ขึ้นเหนือเที่ยวราชพฤกษ์ แถมแวะชิมร้านอร่อยรายทาง- วันที่สอง อาบน้ำแร่สันกำแพง แวะชิมก๋วยเตี๋ยว

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2549

วางแผนว่าวันนี้จะเที่ยวแบบชิลๆ ด้วยการไปอาบน้ำร้อนแถวๆสันกำแพงตอนเช้า ไปหาอะไรอร่อยๆกินกลางวันแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน

ซักปีสองปีมานี้ ที่บ้านบ้าอาบน้ำร้อนน้ำแร่กันมาก ถ้าให้สุดยอด ก็ต้องที่อช.แจ้ซ้อน เพราะบรรยากาศดี น้ำร้อนมาก อากาศก็ค่อนข้างหนาว (เกี่ยวป่ะ แต่เราว่าเกี่ยวนะ ทำให้แช่น้ำร้อนสบายขึ้น)

แถวๆเชียงใหม่ก็มีน้ำพุร้อนหลายที่ ที่น้ำพุร้อนสันกำแพงเลยก็มี เราเองไม่เคยไป แต่เห็นน้องสาวบอกว่า ที่แช่น้ำร้อนไม่ค่อยดี

ตอนหลัง คนขับรถตู้ที่รู้จักกัน บอกว่ามีที่แช่น้ำร้อนดีๆอยู่ใกล้ๆ ชื่อว่ารุ่งอรุณรีสอร์ท ระยะทางจากเชียงใหม่ก็ไม่ใกล้ไม่ไกล ออกจากเชียงใหม่ก็มุ่งตรงไปน้ำพุร้อนสันกำแพงเลย แต่รุ่งอรุณรีสอร์ทจะอยู่ถึงก่อนเล็กน้อย รับรองว่าขับรถไป ยังไงก็ไม่พลาดเพราะว่าป้ายโฆษณาใหญ่มาก



พอถึงทางเข้ารีสอร์ท จะเห็นเรือนใหญ่ๆอยู่ขวามือ ตรงนั้นเป็นสถานที่ติดต่อที่พัก ถ้าจะไปน้ำพุร้อน ก็ขับรถเข้าไปอีกสองร้อยเมตร ก็จะเห็นว่ามีป้ายน้ำพุร้อนอยู่ พร้อมกับป้อมยาม

ต้องจ่ายค่าเข้าคนละ 20 บาท นะจ๊ะ เพราะตรงนี้เป็นที่เอกชน

สังเกตว่าที่จอดรถกว้างขวาง มีรถทัวร์คันโตๆด้วย คงมีทัวร์มาลงอยู่เหมือนกัน ส่วนตัวเราไม่สนใจอะไร ตรงดิ่งไปติดต่อห้องอาบน้ำทันที

ถ้าอาบแบบอ่างจากุซซี่ จะคนละสองร้อยบาท แล้วก็จะมีบริการนวดตัว พอกโคลน อะไรอย่างนี้ก็จ่ายเพิ่มเข้าไป

บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวก็โล่งๆ สะอาดดี แล้วถ้าใครไม่มีชุดมา เค้าก็จะมีชุดให้เปลี่ยนด้วย

เริ่มขั้นตอนด้วยการอาบน้ำให้สะอาด แล้วก็เปลี่ยนเสื้อเป็นชุดแช่น้ำแร่ จากนั้นก็ลงแช่ได้เลยจ้า



อันนี้คืออ่างจากุซซี่ (แบบไทยๆ) มีท่อให้น้ำออกมาอยู่สองระดับ ระดับแถวๆเอว กับแถวๆหัวไหล่ แต่ยังไงไม่รู้ เหมือนใส่น้ำไม่เต็ม ท่อน้ำอันบนก็เลยไม่จมน้ำ ทำให้เวลาที่เราต้องการแช่น้ำให้จมถึงคาง น้ำจากท่อบนก็จะพุ่งมาโดนหน้าเราพอดี



น้ำของที่นี่มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ เวลาลูบหน้าลูบตัวแล้วจะรู้สึกฝืดๆ เลยรู้สึกว่ามันต้องรักษาผิวหนังได้ดีแน่ๆ เลยวักน้ำลูบหน้าใหญ่เลย

