... ชีวิตเพื่อเที่ยว หัวใจเพื่อ..ใคร ? ...
<<
พฤศจิกายน 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
8 พฤศจิกายน 2553

ร้อยเหตุผลฯ 8


ตอนที่ 8

สองสัปดาห์ผ่านไป หลังการตอบรับของฉันต่อระดับของความสัมพันธ์ที่มีต่อพี่โต ถามว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายในชีวิตมั้ย ก็มีบ้างไม่ได้มากมายอะไร ไม่ได้หวานแหววหรือหวือหวาอะไร อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ผ่านมาแล้วเมื่อเดือนที่แล้ว ความรู้สึกสับสน ความรู้สึกแปลกๆ ที่ถูกจู่โจม ความสั่นไหวในหัวใจ ได้ผ่านช่วงนั้นมาแล้ว พอฉันรับความรู้สึกที่แท้จริง ไม่คัดค้าน การต่อต้านจึงไม่มี คนที่มีชีวิตเรียบง่ายอย่างฉันก็ยังคงดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเรียบง่าย

พี่โต ก็ยังคงเป็นพี่โต โทรศัพท์มาหาคุณนาย แวะมาคุยกับคุณพ่อ แล้วเลยอยู่ต่อคุยยาวกับลูกสาว
ฉันเพิ่งรู้ว่าพี่โตอยู่บ้านคนละหลังกันกับพ่อกับแม่ของเขา แต่ก็เทียวไปหาทุกเสาร์และอาทิตย์ หลังๆเลยเทียวสองบ้าน คือบ้านของฉันด้วย

เย็นวันศุกร์หลังเลิกงานพี่โตแวะมาที่บ้าน มาในวันที่พ่อกับแม่ของฉันไม่อยู่อีกแล้ว เพราะไปสวดมนต์ภาวนาและจะนอนค้างที่วัดเพราะพรุ่งนี้จะมีงานที่วัด คุณนายบอกว่าเป็นงานพิธีรับพระหยก อะไรสักอย่าง พรุ่งนี้จะมีโรงทาน มีงานพิธีมากมาย คุณนายกำชับให้ฉันตามไปพรุ่งนี้ ให้ฉันนำข้าวของที่คุณนายเตรียมไว้ไปด้วย

“พี่โต ... ”
ฉันหยุดคำพูดที่จะเอ่ย เมื่อเห็นคนตัวโตนอนเหยียดยาวบนโซฟา หลับตามือประสานกันไว้บนหน้าอก คงเหนื่อย ฉันเดินถือแก้วน้ำกลับไปวางไว้หนังเคาน์เตอร์บาร์ เอาไว้พี่โตตื่นค่อยยกมาให้ใหม่ละกัน เดินไปเปิดพัดลมให้เบาๆ ก่อนเลี่ยงเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารค่ำ น้ำพริกกะปิผักสด ไข่เจียวปูและแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อาหารง่ายๆสำหรับคนสองคน ฉันอดที่จะยิ้มขำตัวเองไม่ได้ เมื่อนึกถึงคำตอบตอนที่ตอบ“ภู”เมื่อถูกถามว่าทำไมไม่แต่งงานสักที

“ ก็ฉันขี้เกียจซักผ้าเพิ่มเป็นสองชุด ล้างถ้วยกาแฟเพิ่มเป็นสองใบ ล้างชามเพิ่มเป็นสองเท่า ทุกอย่างคูณสอง ไหนจะต้องทำอาหารให้เขากินอีก เธอก็รู้ฉันทำอาหารเป็นที่ไหน ไม่เอาหรอก ชีวิตของฉันตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วนะ ”

แล้วมองดูฉันวันนี้สิ หัดทำอาหาร หัดทำขนม มีความสุขด้วยซ้ำเมื่อได้ลงมือปรุงอาหารเฝ้ารอว่าเมื่อใครบางคนตักชิม คำแรกเขาจะพูดว่าไง ฉันเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคุณนายในวันนี้ว่าทำไมทุกครั้งที่คุณนายอยู่ในครัวทำอาหารให้ลูก และสามี ทำไมถึงได้มีความสุขนัก ความรู้สึกของฉันตอนนี้คงไม่ต่างจากคุณนายเท่าไหร่นัก

