I Love Italy
Group Blog
 
All Blogs
 

นักบุญคาร์โล คุณทวดของเทพีเสรีภาพ

 ในวันเดียวกันกับที่พ่อแม่แฟนพาพวกเราไปเที่ยวชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ Santuario del Santissimo Crocefisso ที่เมือง Boca จังหวัด Novara นั้น เมื่อชมสถานที่เสร็จแล้ว และในระหว่างกินข้าวเที่ยงกัน แฟนก็ถามเราว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนระหว่าง Lago d'Orta(ทะเลสาบออร์ตา) หรือไปชม Il Sancarlone(รูปปั้นมหึมาของนักบุญคาร์โล) ที่เมือง Arona ที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบ Maggiore ถ้าไปที่นี่ก็จะได้ชมทั้งรูปปั้นและได้ชมทะเลสาบด้วยนะ 

  ถึงแม้แฟนจะให้เราเลือก แต่จากที่ฟังเขา(เชียร์)แล้ว เราคิดว่าเขาอยากพาเราไปชมรูปปั้นซานคาร์โลมากกว่า มีการหารูปในอินเตอร์เน็ตมาให้เราดูด้วย พร้อมกับบอกว่ารูปปั้นนี้เป็นปฏิมากรรมโลหะสำริดที่เป็นไอเดียในการก่อสร้างอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพด้วยนะ ใช้เทคนิคเดียวกันเลยในการสร้าง

  พอได้ยินปุ๊บก็รู้สึกเคลือบแคลงสงสัยมาก มันจะเป็นไปได้ยังไง ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่เขาก็บอกว่าดูวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างสิ มันเป็นวัสดุแบบเดียวกันนะ แต่รูปปั้นซานคาร์โลนี้สร้างมาก่อนเทพีเสรีภาพนานมาก และเคยเป็นรูปปั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก(สามารถเข้าชมภายในรูปปั้นได้) และยังครองตำแหน่งนี้มาเป็นเวลาเกือบ 200 ปี ก่อนที่อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพจะได้ตำแหน่งที่สุดไปในภายหลัง (อันนี้ก็ไม่นับตำนานเทวรูปเทพเจ้าเฮลิออส(อพอลโล)ที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีซนะ เพราะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงเท็จอย่างไร มันไม่มีหลักฐานอะไรหลงเหลือให้พิสูจน์เลย)

 ตอนนั้นก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอกค่ะ คิดว่าแฟนโม้รึเปล่าว้า หรืออาจจะได้ข้อมูลมาผิดๆ แต่พอได้เห็นรูปปั้นที่มีขนาดมหึมาในอินเตอร์เน็ตแล้วก็เลยตัดสินใจจะไปชมที่นี่แหละ ดูอลังการดี ส่วนข้อมูลต่างๆก็ค่อยไปหาอ่านเอาทีหลังก็แล้วกัน.....

 และพอกลับจากเที่ยวก็มีเวลาหาข้อมูลในเรื่องนี้ ก็พบข้อมูลจากหลายๆแหล่งที่น่าเชื่อถือว่า ประติมากรชาวฝรั่งเศส เฟรเดริค ออกุสต์ บาร์โธลดี ที่เป็นผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ ได้มาพักอยู่ที่เมือง Arona เพื่อมาศึกษาเกี่ยวกับการสร้างรูปปั้นจากสำริดรูปนี้ ส่วนกุสตาฟ ไอเฟล (ที่เป็นวิศวกรออกแบบหอไอเฟล) เป็นผู้ศึกษาโครงสร้างของรูปปั้นนี้เช่นกัน (แต่ในข้อมูลก็ไม่ได้ระบุว่า กุสตาฟ ไอเฟล ได้มาพักที่เมืองนี้ด้วยรึเปล่านะคะ)

