Group Blog
สิงหาคม 2559

 
1
3
5
7
9
11
12
14
16
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Why Love? โอบกอดด้วยรัก? ตอนที่ ๑๒ (YURI)


๑๒

หลังกลับถึงบ้าน อลิษามุ่งตรงขึ้นห้องนอนของตนทันทีด้วยใบ หน้าเคร่งเครียด ในเวลานี้หล่อนต้องการอยู่คนเดียว เพื่อสงบสติอารมณ์หลากหลายที่กระเพื่อมจนจิตใจกวัดแกว่งปั่นป่วน

...ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวพันกับกันทิมาแทบทั้งสิ้น

สาวน้อยไม่เข้าใจนักว่า ทำไมแองเจิลถึงได้ฉุนเฉียวถึงขั้นลงไม้ลงมือกับหมอสาวขนาดนั้น? ทั้งที่ทั้งคู่เป็นเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา และโดยปกติพี่สาวของตนเป็นคนใจเย็น และมีเหตุผลเสมอ

'พี่ฟ้าใจร้ายที่สุด!'

นึกต่อว่าต่อขานนายหญิงในใจ และยามใดที่นึกถึงภาพที่กันทิมาเลือดสดๆ กลบหน้ายิ่งรู้สึกผิดไม่น้อย ที่อยู่ตรงนั้นแท้ๆ แต่กลับขัดขวางไม่ทัน

แต่ผ่านไปไม่นาน หญิงสาวไตร่ตรองใคร่ครวญหาทางออกของปัญหาเท่าที่จะทำได้ แทนที่การย้ำคิดย้ำทำที่จมดิ่งอยู่กับ ‘หนทางที่ตีบตัน’ หล่อนพ่นลมหายใจแรงๆ ออกมาอย่างหงุดหงิด

...การจมอยู่กับปัญหา ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด

'ช่างมันก่อนแล้วกัน'

พยายามสะบัดความคิดวุ่นวายออกจากหัว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปคิดทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่า จึงลุกขึ้นไปเขียนแบบที่คั่งค้างต่อให้เสร็จโดยเร็ว ก่อนการประชุมครั้งหน้าที่จะนำแปลนนี้เข้าไปนำเสนออีกครั้ง

และเผื่อว่าจะได้มีเวลาว่างทันไปเยี่ยมกันทิมาตอนเย็นด้วย

...หากแต่แผนการที่คิดไว้ต้องมีอันพับไป หลังแบบที่เขียนต้องแก้ไขหลายจุด หล่อนเหลือบมองเวลาที่ใกล้หนึ่งทุ่มครึ่งเข้าไปทุกที จึงได้แต่ถอนหายใจทิ้ง

'สงสัยต้องไปเยี่ยมพรุ่งนี้ซะแล้ว'

นึกเปลี่ยนใจ ด้วยเกรงใจคนป่วยที่ต้องการการพักผ่อน จึงเลือก ใช้การโทรถามซึ่งง่ายกว่า และสะดวกกว่า

หล่อนไม่ชอบมนุษย์จำพวก ‘ปากหวานก้นเปรี้ยว’ ที่เวลาเจอจะพูดจาหวานระรื่นหู คิดถึงอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ปีชาติไม่เคยแม้แต่จะยกหูโทรมาคุย ทั้งที่สัญญาณมือถือใช้ได้เกือบทั่วทั้งประเทศ ค่าบริการนาทีละไม่กี่บาท แต่ทำราวกับอยู่ในยุคหินที่การสื่อสารไม่สะดวก

ใครมีน้ำใสใจจริงอย่างไร จริงๆ ดูไม่ยากหรอก...เพียงแต่คนเขารู้ แต่ไม่อยากเอ่ยปากออกมาเท่านั้น

หญิงสาวกดโทรออกยังเบอร์ที่แสนจะคุ้นเคย และรอฟังสัญญาณ

“สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะอลิษา?” เสียงละเอียดถามในสาย

