My new year wish list : Mac Pro จ๋า มาเปิดเมืองไทยเหอะ (เครื่องสำอางนะคะ ไม่ใช่ Apple)

เปล่านะคะ บุ๊กจังไม่ได้หมายถึงแม็คบุ็คโปรของ Apple เค้าหรอกนะ แต่เราหมายถึง professional line ของ M.A.C. ต่างหาก

พักนี้นั่งอยู่บ้านดูวิดีโอแต่งหน้าเยอะๆแล้วก็เกิดกิเลส โดยเฉพาะวิดีโออันนึงที่สอนวิธีลงรองพื้น ซึ่งคนแต่งหน้าเค้าใช้ผลิตภัณฑ์ M.A.C. Pro หลายอย่าง ที่ติดใจอยากได้มากๆก็คงเป็นอันนี้



SET POWDER สี INVISIBLE



เค้าว่ากันว่าแป้งอันนี้เอาไว้ทาหลังลงรองพื้น ลงแล้วจะทำให้ซับมัน คุมมัน ทำให้รองพื้นไม่เปรอะเปื้อน แถมโดยเฉพาะว่ามันเป็น invisible ด้วย ก็ทำให้ไม่มีสีเลย อันนี้แหละที่ชอบที่สุด อยากลองดูจริงๆว่ามันจะไม่มีสีจริงๆหรือเปล่า

แต่ เฮ้อ ! มันไม่มีขายในเมืองไทยเนี่ยสิค๊าาาาาาาา




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2551    
Last Update : 2 ธันวาคม 2551 15:19:58 น.
Counter : 562 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น : สาวไทยในญี่ปุ่นเม้าส์เรื่องสกินแคร์ ตอนที่ 1 aquamoist

สามเดือนผ่านไป SK II ของเราก็ได้หมดลง เอาล่ะสิ ตอนนี้เงินกำลังขาดมือ เพราะเอาไปเที่ยวตจว.ตอนปิดเทอมหมดแล้ว คงไม่มีปัญญาซื้อ SK II อีกรอบแน่ อีกอย่าง ใช้แล้วก็มะด้ายรู้สึกว่ามันดีขึ้นซักหน่อย ทำไงดีล่ะเนี่ย ?


กลุ้มใจอยู่ได้หลายวัน ก็คิดได้ว่า อย่าช้าเลย ต้องรีบไปถามสาวๆที่ห้อง at Japan ดีกว่า เพราะสาวๆจะต้องเคยเลือก เคยใช้กัน อย่างน้อยก็คนละยี่ห้อ น่าจะให้คำแนะนำได้

ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ตั้งกระทู้ทันที

"ขอคำแนะนำเรื่องมอยซเจอไรเซอร์ค่ะ"
http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H6538732/H6538732.html


ไม่นานก็ได้รับคำตอบอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมสัมมนาในกระทู้ดังนี้
1.คุณยูริกรีน
2.คุณElysium
3.คุณพี่maguro
4.คุณnagareboshi
5.คุณพี่**ความฝัน..และ..สุดที่รัก**
6.คุณน้องหนูจิ๋ว
7.คุณWhite Amulet
8.คุณมอนจะ
9.Angeltetsu

special comment นอกกระทู้ : Sue เจ้าแม่ชิเชโด้


เริ่มกันด้วยเรื่องสภาพผิวหน้า

บุ๊กจัง : " แต่ก่อนเราเป็นคนผิวถึกมาก ใช้อะไรก็ได้ แต่ตอนนี้เหมือนมัน sensitive ขึ้น แต่ก็ไม่มากเหมือนเพื่อนคนอื่นน่ะค่ะ ตัวเราเองเป็นคนผิวผสม ก็เลยเหมือนว่าจะหาเครื่องสำอางค์ใช้ยาก ตรงแก้มจะค่อนข้างบาง ถ้าล้างหน้าแล้วไม่ทาครีม ตรงแก้มจะลอกเป็นขุย แต่ถ้าใช้ครีมที่มันมัน ตรงหน้าผากและจมูกจะสิวขึ้นเม็ดเป้ง เราก็เลยชอบใช้แบบที่เป็นครีมเจล ที่ทาแล้วซึมซับเร็ว รู้สึกว่าจะถูกกับหน้าเราที่สุดน่ะค่ะ พวกโลชั่นเหลวๆหน่อย ใช้แล้วมักรู้สึกว่ามันไม่ค่อยซึมเข้าผิว ไม่เกาะ เพราะเหลว (เหะเหะ)"

