคนก็อาจจะจ่ายถึง 400 บาทเป็นราคา
กลางที่ตั้งมาเพื่อไว้หลอกนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่ละคนจ่ายไม่เท่า
กัน นี่แหล่ะคือการท่องเที่ยวไทย ใครไม่รู้ก็เสียค่าโง่ไป แล้วแต่ใครจะ
ขายได้ นั่งเรือมาเกือบ 2ชั่วโมงก็มาถึงท่าเทียบเรืออ่าวต้นไทรเกาะพีพี
ต้องเสียค่าบำรุงเกาะ 20 บาท แต่ผมไม่เสียเพราะมากับคนไทยที่ทำงาน
บนเกาะพีพี ที่ผูกมิตรกันตั้งแต่อยู่บนเรือแล้ว ซึ่งก็มีคนไทยไม่กี่คนเอง







มาเที่ยวเกาะช่วงไฮซีซั่นเจอนักท่องเที่ยวเต็มเกาะ ไหนจะทัวร์จีน
ที่มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์ไหนจะฝรั่ง พอขึ้นเรือเดินหาห้องพักทุกที่เต็มหมด
ดีที่โรงแรมที่นี่ขึ้นป้ายบอกว่า full ก็เลยไม่ต้องเสียเวลาถาม แต่ก็อด
งงไม่ได้ทำไมห้องมันหายากจังเลย เดินถามที่ไหนก็เต็มหมด
แถมราคาห้องยังแพงมาก ห้องพัดลมโกโรโกโสห้องน้ำรวม ราคา 600
บาทถ้าเป็นเกาะสมุยหรือเสม็ดราคานี้ ห้องจะดูดีกว่านี้มาก ทางเลือกสุด
ท้ายคือต้องนอนห้อง dorm ราคา 300 บาทนี่คือห้องที่ถุกที่สุด
ฝรั่งหลายคนต้องจำใจพัก เพราะมากันค่ำแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่











หลังจากเก็บกระเป๋าแล้วก็ออกสำรวจเกาะทันที ว่าจะไปท่องราตรีที่ไหน
บ้าง เดินหาอาหารใส่ท้องทุกอย่างแพงหมด ก๋วยเตี๋ยวรสชาติพื้นๆราคา
50 บาท ข้าวราดแกงราดสองอย่าง 50 บาทเช่นกัน นี่คือราคาอาหารที่ถูก
ที่สุด อาหารตามสั่งข้าวผัดจาน90 บาทลูกชิ้นไม้ละ 20 บาทแตงโมชิ้น
ละ30บาท ทุกอย่างก็แพงมหาโหด








ดีที่ค่าทัวร์ที่นี่ราคาถูก ไปเที่ยวรอบเกาะแบบครึ่งวัน เพียง250 บาท
จะไปรอบเช้าหรือบ่ายก็ได้ ไม่รวมอาหารแต่มีผลไม้และเครื่องดื้ม
บริการซึ่งเรือจะเป็นเรือหางยาว หรือจะเลือกแบบเรือใหญ่ก็ได้ ผมจอง
รอบบ่ายไว้ตั้งแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้ตอนเช้าตั้งใจจะไปชมจุดชมวิวแต่เช้า







ออกตะเวนราตรี พวกคลับบาร์ส่วนใหญ่เขาจะจัดที่หาดโละดาลัม ฝั่ง
ตรงข้ามกับอ่าวต้นไทร บรรยากาศที่นี่ไม่ต่างอะไรกับ full moon party
เลยมีการเต้นบนชายหาด กระโดดเชือกเหมือนกัน แต่เชือกจะไม่จุดไฟ
เหมือนงาน full moon party บาร์เรียงรายไปตามหาดประมาณ 6บาร์ได้
เรียกว่าเลียนแบบมาเป๊ะๆเพียงแต่งานนี้ไม่ใหญ่เท่าทั้งจำนวนเหล่าบรรดา
นักท่องเที่ยว และความบ้าคลั่ง และไม่มีพระจันทร์เต็มดวงเหมือนที่โน่น
แต่บรรยากาศโดยรวมก็เหมือนจำลองมาจาก full moonนักท่องเที่ยว
ก็เป็นกลุ่มเดิมที่มาจากการปาร์ตี้จากเกาะพงัน และที่เหมือนกันมากๆ
ก็คือ ดีเจที่นี่เปิดเพลง ได้ห่วยแตกพอๆกัน งานนี้ก็เลยขอเดินดูเฉยๆ
ไม่มีอารมณ์ที่จะยักย้ายไปตามจังหวะเพลงเลย กลับไปนอนเอาแรงดีกว่า