สิ่งที่ฉันเคยพูดกับภู ยังไม่เกิดขึ้น ทุกครั้งที่พี่โตมาทานข้าวเย็นที่บ้าน พี่โตจะเป็นคนล้างจานชามเสมอ
“มาขอข้าวแม่เล็กทาน จะให้ทานแล้วกลับไปโดยไม่ทำอะไรได้ยังไง” พี่โตพูดและทำอย่างนั้นสม่ำเสมอมา

ถ้าภูมาเห็นฉันในวันนี้ ในตอนนี้จะว่ายังไงนะ คงหัวเราะขำฉันล่ะสิ หรือไม่ก็อาจจะพูดว่า
“ในที่สุด เธอก็เจอคนที่เธอพร้อมจะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างเพื่อเขา และเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงและทำหลายๆสิ่งหลายๆอย่างเพื่อเธอ”

จำได้ว่าเคยบอกพี่โตเมื่อหลายวันก่อนว่า
“ข้าวทำอาหารไม่ได้เรื่อง รักอิสระอย่างแรง แถมยังเป็นคนขี้เกียจและเอาใจใครไม่เป็นด้วย”

“พี่ไม่เห็นว่าข้าวจะเป็นอย่างที่ข้าวพูดตรงไหน แม้ข้าวจะบอกว่าทำอาหารไม่ได้เรื่องแต่พี่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอาหารที่ข้าวทำจะรสชาติแย่ตรงไหน และต่อให้น้องข้าวทำอาหารไม่เป็นเลยก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะพี่พอจะทำอะไรง่ายๆตระกูลไข่ให้น้องข้าวทานได้ ส่วนรักอิสระอะไรนั่นพี่ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องผิดอะไรใครๆก็รักอิสระทั้งนั้น พี่ให้อิสระน้องข้าวอยู่แล้วอยากไปไหนก็ได้ตามใจเพียงแต่ต้องมีพี่ไปด้วย เรื่องขี้เกียจนั่นพับเก็บไปเลย พี่เห็นข้าวทำโน่น นี่ นั่นตลอด ส่วนเรื่องเอาใจใครไม่เป็น พี่ก็เห็นน้องข้าวออกจะตามใจหลาน มีน้ำใจกับพี่ทุกครั้งที่มา ชงกาแฟ ทำอาหาร ยกน้ำมาต้อนรับ หรือข้าวคนที่พี่มองเห็น ไม่ใช่คนเดียวกันกับน้องข้าวที่พี่รู้จัก พี่รู้จักน้องข้าวที่ใจดี รักครอบครัว ใจบุญ มีน้ำจิตน้ำใจ อืมม...ขี้งอนด้วยสิ ”

บทจะพูดนะ จำได้ว่าฉันนั่งเงียบมองหน้าพี่โต ก่อนที่จะยิ้มให้พี่โตบางๆ
“ขอบคุณค่ะพี่โต” ขอบคุณที่มองหาข้อดีของฉันจนเจอ
พี่โตเอื้อมมือมาวางทับบนมือฉันและบีบกระชับเบาๆ
...
ความรัก
เข้าใจ
พร้อมจะทำเพื่อรัก
...
...
ตอนที่ฉันออกมาจากครัวพี่โตยังหลับบนโซฟา แต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นนอนตะแคง ฉันเดินไปเปิดไฟข้างผนัง
เปิดไฟหน้าบ้าน ไม่อยากเปิดไฟสูงกลัวรบกวนพี่โต ฉันขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างบน เตรียมชุดจะใส่ไปวัดพรุ่งนี้ ถ้าชวนพี่โตไปด้วย เขาจะว่างไปหรือเปล่านะ

“ตื่นนานแล้วเหรอคะ” ตอนที่ฉันกลับลงมา พี่โตลุกขึ้นมาเปิดไฟเพดานสว่างทั่วห้องนั่งเล่น
ฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดตู้หลังกระจกที่อยู่ตรงอ่างล้างหน้า หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาวางไว้
เดินออกไปห้องนั่งเล่น นั่งลงโซฟาอีกตัวที่อยู่ข้างๆ

