แฟนฟิคชั่น : กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน (The Hero & The King)
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
กระบี่สะท้านฟ้าฯ ตอนที่ 24 จุดจบของชีเส้าเฟย


ความเดิมจากตอนที่แล้ว

อีกด้านหนึ่ง ชีเส้าเฟยและลู่เสี่ยวฟง สวมหมวกคลุมหน้าเพื่อพรางตัว พวกเขามองซ้ายมองขวา และเดินอย่างเร่งรีบ จนมาหยุดอยู่หน้าประตูเมืองแห่งหนึ่ง ด้านบนป้ายเขียนไว้ว่า "ไคเฟิง" ใช่แล้ว พวกเขาเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ จวนเสนาบดีอ๋าวป้าย

ท่านเสนากำลังบันดาลโทสะเมื่อลูกน้องเข้ามารายงานว่า หันจุ้นกลับมาแล้ว แต่ไม่ได้จับชีเส้าเฟยมาด้วย ฝ่ายหันจุ้นพอเข้ามาถึงห้องโถง ก็รีบก้มลงรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา ยังไม่ทันที่เขาจะได้อธิบายใดๆ คนเป็นนายก็ทุบโต๊ะดัง ปัง! ด้วยความไม่พอใจ
"หันจุ้น!!! เรื่องที่ข้าสั่งให้ไปทำ เจ้าทำสำเร็จแล้วหรือ ทำไมถึงมีหน้ากลับมาพบข้าอีก!!! หา!!! " อ๋าวป้ายตวาดลั่น คาดคั้นคำตอบจากผู้ใต้บังคับบัญชา
"เรียนท่านเสนา แม้ว่าข้าจะไม่ได้จับชีเส้าเฟยมัดมือมัดเท้ามาให้ท่าน แต่ว่าตอนนี้พวกมันหลงติดกับของข้า ข้าได้ล่อให้พวกมันมาถึงเมืองหลวงแล้วขอรับ" หัวจุ้นรายงาน ฝ่ายอ๋าวป้ายก็หรี่ตาด้วยความแปลกใจ บางทีเขาจะประมาณความสามารถของหันจุ้นต่ำเกินไป
"เป็นความจริงงั้นรึ" คนเป็นนายถาม
"เป็นความจริงขอรับ" หันจุ้นยืดอกตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ ทั้งนี้ก็เพราะเขาได้สั่งให้ลูกน้องลอบติดตามการเดินทางของชีเส้าเฟยอยู่ห่างๆ ถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของเทพมังกรตลอด
"หึๆ ข้าชักสงสัยเสียแล้วว่าเจ้าไปทำอย่างไร พวกมันถึงได้มารนหาที่ตายถึงนี่ ฮ่าๆๆ" คนเป็นนายหัวเราะ หันจุ้นไม่ตอบ ได้แต่นึกในใจว่า ข้าก็ทำชั่วๆ ด้วยการฆ่าคนบริสุทธิ์ชั่วยามละคน อย่างที่ท่านแนะนำนั่นแหละ
"อืมแล้วพวกมันมากันกี่คน" อ๋าวป้ายซักต่อ เพื่อที่จะเตรียมการรับมือได้ถูก
"เรียนท่านเสนา พวกมันมากันแค่สองคนขอรับ ข้าให้คนของเราสะกดรอยอยู่ห่างๆ ขอเพียงท่านเสนาสั่งเพียงคำเดียว หัวของพวกมันก็พร้อมจะหล่นลงพื้นทันที" หุ้นจุ้นยิ้ม คราวนี้ต่อให้ชีเส้าเฟยมีปีกก็คงหนีไม่พ้น คนของพวกมันมีอยู่เต็มเมือง
"หึๆ ช่างใจกล้านัก มีกันแค่สองตัว กล้าบุกมาถึงถิ่นของข้าเชียวหรือ เห็นทีข้าคงต้องสั่งสอนให้พวกมันรู้จักอ๋าวป้ายสักหน่อยแล้ว" อ๋าวป้ายกล่าวอย่างผยอง
"ชีเส้าเฟยเอ๋ย สรรค์ทางดีมีไม่เดิน นรกแสนลำบากอยากแส่เข้ามาเอง วันนี้ไคเฟิงจะเป็นหลุมฝังศพของเจ้า ฮ่าๆๆ" อ๋าวป้ายหัวเราะลั่น ราวกับว่ามันสามารถเอาชีวิตของชีเส้าเฟยได้แล้ว

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ จวนอ๋องถูจิ้น

เส่เยี่ยกำลังสั่งให้บ่าวไพร่ตระเตรียมอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจจนไม่ทันสังเกตว่ามีผู้มาเยือน

