I Love Italy
Group Blog
 
All Blogs
 

อาการปิติจากการฝึกสติของเอ็นโซ่



ตอนนี้เอ็นโซ่ฝึกเจริญสติมาได้ 6 สัปดาห์แล้ว เดี๋ยวนี้ฝึกวันละ 25 นาที วันหยุด 40 นาที ถ้าช่วงหยุดพักร้อนจะฝึก 45 นาที เวลาฝึกเสร็จเราจะถามเสมอว่ารู้สึกยังไง ทุกครั้งเขาก็จะบอกว่ารู้สึกสงบและผ่อนคลายมาก

แล้วเมื่อวานซืนหลังจากที่ฝึกเสร็จเราก็ถามคำถามเดิมๆ 

เรา : รู้สึกไงบ้าง

เอ็นโซ่ : ผ่อนคลาย

เรา : แค่ผ่อนคลายเหรอ 

เอ็นโซ่ : อะไร 'แค่'! มัน 'มาก' ต่างหาก ผ่อนคลายขนาดนี้ มันมากเลยนะ 

เรา : หมายถึงว่าเธอรู้สึกแค่นั้นเหรอ มีความรู้สึกอย่างอื่นอีกไหม

เอ็นโซ่ : ก็รู้สึกดีไง (พูดเสร็จเอ็นโซ่ก็ลูบหน้าย้อนขึ้นไปยังหัวแล้วจับต้นแขนตัวเองแล้วส่งเสียง 'อ่าห์ห์' พอใจ)

เรา : ช่วยอธิบายเยอะกว่านี้ได้ไหม เนี่ยะที่ทำท่านี้เพราะรู้สึกอะไรยังไง

เอ็นโซ่ : Mi sento frizzante. (I feel sparkling/tingle).

เรารู้จักคำว่า frizzante ซึ่งใช้กับเครื่องดื่มที่อัดแก๊ส เช่น น้ำผสมแก๊ส น้ำอัดลม sparkling wine ก็เลยคิดว่าเขาน่าจะรู้สึกสดใสซ่าบซ่า ซึ่งเราพอรู้ว่าอาการซาบซ่านเป็นอาการนึงของปิติ

ตอนนี้เอ็นโซ่เดินกลับไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับลูบต้นแขนแล้วส่งเสียง 'บรื๋อออ' 

เรา : นี่ครั้งแรกเหรอที่รู้สึกอย่างนี้

เอ็นโซ่ : เปล่า เคยรู้สึกบ้างนิดๆ แต่ครั้งนี้รู้สึกมาก (ตอบพลางเล่นมือถือพลาง)

เรา : แล้วก่อนหน้าทำไมไม่เห็นเคยบอก คือต้องสังเกตตัวเองและถ้ารู้สึกอะไรอย่างนี้ต้องบอกฉันนะ 

คือเราคิดว่าเขาเอ็นโซ่น่าจะขี้เกียจสังเกตตัวเอง ขี้เกียจอธิบายเยอะ และน่าจะไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกออกมายังไงด้วย


เอ็นโซ่ : โอเค

เรา : แล้วทำไมทำเสียง 'บรื๋อ'

เอ็นโซ่ : มันรู้สึกตัวสั่นๆ แต่มันให้ความรู้สึกที่ดีนะ

เรา : (ถามอะไรต่อจำไม่ได้แล้ว) **เพิ่มเติม ตอนนี้จำได้แล้วว่าถามอะไร เราถามว่านอกจากรู้สึก frizzante แล้วรู้สึกอะไรอีก เอ็นโซ่กบอกว่า vivace และ energico ซึ่งก็แปลว่ามีชีวิตชีวาและมีพลัง

เอ็นโซ่ : นี่คือจะถามทั้งก่อนฝึกและหลังฝึกตลอดเลยเหรอ (กำลังดูวีดีโอในมือถือแล้วต้องคอยสต็อปวีดีโอเวลาเราถาม)

(ก่อนฝึกเราจะถามว่าต้องฝึกยังไงทุกครั้ง เขาก็จะบอกว่าต้องมีสติอยู่กับปัจจุบันก็คือลมหายใจ ไม่ละทิ้งลมหายใจ ไม่เพ่ง ถ้าเผลอไปคิดอะไรก็ไม่ต่อต้าน แต่ให้ปล่อยวางแล้วกลับมาอยู่กับลมหายใจ ให้รู้ลม ไม่จินตนาการว่ารู้ลม...)