คำแนะนำจากสาวๆ

aquamoist

คุณยูริกรีน : " เคยเป็นเหมือนกันค่ะ..ตอนมาใหม่ๆ เป็นฤดูหนาวด้วย หน้าลอกแบบอะไรก็เอาไม่อยู่ ตอนนี้ใช้ของ aquamoist รู้สึกว่าค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย มีขายแทบทุกที่ ที่ขายเครื่องสำอาง ใช้สามตัวนี้เรียงตามลำดับค่ะ


1.

2.

3.

ความจริงแล้วมีที่ออกใหม่หลายตัว ไปลองดูที่ชั้นก็ได้ค่ะ

ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกคะ ...แค่เอามาให้เป็นตัวเลือกค่ะ...เนื่องจากยี่ห้อนี้ไม่ใช้ของเด่นดังอะไร

ข้างล่างนี้เป็นเวปไซด์ มีคำแนะนำสินค้าเป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ
http://www.juju.co.jp/eng/catalog/aquamoist.html"

ถึงตอนนี้ คุณ Elysium ก็เข้ามาเสริม " ดิฉันใช้อันนี้ค่ะ มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลไม่หนาและหนัก
มีส่วนผสมวิตตามินซีด้วย ใช้หมดไปสามกระปุกแล้ว กำลังจะเริ่มกระปุกที่สี่

เคยใช้ตัวที่เป็นโลชั่นเหมือนกัน แต่ว่าอัลกอฮอล์เยอะมาก
ใช้นานๆจะทำให้หน้าแห้ง เลยเลิกใช้ไปแล้ว

ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่หน้าของแต่ละคนด้วยนะคะ"





booklovers " เราลองเข้าเว็บของ aquamoist แล้วค่ะ ติดใจกะตัว VitC ของเค้าอยู่ (http://www.juju.co.jp/eng/catalog/aquamoist_c.html) แต่พอไปเดินที่คิมูระยะแถวบ้าน กลับไม่มีตัว Vit C ซะงั้น เฮ้อ"







(เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น : สาวไทยในญี่ปุ่นเม้าส์เรื่องสกินแคร์ ตอนที่ 2 to be continue)





 

Create Date : 27 เมษายน 2551    
Last Update : 27 เมษายน 2551 22:01:53 น.
Counter : 602 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น-ช้อปฯรับปิดเทอม ได้ของมาตรึม

เหอ เหอ เหอ

วันนี้ก็ออกแนวไร้สาระอีกแล้วค่ะท่านผู้ชม เพิ่งกลับมาจากทริปสโนว์บอร์ด ก็เอาเลยเชียว ปิดเทอมแล้วนิ ออกไปเดินเที่ยวดีกว่า ขนาดบอกตัวเองแล้วว่า ต้องคุมค่าใช้จ่าย เพราะจ่ายตอนไปเที่ยวเยอะแล้่ว แต่ก็ยังไม่วายได้ของมา

ของชิ้นแรกที่จะเอามาอวด ได้มาจากทริป ซื้อเพราะกลิ่น peach melba แต่พอใช้แล้วได้ใจมาก เป็นลิปบาล์มที่อ่อนนุ่ม แต่ติดทนนาน ทาแล้วเดินตากลมตากหิมะอยู่เป็นชั่วโมงก็ยังชุ่มชื้น ผิดกะไอ้เจ้าลิปตลับบอดี้ช็อปลิบลับ

แต่ขนาดอากาศหนาวหิมะตก เนื้อบาล์มมันยังนุ่มขนาดนี้ คาดว่า คงเอากลับไปใช้เมืองไทยไม่ได้ แค่เจออากาศเมืองไทยก็คงเหลวววววไปแล้ว ค่าเสียหาย 609 เยน