"ฮั่นแน่ แอบมาตุ๋นน้ำแกงแต่เช้าให้ใครกัน" องครักษ์หลินขาประจำนั่นเอง ทุกเช้านางจะต้องแวะเวียนมาเยี่ยมเส่เยี่ยจนแทบจะเป็นกิจวัตรไปแล้ว
"ตกใจหมดเลยองครักษ์หลิน มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะ" หญิงสาวเอามือทาบอกด้วยความตกใจ แต่ก็ยังยิ้มให้หลินกุเหนียงได้
"แหมๆๆ เดี๋ยวนี้ใจของท่านไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ใครกันหน๊อ..." คนพูดทำเสียงสูงตั้งใจล้อเลียนให้หญิงสาวอาย ฝ่ายเส่เยี่ยก็ก้มลงหน้าแดง ก่อนจะสั่งให้พวกบ่าวไพร่ตักน้ำแกงใส่โถแก้เขิน
"นี่ฝากไปให้ฝ่าบาทหน่อยนะ" หญิงสาวคว้าเอาถาดอาหารส่งให้องครักษ์หลินแล้วบอกให้นางเอาไปให้ฮ่องเต้ หลินกุเหนียงก็ทำหน้าตกใจ
"อื่อๆ ข้าไม่ว่างหรอก เช้านี้ต้องซ้อมวรยุทธกับพี่จั๋ว ท่านเอาไปให้เองสิ" หลินกุเหนียงคืนถาดให้เส่เยี่ย
"จะดีเหรอ" เส่เยี่ยทำท่าไม่มั่นใจ
"หือ... ถามข้าหรือถามใคร ถ้าถามข้า ข้าก็ต้องตอบว่าดีอยู่แล้ว ยิ่งถ้าท่านไปถามฮ่องเต้ ฮ่องเต้ก็ต้องรีบตอบว่าดีแน่นอน" คนพูดหัวเราะ เส่เยี่ยก็ได้แต่ยิ้มแก้เขิน ที่หลินกุเหนียงพูดก็ถูก นางไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าฮ่องเต้คิดอย่างไรกับนาง แต่นางก็ไม่อยากให้ความหวังเขามากเกินไป เพราะในใจของหญิงสาวไม่เคยคิดจะลงเอยกับเขาอยู่แล้ว เฮ้อ... แต่คิดแล้วก็ช่างเถอะ เรื่องนี้ปล่อยให้สวรรค์เป็นคนลิขิตดีกว่า

หลินกุเหนียงอาสาเดินมาส่งเส่เยี่ยที่หน้าพระตำหนักของฮ่องเต้ ก่อนที่จะขอตัวแยกไปก่อน เพื่อจะไปฝึกวรยุทธต่อ ฝ่ายเส่เยี่ยเดินต่อมาได้ครู่หนึ่ง ก็เห็นฮ่องเต้เดินสวนออกไปด้วยความรีบเร่ง แถมข้างกายก็ไม่มีองครักษ์ติดตามอีกด้วย ด้วยความสงสัยหญิงสาวจึงแอบติดตามเขาไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่านางกำลังจะไปพบกับอะไรเข้า...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

คังซื่อมาหยุดอยู่ที่ศาลาริมน้ำแห่งหนึ่ง ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรอใครอยู่ เขาเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวาย สีหน้าก็ดูเคร่งเครียดเอามากๆ หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ จึงหาพุ่มไม้เหมาะๆ แอบสังเกตการว่า ชายหนุ่มมาทำอะไรที่นี่กันแน่

ครู่หนึ่งก็มีชายสูงวัยคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ชายคนนี้แต่งตัวเหมือนขุนนางผู้ใหญ่ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ท่าทางขึงขัง ดูท่าคงมียศฐาบรรดาศักดิ์ไม่น้อย มีทหารติดตามมาด้วยห้าคน แต่ละคนดูมีฝีมือไม่เบา ครู่หนึ่งทหารพวกนั้นก็ผลักตัวนักโทษชายสองคนออกมา พวกทหารบังคับให้นักโทษสองคนนั้นคุกเข่าลงหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ เส่เยี่ยพยายามมองหน้าของนักโทษชายสองคนนั้น แต่ก็ไม่อาจจะมองเห็นได้ เพราะว่านางอยู่ในระยะที่ไกลเกินไป หญิงสาวสังเกตเห็นว่า ชุดนักโทษที่ชายสองคนนั้นสวมใส่ ด้านหลังมีอักษรสีแดงสองคำเขียนอยู่ นางพยายามขยับหามุมเหมาะๆ ที่จะมองเห็นตัวอักษรสองตัวนั้นได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ หญิงสาวยังไม่ละทิ้งความพยายาม นางตัดสินใจเฝ้าดูเหตุการณ์ต่อไป

เนื่องจากระยะที่เส่เยี่ยแอบซุ่มอยู่นั้น อยู่ไกลจากคังซื่อมาก นางจึงไม่ได้ยินบทสนทนาใดๆ ระหว่างฮ่องเต้กับขุนนางคนนั้นเลย แต่เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้ดูไม่พอใจอย่างมาก พวกเขามีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนที่คังซื่อจะชี้นิ้วไปที่นักโทษสองคนนั้น แล้วก็ตะคอกสองสามประโยคเหมือนกับสั่งอะไรบางอย่าง ขุนนางคนนั้นก้มหน้าลงด้วยความไม่พอใจ ฝ่ายคังซื่อพูดจบก็เดินหุนหันออกไปด้วยความโกรธ เส่เยี่ยเกรงว่าฮ่องเต้จะเห็นตน จึงก้มลงต่ำกว่าระดับพุ่มไม้ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็พบว่าพวกทหารและขุนนางคนนั้นกำลังพานักโทษชายสองคนไปที่อื่น

ความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหญิงสาว แต่ไม่รู้ทำไมนางอดสงสัยไม่ได้ จึงตัดสินใจสะกดรอยตามพวกเขาไปห่างๆ มีหลายครั้งที่พวกทหารทำท่าระแวง แล้วก็หันมามองว่ามีใครติดตามมาหรือเปล่า เรื่องนี้ยิ่งทำให้เส่เยี่ยสงสัยขึ้นเป็นทวีคูณ ทำไมคนพวกนี้ถึงต้องระมัดระวังตัวขนาดนี้ด้วยนะ นักโทษสองคนนี้เป็นใครกันแน่...

หลังจากเส่เยี่ยติดตามพวกทหารมาได้ระยะหนึ่ง นางก็อยู่ใกล้จนสามารถมองเห็นตัวอักษรบนหลังของนักโทษสองคนนั้นได้ และแล้วหัวใจของหญิงสาวก็แทบจะหยุดเต้นเลยทีเดียว เมื่อพบว่าอักษรสองคำนั้น...

