... ชีวิตเพื่อเที่ยว หัวใจเพื่อ..ใคร ? ...
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
4 กุมภาพันธ์ 2551

เพราะ..

...
ริมน้ำซอง
เทือกเขาหินปูนทอดยาว
พระอาทิตย์ดวงโต..แก้มแดง
คล้อยเคลื่อนเลื่อนต่ำลงหลังเขา
เงาสะท้อนในน้ำ...งดงาม
...........................................
1.
ฉันกลับมาที่นี่อีกครั้ง…วังเวียง
มาคนเดียว จะมากับใครได้ในเมื่อเพื่อนตัวดีมีนัดกับหวานใจ ส่วนพี่สาวคนสวยก็ไม่ต่างกัน
มองไปทางไหนเจอแต่คู่รัก เซ็ง! อันที่จริงจะโทษพี่โทษเพื่อนก็คงไม่ได้ ช่วงเวลานี้ใครต่อใครก็อยากอยู่ใกล้แก้วตาหวานใจทั้งนั้นเดือนกุมภาพันธ์ วาเลนไทน์แล้วคนว่างเปล่าอย่างฉันจะอยู่เงียบเหงาเฝ้าห้องทำไม
ลาพักร้อน เขียนโน้ตทิ้งไว้ แบกเป้เดินทาง
…
วังเวียง สปป.ลาว ที่ที่คุ้นเคย
ที่เงียบสงบงาม อาจช่วยให้เจ้าวายร้ายที่มีชื่อว่า “ เหงา ” จากไป

เก้าอี้ไม้
ระเบียงไม้
คนแปลกหน้า

อากาศค่อนข้างเย็น
พระอาทิตย์ดวงโต แก้มแดง
กำลังเคลื่อนตัวลงช้าๆ
ลับหลังเขาทิ้งประกายส้มเรื่อเรืองให้อาลัยอาวรณ์
…
สะพานไม้สำหรับข้ามฟาก ยังคงงดงามและคลาสสิก
พรุ่งนี้เถอะนะจะข้ามไปทักทายมิสเตอร์โจและวรรณ

