นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ ธัมโม สังโฆ เม สะระนัง วะรัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน (สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา)

ประเทศอริยเจ้า (ผู้เอาแต่ใจ)

 ข้าพเจ้าไม่ได้เขียนผิด ไม่ได้กำลังจะกล่าวถึง ประเภทของอริยบุคคล แต่จะกล่าวถึงคนบางกลุ่มที่มีการพยายามทำให้เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่เป็นอริยะ เพื่อจุดมุ่งหมายบางอย่างซึ่งเมื่ออ่านต่อไปแล้วท่านจะสามารถพิจารณาได้เองว่าที่ข้าพเจ้านำเรื่องนี้มาเขียนนั้นจริงเท็จอย่างไร

 ในเมื่อท่านเป็นคนไทยอาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ แทบทุกคนคงจะเคยได้ยินคำว่า อริยสัจ๔ กันอยู่แล้ว และพระอาจารย์ของข้าพเจ้าบอกว่าพระพุทธองค์ทรงให้เราถืออริยสัจ๔ เป็นสรณะ โดยให้ยกขึ้นมาพิจารณา ยกขึ้นมาสังเกตุ ยกขึ้นมาเพื่อทบทวนสิ่งที่ได้เกิดขึ้น และทรงตรัสไว้ว่า ใครคิดว่าจะสามารถดับทุกข์ได้ หรือจะอยู่อย่างผู้ปราศจากทุกข์ได้ โดยไม่นำอริยสัจ๔ มาพิจารณาหรือนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องอาศัยอริยสัจ๔ เป็นฐานในการดำเนินชีวิต และใช้ในการฝึกหัดตนเองเพื่อออกจากทุกข์ให้ได้ เพื่อจะได้อยู่อย่างคนที่มีที่พึ่ง มีสรณะในตนเอง ซึ่งหากสำนักไหนหรือที่ไหนๆสอนนอกอริยสัจ๔ ก็เป็นอันรู้ได้ว่า นั่นไม่ใช่พุทธศาสนา (อ้างอิง พระอาจารย์สปันโน)

 แล้วหากบุคคลหรือคนกลุ่มใดที่กำลังบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ดีแล้ว แต่เราเห็นว่ามีการแต่งตั้งตนเป็นผู้รอบรู้ในพุทธศาสนาและก็มีคนหลงเชื่อตามหรือส่งเสริมให้ท้ายทั้งที่รู้ เราจะสามารถแยกแยะได้อย่างไร คำตอบก็คือให้พิจารณาดูว่าบุคคลเหล่านี้สอนอริยสัจ๔ ว่าอย่างไร

 อริยสัจข้อที่1 คือการกำหนดรู้ทุกข์ คือ ความทุกข์ต่างๆที่เราประสบ รวมทั้งร่างกายจิตใจของเราเองที่ไม่เที่ยง ตั้งอยู่ชั่วคราว จึงไม่สามารถเรียกว่าเราของเราได้อย่างแท้จริง นี่ก็เป็นทุกข์ เป็นไตรลักษณะที่เป็นความจริง คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่เรามีตัณหาอุปาทานว่าเป็นเราเป็นของเรา เราจึงต้องฝึกสติและสมาธิ(มรรค)เพื่อให้เห็นในระดับจิตถึงความไม่เที่ยงของขันธ์5หรือร่างกายจิตใจ ก็จะสามารถถอดถอนความยึดมั่นถือมั่นในอุปาทานขันธ์ได้

 แต่หากมีการแปลคำว่า อนัตตา จากไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา มาเป็น ไม่มีเรา ไม่มีของเรา ไม่มีสิ่งนั้นไม่มีสิ่งนี้ ไม่มีคน สัตว์ สิ่งของ ไม่มีรูปวัตถุ(นิรัตตา) ก็เป็นการบิดเบือนคำสอน และสร้างความเสียหายหลายประการ อย่างเช่นคลิปนี้ที่มีการสอนอริยสัจ๔ ปนกับนิรัตตา
450