“อลิษาแค่อยากทราบว่า พี่มาเป็นอย่างไรบ้างคะนม?” หล่อนเอ่ยถามถึงคนเจ็บ

“อ๋อ มาทานข้าวทานยา อาบน้ำเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้นอนดูทีวีตาแป๋วอยู่ แต่ยังพูดไม่ได้ค่ะ ยังเจ็บๆ อยู่”

“ค่ะ แล้วนมล่ะคะ เรียบร้อยดีไหม ถ้านอนไม่สะดวกอลิษาไปเฝ้าพี่มาให้แทนได้นะคะ?”

'เป็นเด็กที่มีน้ำใจไม่เปลี่ยน'

ละเอียดนึกชื่นชมคุณหนูแห่งไดมอนด์กรุ๊ป ที่ไม่ถือตัวว่าเป็นลูกเศรษฐี แต่ให้ความเคารพเธอเสมอตนเสมอปลาย ไม่เสียทีที่อุ้มชูเอ็นดูไม่ต่างจากลูกในไส้

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นมอยู่ได้ ถือซะว่ามานอนเปลี่ยนบรรยากาศ”

'โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรมนะคะนม หึหึ'

ร่างบางหัวเราะเบาๆ กับความอารมณ์ดีของผู้อาวุโส ที่พลอยทำให้ใครก็ตามที่อยู่ใกล้มีความสดชื่นร่าเริงไปด้วยเสมอ

“แล้วนมจะให้อลิษาเอาอะไรไปเพิ่มไหมคะ? พรุ่งนี้อลิษาจะแวะไปหาตอนสายๆ”

ละเอียดนิ่งคิดไปชั่วขณะ เหลือบมองไปยังลูกสาวที่เงี่ยหูฟังและชำเลืองมองเธอเป็นระยะ

“อืม ขอนมกล่องสักครึ่งโหลค่ะ”

“ให้พี่มา?”

“ใช่ค่ะของมา” คนเป็นแม่สังเกตเห็นว่า คนเจ็บขยับปากไม่ค่อยได้ ทานอาหารได้น้อยอาจจะหิว

“งั้นก็ต้องนมหวานสิคะ ไม่มีปัญหาค่ะ อลิษาจะเอาไปให้” สาวน้อยตอบอย่างเร็ว ด้วยรู้ว่า หมอสาวชอบดื่มนมรสหวาน ไม่ค่อยโปรดปรานนมช็อกโกแลตนัก...ผิดกับหล่อน

“ขอบคุณนะคะ”

“ยินดีค่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะคะนม สวัสดีค่ะ” แล้วทั้งสองก็วางสายไปในที่สุด

มื้อค่ำวันนี้ อลิษานั่งทานอาหารเพียงลำพัง ซึ่งหล่อนก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ไม่ต้องเจอกับใครในเวลาที่ยังไม่พร้อมจะเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า หลังจากทานเสร็จก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำแปรงฟัน เพื่อนั่งเขียนแบบต่อ จนเกือบสองยามจึงหยุดเพื่อพักผ่อน

“เมื่อยชะมัด”

หล่อนบิดตัวไปมา เพื่อไล่ความเมื่อยล้า ก่อนปิดไฟในห้อง แล้วก้าวไปยังเตียงใหญ่

'หวังว่าพี่มาจะหายเร็วๆ'

ใจอดที่จะคำนึงถึงหมอสาวที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ ก่อนหลับตาแล้วเข้าสู่ภวังค์นิทราไปอย่างรวดเร็ว

แม้จะเป็นเช้าวันอาทิตย์ แต่หล่อนในชุดไปรเวทก็ลงมาจากชั้นสองในเวลาใกล้เคียงปกติ แล้วพบกับอนันต์ แองเจิล และณิชากรที่ลงมาก่อนเล็กน้อย

