I Love Italy
Group Blog
 
All Blogs
 

การฝึกฝนจิตใจจำเป็นหรือไม่ ถามใจเธอดู

  หลังจากบล็อกที่แล้ว อีกวันเอ็นโซ่ก็มาฝึกสมาธิต่อ และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เขานั่งแล้วหัวเริ่มตกลงมาจนคางเกือบถึงอก...

เรา : เธอหลับเหรอ
เอ็นโซ่ : (ส่ายหัว แล้วเงยหัวขึ้นมาตั้งตรง)
ผ่านไปซักแป๊บ หัวเริ่มต่ำลงๆอีก
เรา : เธอง่วงใช่ไหม ถ้าง่วงก็นึกถึงแสงสว่างเข้ามาสู่กายสู่ใจนะ ให้ตัวเองเป็นเหมือนดวงประทีป มันก็จะหายง่วง
เอ็นโซ่ : (ส่ายหัวอย่างเดียวว่าไม่ง่วง)

และเมื่อฝึกจนครบ 20 นาที

เรา : เธอต้องมีสติอยู่กับลมหายใจนะ ปล่อยให้คอพับคออ่อนอย่างนี้ไม่ได้นะ
เอ็นโซ่ : ผมมีสตินะ
เรา : มีสติมันไม่ใช่อย่างนี้นะ อย่างนี้เรียกว่าผ่อนคลาย สบายๆ จนเคลิ้มแล้วก็ง่วงหลับ
เอ็นโซ่ : ผมมีสติแต่คอพับไปโดยอัตโนมัติเอง เนี่ยะ(ชี้ที่คอ)เพราะที่คอมันผ่อนคลายและรู้สึกสบายมาก
เรา : แล้วเธอรู้สึกง่วงไหม
เอ็นโซ่ : ผมไม่ง่วง มีสติ
เรา : ฉันไม่เชื่อเธอแล้วหล่ะ ถ้าเธอมีสติอยู่กับลมหายใจ มันไม่มีทางที่จะออกอาการอย่างนี้ได้เลย คือมันไปด้วยกันไม่ได้ มีสติแต่คอพับคออ่อนได้ไง ถ้าง่วงก็บอกว่าง่วง ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็แค่พยายามแก้ไข แต่ถ้าบอกว่ามีสตินี่ฝึกผิดแล้วนะ
เอ็นโซ่ : (ก็ยังยืนยันว่าไม่ได้ง่วงไม่ได้หลับ แต่ไม่ยืนกรานแข็งขันแบบตอนแรกแล้ว)


เรา : (คิดอยู่แป๊บนึง) ฉันว่าฉันรู้แล้วหล่ะ เธอไม่อยากฝึกหรอกแต่ที่ทำเพราะฉันขอให้เธอทำ เธอไม่รู้ว่าการฝึกสติฝึกสมาธิมีประโยชน์อะไรยังไงบ้าง เธอก็เลยทำไปงั้นๆแหละ จึงไม่มีความจริงใจในการกระทำ 
เอ็นโซ่ : ผมรู้สิ ประโยชน์ก็ทำให้จิตใจสงบไม่วุ่นวาย สามารถเผชิญและแก้ไขปัญหาอะไรต่างๆได้ดี
เรา : อันนั้นที่ฉันเคยบอกเธอต่างหาก เธอต้องบอกประโยชน์ของการฝึกมาโดยยกตัวอย่างอดีตที่ผ่านมา ตอนไหนบ้างที่เธอคิดว่าที่มันเป็นอย่างนั้นเพราะไม่เคยฝึกฝนจิตใจน่ะ

เอ็นโซ่ : (พยายามนึก)ผมก็ไม่รู้ คุณบอกมาก่อนได้เปล่า

เรา : ก็แต่ก่อนฉันชอบเพลิดเพลินกับความคิด จินตนาการ ความทรงจำทั้งวันทั้งคืน ไม่เคยรู้ว่ามันจะต้องมีสติอยู่กับปัจจุบัน แล้วฉันก็เคยอ่อนไหวมากๆ บางทีเธอพูดอะไร พ่อแม่เธอพูดอะไร ฉันก็เก็บมาคิด ไม่พอใจ เสียใจ หรือบางทีคนในครอบครัวฉันพูดหรือทำอะไร ฉันก็เก็บมาน้อยใจ คิดว่าทำไมเขาทำกับฉันอย่างนี้

