... ชีวิตเพื่อเที่ยว หัวใจเพื่อ..ใคร ? ...
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
5 มกราคม 2551

เรื่องของเรา

…
“ กาแฟดำ อย่างเคยสินะ ”
ฉันดึงสายตาตัวเองจากไอน้ำที่ลอยขึ้นช้าๆและช้า ผละผิวจากลำน้ำปาย
กระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่นเข้าอีกนิด
ผู้ชายผมยาวที่ตอนนี้รวบไว้อย่างลวกๆ ผละจากเคาน์เตอร์ ถือแก้วกาแฟสีขาวเดินมานั่งข้างหน้าฉัน
“ เพื่อน ” เจ้าของรีสอร์ทเล็กๆ ริมปาย ใช่! เพื่อน…
“ ถามจริง มาทำไม ”
กึก! แก้วกาแฟสีขาว กลิ่นหอมเย้ายวน ถูกวางลงตรงหน้า
“ หอมจัง กาแฟไรนี่ ” ดมกลิ่นกาแฟ ทำจมูกบาน จิบช้าๆ ก็มันร้อน
“ อะราบีก้า จากขุนวาง ” ปาท่องโก๋หนึ่งซีกถูกยื่นมาข้างหน้า
“ จะกินขนมปังจิ้มสังขยา ” ฉันส่ายหน้า บอกสิ่งที่อยากได้
เขาส่ายหน้า ก่อนลุกไปหยิบถุงขนมปังกับตะกร้าใส่แยม เนย มาวางลงตรงหน้า
“ มีแต่นี่ จะกินก็กิน ไม่กินก็ไปซื้อที่ตลาดเอาเอง ” เสียงชักแข็ง
“ แขกของเธอเขากินอะไร ” ฉันมองหน้าพ่อหนุ่มผมยาวที่ยังไม่มีรอยยิ้มให้สักนิด
“ ก็กินเหมือนที่เธอกำลังกินนี่แหละ ฉันเตรียมไว้ที่ศาลาตรงกลางนั่น เขาไม่เรื่องมากอย่างเธอ ”
เฮ้อ! ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย
“ ไม่เหมือนฉัน ได้กินกาแฟสด หอมกรุ่น ชงโดยเจ้าของรีสอร์ทที่แสนจะใจดี ” ยิ้มเอาใจ
“ มาทำไม ”
“ กาแฟนี่ หอมนะ กินทีไรก็ขม ดมทีไรก็หอม ” มือของฉันกุมถ้วยกาแฟ หวังจะได้ไออุ่น
แทนที่ความเย็นยะเยือกจากน้ำเสียงคนตรงหน้า

กี่ปีนะสามปี ใช่ สามปีก่อน
ฉันปฏิเสธคำขอแต่งงานจากเขา ผู้ชายคนเดียวกับที่นั่งอยู่ข้างหน้า
เหตุผล ? ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้ ฉันรู้เพียงว่าตอนนั้นฉันยังไม่พร้อม
ฉันยังสนุกกับงาน สนุกกับการใช้ชีวิตในช่วงนั้น
จู่เพื่อนที่สนิทมาก มากเป็นพิเศษ เกิดอยากจะแต่งงาน ขอแต่งงาน
มึนนิดๆ ทำไมล่ะ การที่เราเป็นเพื่อนกัน ไปไหนต่อไหนด้วยกัน
มีปัญหาก็ปรึกษาหารือกัน พบกันวันคิดถึง นั่นมันก็ดีอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องแต่งงานกันเลย
ทำไมต้องผูกยึดติดกันด้วยการแต่งงานด้วย ฉันไม่เข้าใจ

และ…เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันปฏิเสธ
หลังจากนั้นเขาก็ทำตัวเหินห่าง ค่อยๆถอยห่างจากฉันช้าๆ
กว่าฉันจะรู้ตัว ข้างกายก็ว่างเปล่า
ความเป็นเพื่อนที่เคยมี เขาเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน
เพื่อนของเขาบอกฉันว่าเขาลาออกและมาทำรีสอร์ทอยู่ที่ปาย
ปาย…เมืองที่เราเคยมาเที่ยว เมืองที่เราแสนจะประทับใจ
“ สักวันฉันจะมาทำรีสอร์ทอยู่ที่นี่ เธอจะมากับฉันมั้ย ”
ฉันเองตอนนั้นได้แต่หัวเราะไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพราะไม่คิดว่าเขาจะจริงจัง
นั่นสิ!ทำไมฉันถึงคิดว่าเขาจะไม่จริงจัง
ความจริงเขาจริงจังกับทุกเรื่องต่างหาก ทุกเรื่อง
…
ช่วงแรกที่เขาเงียบหายไป ฉันค่อนข้างมึนงงหน่อยๆ เศร้าใจนิดๆ
ไม่เข้าใจทำไมต้องเป็นแบบนั้น
ทำไมเราสองคนต้องจบแบบนั้น
โกรธ … ใช่ … ฉันรู้สึกโกรธ โกรธตัวเอง โกรธเขา
ได้เลย เมื่ออยากให้เป็นอย่างนั้นก็ได้ ลืมไปเลยว่าเคยมีกันและกัน