ชาอุ่นๆในแก้วช่วยให้มืออุ่นขึ้น ส่วนใจ….ช่างมันเถอะนะ

…
2.
เก้าอี้ไม้ตัวเดิม มุมเดิม
กาแฟร้อน ขนมปัง อาหารเช้าง่ายๆ
ชาวบ้านหลายคน นักท่องเที่ยวหลายคน เดินข้ามสะพานไม้
สะพานไม้ที่มีด่านเก็บเงินอยู่ตรงกลางแม่น้ำ
บางคนเลือกที่จะเดินลุยน้ำ ช่วงนี้ลำน้ำตื้นเขินคนขายาวก็คงเดินได้ง่ายๆ
น่าเห็นใจเหมือนกัน ถ้าต้องข้ามกลับไปกลับมาหลายเที่ยวก็ต้องเสียตังหลายกีบ
…
ข้ามไปอีกฟากฝั่งของแม่น้ำเพื่อไปเยี่ยมโจและวรรณ
ยอมเสียเงินสองพันกีบเพื่อข้ามสะพานไม้ ไม่สิ สี่พันต่างหาก ไป-กลับโจและวรรณถามถึงเขา
“ คงสบายดี คิดว่าเขาคงสบายดี ” คงตอบมากกว่านี้ไม่ได้เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าหลังจากเลิกคบกัน
“ เขา ” จะเป็นยังไง
อยู่คุยกับโจและวรรณเล่นกับเมลินน้อยที่เริ่มโต…เป็นสาวน้อย
เกสเฮ้าส์ของโจมีแขกพักเต็ม แต่ทั้งคู่ยินดีจะจัดห้องพักที่บ้านให้แต่ฉันปฏิเสธ เกรงใจ
แวะทักบุญแทน พ่อค้า อืม…หรือแม่ค้านะ
บุญแทนเจ้าของร้านอาหารเล็กๆที่อยู่ตรงข้ามเกสเฮ้าส์ของโจ
เธอ เอ่อ! เขา ดีใจที่เจอฉัน เราคุยกันด้วยเรื่องราวเก่าๆ มิตรภาพระหว่างเรายังอยู่ดี
โคล่า ราคาต้นทุน นั่นก็มากมายแล้วสำหรับน้ำจิตน้ำใจ
…
3.
เก้าอี้ไม้ตัวเดิมถูกจับจองโดยผู้ชายคนหนึ่งดูเหมือนว่าเขากำลังวาดรูป
ฉันเลือกนั่งโต๊ะใกล้ๆเขาเยื้องมาด้านหลังอยากเห็นรูปที่เขากำลังวาด
เขาเงยหน้าขึ้นมองตอนที่ฉันเลื่อนเก้าอี้เสียงดัง
“ ขอโทษค่ะ … เอ๊ะ! ”
เขาเองก็ชะงักไปเป็นครู่ ก่อนจะยิ้มให้ “ คุณน่ะเอง ”
“ มาคนเดียวเหรอคะ ”
“ ครับ แล้วคุณ … ”
ฉันพยักหน้า “ มาคนเดียวเหมือนกัน นั่งด้วยได้มั้ยคะ รบกวนหรือเปล่า ”
“ เชิญครับ ผมกำลังจะหยุด วันนี้แค่ร่างไว้ก่อนพรุ่งนี้จะลงสี ”
ฉันเลื่อนเก้าอี้เก็บ แล้วไปเลื่อนตัวใหม่ที่โต๊ะของเขา
“ เลิกวาดดอกกุหลาบแล้วเหรอคะ ”
เขาคืออาจารย์สอนวาดรูปที่พี่สาวเคยเรียนด้วย
จำได้ว่าตอนที่ตามไปดูพี่เรียนวาดรูป เขาให้ลูกศิษย์วาดกุหลาบ
ยังจำได้ว่าวันนั้นเขาแย่งกุหลาบและคัดเตอร์ไปจากฉันตอนที่ฉันอาสาจะจัดแจกันให้
“ ผมจัดเองดีกว่า ” คงเป็นเพราะท่าทางเก้งก้างทำให้เขาเกะกะตา
ตามไปดูสองสามครั้ง ทุกครั้งเขาให้วาด “ ดอกกุหลาบ ”
จนฉันอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเขาวาดอย่างอื่นเป็นหรือเปล่า

เสียงหัวเราะเบาๆของเขาทำให้ฉันอดที่จะหัวเราะด้วยไม่ได้
“ คุณคงคิดว่าผมวาดเป็นแต่ดอกกุหลาบกระมัง ”
เขาเก็บอุปกรณ์วาดรูปใส่กระเป๋าหนังใบโต
“ พักที่ไหนคะ ”
“ ที่นี่ คุณล่ะ ”
อาหารที่เราสั่ง อาหารจานเดียวง่ายๆมาถึงพอดี
“ ขอบใจ ”
“ ขอบใจ ”
แม่หญิงที่เสริฟยิ้มรับ “ ยินดี ”
“ พักที่นี่แหละ บ้านแฝดห้องที่3 ” ฉันหยุดก่อนทำหน้าประหลาดใจก่อนพูดต่อ
“ อย่าบอกนะว่าคุณพักห้องข้างๆ เพราะเมื่อวานห้องนั้นว่าง ”
“ เสียใจจริงๆที่ต้องบอกว่าใช่ ผมพักห้องที่4 ติดคุณ ” เขาว่ายิ้มๆ
“ ก็ดี ” ฉันยิ้มนิดๆยักไหล่น้อยๆ
“ อะไรที่ว่าก็ดี ”
“ ก็ดีก็คือก็ดี คุณจะให้เป็นอะไรได้ล่ะ ”
เขามองหน้าฉันทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่พูด
บทสนทนาระหว่างอาหารจึงกลายเป็นบทสนทนาที่ไม่มีเสียง
เราทานกันเงียบๆ นั่งมองเทือกเขาหินปูนที่พร่าเลือนเพราะไอหมอกและความมืด