 แล้วต่อมาฉันเริ่มฟังเทศน์พระอาจารย์ชยสาโร ก็เลยทำให้ฉันเข้าใจที่ท่านบอกว่าการที่คนเราปล่อยให้จิตใจไปเพลิดเพลินฟุ้งซ่านอยู่กับความคิดความจำนั้น ทำให้จิตใจอ่อนแอไม่มีกำลัง พอมีเรื่องอะไรมากระทบก็จะโกรธง่าย เสียใจง่าย คิดมาก คิดวนเวียนไม่จบ ((ไม่รู้เท่ารู้ทันความคิดอารมณ์ความรู้สึกจนไม่เห็นอะไรตามความเป็นจริง)).. และการที่คิดวนในเรื่องอดีตที่ให้ความสุข มันก็เป็นสุขแบบอ่อนๆ คิดไม่จบ คิดมากี่ปีกี่ชาติแล้วมันไม่ไปไหน 

 ซึ่งมันก็ตรงกับฉันมาก ฉันไม่ชอบเวลาคิดมาก เวลาน้อยใจ เวลาเศร้าใจ ความรู้สึกเหล่านี้มันรบกวนจิตใจ มันมีความรู้สึกไม่สบาย ไม่ชอบ และฉันก็อยากจะเลิกคิดเพลิดเพลินวนเวียนฟุ้งซ่านด้วยเพราะพระอาจารย์ท่านว่าการที่ทำอย่างนี้เวลามีเรื่องไม่สบายใจเราก็จะไปหลงอยู่กับความไม่ชอบเช่นกัน เพราะจิตใจขาดการฝึก ไม่มีกำลัง ที่พระอาจารย์พูดมามันถูกหมดเลย และท่านก็แนะแนวทางการเจริญสมาธิภาวนา ฉันก็เลยฝึกตามแนวทางท่านน่ะ... แล้วของเธอเคยมีอะไรเกิดขึ้นบ้างและคิดว่ามันมาจากการที่ไม่เคยฝึกสติมาก่อนไหม

เอ็นโซ่ : (ทำกับข้าวไปนึกของตัวเองไป) ...ก็อาจจะเป็นตอนนั้นที่เราสองคนยื่นเรื่องให้คุณมาอยู่ที่อิตาลี ตอนนั้นผมเครียดอยู่หลายวันเลย
เรา : แล้วเธอสลัดความคิดกังวลออกไปได้เปล่า
เอ็นโซ่ : ไม่ได้น่ะสิ
เรา : ก็นั่นแหละ เพราะจิตใจขาดการฝึกฝนไง จิตใจเลยไม่มีกำลัง คือเวลาที่คนเรากังวล มันจะไม่มีความกล้าหาญที่จะละทิ้งความคิดความกังวลนั้น ยิ่งกังวลยิ่งคิด ส่วนหนึ่งอาจจะกลัวว่าถ้าปล่อยความคิดนั้นไปแล้วอาจจะทำให้เรื่องที่หวังอยู่ไม่สำเร็จก็ได้ จึงยึดความคิดความกังวลไว้ หมกมุ่นอยู่กับมัน ไม่สามารถเอาใจมาอยู่กับปัจจุบันได้ซักเท่าไหร่ เหมือนถูกดูดติดอยู่กับมัน
เอ็นโซ่ : ที่คุณพูดมานั้นถูกเลย มันไม่กล้าละทิ้งความคิดเรื่องนั้นไป และมันไม่อยากถอนตัวออกจากการกังวลด้วย


เรา : แล้วตอนนี้เธอลองย้อนมองกลับไปสิ เธอคิดว่าตอนนั้นมันจะต้องยึดกำความกังวลนั่นไว้ไหม การที่ฉันจะได้มาอยู่ที่นี่หรือไม่นั้น การกังวลมากมายและตลอดเวลาไม่ได้เป็นการช่วยอะไรเลย แต่ความพยายามและเอกสารต่างๆของพวกเราต่างหากที่ทำให้มันสำเร็จไปได้
เอ็นโซ่ : ใช่มันไม่จำเป็นเลยที่จะต้องกังวลช่วงนั้น ถูกต้องเลย