ตื่นตั้งแต่เช้าเดินไปตามป้ายไปเรื่อยๆ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน
จดชมวิวมี 3ระดับ






จุดที่2 เป็นจุดที่สวยที่สุด และนิยมมากที่สุด จุดนี้นี่เองที่เราเห็น
รูปสวยๆในโปสการ์ด






จุดที่3 ต้องเดินขึ้นไปอีก แม้จะสูงกว่าแต่ก็ไม่สวยเท่าชั้น2






ตอนที่ผมมายังเช้าอยู่ น้ำยังขึ้นไม่เต็มฝั่งเลย ต้องรอจนกว่า 11โมงเช้า
น้ำจึงเริ่มเต็มฝั่ง ไม่งั้นก็ถ่ายรูปไม่สวย วันนี้อากาศก็ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่
ครึ้มฟ้าเครึ้มฝน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของภาคใต้ ที่ฝนจะมากกว่าภาคอื่นๆ
การที่น้ำขึ้นช้าก็เกี่ยวกับ ข้างขึ้นข้างแรมผมก็ไม่ได้สนใจหรอกว่ามา
ตรงกับข้างขึ้นหรือข้างแรม พอน้ำขึ้นเต็มที่แล้วทะเลสองด้านจะสวยมากๆ
คุ้มค่ากับการรอคอย











ถ่ายรูปจนสมใจแล้วเดินมาเล่นที่อ่าวต้นไทรกับอ่าวโละดาลัม
กิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวของฝรั่งหนีไม้พ้นนอนอ่านหนังสือ
นอนอาบแดดบนชายหาด บางคนก็เดินเที่ยวดุสินค้าต่างๆ ราคาเสื้อผ้า
ที่นี่ก็แพงกว่าที่เกาะอื่นๆตามระเบียบ เดินคุยกับแม่ค้าเธอบอกว่า
ค่าขนส่งแพง กว่าจะมาถึงนี่ ต้องหลายต่อ จึงขายแพงกว่าบนฝั่ง
ของทุกอย่างจึงแพงมหาโหด ดีที่ผมซื้อผลไม้ใส่กระเป๋ามาด้วย
ทั้งส้ม แตงโมเป็นลูก องุ่น แม้แต่กล้วยหอม ใครจะเชื่อว่าผมใส่กระเป๋า
มาด้วย เพราะประสบการณ์มันสอน เคยกินแตงโมชิ้นละ 40 บาทที่
หมู่เกาะสุรินทร์มาแล้ว ชิ้นนิดเดียวพอขึ้นฝั่งที่อำเภอคุระบุรีซึ่งตรงกับเทศกาลงานแตงโมพอดี แตงโมลูกละ 10บาทลูกเบ้อเร่อ ซื้อแตงโมใส่
เต็มรถ เพราะนึกถึงตอนที่กินแตงโมชิ้นละ 40 บาททีไรทำให้กินแตงโม
ด้วยความสะใจทุกคำ ใครจะว่ายังไงก็ช่างผมไม่สน มันไม่ใช่เรื่อง
ลำบากอะไรเลยสำหรับผมเลย นี่ถ้ามีนักท่องเที่ยวแบบผมสักครึ่ง สงสัย
แม่ค้าเกาะพีพี คงหนีไปบวชแน่ๆ