หลังอาหารค่ำ
เราเดินกลับห้องด้วยกัน มันช่วยไม่ได้จริงๆที่ต้องเป็นแบบนั้น
“ ช่วยถือมั้ยคะ ”
ฉันเอื้อมมือไปหวังจะช่วยถือขาตั้งสำหรับวาดรูป
“ ไม่เป็นไรขอบคุณ ผมถือเองได้ ”
เก็บมือกอดอกไว้เดินเยื้องจากเขาเล็กน้อย
ถึงห้องพัก ไม่มีคำราตรีสวัสดิ์ระหว่างคนเคยพบกันสองคน
ฉันแค่มองเขา และเขาก็แค่มองฉัน ยิ้มให้กันนิดหน่อยก่อนจะเปิดเข้าห้องใครห้องมัน
..
4.
เสียงกุกกักดังจากห้องข้างๆ เสียงเปิดและปิดประตูเบาๆ
เอื้อมมือคว้านาฬิกามาดู หกโมง อืม… หนาวจัง

นอนฟังเสียงห้องข้างๆ มีเพียงเสียงของความเงียบตะโกนตอบ
ลุกขึ้นเปิดประตู สายลมเย็นๆพัดเอื่อยปะทะใบหน้า กลับไปเอาผ้าห่มมาคลุมตัว
กอดตัวเองไว้บนเก้าอีสีขาวหน้าห้อง เฝ้ามองไอน้ำและสายหมอก ที่ลอยล่องจากแม่น้ำและขุนเขา
มีชาวบ้านตักน้ำในแม่น้ำขึ้นมารดผักที่ปลูกไว้บนตลิ่งริมน้ำ บ้างเหวี่ยงแหหาปลา บ้างจูงจักรยานข้ามสะพาน
เช้าๆอย่างนี้มีแต่ชาวบ้านร้านถิ่น นักท่องเที่ยว คนผ่านทางยังคงเก็บตัวนิ่งในห้องพัก
หอมกลิ่นผักชีจากสวนข้างๆ

กล้องดิจิตอลเล็กๆถูกนำมาบันทึก ความงดงาม
…
ริมน้ำซอง
มองไอน้ำและสายหมอก
ภูเขาเบื้องหน้าค่อยๆปรากฏเรือนร่าง

งดงาม
…
ห้องแฝดติดกันเงียบสนิท คงไม่อยู่

14 กุมภา’ วาเลนไทน์สินะวันนี้
จะมีใครคิดถึงกันบ้างมั้ยนะ
…
วันนี้ทั้งวันอยู่กับเก้าอี้ หนังสือและโปสการ์ด
เดินไปส่งโปสการ์ดที่ไปรษณีย์

พอสาย นักท่องเที่ยวก็ออกมาเดินถนน หลายเชื้อชาติ คู่รักบางคู่เกาะเกี่ยวเหนียวหนึบ บางคู่ก็นัวเนีย
เฮ้อ!ไม่มีเกรงอกเกรงใจเจ้าของบ้านเมืองบ้างเลย เดินผ่านกลุ่มนักท่องเที่ยวหนุ่มสาว คนไทย
ช่วงหลังคนไทยมาเที่ยวที่นี่เยอะ มีเสียงเล่าขานและบอกต่อ วังเวียงฝาแฝดเมืองปาย
ใครที่เคยไปปายก็คงอยากมาเยือนวังเวียง ฝาแฝดน่ะรึ อืม! แฝดคนละฝา แต่เหมือนกัน
ความเปลี่ยนแปลงก็เหมือนกัน ความเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์จริงๆ
…
เย็นนี้
ดูเหมือนว่าร้านอาหารริมน้ำซองจะเต็มไปด้วยผู้คน หลากเชื้อชาติ
“ แขกเยอะกว่าทุกวันนะคะ ” แวะคุยกับป้าเจ้าของร้านเล็กน้อยก่อนไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม
เฝ้ามองภาพงดงามเบื้องหน้าไม่รู้เบื่อ กล้องดิจิตอลตัวเล็กกดบันทึก