“ระยะห่าง” ยิ่งรู้สึกดีต่อกันยิ่งต้องมีระยะห่างที่พอดี

“ล้างหน้าล้างตาก่อนดีมั้ยคะ พี่โตหิวข้าวยัง ”
พี่โตพยักหน้า ก่อนลุกเดินเข้าห้องน้ำ หายเงียบไปสักพัก ก่อนเดินออกมาด้วยหน้าตาที่สดชื่นขึ้น
เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าลายริ้วเล็กๆสีขาว ถูกพับถึงข้อศอก มีรอยเปียกน้ำเป็นวงเล็กๆ ชายเสื้อถูกดึงออกจากกางเกงสแล็คสีดำ ดูเหมือนว่าพี่โตจะแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าเสมอ อาจมีริ้วลายบ้างแต่สีพื้นก็ยังคงเป็นสีฟ้า
...
“พี่หลับนานเลย เพลียนิดหน่อย เมื่อคืนทำงานดึก เช้านี้อีก เร่งงานให้ลูกค้า อาทิตย์หน้าพี่ต้องไปต่างจังหวัดนะครับ ไปดูงานที่ทำไว้ เก็บรายละเอียดนิดหน่อย คิดว่าจะเสร็จอาทิตย์หน้า ”
พี่โตเดินกลับมานั่งโซฟาตัวเดิม นั่งพิงพนักเหยียดขายาว ฉันพยักหน้า
“ทานข้าวเถอะ ข้าวหิวแล้ว” ฉันว่าก่อนลุกขึ้นจะเดินเข้าครัว
“พี่ช่วย....อืมม น้องข้าว ”

ฉันหันกลับมามองพี่โตตอนที่พี่โตเรียก เขายื่นแขนออกมาหา ทำท่าเหมือนบอกให้ฉุดเขาลุกที ฉันส่ายหน้ายิ้มๆ แต่ก็เดินกลับมาเพื่อจับมือเขา ออกแรงเพื่อดึงมือเขา แต่เหมือนโดนแกล้ง คนที่บอกให้ช่วยกลับทำตัวถ่วงน้ำหนักไม่ยอมลุกตามแรงฉุด ที่แย่กว่านั้นคือออกแรงกระตุกดึงมือฉันจนเสียหลักเซล้มลงไปนั่งอยู่บนตักของเขา
“โอ๊ะ!”

เป็นฉากในละครน้ำเน่าหลังข่าวที่เห็นบ่อยๆ ไม่คิดว่าฉากนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง มือของฉันข้างหนึ่งยังอยู่ในมือของพี่โต อีกข้างวางที่หน้าอกของเขา ส่วนมือพี่โตอีกข้างโอบกระชับรอบเอวของฉัน ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
หัวใจของพี่โตเต้นอยู่ใต้ฝ่ามือของฉัน จังหวะการเต้นสม่ำเสมอ มีไอร้อนผะผ่าวเมื่อฉันสบตาคมเข้มของพี่โต นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เราต่างนิ่งอยู่อย่างนั้น มองเข้าไปในดวงตาก็เห็นหน้าของตัวเองสะท้อนออกมาจากดวงตาทั้งคู่ของพี่โต ฉันขยับตัวจะลุกขึ้นยืน พี่โตยิ้มใส่ตาก่อนคลายอ้อมแขนที่โอบไว้

“เห็นตัวเล็กๆ ตัวหนักเหมือนกันนี่เรา ขาหักหรือเปล่าไม่รู้ ”
“เหอะ!”
ฉันอ้าปาก มองหน้าพี่โต เห็นรอยยิ้มกว้าง แววตาล้อเลียน อดไม่ได้เลยซัดลงไปหนึ่งครั้งบนหน้าอกข้างซ้ายนั่นแหละ ก่อนดันตัวลุกขึ้นเดินเข้าครัว เสียงหัวเราะจากคนชอบแกล้งดังตามเข้ามาถึงในครัว แล้วเราก็ช่วยกันยกอาหารออกไปนั่งทานด้วยกันที่โต๊ะอาหารข้างนอก

แน่นอน! หลังอาหารเย็น หากมีใครสักคนที่จะต้องเก็บโต๊ะ ล้างจานชาม ใครคนนั้นย่อมไม่ใช่ฉันแน่