ทั้งสี่ทานอาหารร่วมกันด้วยบรรยากาศที่เงียบงันผิดปกติ

'เวลาทะเลาะกัน ยังทำเหมือนเด็กๆ ไม่มีผิด'

นายใหญ่นึกบ่นอย่างอ่อนใจ ที่ลูกสาวสองคนตีหน้ายักษ์ใส่กัน ปรายตาคมกริบมองอีกฝ่าย ราวโกรธแค้นมาแต่ชาติปางก่อน แม้จะรู้ว่าสองสาวเป็นพวกโกรธง่ายหายเร็ว

...แต่เขาไม่แน่ใจว่า การมีปากเสียงครั้งนี้จะเหมือนกับทุกครั้ง

อนันต์ลอบสบตากับ ‘ลูกสะใภ้’ ซึ่งส่ายหน้าน้อยๆ ซึ่งไม่ผิดจากที่คาดหมายเอาไว้นัก ไม่ได้คำตอบที่ต้องการจากปากนักเลงโต ณิชากรไม่โหดร้ายพอที่จะทำให้แองเจิลเสียใจ ดีไม่ดีนักข่าวสาวอาจจะตามใจคนรักเสียมากกว่า

‘ถ้าหยิกเล็บ แล้วต้องเจ็บเนื้อ’ ทางออกที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นการวางเฉย ซึ่งเขาเข้าใจดี อนันต์ปรายมองลูกสาวคนเล็ก ที่ตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวต้มทาน จนแทบไม่เงยหน้ามองเพื่อนร่วมโต๊ะ

'จะรีบไปไหน?'

“อลิษามีนัดเหรอลูก?”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองบิดา หลังกลืนอาหารลงลำคอ จึงเอ่ยปากตอบเสียงเรียบ

“จะไปเยี่ยมพี่มาค่ะ”

“งั้นเหรอ” นายใหญ่พึมพำออกมาเหมือนพูดกับตัวเอง

เมื่อวานช่วงเย็นหลังเสร็จธุระ เขาแวะไปเยี่ยมหมอสาว และได้อยู่สนทนากับสมาชิกของบ้านนั้น

แม้ว่าจะไม่มีใครต่อว่าแองเจิลเลยสักคำ แต่เขาสัมผัสได้ถึงความเหินห่างปั้นปึ่งจากละเอียด ที่ดูจะอ่อนไหวกับเรื่องนี้มากที่สุด...หัวอกคนเป็นแม่ก็แบบนี้

โบราณว่า ‘เขกหัวลูกเขา ถึงเบาก็หนัก’ แถมคราวนี้มิใช่การเขกหัวธรรมดา แต่ทำหน้าแหกกันเลยทีเดียว จะไม่ให้เคืองขุ่นใจเลยก็แปลกเกินไปแล้ว อาจเพราะสัมพันธภาพที่คุ้นเคยกันมานาน ครอบครัวนี้ก็ไม่คิดติดใจเอาความอะไรกับแองเจิล รวมถึงไม่มีการแจ้งความใดๆ อีกด้วย

แต่จนถึงตอนนี้ผ่านไปเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็ยังไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุของการวางมวยที่เกิดขึ้น นอกจากสามสาว

อนันต์ลอบมองลูกสาวคนโต ที่ทานอาหารแบบไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่ได้ยินคำสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น แต่เขารู้ว่าอีกคนได้ยิน

'บทจะร้าย ก็ร้ายสุดๆ...ลูกใครว่ะ'

เขาได้แต่ถอนหายใจทิ้งเบาๆ

“รู้ผลสแกนก็โทรมาบอกพ่อด้วยนะ”

“ค่ะพ่อ” ลูกสาวคนเล็กรับคำ วางช้อนหลังทานข้าวต้มหมด แล้วดื่มน้ำ “ถ้างั้นอลิษาไปก่อนนะคะ”

“อืม ขับรถดีๆ ล่ะ” อนันต์พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

“ค่ะพ่อ”