เรา : ก็อยากรู้นี่ มันสำคัญนะ (แล้วก็หารูปด้านบนที่เราเคยผ่านตาในเพจนึง)

เรา : เนี่ยะ ถ้ารู้สึกอย่างนี้คือฝึกถูกแล้วนะ ที่ถามบ่อยๆเพราะอยากรู้นี่แหละ กลัวจะสื่อสารให้เธอไม่ถูกต้องว่าจะต้องฝึกยังไง แล้วไม่รู้ว่าเธอฝึกถูกรึเปล่าด้วย พอได้รู้อย่างนี้ก็ดีใจ เธอก็จะได้ฝึกต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ

เอ็นโซ่ : เหรอ งั้นผมก็ดีใจที่ทำให้คุณดีใจ แล้วนี่รูปผีเหรอ

เรา : คือบางคนก็จะมีความรู้สึกเหมือนตัวลอยน่ะ (แล้วก็เปิดสไลด์อื่นให้ดูอีก 2-3 สไลด์ แล้วก็นั่งหัวเราะตัวการ์ตูนกัน)

เรา : เดี๋ยวจะปล่อยให้เธอเล่นมือถือไปแล้วกัน แต่อยากจะบอกสิ่งที่สำคัญมากก่อน คืออาการเหล่านี้จะไม่เกิดทุกครั้ง เวลาฝึกครั้งต่อไปก็ไม่ต้องเฝ้ารอให้มันเกิดขึ้นนะ และถ้าไม่เกิดก็ไม่ต้องผิดหวังหรือท้อถอยนะ ถ้ามันจะเกิดก็เกิดเองแหละ ครั้งหน้าก็ฝึกให้เหมือนวันนี้ก็พอ

เอ็นโซ่ : โอเค

สรุปเมื่อวานและวันนี้ก็ไม่เกิดปิติอย่างที่คาด แต่เอ็นโซ่ก็รู้สึกผ่อนคลายจากการฝึก อ้อ ช่วงนี้ไม่ได้ให้เอ็นโซ่ฝึกไปฟังธรรมะไปด้วย เพราะอยากจะจดธรรมะหัวข้อหลักๆที่เขาฟังเอาไว้ให้เขาอ่านทบทวนบ้าง เลยไม่ได้หาใหม่ๆมาให้ฟัง และอีกอย่างอยากรู้ด้วยว่าถ้าฝึกโดยไม่ฟังอะไรเลยเขาจะเบื่อไหม ซึ่งเอ็นโซ่ก็บอกว่าชอบแบบฝึกอย่างเดียวล้วนๆมากกว่า แต่ต่อไปคิดว่าจะให้ฝึกอย่างเดียวและฟังธรรมไปด้วยแบบสลับกันไป การฟังธรรมไปด้วยอาจจะไม่มีสติจดจ่อกับลมเท่าไหร่ซึ่งก็ไม่เป็นไร แค่อยากให้เขาได้ฟังธรรมะบ้างเพื่อมีสัมมาทิฏฐิ


#ฝึกสติเพื่อปล่อยวางความคิดแล้วมาอยู่กับปัจจุบันคือลมหายใจเข้าออก
#เมื่อไม่มีเรื่องการงานเรื่องกังวลไม่คิดเรื่องอดีตอนาคตจิตก็ผ่องใสเบาสบาย
#เมื่อจิตเบาสบายและละเอียดเราก็จะรู้เห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น
#พระพุทธองค์เคยตรัสว่าจิตเราเหมือนบึงที่มีตะกอนมีความคิดตลอดฟุ้งซ่านตลอดมีความอยากความกังวลมีอารมณ์ความรู้สึกต่างๆนาๆ
#และเมื่อเราขจัดตะกอนพวกนี้ออกไปน้ำในบึงก็จะใสและสามารถมองเห็นอะไรที่อยู่ใต้น้ำได้ชัดเจนขึ้น
#แล้วเราจะเห็นสิ่งต่างๆในชีวิตด้วยสายตาใหม่ #เราจะเห็นว่าบางเรื่องไม่เห็นจะน่ากังวลเลย #ไม่เห็นจะน่าโกรธเลย #ไม่เห็นจะน่าเป็นทุกข์เลย #การฝึกจิตไม่ใช่เพื่อต้องการญาณแบบโลกียะแต่เพื่อพ้นจากทุกข์ที่ไม่จำเป็น
#การขจัดตะกอนไม่ต้องทำอะไรเลย #แค่มีสติอยู่กับปัจจุบันตะกอนต่างๆจะนอนก้นไปเองแล้วน้ำก็จะใสเองจิตก็จะผ่องใสเองเหมือนกัน
#การฝึกจิตไม่ได้ทำให้มีความสุขมากขึ้นแต่ทำให้เราทุกข์ร้อนกับเรื่องต่างๆน้อยลงดังนั้นเราจึงรู้สึกเหมือนมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง
#พระอาจารย์ชยสาโรเคยกล่าวว่าความสุขสงบมีอยู่ในตัวเราอยู่แล้วและพร้อมจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว #การฝึกเจริญสติเพื่อทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วปรากฎออกมา

 




 

Create Date : 05 กันยายน 2564    
Last Update : 6 กันยายน 2564 13:06:18 น.
Counter : 293 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

คำว่า Nirvana (นิพพาน)

nature, grass, plant, sunlight, leaf, flower, petal, spring, green, sacred lotus, aquatic plant, flora, wildflower, close up, cool image, tokyo, lotus, i, ilce7m2, yakushiikepark, lotusflower, lotusgarden, flowering plant, annual plant, plant stem, computer wallpaper, lotus family, proteales, Free Images In PxHere
​​​​​​ขอบคุณรูปฟรีจาก aotaro Attribution 2.0 Generic (CC BY 2.0)