ส่วนคุณนายแม่จะโปรเรื่องการอาบน้ำร้อนมากกว่าเรา เธอเตรียมผ้าขนหนูผืนเล็กมาเรียบร้อย ชุบน้ำแร่แล้วก็เอาโปะหน้า เป็นการเปิดรูขุมขน ขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า (แต่การที่จะเอาน้ำแร่ลูบหน้า ต้องดูแหล่งของน้ำแร่ด้วยนะ เพราะบางที่ เค้าจะติดป้ายไว้ว่าไม่ให้เอาหน้าจุ่มน้ำ เพราะว่าในน้ำจะมีเชื้อโรคอยู่ แต่พูดก็พูด เคยเห็นเค้าติดป้ายอยู่ที่เดียวคือที่เกาะใต้ นิวซีแลนด์ แต่พอไปแช่น้ำแร่ที่ โรโตรัว เค้าก็ไม่เห็นติดป้ายห้าม)

เอ้า! แช่น้ำแร่ประมาณ 15 นาที ก็ลุกขึ้นมาแช่น้ำเย็นให้หายร้อน แล้วก็กลับลงไปแช่ใหม่อีกซักพัก ก็เป็นอันเสร็จพิธี ก็เดินมาล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า


พอเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินออกมาด้านนอก ก็เห็นว่าอาคารข้างๆกันเป็นคล้ายๆร้านขายอาหารคูปอง แต่จริงๆแล้วมีห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวด้วย แต่ไม่ได้เดินเข้าไปดูราคา คาดว่าคงเป็นห้องเล็กๆเหมือนกับที่น้ำพุร้อนที่อื่นๆ

บริเวณใกล้ๆกัน มีบ่อน้ำพุร้อนที่เค้าทำไว้ให้คนต้มไข่ เราไม่ได้ต้มกับเค้าหรอก แต่ว่าเดินไปดู น้ำที่พุ่งขึ้นมามันร้อนมากขนาดว่าเค้าต้องติดป้ายว่าระวังน้ำร้อนลวก
(อ่านป้ายว่าน้ำร้อน 103 องศา)


ส่วนตัวเราน่ะเหรอ ชอบเดินไปใกล้ๆ พอไอน้ำมันพุ่งขึ้นมาก็เอาหน้าเสยเข้าไป ร้อนดี เหมือนอบไอน้ำ

---------------------------------------------------------------------



ใกล้เที่ยงเข้าไปแล้ว ระหว่างขับรถกลับตัวเมือง ก็นั่งปรึกษาว่าจะกินไหนกันดี คุณนายแม่ก็ควักโพยขึ้นมาทันที ตัดมาจากหนังสือพิมพ์ทั้งน้าน บางร้านก็รุ่ง บางร้านก็แป้ก แต่เธอก็ยังรักที่จะลองต่อไป

คราวนี้เธออยากกินก๋วยเตี๋ยวค่ะ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวแม่จำปา ซึ่งพอดีว่าป้าเรารู้จัก บอกว่าร้านนี้ใช้ได้ ก็เลยไปลองกินกัน ร้านนี้ก็หาไม่ยาก อยู่ด้านหลังเทคโนเอเชีย กับโรงเรียนวารีใหม่ จากถนนใหญ่ จะเลี้ยวเข้า ก็ดูป้ายแจ่วฮ้อนพะเยาเอาไว้

เสียดายไม่ได้ถ่ายป้ายร้านเอาไว้ ถ่ายแต่ของกินอ่ะจ้ะ

เดินเข้าร้านมาจะเห็นเตาหมูสะเต๊เป็นอย่างแรก ไม้ใหญ่น่ากินมาก




สั่งชุดใหญ่มากิน ง่ำง่ำ



ไม้ใหญ่มั่กๆ ลองเทียบกะมือเราดูละกัน



ร้านนี้ขายหลายอย่าง ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย มีข้าวซอยด้วย มีส้มตำประมาณล้านแปดแบบได้มั๊ง อร่อยเกือบทุกอย่าง ยกเว้นตำผลไม้ หั่นเป็นชิ้นใหญ่มากๆแล้วก็คลุกมาในน้ำส้มตำ

เอ้า! มาดูของอร่อยกันดีกว่า อันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวกระดูกอ่อนธรรมดา


ถ้าสั่งแบบพิเศษ ก็จะได้ชามใหญ่เท่าอ่างแบบนี้ ในรูปคือข้าวซอยไข่นกกระทา รสชาติพอกินได้



โอย เริ่มขี้เกียจ เอาเป็นแปะทีละหลายรูปแล้วกันนะ


-------------------------------



ยังไม่หมดครับ พี่น้อง ทัวร์กินของเรา

ตอนเย็นญาติพากันยกโขยงไปกินข้าวต้มปลาเจ้าอร่อย ที่อยู่ตรงไหนก็บอกไม่ได้ เพราะข้าพเจ้ามัวแต่เม้าท์อยู่ ตอนที่นั่งรถไป