คำแรก คือ คำว่า "เหลียน"

และคำที่สอง คือ คำว่า "อิ๋น"

"เหลียนอิ๋น!!!" เส่เยี่ยยืนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ตอนนี้นางทำอะไรไม่ถูกแล้ว สองคนนี้เป็นใครกันแน่ พวกเขาจะใช่ชีเส้าเฟยหรือเปล่า แล้วพวกเขาถูกจับตัวได้อย่างไร เมื่อครู่นี้ฮ่องเต้สั่งอะไร คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของหญิงสาว ทั้งสงสัยและหวาดกลัว หญิงสาวสับสนไปหมด นางควรทำอย่างไรดี...

ทันใดนั้นขุนนางคนนั้นก็พานักโทษชายสองคนเดินเลี้ยวเข้าไปในสวนทึบแห่งหนึ่ง เส่เยี่ยเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ตลอดเส้นที่นางเดินผ่านมานั้น ไม่มีทหารเวรยามอยู่เลย
"ลุงชีข้าจะทำอย่างไรดี" หญิงสาวคิด นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทบทวนจุดประสงค์ทั้งหมดที่เข้ามาในวังหลวงแห่งนี้ นางมาที่นี่ ก็เพื่อหาโอกาสช่วยเหลือชีเส้าเฟยไม่ใช่หรือ หากชายสองคนตรงหน้านี้เป็นชีเส้าเฟย พวกเขาก็กำลังตกอยู่ในอันตราย นางควรจะทำอย่างไรดี หญิงสาวกระสับกระส่ายด้วยความสับสน ก่อนจะกำมือแน่น ตัดสินใจพุ่งออกไปหาทหารพวกนั้น แต่ทว่า...

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ก้าวขาออกไป ขุนนางใหญ่คนนั้นก็ชักกระบี่ออกมาสังหารนักโทษชายทั้งสองคนตายคาที่ เส่เยี่ยตกใจมาก นางเอามือกุมปากตัวเองไว้แน่น ไม่จริงใช่ไหม สิ่งที่นางเห็นนี้ไม่จริงใช่ไหม ทำไมราชสำนักถึงได้ฆ่าคนอย่างเลือดเย็นเช่นนี้ หญิงสาวยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก นางไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย สวรรค์... ทำไม...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

หญิงสาวเดินออกมาจากสวนแห่งนั้นอย่างล่องลอย บนใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา หัวใจของนางราวกับถูกสะบั้นออกเป็นเสี่ยงๆ ชีเส้าเฟยคือความหวังเดียวของนาง หากชายคนนั้นคือชีเส้าเฟย ชาตินี้นางคงไม่มีโอกาสได้พบเข้าอีกแล้ว หญิงสาวคิดแล้วก็นึกโกรธฮ่องเต้ หลังจากชายสองคนนั้นพบกับฮ่องเต้ พวกเขาก็ถูกนำตัวไปประหาร จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขาที่สั่งให้ทหารพวกนั้นลงมือฆ่าคนอย่างอำมหิต
"ข้ามองท่านผิดไป ไม่นึกว่าท่านจะเป็นคนใจคอโหดร้าย ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น..." หญิงสาวร่ำไห้ นางปักใจว่ามันเป็นคำสั่งของเขาจริงๆ

ทันใดนั้นร่างกึ่งไร้สัมปัชชัญญะของหญิงสาวก็ไปชนเข้ากับร่างหนึ่งอย่างจัง จนทั้งเส่เยี่ยและอีกคนล้มลงไปกองกับพื้น
"ฮองเฮาๆ เป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ" เสียงสาวใช้และเจ้าจอมซูโหย่วในชุดสีฟ้าอ่อนร้องเรียกคนที่ล้มลงไปนอน
"ข้าไม่เป็นอะไร" สั่วฟางเอ๋อส่ายหน้า นางปัดฝุ่นที่มือและเสื้อผ้า ซูโหย่วเข้ามาช่วยประคองนางลุกขึ้น ฝ่ายเส่เยี่ยหาได้สนใจว่าอีกฝ่ายเป็นฮองเฮา นางนั่งอยู่ตกนั้นด้วยแววตาล่องลอย
"นี่ๆ เจ้าเป็นอะไรไหม" หลังจากช่วยฮองเฮาเสร็จ หญิงสาวชุดฟ้าก็เดินเข้ามาถามเส่เยี่ยด้วยความเป็นห่วง
"ประหารข้าเถอะ" เส่เยี่ยบอกคนตรงหน้า
"หา ประหารเจ้า ประหารเจ้าทำไมกัน" ซูโหย่วทำหน้างง
"แม่นาง เจ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ เป็นอะไรหรือเปล่า" ฮองเฮาเดินเข้ามาถามเส่เยี่ยด้วยไมตรีจิต เส่เยี่ยแปลกใจเล็กน้อยที่ฮองเฮาไม่ได้ตำหนิอะไรนาง ต่างจากคราวก่อนที่นางเดินชนกับเจ้าจอมอ๋าวเทียนเจียว
"ข้า.. ข้าไม่เป็นไร" เส่เยี่ยส่ายหน้า แววตาของนางยังคงเลื่อนลอย ฮองเฮากับซูโหย่วมองหน้ากันแล้วก็สงสัย ซูโหย่วทนไม่ได้จึงถามขึ้นก่อน
"แม่นาง เจ้าเป็นใครกัน ทำไมมาเดินเหม่ออยู่แถวนี้ ที่นี้เป็นเขตตำหนักในนะ"
"ข้าอยากกลับบ้าน" เส่เยี่ยพูดกับนางเบาๆ
"บ้านเหรอ แล้วบ้านเจ้าอยู่ที่ไหนกัน" ซูโหย่วซักต่อ เส่เยี่ยก็ไม่ตอบ
"นี่ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันว่านางดูไม่ค่อยปกตินะเพคะ" ซูโหย่วเข้าไปกระซิบข้างหูฮองเฮา อาการของเส่เยี่ยตอนนี้ดูไม่เหมือนคนปกติจริงๆ
"อืม นั่นสิ น่าสงสารนางจัง ยังไงเราพานางไปส่งก่อนก็แล้วกันนะ" ฮองเฮาเสนอ
"เพคะ" ซูโหย่วพยักหน้าเห็นด้วย
"แม่นาง เจ้าพักอยู่ที่ไหนงั้นหรือ" ซูโหย่วถาม แต่เส่เยี่ยก็นิ่งเงียบไปอีก
"แม่นางไม่ต้องกลัวนะ ข้ากับเจ้าจอมไม่ใช่คนร้าย เจ้าพักอยู่ที่ไหนหล่ะ เราจะพาไปส่งเอง" ฮองเฮายิ้มให้เส่เยี่ยอย่างอบอุ่น
"จวนอ๋องถูจิ้น..." เส่เยี่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ฮองเฮากับซูโหย่วปรึกษากันครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจว่าจะไปส่งเส่เยี่ยที่จวนอ๋องถูจิ้น
"จริงสิ พวกเรายังไม่รู้จักชื่อของเจ้าเลย" ซูโหย่วทักขึ้น เส่เยี่ยก็เงียบไปอีก ซูโหย่วเริ่มจะปักใจเชื่อว่าหญิงสาวคนนี้คงไม่ค่อยเต็มแน่ๆ แต่แล้วอยู่ๆ เส่เยี่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"เส่เยี่ย"
"เจ้าชื่อเส่เยี่ยงั้นเหรอ ข้าซูโหย่วนะ และท่านนี้คือฮองเฮา" ซูโหย่วยิ้ม นางแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง นางพยายามพูดช้าๆ ชัดๆ เพื่อให้เส่เยี่ยเข้าใจ ทำเอาฮองเฮาอดยิ้มไม่ได้ จากนั้นทั้งสามคนก็มุ่งหน้าสู่จวนอ๋องถูจิ้น...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ขณะเดียวกัน ณ จวนอ๋องถูจิ้น