เรา : แล้วเธอคิดดู ในอนาคตเธอก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง เธออาจจะเจ็บป่วยหนัก คนในครอบครัวอาจจะเสียชีวิต วันนึงฉันก็ต้องตาย เธอก็ต้องตาย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าเรื่องที่ฉันมาอยู่ที่นี่มาก แล้วถ้าเธอไม่ฝึกฝนจิตใจ เธอจะรับมือกับเรื่องต่างๆได้ยังไง
เอ็นโซ่ : ใช่ เราไม่รู้หรอกว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เรา : งั้นก็ฝึกไปนะ ฝึกมีสติรู้ลมหายใจ เผลอแล้วรู้ตัวเมื่อไหร่ก็กลับมาอยู่กับลม นอกจากได้สติแล้วการกลับมาอยู่กับลมก็เป็นการฝึกปล่อยวางความอยากและความเสียดายในความคิดและอารมณ์ไปในตัวด้วย แล้วก็อย่าลืมสังเกตุการเกิดดับของความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นภายในจิตใจด้วยนะ 
เอ็นโซ่ : โอเค


...หลังจากที่คุยกันวันนั้น สองครั้งต่อมาเอ็นโซ่ก็ไม่นั่งคอพับอีกแล้ว ดูมีความตั้งใจและจริงใจขึ้น แต่ฉันทะมันก็ไม่ได้มีตลอด ก็ต้องคอยสร้างกันไปเรื่อยๆนั่นแหละค่ะ เราเองก็ต้องคอยสร้างฉันทะให้ตัวเองอยู่เรื่อยๆเหมือนกัน... 




 

Create Date : 28 มีนาคม 2565    
Last Update : 30 มีนาคม 2565 18:57:25 น.
Counter : 378 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ฝึกตนเพื่อพึ่งตน (ที่พึ่งในทุกยาม)

 
 หลังจากพักการฝึกสมาธิภาวนามาหลายเดือน ตอนนี้เราก็ขอให้เอ็นโซ่กลับมาฝึกอีกครั้ง โดยฝึกวันละ 20 นาทีไปก่อนแล้วค่อยเพิ่มเวลาทีละนิดในเดือนต่อๆไป

 แน่นอนว่าหลังจากไม่ได้ฝึกหลายเดือน พอจะเริ่มกลับมาฝึกใหม่ก็มีอาการอิดออดพอควร แต่เราก็ขอว่าฝึกเถอะ มันจะเป็นประโยชน์กับตัวเธออย่างมากมายเลยนะ เขาก็ยอมมานั่งภาวนา


 ตอนฝึกเราก็แนะเหมือนก่อนที่เราฝึกตามท่านพระอาจารย์ชยสาโร คือให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมทั้งกาย และรู้สึกที่ร่างกายทีละส่วนพร้อมกับลมหายใจ จากหัวไปจนถึงเท้า จากเท้ากลับขึ้นไปบนหัว ทำไปทีละจุดอย่างช้าๆ และพอเหลือเวลานิดหน่อยก็ให้รู้จุดที่ลมกระทบชัดที่สุดบริเวณจมูกหรือริมฝีปาก ให้ตื่นรู้อย่างผ่อนคลายในทุกขณะที่หายใจเข้าและออก

 พอฝึกเสร็จเอ็นโซ่ก็บอกว่ารู้สึกดีจัง มันสบายแถวๆบ่าและทรวงอก เราก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่(เกรงว่าจะพูดเอาใจ) เขาก็บอกจริงๆ มันสบายและผ่อนคลายเลย ขอบคุณที่บอกให้เขาฝึก เราก็ว่าดีแล้ว งั้นก็ฝึกตลอดชีวิตเลยนะ นี่จะเป็นที่พึ่งของเธอนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตก็อย่าลืมที่พึ่งนี้นะ เขาก็โอเค

 เราก็รู้ว่าเขาก็โอเคไปอย่างนั้นแหละ ถ้าวันไหนเราไม่บอกให้ฝึกเขาก็คงไม่มานั่งฝึกเองเหมือนเมื่อวานซืนนี้ที่เราลืมไป แต่แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เราก็แค่ไม่ลืมก็พอ...