อ่าวมาหยาครั้งที่3 ของผมยังสวยขาดบาดใจ ทรายยังนุ่มเหมือนเดิม
สมกับที่ holly wood เลือกเป้นฉากถ่ายทำหนังเรื่อง the beach จริงๆ
แม้ว่าเกาะพีพีโดยรวม จะสวยสู้ก่อนสึนามิไม่ได้ก็ตาม ถ้าคนที่ไม่เคย
มาก่อนช่วงสึนามิ อาจจะเปรียบเที่ยบไม่ได้ จำได้ว่าหาดโละดาลัม
เมื่อก่อนจะมีต้นไม้ร่มรื่นมาก บางคนเอาเปลไปผูกใต้ต้นไม้ นอนรับลม
นอนอ่านหนังสือ แต่ ณ.ตอนนี้ไม่เห้นภาพนั้นแล้ว โดนคลื่นยักษ์กวาด
ราบเป็นหน้ากระดาน แต่ความสวยของอ่าวยังมีมนต์ขลังอยู่ จนแทบ
มองไม่ออกแล้ว นอกจากคนที่เคยเห็นหาดมาก่อนเท่านั้น
ปะการังที่นี่ก็ช่างไม่สวยเอาเสียเลย ถ้าเทียบกับน่านน้ำเดียวกัน
อย่าง เกาะกระดาน เกาะม้า เกาะเชือก จังหวัดตรัง คนที่ดำน้ำดู
ปะการังบ่อยๆอย่างผม จึงรู้สึกเฉยๆมาก จะสนุกหน่อยก็ตอน
โดดน้ำที่หัวเรือที่แหล่ะ





วันนี้คลื่นแรงมากแถมฝนก็ยังทำท่าจะตกอีก จึงได้เห็นรุ้งกินน้ำแสนสวย
จำไม่ได้แล้วว่าเห็นรุ้งกินน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่







สีสันตอนกลางคืนราตรีที่ 2 ของเกาะสวรรค์แห่งนี้ก้ไม่ต่างจากเมื่อ
คืนเท่าไหร่ บรรยากาศโดยรวมก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฝรั่งขี้เมา
ยังกระโดดโลดเต้นเหมือนเดิม ดีเจก็ยังเปิดพลงห่วยแตกเหมือนเดิม
คืนนี้จึงเข้านอนแต่หัวค่ำอีกคืนเพราะเพลียจากการดำน้ำมมาค่อนวัน







มาเดินเล่นตอนเช้าสั่งลาที่หาดโละดาลัม น้ำลดจนเห็นหินโผล่
ต่างจากตอนน้ำขึ้นเต็มเหลือเกิน นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินเก็บเปลือกหอย
กันใหญ่ ซึ่งเปลือกหอยก็ไม่เห็นสวยอะไร













เรือออกเที่ยวแรก 9.30 น.แต่ผมไปรอบ 10.00น.เพราะเที่ยวนี้เป็นเรือ
สำหรับชาวเกาะมาทำธุระที่ตัวเมือง และเรือมาจอดที่ตลาดตัวเมืองกระบี่
เลย ไม่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการ มีแต่ชาวเกาะไม่กี่คน ราคาก็ถูกกว่า
150บาท ซึ่งต้องมาซื้อตั๋วใกล้ๆกับเรือจอด ส่วนชาวเกาะราคา 100 บาท
แต่ต้องทำบัตรประจำตัวของชาวเกาะด้วย ซึ่งชาวเกาะด้วยกันจะรู้จัก
กันนอยู่แล้ว





แม้ว่าเกาะแห่งนี้ค่าครองชีพจะแพงมหาโหด แต่ก็ยังมีเสน่ห์ให้ค้นหาอยู่
ความสวยงามก็ยังไม่จางหาย คุ้มค่ากับการมาเยือนนี่อาจจะเป็น
ครั้งสุดท้ายของผมก็ได้ หรือรออีกสัก 10 ปีข้างหน้าอาจจะมา
เยี่ยมเยือนอีกครั้ง อยากรู้ว่าเกาะแสนสวยแห่งนี้จะเปลี่ยนไปแบบไหน
ครั้งแรกที่ผมมานั้นพีพียังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เดี๋ยวนี้หลายอย่าง
เปลี่ยนไปตามกาลเวลา รู้สึกจะแก่แดดกร้านลม มากกว่าแต่ก่อนมาก
ความเงียบสงบ แบบวิถีชาวบ้านมาแทนที่ด้วย แสงสีเสียง ชีวิตทันสมัย
แบบตะวันตก ทุกซอกทุกมุมมีแต่ผลกำไร มีแต่ธุรกิจ
ลาก่อนเกาะพีพีหวังว่าคงได้พบกันอีก













เดินทางวันที่ 24-01-2554 - 25-01-2554










 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2554 10:54:36 น.
Counter : 2452 Pageviews.  

