เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - เรื่องของปาก กับ mineral make up

หวัดดีคร้าบบบบบ

ไม่ได้เขียนบล๊อกเป็นเดือนเลยน้า คิดถึงอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเดือนที่แล้วมันยุ่งจริงๆ เพราะสอบมิดเทอม สอบเนี่ย ไม่ได้มีหยุดให้อ่านหนังสือนะ แบบว่านรกแตกมาก ทั้งเรียน ทั้งสอบ ทั้งทำรายงาน แล้วก็ออกไปดูงานนอกสถานที่ ทั้งหมดนี้สามารถรวมอยู่ในอาทิตย์เดียวกันได้ ตกวันศุกร์ นักเรียนก็สะบักสะบอมไปตามๆกัน
===

จริงๆแล้ว ไปช้อปปิ้งมาเยอะแยะไปหมด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า สร้อยแหวน และเครื่องสำอางค์ แต่อันที่ประทับใจ กลับเป็น mineral makeup ที่สั่งมาจากอเมริกาซะนี่

สรุปว่าตอนนี้ขั้นตอนการแต่งหน้า กลับเพิ่มมาจากเมื่อบล๊อคที่แล้วเล็กน้อย

ก่อนอื่นก็ทาครีมให้หน้าไม่แห้ง

จากนั้นก็ลงเบสเขียว โดยวิธีง่ายๆ แค่ขยี้ใส่ฝ่ามือให้ทั่ว แล้วก็ปาดไปทั้งหน้า

จากนั้นก็ใช้รองพื้นแบบน้ำ (ลอรีอัล) บีบออกมาแค่สามส่วนสี่ปั๊ม ขยี้ให้ทั่วฝ่ามือเหมือนเดิม แล้วก็ปาดให้ทั่วหน้า เราพบว่า วิธีนี้จะทำให้รองพื้นกระจายได้ทั่วหน้ามากกว่า แล้วก็ไม่เกาะเป็นปื้นด้วย

จากนั้น ลงแก้มด้วย mineral make up จรดพู่กันบนโหนกแก้มแล้วปัดไปทางด้านหลังเร็วๆ จนได้ความเข้มที่ต้องการแล้วค่อยวนแปรงเบลนสีให้เข้ากันทีหลัง แต่ตั้งแต่ใช้ MMU มา พบว่าสีจะไม่เป็นปื้น เลยทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้น

จากนั้นก็ใช้แป้งรองพื้น MMU ซักประมาณสามชั้น (เพราะเราลงรองพื้นน้ำไว้แล้ว) ลงแป้งแล้วจะเห็นกันชัดๆว่า แป้งนิดเดียวแต่ทำให้สีทั่วหน้ามันเท่ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกอย่าง รู้สึกเลยว่าหน้าไม่หนา แต่เนียน เวลาระหว่างวัน จะเท้าคางเท้าแก้ม หรือเกาหน้า ก็ไม่ค่อยมีแป้งติดตามเล็บให้รำคาญใจ

สำหรับเรา แค่นี้พอแล้ว จากนั้นก็ลงไฮไลท์ให้รอบตาสว่าง ลงไฮไลท์ทีโซน ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า (อันนี้เป็นขั้นตอนปกติ)

สำหรับบางคน ลงแป้งแล้วอาจจะลงบลัชออนทับอีกรอบก็ได้ เพราะรอบแรกที่ลงไป แค่เป็นการทำให้แก้มมีสีธรรมชาติแล้วก็เหมือนเป็นการเน้นโหนกแก้มมากกว่า ดังนั้น วันไหนถ้าเรารู้สึกอยากแต่งหน้าเข้ม เราก็จะใช้บลัชออนปกติ ลงอีกที ลงเหมือนกับทาแก้มปกติ