เพื่อให้แน่ใจว่าเอ็นโซ่รู้จักคำว่านิพพานรึเปล่า เมื่อคืนก็เลยหาศัพท์คำว่านิพพานเป็นภาษาอังกฤษก่อน แล้วหาเป็นภาษาอิตาเลียน ก็ได้คำที่ตรงกันคือคำว่า Nirvana แล้วก็ยื่นคำในมือถือให้ดู

เรา : รู้จักคำนี้ไหม

 
เอ็นโซ่ : รู้จักสิ เป็นเป้าหมายสูงสุดของศาสนาพุทธไง
 
เรา : อ้าว! นึกว่าไม่รู้จักซะอีก แล้วเป้าหมายสูงสุดคืออะไร รู้เปล่า
 
เอ็นโซ่ : ก็  stato di perfetta beatitudine ไง ( the perfect beatitude) สภาวะที่เป็นสุขอย่างยิ่ง
 
เรา : (งงเลย!) ฉันนึกว่าเธอไม่รู้ซะอีก แล้วรู้ได้ไงอะ คือเธอไม่น่าจะรู้เพราะมันเกี่ยวกับศาสนาพุทธ (คือปกติเวลาถามเรื่องศาสนาคริสต์เขาจะบอกว่าเขาไม่ค่อยรู้หรอก ถ้าจะศึกษานี่ใช้เวลาทั้งชีวิตเลย)

เอ็นโซ่ : คำว่า Nirvana นี่เป็นคำทั่วไปของที่นี่เลยนะ พวกดิสโก้เธค ผับบาร์ ก็ตั้งชื่ออย่างนี้ และที่อิตาลีก็มีสร้างหนังชื่อนี้ด้วย และยังมีนักร้องอเมริกันยุค 90 ที่ตั้งชื่อวงว่า Nirvana ด้วย นักร้องนำเขาฆ่าตัวตายด้วยตอนหลัง

เรา : เหรอ!! ถ้าเธอไม่บอกฉันก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลยนะ แล้ววงนี้ร้องเพลงเกี่ยวกับศาสนาเหรอ

เอ็นโซ่ : เปล่า คือในกลุ่มผู้เสพยาก็ชอบใช้คำนี้กันด้วยนะ

เรา : 555 มีอะไรอย่างนี้ด้วย แล้วนอกจากความสุขอย่างยิ่งแล้วเธอรู้ด้วยรึเปล่าว่า Nirvana หมายถึงการหมดสิ้นกิเลสโดยสิ้นเชิง การพ้นทุกข์ และพ้นจากสังสารวัฏด้วย

เอ็นโซ่ : เรื่องนั้นไม่รู้เลย

เรา : แล้วนิพพานคือสถานที่หรืออะไรยังไง

เอ็นโซ่ : ไม่ใช่สถานที่แต่เป็นสภาวะของจิตวิญญาณ

เรา : เก่งอะ แล้วของชาวคริสต์นี่เป้าหมายสูงสุดคือไปอยู่กับพระเจ้าบนสรวงสวรรค์ใช่ไหม

เอ็นโซ่ : ใช่

เรา : ไปตอนไหน ตอนที่ถึงวันพิพากษาเหรอ

เอ็นโซ่ : ใช่

เรา : แล้วคนที่ตายไปแล้วตอนนี้หล่ะ

เอ็นโซ่ : เท่าที่ผมพอรู้คือน่าจะอยู่ในสภาวะนึงไปก่อน เอาจริงมันมีรายละเอียดเยอะมาก ผมก็ไม่ค่อยรู้ แต่คำถามคุณน่าสนใจนะ แต่มันต้องค้นหาอ่านยาวเลย

เรา : เพราะงั้นพอคนตายเขาเลยฝังใช่เปล่า

เอ็นโซ่ : ไม่นาจะเกี่ยวนะเพราะเดี๋ยวนี้ก็นิยมเผามากขึ้นแล้ว

เรา : ดีนะที่ฉันถามเธอก่อนเครื่องนิพพาน นึกว่าเธอไม่รู้จักคำนี้เสียอีก แต่จริงๆเธอรู้เยอะกว่าฉันหลายเรื่องเลย ทำให้ฉันได้รู้อะไรใหม่ๆไปด้วย พรุ่งนี้จะเอาไปเขียนในบล็อกแหละ เพราะเมื่อวานเขียนไปว่าเธอไม่น่าจะรู้จักคำนี้

ก็เลยเป็นที่มาของบล็อกวันนี้ค่ะ สวัสดี
​​​​​
 




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2564    
Last Update : 15 สิงหาคม 2564 0:42:19 น.
Counter : 384 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ขอนไม้กับมหาสมุทรแห่งพระนิพพาน