full moon party ปาร์ตี้หลุดโลก ตอน1

ได้ยินปาร์ตี้นี้ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมโน่น ชื่อเสียงที่โด่งดัง
ของปาร์ตี้นี้ก็หนีไม่พ้นประเด็นเซ็กส์ ยาเสพติด โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์
ที่พาดหัวข่าวนั้นฟังดูแล้ว เหมือนกับปาร์ตี้แห่งนี้ช่างมีเสรีกันจริงๆตีความ
ได้ว่า ประมาณนอนร่วมรักกันบนชายหาด ทั้งๆที่ความจริงจะเป็นอย่างไร
นั้นยังไม่เคยเห็นกับตาก็ต้องเชื่อสื่อไว้ก่อน สมัยที่เป็นเด็กนักเรียน
โลกช่างแคบเหมือนกบในกะลา ไม่เคยเดินทางไปไหนไม่เคยเห็นทะเล
เป็นเพียงเด็กต่างจังหวัดที่สภาพแวดล้อมมีแต่ท้องไร่ท้องนามองออกไปกลางทุ่งก็เจอแต่ควายกำลังเล็มหญ้าอยู่นอกนั้นก็ได้รับรู้จากสื่อ
ต่างๆเท่านั้น จนวันหนึ่งได้มีโอกาศมาเที่ยวจริงๆ อยากจะมาดู
สิ่งที่ค้างคาใจมานานอยากรู้ว่าบรรยากาศเป็นอย่างไร เต้นรำบนชายหาดตอนวันพระจันทร์เต็มดวงมันเป็นอย่างไร เคยดูแต่หนังสยองขวัญที่มนุษย์กลายร่างเป็น มนุษย์หมาป่า คนละอารมณ์กับงานนี้เลย อันหนึ่งน่ากลัวแต่งานนี้มีแต่ความสนุกสนานเบิกบานใจ




ด้วยหน้าที่การงานแท้ๆที่ทำให้ได้มางานนี้ พยายามจัดตารางให้ตรงกับ
วันเพ็ญขึ้น15ค่ำ ตั้งหลักที่เกาะสมุย พอวันงานตามโรงแรมต่างๆก็จะมีตั๋ว
จำหน่ายติดประกาศบอกไว้เลยหากใครอยากจะไปงานนี้ที่เกาะพงัน ซึ่ง
ต้องนั่งเรือไปอีกเกาะ ใครชอบความเร็วก็นั่ง speed boat ราคาประมาณ800-1000 บาทถ้าคนไทยจะได้ราคาถูกกว่าฝรั่งถ้าจองกับโรงแรมที่
เราพักเขาจะลดให้ส่วนใครอยากนั่งเรือใหญ่ราคาประมาณ 550บาท
พร้อมรถรับส่งจากที่พักไปท่าเรือบางรัก แต่ขากลับต้องหารถ
กลับเองถ้ากลับรอบ 9.30น. ส่วนรอบตี4มีรถรับส่ง ส่วนใครที่เช่า
มอเตอร์ไซด์ขับไปที่ท่าเรือเองก็ได้มีที่จอดรถสะดวกสะบาย ราคา
ตั๋วเที่ยวละ 200 บาท ถูกกว่าเพราะไม่เสียค่ารับส่งที่โรงแรม ใช้เวลา
ประมาณ 45 นาที ส่วนมากนักท่องเที่ยวฝรั่งหลายคนล่วงหน้า
ไปเกาะพงันก่อนวันงาน2-3วันแล้ว ที่พักที่หาดริ้นช่วงนี้ราคาก็ถีบตัว
เป็นสองเท่าและก็เต็มก่อนวันงานแล้ว ต้องพักที่อื่นแต่ก็ไม่มีปัญหา
เพราะช่วงนี้รถจะวิ่งรับส่งตลอดคืนยันสว่างเลยทีเดียว โดยส่วนตัว
ชอบนั่งเรือใหญ่ที่ ท่าเรือบางรัก มากกว่าเคยนั่งspeed boatครั้งหนึ่ง
เข็ดจนตายมันเร็วก็จริงแต่ช่วงตี3ถึงตี4คนกลับเยอะมากทำให้เรือไม่พอ
กับจำนวนคนเพราะช่วงนี้คนจะง่วงและล้าจากการดื่มและเต้นมาทั้งคืน
จึงอยากรีบไปพักผ่อน เลยทำให้แย่งกันขึ้นเรือ บางคนลงทุนไปยืน
แช่น้ำในทะเลรอเรือกันเลย ใครจะแย่งแข่งกับฝรั่งก็ขอเชิญ ผมขอ
นั่งรอที่หาดทรายดีกว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้ยินข่าวเรือคว่ำ
เพราะรับน้ำหนักเกินตามที่เป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน และคนส่วนใหญ่
ก็เมาเกินพิกัดกันทั้งนั้น จึงยากที่จะรักษาชีวิตตัวเองได้ ถึงจะว่ายน้ำ
เป็นก็เถอะ เรื่องเศร้าก็ตามมาจนได้