ทีนี้มาถึงส่วนที่เราอยากจะเล่าจริงๆแล้ว ซึ่งก็คือ MMU ตัวที่เป็นบลัชนี่แหละ เนื่องจากเห็นว่ามันน่าจะคล้ายๆกับ พิกเม้นท์ ก็เลยลองเอามาผสมลิปกลอสแล้วก็ทาปาก ปรากฏว่าสีสวย อมส้ม ทาแล้วปากสว่าง หน้าสว่าง อีกทั้งปกปิดดีมาก เลยเอามาลองหลายอย่าง บางทีก็ทาลิปมันก่อนแล้วก็เอานิ้วแตะบลัชแล้วทาที่ปากตรงๆ แบบนี้จะได้ลุคแบบแมท หรือถ้าจะผสมกลอสก็ได้สีฉ่ำๆ ข้อเสียของ MMU คือมันพกไม่ได้ ลองพกไปนอกบ้านแล้ว หกเลอะเทอะเสียของอย่างแรง หงุดหงิดใจอยู่หลายวัน จนในที่สุดก็คิดได้ว่า เอาตลับลิปบาล์มของบอดี้ช้อปมา ยังไม่หมดนะ แต่ก็เทบลัชลงไป กะเอาว่าให้ผงบลัชมันติดทั่วพื้นผิวของลิปบาล์ม เท่านี้ก็ได้ลิปสติกแบบพกพาแล้ว ชอบใจมากๆเลย

ก็ใช้แบบนี้มาอยู่เกือบเดือน สีก็ธรรมชาติดี ชอบมาก

จนกระทั่งวันหนึ่ง คิดอะไรไม่รู้ ตอนทาแป้ง ก็เอาแปรงมาปัดที่ปากด้วย ด้วยความที่เนื้อ MMU มันละเอียดและปกปิดมาก ปัดๆที่ปากไปหลายๆรอบ ก็ทำให้ปากเหมือนสีนู้ด ก็เลยตื่นเต้นใหญ่ เพราะไอ้เจ้ารองพื้นปากที่ซื้อมาจาก canmake เนี่ย ไม่เห็นมันปกปิด แถมทาแล้วปากเป็นคราบอีกต่างหาก แต่ใช้แป้งรองพื้น MMU เนี่ย เนียนสนิทเลย (แต่ต้องเอาแป้งสีอ่อนๆ แล้วก็เป็นแบบ matt นะ สีเข้มทาแล้วก็ไม่ค่อยนู้ดเท่าไหร่) เราเลยหยิบกลอสใสมาทา แบบว่าสวยมาก เติมกลอสสีแดงสดไปตรงกลางปากซะหน่อย ได้สไตล์อั้มพัชราภาเลย ถูกใจสุดๆ

แต่ปัญหาก็คือ มันไม่ทนน่ะสิ ออกบ้านไปกินข้าวเช้าที่ร้านคาเฟ่ระหว่างทางไปเรียน ลิปก็หายหมด พยายามเอาแป้งอื่นมาทาปากแล้วก็ใช้ลิปกลอสทับ มันก็เป็นคราบขาวๆ ไม่เนียนเหมือนใช้ MMU เลย






 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2550 20:00:55 น.
Counter : 476 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - มาแล้วกึ่งรีวิว