คังซื่อกำลังรอเส่เยี่ยอยู่อย่างร้อนใจ เจ้าหยาจือบอกว่านางออกไปหาเขาที่ตำหนักตั้งแต่เช้าแล้ว แต่คังซื่อเพิ่งมาจากตำหนัก เขาไม่ได้พบกับหญิงสาวแต่อย่างใด ตอนนี้จิตใจของเขาร้อนรน ที่แท้เส่เยี่ยหายไปไหนกันแน่ ตานางก็มองไม่เห็น ไม่น่าจะไปไหนได้ไกล หรือว่านางจะหลงทาง แล้วทำไมป่านนี้พวกทหารถึงได้ยังหาไม่เจออีกนะ นี่นางจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า ชายหนุ่มเดินวนไปวนมาด้วยความเป็นห่วง

เจ้าหยาจือบอกให้เขาใจเย็นๆ ก่อน แต่ชายหนุ่มไม่อาจสะกดอารมณ์เอาไว้ได้ พอองครักษ์กลับมาบอกว่าไม่พบร่องรอยของเส่เยี่ย เขาก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นอีก จนในที่สุดคนที่เขารอคอยก็เดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับฮองเฮาและซูโหย่ว ฮองเฮาและซูโหย่วเห็นฮ่องเต้ก็แปลกใจ รีบก้มลงถวายพระพร

คังซื่อเห็นเส่เยี่ยเดินเข้ามา ก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาตรงเข้าไปคว้าร่างของหญิงสาวทันที
"เส่เยี่ย เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า เราเป็นห่วงเจ้ามากรู้ไหม"

ฝ่ายเส่เยี่ยพอเห็นหน้าเขาก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจะสั่งประหารคนของค่ายเหลียนอิ๋นซึ่งอาจจะเป็นชีเส้าเฟยก็ได้ หญิงสาวผลักตัวออกจากชายหนุ่มด้วยท่าทางหวาดกลัว
"เส่เยี่ย เป็นอะไรไป ใครทำอะไรเจ้างั้นหรือ" คังซื่อจับไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาว แต่เส่เยี่ยกลับถอยยิ่งหลบเขา

ท่าทางหวาดกลัวของเส่เยี่ยทำให้คังซื่อถึงกับหน้าถอดสี
"ทำไมเป็นแบบนี้"

ชายหนุ่มหันไปมองสั่วฟางเอ๋อและซูโหย่วอย่างคาดโทษ หรือว่าพวกนางรังแกเส่เยี่ย นางถึงได้ทำท่ากลัวเขาแบบนี้ ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ เพราะเจ้าจอมอ๋าวเทียนเจียวก็เคยรังแกเส่เยี่ยเหมือนกัน
"เจ้าทำอะไรนาง บอกมา" คนพูดขึ้นเสียง ฮองเฮาไม่เคยเห็นฮ่องเต้ดุมาก่อนก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
"บอกมาสิ เจ้าพบเส่เยี่ยได้อย่างไร เจ้าทำอะไรนาง ทำไมนางถึงได้เป็นแบบนี้" ชายหนุ่มรัวคำถาม ฮองเฮาก็ตั้งสติ รวบรวมความกล้า ก่อนจะตอบคำถามเขา
"พระอาญาไม่พ้นเกล้า หม่อมฉันกับเจ้าจอมซูกำลังจะไปเดินเล่นด้วยกันที่สวนดอกไม้ พอดีแม่นางเส่เยี่ยเดินหลงเข้ามา หม่อมฉันเห็นว่านางพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ด้วยความสงสาร จึงได้พามาส่งที่จวนอ๋องถูจิ้นเพคะ" คนพูดกลัวจนตัวลีบ
"เหลวไหล อยู่ดีๆ เส่เยี่ยจะพูดไม่รู้เรื่องได้อย่างไร พวกเจ้าทำอะไรนางหรือเปล่า" คังซื่อตะคอกเสียงดังกว่าเดิม
"หม่อมฉันเปล่านะเพคะ ตอนเจอนาง นางก็เป็นแบบนี้แล้ว" ฮองเฮาตอบเสียงสั่น ซูโหย่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พลอยกลัวพูดอะไรไม่ออกไปด้วย