ช่วงเวลา1-4ทุ่มจะมีการละเล่นต่างๆให้ผู้มาปาร์ตี้ได้ร่วมสนุกเช่น
การกระโดดเชือกไฟซึ่งเมื่อปีที่ผมมาครั้งแรกคือปี 2547 ยังไม่มี
เพิ่งมีมาช่วงหลังนี่เอง






เช่นเดียวกับสไลด์เดอร์แบบนี้แต่ดูท่าทางจะเลอะไปหน่อยเลยไม่ได้ลอง





การโชว์ควงไฟนี่มีมานานตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว แต่ต้องโชว์ท่ายากๆด้วยถึง
จะเรียกเสียงกรี๊ด แน่นอนคนควงไฟต้องฝึกฝนมาหนักพอสมควร




สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับงานนี้ก็คือการเพ้นท์ตามร่างกาย จะมีร้านเพ้นท์
แบบนี้ทุกซอกทุกมุมในบริเวณงาน เลือกตามใจชอบว่าจะเอาลายไหน
ส่วนใหญ่จะออกแบบเองมากกว่า เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของตัวเอง
เสื่อให้คนรับรู้ เช่นการเพ้นท์ข้อความตามร่างกาย สิ่งนี้ผมชอบมาก
มองดูไม่รู้จักเบื่อมาแต่ละครั้งก็จะอ่านข้อความตามตัวของนักปาร์ตี้
บางคนก็มีอารมณ์ขัน ก็จะเขียนว่า for rent 20 baht สาวคนนี้สวยมาก
ถ้าเธอรับจริงๆล่ะก็คงมีคนเช่าเธอเป็นพันแน่ บางหนุ่มก็เพ้นท์ทำนอง
เดียวกัน for rent 200 baht per hour แพงกว่าสาวสวยอีก บางคนก็
เชิญชวนให้คนมาจูบ kiss me บางคนก็กลัวว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเอง
เป็นเพศไหนก็เขียนกลางหลังตัวเบ้อเร้อว่า GAY บางคนข้อความ
ก็น่ารักมากเคยเห็นเด็ก 10 ขวบมากับพ่อแม่ เพ้นท์ที่หน้าอกว่า
sexy boy แต่ที่ฮิตมากที่สุดก็เพ้นท์ชื่อประเทศและธงชาติตัวเอง
ว่าตัวข้านี่หนามาจากประเทศอะไรคำว่า Aussie ก็เป็นอันรู้กันว่ามาจาก
ออสเตรเลีย









นอกจากการเพ้นท์แล้วยังมีอุปกรณ์เพิ่มความเก๋มากมายทั้งหมวกเพ้นท์
สีสดใส ที่คาดผมมีเขาแบบซาตาน สร้อยคล้องคอเรืองแสง




พอช่วง5ทุ่มปาร์ตี้ก็เริ่มคึกคักเริ่มเต้นกันแล้ว หลังจากที่เมากันได้
พิกัดแล้ว ส่วนใหญ่ดื่มเบียร์กันมาตั้งแต่รอขึ้นเรือกันแล้ว ส่วนเครื่องดื่ม
ก็มีขายหน้าบาร์ของใครของมัน ทำเป็นถังพลาสติกเล็กๆเป็นชุดตามแต่
จะเลือก ส่วนใครอยากประหยัดก็เดินเข้า seven-11 ก่อนทางลงหาดได้
ตามสะบาย ราคาจะสูงกว่าราคาเดิมนิดหน่อย