  เดี๋ยวนี้เวลาฝึกเจริญสมาธิ เอ็นโซ่จะเอามือมาวางไว้แบบนี้ทุกครั้ง เลยถามว่าทำไมวางมืออย่างนี้ เขาก็บอกว่าวางแบบนี้แล้วสบาย ฟังจากในคลิปสอนเจริญสติและสมาธินี่แหละ เราก็ว่าถ้าถนัดแบบนี้ก็ทำแบบนี้ก็ได้ คือตั้งแต่เริ่มต้นเราให้เขานั่งฝึกบนเก้าอี้เพราะรู้ว่าเขานั่งขัดสมาธไม่ได้แน่นอน เดี๋ยวจะพาลไม่อยากฝึกเสียเปล่า ขอให้แค่นั่งตัวตรงและหลังไม่พิงพนักก็พอ ส่วนมือจะไว้ยังไงก็ได้แล้วแต่เขา ตอนแรกเขาก็วางไว้บนขาแต่เปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เพราะเพิ่งจะสังเกตุเห็นวันสองวันนี้เอง

 อ้อ วันก่อนเรากำลังพิมพ์อะไรในมือถืออยู่ ส่วนเขากำลังดูหนังสืบสวนสอบสวนเรื่องโคลัมโบ แล้วก็เรียกให้เราดูฉากนึงที่ตัวเอกผู้หญิงกำลังสอนพระเอกให้นั่งสมาธิ ในหนังนางเอกกำลังสอนนั่งขัดสมาธและพระเอกก็ทำตามแบบเก้ๆกังๆ ดูแล้วขำดี ไม่แน่ใจว่าเขาเห็นการวางมือแบบนี้ในหนังด้วยรึเปล่าเพราะเราก็รีบละสายตามาที่มือถือต่อ ก็รู้สึกดีใจที่ดูเขาให้ความสนใจอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ดี

 ส่วนธรรมะในวันที่ผ่านๆมาที่เขาฟังแล้วชอบก็มีเรื่องขอนไม้ในแม่น้ำคงคา เราฟังแล้วก็ชอบเหมือนกัน ในคลิปบอกว่าถ้าเราตัดไม้มาท่อนนึงแล้วทิ้งลงในแม่น้ำคงคา ถ้าไม้ท่อนนี้ไปติดตามฝั่งซ้ายทีขวาที มันก็จะไม่ไหลไปถึงมหาสมุทรซักที สองฝั่งแม่น้ำนี้ฝั่งนึงก็เปรียบเสมือนรัก อีกฝั่งเปรียบเหมือนเกลียด หรืออาจจะเปรียบกับความชอบใจไม่ชอบใจ หรือความทุกข์ความสุขก็ได้ พอเราไปยึดมั่นถือมั่นอยู่ในฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เราก็จะติดฝั่งอยู่ตรงนั้น แต่ถ้าเราไหลไปตามทางที่พระพุทธเจ้าได้แนะแนวทางไว้ เราจะไหลตรงไปเรื่อยๆจนไปถึงมหาสมุทรแห่งพระนิพพานได้ในซักวันนึง

 เราถามเอ็นโซ่ตอนฝึกเสร็จว่าเข้าใจไหมว่าในคลิปบอกอะไร เขาก็บอกว่าถ้าเราฝึกปล่อยวาง ไม่ติดสุขไม่ติดทุกข์ เราก็จะไปถึงมหาสมุทรก็คือความสุขสงบ เราก็ไม่แน่ใจว่าในคลิปพูดแบบนี้รึเปล่าเพราะฟังไม่ค่อยทัน วันนี้มาฟังอีกทีอ๋อเขาบอกว่าจะไปถึงมหาสมุทรแห่งนิพพานะ(คือคนอิตาลีในคลิปออกเสียงคำว่านิพพานะ
ไม่ค่อยชัดนี่เอง วันนั้นเราเลยฟังไม่ออก) สรุปคือเอ็นโซ่ก็น่าจะไม่รู้ว่านิพพานคืออะไร แต่ก็คงตีความเอาว่าคือปาเช่ะ pace (หรือ peace ในภาษาอังกฤษ) ซึ่งก็ถือว่าใช่ส่วนหนึ่งนะ


เราก็ลองไปหาเว็บที่เกี่ยวกับเรื่องขอนไม้ในแม่น้ำคงคา ก็เจอเว็บนึง มีเนื้อหาเต็มและขยายความไว้อย่างดีเลย น่าจะนำมาจากหนังสือของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ซึ่งใครสนใจก็ลงไว้ให้แล้วข้างล่างถัดจากวีดีโอค่ะ

วีดีโอคำสอนหลวงปู่ชาเป็นภาษาอิตาเลียน เรื่องขอนไม้ในแม่น้ำคงคา (เป็นคลิปเดียวกันกับคลิปเรื่องหมาป่าเมื่อคราวที่แล้ว เรื่องขอนไม้จะอยู่ท้ายคลิป
 
​​​​
⛦จิตทุกดวงมีแนวโน้มไปสู่พระนิพพาน
ถ้าเดินอยู่ในหลักของ ศีล สมาธิ ปัญญา
และไม่ติดในของ ๘ สิ่ง
……………………………………………………………………….
 