ร้านก็อยู่ริมถนน คนก็จอดรถกันอยู่ริมถนนนั่นแหละ ที่ตรงนั้นเค้าจะขายกันอยู่สามเจ้า มีข้าวต้มปลา ติ่มซำ แล้วก็เต้าทึง

เนื่องจากข้าพเจ้าเน้นติ่มซำเป็นหลัก เลยไม่ได้ชิมข้าวต้ม แต่ว่าสั่งต้มยำปลาหมึกมาซดน้ำเล่นๆ ก็รู้สึกว่าฝีมือร้านข้าวต้มนี่ใช้ได้เลย

อีกอย่างที่สั่งมา เป็นของโปรดน้องสาวเราก็คือออส่วน ซึ่งข้าพเจ้าเคยคิดมาตลอดว่ามันเป็นเหมือนหอยทอด แต่จริงๆแล้วมันเป็นน้ำเหนียวๆเหมือนน้ำราดหน้า กินกับซอสพริกศรีราชาอร่อยเหาะไปเลย

ติ่มซำที่สั่งมาก็รสชาติดีมาก ยังกะกินในเหลา ฮะเก๋าก็ลูกโต๊โต ซี่โครงเต้าซี่ก็รสชาติละมุนดีเหลือเกิน ไม่เค็มปี๋เหมือนหลายๆที่

สุดท้ายจบด้วยของหวาน เป็นเต้าทึงร้อนเย็น หรือใครจะกินแค่แปะก๊วยร้อนเย็นก็ได้





กินข้าวอิ่ม กลับบ้าน นั่งเชียร์เอเชี่ยนเกมส์ สะบายต๊องสะบายใจ๋




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2549    
Last Update : 11 ธันวาคม 2549 17:16:32 น.
Counter : 708 Pageviews.  

ขึ้นเหนือเที่ยวราชพฤกษ์ แถมแวะชิมร้านอร่อยรายทาง- วันแรก กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ถนนคนเดิน

เห็นใครๆเค้าก็ไปราชพฤกษ์กัน เราก็วางแผนจะไปบ้าง ลางานบวกวันหยุดราชการ ก็เลยได้ลายาวหน่อย ทริปนี้ไม่รีบร้อน

จากกรุงเทพฯ วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม ราวๆ 8.45 น. กำลังสบาย รถไม่ติดมาก

ซักเกือบ 11 โมงก็ถึงอำเภอปากบาง ที่หยุดแวะชิมของอร่อยที่แรกของเรา เป็นร้านผัดไทเจ้าอร่อย รวมถึงมีหมูทุบ และน้ำพริกที่ญาติๆเราชอบอยู่ด้วย เวลาขึ้นเหนือก็ต้องแวะทุกครั้ง



ผัดไทที่นี่มีอย่างเดียวคือผัดไทไข่ เส้นเหนียวนุ่ม ใส่เครื่องไม่เยอะเกินแต่ก็ไม่น้อยเกินไป ใส่ถั่วงอกและคึ่นช่ายด้วย ทำให้ได้ความรู้สึกสดชื่น ส่วนไข่ก็ผัดผสมกับเส้นได้พอดี คลุกเคล้าเคลือบเส้น กินแล้วรู้สึกหอมมันอร่อย



กินข้าวอิ่มแล้ว หนังตาก็หย่อนๆ เลยต้องแวะเข้าปั๊มซักหน่อย ตามเส้นทางขึ้นเหนือไม่ค่อยมีปั๊มJET ก็ต้องแวะเข้า ปทต. ซึ่งเดี๋ยวนี้ปรับปรุงมาตรฐานห้องน้ำสะอาด มีร้านกาแฟอร่อย (ถูกกว่าบ้านไร่ 555) และมี 7-11 ด้วย

ได้กาแฟแก้วโตมาสองแก้วค่อยตาสว่าง เรากินลาเต้ปั่น แต่มันรสชาติไม่เข้มข้น มอคค่าที่น้องชายสั่งอร่อยกว่า




นั่งรถเบื่อๆ ก็มีเพื่อนร่วมทางเป็นหนังสือนิยาย แหม จะว่าไปก็พูดเหมือนแก่แล้วอ่ะนะ แต่ก่อนถนนมันก็แย่ นั่งแล้วเมารถ เดี๋ยวนี้ ถนนตัดตรงแหน่ว อ่านหนังสือได้สบายๆ (ยกเว้นขึ้นเหนือเยอะๆนะจ๊ะ ตรงนั้นพอเข้าแนวภูเขาก็ลดเลี้ยวเหมือนกัน แต่ขับสบายมาก ถนนสี่เลนส์ตลอด) สรุปว่าทริปนี้อ่านหนังสือในรถจบไปตั้งสองเล่ม