ใครชอบดนตรีแนวไหนก็เลือกตามสไตล์ของแต่ละคน แนวพลงก็มี
ทั้ง drum and bass ,house และเพลงของนักร้องดังๆ
ออกอัลบั้มตามแผงเทปและคลื่นวิทยุเพลงสากล







Zoom bar มีดีเจ มารูดเพลงต่อเพลงให้ปาร์ตี้กันทั้งคืนยันสว่าง







Drop in bar เปิดเพลงฮิตๆตามหน้าปัดวิทยุเพลงสากล
บาร์นี้คนเยอะมาก



cactus เปิดเพลงแนว house เต้นกันลืมตาย






paradise bar เปิดเพลงแนวhouse มีสามหญิงไทยครองหาด
ตอนนี้คนยังน้อยอยู่ ยังไม่ถึงช่วงเมาสุดฤทธิ์





ส่วนแฟชั่นที่นี่ก็หลุดโลกใครอยากจะแต่งยังไงก็ตามสะบาย
ที่นี่ไม่มีคำว่าผิดถูกไม่มีคำว่าเชยหรือล้าสัย คุณไม่จำเป็นต้องแคร์
สายตาใคร ผู้หญิงบางคนก็นุ่งบิกินี่ทูพีซ ผู้ชายบางคนก็ยืมกระโปรง
แฟนตัวเองมาใส่ก็มี ผู้ชายบางคนก็นุ่งกางเกงในประหลาดๆตัวเดียว







7ปีตั้งแต่ปี2547-2554ที่ผมไปงานนี้สังเกตุเห้นความเปลี่ยนแปลง
ของแฟชั่นตลอด ตอนนี้เห็นคนใส่เสื้อกล้ามสีสดเต็มไปหมด
พิมพ์ข้อความว่า full moon party บนตัวเสื้อวางขายเกลื่อน
ทั่วทุกมุมราคาก็ 100 บาทเท่านั้นเอง นิยมใส่ทั้งผู้หญิงและ
ผู้ชาย แน่นอนเสื้อเหล่านี้ made in thailand ของแท้แน่นอน










นี่คือปาร์ตี้ที่ปลดปล่อยอย่างแท้จริง ปาร์ตี้ที่ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ
เพศ ศาสนา ชนชั้น ทุกคนมาสนุกสนานด้วยกันได้ แบบเป็นหนึ่งเดียว
ด้วยเสียงเพลง คละเคล้าด้วยเครื่องดื่มมึนเมา ตามแต่ที่ใจคุณต้องการ



เดินทางวันที่ 19-01-2554








 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2554 0:54:21 น.
Counter : 8279 Pageviews.  

อาบน้ำแร่พรรั้ง ระนอง


บ่อน้ำแร่พรรั้ง จังหวัดระนอง



พูดถึงระนองคำพูดติดปากที่ได้ยินบ่อยๆคือ เมืองฝนแปด
แดดสี่ ซึ่งปัจจุบันถามคนระนอง เขาบอกว่าไม่น่าจะใช่แล้ว ตอนนี้
สภาพอากาศทั่วโลกมันก็เปลี่ยน แปรปรวนไปหมดแล้ว ฤดูฝนฝนอาจ
ไม่ตก บางประเทศหิมะก็ตกหนักกว่าปกติ เอาแน่เอานอนไม่ได้

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวระนอง ที่คนจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆก็คือ
บ่อน้ำแร่ ระนอง ซึ่งเขาจัดอันดับให้ติด 1ใน3 บ่อน้ำแร่ที่ดีที่สุดในโลก
ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า เขาวัดกันยังไงก็ไม่รู้ และมันช่วยทำให้คนอยากไป
อาบน้ำแร่แห่งนี้ด้วยหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ พูดถึงบ่อน้ำแร่ที่ระนองแล้ว
ใช่ว่าจะมีที่เดียว ยังมีอีกหลายบ่อ แต่ที่ผมชอบมากก็คงจะเป็น บ่อน้ำแร่
พรรั้ง ที่อยู่ไปทางน้ำตก หงาว และเขาหัวโล้น ขับรถจากตัวเมืองระนอง
ไปทางเขาหัวโล้น อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงเขาหัวโล้นประมาณ 500 เมตร
มองเห็นป้าย บ่อน้ำแร่พรรั้งแล้วเลี้ยวซ้ายขับไปเรื่อยๆ ตามป้ายประมาณ
1 กิโลเมตร จะพบบ่อน้ำแร่ ที่สงบ คนไม่พลุกพล่าน มีฝายน้ำล้นให้โดด
น้ำเล่นด้วยหลังจากที่แช่น้ำแร่จนหนำใจ แต่ฤดูแล้งน้ำน้อย เล่นน้ำไม่ได้
เพราะน้ำน้อยเกินไป