Busy like mad….
หายไปพักนึง เนื่องจากยุ่งมาก จริงๆก็ยุ่งเหมือนเป็นปกติยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องส่งงานแทบทุกวัน อาทิตย์หน้าก็จะสอบมิดเทอมแล้วน้า เร็วจังเลย T-T
อีกอย่างที่ไม่ได้เข้ามาอัพเดทก็เพราะว่าของที่ซื้อมาเหมือนมันยังลองไม่เต็มที่ คือรู้สึกว่ายังใช้ได้ไม่โปรฯ
Trial and error….
ตอนนี้อากาศเย็นลง เมื่อคืนไม่ต้องเปิดแอร์แล้ว อากาศก็แห้งด้วย หน้าลอกอย่างแรง ก่อนหน้านี้สิวขึ้นเต็มจมูก ก็เลยเหมาว่าเป็นเพราะ DHC Q10ครีมที่ซื้อมาเมื่อวันก่อน แต่แก้มมันก็แห้งอยู่ ก็เลยทาครีมแค่ตรงแก้ม ทาได้สองสามวัน กลายเป็นว่าจมูกลอก คราวนี้แต่งหน้ายังไงก็ไม่แจ่ม เพราะจมูกเป็นขุยเด่นอยู่ขนาดนั้น
ก็พยายามลองนะ เพราะอุตส่าห์ซื้อเบสเขียว Kanebo กับแป้ง tiffa มา ก็อยากใช้ใช่ไหมล่ะ
สำหรับเรา ที่ใช้มาเราว่าเบสเขียวใช้ได้เลยนะ เพราะมันทำให้หน้าขาวผ่องขึ้นแต่ไม่เป็นหน้ากากเหมือนลงรองพื้น
ตอนนี้เราเลยลงเบสเขียว แล้วก็ตามด้วยแป้งรองพื้นลอรีอัล เป็นอันจบ เพราะลองลงทุกอย่างตามขั้นตอนปกติ (เบส แล้วรองพื้น แล้วคอนซีลเลอร์ แล้วแป้งกึ่งรองพื้น แล้วก็แป้งทิฟฟ่า) จมูกงี้ขาวจั๊วเลย ต้องไปล้างออกเพราะรับตัวเองไม่ค่อยได้ สรุปว่าตั้งแต่ซื้อมายังไม่ได้ลองแป้งทิฟฟาเลย
สรุปอีกที
1. ชอบเบสเขียวเพราะทำให้หน้าผ่องแต่ไม่เว่อ (เราทาตาด้วยนะ เราชอบแต่งตากับโหนกแก้มให้ขาวน่ะ)
2. ลิปกลอสตัวนี้เวิร์คจริงๆ
Less is more…
วันนี้แฮปปี้สุดๆ นอกจากจะได้ใส่ชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวันเสาร์แล้ว ยังแต่งหน้าถูกใจอีกต่างหาก ถูกใจเพราะแต่งน้อยมาก แต่ออกมาถูกใจที่สุด วันนี้ตัดสินใจลงรองพื้นบางๆ แค่กดออกมาสามในสี่ แล้วก็ขยี้กับสองมือให้กระจายเท่ากันทั้งสองฝ่ามือ แล้วก็ปาดหน้าให้ทั่ว (ไม่ต้องห้าจุดมันแล้ว เสียเวลา) ตัดสินใจไม่ทาแป้ง เพราะหน้าลอก ยิ่งทาแป้งยิ่งดูแห้ง จากนั้นก็ทาแป้งไฮไลท์ตา กับทาบลัช ปัดขนตา ไม่ทาลิปสติกแค่ทากลอสใส แค่นี้แต่กลับรู้สึกว่าแต่งหน้าได้เนี้ยบมากๆเลย
ปล. ว่าจะถ่ายรูปรีวิวลิปกลอสแต่ยังมะมีเวลาเลย ไว้วันหลังนะจ๊ะ




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2550    
Last Update : 16 ตุลาคม 2550 21:10:05 น.
Counter : 485 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - จิปาถะความงาม (ไปช้อปปิ้งมาจ้า)

เนื่องจากวันนี้ได้เลิกเรียนก่อนห้าโมงเย็นเป็นวันแรกในสัปดาห์ และเนื่องจากสุดสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้ช้อปปิ้งเลย แค่ซื้อมือถือก็หมดเวลาไปหนึ่งวันแล้ว (ตามที่ได้เล่าไปในบล๊อคก่อนหน้านั้น) ข้าเจ้าก็เลยเกิดความเครียด

เมื่อวานนี้สั่งชุด sample kit ของ everyday mineral ไป ซึ่งจริงๆมันส่งฟรี แต่คิดค่าส่งประมาณห้าเหรียญ ค่าเสียหายก็ประมาณสองร้อยบาท อันนี้พอรับได้

วันนี้มีเวลาว่างก็เลยทิ้งเพื่อนทิ้งฝูง ทำตัวเป็นเพื่อนกินหาง่าย คือเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็บอกให้เพื่อนกลับบ้านไป ส่วนตัวเองก็พุ่งเข้าร้าน matsumoto ที่คนแถวห้องแป้งฯชอบไปซื้อกัน แบบว่าเห็นมาหลายวันแล้วเพราะอยู่หน้าสถานีรถไฟ แต่ไม่ได้เข้าซักที เพราะไม่มีเวลา วันนี้มีโอกาสแล้วเลยเดินวนซะหนึ่งรอบ แต่ร้านมันก็เล็กเหลือเกิน ไม่สมใจ เลยเดินไปเข้าร้าน คิมูระยะ ที่อยู่ข้างๆกัน

ใจจริงอยากซื้อายครีมซักหน่อย แต่ด้วยภาษาอันอ่อนด๋อย อ่านมะค่อยออก เลยหาของไม่เจอซะงั้น แต่ก็เดินมันซะทั่ว เลยได้ของอย่างอื่นมาแทนตรึมเลย

ครึ ครึ ของแต่ละอย่างถูกใจทั้งน้าน เรียกได้ว่าเดินกระโดดเด้งดึ๋งร้องเพลงกลับบ้านอย่างมีความสุขเลยแหละ หมดค่าเสียหายไปสามพันกว่าเยน สบายใจ