ดูเหมือนว่าวันนี้ร้านดูแปลกตา เทียนไข แจกันสีขาวดอกกุหลาบสีแดง
“ ดอกกุหลาบ ”
กำลังจะนึกถึงอยู่แล้วเชียว
เมื่อเก้าอี้อีกตัวถูกใครบางคนเลื่อนดึงออกมานั่ง
ขาตั้ง แผ่นภาพ สีน้ำ
ฉันมองเขาเตรียมอุปกรณ์ เริ่มลงสี มือเรียวยาวแต้มสีนั่น เติมสีนี่
นักท่องเที่ยวบางคนเดินมาดูรูปที่เขากำลังลงสี
เขาทำงานของเขาเงียบๆ ฉันนั่งเงียบๆมองภาพข้างหน้า
จวบจนความมืดเข้าครอบคลุม เทียนไขถูกจุด ดินเนอร์กับคนเคยพบใต้แสงเทียน
ระหว่างเรามีเสียงของความเงียบ
เราแทบไม่รู้จักกัน ความจริงคือเราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ การที่เคยพบกันสามครั้ง ใช่ๆสามครั้ง
ไม่ได้แปลว่าเรารู้จักกัน วันนี้คนไม่รู้จักกัน ดินเนอร์ด้วยกันใต้แสงเทียน ในคืนวาเลนไทน์
ฉันยิ้มกับตัวเอง จู่ๆก็ขำ
เขามองหน้า
“ คุณเชื่อโคเปอร์นิคัส ที่บอกว่าโลกกลมมั้ย เพราะโลกกลมเราเลยมาเจอกัน…ที่นี่ ”
“ ผมนึกว่าอริสโตเติลเป็นคนบอกว่าโลกกลม ”
“ นั่นก็ใช่แต่โคเปอร์นิคัสต่างหากที่บอกว่าโลกกลมและบอกว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล
ส่วนอริสโตเติลบอกว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่เขาก็บอกว่าโลกกลมเหมือนกัน ” ฉันรื้อฟื้นความรู้เก่า
“ กาลิเลโอ ก็เชื่ออย่างอย่างนั้น และฉันก็คล้อยตามกาลิเลโอนะที่เขาว่ากฎต่าง ๆ ในธรรมชาติน่าจะเป็นอะไรที่สวยงามและเรียบง่าย ”
นี่อะไร แค่เรามาเจอกันโดยบังเอิญถึงกับยกทฤษฎีโลกกลมมาพูด
เขาหัวเราะ “ ผมเชื่อเรื่องโลกกลมและเอ่อ..คล้อยตามกาลิเลโอที่บอกว่าอะไรนะ…ธรรมชาติสวยงามและเรียบง่าย และ…”
“ ผมเชื่อเรื่องโชคชะตา ที่นำเรามาเจอกัน … อีก ”

ถึงคราวที่ฉันนั่งอึ้งเพราะทฤษฎี “ โชคชะตา ”

“ ฉันจะกลับพรุ่งนี้ คุณล่ะ ” เห็นว่าเคยรู้จักหรอกนะถึงบอก
“ ผมจะไปหลวงพระบางต่อ…พรุ่งนี้ ”
คำตอบของเขาทำเอาฉันอยากลาพักร้อนต่อ คิดถึงหลวงพระบางขึ้นมาทันทีทีเดียวเชียว

เดินกลับห้องพักด้วยกันเงียบๆ

“ กลับจากหลวงพระบางเมื่อไหร่ ผมอยากพบคุณอีกจะได้มั้ย ” เขาว่า
ฉันค่อยๆหันกลับไปมองสบตาเขา
“ คุณคงต้องไปตรวจสอบทฤษฎีโชคชะตาว่า จะนำพาให้เราพบกันได้อีกมั้ย ” ฉันว่ายิ้มๆ
“ ผมเชื่อเรื่องโชคชะตา ” เขาว่า

คืนนี้
ไม่มีคำราตรีสวัสดิ์ระหว่างคนเคยพบกันสองคน
ฉันแค่มองเขา และเขาก็แค่มองฉัน ยิ้มให้กันนิดหน่อยก่อนจะเปิดเข้าห้องใครห้องมัน

“ ฉันเชื่อเรื่องโลกกลมและ…โชคชะตา ”
..
..