พี่โตเดินออกมาจากครัว ขณะที่ฉันชงกาแฟสำหรับเราคนละแก้ว ก่อนรับแก้วของเขาไปและเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม เปิดทีวีดูด้วยกันเงียบๆ
“พรุ่งนี้ พี่โตว่างมั้ยคะ”
พี่โตละสายตาจากข่าวที่กำลังดูมองมาที่ฉัน “จะชวนไปไหนคะ”
“ฮื้อ! ฉันทำเสียงขัดใจกับคำลงท้ายของพี่โต ก็มันขัดกับบุคลิกของเขานี่ พี่โตเลยหัวเราะเบาๆ
“ว่าไง จะชวนไปไหนครับ”
“พรุ่งนี้ข้าวจะไปทำบุญที่วัด พี่โตจะไปด้วยมั้ยคะ”
“เอาสิ พ่อกับแม่พี่ก็อยู่ที่วัด พ่อกับแม่เล็กด้วยใช่มั้ย ”
ฉันพยักหน้า เป็นที่รู้กันว่าพ่อกับแม่ของฉันและพี่โต มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเข้าวัดทำบุญร่วมกันเสมอ
เมื่อเราคบใครเป็นเพื่อน เราก็ควรนำพาเขาให้พบกับสิ่งดีๆ ทำความดีร่วมกัน คุณนายเคยบอกอย่างนี้
และคุณนายก็มักจะพาลูกๆไปวัด ทำบุญด้วยเสมอ พรุ่งนี้น้องสาวน้องชายก็คงจะพาครอบครัวไปทำบุญที่วัดด้วยเหมือนกัน แม้ครอบครัวของเราจะไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากนักเกี่ยวกับการบำเพ็ญตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี แต่เราก็ไม่เคยพลาดหากมีโอกาสได้ทำบุญ เข้าวัด ฟังธรรม คุณนายบอกว่า ธรรมะคือธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติ ทำให้เป็นธรรมชาติ ความดี ทำดี ทำได้ทุกที่ ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่จำเป็นต้องทำที่วัด แต่ที่คุณนายชอบไปวัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้พบเพื่อนๆวัยเดียวกัน พูดคุยในเรื่องราวที่สนใจคล้ายๆกัน
หากมีธรรมะในใจ มีธรรมะในธรรมชาติของตัวเรา อยู่ที่ไหนก็มีธรรม คุณนายบอกอย่างนี้
...
“พรุ่งนี้พี่มารับนะครับ”
พี่โตช่วยปิดบ้าน ปิดไฟ เดินสำรวจความเรียบร้อยรอบบ้านก่อนจะบอกลากลับตอนเกือบห้าทุ่ม
น่าแปลกที่เราสองคนต่างนั่งเงียบๆดูทีวี อ่านหนังสือ นั่งเงียบ ไม่มีบทสนทนา นานๆจะมองหน้ากันที คุยกันบ้างเกี่ยวกับข่าว หรือหนังที่กำลังดู น่าแปลกที่ในความเงียบนั้น ไม่มีความรู้สึกอึดอัดอะไร บางทีก็ยิ้มให้กัน
ฉันเดินไปส่งพี่โตที่หน้าบ้าน ก่อนออกรถพี่โตบอกให้ฉันกลับเข้าบ้านก่อน ปิดบ้านให้เรียบร้อย ฉันบอกว่าไม่เป็นไร ส่งพี่โตกลับก่อน แต่พี่โตไม่ยอม บอกให้ฉันกลับเข้าบ้านก่อน ไม่งั้นคงได้ยืนหรือนั่งเฝ้ากันอย่างนี้ทั้งคืน
ฉันเลยต้องทำตามที่เขาบอก พี่โตจอมสั่งการยังอยู่

ตอนที่ฉันจะเดินถึงจะตัวบ้าน หางตามองข้ามไปเห็นผ้าม่านบ้านข้างๆปิดลง รู้สึกเหมือนมีใครมองจากหลังผ้าม่าน แต่พอหยุดมองกลับไม่พบอะไรผิดปกติ จึงเดินตรงเข้าบ้านไม่สนใจหันกลับไปมองอีก

ฉันหันหลังกลับไปโบกมือให้พี่โต ก่อนเปิดประตูเข้าบ้าน รถของพี่โตเคลื่อนผ่านหน้าบ้านของฉันไปช้าๆ
แล้ววันนี้ก็ผ่านไปอีกวัน

ท่ามกลางความมืด
กลับสว่าง
ในหัวใจ

จะเป็นอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ฉันไม่รู้ อยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีและมีความสุข เพื่อที่จะมีอดีตที่ดีและมีความสุข

ท่ามกลางความมืด
ฉันหลับฝัน
มีรอยยิ้ม
...


ปล..ตอนหน้า มีปัญหาแระ
ตอนนี้เก็บหวานไปก่อน อิอิ



Create Date : 08 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 19:50:10 น. 15 comments
Counter : 392 Pageviews.  

 
คนที่แอบมอง เป็นตัวเจ้าปัญหาเปล่านะ?

ไม่เอานะ ห้ามมีปัญหากับพี่โต...


โดย: เทียนสี IP: 81.178.190.81 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:58:42 น.  