มาดูของที่ซื้อกันมาดีกว่า


ชื่อไรไม่รู้ อ่านออกแต่ภาษาอังกฤษเขียนว่า "Curvy lip silicone" แบบว่าอันนี้เป็นของที่เล็งไว้ตั้งแต่มาถึง เพราะลิปกลอสสุดรักดันลืมไว้ที่บ้าน แต่ก็ยั้งใจไม่ซื้อเพราะว่าลิปสติกแบบอื่นมีเยอะแล้ว แต่คราวนี้อดใจไม่ไหวแล้ว ขอซะหน่อย

แบบว่าซื้อมาแล้วก็แกะใช้ในรถไฟนั่นแหละ เปิดออกมา ก็แปลกใจที่เค้าไม่ได้ให้เป็นพู่กันหรือฟองน้ำเหมือนยี่ห้ออื่น แต่ดันเป็นไม้พายแทน ก็แปลกไปอีกแบบ แต่ก็ไม่ได้เกลี่ยยากอะไร สีสวยถูกใจ แวววาวมาก แต่พอทาเยอะหน่อยแล้วเวลาพูด ลิปมันก็ยืดเยิ้ม น่าเกลียดพิลึก ฮ่าฮ่าฮ่า สงสัยคงต้องใช้พู่กันทาเอามากกว่า





แป้ง finishing powder ของ tiffa เห็นมันขาววิ้งดี น่าจะทาแล้วหน้าผ่อง เลยซื้อมาลอง จริงๆอยากซื้อ body butter ของ tiffa มาด้วย ตลับหน้าตาเหมือนแป้งเลย วางด้วยกันแล้วคงสวยดี เราลองแล้วกลิ่นหอมหวานเหมือนผสมแพชั่นฟรุต ทานิดเดียวหอมติดมือเลย ทำเราอารมณ์ดีมาตลอดทางกลับบ้าน แต่เราเป็นคนที่ไม่ชอบทาโลชั่น เลยตัดใจไม่ซื้อ

เอ เข้าเรื่อง พูดถึงแป้งเนี่ย กลับมาบ้านก็มาลองทาเหมือนกัน ตอนแรกก็กลัวว่ามันจะขาวไปกลัวหน้าขาวเว่อร์แบบว่าเวลาทาแป้งเด็กอ่ะ แต่พอทาจริงๆ มันก็ทำให้หน้าขาวเนียนขึ้นนิดนึงนะ แต่ไม่เว่อร์เลย มันเนียนไปกะผิว เดี๋ยวต้องรอแต่งหน้าครบสูตรพรุ่งนี้ก่อน ถึงจะรู้ว่าดีจริงป่าว





Kanebo make up base สีเขียว
อันนี้ก้อยากลองมานานแล้วแหละ ก็เลยซื้อมาลองแบบไม่มีเหตุผล มันมีสีแดงกะสีเขียวให้ลอง ก็ลองกับหลังมือแล้วไม่เห็นความแตกต่างเท่าไหร่ แต่คิดว่าตัวเองน่าจะผิวอมแดงมากกว่าอมเหลือง ก็เลยซื้อเบสเขียวมาลอง เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้ว่าเป็นไง

ฮี่ฮี่ มีความสุข แต่ต้องไปแล้วค่ะ มีเคสต้องอ่านอีกหกเคสนะคืนนี้ เอ้อระเหยไม่ได้ซะแล้ววววววว




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2550    
Last Update : 10 ตุลาคม 2550 20:14:15 น.
Counter : 453 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - กินอะไรถึงได้สวยกันทั้งประเทศ

เหนื่อยมาทั้งอาทิตย์นึกว่าวันเสาร์จะได้ช้อปปิ้งให้หนำใจซะหน่อย ที่ไหนได้ เสียเวลาไปกับการซื้อมือถือทั้งวันเลย แบบว่าเซ็งมั่กๆเลย แถมวันอาทิตย์ก็ต้องทั้งทำงานบ้านและทำการบ้านและทำกับข้าวไว้กินทั้งอาทิตย์อีกต่างหาก

สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำแกงกะหรี่กินมันทุกมื้อจนเอียนแล้ว จะให้ทำอย่างอื่นก็นึกไม่ออก กำลังหมดปัญญา ก็ไปเปิดเจอเว็บ nhk เข้า เค้าสอนวิธีทำอาหารญี่ปุ่นอย่างง่ายๆ (แน่นอนว่าเป็นภาษาอังกฤษ) เท่านั้นแหละ ข้าพเจ้าก็เห็นทางสว่างทันทีเพราะอาหารที่เค้าสอนให้ทำก็คือ เนื้อต้มมันฝรั่ง นั่นเอง !