พวกเราบางคนมีความเข้าใจผิด
ว่าจิตทุกๆ ดวง สัตว์ทุกๆ ตัว คนทุกๆ คน
มีแนวโน้มไปสู่พระนิพพาน ไหลไปหาพระนิพพานเอง
ที่จริงพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้น
 
ครั้งหนึ่งท่านอยู่ริมแม่น้ำคงคากับภิกษุจำนวนมาก
ท่านก็ชี้ให้ภิกษุดูท่อนไม้ลอยน้ำในแม่น้ำคงคา
ท่านบอกว่า
“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าไม้ท่อนนี้ที่ลอยอยู่ในแม่น้ำคงคา
ถ้าไม่ติดฝั่งซ้าย ไม่ติดฝั่งขวา ไม่จมลงในท่ามกลาง
ไม่ไปเกยตื้น ไม่ไปถูกน้ำวนดูดเอาไว้
ไม่ถูกมนุษย์จับไว้ ไม่ถูกอมนุษย์จับไว้
ไม่เน่า ไม่ผุพัง
ไม้ท่อนนี้มีแนวโน้มไหลไปสู่มหาสมุทร”
 
จิตนี้ก็เหมือนกัน
ถ้าจิตเดินอยู่ในร่องในรอยของอริยมรรค
คือเดินอยู่ในหลักของศีล สมาธิ ปัญญา
จิตย่อมมีแนวโน้มไปสู่พระนิพพาน
 
มหาสมุทรเปรียบเหมือนพระนิพพาน
แม่น้ำคงคาก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
แล้วยังมีเงื่อนไขอีก
ไม่ติดฝั่งซ้ายฝั่งขวา ไม่จมลงในท่ามกลาง
ไม่ไปเกยตื้น ไม่ไปถูกเกลียวน้ำวน
ไม่ถูกมนุษย์ ไม่ถูกอมนุษย์จับเอาไว้ ไม่เน่าใน
มันจะไหลไปตามกระแสของมรรค
 
ถึงจิตจะเดินในกระแสของมรรค
อุตส่าห์ทำทานรักษาศีล นั่งสมาธิ
พิจารณากาย พิจารณาใจ
แต่ถ้าไปติดฝั่งซ้ายฝั่งขวาก็ไปไม่รอด
ไปเกยตื้นก็ไปไม่รอด
ถูกเกลียวน้ำวน ฯลฯ ก็ไปไม่รอด
 
แต่ละอันๆ มีความหมาย ท่านอธิบายเอาไว้ว่า
 
#ฝั่งซ้ายฝั่งขวา
คือติดอยู่ในอายตนะภายใน อายตนะภายนอก
พูดง่ายๆ คือติดในธรรมที่เป็นคู่
ติดอยู่ในสิ่งที่เป็นคู่ๆ ทั้งหลาย
อย่างติดในความหลงไป ติดในความเพ่งเอาไว้ นี่เป็นคู่
ตามใจกิเลสกับบังคับเอาไว้ก็เป็นคู่ๆ
ถ้าเดินทางสายกลางไม่ได้ตลอด
มันจะพลัดเข้าไปทางซ้ายทางขวา
ตกจากทางสายกลาง ก็ตกไปสู่ความเป็นคู่
ถ้าไม่ตกลงไปสู่ความเป็นคู่ก็มีโอกาสจะไปถึงทะเล
 
สิ่งที่เรียกว่า #เกลียวน้ำวน
ก็คือกามคุณ ๕ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
พออกพอใจในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส
พวกเรารู้สึกไหมว่าเราติดอยู่ในกาม ยังสนุกกับโลก
เรียกว่า ถูกเกลียวน้ำวน
ไม้นี้ไม่ไหลต่อ หมุนอยู่ที่เดิม
มันวนไปทางตา วนไปทางหู วนไปทางจมูก
ทางลิ้น ทางกาย ก็วนอยู่อย่างนั้นเอง
 
บางคนชอบถือเราถือเขา
ทำให้ขัดขวางความเจริญก้าวหน้า
เช่น ถือตัวว่าดีว่าเด่นกว่าเขา
ทำให้ไปข่ม ไปดูถูกคนอื่น
ถือว่าด้อยกว่าเขา ก็เป็นการดูถูกตัวเอง ไม่คิดต่อสู้
หรือถ้าถือตัวว่าเสมอกับเขา
ก็ทำให้ไม่ยอมคนอื่น หยิ่งยะโส
อันนี้ไป #เกยตื้น แล้ว
ไม้อันนี้ไม่ไหลตามน้ำต่อไปแล้ว
 
คำว่า #จมในท่ามกลาง
คือ คนที่ยินดีติดใจอยู่ในภพที่ตนเกิด
หรือไปติดอยู่ในภพใดภพหนึ่ง
ในระหว่างการปฏิบัติธรรม
ภพที่พวกเราไปติดบ่อยคือภพว่าง
รู้สึกไหมว่าภาวนาแล้วใจเลื่อนออกไปข้างหน้า
หรือเลื่อนเข้าไปข้างใน แล้วว่างสบายอยู่อย่างนั้น
ไม่ยอมรู้กายรู้ใจต่อแล้ว
ฉันสบายแล้ว ฉันมีความสุขแล้ว
 