เพราะ..(จบ)

1.
เป็นเพราะโลกร้อนแน่ๆที่ทำให้ฉันต้องมานั่งอยู่ที่นี่
หลังเลิกงานเย็นวันศุกร์ ขณะที่ฉันยืนรอรถเมล์
จู่ๆฟ้าก็ครึ้มและฝนก็ตกลงมา ปลายเดือนมีนาคมที่อบอ้าว
ฉันไม่อยากยืนตัวลีบหลบฝนที่ป้ายรถเมล์ จึงเลือกที่จะวิ่งเข้าร้านกาแฟที่อยู่มุมถนนแทน
ยืนเล็งไว้ก่อนที่ฝนจะตก ร้านน่ารักดี หน้าร้านมีเก้าอี้ยาวสีขาวไว้นั่งเล่น
กระถางต้นโมกที่ออกดอกเต็มต้นส่งกลิ่นหอมจรุงใจ
กระจกใสของร้านทำให้มองทะลุเข้าไปเห็นด้านใน
เก้าอี้ไม้สี่เหลี่ยมหลากสี เขียว เหลือง แดง ฟ้า ขาวและน้ำตาล คล้ายสีลูกกวาด
ตู้ขนมเค้กขนาดย่อม ร้านกาแฟกับขนมเค้กเป็นของคู่กัน
และเป็นของโปรดของฉันซะด้วย

สายฝนขับไล่อากาศร้อนอบอ้าวทั้งวันหายไป

ฉันเลือกนั่งโต๊ะที่อยู่มุมหนึ่งของร้าน
ฉันชอบนั่งตามมุม อาจเป็นเพราะมุมห้องทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น
อาจเป็นเพราะมุมห้องทำให้ได้มองเห็นสิ่งต่างๆรอบๆโดยไม่ต้องระวังว่าด้านข้างหรือด้านหลังจะมีใครจ้องมองเราอยู่

ฉันสั่งคาปูชิโนร้อนและstrawberry-kiwi shot cake
ขณะรอก็มองสำรวจรอบร้าน
ชั้นวางหนังสือและโปสการ์ดทำมือ เจ้าของคงชอบเดินทางน่าดู
เพราะมีหนังสือบันทึกการเดินทาง และโปสการ์ดสถานที่ต่างๆมากพอสมควร
บนฝาผนังของร้านประดับด้วยภาพวาดสีน้ำ
ร้านกาแฟ ขนมเค้ก หนังสือและงานศิลปะ ถูกจับมาอยู่รวมกัน

กาแฟและเค้กที่ฉันสั่งถูกยกมาให้
กลิ่นของชินนามอนที่โรยมาบนฟองนมหอมสดชื่น

แล้วฉันก็นั่งยิ้มคนเดียวเมื่อคิดถึงเรื่องกาแฟกับผู้หญิง
ความจริงคือเมนูของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง มีคนนำไปลงในอินเตอร์เน็ต
ฉันเปิดไปเจอเมื่อหลายวันก่อน
เป็นร้านกาแฟสด
จำได้ไม่กี่ชื่อ
อย่างคาปูชิโน เขาเขียนว่า ผู้หญิงบอบบาง
มอคค่าก็จะเป็นผู้หญิงสองใจ
บลูเมาเท่นเป็นผู้หญิงลึกลับ
และอะไรอีกจำไม่ได้แล้ว
เข้าใจคิด

กาแฟเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับชีวิตผู้คนในยุคนี้มากเหลือเกิน
ธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟผุดขึ้นยังกะดอกเห็ดหน้าฝน
ฉันเองบางครั้งยังแอบฝันอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง
แต่ฝันทีไรก็ตื่นจากฝันง่ายๆทุกที มีฝันแต่ไม่มีไฟ