เนื้อต้มมันฝรั่งเนี่ย นอกจากเป็นอาหารโปรดเราแล้ว ยังมีที่มาที่ไปที่น่าสนใจด้วย (ดูมาจากรายการทีวีญี่ปุ่นที่ฉายในยูบีซี จำไม่ได้แล้วว่ารายการอะไร ก็เลยไปเปิดหาเอาในวิกิ ก็เจอเหมือนกัน แสดงว่ารายการทีวีก็ไม่มั่ว อิอิ)

เนื้อต้มมันฝรั่ง เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า nikujaga เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นกินกันบ่อย เรียกว่าเป็นอาหารประจำบ้านพอๆกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เชื่อเถอะว่า เดินเข้าร้านอาหารไหนก็ต้องมีเมนูนี้ นอกจากนั้น รู้หรือเปล่าว่า คนญี่ปุ่นเค้าเชื่อกันว่าลูกสาวร้านขายเนื้อมักจะหน้าอกใหญ่ เพราะกินเนื้อทุกวัน ฮ่าฮ่าฮ่า เค้าว่ากันว่าอย่างนั้นจริงๆนะ เราก็เลยคิดว่า ไอ้เจ้าเนื้อต้มมันฝรั่งนี่แหละ ที่ทำให้สาวๆญี่ปุ่นสวยกันทั้งประเทศ นอกจากจะอุดมด้วยคุณค่า วิตามิน ไฟเบอร์ และคอลลาเจนแล้ว ยังอร่อยและทำง่ายอีกต่างหาก

ที่มาของอาหารจานนี้ก็น่าสนใจ เพราะกำเนิดจากการที่ท่านนายพลฯ โตโก ซึ่งได้รับการศึกษามาจากอังกฤษ ได้สั่งให้พ่อครัวของราชนาวีดัดแปลงสตูเนื้อของอังกฤษ ให้เป็นแบบญี่ปุ่นเพราะเล็งเห็นว่าเป็นอาหารที่ทำง่ายและอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร จากในกองทัพ ก็ได้รับความนิยมและแพร่หลายไปทั่ว จนกลายเป็นอาหารประจำบ้านในปัจจุบัน
//en.wikipedia.org/wiki/Nikujaga

วิธีทำก็ไม่ยาก ส่วนประกอบก็ไม่เยอะ ถ้าอยู่ญี่ปุ่นก็ง่ายมาก อยู่เมืองไทยอาจจะยากนิดหน่อย มีดังนี้เลยจ้า

Ingredients
200g/ 7oz thinly sliced beef
2 onions
4 potatoes (large)
2 cups/ 400ml dashi stock
5 tbsp soy sauce
2 tbsp mirin
3-4 tbsp sugar
1 tbsp sake
Vegetable oil



ก่อนอื่นก็หั่นเนื้อให้บางเฉียบ (แต่เราใช้เนื้อบด) ปอกมันฝรั่งแล้วหั่นเป็นชิ้นโตๆให้ได้ซักลูกละหกชิ้น แล้วแช่น้ำไว้ซักห้านาทีแล้วสะเด็ดน้ำ หั่นหอมหัวใหญ่ให้เท่าๆกับมันฝรั่ง

ตั้งกระทะใส่น้ำมันแล้วเอาหัวหอมใหญ่ลงไปผัดให้นิ่ม จากนั้นก็เป็นเนื้อ แล้วก็มันฝรั่ง ผัดจนขอบมันฝรั่งออกแนวใสๆ (ข้างนอกสุก)

ใส่เครื่องปรุงที่เหลือลงไปให้หมด แล้วเคี่ยวไฟอ่อนไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ

ถ้าใครดูรูปแล้วงงๆว่าไม่เห็นตรงกับในสูตร ก็ขอให้เข้าใจว่ามีอะไรในตู้เย็นก็เอาตามนั้นแหละค่ะ แต่จะบอกว่าเจ้าเห็ดนั่น อร่อยสุดไปเลย ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรแหละ แต่มันเต็มปากเต็มคำดีเลยชอบซื้อมากิน