เส่เยี่ยทนฟังถ้อยคำให้ร้ายคนอื่นของเขาไม่ไหวแล้ว ในที่สุดนางก็ระเบิดความในใจออกมา
"ทำไมต้องไปตำหนิคนอื่นด้วย!!! ตัวฝ่าบาทเองทำอะไรไว้ ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ!!! " หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่น นางกัดริมฝีปากของตนเองแน่น แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังและเสียใจ แล้วน้ำตาของหญิงสาวจะพรั่งพรูออกมาเป็นสาย เส่เยี่ยวิ่งออกจากห้องโถงไปทันที

คนที่อยู่ในห้องโถงพากันยืนอึ้งไปหมด นอกจากไทเฮาแล้ว ยามนี้ยังจะมีใครกล้าพูดกับฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงเช่นนี้อีก

คังซื่อยืนหน้าชาราวกับถูกสาบ เขาคิดทบทวนเรื่องราวตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาหาได้ทำอะไรที่ขัดใจนางไม่ แล้วเหตุใดนางถึงได้เป็นเช่นนี้ ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องคุยให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มกำลังจะก้าวขาตามหญิงสาวออกไป แต่ก็ต้องถูกขัดจังหวะโดยเจ้าหยาจือ
"ให้หม่อมฉันคุยกับนางเองเพคะ"
"แต่..."
"น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง หม่อมฉันขอไปคุยกับนางก่อน หากรู้เรื่องแล้วจะแจ้งให้ฝ่าบาททราบ" เจ้าหยาจือพูดกับฮ่องเต้ด้วยสีหน้าจริงจัง

คังซื่อก็พยักเห็นด้วย ดูเหมือนตอนนี้เส่เยี่ยโกรธเขามาก หากไปพูดอะไรกับนางตอนนี้ เหตุการณ์อาจยิ่งลุกลามใหญ่โต นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางโกรธเขาสักหน่อย คงต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ

"เราขอโทษนะ" คังซื่อหันมาตรัสกับฮองเฮาและซูโหย่ว ก่อนจะเดินออกจากจวนอ๋องถูจิ้นไป

ฮองเฮาและซูโหย่วลาเจ้าหยาจือแล้วก็ออกจากจวนไปเช่นกัน

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ภายในห้องนอนของหญิงสาว

เส่เยี่ยกำหยกครึ่งชิ้นที่ได้จากชีเส้าเฟยไว้แน่น ตอนนี้หนทางของนางมืดมิดไปหมด ไม่รู้ว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี หญิงสาววางหยกชิ้นนั้นบนฝ่ามือของตน พอจ้องมองมันก็ร้องไห้ออกมาอีก นางกำมันเอาไว้แนบอก ถ้าชีเส้าเฟยเป็นอะไรไปหล่ะก็ นางจะไม่มีวันยกโทษให้เขาเลย...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

วันต่อมา ณ เมืองหลวงไคเฟิง

องครักษ์สองคนกำลังเดินคุยกันอยู่บนถนนเมืองไคเฟิง
"พี่จั๋วท่านเป็นชายอกสามศอกนะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะไม่เคยเที่ยวผู้หญิง" หลินกุเหนียงทำหน้าไม่เชื่อ
"คนเราต่างจิตใจ ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้ มันแปลกด้วยเหรอ" จั๋วอี้หังส่ายหน้า ทำท่าไม่ใส่ใจกับเรื่องไร้สาระขององครักษ์รุ่นน้อง
"ข้าว่าท่านเป็นคุณแอบมากกว่ามั้ง" องครักษ์หลินหัวเราะชอบใจ
"อย่าพูดไร้สาระน่า เอาหล่ะถึงแล้ว เจ้ารอข้าอยู่แถวนี้นะ อย่าไปไหนไกลหล่ะ ข้าแวะทำธุระที่จวนไต้เท้าเว่ยครู่เดียวก็จะกลับมา" จั๋วอี้หังสั่งหน้าดุ
"อืม รู้แล้วๆ" หลินกุเหนียงพยักหน้ารับคำเขา ว่าแล้วจั๋วอี้หังก็เดินเลี่ยงไปอีกถนนซึ่งเป็นทางไปจวนไต้เท้าเว่ย ส่วนหลินกุเหนียงก็เลี้ยวเข้าโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง นางนั่งลงที่โต๊ะตัวหน้าสุด โดยไม่ทันสังเกตชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งจะเดินขึ้นไปบนชั้นสอง