ต่อมาเป็นยาทาเล็บ ที่เล็งไว้ตั้งแต่ตอนเงินเดือนยังไม่ออก ยี่ห้อนี้มีของถูกใจหลายอย่าง แต่ลงตัวที่ไอ้เจ้ายาทาเล็บ "1 second" ตัวนี้ เพราะเค้าโฆษณาว่าแปรงเค้าเจ๋ง ทำเป็นด้ามพัด ทาง่าย ทาเล็บละแค่ 1 วินาที ก็เลยต้องซื้อมาลองซะหน่อย ฮี่ฮี่ เห็นมันมีด้ามแปรงอีกแบบ เอาไว้ทาเฟรนช์เนล คือขนแปรงจะทำเป็นรูปโค้งๆตามเล็บไว้เลย แต่เราว่า มันจะโค้งเหมาะกะทุกเล็บได้ไง สรุปว่าเสียหายไป 1,150 เยน






รายการสุดท้ายนี่ ไม่ได้แพลนแบบสุดๆ คือเดินเข้าห้างไปเพราะจะไปเอากางเกงที่ตัดขาไว้แต่ก่อนไปเที่ยว ก็คนมันมีดวงจะเสียเงินอ่ะนะ เดินผ่านร้าน three minutes happiness ดูชื่อมันซี่ เห็นร้านนี้ครั้งแรกไม่อยากเข้าเลย เสียเงินให้มันแล้วยังได้ความสุขมาแค่สามนาที ไม่คุ้มอย่างแรง แต่ตอนหลัง ด้วยความที่มันชอบมีกระบะของถูก (500 เยน) มาวางล่อไว้ ก็เลยได้เดินเข้าไปเรื่อย แต่ก็ไม่ได้ซื้อของจากร้านนี้เท่าไหร่ ด้วยความที่ระแวงกับชื่อร้าน ฮ่าฮ่าฮ่า

แต่คราวนี้ราคามันน๊อคความยับยั้งชั่งใจกันจริงๆ ก็พี่เล่นเลหลังถุงมือกับหมวก ที่ปกติที่ว่าถูกแล้วก็ขายอยู่สามร้อยเยน ห้าร้อยเยน มาเหลือแค่ 105 เยน นี่คะ (แปลเป็นเงินไทยว่า 30 บาทค่ะท่าน) หลังจากที่คอนเฟิร์มกับคนขายว่าทุกอย่างในกระบะราคาร้อยเยน ข้าพเจ้าก็ทำการเลือกสีถุงมือทันที เพราะหนาวนี้ ด้วยความช่างเลือก เลยมีถุงมืออยู่คู่เดียว ราคาก็ล่อเข้าไปสองพันเยน เลยไม่คิดจะซื้ออีก แต่ตอนนี้มันถูก ก็ซื้อไว้ไม่เสียหาย เพราะกะว่าจะเก็บไว้ใช้อีกนาน เพราะพวกเสื้อผ้าหน้าหนาวแบบน่ารักใช้ดีเนี่ย คงหาซื้อเมืองไทยไม่ค่อยได้

สรุปค่าเสียหายไป 525 เยน โอ๊ย ถูกกกกกกกกกก สะจายยยยย





 

Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2551 22:04:17 น.
Counter : 333 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - 2e สกินแคร์จากชิเชโด้ น่าใช้ชะมัด

อาทิตย์ที่แล้วได้มีโอกาสเรียนเกี่ยวกับเรื่องเครื่องสำอางค์หลายเรื่อง ทำให้เข้าใจว่าทำไมเครื่องสำอางค์ของญี่ปุ่นถึงได้ใช้แล้วดี จริงๆแล้วก็เพราะว่าสาวญี่ปุ่นลงทุนกับเครื่องสำอางค์เยอะมาก เทียบกันง่ายๆคือ ตลาดเครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นเนี่ย มีมูลค่ามากกว่าตลาดผงซักฟอก(และน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการซักผ้าอื่นๆ) ของอเมริกา ซะอีก คิดดูแล้วกันว่าใหญ่ขนาดไหน

เรียนเคสเสร็จแล้วก็ตัดสินใจได้ว่าหลังจากที่ใช้ DHC Enzym Q10 หมดแล้ว (ใกล้หมดเต็มที ใช้เยอะมากเพราะว่าอากาศแห้งมาก ใช้เปลืองสุดๆ) จะลอง SK-II ต่อ