ข้างนอกร้านสายฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องแม้จะเบาลงบ้างแล้ว
คาปูชิโนถูกยกขึ้นมาดื่มก่อนที่กลิ่นหอมจะจางหาย
ฉันยังไม่ได้วางถ้วยกาแฟลงด้วยซ้ำตอนที่ “ เขา ” ผลักประตูร้านเข้ามาในร้าน
ผู้ชายคุ้นตาที่หอบของเต็มอ้อมแขน ห่อของรูปทรงสี่เหลี่ยมน่าจะเป็นกรอบรูป
ควรจะเป็นกรอบรูปก็ “ เขา ” เคยเป็นอาจารย์สอนวาดรูปให้แก่พี่สาวของฉันน่ะสิ
…
หลังจากที่เจอเขาที่วังเวียง แล้วฉันก็กลับมา
ในขณะที่เขาไปหลวงพระบางต่อหลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้เจอเขาอีก
ปล่อยให้วันเวลาผ่านไป
ปล่อยให้โลกหมุนไป
แม้แกนโลกจะเอียง โลกก็ยังหมุนรอบตัวเอง
โลกกลมๆหมุนรอบตัวเอง
เราหมุนไปกับโลก
ใครบางคนหมุนไปกับโลกและ
หมุนมาเจอกันในที่สุด
…
ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักกับพนักงานในร้าน
ฉันเห็นพนักงานคนนั้นเดินไปด้านหลังร้านและต่อมามีผู้หญิงเดินออกมาจากด้านหลังของร้าน
และทันทีที่เธอเห็นเขา และเขาเห็นเธอ ทั้งคู่ต่างโอบกอดกัน
ฉันไม่ได้ยินว่าเขาคุยกันเรื่องอะไร ความจริงเป็นเพราะไม่สนใจจะฟังมากกว่า
ฉันไม่เห็นอะไรอีกเพราะทันทีที่เธอเข้าสู่อ้อมแขนของเขา
ฉันก็เบือนหน้ากลับมาสนใจกาแฟและขนมเค้กที่อยู่ข้างหน้า

มองถ้วยกาแฟ มองออกนอกร้าน เมื่อไหร่นะฝนจะหยุดตก
อาจบางทีฉันจะกลับก่อนที่ฝนจะหยุด
ขนมและกาแฟกำลังจะหมด ฉันไม่มีเหตุให้ต้องนั่งแช่
ไม่มีกลิ่นหอมของกาแฟ ไม่มีรสละมุนนุ่มลิ้นของฟองนม
หลังหมดฟองนมกาแฟก็มีรสชาติขมคออยู่ดี
กาแฟยังไงก็คงเป็นกาแฟ…หอมและขม
..
2.
เสียงริงโทนมือถือดังเบาๆโทรศัพท์สั่นเป็นเจ้าเข้าในกระเป๋าสะพาย
“ เดี๋ยวจะกลับแล้วค่ะ รอฝนซาสักพัก ค่ะ…ค่ะ สวัสดีค่ะ ”
เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
มีเงาของใครบางคนยืนอยู่ข้างๆ “ เขา ” เป็นเขาน่ะเอง
ไม่แปลกใจสักนิดที่เขาจะเห็นฉันก็ร้านกาแฟออกจะโล่งโปร่งและไม่ได้กว้างใหญ่อะไร
“ สวัสดีครับ นั่งด้วยได้มั้ย “ ฉันพยักหน้า ยิ้มให้เขานิดหนึ่ง
“ ผมไม่อยากจะแปลกใจเท่าไหร่นัก ที่เราพบกันอีก เพราะคุณอาจจะบอกผมว่าเพราะโลกกลม และ…ผมอาจจะบอกคุณอีกว่าเพราะโชคชะตา ” ประโยคนั่นเขาหมายความว่าเขาไม่แปลกใจที่เจอฉันอย่างนั้นหรือเปล่านะ
“ สวัสดีค่ะ หลวงพระบางเป็นอย่างไงบ้าง ” คนเคยพบกันควรจะคุยกัน ฉันคิดว่าอย่างนั้น
เพราะน้ำเสียงหรือท่าทางอันเรียบเฉยของฉันหรือเปล่านะที่ทำให้เขาทำหน้าแปลกๆ
“ สวยมาก เรียบง่าย สงบ งาม กลับจากหลวงพระบางผมยุ่งมาก เพราะต้องเตรียมจัดนิทรรศการภาพสีน้ำต่อทำให้ผมไม่ได้ติดต่อไปหาคุณเลย ตั้งใจว่าจะติดต่อไปหาคุณในวันสองวันนี้ ให้บังเอิญหรือจะเป็นโชคชะตาที่ทำให้ผมมาเจอคุณที่นี่ ร้านกาแฟของน้องสาวผม ” นั่นเขากำลังจะบอกฉันถึงเหตุผลที่เขาไม่ติดต่อฉันหลังจากที่เขาเคยบอกว่าอยากพบฉันอีก ใช่มั้ย “ นิทรรศการ ” “ ร้านของน้องสาว ”
“ แล้ว…ที่ยุ่งๆเรียบร้อยหมดแล้ว ? ” ฉันได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของตัวเอง ไม่ยักห้วนเหมือนประโยคสั้นๆนั่น
“ เรียบร้อย หมายถึงเราเตรียมงานเรียบร้อยอีกสองวันจะเปิดให้เข้าชม มีศิลปินหลายท่านเข้าร่วม รายได้ส่วนหนึ่งจากการขายภาพเราจะมอบให้องค์กรเพื่อสาธารณกุศล ผมตั้งใจจะติดต่อหาคุณเพื่อชวนไปชมนิทรรศการ อยากให้คุณไป มีบางภาพที่ผมอยากให้คุณได้เห็น ” มีความอ่อนโยนในแววตาของเขา
ฉันถามเขาถึงวันเวลาสถานที่ พี่สาวของฉันคงไม่พลาดถ้ารู้เรื่องนี้ คิดอีกทีพี่น่าจะรู้ก่อนฉันด้วยซ้ำ
“ แล้วฉันจะไป ” ฉันบอกเขายิ้มๆ ตอนที่เขายิ้มตอบมันทำให้ฉันรู้สึกใจสั่นนิดๆ จนต้องมองออกนอกร้าน