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ ชั้นสองของโรงน้ำชาแห่งนั้น

"ทุกข์อะไรไม่เท่าคิดถึงคนึงหา" ลู่เสี่ยวฟงเดินลูบหนวดมาแต่ไกล พอเห็นว่าชีเส้าเฟยกำลังมองดูภาพวาดของเส่เยี่ยอยู่ก็ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน
"กลับมาแล้วเหรอน้องสาม" ชีเส้าเฟยรีบละสายตาจากภาพวาด ก่อนจะเปลี่ยนไปถามข่าวของกงซุนเช่อและอ้อมหมิงเจิ้ง
"เป็นไง ได้ข่าวหัวหน้ารองกับหัวหน้าสามบ้างหรือเปล่า"
"พวกเขามาถึงแล้ว" หัวหน้ารุ่นน้องพูดจบก็นั่งลงที่โต๊ะ แล้วรินน้ำชาดื่มด้วยหน้าตาเหมือนมีความกังวล
"มีอะไรงั้นหรือ" ชีเส้าเฟยเดาได้ไม่ยากจึงถามเขา
"พี่น้องเราถูกจับไปสองคน"
"จริงเหรอ แล้วพวกเขา..."
"คงรอดยาก" ลู่เสี่ยวฟงส่ายหัว
"โชคดีที่กองกำลังทางเรือของเรายังไม่ถูกเปิดเผย พี่รองฝากมาบอกท่านว่า หากจะลงมืออันใดก็คงต้องรีบแล้ว ก่อนที่พวกหันจุ้นจะรู้ตัว" วันนี้ลู่เสี่ยวฟงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าปรกติ คงเป็นเพราะเขาเพิ่งจะสูญเสียพี่น้องไป ชีเส้าเฟยตบไหล่ลู่เสี่ยวฟงเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ
"คืนนี้พี่รองนัดให้พวกเราไปหารือกับเขาที่ประตูตะวันตก" ลู่เสี่ยวฟงกล่าว
"ได้" ชีเส้าเฟยพยักหน้า
"อีกอย่าง ตลอดทางข้ารู้สึกว่ามีคนติดตาม กว่าจะสลัดมันได้ต้องใช้อุบายแทบแย่ คืนนี้เราคงต้องระวังตัวให้มาก"
"ข้ารู้" ชีเส้าเฟยตอบน้ำเสียงนิ่ง

พวกเขาไม่ควรอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินไป ดังนั้นชีเส้าเฟยกับลู่เสี่ยวฟงจึงหยิบหมวกสานที่มีผ้าโปร่งปิดหน้าไว้มาสวม พวกเดินลงจากโรงน้ำชาอย่างเร่งรีบ หลินกุเหนียงที่นั่งอยู่ด้านล่าง สังเกตน้ำหนักการเดินของชายแปลกหน้าทั้งสองคน ก็พบว่าไม่ธรรมดา ต้องเป็นผู้ที่มีวรยุทธสูงแน่ๆ

ทันใดนั้น หญิงสาวมองผ่านผ้าบางๆ ผืนนั้น นางเห็นใบหน้าของชีเส้าเฟยแวบหนึ่ง
"เอ๊ะ ผู้ชายคนนั้น หน้าตาเหมือน..." หลินกุเหนียงขมวดคิ้วแน่น เหมือนใครกันนะ รู้สึกคุ้นตาเหลือเกิน หญิงสาวพยายามสลัดความสงสัยแล้วก็หันมาดื่มชาต่อ แต่ว่าใบหน้าของชายผู้นั้นก็ผุดขึ้นมาในสมองอีก
"...เหมือนฮ่องเต้!!!" พอหลินกุเหนียงนึกออก นางลุกขึ้นยืนแล้วอุทานดังลั่น จนคนทั้งร้านหันมามอง

หลินกุเหนียงไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ในใจ จึงตัดสินใจวิ่งตามชายสองคนนั้นออกไปอย่างรีบเร่ง ในที่สุดก็ตามพวกเขาทัน หญิงสาวสะกดรอยตามชีเส้าเฟยและลู่เสี่ยวฟงมาได้สักครู่ พวกเขาก็เดินเลี้ยวเข้าไปในตรอกเปลี่ยว พอนางเลี้ยวตามมาก็ไม่เห็นใครอยู่แล้ว หลินกุเหนียงพยายามมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นร่องรอยของพวกเขาเลย ครู่หนึ่งก็มีชายคนหนึ่งใช้วิชาตัวเบาบินมาจากด้านบนและจับตัวนางล๊อคเอาไว้ ชายผู้นั้นคือลู่เสี่ยวฟงนั่นเอง
"จับได้แล้ว"
"เฮ๊ยยยย ปล่อยข้านะ" หลินกุพยายามดิ้นออกจากการจับกุม
"ไม่ปล่อย บอกมานะ เจ้าตามเรามาทำไม" ลู่เสี่ยวฟงทำหน้าดุใส่คนตรงหน้า
"ใครไปตามเจ้าหล่ะ ถนนตั้งกว้าง เป็นของบิดาเจ้าสร้างไว้หรือไง ข้าถึงเดินไม่ได้" หลินกุเหนียงหาได้กลัวชายตรงหน้าไม่ นางกลับพูดจาท้าทายเขาตามนิสัยปากไว
"หนอยปากดีนัก แบบนี้ต้องสั่งสอน" ลู่เสี่ยวฟงเอามือตบหัวองครักษ์ร่างเล็กไปหนึ่งที
"โอ๊ยยย เจ็บนะ นึกว่าข้ากลัวเจ้าหรือไง เก่งจริงมาตัวต่อตัวไหมหล่ะ หมาหมู่แบบนี้ไม่ใช่จอมยุทธนี่หน่า"
"หนอยไอ้เปี๊ยก จับตัวเจ้าก็รู้แล้วว่า ลมปราณอ่อนหัดขนาดไหน เกรงว่าไม่เกินสามท่า เจ้าก็ตายคามือข้าแล้ว" ลู่เสี่ยวฟงตบหัวหลินกุเหนียงไปอีกหนึ่งที ข้อหาพูดจาอวดเก่ง
"เจ้าพูดเองนะ เอาไหมหล่ะ ถ้าข้ารับเจ้าได้สามฝ่ามือ ต้องปล่อยข้าไปนะ" หลินกุเหนียงนึกแผนการณ์ออกทันที
"ได้" ลู่เสี่ยวฟงยิ้มกริ่ม
"หัวหน้าใหญ่ ข้าขอเล่นกับมันแป๊บ คงไม่เสียเวลาท่านหรอกนะ" ลู่เสี่ยวฟงปล่อยตัวหลินกุเหนียงแล้วก็ตั้งท่าประลองเต็มที่ ทันใดนั้นหญิงสาวมองไปที่ด้านหลังของชีเส้าเฟยและลู่เสี่ยวฟงแล้วก็ตะโกนขึ้น
"นั่นไงพี่ข้ามาแล้ว คราวนี้เจ้าตายแน่ๆ พี่จั๋วๆ ข้าอยู่ทางนี้!!!" ชายหนุ่มทั้งสองหันกลับไปมอง แต่ก็ไม่พบใครยืนอยู่ พอหันกลับมาอีกที องครักษ์หลินก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งหนีไปแล้ว