#ถูกมนุษย์จับเอาไว้
ก็เช่นห่วงพรรคพวก ห่วงลูก ห่วงเมีย ห่วงญาติ
ห่วงไปหมด ห่วงสรรพสัตว์ ห่วงคนโน้น ห่วงคนนี้
เลยไปไม่ได้เพราะติดมนุษย์
อยู่คนเดียวไม่ได้ ไปคนเดียวไม่ได้
ทั้งๆ ที่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเฉพาะตัว
ถ้าไม่มีใครมีศีลมีธรรมเสมอกับเรา
เราก็ไปของเราคนเดียว เราไม่ไปรอชาวบ้านเขาหรอก
เรามีเวลาน้อยนะ มัวรอคนอื่น
ศาสนาพุทธอาจจะหมดไปเสียก่อน เลยไปไม่รอด
 
#ถูกอมนุษย์จับเอาไว้
บางคนภาวนาอยากไปขึ้นสวรรค์
ทำทานขอไปขึ้นสวรรค์ รักษาศีลขอไปขึ้นสวรรค์
ไปนั่งสมาธิขอไปพรหมโลกเลย
นี่ถูกอมนุษย์จับเอาไว้ หลงไปสู่สิ่งพวกนี้
 
พวก #เน่าใน
คือพวกทุศีล พวกไม่มีศีล ๕ ถ้าขาดศีล ๕
ก็อย่ามาพูดเรื่องมรรคผลนิพพานเลย
 
ฉะนั้น ไม่ใช่จิตทุกดวงมีแนวโน้มไปสู่พระนิพพาน
เฉพาะจิตที่เดินอยู่ในหลักของศีลสมาธิปัญญาเท่านั้น
ที่มีแนวโน้มไปสู่พระนิพพาน
เหมือนไม้ในแม่น้ำคงคา
มีแนวโน้มถูกน้ำพัดพาไปสู่มหาสมุทร
ถ้าไม่ไปติดเงื่อนไขต่างๆ
ที่เป็นตัวถ่วงตัวขวางการปฏิบัติของเราเสียเอง
 
🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣
กราบพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
กราบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
_/|_ _/|_ _/|_
 
Cr.หนังสืออริยสัจเพื่อความพ้นทุกข์
หน้าที่ ๕๔-๕๘
ที่มา




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2564    
Last Update : 13 สิงหาคม 2564 22:29:29 น.
Counter : 184 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

หมาป่า(เจ้าปัญหา?)



ตอนนี้ก็เข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วที่สามีเราลองฝึกปฏิบัติสมาธิ เกือบทุกครั้งที่ฝึกเราจะเปิดธรรมะของหลวงปู่ชาให้ฟังไปด้วย ฟังเสร็จเราก็จะถามเขาว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เขาฟังแล้วไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วย เขาก็ถามกลับว่าทำไมเหรอ ไม่มีที่ไม่เห็นด้วยนะ ที่ฟังมาก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจและถูกต้องนี่ เราได้ยินแล้วก็แอบดีใจที่เขาตอบมาอย่างนี้


เราเลยเล่าให้ฟังว่ามีพี่คนไทยคนนึง เขาพูดถึงเรื่องศาสนาพุทธ เขาบอกว่าศาสนาก็เป็นเรื่องที่เขาต้องการควบคุมเรา อยากให้เราทำตามที่เขาต้องการเท่านั้นแหละ แต่ก่อนก็เคยติดตามอยู่บ้างแต่พอฟังไปฟังมารู้สึกว่าแอบด่ากูนี่หว่า เหมือนเรื่องบัวใต้โคลน บัวอะไรนั่นน่ะ... เราก็เลยอยากรู้ว่าสามีเราฟังแล้วรู้สึกอะไรอย่างนี้บ้างไหม รู้สึกว่าถูกด่าถูกวิจารณ์บ้างไหม และคำตอบที่ให้มาทุกครั้งก็ยังไม่มีนะ

วันนี้ก็นำธรรมะเรื่องหมาป่าที่สามีเราฟังแล้วชอบมาแชร์ค่ะ และลงไว้เผื่อกลับมาฟังอีกครั้งนึงจะได้พอรู้ว่าวีดีโอบทไหนพูดเรื่องไหนบ้าง ส่วนเรื่องหมาป่าเรื่องเต็มอยู่ถัดจากวีดีโอนะคะ