หล่อนสบตากับพี่สาวและพี่สะใภ้แวบหนึ่ง แต่ไม่พูดอะไร ลุกยืนแล้วก้าวออกไปจากห้องอาหารอย่างเร็ว

อลิษาเลือกขับรถยนต์คันเล็กของบ้านไปเอง โดยไม่ลืมแวะร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อหานมสดตามออเดอร์ของละเอียด รวมถึงขนมไทยที่เป็นของโปรดกันทิมาติดไม้ติดมือไปด้วย

เช้าวันอาทิตย์ถนนในเมืองหลวงปลอดโปร่งมาก เพียงไม่ถึงสิบห้านาทีรถคันงามก็ถึงจุดหมาย หล่อนไม่ลืมหยิบถุงของฝากก่อนล็อครถ แล้วก้าวอย่างมั่นใจเข้าไปในอาคารตรงหน้า

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

หล่อนเคาะประตูเบาๆ ตามมารยาท สายตามองผ่านช่องกระจกของประตูมองเห็นแต่คนไข้นอนอยู่ ก่อนผลักเปิดเข้าไปด้านใน แล้วปิดลงอย่างเบามือ

“นมคะ...” เอ่ยเรียกผู้อาวุโสเบาๆ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงกวาดตามองไปรอบห้องพิเศษจนทั่ว มีเพียงกันทิมานอนสบายบนเตียง

“ไม่อยู่เหรอเนี่ย”

อลิษานำถุงของฝากวางบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ทางเข้า ก่อนย่องไปข้างเตียงมองคนเจ็บที่หลับตาพริ้ม จึงชะโงกหน้าเข้าไปพินิจพิจารณาใบหน้าอีกฝ่ายใกล้ๆ จนแลเห็นขนตางอนยาวเป็นแพซ่อนดวงตาคู่สวยเอาไว้ มีผ้ากอซแปะบนจมูกโด่งเหมือนเช่นเมื่อวาน ข้างแก้มมีรอยช้ำชัดขึ้น และริมฝีปากมีรอยแตกที่เริ่มแห้งไปบ้างแล้ว

'คงไม่มีรอยแผลเป็นหรอกนะ'

หญิงสาวนึกเสียดายหากวงหน้าสวยไม่กลับเป็นดั่งเดิม

หล่อนสำรวจกันทิมาอย่างละเอียด ก่อนที่สายตาคู่คมหยุดจับยังริมฝีปากแตกเจ่ออีกครั้ง ริมฝีปากที่สาวน้อยเกือบจะได้ลองลิ้มชิมรสชาติเมื่อวาน...อย่างสุดแสนเสียดาย

'จูบนี่...รสชาติเป็นอย่างไรกันนะ?'

ความอยากรู้อยากเห็นโผล่ขึ้นในสมองแบบไม่มีปี่มีกลอง แม้จะอยากรู้อยากลองมากมาย แต่คงไม่ใช่เรื่องดีงามที่จะล่วงเกินอีกฝ่ายยามนี้...จึงได้แต่ข่มใจเอาไว้

อลิษายกมือบางขึ้นปัดปอยผมนุ่มที่ปิดบังหน้าผากอีกฝ่ายออก เพื่อชื่นชมอีกคนชัดๆ ในระยะใกล้ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยนัก และเหมือนต้องมนตร์สะกด เมื่อร่างกายขยับเคลื่อนไหวอย่างอัตโนมัติโน้มหน้าลงประทับจูบเบาๆ ที่หน้าผากมนนั้นหนึ่งครั้ง

“หายเร็วๆ นะคะคนเก่ง” พึมพำเหมือนอวยพรเบาๆ จากนั้นรีบผละออกห่างจากเตียง หันหลังเดินไปนั่งโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ ทำทีเป็นเฝ้าไข้ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต หากแต่ใบหน้างามขึ้นสีระเรื่อร้อนผ่าว