 ยิ่งไปกว่านั้น เราก็ได้เข้าไปอ่านในเพจนึงที่พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลูกเพจบางคนก็บอกว่าที่ฐานของเทพีเสรีภาพมีเขียนระบุไว้ด้วยว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Colosso di San Carlo Borromeo(คือชื่อที่เป็นทางการของรูปปั้นนักบุญคาร์โล) และมีอีกคนที่บอกว่าในพิพิธภัณฑ์อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ มีรูปปั้นจำลองเล็กๆของซานคาร์โลด้วย อันนี้เราก็ฟังหูไว้หูไปก่อนแหละค่ะเพราะไม่เคยไปเห็นกับตาตัวเอง

 ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เอาเป็นว่ามาชมความงดงามและอลังการของ Il Sancarlone กันดีกว่าค่ะ ...นักบุญ Carlo Borromeo ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระผู้ปฎิบัติคุณงามความดีในด้านจิตวิญญาณ และในด้านการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ในยามที่บ้านเมืองประสบกับความอดอยากและเกิดกาฬโรคระบาด...

 ((ข้อมูลเกี่ยวกับรูปปั้น  เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1624 (พ.ศ. 2167) ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 80 ปี และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1698 (พ.ศ. 2241) รวมอายุรูปปั้นนี้ตั้งแต่สร้างเสร็จจนปัจจุบันก็มีอายุ 322 ปีแล้ว สามารถเข้าไปภายในได้ไปจนถึงส่วนของศรีษะ และจากดวงตาจะสามารถมองออกไปภายนอกได้ แต่ในช่วงเวลาที่พวกเราไปไม่สามารถขึ้นไปจนสุดได้เพราะติดการรักษาระยะห่างทางสังคมเนื่องจากโควิด))





((มือขวาของท่านนักบุญกำลังทำ สำคัญมหากางเขน เพื่อเป็นการให้ศีลให้พร))







((มือด้านซ้ายถือหนังสือ))



((ชุดเรียบง่ายที่ท่านถือครอง))



((บันไดปีนขึ้นด้านบน เห็นอย่างนี้ก็มีขาสั่นเหมือนกันนะคะ เพราะด้านนึงไม่มีอะไรกั้นเลย ต้องเดินชิดด้านที่มีราวจับมากๆ))









((วิว Il Lago Maggiore))







 จบแล้วค่ะ วันนี้ก็ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่บล็อคหน้า ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


 




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2563    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2563 5:20:54 น.
Counter : 227 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Porta Palazzo ตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป (โตริโน่--ตูริน)

 ต่อเนื่องจากที่ไปบ้านพ่อแม่แฟนที่โตริโน่(ตูริน) สถานที่นึงที่เรามักจะขอให้แฟนพาไปทุกครั้งคือ Porta Palazzo เพราะที่นี่เป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่มาก มีของขายมากมายที่แยกเป็นโซนๆไป เช่น โซนเสื้อผ้า โซนข้าวของเครื่องใช้ โซนผักผลไม้.... ส่วนโซนที่ขายปลา เนื้อ ชีส ซาลามี่ ของหมักดอง ก็มีนะคะแต่จะขายอยู่ในตึก และช่วงที่เราไปเขาไม่เปิด แต่ถึงจะเปิดก็ไม่สามารถเดินได้หลายโซนอยู่ดี ไม่งั้นขาลากแน่

 ครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่แฟนพามาเดินตลาดที่นี่ ตอนนั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับผลไม้หลากหลายชนิด มากมายสีสัน ที่สำคัญราคาถูกกว่าเมืองที่พวกเราอยู่มาก ตอนนั้นจำได้ว่าซื้อองุ่นหลายชนิดและหลายกิโลมาก อีกวันเดินทางไปเที่ยวเวียนนา ก็ยังหอบเอาองุ่นไปกินบนรถไฟด้วย 2-3 กิโล..... ตอนนั้นแฟนคงคิดว่ายายนี่น่าจะไม่เคยพบเคยเห็นองุ่นมาก่อน110