ในคลิปนี้ท่านผู้บรรยายถามไล่เรียงเด็กคนนึงเรื่อง การเห็น การสัมผัสรับรู้ เพื่อให้เห็นว่าไม่มีเราอย่างไร(นิรัตตา) ท่านถามเด็กต่อว่าเคยทุกข์ไหม(ทกุข์ สัจจะข้อ๑) เคยเห็นคนมีทุกข์มากๆแล้วอยากฆ่าตัวตายไหม แล้วมีเรากับไม่มีเราอย่างไหนจะดีกว่ากัน ถามอย่างไร ยกตัวอย่างอย่างไร เด็กก็ตอบว่ามีดีกว่ามั้งคะ (จนท้ายๆเด็กจนมุมเลยต้องตอบว่าไม่มีเราดีกว่า)

ท่านว่า นั่นแหละเพราะอยาก(สมุทัย สัจจะข้อ๒)ที่จะมีเรา ถึงต้องเกิดอีก เกิดแล้วก็ทุกข์อีก
ดังนั้นจึงต้องฟังธรรมะ ฟังของจริงอย่างมีสติ(มรรค สัจจะข้อ๔) สั่งสมปัญญาไปเรื่อยๆเพื่อจะได้เห็นว่าจริงๆแล้วเราไม่มี(นิรัตตา)

ตรงนี้ท่านไม่สอน นิโรธ(สัจจะข้อ3๓) คือ การดับไปของทุกข์ การออกจากวัฏสงสาร ด้วยทางสายกลางคือการเจริญมรรค8 แต่ท่านให้สั่งสมปัญญาเพื่อเข้าใจนิรัตตา ซึ่งเป็นการเข้าไปสุดด้านใดด้านหนึ่ง ก็ทำให้คิดไปได้ว่านิโรธสำหรับท่านคือนิรัตตาหรือไม่ #ถ้าใช่ก็ไม่ใช่พุทธศาสนาค่ะ

################

 แล้วมันเกี่ยวกับหัวข้อบล็อกนี้อย่างไร ก็ต้องบอกว่ามีคนกล่าวว่าคณะบุคคลในคลิปคืออริยบุคคล และเขาสอนแยกส่วนกันอย่างนี้ คือ สอนปรมัตถ์ธรรม อย่างเดียว ปุถุชนทำใจรับไม่ได้หรือไม่เข้าใจก็ผ่านไปก่อน ประมาณว่าไม่ควรนำสมมุติกลับมาเปรียบเทียบกับปรมัตถ์ ก็ต้องถามกลับว่าสำหรับผู้ที่หลุดจากสมมุติแล้วนั้น ท่านผ่านไปแล้ว ใยไม่ผ่านไปเลย มาข้องเกี่ยวกับสมมุติทำไม มากังวลไปใยว่าสมมุติจะทำให้หลุดจากปรมัตถ์ ก็ในเมื่อพวกท่านปรมัตถ์แล้วท่านจะกังวลทำไมกับสมมุติเล่า ทำไมถึงต้องมาทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ก็ในเมื่อปุถุชนยังไม่ปรมัตถ์ ท่านก็ไม่ต้องไปเร่งไปรีบหรือไปจำกัดให้ปุถุชนเข้าใจจิตของพระอรหันต์ให้ได้ แล้วนำจิตแบบนั้นมาดำเนินชีวิตเพื่อให้พ้นทุกข์ ซึ่งเป็นการนำผลมาเดินมรรค ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ นอกจากว่าพวกท่านต้องการให้ศาสนาอื่นมาปนเปกับศาสนาพุทธ จึงอ้างอะไรก็ได้เพื่อนำมาเข้าข้างตัวเอง

