เคล็ดลับความงามสาวญี่ปุ่น - 2e สกินแคร์จากชิเชโด้ น่าใช้ชะมัด

อาทิตย์ที่แล้วได้มีโอกาสเรียนเกี่ยวกับเรื่องเครื่องสำอางค์หลายเรื่อง ทำให้เข้าใจว่าทำไมเครื่องสำอางค์ของญี่ปุ่นถึงได้ใช้แล้วดี จริงๆแล้วก็เพราะว่าสาวญี่ปุ่นลงทุนกับเครื่องสำอางค์เยอะมาก เทียบกันง่ายๆคือ ตลาดเครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นเนี่ย มีมูลค่ามากกว่าตลาดผงซักฟอก(และน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการซักผ้าอื่นๆ) ของอเมริกา ซะอีก คิดดูแล้วกันว่าใหญ่ขนาดไหน

เรียนเคสเสร็จแล้วก็ตัดสินใจได้ว่าหลังจากที่ใช้ DHC Enzym Q10 หมดแล้ว (ใกล้หมดเต็มที ใช้เยอะมากเพราะว่าอากาศแห้งมาก ใช้เปลืองสุดๆ) จะลอง SK-II ต่อ

วันก่อน มีการประกาศรางวัลบางอย่างที่โรงเรียนเป็นคนให้ เกี่ยวกับการบริหารงานของบริษัทดีเด่น อะไรประมาณนั้น ก็มีบริษัทยาชนะที่หนึ่ง บริษัทนั้น ผลิตยาที่เกี่ยวกับผิวหนัง เพื่อนที่เป็นหมอโรคผิวหนัง (จำได้มะ คนที่บอกให้เรากินวิตามินซี กับวิตามินบีน่ะ ถ้าจำไม่ได้ขอให้อ่านบล๊อคแรก) เพื่อนคนนั้นบอกว่า ยาบริษัทนี้ดี โดยเฉพาะน้ำยาช่วยเรื่องผมร่วง เพราะใช้เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ แต่ยังไม่ได้ถามมันชัดๆว่ายี่ห้ออะไร จะได้ซื้อให้กิ๊กใช้มั่ง พ่อคุณหัวเหม่งเป็นวงแล้ว

เข้าประเด็นนิดนึง บริษัท รับผลิตสกินแคร์ไลน์หนึ่งให้ชิเชโด้ ชื่อว่า 2e ซึ่งเค้าก็ได้มาแจกตัวอย่างในงานด้วย เลยได้ตัวอย่างมาเยอะมาก ครบเซ็ทเลย ให้กันมาแบบไม่หวง แต่เนื่องจากสาวญี่ปุ่นเป็นผู้บริโภคชั้นสูง สเต็ปการรักษาผิวพรรณก็เลยเยอะตามไปด้วย ณ ปัจจุบัน มาตรฐานการบำรุงผิวของสาวญี่ปุ่นทั่วไป ใช้ตั้งแต่ 6 ถึง 8 ขั้นตอน

เอาง่ายๆเลย แค่เวลาการทำความสะอาดหน้าก็น่าประทับใจแล้ว สาวอเมริกันใช้เวลาทำความสะอาดหน้าแค่หนึ่งนาทีกว่าๆ ส่วนสาวญี่ปุ่นใช้เวลา 4.5 นาที!

ด้วยความที่ตัวอย่างที่เค้าให้มามีตั้งแปดซอง อ่านแผ่นพับก็ไม่ค่อยเข้าใจ เลยลองเข้าเว็บดู เผื่อว่าจะมีรูปภาพอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น ยิ่งเข้าเว็บยิ่งน่าประทับใจ มีภาพวิธีการใช้อย่างละเอียด แม้แต่ขั้นตอนการล้างหน้า ฯลฯ ลองเข้าไปดูสิ

//2e.maruho.co.jp/2e_policy/index.html

แต่จะเอาตรงที่บอกว่าน่าประทับใจมาให้ดู ดูแล้วก็เลยคิดว่า จะใช้ SK-II หรือว่า 2e ดีหว่า น่าใช้ทั้งสองตัวเลย

//2e.maruho.co.jp/products/directions_for_use.html#prda02



Create Date : 12 ธันวาคม 2550
Last Update : 12 ธันวาคม 2550 13:14:05 น. 8 comments
Counter : 547 Pageviews.