ถึงเชียงใหม่ตอน 5.45 น. แต่จริงๆแล้วไปแวะเยี่ยมญาติที่ลำพูนมาหนึ่งชั่วโมง

เย็นวันอาทิตย์รถก็ติดเหมือนกันนะเนี่ย




------------------------------------------------------



หลังจากกินขนมจีนน้ำเงี้ยว กับแกงฮังเลฝีมือป้า แกล้มด้วยสลัดผักไฮโดรฯ (ผักต้นใหญ่ หวานกรอบอร่อย รักเชียงใหม่จัง) บุ๊กจังก็ยังไม่พอ ร่ำร้องจะไปถนนคนเดิน เพราะมากี่ครั้งก็ไม่เคยตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ ไม่เคยได้ไปเดินกับเค้าซักที วันนี้มีโอกาส จะต้องไปให้ได้

ไปถึงแล้วก็ละลานตาจริงๆ คนก็เยอะ ของก็เยอะ มีแต่ของน่ารักๆเต็มไปหมด


ไฟราวแบบเป็นดอกกล้วยไม้นี่ก็สวยมาก แต่ไม่รู้ซื้อมาแล้วจะเอาไปแขวนที่ไหน ก็เลยได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้



จริงๆ คนไม่เยอะขนาดเดินชนกัน แต่ถ้าตรงไหนรู้สึกว่าเริ่มติดขัด แสดงว่าตรงนั้น กลางถนนมีคนมาเปิดหมวก มีตั้งแต่สมาคมผู้สูงอายุเชียงใหม่ ซึ่งร้องเพลงได้เพราะมาก จนถึงเด็กน้อยแต่งชุดสาวเครือฟ้ามาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป (เหมือนตอนไปแชงกรีล่าเลย ก็จะมีเด็กน้อยแก้มแดงแต่งตัวแบบธิเบตเต็มยศมาคอยเรียกให้ไปถ่ายรูปด้วย)



แต่คนนี้ใส่แต่เสื้อเหลืองก็น่ารักแล้ว (ชอบแอบถ่ายลูกชาวบ้าน)



พวกนักศึกษา หรือนักเรียน ที่มาขอรับบริจาคให้โครงการกุศลต่างๆก็มีเยอะ แต่พวกที่มาเปิดหมวกขายความสามารถจริงๆ ก็มี อย่างหนุ่มคนนี้ สีไวโอลินเพราะทีเดียว



มาดูทางด้านอาหารกันบ้าง อย่างที่บอกแล้วว่างานนี้มีแต่ของกิน

ร้านแรกที่แวะก็คือร้านน้ำสตรอว์เบอรี่ ถ้าเดินมาจากประตูท่าแพจะอยู่ทางซ้ายมือ ที่ชอบใจคือสีน้ำเป็นสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู ไม่ได้แดงสดเหมือนน้ำใส่สีเหมือนที่เคยเห็นทั่วไป ขอบอกนะจ๊ะว่าถ้าอยากชิมก็ให้ซื้อไว้ ไม่งั้นเดินมาขากลับอาจมีการของหมดได้ เท่าที่เราได้เดิน ก็เห็นร้านนี้ร้านเดียวเท่านั้น



แต่ที่จะพบเห็นได้ทั่วไปก็ที่ถนนคนเดินนี้ก็คือยำมะม่วงปลากรอบ เห็นเป็นสิบร้านเลย แต่ไม่ได้ชิมอ่ะ



อีกอย่างที่ขายเยอะคือไอติมโบราณ มีหลายรส เช่นมะนาว ทุเรียน ช๊อคโกแลต สตรอว์เบอรี่ ฯลฯ เวลาเดินเหนื่อยๆแล้ว กินไอติมชื่นใจจริงๆ



จบด้วยไอติมสตรอว์เบอรี่




ขากลับ นั่งตุ๊กตุ๊กกลับบ้าน เค้าคิด 60 บาท ก็เท่าๆกับขึ้นรถสองแถวแดงจากบ้านมา (เค้าคิดคนละ 15 บาท มีกัน 4 คน ก็ 60 บาทเหมือนกัน)




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2549    
Last Update : 10 ธันวาคม 2549 20:56:48 น.
Counter : 746 Pageviews.  

 
 

booklovers
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add booklovers's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com