 ส่วนปีนี้พวกเราไปโตริโน่ช่วงเดือนมิถุนายน ทำให้ยังไม่มีองุ่นมาขาย แต่ก็ยังดีที่มีเชอร์รี่ขายเยอะ สดๆแดงๆโตๆแต่ราคาเบาๆ ถูกกว่าราคาในท้องตลาดทั่วไปครึ่งต่อครึ่งเลย แต่อย่างว่าแหละ ของที่เราไม่สามารถเลือกหยิบเองได้ มันก็มักจะมีผลไม้ที่เสียๆติดมาด้วยเสมอ แต่โดยรวมแล้วก็นับว่าคุ้มค่าอยู่ดีค่ะ (ยายของแฟนบอกว่าถ้าพ้นเดือน......นี่ไป(จำเดือนไม่ได้แล้ว) เชอร์รี่ก็จะมีหนอน ก็เลยทำให้คิดว่าแสดงว่าตอนนี้ที่ไม่มีหนอนเพราะเรากำลังกินไข่หนอนเข้าไปรึเปล่าหวา)106

((ร้านรวงมากมาย ผักผลไม้หลากหลาย ต้องเดินชมอย่างต่ำชั่วโมงนึง.... ในช่วงโควิดนี้ ประชาชนให้ความร่วมมือกับรัฐบาลดีมาก ไปซื้อของที่ไหนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยด้วย))



((แฟนบอกว่าแต่ก่อนพ่อค้าแม่ค้าที่นี่จะเป็นคนอิตาเลียนเยอะ แต่ตอนนี้มีแต่พ่อค้าแม่ค้าต่างเชื้อชาติ ที่เป็นคนอิตาเลียนมีน้อยมาก))







((ร้านนี้ขายมะเขือเทศหลายชนิดมาก แม่ค้าบอกว่าถ้าอยากถ่ายรูปสวยๆให้มาวันเสาร์ ผักผลไม้จะเยอะกว่านี้มาก))









((ใครชอบลูกพีชบ้างคะ เราไม่ชอบเลยเพราะมันมีขนอ่อนๆที่เปลือก กินแล้วสากๆยังไงไม่รู้))





((เดินไปเดินมาไม่นานของเริ่มเต็มมือแฟนแล้ว))



((ซื้อเมล่อนกับแตงโมอย่างละลูก ดีนะที่ลูกเล็ก ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าแฟนจะถือไงหมด))110







((สตรอเบอร์รี่น่ากินมาก แต่ไม่ได้ซื้อเพราะตอนนี้ก็ซื้อเต็มแล้ว กลัวกินไม่หมด.... จริงๆก็กลัวแฟนบ่นด้วย จะซื้ออะไรนักหนา นอนแค่คืนนี้อีกคืนเดียวเอง คงกลัวว่าเราจะหอบผลไม้ขึ้นรถไฟกลับบ้านอีก117 แล้วสรุปวันนั้นตอนเที่ยงก็กินไม่ทันเพราะต้องรีบออกไปข้างนอก แล้วตอนเย็นก็ไปกินข้าวบ้านยายกัน เอาเชอร์รี่และมะเขือเทศไปกินเล่นด้วย อีกวันก็ยังเหลือแตงโมกับเมล่อนและเชอร์รี่อีกหน่อย เพราะที่บ้านแฟนกินแค่นิดหน่อยไม่กินแหลกลานเหมือนเรานั่นเอง121 ก็เลยทิ้งไว้ที่นั่นแหละ แช่ตู้เย็นไว้เดี๋ยวก็หมดเอง))





((เชอร์รี่กิโลละ 2 ่ยูโร สมมุติว่าคูณ 33 บาทแล้วกัน ราคาที่ได้คือโลละ 66 บาทเท่านั้นเอง!!! และถ้าเราซื้อ 2 กิโล เขาก็จะลดให้เราเหลือ 3 ยูโรเท่านั้น (=99บาท!) ))