 อริยบุคคลและพระอริยบุคคล แม้บรรลุธรรมขั้นต่างๆแล้ว ท่านก็ยังต้องหยิบยืมต้องพึ่งสมมุติจนตลอดชีวิต แต่มีบุคคลกลุ่มนึงจะนำทางปุถุชนไม่ให้พึ่งสมมุติเพื่อความหลุดพ้น จะให้ฟังธรรมะที่บิดเบือนของคณะตนอย่างเดียว ไม่สนับสนุนให้ไปปฏิบัติธรรมตามที่ต่างๆ โจมตีเหมารวมคณะสงฆ์องค์เจ้าเพื่อให้พระรัตนตรัยไม่ครบองค์๓ หรือไม่อย่างไร

หรือหากพวกท่านกล้าพูดว่าทำด้วยความหวังดีต่อพระพุทธศาสนาจริงๆ ต่อพุทธศาสนิกชนจริงๆ พวกท่านก็คงเป็นเพียงอริยเจ้าผู้เอาแต่ใจ โดยเห็นประโยชน์ตนเป็นใหญ่แต่ยังไม่เห็นประโยชน์ท่าน(ผู้อื่น) เพราะสำหรับท่านแล้วผู้อื่นก็เป็นเพียงผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศอริยเจ้าของท่านเท่านั้น หรือไม่

 พระอาจารย์อีกท่านที่ข้าพเจ้าเคารพนับถือบอกว่า ถึงแม้คนเรารู้ว่าเหล้าไม่ดียังไง บุหรี่ไม่ดียังไง มีข้อมูลที่วิจัยออกมายังไงบ้าง ก็ตาม แต่เขาก็ยังกินยังสูบ ซึ่งก็มีเหตุผลเดียวคือ ก็เขาอยากกิน เขาอยากสูบ นั่นเอง ซึ่งมีคนบอกว่าคณะนี้เป็นอริยบุคคล ซึ่งก็ทำให้ข้าพเจ้าประหลาดใจมากๆๆๆ และไม่ว่าใครจะให้ข้อมูลอย่างไร เห็นแย้งอย่างไร พวกเขาก็ยังอ้างโน่นอ้างนี่เพื่อที่จะทำให้ได้ ข้าพเจ้าก็คงต้องกล่าวว่า ก็พวกเขา อยาก ทำเท่านั่นเอง

ด้วยความเคารพ


Create Date : 11 ธันวาคม 2565
Last Update : 8 ธันวาคม 2566 15:26:30 น. 3 comments
Counter : 543 Pageviews.  
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse


 
อนัตตา ไม่ใช่ไม่มีตัวตน แต่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา
เราจึงบังคับบัญชามันไม่ได้จ้า หายไปนานนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 11 ธันวาคม 2565 เวลา:22:53:42 น.  

 
ขอบคุณ คุณหอมกร ที่โหวดบล็อกให้ค่ะ

ความหมายของ อนัตตา ที่ คุณหอมกร ให้มาถูกต้องแล้วค่ะ... พอดีกลับไทยไป 6 เดือน แล้วเพิ่งกลับอิตาลีมาได้ 2 เดือนค่ะ.. แล้วจะไปเยี่ยมที่บล็อกนะคะ


โดย: un momento IP: 82.50.43.197 วันที่: 11 ธันวาคม 2565 เวลา:23:06:13 น.  

 
ชอบคุณที่ระลึกถึงกันนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 24 ธันวาคม 2565 เวลา:9:11:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

RIGO RIGHI
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ตัณหา พาสร้างภพ
จิตสงบ พบทางแก้
ขันธ์ห้า มิเที่ยงแท้
เข้ามาแล เข้ามาดู

มีบุญ จึงประสบ
ผู้สงบ อาจารย์ครู
ท่านแนะ ให้ได้รู้
อหังการ มมังการ

มุนินทร์ ผู้ประเสริฐ
ชี้ทางเลิศ เทิดมรรคา
ใครทุกข์ น้อมเข้ามา
จตุสัจจา ภควโต

/ / /
free counters
New Comments
[Add RIGO RIGHI's blog to your web]

MY VIP Friend