ฝนซาเม็ดแล้ว และก็มืดมากแล้วฉันควรต้องกลับเสียที
“ ฉันคงต้องกลับแล้ว พี่จะเป็นห่วง ” ฉันบอกเขาและหันไปมองหาพนักงานของร้าน
“ ไม่ต้องหรอก มื้อนี้ผมเลี้ยง มาเถอะผมจะไปส่ง รถของผมจอดอยู่เยื้องร้านไปไม่ไกล รอผมเดี๋ยวนะ ” เขาลุกเดินไปด้านหลังของร้านและกลับออกมาพร้อมผู้หญิงคนนั้น คนที่เขาบอกว่าเป็นน้องสาว
เขาแนะนำให้เรารู้จักกัน และบอกลากันในครั้งเดียว
..
ระหว่างทางจากร้านกาแฟมาถึงบ้าน
เราพูดคุยทำความรู้จักกันมากขึ้น ไม่อยากเป็นเพียงคนเคยพบ เคยรู้จัก
“ ผมเชื่อเรื่องโลกกลมและโชคชะตา ที่ทำให้เราได้พบกัน แต่ต่อจากวันนี้ผมจะไม่ปล่อยให้โชคชะตากำหนด ผมจะกำหนดโชคชะตาและเรื่องราวระหว่างเราเอง ” เขาว่าอย่างนั้น
และฉันจะว่าอย่างอื่นอย่างไรได้ในเมื่อฉันดันเชื่อในเรื่องเดียวกันกับเขานี่นา
…




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 20 มีนาคม 2551 4:26:19 น. 2 comments
Counter : 352 Pageviews.  

 
แวะมาทักทายในวันวาเลนไทน์ ขอให้มีความสุขกับคนที่รัก ที่แอบรัก ที่เคยรัก และที่ไม่รักทุกคนเลยนะครับ


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:29:24 น.  

 
Yes, I believe in destiny too, you story is not just a novel..I could say it is base on realz life becuz I have known there were lots of ppl falling in love in the same circumstand as your novel ja...!


โดย: Camille IP: 159.53.110.141 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:53:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สิงห์อมบ๊วย
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ลายปากกา


เรื่องสำคัญ ทำความเข้าใจกันก่อนงานเขียนใน "บล็อกสิงห์อมบ๊วย" เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน แม้ผลงานจะห่วย ก็เป็นสิทธิ์ของผู้เขียนนะคะ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นอาจมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ................................
[Add สิงห์อมบ๊วย's blog to your web]