((ชอบการติดป้ายแบบนี้จัง ดูเป็นระเบียบสวยงามและที่สำคัญคือทำให้เราสามารถเลือกร้านที่จะซื้อได้จากราคาสินค้าและคุณภาพสินค้าที่ดูคร่าวๆได้ด้วยตาเปล่า+ประสบการณ์))




  




((ผักชีและสาระแหน่ วางขายเป็นกองโตๆแบบนี้เลย อยากได้มากค่ะแต่ไม่สามารถซื้อกลับไปทำกับข้าวที่เมืองที่อยู่ได้))





((รูปนี้แอบถ่ายค่ะ เห็นเขาเอาผักชีและสาระแหน่มาวางขายแบบนี้ด้านนอกอยู่หลายคน แปลกตาดีค่ะ ไม่เคยเห็น))



((ไข่ก็มีนะคะ))



((ถั่วต่างๆ))



((ผลไม้อบแห้งก็มี เยอะจัดค่ะ เอาเป็นว่าขอลาไปด้วยรูปสุดท้ายนี้ก็แล้วกัน หวังว่าเพื่อนๆจะเพลิดเพลินกับตลาดผลไม้แห่งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่บล็อคหน้าค่ะ))




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2563    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2563 23:59:47 น.
Counter : 189 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ของถวายของชาวคาทอลิก ความต่างในความเหมือนกับการแก้บน

 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เรากับแฟนได้ไปเยี่ยมพ่อแม่แฟนที่โตริโน่(ตูริน) 3-4 วัน เวลาไปที่นั่นพ่อแม่แฟนก็จะพาไปเที่ยวที่ต่างๆที่แฟนอยากไป และครั้งนี้พวกเราได้ไปเยี่ยมชม Santuario del Santissimo Crocifisso ที่เมืองโนวาร่า

 Santuario คือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ก็ดูเหมือนโบสถ์ทั่วไปในอิตาลีที่เรียกกันว่าคิเอสะ(chiesa) แต่จะแตกต่างกันตรงที่ Santurario นั้นจะเป็นสถานที่ที่บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ชิ้นส่วนของร่างกายนักบุญ หรือไม่ก็สถานที่ตั้งโบสถ์นั้นเคยเกิดปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติขึ้นมา

 อย่างเช่นที่ Santuario ที่พวกเราไปเยี่ยมชมนี้ เป็นที่เก็บภาพวาดพระเยซูถูกตรึงกางเขน และมีเทวดานำจอกมารองรับพระโลหิตของพระองค์ สำหรับภาพวาดนี้ได้รับการล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์เพราะเมื่อประมาณ 300 ปีที่แล้ว มีชาวบ้านมาอธิฐานขอให้ลูกชายหายป่วยจากโรคลมบ้าหมู และจากนั้นเขาก็หายจากโรคนี้อย่างปาฎิหารย์ และอีกเหตุการณ์นึงก็คือ พ่อค้าคนนึงรอดพ้นจากการถูกโจรปล้น เพราะอยู่ๆโจรนั้นก็ได้ยินเสียงระฆังและเสียงผู้คนเดือดดาลที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน โจรจึงเกิดความหวาดกลัวและได้หนีไป และหลังจากนั้นก็เกิดปาฎิหารย์แก่ผู้คนที่มาอธิฐานอยู่เรื่อยๆ ซึ่งก็สามารถพิสูจน์ได้จากของถวายนับพันที่ผู้คนนำมาไว้ที่โบสถ์

 ซึ่งถ้าเป็นเมืองไทยก็อาจจะเปรียบได้กับของแก้บน แต่ก็ต่างกันตรงที่ชาวคาทอลิกอธิฐานขอบางอย่างกับพระเจ้า โดยไม่ได้บนบาลศาลกล่าวว่าจะนำอะไรมาแก้บน แต่เป็นการขอและอ้อนวอนให้เป็นไปตามน้ำพระทัย และเมื่อสมหวัง ผู้คนก็นำของมาถวายเพื่อเป็นการขอบพระคุณ...