'จะเขินอะไรนักหนา อลิษา...ทำเป็นไม่เคยทำไปได้'

นึกเอ็ดตัวเองในใจ ที่ขวยเขินกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทั้งที่ทำแบบนี้กับกันทิมาแทบเป็นปกติตั้งแต่เด็กๆ

...เพียงแต่ปกติ หล่อนเป็นผู้ถูกกระทำเสียมากกว่า

ยามนี้หัวใจหล่อนยังคงเต้นระส่ำเร็วผิดจังหวะ จนเข้าใจไปว่าตนไม่สบาย ก่อนคว้านิตยสารที่วางอยู่แถวนั้นมานั่งอ่านฆ่าเวลา คุณหนูแห่งไดมอนด์กรุ๊ปอดกังวลกับความผิดปกติของก้อนเนื้อในอกไม่ได้

'สงสัยฉันควรจะนัดหมอเช็คสุขภาพหน่อยแล้ว'

'อลิษาจูบฉัน!'

กันทิมาอึ้งตกใจกับสัมผัสที่ไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ

ที่จริง หมอสาวรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงเคาะประตู เพียงแต่ไม่ได้ขยับตัวด้วยเข้าใจว่าเป็นมารดา แต่พอได้ยินเสียงของสาวน้อย จึงแกล้งทำเป็นหลับต่อ ด้วยไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับอีกฝ่ายดี

...เก้อเขินประหม่าแบบที่ไม่ค่อยเป็นบ่อยนัก

สาวร่างสูงคาดไม่ถึงว่า คุณหนูผู้นี้จะฉวยโอกาสจูบเธอ แม้จะเป็นสัมผัสแผ่วเบาเพียงไม่กี่วินาที แต่กับทำให้กันทิมาร้อนวูบไปทั่วทั้งร่างเหมือนเป็นไข้เลยทีเดียว

'นั่นน้องนะ...น้องก็แค่เป็นห่วง ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น'

เธอเผลอกำหมัดที่วางข้างตัวแน่น และย้ำเตือนกับตัวเองว่า อย่าคิดนอกลู่นอกทางไปในเชิงพิศวาสเสน่หากับอีกฝ่าย

เมื่อคืนหมอสาวนอนทบทวนถึงเรื่องของสองพี่น้อง วนซ้ำไปมาหลายต่อหลายรอบ น่าแปลกใจที่คราวนี้เธอมิได้ครุ่นคิดถึงนายหญิงมากเหมือนก่อน ทั้งที่ทำให้อีกฝ่ายโกรธเคืองมากมาย

...หากแต่ใจจดจ่ออยู่กับสาวสวยผู้น้องมากกว่า

เมื่อคิดถึงวงหน้างามของหล่อนที่อยู่ห่างเพียงแค่ปลายจมูก ริมฝีปากสวยได้รูปที่เผยอเล็กน้อยราวเชื้อเชิญให้จุมพิตนั้น ทำให้ก้อนเนื้อน้อยๆ ของกันทิมาเต้นระทึกแบบไม่มีเหตุผล ทั้งที่เธอเคยจูบสาวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีใครทำให้หวั่นไหวจนแทบอ่อนยวบได้ขนาดนี้มาก่อน...รวมถึงแองเจิล

'บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้!'

กันทิมาสบถ ไม่อยากเชื่อในความคิดแรกของตนเองนัก

ร่างสูงยังจำนัยน์ตาคู่สีฟ้าคมกริบของแองเจิลได้เป็นอย่างดี รับรู้ได้ว่า นายหญิงทั้งหวงและห่วงน้องสาวขนาดไหน และที่สำคัญคือหมอสาวยังไม่อยากกินหมัดของอีกคนเร็วนัก หมัดแสนหนักหน่วงที่ชวนปอดกระเส่า แค่หมัดเดียวก็เจ็บระบมไปหมดทั้งหน้า ขืนโดนซ้ำอีกมีหวังต้องบินไปเสริมดั้งที่เกาหลีแน่

เธอไม่อยากจะเชื่อความคิดที่เข้าข้างตัวเองนัก ถึงจะมีคนมาหลงเสน่ห์อยู่เรื่อยๆ แต่ไม่อยากจะโมเมเหมารวมว่า อลิษาจะมารักตนแบบนั้น...ก็หล่อนมองเธอเป็นพี่สาวคนหนึ่งไม่ใช่หรือ?