ข่าวคราวของเขาส่วนใหญ่ฉันจะได้ฟังจากเพื่อน ไม่ใช่จากเขา
ที่อยู่ของเขา ฉันก็ได้จากเพื่อน ไม่ใช่จากเขา
เขายังติดต่อกับเพื่อนในกลุ่ม
แต่ไม่ติดต่อหาฉัน ที่เคยเป็นยิ่งกว่าเพื่อน เพื่อนสนิทมาก เพื่อนที่เขาขอแต่งงาน

เพื่อนๆไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา
อย่าว่าแต่เพื่อน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา
….
“ มาทำไม ” น้ำเสียงขุ่นๆนั่นปลุกให้ฉันตื่นจากความคิด
“ ใครๆเขามาปายทำไมล่ะ ”
“ เธอไม่เหมือนใครๆที่มา มาทำไม ” เขาว่า
“ ไม่เบื่อรึไงถามคำถามเดิมอยู่นั่น ” ฉันมองหน้าเขา ไม่สิมองที่ตาของเขา
“ ฉันอยากอยู่เงียบๆ สักพัก … เธอจะนั่งอยู่เงียบๆสักพักได้มั้ย ” ฉันว่า
อาจเป็นเพราะดวงตาของฉันมันคงฟ้องว่าเจ้าของของมันรู้สึกเหนื่อยล้าเพียงใด
คนเสียงแข็งจึงเงียบเสียงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ จิบกาแฟเงียบๆ

ปล่อยให้ความเงียบรายรอบระหว่างเรา

“ ฉัน … ” เสียงของฉันมันถูกกลืนหาย เมื่อหันมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ
และพบว่าเขาจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว
มีอะไรบางอย่างที่ฉายจากดวงตา ความอ่อนโยน ห่วงใย
แว้บเดียวเพียงแว้บเดียวจริงๆ นั่นก็มากพอแล้วสำหรับฉัน
“ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ เพลียจัง ” ฉันลุกขึ้นจะเก็บแก้วกาแฟไปล้าง
แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือของใครอีกคนเอื้อมมาแตะหลังมือ
“ ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวฉันเก็บเอง เธอไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนเถอะ เมื่อวานก็มาถึงค่ำ
ขับรถคนเดียวอีกต่างหาก พักผ่อนตามสบายนะ ”
มีกระแสของความห่วงใยเบาบางอยู่ในคำพูดนั้น ฉันสัมผัสได้
…
มาทำไม คำถามนี้ฉันมีคำตอบให้กับตัวเองอยู่แล้ว
ขอเวลาอีกนิดหนึ่งเถอะ เย็นนี้ฉันจะบอกเขา
จะบอกทุกเรื่อง โดยเฉพาะ เหตุผลที่ต้องมา ถ้าเขาอยากได้คำตอบนัก
และถึงไม่ถามอีก ก็จะบอก
แต่ตอนนี้….ขอเวลาตั้งตัวอีกนิด

…
เสียงเดินลากรองเท้าเล่นของฉันเรียกให้คนผมยาวที่กำลังจัดโต๊ะอาหารเงยหน้าขึ้นมอง
“ ไปไหนมาทั้งวัน ฉันนึกว่าเธอจะนอนๆนั่งๆอยู่แถวนี้ ”
ฉันยิ้มให้เขาบางๆ เสียงไม่เย็นเหมือนเมื่อเช้าค่อยดีขึ้นมาหน่อย มีกำลังใจขึ้นอีกเยอะ
“ ไปไหว้พระ ไปเดินเล่นแถวๆนี้ ปายเปลี่ยนไปเยอะเลย
การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์จริงๆ แต่ปายก็ยังงดงามในใจฉัน ”
ฉันเห็นเขาชะงักเป็นครู่
“ ไปอาบน้ำก่อนมั้ย แล้วมาทานข้าวกัน ” เขาว่า และยิ้มให้ เขายิ้มให้ !

อาหารมื้อค่ำผ่านไปท่ามกลางความเงียบ
เขาไม่ถาม ไม่มีน้ำเสียงเย็นชา ดูแลตักอาหารเอาใจใส่อย่างดี
ฉันรู้ เขากำลังรอเวลา รอเวลาให้ฉันเริ่ม

หลังอาหารเย็น เราย้ายไปนั่งหน้าทีวี เปิดรายการอะไรไม่รู้
ไม่มีใครดู เปลืองไฟ ฉันกดรีโมทปิด เขามองหน้า
ฉันเดินไปกดน้ำร้อนลงแก้วที่มีถุงชา เดินกลับมานั่งบนเบาะนุ่มใกล้ๆเขา