 
วีดีโอคำสอนหลวงปู่ชาแปลเป็นอิตาเลียน ที่มีเรื่องหมาป่าอยู่ในคลิป



หมาป่า
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ท่านเห็นไหมว่าตอนเย็นวันนี้ หมาป่าตัวหนึ่งมันเดินอยู่ที่นี่เห็นไหม? มันจะยืนอยู่มันก็เป็นทุกข์ มันจะวิ่งไปมันก็เป็นทุกข์ มันจะนั่งอยู่ก็เป็นทุกข์ มันจะนอนอยู่ก็เป็นทุกข์ เข้าไปในโพรงไม้มันก็เป็นทุกข์ จะเข้าไปอยู่ในถ้ำมันก็ไม่สบาย มันก็เป็นทุกข์ เพราะมันเห็นว่าการยืนอยู่นี้ไม่ดี การนั่งไม่ดี การนอนไม่ดี พุ่มไม้นี้ไม่ดี โพรงไม้นี้ไม่ดี ถ้ำนี้ไม่ดี มันก็วิ่งอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้น"

"ความจริงหมาป่าตัวนั้นมันเป็นขี้เรื้อน มันไม่ใช่เป็นเพราะพุ่มไม้ หรือโพรงไม้หรือถ้ำ หรือการยืน การเดิน การนั่ง การนอน มันไม่สบายเพราะมันเป็นขี้เรื้อน"

พระภิกษุทั้งหลายก็เหมือนกัน ความไม่สบายนั้นคือความเห็นผิดที่มีอยู่ ไปยึดธรรมที่มีพิษไว้ก็เดือดร้อน ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลายแล้วก็ไปโทษแต่สิ่งอื่น ไม่รู้เรื่องของเจ้าของเอง ไปอยู่วัดหนองป่าพงก็ไม่สบาย ไปอยู่อเมริกาก็ไม่สบาย ไปอยู่กรุงลอนดอนก็ไม่สบาย ไปอยู่วัดป่าบุ่งหวายก็ไม่สบาย ไปอยู่ทุกๆสาขาก็ไม่สบาย ที่ไหนก็ไม่สบาย

นี่คือความเห็นผิดนั้นยังอยู่ในตัวเรานั่นเอง มีความเห็นผิด ยังไปยึดมั่นถือมั่นในธรรมอันมีพิษไว้ในใจของเราอยู่ อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายทั้งนั้น นั่นคือเหมือนกันกับสุนัขนั้น ถ้าหากโรคเรื้อรังมันหายแล้ว มันจะอยู่ที่ไหนมันก็สบาย อยู่กลางแจ้งมันก็สบาย อยู่ในป่ามันก็สบายอย่างนี้ ผมนึกอยู่บ่อยๆ แล้วผมก็นำมาสอนพวกท่านทั้งหลายอยู่เรื่อย เพราะธรรมตรงนี้มันเป็นประโยชน์มาก
 
📚 บ้านจอมยุทธ 




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2564    
Last Update : 9 สิงหาคม 2564 2:40:47 น.
Counter : 343 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Living Here and Now ที่นี่และเดี๋ยวนี้

​​​​



 ตอนนี้เราฝึกเจริญสมาธิมาได้ 9 เดือนแล้ว เลยลองชวนสามีมาฝึกด้วยกัน แต่ฝึกกันคนละเวลาเพราะเขาต้องทำงานเลยมีเวลาไม่มาก ตอนที่ชวนมาฝึกก็หว่านล้อมนิดหน่อยว่าเราอยากรู้ว่าเขาฝึกสมาธิแล้วเป็นยังไงบ้าง เราเห็นเขาเป็นคนไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คิดมาก หัวถึงหมอนก็หลับแทบจะทันที เลยอยากรู้ว่าสำหรับเขาแล้วการฝึกสมาธินั้นยากไหม

 ซึ่งอันนั้นก็เป็นเรื่องที่เราอยากรู้จริงๆ แต่เป้าหมายที่เราอยากให้เขาลองฝึกดูเพราะอยากให้เขาเข้าถึง
ธรรมะซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเขาเอง พอเราบอกเรื่องนี้ให้เขาฟังหลังจากเขาฝึกได้หนึ่งสัปดาห์ เขาก็ขอบคุณเราที่ดูแลเขาอย่างดีกระทั่งในเรื่องจิตวิญญาณ

 ก่อนที่จะชวนเขามาฝึกสมาธิ เรามักจะเล่าถึงธรรมะที่เราฟังอยู่บ่อยๆให้เขาฟัง เขาก็เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่มีอ
คติต่อศาสนาพุทธ และบอกว่าสิ่งที่เราเล่าให้ฟังนั้นน่าสนใจ เราก็เลยคิดไว้นานแล้วว่าวันนึงจะลองชวนเขาฝึก

 ครั้งแรกเราให้เขาฝึกรับรู้ความรู้สึกทางร่างกายเป็นส่วนๆตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นเวลา 10 นาที โดยมีเรานั่งพูดอยู่ข้างๆว่าตอนนี้ให้รู้สึกที่ร่างกายส่วนไหน ให้รับรู้ทางร่างกายนะ อย่านึกเป็นภาพ ถ้าเผลอไปคิดเรื่องอื่นให้กลับมารับรู้ความรู้สึกที่ร่างกายใหม่นะ อะไรประมาณนี้ พอฝึกเสร็จก็ถามว่ารู้สึกไงบ้าง เขาก็บอกว่าผ่อนคลายมาก แล้วมีเราพูดอยู่ข้างๆรำคาญไหม(เพราะเราพูดภาษาอิตาลีในเรื่องฝึกสมาธิไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยรู้คำศัพท์ด้านนี้) เขาก็ว่าไม่รำคาญแต่กลับกันรู้สึกดีมาก เราถามว่ามีเผลอไปคิดเรื่องอื่นๆบ้างไหม เขาบอกไม่มี มีสติตลอด และสำหรับเขาฝึกอย่างนี้ไม่ยากเลย