 เราเองก็เคยได้เยี่ยมชมโบสถ์ในอิตาลีมาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้สังเกตอะไรมากมาย แต่เมื่อมาเยี่ยมชมที่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ ก็ได้เห็นกรอบรูปติดอยู่ข้างผนังเป็นจำนวนมาก แฟนเราก็เลยอธิบายว่าเป็นของถวายหลังจากที่การอธิฐานสัมฤทธิ์ผล.... ส่วนข้อมูลที่ลงลึกข้างต้นนั้นเราไปอ่านมาจากเว็บไซต์ของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ค่ะ และรูปวาดพระเยซูรูปนี้ก็นำมาจากเว็บไซต์นี้ด้วย เพราะวันนั้นไม่ได้ถ่ายมา https://www.santuariodiboca.it/la-storia/2/



((Santuario del Santissimo Crocifisso))





((ภายใน Santuario))





((Ex voto dipinti ก็คือกรอบรูปที่เป็นของถวาย และรูปที่ปรากฎอยู่ในกรอบก็คือเรื่องราวที่ผู้คนได้ทำการอธิฐานและเกิดสัมฤทธิ์ผล))





((ทั้งหมดจะเป็นการอธิฐานให้พ้นจากความเจ็บป่วย ให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุเภทภัย ถ้าเป็นเมืองไทยก็อาจจะเป็นขอสามตัวตรงหรือรางวัลที่หนึ่งปนมาบ้าง109))










((Grazia ricevuta แปลว่า น้ำพระทัยที่ได้รับจากพระองค์))




((ส่วนตรงนี้ก็เป็นสมัยใหม่หน่อย เป็นการอธิฐานขอลูกหรือขอให้คลอดอย่างปลอดภัย ให้เด็กเกิดมาแข็งแรง เมื่อสมพรนั้นก็นำของเหล่านี้มาถวาย สีฟ้าสำหรับครอบครัวที่ได้ลูกชาย ส่วนสีชมพูสำหรับครอบครัวที่ได้ลูกสาว))




((ตรงนี้มีข้อความปักไว้ว่า ขอบพระคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงประทานของขวัญอันล้ำค่าให้แก่ข้าพเจ้า))


((ส่วนฝั่งนี้ที่อยู่ด้านหลังแท่นพิธีกรรม ดูแล้วรู้สึกเศร้าใจ เป็นกรอบรูปของผู้ที่ได้ตายไปก่อนเวลาอันสมควร มีทั้งเด็ก วัยรุ่น ทั้งผู้ใหญ่ คิดว่าญาติๆนำกรอบรูปมาที่นี่เพื่ออยากให้บุคคลอันเป็นที่รักได้อยู่ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ค่ะ))



 วันนี้ก็นำเรื่องราวที่ไปพบเจอมาเล่าให้ฟังค่ะ ใครเคยเห็นของถวายในโบสถ์หรือในสถานที่ต่างๆบ้างคะ ถ้ายังไงก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้า สวัสดีค่ะ
 




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2563    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2563 18:29:11 น.
Counter : 188 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

อิตาลีเปิดประเทศ รถติดระหว่างเมือง

 ช่วงนี้อิตาลีเปิดประเทศมาได้ซักระยะนึงแล้วหลังจากวิกฤติหนักโควิต นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวเยอรมันและออสเตรียก็เริ่มเข้ามาเที่ยวพักผ่อนในเมืองที่เราอาศัยอยู่เยอะขึ้น แต่ถ้าเทียบจำนวนนักท่องเที่ยวกับแต่ก่อนก็นับว่าแตกต่างกันมาก ตอนนี้โรงแรมบางแห่งก็ยังปิดอยู่ ร้านค้าและร้านอาหารก็มีคนบางตา เราคิดว่าฤดูกาลท่องเที่ยวปีหน้าทุกอย่างถึงจะกลับมาเป็นเกือบปรกติ...