“ พรุ่งนี้ ฉันจะกลับแต่เช้า กลัวมืดบนเขา ” ฉันเริ่ม สองมือกุมถ้วยชา
หวังว่าเขาจะไม่รู้ว่ามือฉันสั่น หวังว่าเขาจะคิดว่ามือฉันสั่นเพราะอากาศเย็น
ไม่ใช่เพราะความรู้สึกข้างใน
“ เมื่อหลายปีก่อน ….มีคนๆหนึ่งเข้ามาในชีวิตฉัน เขาคอยดูแล
เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เวลาฉันโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเขาก็จะมีวิธีทำให้ฉันหายโกรธ
เราสนิทกันมาก ฉันมีความสุขทุกวันที่มีเขาอยู่ใกล้ แล้วอยู่มาวันหนึ่ง
เขาก็มาพูดอะไรบางอย่างกับฉัน มัน..... เอ่อ.. มันทำให้ฉันรู้สึกสับสน
ฉันไม่รู้ว่าตัวเองพูดหรือทำอะไรโง่ๆออกไป คนๆนั้นค่อยๆถอยห่างและหายไป ”
ฉันหยุดยกน้ำชาขึ้นจิบ เขาไม่พูดอะไรสักคำ
“ สามปีที่ผ่านมา สามปีที่ฉันใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง ไม่มีเขา
ฉันคิดว่าฉันอยู่มาได้ ตั้งสามปีเก่งจัง แต่ความจริงคือ สามปีที่ผ่านมามันแย่มากๆ
ไปดูหนังก็ไม่สนุก ทำเค้กก็ไม่มีคนช่วยกิน บ่นก็ไม่มีคนฟัง ฉันไม่รู้ว่าผ่านสามปีนั้นมาได้ยังไง
เขามักพูดว่า คนแปลกๆอย่างฉันคงมีแค่เขาเท่านั้นแหละที่จะอยู่ด้วยได้
มันแย่จัง ความรู้สึกเคยชินอย่างนี้ไม่ดีเลย ไม่ดีต่อฉันเลย ”
ฉันหัวเราะเบาๆ ทั้งที่ไม่มีเรื่องให้ขำสักนิด
เขายังจ้องมองฉันเงียบๆ อุปทานหรือเปล่าไม่รู้ ฉันคิดว่าฉันเห็นแววตาอ่อนโยนคู่เดิม
“ ฉัน…คือ…ฉัน…. ” แก้วน้ำชาอยู่ในอุ้งมือ ช่วยทำให้อุ่นขึ้นมาก
ฉันสูดหายใจลึกๆหนึ่งเฮือก รู้สึกเหมือนขาดอากาศ
“ ฉันขอโทษ ฉัน… ”
“ ฉันไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า ”
มีบางอย่างดูดกลืนคำพูดบางประโยคที่ฉันอยากจะพูดหายไป
มีบางอย่างทำให้นัยน์ตาของฉันพร่า

“ ไม่รู้สึกว่าพูดช้าไปหน่อยเหรอ…”
ฉันหันไปมองหน้าเขา ใบหน้านั้นปราศจากความรู้สึก นิ่งสนิท
ไม่… ไม่นิ่งแน่ ฉันแอบเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของเขา
“ เคยไปโรงเรียนสายมั้ย คนไปสายต้องถูกทำโทษ เธอมาสายต้องถูกลงโทษ
สายตั้งสามปี โทษหนัก … ” ฉันได้แต่นิ่ง มองสบตาของเขา
มีบางอย่างวิบวับอยู่หลังดวงตาคู่นั้น
“ ฉันจะพูดเพียงครั้งเดียวและจะไม่พูดกับเธออย่างนี้อีก โอกาสสุดท้ายสำหรับเธอ …
แต่งงานกับฉันนะ ” คนที่นั่งเงียบมาตลอดเย็นนี้ เพิ่งจะพูด
พูดไม่กี่ประโยค แต่เป็นประโยคที่ฉันรอคอยจะฟัง ...อีกครั้ง
เขายื่นมือมาให้ฉัน ยิ้มให้นิดๆอย่างอบอุ่น …
..
ฉันปัดมือเขาออกไป เขาชะงักไปครู่
เพียงชั่วพริบตาเดียว
และโถมตัวเข้าหาเขา โอบกอดเขาไว้ด้วยสองแขนเล็กๆ
พยักหน้า ส่งเสียงปนสะอื้นเบาๆกับไหล่ของเขา
“ แต่งสิแต่ง ฉันจะแต่งกับเธอ กับเธอเพียงคนเดียว ”
...




Create Date : 05 มกราคม 2551
Last Update : 6 มกราคม 2551 11:35:20 น. 1 comments
Counter : 247 Pageviews.  

 

น้ามตาจาไหลลล
Y______________Y


โดย: Hah IP: 58.8.236.199 วันที่: 6 มกราคม 2551 เวลา:23:31:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สิงห์อมบ๊วย
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ลายปากกา


เรื่องสำคัญ ทำความเข้าใจกันก่อนงานเขียนใน "บล็อกสิงห์อมบ๊วย" เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน แม้ผลงานจะห่วย ก็เป็นสิทธิ์ของผู้เขียนนะคะ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นอาจมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ................................
[Add สิงห์อมบ๊วย's blog to your web]