วันก่อน มีการประกาศรางวัลบางอย่างที่โรงเรียนเป็นคนให้ เกี่ยวกับการบริหารงานของบริษัทดีเด่น อะไรประมาณนั้น ก็มีบริษัทยาชนะที่หนึ่ง บริษัทนั้น ผลิตยาที่เกี่ยวกับผิวหนัง เพื่อนที่เป็นหมอโรคผิวหนัง (จำได้มะ คนที่บอกให้เรากินวิตามินซี กับวิตามินบีน่ะ ถ้าจำไม่ได้ขอให้อ่านบล๊อคแรก) เพื่อนคนนั้นบอกว่า ยาบริษัทนี้ดี โดยเฉพาะน้ำยาช่วยเรื่องผมร่วง เพราะใช้เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ แต่ยังไม่ได้ถามมันชัดๆว่ายี่ห้ออะไร จะได้ซื้อให้กิ๊กใช้มั่ง พ่อคุณหัวเหม่งเป็นวงแล้ว

เข้าประเด็นนิดนึง บริษัท รับผลิตสกินแคร์ไลน์หนึ่งให้ชิเชโด้ ชื่อว่า 2e ซึ่งเค้าก็ได้มาแจกตัวอย่างในงานด้วย เลยได้ตัวอย่างมาเยอะมาก ครบเซ็ทเลย ให้กันมาแบบไม่หวง แต่เนื่องจากสาวญี่ปุ่นเป็นผู้บริโภคชั้นสูง สเต็ปการรักษาผิวพรรณก็เลยเยอะตามไปด้วย ณ ปัจจุบัน มาตรฐานการบำรุงผิวของสาวญี่ปุ่นทั่วไป ใช้ตั้งแต่ 6 ถึง 8 ขั้นตอน

เอาง่ายๆเลย แค่เวลาการทำความสะอาดหน้าก็น่าประทับใจแล้ว สาวอเมริกันใช้เวลาทำความสะอาดหน้าแค่หนึ่งนาทีกว่าๆ ส่วนสาวญี่ปุ่นใช้เวลา 4.5 นาที!

ด้วยความที่ตัวอย่างที่เค้าให้มามีตั้งแปดซอง อ่านแผ่นพับก็ไม่ค่อยเข้าใจ เลยลองเข้าเว็บดู เผื่อว่าจะมีรูปภาพอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น ยิ่งเข้าเว็บยิ่งน่าประทับใจ มีภาพวิธีการใช้อย่างละเอียด แม้แต่ขั้นตอนการล้างหน้า ฯลฯ ลองเข้าไปดูสิ

http://2e.maruho.co.jp/2e_policy/index.html

แต่จะเอาตรงที่บอกว่าน่าประทับใจมาให้ดู ดูแล้วก็เลยคิดว่า จะใช้ SK-II หรือว่า 2e ดีหว่า น่าใช้ทั้งสองตัวเลย

http://2e.maruho.co.jp/products/directions_for_use.html#prda02




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2550    
Last Update : 12 ธันวาคม 2550 13:14:05 น.
Counter : 469 Pageviews.  

เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - มหัศจรรย์ mineral makeup (ขอนอกเรื่องอีกซักวัน)

ตามที่ได้ยินมา สาวๆ MMU มักบอกว่า ใช้แล้วผิวหน้าดีขึ้น (หรือไม่แย่ลง) เพราะ MMU ไม่มีสารประกอบที่ทำให้ระคายเคือง

ตัวเราเอง ปีที่ผ่านมามีปัญหาสิวเม็ดเล็กๆที่หน้าผาก ทำยังไงก็ไม่หาย ไม่รู้ว่าเป็นที่เครื่องสำอางค์หรือว่าเป็นที่ยาสระผม