ชีเส้าเฟยไม่รอช้า เขาใช้วิชาตัวเบาโฉบไปเกี่ยวหลังหลินกุเหนียงไว้ได้ทัน คราวนี้หญิงสาวดิ้นหนักกว่าเดิม เรื่องอะไรจะยอมให้จับง่ายๆ
"ตุบ" ระหว่างที่นางกำลังดิ้นรนอยู่นั้นก็ทำก้อนหินก้อนหนึ่งตกออกจากเสื้อ
"ไอ้เปี๊ยก วิ่งเร็วเหมือนกันนี่ กล้าลูกไม้กับข้าเหรอ เดี๋ยวซัดเปรี้ยงเลย" ลู่เสี่ยวฟงวิ่งมาถึงก็ง้างมือขึ้นสูง ตั้งท่าจะซัดคนตรงหน้า
"ช้าก่อน!!!" ชีเส้าเฟยรีบห้ามเขา
"มีอะไรหรือหัวหน้าใหญ่" ลู่เสี่ยวฟงทำหน้าสงสัย หลินกุเหนียงที่กำลังหลับตาปี๋ก็ค่อยๆ หรี่ตาขึ้นดู
"หินก้อนนี้เจ้าได้มาอย่างไร" ชีเส้าเฟยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
"ก้อนหินโชคดีของข้าเอาคืนมานะ" หลินกุเหนียงพอเห็นว่าก้อนหินของตนอยู่ในมือชายแปลกหน้าก็รีบยื้อแย่ง
"ตอบมาก่อนเจ้าได้มันมาได้อย่างไร" ชีเส้าเฟยยังคงยืนกรานให้เขาตอบคำถาม
"ไม่ตอบ! ก็มันของๆ ข้า เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วยเล่า" หลินกุเหนียงกัดฟันแน่น
"โกหก ก้อนหินโชคดีก้อนนี้ ข้าให้น้องกุกุไว้ เจ้าได้มายังไง เจ้ารู้จักนางงั้นเหรอ ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน" ชีเส้าเฟยกำแขนหลินกุเหนียงแน่น

ฝ่ายหลินกุเหนียง พอได้ยินชีเส้าเฟยพูดเช่นนั้น ก็รู้สึกชาไปทั้งร่าง อะไรนะ ท่านให้หินก้อนนี้กับข้างั้นหรือ หรือว่าท่านคือ...

คราวนี้หญิงสาวจ้องใบหน้าของชีเส้าเฟยตาไม่กระพริบ คุณพระช่วย!!! ใช่เขาจริงๆ ด้วย!!!

"พี่เส้าเฟย!!!"

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑






Create Date : 26 เมษายน 2552
Last Update : 19 มีนาคม 2560 2:29:16 น. 19 comments
Counter : 515 Pageviews.

 
ตามมาอ่านอย่างว่องไวทันทีที่พี่หลินส่งข่าว อิอิ ทำไมเหตุการณ์พลิกพันทำให้เส่เยี่ยเข้าใจคังซื่อผิดได้ล่ะเนี่ย ใจนึงก็ดีใจนะที่ได้รู้ว่านางยังคิดถึงท่านลุงชีอยู่แล้วก็เข้าใจผิดกันแบบนี้จะได้หมดรักหมดเยื่อใย เวลาเจอลุงชีจะได้แฮปปี้มีความสุข แต่อีกใจก็สงสารคังซื่อ ดูดิโดยเส่เยี่ยเข้าใจผิด ตะวาดใส่แบบนี้หน้าจ๋อยไปเลยอ่ะ น่าสงสารจริงๆ

แต่ซู่โหยวมาคิดว่าเส่เยี่ยสติไม่ค่อยจะเต็มหรอค่ะ ก็แบบว่าคนกำลังเสียใจ ก็ต้องขาดไปสองสลึงเป็นธรรมดาล่ะค่ะ

แล้วตอนนี้คนที่สงสารอีกคนก็องครักษ์หลิน โธ่ๆ โดนพี่ลูลู่ตบหัวไปตั้งสองที แต่มุขใส่เยร์หมาขององครักษ์หลินช่างคิดมาได้นะ แต่ก็หนีไม่รอด อิอิ แต่หนีไม่รอดคราวนี้นับว่าโชคดีคะ เพราะได้เจพี่เส้าเฟย หนทางที่ท่านลุงชีจะได้พบเส่เยี่ยก็ใกล้เข้ามา

เอาใจช่วยท่านลุงนะค่ะ แล้วก็เห็นใจคังซื่อด้วย คนหล่อก็งี้ล่ะนะ (มันเกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย) ก็ถูก ผกก.รังแกให้ชีช้ำไงค่ะ ฮ่าๆๆ


โดย: ทับทิม (เหอเทียนอวี้ ) วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:08:17 น.  