บ่อทั้งหมดมีอยู่ 4-5 บ่อ แช่ทั้งตัว 3 บ่ออีกบ่อใช้นั่งแช่เท้า
และบ่อใหญ่กักเก็บน้ำ จะนั่งอ่านหนังสือหรือจะนั่งคุยกัน กับเพื่อนฝูง ปรึกษาเรื่องงานก็เหมาะ บรรยากาศโดยรอบก็ร่มรื่น รอบล้อมไปด้วยป่าไม้ ต้นไม้ และภูเขา ลำธารไสไหลเย็น






สำหรับกิจกรรมสุดฮิตเมื่อมาเที่ยวบ่อน้ำแร่แล้วก็คงหนีไม่พ้น
การต้มไข่ ที่นี่น้ำร้อนพอสมควร ไม่นานก้ได้กินไข่ต้มแล้ว โดยที่ไม่ได้
จุดแก๊ส หรือใช้เชื้อเพลิง ให้วุ่นวาย ธรรมชาติแต่งเติมให้ล้วนๆ



ค่าเข้าที่นี่ถุกมาก ราคาแค่20 บาทเท่านั้นราคานี้ยังครอบคลุม
ไปถึงค่าเข้าน้ำตกหงาวด้วย นอกจากจะอาบน้ำแร่แล้ว ที่นี่ยังมีเรือนรับรอง
น่ารักๆ ที่สร้างขนาบไปกับลำธาร ราคาก็ไม่แพงหลังละประมาณ 1,000
กว่าบาทมีประมาณไม่เกิน 10 หลัง สำหรับคนที่อยากอยู่กับธรรมชาติ
ไม่อยากไปพักโรงแรมในเมือง ฟังเสียงนกเสียงการ้อง ฟังเสียงธารน้ำไหล
หลีกหนีความวุ่นวาย มาพักสงบจิตใจที่นี่ เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน






ใครจะแช่เท้าในน้ำเย็นให้ปลาตอดเล่นๆก็ไม่เลวเหมือนกัน








ใครผ่านมาระนองอย่าลืมแวะบ่อน้ำแร่ร้อน พรรั้งนะครับ
ถ้าอยากสงบ เหมือนเป็นเจ้าของบ่อน้ำแร่ส่วนตัว ควรมาวันธรรมดา
ส่วน วันหยุดคนค่อนข้างเยอะหน่อย อาจไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่ แต่
ยังไงถ้าเทียบกับบ่อแม่ใกล้เมืองแล้ว ที่นี่วุ่นวายน้อยกว่าเยอะ




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2553    
Last Update : 7 ธันวาคม 2553 13:20:08 น.
Counter : 1987 Pageviews.  

เล่นกระดานโต้คลื่นที่ภูเก็ต



เคยเห็นในหนังหรือรายการโทรทัศน์ ที่ต่างประเทศเขาเล่นกระดานโต้คลื่น แล้วอยากเล่นจังเลย ทำไมเมืองไทยไม่มีแบบนั้นบ้าง
จนวันหนึ่งได้อ่านหนังสือท่องเที่ยว ททท. ถึงได้รู้ว่าทะเลเมืองไทย
ก็เล่นกระดานโต้คลื่นได้ ที่ภูเก็ต นั่นเอง





แม้ว่าทะเลที่ภุเก็ตจะคลื่นลูกไม่ใหญ่เหมือนต่างประเทศ อย่างบาหลี
ฮาวาย ออสเตรเลีย แต่ที่แน่ๆ ไม่มีฉลามให้ต้องหวาดผวาแน่ๆ






ที่ภูเก็ต ถ้าเทียบกับฮาวายแล้ว คนละชั้นกันเลย
แต่ก็เหมาะสำหรับมือใหม่ หัดเล่นดีกว่าไม่มีคลื่นให้เล่นซะเลย
มีหลายประเทศที่ทะเลประเทศเขาเล่นไม่ได้เลย