แต่ตั้งแต่มาอยู่ที่ญี่ปุ่น สิวมันก็เริ่มหายไป สิ่งที่เราเปลี่ยนก็มีสามอย่างคือ
1. แชมพู - เปลี่ยนจาก free and free เป็น สึบากิขวดแดง
2. เครื่องสำอางค์ เปลี่ยนมาใช้รองพื้น แล้วตบด้วย MMU
3. วิธีการล้างเครื่องสำอางค์ - ใช้ครีมล้างหน้า แล้วเช็ดออกด้วยฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆให้สะอาดก่อนใช้สบู่เหลว (แต่ก่อนใช้ทิชชู่เช็ด)

ที่ยังต้องใช้ครีมล้างหน้าก็เพราะว่ายังใช้เบสและรองพื้นอยู่ แต่ก็เคยได้ยินมาจากกูรู MMU ว่าจริงๆแล้วถ้าใช้แต่ MMU ก็ไม่ต้องใช้ครีมล้างหน้าก็ได้

เมื่อวานนี้ก็เลยได้ทดลองทฤษฏี เนื่องจากเกิดอาการไข้ใจกำเริบ กิ๊กไม่ยอมออกไปเที่ยวด้วย เห็นรายงานดีกว่าเรา บอกว่าจะอยู่บ้านทำรายงาน แต่จริงๆแล้วมันดันนอนทั้งวัน เราก็เลยเซ็ง ออกไปกินข้าวนอกบ้านกะแก๊งดีกว่า อาบน้ำแต่งตัวกว่าจะออกไปก็เย็นแล้ว แถมออกไปใกล้ๆบ้าน เลยคิดว่าจะลองแต่งหน้าแค่ MMU ดู กลับมาจะได้ไม่ต้องใช้ครีมล้างหน้า

กลับบ้านมาก็สามทุ่ม แต่อากาศมันก็หนาว เลยยังขี้เกียจล้างหน้า นั่งซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดูทีวีแล้วก็หลับไป ตื่นมาอีกทีก็ตีสอง มหัศจรรย์ที่เครื่องสำอางค์ก็ยังติดอยู่ที่หน้า ไม่ได้รู้สึกว่ามันเปรอะเปื้อน หรือมันเยิ้ม ไม่มีอาการคัน หรือผื่นขึ้น (ปกติถ้าใช้แป้งรองพื้น ซักบ่ายๆจะเริ่มผื่นขึ้น)

นอนคิดว่าจะทำตัวเป็นนางเอกมิวสิค นอน sulking บนเตียงทั้งเมคอัพ ให้น้ำตาหยดแหมะๆปนมาสคาร่าออกมาดีไม๊ แต่คิดอีกที ถ้าเกิดตอนเช้าหน้าเยินขึ้นมา จะต้อง damage control กันอีกเป็นอาทิตย์ อย่ากระนั้นเลย ลุกขึ้นไปล้างหน้าดีกว่า

กรรมวิธีล้างหน้าก็แสนประหยัด แค่ใช้ eye makeup remover กับ สบู่เหลวจาก สถาบันโรคผิวหนัง (ของเค้าดีจริงๆ) ล้างหน้าเสร็จก็ไม่แล้วใจ ทดสอบด้วยการเอาสำลีชุบโทนเนอร์มาปาดหน้า ตามปกติ ถ้าแต่งหน้าด้วยแป้งรองพื้น แค่สบู่ล้างหน้ามันไม่หมดหรอก ถ้าเอาสำลีชุบโทนเนอร์ปาดดู จะยังมีสีติดออกมาอีก แต่คราวนี้เหมือนเล่นกล แค่สบู่ล้างหน้าทำให้หน้าคนเราเกลี้ยงเกลาได้ขนาดนี้ ! สาบานได้ว่าไม่มีอะไรติดออกมากับสำลีเลย

อยากให้เพื่อนๆลองใช้กันจริงๆ ใช้ดีแล้วขอบอกต่อเลยจ้า

ปล.เห็นคนใช้พิกเม้นท์กันแล้วก็อยากลองบ้าง แต่เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบแต่งตา ถ้าจะแต่งก็คือทำ shadding มากกว่า เลยยังตัดสินใจไม่ได้ เสียดายแต่ที่ญี่ปุ่นไม่มีเคานเตอร์ MMU ไม่งั้นจะไปลองให้หนำใจ




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 11:17:07 น.
Counter : 431 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

booklovers
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add booklovers's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com