 อีกสองครั้งต่อมาเราเลยหาวีดีโอการฝึกสมาธิให้เขาฟัง มีวีดีโอนึงที่เขาฟังแล้วง่วง มีสัปหงกไปทีนึงด้วยแต่ก็รู้สึกตัวแล้วกลับมาตั้งสติใหม่ ทั้งที่วีดีโอนั้นยาวแค่ 14 นาทีเอง เราเลยคิดว่าเขาสงบได้เร็วมาก ถึงขั้นเคลิ้มหลับได้ขนาดนี้

#วีดีโอนี้แหละที่เขาฟังแล้วสัปหงกไปทีนึง  เราฟังแล้วก็ชอบเหมือนกัน อธิบายดีและเสียงน่าฟังมาก



 ต่อมาเราเปิดวีดีโอคำสอนของหลวงพ่อชาให้ฟัง เขาฟังแล้วบอกว่าน่าสนใจมาก เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย เรื่องที่เราเปิดให้ฟังมีคำสอนเรื่องหัวงูหางงูด้วย เขาประทับใจเรื่องนี้มาก และมีอีก 2-3 เรื่องที่เขาฟังในการฝึกสมาธิครั้งต่อๆมาแล้วชอบเป็นพิเศษ บล็อกหน้าจะมาเล่าให้ฟังค่ะ 

 
 เรื่อง หัวงู หางงู
มนุษย์เราทั้งหลายไม่ต้องการทุกข์ ต้องการแต่สุข
ความจริงสุขนั้นก็คือทุกข์อย่างละเอียดนั่นเอง
ส่วนทุกข์ก็คือทุกข์อย่างหยาบ พูดอย่างง่าย ๆ
สุขและทุกข์นี้ก็เปรียบเหมือนงูตัวหนึ่ง ทางหัวมันเป็นทุกข์ ทางหางมันเป็นสุข เพราะถ้าลูบทางหัวมันมีพิษ ทางปากมันมีพิษ ไปใกล้ทางหัวมัน มันก็กัดเอา ไปจับหางมันก็ดูเหมือนเป็นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน เพราะทั้งหัวงูและหางงู มันก็อยู่ในงูตัวเดียวกัน
 
ความดีใจ ความเสียใจ มันก็เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน คือ
ตัณหาความลุ่มหลงนั่นเอง ฉะนั้น บางทีเมื่อมีสุขแล้วใจก็ยังไม่สบาย ไม่สงบ ทั้งที่ได้สิ่งที่พอใจแล้ว เช่น ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ ได้มาแล้วก็ดีใจก็จริง แต่มันก็ยังไม่สงบจริง ๆ เพราะยังมีความเคลือบแคลงใจว่ามันจะสูญเสียไป กลัวมันจะหายไป
 
ความกลัวนี่แหละ เป็นต้นเหตุให้มันไม่สงบ
บางทีมันเกิดสูญเสียไปจริง ๆ ก็ยิ่งเป็นทุกข์มาก
นี่หมายความว่าถึงจะสุขก็จริง แต่ก็มีทุกข์ดองอยู่ในนั้นด้วย แต่เราไม่รู้จัก เหมือนกันกับว่าเราจับงู ถึงว่าเราจับหางมันก็จริง ถ้าจับไม่วางมันก็หันกลับมากัดได้
ฉะนั้น หัวงูก็ดี หางงูก็ดี บาปก็ดี บุญก็ดี
อันนี้อยู่ในวงวัฏฏะหมุนเวียนเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ความสุข ความทุกข์ ความดี ความชั่ว ก็ไม่ใช่หนทาง
 

 




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2564    
Last Update : 9 สิงหาคม 2564 1:45:11 น.
Counter : 306 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


BlogGang Popular Award#17


 
gardasee
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ความรู้ภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่ในบล็อคได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณครูถนอมศรีแห่งโรงเรียนคณะราษฏรบำรุงจังหวัดยะลานะคะ

เพิ่มเติมหนังสือที่ใช้ประกอบการสอนภาษาฝรั่งเศสในบล็อคค่ะ ชื่อคู่มือเตรียมสอบ ภาษาฝรั่งเศส รวม ม.4-5-6 จัดพิมพ์และจำหน่ายโดย หจก.สำนักพิมพ์ ภูมิบัณฑิต เขียนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จารุวรรณ เทียนศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เปรมฉัตร แรงขำ อาจารย์ภาษาฝรั่งเศส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add gardasee's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.