แต่ถ้าใครไม่รู้จะเริ่มยังไงที่นี่ก็มีโรงเรียนสอน และมีกระดานให้เช่า
ค่าสอนชั่วโมงละ 1,500 บาท อาจต่อรองราคาได้ตามประสาคนไทยด้วยกัน







ราคาค่าเช่าสำหรับที่หาดกะตะแห่งนี้อยู่ที่ ชั่วโมง 100 บาท






เชิญต่อรองได้ตามสบาย





แต่กีฬาชนิดนี้จะเล่นก็ต้องทำใจ เพราะขึ้นอยู่กับลมฟ้าอากาศ
บางวันนั่งรอจนเหงือกแห้ง ทั้งที่นั่งรอนอนรอ ในน้ำนี่แหล่ะ
เราควบคุมธรรมชาติได้






เช่นในวันนี้ กว่าคลื่นจะมา แถมยังลูกเล็กอีก




แต่บางวันก็ได้คลื่นลูกใหญ่





หาดที่เล่นกระดานโต้คลื่นได้ จุดศูนย์รวมก็อยู่ที่หาดกะตะ มีร้านให้เช่า
กระดานเยอะที่สุดเกือบ 10 ร้านได้ รวมทั้งโรงเรียนสอนด้วย





หาดกะตะ ถ้าวันไหนที่มีคลื่นดีๆ จะมีนักไต่คลื่นทั่วโลก เต็มหาด




หาดกะตะน้อยแห่งนี้ก็เหมาะในการเล่นกระดานโต้คลื่น แต่อากาศวันนี้
ไม่เป็นใจเอาเสียเลย





หาดกะรนก็เป็นอีกหาดที่เหมาะกับการโต้คลื่น
แต่ก็พอจะเล่นได้แต่ต้องรอนานมาก
รอจนเหงือกแห้งเลย




หาดกะรนแห่งนี้ก็มีร้านให้เช่ากระดานเหมือนกัน แต่ราคาจะแพงกว่า
หาดกะตะมาก เพราะมีไม่กี่ร้าน ชั่วโมงละ 300 บาท ในขณะที่หาด
กะตะ 100 บาท แต่คนไทยต่อรองได้ชั่วโมงละ 150 บาท
นอกจากหาดกะตะน้อย หาดกะตะ หาดกะรน แล้วยังมีหาดในหาน
หาดป่าตอง หาดกะหลิม หาดกมลา หาดในยาง หาดสุรินทร์
แทบทุกหาดของภูเก็ตเลยทีเดียวที่เล่นโต้คลื่นได้
แต่ที่ฮิตเป็นศูนย์รวม ก็คือหาดกะตะ




เกาะฮาวายคือจุดกำเนิดกีฬาชนิดนี้

ส่วนเมืองไทยแม้จะไม่มีชื่อเสียง มีคลื่นลูกใหญ่มากเท่าต่างประเทศ
แต่ก้มีการจัดแข่งขันเหมือนกัน แม้แต่เด็กๆก็จัดแข่งขันเหมือนกัน











น้องกลุ่มนี้พ่อแม่อยู่ใกล้ทะเลจึงหัดเล่นกระดานโต้คลื่นมาตั้งแต่เด็กๆ
ถ้วยรางวัลผู้ชนะเลิศจึงไม่หนีไปไหน
























 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2554 1:47:07 น.
Counter : 4264 Pageviews.  


butterfly angel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับเพื่อนร่วมโลกทุกคน
ข้อความทั้งหมดที่ผมเขียนก็แค่อยากเขียน อยากเล่า อยากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่ได้ยึดหลักการเขียนแบบนักเขียนมืออาชีพ เพราะก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแบบเขียนที่ดีเป็นแบบไหน อยากเขียนแบบไหนก็เขียน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ให้ความรู้และความบันเทิง ไม่มีมากก็น้อย

ข้อมูลหรือความคิดทั้งหมด เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด หากใครแวะมาอ่าน โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

ล๊อกอินนี้ใช้ร่วมกับหลานสาวและครอบครัวนะครับ
บางกระทู้ ก็เป็นคนในครอบครัวใช้นะครับ
แต่บล๊อกเป็นงานเขียนของผมคนเดียว




Friends' blogs
[Add butterfly angel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.