 วันนึ้ขับรถไปส่งแฟนแล้วขับกลับบ้าน ขาไปเห็นแล้วว่ามีรถติดก็เลยแวะกินอะไรที่แม็คโดนัลฆ่าเวลา นี่ก็เลยเป็นครั้งแรกที่กลับมาแม็คฯหลังจากการปิดเมืองหลายเดือน ตอนนี้ในร้านก็มีการแบ่งโซนตามรูปเลยค่ะ







 หลังจากนั้นก็ขับรถกลับบ้าน รถก็ยังติดอยู่เหมือนเดิมแหละ มีครั้งนึงช่วงเทศกาลปาสกวา(อีสเตอร์) รถติดแถวๆนี้เกือบ 2 ชั่วโมง ตอนนั้นเราติดในอุโมงค์นานมาก แอร์ก็ไม่มี จะเปิดกระจกก็ไม่ได้เพราะเหม็นควันรถที่ขังอยู่ในอุโมงค์ เลยเปิดพัดลมให้ลมมันพัดวนอยู่ในรถ กว่าจะพ้นอุโมงค์มารู้สึกเกือบตาย... ครั้งนี้ก็ดันตัดสินใจเข้าอุโมงค์เพราะคิดว่ารถน่าจะน้อยลงบ้างแล้ว แต่ก็ต้องติดแหงกอยู่ในนั้นเกือบชั่วโมง รู้สึกหายใจไม่ค่อยออก ก็เลยบอกตัวเองว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะเข้าอุโมงค์ตอนรถติด มองไปด้านข้างมีรถคันนึงเปิดหลังคา ก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าทนกับกลิ่นควันรถได้ยังไงนานๆ

 ถ้าไม่นับเรื่องหายใจไม่ออก ถึงรถจะติดเราก็ไม่อารมณ์เสียอะไรเพราะเราชอบดูวิวไปเรื่อยๆ วิวต้นไม้ ภูเขา สวนองุ่น ดูรถคันข้างๆบ้างเพราะไม่ค่อยสนใจเรื่องรถเท่าไหร่ แต่มาอยู่ที่นี่ชอบดูรถบิ๊กไบค์มากเลย รถใหญ่และสวย คนขับก็แต่งตัวจัดเต็ม เสียงรถก็กระหึ่มเร้าใจดี ทำให้รถติดยังไงก็ไม่เบื่อเพราะมีอะไรให้ดูเพลินๆค่ะ

 เราชอบบันทึกวีดีโอ ก็เลยเปิดช่องยูทูปใหม่เอี่ยมไว้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งรอบตัวในอิตาลีอย่างเดียว คิดว่าจะเขียนบล็อคและอัพวีดีโอสัปดาห์ละ 3 ครั้งค่ะ ยังไงก็ขอฝากช่องเล็กๆเกี่ยวกับประเทศที่รักนี้ไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณและพบกันใหม่บล็อคหน้าค่ะ 


 




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2563    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2563 18:26:23 น.
Counter : 139 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


BlogGang Popular Award#16


 
gardasee
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ความรู้ภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่ในบล็อคได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณครูถนอมศรีแห่งโรงเรียนคณะราษฏรบำรุงจังหวัดยะลานะคะ

เพิ่มเติมหนังสือที่ใช้ประกอบการสอนภาษาฝรั่งเศสในบล็อคค่ะ ชื่อคู่มือเตรียมสอบ ภาษาฝรั่งเศส รวม ม.4-5-6 จัดพิมพ์และจำหน่ายโดย หจก.สำนักพิมพ์ ภูมิบัณฑิต เขียนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จารุวรรณ เทียนศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เปรมฉัตร แรงขำ อาจารย์ภาษาฝรั่งเศส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add gardasee's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.