 

Create Date : 17 มีนาคม 2565    
Last Update : 20 มีนาคม 2565 4:00:48 น.
Counter : 252 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ปฏิบัติธรรมออนไลน์ (การเข้ารีทรีตออนไลน์)


 
สองวันที่ผ่านมา ซึ่งก็คือวันเสาร์อาทิตย์ ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมออนไลน์ครั้งแรก กล่าวคือ การเข้ารีทรีตแบบไลฟ์สด ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 4-6 มีนาคม แต่เราได้เข้าร่วมแค่วันที่ 5-6 เท่านั้น ในการเข้ารีทรีตนี้ผู้สอนการปฏิบัติคือท่านพระอาจารย์ชยสาโร โดยมีคณะลูกศิษย์ดำเนินการจัดการในเรื่องการเตรียมการ การจัดการ และเผยแพร่ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์อย่างสูงที่ได้เมตตาสอนการปฏิบัติธรรม และขอบพระคุณและอนุโมทนาแก่ผู้ที่ดำเนินงานในด้านต่างๆด้วย

 ในชีวิตเราไม่เคยได้ร่วมปฏิบัติธรรมที่ไหนเลย ปฏิบัติแต่ที่บ้านผู้เดียว และแม้ครั้งแรกนี้จะเป็นการเข้ารีทรีตแบบออนไลน์แต่ก็ดีใจ เพราะทำให้เห็นภาพว่าเวลาที่เขาไปปฏิบัติธรรมกันนั้นเป็นลักษณะไหน อยากรู้อยากเห็นมานานแล้ว

 เนื่องด้วยเวลาที่อิตาลีช่วงนี้ช้ากว่าที่ไทย 6 ชั่วโมง เราจึงไม่สะดวกในการเข้าร่วมตรงตามเวลาไลฟ์สด การปฏิบัติครั้งนี้จึงเป็นการเปิดคลิปย้อนหลังเอา เว้นแต่วันอาทิตย์ที่เป็นวันสุดท้าย ที่เราได้เข้าร่วมปฏิบัติแบบไลฟ์จริงๆตอน 1 ทุ่มตามเวลาเมืองไทย ซึ่งก็เป็นเวลาบ่ายโมงของอิตาลีพอดี

  การเข้ารีทรีตครั้งนี้ทำให้เห็นว่าเขาทำวัตร เช้า-เย็น กันอย่างไร สวดมนต์บทไหนอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ต่างกันเกือบทั้งหมดกับที่เราสวดเองทุกวัน ก็เลยจะฝึกสวดมนต์ของทางบ้านบุญไว้ให้เป็น เพราะถ้าในอนาคตได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่นั่นก็จะได้สวดได้คล่อง จากนั้นก็มีนำสมาธิภาวนาโดยท่านพระอาจารย์ชยสาโร บางครั้งท่านจิ๋วพระลูกศิษย์ก็เป็นผู้นำ ซึ่งเราก็คุ้นเคยกับการนำภาวนาแบบนี้อยู่แล้วเพราะเปิดดูตลอดเวลาที่เราภาวนาเองที่บ้าน

 จากนั้นก็จะเป็นพระธรรมเทศนา และช่วงอื่นก็จะมีการไขปัญหาธรรมที่บรรดาลูกศิษย์ส่งคำถามเข้าไป ซึ่งพระอาจารย์ก็ให้เวลากับช่วงนี้อย่างมาก ตอบแต่ละคำถามด้วยความใส่ใจด้วยความเมตตาและกรุณา รวมๆแล้วจะมีการปฏิบัติธรรมประมาณ  7 ชั่วโมง/วัน ซึ่งถือว่าเยอะมาก

 ปกติเราภาวนาที่บ้านคนเดียว แต่พอมาปฏิบัติแบบนี้ก็ไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อเท่าไหร่ ก็อาจจะเป็นเพราะเคยชินกับการกำหนดเองว่าจะทำอะไรบ้าง แต่พอดูไลฟ์แบบนี้มีแอบใจลอยบ่อยๆทั้งที่ตอนแรกคิดว่าได้ปฏิบัติแบบนี้คงจะมีฉันทะเยอะ มีใจจดจ่อ แต่เอาเข้าจริงก็ฟุ้งซ่านเยอะอยู่ แต่พอรู้ตัวว่าเผลอก็ตั้งสติกับการปฏิบัติใหม่ เผลอแล้วตั้งต้นใหม่ๆตามที่ท่านพระอาจารย์บอกอยู่เสมอ
 