เสร็จออกมาได้แบบนี้ แบบว่าน้ำขุ่นๆน่ะ เป็นเพราะเราต้มไฟแรงเองแหละ น้ำซุปมันเลยไม่ใสซะงั้น แต่จะให้แก้มืออีกรอบอะเหรอ อิอิ ไม่เอาหรอก อาทิตย์หน้าก็ทำอย่างอื่นกินดีกว่า
-----
อ๊ะ อ๊ะ โดนหลอกเข้ามาอ่านกันซะแล้ว




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2550    
Last Update : 7 ตุลาคม 2550 16:31:13 น.
Counter : 1220 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - เว็บไซต์ชิเชโด้มันดีอย่างนี้นี่เอง สาวญี่ปุ่นถึงสวยวันสวยคืน

หลังจากคั่งแค้นกับมอยซเจอร์ DHC ไปเมื่อวานนี้ แทนที่จะนั่งอ่านหนังสือเตรียมเข้าเรียนวันจันทร์ อิชั้นก็ผลาญเวลาไปกะการเสิร์ชเน็ต

ได้ค้นพบว่า เว็บไซต์เครื่องสำอางค์ของญี่่ปุ่นเนี่ย มันช่างมีข้อมูลเยอะดีเหลือเกิน จากแต่ก่อนที่ไม่เคยคิดจะเปิดดูเพราะรู้สึกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ไม่รู้เรื่องก็จิ้มไปก่อน

ประทับใจมากโดยเฉพาะเว็บไซต์ชิเชโด้ ผลิตภัณฑ์อะไรของพี่แกที่ออกใหม่ จะมีสอนวิธีแต่งหน้าให้หมด ไม่ต้องมีการซื้ออายชาโด้วมาแล้วต้องมานั่งจินตนาการใช้ความคิดสร้างสรรส่วนตัว ว่าจะแต่งหน้าออกมายังไง

โดยเฉพาะตอนนี้ ที่ชิเชโด้มีแคมเปญ be handsome ยิ่งรู้สึกว่าแต่งหน้าแบบนี้ดูเป็นสาวมั่น และดูเป็นธรรมชาติดี

ในเว็บจะมีทั้งแนะนำการแต่งหน้าโดยรูปภาพ (อย่างละเอียดทีละขั้นตอน)
//www.shiseido.co.jp/mq/index.htm

Handsome finishing school คือ วิดีโอแนะนำการแต่งหน้าโดยช่างแต่งหน้าดัง (มั๊ง) ซึ่งอันนี้แหละ เราว่าเด็ดมากเลย เพราะเราเอาวิธีแต่งหน้าของเค้าไปทำตามแล้ว รู้สึกว่าแต่งหน้าได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะวิธีทารองพื้น ต่อด้วยคอนซีลเลอร์ แล้วก็วิธีทาแป้งตลับทับลงไป ซึ่งเค้าทาทีละครึ่งหน้าโดยปาดพัฟกับแป้งแค่ครึ่งพัฟเท่านั้น แล้วก็ใช้มันเลยครึ่งหน้า ทำให้หน้าเนียนไม่โบ๊ะได้อย่างอัศจรรย์ วิธีปัดแก้มเค้าก็เริ่ดจริงๆ ทำตามแล้วรู้สึกหน้าเรียวขึ้นหลายเปอร์เซนต์ (อิอิ มาอยู่ญี่ปุ่นแล้วต้องพูดอะไรเป็นเปอร์เซนต์ เอาให้เว่อร์ไว้ก่อน) วิดีโออันนี้ แนะนำจริงๆค่ะ
//www.shiseido.co.jp/mq/index.htm

สุดท้ายเป็น beauty book ซึ่งก็เป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์และมีการสอนวิธีใช้อีกเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำอะไรซ้ำซ้อนเนอะ แต่ก็ดีแหละ
//www.shiseido.co.jp/bbk/

ปล.เพิ่งสังเกตตัว counter วัดผู้เข้าชม เห็นแล้วก็ให้ปลาบปลื้มใจว่ามีคนเข้ามาดูบล๊อกเยอะเหลือเกิน ปกติอยู่ห้องไกลบ้าน แบบว่าอย่างเงียบเหงา ตอนนี้รู้สึกอบอุ่น

ถ้าใครเข้ามาดูแล้วรบกวนส่งเสียงหน่อยน้าาาาาา




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2550    
Last Update : 1 ตุลาคม 2550 19:30:22 น.
Counter : 774 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

booklovers
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add booklovers's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com