'หลงตัวเองไปรึเปล่า กันทิมา?'

หากแต่ข้อสงสัยนี้ก็ไม่ได้เลือนหายไปเสียทีเดียว แต่กลับมีมากขึ้นเมื่ออลิษามาทักทายด้วยการแอบจูบหน้าผากของเธอในเช้าวันนี้ ถ้าถามว่า รังเกียจสัมผัสจากสาวน้อยคนนี้ไหม? เธอคงตอบได้เลยว่า ไม่ เลยสักนิด แถมยังชื่นชอบพึงพอใจมากอีกต่างหาก

'นี่ฉันจะกลายเป็นพวกเลี้ยงต้อยหรือไง?'

กันทิมาถามใจตัวเองอย่างสับสน ได้แต่นอนนิ่งแสร้งทำเป็นหลับต่อไป โดยหวังว่ามารดาจะกลับมาในไม่ช้า

ขณะที่สองสาวภายในห้อง ยังคงสับสนกับความในใจของตัวเอง โดยไม่ได้รู้เลยว่า การจุมพิตเมื่อสักครู่ ได้มีสักขีพยานเห็นเหตุการณ์อยู่ด้วยอีกคน

ละเอียดยืนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง หลังเห็นการกระทำอันอุกอาจของคุณหนูของไดมอนด์กรุ๊ปตำตา ก่อนหลบไปยืนพิงผนัง ไม่ไกลจากหน้าห้องลูกสาวนัก ถึงจะไม่แน่ใจเต็มร้อย แต่ในฐานะที่อาบน้ำร้อนมาก่อน จึงปะติดปะต่ออะไรได้พอสมควร

'จะรนหาที่ไปรึเปล่าลูก?'

แม่นมบ่นในใจอย่างเป็นห่วง

คนเป็นแม่ไม่อยากให้กันทิมาต้องผิดหวังซ้ำสอง ด้วยรู้ว่าลูกสาวอกหักคราวก่อนเพราะใคร? หากพลาดคนพี่มาคว้าคนน้องนับเป็นเรื่องไม่สมควร รวมถึงไม่อยากให้อลิษาเป็นแค่ไก่รองบ่อน เป็นตัวสำรอง

แต่การจะเอ่ยปากห้ามปรามแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ก็จะไม่ต่างจากการยุยงส่งเสริมทางอ้อม ด้วยรู้จักอุปนิสัยของพวกเด็กๆ ดีว่า ถ้าบอกซ้ายจะถลันขวา ไม่ค่อยตะแบงเลยจริงๆ...ให้ตายเถอะ!

'ทำไงดีล่ะเนี่ย?'

ละเอียดคิดอย่างหนักใจ

ด้วยเกรงว่าความรักครั้งนี้ของกันทิมาอาจจบไม่สวยนัก ดีไม่ดีอาจจะลงเอยรันทดแบบโรมิโอจูเลียตหรือเปล่า?

OoXoO

ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เรื่องนี้ติด BestSeller ในหนึ่งสัปดาห์บน MEB นะคะ

วันนี้จองหนังสือวันสุดท้าย ใครสนใจสั่งได้ค่ะ

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

นาง

OoXoO



Create Date : 08 สิงหาคม 2559
Last Update : 8 สิงหาคม 2559 16:11:10 น.
Counter : 636 Pageviews.

1 comments
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:27:33 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17



นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com