 และก็อาจจะเป็นผลจากการเข้ารีทรีตแบบนี้ ทำให้วันต่อมาก็คือวันนี้มีความรู้สึกว่าจิตใจตั้งมั่นดีในการทำกิจกรรมต่างๆ ขนาดเราปฏิบัติประมาณ 5 ชั่วโมง/วัน ไม่เต็มคอร์สที่ 7 ชั่วโมง ก็คิดว่าเพราะอย่างนี้นี่เองหลายคนจึงชอบไปปฏิบัติตามสำนักต่างๆ

กลางปีนี้เราคงได้กลับไทยซักทีหลังจากเลื่อนไปเรื่อยๆหลายครั้งแล้วเพราะมาตราการเข้าไทยที่เป็นผลจากโควิด และก็หวังว่าจะได้ไปปฏิบัติธรรมที่บ้านบุญถ้าช่วงนั้นเขาเปิดคอร์ส ตอนนี้ก็ฝึกสวดมนต์แบบที่นี่ไปก่อนให้คล่อง... จบค่ะ
 




 

Create Date : 07 มีนาคม 2565    
Last Update : 7 มีนาคม 2565 20:42:22 น.
Counter : 200 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

อาการปิติจากการฝึกสติของเอ็นโซ่



ตอนนี้เอ็นโซ่ฝึกเจริญสติมาได้ 6 สัปดาห์แล้ว เดี๋ยวนี้ฝึกวันละ 25 นาที วันหยุด 40 นาที ถ้าช่วงหยุดพักร้อนจะฝึก 45 นาที เวลาฝึกเสร็จเราจะถามเสมอว่ารู้สึกยังไง ทุกครั้งเขาก็จะบอกว่ารู้สึกสงบและผ่อนคลายมาก

แล้วเมื่อวานซืนหลังจากที่ฝึกเสร็จเราก็ถามคำถามเดิมๆ 

เรา : รู้สึกไงบ้าง

เอ็นโซ่ : ผ่อนคลาย

เรา : แค่ผ่อนคลายเหรอ 

เอ็นโซ่ : อะไร 'แค่'! มัน 'มาก' ต่างหาก ผ่อนคลายขนาดนี้ มันมากเลยนะ 

เรา : หมายถึงว่าเธอรู้สึกแค่นั้นเหรอ มีความรู้สึกอย่างอื่นอีกไหม

เอ็นโซ่ : ก็รู้สึกดีไง (พูดเสร็จเอ็นโซ่ก็ลูบหน้าย้อนขึ้นไปยังหัวแล้วจับต้นแขนตัวเองแล้วส่งเสียง 'อ่าห์ห์' พอใจ)

เรา : ช่วยอธิบายเยอะกว่านี้ได้ไหม เนี่ยะที่ทำท่านี้เพราะรู้สึกอะไรยังไง

เอ็นโซ่ : Mi sento frizzante. (I feel sparkling/tingle).

เรารู้จักคำว่า frizzante ซึ่งใช้กับเครื่องดื่มที่อัดแก๊ส เช่น น้ำผสมแก๊ส น้ำอัดลม sparkling wine ก็เลยคิดว่าเขาน่าจะรู้สึกสดใสซ่าบซ่า ซึ่งเราพอรู้ว่าอาการซาบซ่านเป็นอาการนึงของปิติ

ตอนนี้เอ็นโซ่เดินกลับไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับลูบต้นแขนแล้วส่งเสียง 'บรื๋อออ' 

เรา : นี่ครั้งแรกเหรอที่รู้สึกอย่างนี้

เอ็นโซ่ : เปล่า เคยรู้สึกบ้างนิดๆ แต่ครั้งนี้รู้สึกมาก (ตอบพลางเล่นมือถือพลาง)

เรา : แล้วก่อนหน้าทำไมไม่เห็นเคยบอก คือต้องสังเกตตัวเองและถ้ารู้สึกอะไรอย่างนี้ต้องบอกฉันนะ 