 
ได้ความรู้เยอะดี..เราใช้shiอยู่อะ..เราติดใช้แป้งทาหน้าของเค้ามายเรย..เพราะว่ามันเนียนดูแบบว่าไม่หลอกตา..อาจจะเพราะว่าเราไม่ค่อยชอบแต่งหน้ามั้ง..แต่ไม่น่าเชื่อว่าสาวญี่ปุ่นจะประทินผิวตั้ง 6-8 ขั้น..ของเราแค่ softener ที่เค้าให้มา..ก้อลืมแล้วว่าใช้ตอนไหน 55 รู้ว่าโฟมล้างหน้าดีมั่ก
ขอบคุณจ้า


โดย: Hideako1 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:14:11:01 น.  

 
มาเยี่ยมจ้า


เรื่องการบำรุงผิวพรรณนี่สาวญี่ปุ่นกินขาดสาวฝั่งตะวันตกจริงๆ


โดย: นู๋ ม. วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:19:08:40 น.  

 
จริงค่ะ เคยเห็นเพื่อนญี่ปุ่น ดูแลผิวนี่ อันดับ 1 หนึ่งเลยจริงๆ


โดย: Meow~Mu วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:12:15:32 น.  

 
คนญี่ปุ่นนี่เ่ก่งเนอะ
invent อะไรที่เจ๋งๆ ขึ้นมาได้ตลอดเลย


โดย: whitepiano555 วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:1:23:38 น.  

 
อาจารย์บอกว่า บริษัทเครื่องสำอางค์ระดับโลก ถ้าไม่ตั้งห้องแล็บที่ญี่ปุ่น ก็ต้องที่ปารีส

เราเองพูดตรงๆว่า แต่ก่อนได้ยินเครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นก็เฉยๆมาก คิดว่ามันออกแนวแฟชั่นมากกว่า ไม่ได้คิดว่ามันจะได้ผลจริง แต่พอมาอยู่ที่นี่ ได้ลองใช้ของเค้าจริงๆแล้ว ก็รู้สึกว่ามันดี เหมาะกับผิวคนเอเชียจริงๆ

ยิ่งกว่านั้น พอได้เรียนแล้ว ก็ยิ่งทึ่งไปใหญ่

ว่าแล้วก็อยากได้ wakilala จังเลย แต่ยังหาซื้อไม่ได้อ่ะ


โดย: booklovers IP: 133.46.255.122 วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:11:04:54 น.  

 
ฝากข่าวถึงสาวใหม

เราเข้าบล๊อคสาวใหมแล้ว แต่ไม่รู้เป็นไรเม้นท์ไม่ได้ น่าจะเป็นที่คอมพ์เรามากกว่า แต่อยากบอกว่าสาวใหมแต่งตาได้เปรี้ยวมากจ้ะ



โดย: booklovers IP: 133.46.255.122 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:7:37:31 น.  

 
เจ๊...

ปิดเทอมแล้วไม่อัพบล็อคเลยนะคะ

มาแซวแล้วก็จากไป อิอิ


โดย: หนอนน้อย วันที่: 6 มกราคม 2551 เวลา:0:06:33 น.  

 
ก็ออกบ้านเที่ยวมันทุกวันเลยค่ะ เที่ยวกันจนเปิดเทอม จะมีเวลาที่ไหนอัพล่ะคะ แต่ว่าเปิดเทอมแล้วคงมีเวลา เพราะว่าคงเครียดจากการเรียน คงจะได้อัพกันการคราวนี้แหละ

แบบว่าได้ของใหม่มาเยอะเลย แค่ถ่ายรูปเฉยๆก็ไม่หวาดไม่ไหวแล้วค่า

อิอิ


โดย: booklovers IP: 61.113.174.133 วันที่: 12 มกราคม 2551 เวลา:23:33:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 
 

booklovers
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add booklovers's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com