 
..
คนเขียนต่างหากค่ะเจ้าปัญหา ฮ่าๆ


โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 223.206.239.111 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:22:34 น.  

 

อ่านไปอ่านมา ก็น่ารักกุ๊กกิ๊กดี ..

ชวนพี่โตออกไปผจญภัยบ้าง .. หน้าจะดีนะ.


โดย: สีชา. IP: 203.155.227.196 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:00:00 น.  

 
wow..They both are in love, evething around them are lighting..Soo sweet..That's right don't think about the past and furture just enjoying life, and that the best interest of being human..Love this story..I agree with Sicha..take Mr. To for adventure, to hiking or camping bring a beautiful life from countryside of mountain..It would be great if you do that NONG SING..!


โดย: Camille IP: 159.53.46.142 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:26:41 น.  

 
กรึ๊ย นั่งตักพี่โต อิ... อิ... อิจฉาาาา... ฮ่าๆๆ ตาพี่โตช่างแกล้งแบบนี้ คราวหน้าน้องข้าวทุบอีกนะ ทุบตรงที่หัวจาย

ปัญหามาจากหลังผ้าม่านแน่ๆ เลย ลุ้นๆๆ

ตกลงเหลือล้างจานใช่มั้ย ที่ไม่ต้องสองเท่า


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:31:46 น.  

 
อ่านพี่โตแล้วก้นั่งอมยิ้มไป กำลังคิดว่าคุณสิงห์ของเราก็แต่งได้หวานเหมื่อนกันนี้ อิอิ แต่ดูสิ มาตีอกพี่โตเค้า


โดย: โซดา IP: 180.180.197.219 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:06:02 น.  

 
...
เจ๊สี ชวนพี่โตไปไหนดี อิอิ

พี่คอนคะ...หวานจริงอ่ะ ทำไมคนเขียน ไม่รู้สึกอ่ะ

คุณพีท...อาร้ายยยยยย

คุณโซ...ด้านมืดของสิงห์ค่ะ ฮ่าๆ


โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:40:28 น.  

 

จูงมือพี่โต ขึ้นยอดเขาโมโกจู ไป .. ๕๕๕


หน้าจะเอาบันทึกยอดเขาโมโกจูมาแปะนะ ..

เมื่อหลายวันก่อนเข้าไปอ่านกะทู้เก่าของพี่หะหนู

ทำให้นึกถึง พิชิตยอดเขาโมโกจู .. (หลิ่วตา) .. ว่าไง! สิงห์


โดย: สีชา. IP: 203.155.232.128 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:30:46 น.  

 
...
โมโกจู โอย....ไม่ไหวมั้ง ตายแน่พี่โตกับน้องข้าว ฮ่าๆ


โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:09:52 น.  

 
โมกูจู..พี่โตกะน้องข้าวไม่เท่าไร
แต่ สิงห์ฯถ้าไปอีก จะรอดรึ....


โดย: sAnake IP: 223.206.238.68 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:24:53 น.  

 
...

ไปโมโกจูอีกที ชวนเจ๊สีไปด้วยนะ
เจ๊สีอยากเป็นลม :-D

...


โดย: นรพัลลภ IP: 117.47.177.207 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:48:20 น.  

 
พี่โตนี่ หนุ่มในฝันของสาวๆหลายคนเลยนะคะ กำลังสนุกเลย จบตอนซะแล้ว รออ่านต่อไปนะค่ะพี่สิงห์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ..


โดย: นู๋แดง IP: 223.206.189.163 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:36:26 น.  

 
...
ขอบคุณท่านที่มีอุปการคุณทุกท่านค่ะ
ปั่นๆโม่ๆ
..
ปีนี้ต้องจบ


โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:44:32 น.  

 
พี่โตห่วงขนาดนี้ก็ขอแต่งงานได้แล้ว


โดย: ดังจัง IP: 110.168.94.2 วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:0:04:50 น.  

 
หวานแบบอบอุ่นดีจัง


โดย: mangotip IP: 192.168.1.131, 113.53.253.114 วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:19:16:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สิงห์อมบ๊วย
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ลายปากกา


เรื่องสำคัญ ทำความเข้าใจกันก่อนงานเขียนใน "บล็อกสิงห์อมบ๊วย" เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน แม้ผลงานจะห่วย ก็เป็นสิทธิ์ของผู้เขียนนะคะ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นอาจมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ................................
[Add สิงห์อมบ๊วย's blog to your web]