คือเราคิดว่าเขาเอ็นโซ่น่าจะขี้เกียจสังเกตตัวเอง ขี้เกียจอธิบายเยอะ และน่าจะไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกออกมายังไงด้วย


เอ็นโซ่ : โอเค

เรา : แล้วทำไมทำเสียง 'บรื๋อ'

เอ็นโซ่ : มันรู้สึกตัวสั่นๆ แต่มันให้ความรู้สึกที่ดีนะ

เรา : (ถามอะไรต่อจำไม่ได้แล้ว) **เพิ่มเติม ตอนนี้จำได้แล้วว่าถามอะไร เราถามว่านอกจากรู้สึก frizzante แล้วรู้สึกอะไรอีก เอ็นโซ่กบอกว่า vivace และ energico ซึ่งก็แปลว่ามีชีวิตชีวาและมีพลัง

เอ็นโซ่ : นี่คือจะถามทั้งก่อนฝึกและหลังฝึกตลอดเลยเหรอ (กำลังดูวีดีโอในมือถือแล้วต้องคอยสต็อปวีดีโอเวลาเราถาม)

(ก่อนฝึกเราจะถามว่าต้องฝึกยังไงทุกครั้ง เขาก็จะบอกว่าต้องมีสติอยู่กับปัจจุบันก็คือลมหายใจ ไม่ละทิ้งลมหายใจ ไม่เพ่ง ถ้าเผลอไปคิดอะไรก็ไม่ต่อต้าน แต่ให้ปล่อยวางแล้วกลับมาอยู่กับลมหายใจ ให้รู้ลม ไม่จินตนาการว่ารู้ลม...)

เรา : ก็อยากรู้นี่ มันสำคัญนะ (แล้วก็หารูปด้านบนที่เราเคยผ่านตาในเพจนึง)

เรา : เนี่ยะ ถ้ารู้สึกอย่างนี้คือฝึกถูกแล้วนะ ที่ถามบ่อยๆเพราะอยากรู้นี่แหละ กลัวจะสื่อสารให้เธอไม่ถูกต้องว่าจะต้องฝึกยังไง แล้วไม่รู้ว่าเธอฝึกถูกรึเปล่าด้วย พอได้รู้อย่างนี้ก็ดีใจ เธอก็จะได้ฝึกต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ

เอ็นโซ่ : เหรอ งั้นผมก็ดีใจที่ทำให้คุณดีใจ แล้วนี่รูปผีเหรอ

เรา : คือบางคนก็จะมีความรู้สึกเหมือนตัวลอยน่ะ (แล้วก็เปิดสไลด์อื่นให้ดูอีก 2-3 สไลด์ แล้วก็นั่งหัวเราะตัวการ์ตูนกัน)

เรา : เดี๋ยวจะปล่อยให้เธอเล่นมือถือไปแล้วกัน แต่อยากจะบอกสิ่งที่สำคัญมากก่อน คืออาการเหล่านี้จะไม่เกิดทุกครั้ง เวลาฝึกครั้งต่อไปก็ไม่ต้องเฝ้ารอให้มันเกิดขึ้นนะ และถ้าไม่เกิดก็ไม่ต้องผิดหวังหรือท้อถอยนะ ถ้ามันจะเกิดก็เกิดเองแหละ ครั้งหน้าก็ฝึกให้เหมือนวันนี้ก็พอ

เอ็นโซ่ : โอเค

สรุปเมื่อวานและวันนี้ก็ไม่เกิดปิติอย่างที่คาด แต่เอ็นโซ่ก็รู้สึกผ่อนคลายจากการฝึก อ้อ ช่วงนี้ไม่ได้ให้เอ็นโซ่ฝึกไปฟังธรรมะไปด้วย เพราะอยากจะจดธรรมะหัวข้อหลักๆที่เขาฟังเอาไว้ให้เขาอ่านทบทวนบ้าง เลยไม่ได้หาใหม่ๆมาให้ฟัง และอีกอย่างอยากรู้ด้วยว่าถ้าฝึกโดยไม่ฟังอะไรเลยเขาจะเบื่อไหม ซึ่งเอ็นโซ่ก็บอกว่าชอบแบบฝึกอย่างเดียวล้วนๆมากกว่า แต่ต่อไปคิดว่าจะให้ฝึกอย่างเดียวและฟังธรรมไปด้วยแบบสลับกันไป การฟังธรรมไปด้วยอาจจะไม่มีสติจดจ่อกับลมเท่าไหร่ซึ่งก็ไม่เป็นไร แค่อยากให้เขาได้ฟังธรรมะบ้างเพื่อมีสัมมาทิฏฐิ


#ฝึกสติเพื่อปล่อยวางความคิดแล้วมาอยู่กับปัจจุบันคือลมหายใจเข้าออก
#เมื่อไม่มีเรื่องการงานเรื่องกังวลไม่คิดเรื่องอดีตอนาคตจิตก็ผ่องใสเบาสบาย
#เมื่อจิตเบาสบายและละเอียดเราก็จะรู้เห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น
#พระพุทธองค์เคยตรัสว่าจิตเราเหมือนบึงที่มีตะกอนมีความคิดตลอดฟุ้งซ่านตลอดมีความอยากความกังวลมีอารมณ์ความรู้สึกต่างๆนาๆ
#และเมื่อเราขจัดตะกอนพวกนี้ออกไปน้ำในบึงก็จะใสและสามารถมองเห็นอะไรที่อยู่ใต้น้ำได้ชัดเจนขึ้น
#แล้วเราจะเห็นสิ่งต่างๆในชีวิตด้วยสายตาใหม่ #เราจะเห็นว่าบางเรื่องไม่เห็นจะน่ากังวลเลย #ไม่เห็นจะน่าโกรธเลย #ไม่เห็นจะน่าเป็นทุกข์เลย #การฝึกจิตไม่ใช่เพื่อต้องการญาณแบบโลกียะแต่เพื่อพ้นจากทุกข์ที่ไม่จำเป็น
#การขจัดตะกอนไม่ต้องทำอะไรเลย #แค่มีสติอยู่กับปัจจุบันตะกอนต่างๆจะนอนก้นไปเองแล้วน้ำก็จะใสเองจิตก็จะผ่องใสเองเหมือนกัน
#การฝึกจิตไม่ได้ทำให้มีความสุขมากขึ้นแต่ทำให้เราทุกข์ร้อนกับเรื่องต่างๆน้อยลงดังนั้นเราจึงรู้สึกเหมือนมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง
#พระอาจารย์ชยสาโรเคยกล่าวว่าความสุขสงบมีอยู่ในตัวเราอยู่แล้วและพร้อมจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว #การฝึกเจริญสติเพื่อทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วปรากฎออกมา

 




 

Create Date : 05 กันยายน 2564    
Last Update : 6 กันยายน 2564 13:06:18 น.
Counter : 474 Pageviews.  

คำว่า Nirvana (นิพพาน)

nature, grass, plant, sunlight, leaf, flower, petal, spring, green, sacred lotus, aquatic plant, flora, wildflower, close up, cool image, tokyo, lotus, i, ilce7m2, yakushiikepark, lotusflower, lotusgarden, flowering plant, annual plant, plant stem, computer wallpaper, lotus family, proteales, Free Images In PxHere
​​​​​​ขอบคุณรูปฟรีจาก aotaro Attribution 2.0 Generic (CC BY 2.0)

เพื่อให้แน่ใจว่าเอ็นโซ่รู้จักคำว่านิพพานรึเปล่า เมื่อคืนก็เลยหาศัพท์คำว่านิพพานเป็นภาษาอังกฤษก่อน แล้วหาเป็นภาษาอิตาเลียน ก็ได้คำที่ตรงกันคือคำว่า Nirvana แล้วก็ยื่นคำในมือถือให้ดู

เรา : รู้จักคำนี้ไหม

 
เอ็นโซ่ : รู้จักสิ เป็นเป้าหมายสูงสุดของศาสนาพุทธไง
 
เรา : อ้าว! นึกว่าไม่รู้จักซะอีก แล้วเป้าหมายสูงสุดคืออะไร รู้เปล่า
 
เอ็นโซ่ : ก็  stato di perfetta beatitudine ไง ( the perfect beatitude) สภาวะที่เป็นสุขอย่างยิ่ง
 
เรา : (งงเลย!) ฉันนึกว่าเธอไม่รู้ซะอีก แล้วรู้ได้ไงอะ คือเธอไม่น่าจะรู้เพราะมันเกี่ยวกับศาสนาพุทธ (คือปกติเวลาถามเรื่องศาสนาคริสต์เขาจะบอกว่าเขาไม่ค่อยรู้หรอก ถ้าจะศึกษานี่ใช้เวลาทั้งชีวิตเลย)

เอ็นโซ่ : คำว่า Nirvana นี่เป็นคำทั่วไปของที่นี่เลยนะ พวกดิสโก้เธค ผับบาร์ ก็ตั้งชื่ออย่างนี้ และที่อิตาลีก็มีสร้างหนังชื่อนี้ด้วย และยังมีนักร้องอเมริกันยุค 90 ที่ตั้งชื่อวงว่า Nirvana ด้วย นักร้องนำเขาฆ่าตัวตายด้วยตอนหลัง

เรา : เหรอ!! ถ้าเธอไม่บอกฉันก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลยนะ แล้ววงนี้ร้องเพลงเกี่ยวกับศาสนาเหรอ

เอ็นโซ่ : เปล่า คือในกลุ่มผู้เสพยาก็ชอบใช้คำนี้กันด้วยนะ

เรา : 555 มีอะไรอย่างนี้ด้วย แล้วนอกจากความสุขอย่างยิ่งแล้วเธอรู้ด้วยรึเปล่าว่า Nirvana หมายถึงการหมดสิ้นกิเลสโดยสิ้นเชิง การพ้นทุกข์ และพ้นจากสังสารวัฏด้วย

เอ็นโซ่ : เรื่องนั้นไม่รู้เลย

เรา : แล้วนิพพานคือสถานที่หรืออะไรยังไง

เอ็นโซ่ : ไม่ใช่สถานที่แต่เป็นสภาวะของจิตวิญญาณ

เรา : เก่งอะ แล้วของชาวคริสต์นี่เป้าหมายสูงสุดคือไปอยู่กับพระเจ้าบนสรวงสวรรค์ใช่ไหม

เอ็นโซ่ : ใช่

เรา : ไปตอนไหน ตอนที่ถึงวันพิพากษาเหรอ

เอ็นโซ่ : ใช่

เรา : แล้วคนที่ตายไปแล้วตอนนี้หล่ะ

เอ็นโซ่ : เท่าที่ผมพอรู้คือน่าจะอยู่ในสภาวะนึงไปก่อน เอาจริงมันมีรายละเอียดเยอะมาก ผมก็ไม่ค่อยรู้ แต่คำถามคุณน่าสนใจนะ แต่มันต้องค้นหาอ่านยาวเลย

เรา : เพราะงั้นพอคนตายเขาเลยฝังใช่เปล่า

เอ็นโซ่ : ไม่นาจะเกี่ยวนะเพราะเดี๋ยวนี้ก็นิยมเผามากขึ้นแล้ว

เรา : ดีนะที่ฉันถามเธอก่อนเครื่องนิพพาน นึกว่าเธอไม่รู้จักคำนี้เสียอีก แต่จริงๆเธอรู้เยอะกว่าฉันหลายเรื่องเลย ทำให้ฉันได้รู้อะไรใหม่ๆไปด้วย พรุ่งนี้จะเอาไปเขียนในบล็อกแหละ เพราะเมื่อวานเขียนไปว่าเธอไม่น่าจะรู้จักคำนี้

ก็เลยเป็นที่มาของบล็อกวันนี้ค่ะ สวัสดี
​​​​​
 




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2564    
Last Update : 15 สิงหาคม 2564 0:42:19 น.
Counter : 509 Pageviews.  

1  2  

un momento
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ความรู้ภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่ในบล็อคได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณครูถนอมศรีแห่งโรงเรียนคณะราษฏรบำรุงจังหวัดยะลานะคะ

เพิ่มเติมหนังสือที่ใช้ประกอบการสอนภาษาฝรั่งเศสในบล็อคค่ะ ชื่อคู่มือเตรียมสอบ ภาษาฝรั่งเศส รวม ม.4-5-6 จัดพิมพ์และจำหน่ายโดย หจก.สำนักพิมพ์ ภูมิบัณฑิต เขียนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จารุวรรณ เทียนศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เปรมฉัตร แรงขำ อาจารย์ภาษาฝรั่งเศส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add un momento's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.