 
ฟิ้ววววววววว มาแล้ว ทำไมวิ่งมาถึงช้ากว่าทับทิมอ่ะเนี่ยยยยย

ตอนนี้สนุกมากค่ะแต๋มมมม ทั้งเศร้า และก็ฮากระจาย เส่เยี่ยหนอเส่เยี่ย ตอนแรกก็ให้หมั่นไส้ที่เอาใจฮ่องเต้ แต่พอเห็นความรู้สึกเสียใจที่เส่เยี่ยมีต่อลุงชีแล้ว ทำเอาหายเคืองเส่เยี่ยเลยค่ะ แม้จะเข้าใจผิด แต่ก็ได้รู้ว่าเส่เยี่ยยังไม่ลืมลุงชี ค่อยชื่นใจหน่อยล่ะ

ว่าแต่ตอนนี้แอบสงสารคังซื่ออีกแระ ยังไม่ทันไรถูกเส่เยี่ยใส่ร้ายซะแระ แต่ก็ช่วยม่ายได้ ไปให้น้องมลเยี่ยปลอบเองละกั๋น

แล้วก็มาฉากฮา ชอบบทสนทนาขององครัรกษ์หลินกับองครักจั๋วมากค่ะ น่ารักดีอ่ะ แอบลุ้นให้องครักษ์หลินเนียนจีบพี่จั๋วซะหน่อยก็ไม่ได้ดังใจเล้ยยยยย

แล้วก็พี่ลู่อ่ะ โหย..โหดนะนั่น ตบหัวแม่นางหลินตั้ง 2 ป๊าบ ตอนกลางคืนจะฉี่ราดที่นอนป่าวไม่รุ ดีนะที่ลุงชีห้ามทัน ไม่งั้นอาจได้รับประทานหมัดอีก 1 หมัด ว่าแต่จำไม่ได้ว่าลุงชีเอาหินมอบให้กุกุ (ชื่อนี้ฮามากค่ะ แต๋มคิดได้ไงอ่ะ)ตอนไหนคะ แบบว่าจำไม่ได้อ่ะ แบบว่าความจำสั้นอีกแล้ว พยายามจะทบทวนว่าลุงชีไปรู้จักแม่นางหลินตอนไหนค่ะ


โดย: หลินอี้ วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:22:21 น.  

 
แต๋มคร้า ตัวอักษรในบล็อคสีกลืนกับสีเนื้อของสุดหล่ออีกแว้วววว ตอนพิมพ์มึนมากๆค่ะ ขอเปลี่ยนเป็นสีขาวได้ป่าวจ๊ะ

ว่าแต่ ต้องลุ้นต่อไปสิเนี่ย ว่าเมื่อไหร่ลุงชีจะเข้าวังซะที เมื่อไหร่จะพบกับเส่เยี่ย โอ้ย..กองเชียร์ทรมาน


โดย: หลินอี้ วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:24:49 น.  

 
ลืมบอกไปค่ะ ว่าสีอักษรในกล่องเม้นต์นะคะ ไม่ใช่ในบล็อค เด๋วแต๋มจะงงค่ะ อิอิ


โดย: หลินอี้ วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:25:52 น.  

 
เจ๊ๆ กดเพลงกันเองนะคะ ทำไมมันไม่ auto ก็ไม่รู้

หลินกุแต๋มไม่เคยฝากเพลงอ่ะ เพราะไม่มีให้ฝาก ส่วนใหญ่ก็จะเอาตามเว๊บที่มีคนโพสไว้อยู่แล้วอ่ะค่ะ เช่น imeem แต่ตอนนี้ imeem มันไม่ให้เรา embed แล้ว เพลงของบล๊อกเก่าๆ ที่เคยแปะไปก็จะรันตัวอย่างแค่ 30 วินาที คงไม่ย้อนไปแก้ เซ็งเป็ดเลย

ฮ่าๆ อ่านเม้นทับทิมแล้วอย่างฮาเลย อย่างงี้แหละ คนหล่อสองคนอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ค่ะ

"พระเอกหนุ่มจางจื้อหลินเปิดแชมเปญฉลอง" เผยดีใจฟิคฮีโร่แอนด์เดอะคิง ถูกปลดกลางอากาศ หลังจากผู้ผลิตทำหนังไม่ทันมาหลายสัปดาห์แล้ว ทำให้เรทติ้งตกฮวบ จนผู้บริหาร DCT ต้องตัดออกจากผังรายการ

ส่วนแฟนที่ต้องการติดตามตอนจบของฟิคเรื่องนี้ ต้องรอซื้อแผ่นผีในตลาดมืดต่อไป (ซึ่งผู้กำกับก็ไม่แน่ใจว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะทำยังไงก็ผลิตไม่ทันซักที) กร๊ากกกก


โดย: realtomtam วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:27:23 น.  

 
เปลี่ยนสีเม้นแล้วจ้า

ทับทิม ตบหัวแค่สองที นี่นับว่าปราณีสุดๆ แล้วค่ะ (โทษฐานได้ใกล้ชิดพี่จั๋ว ผกก หึงนะเฟร้ย ช่วงนี้ยิ่งดูนางพญาผมขาวอยู่ด้วย แต๋มซันกำลังอิน)

"ใครไปตามเจ้าหล่ะ ถนนตั้งกว้าง เป็นขอบิดาเจ้าสร้างไว้หรือไง ข้าถึงเดินไม่ได้" ฉากนี้ความจริงเขียนไว้นานแล้ว พอมาอ่านเองทีหลัง อย่างฮา...

หลินกุ พี่จั๋วคิดว่าหลินกุเป็นผู้ชายนะคะ ถ้าขืนหลินกุจีบติดขึ้นมา จะหมายความว่าอย่างไร ฮ่าๆๆๆ

นี่ถ้าไม่ได้จองบทฟางเอ๋อให้เจี๊ยบไว้ก่อน แต๋มคงยกตำแหน่งฮองเฮาให้น้องมลไปแล้ว โทษฐานเชียร์และรักคังซื่อมาตลอด


โดย: realtomtam วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:48:59 น.  

 
โหย...อ่านข่าวเรื่องเปิดแชมเปญฉลองฟิคถูกปลดกลางอากาศแล้วช๊อคเลยอ้า แต่ถึงจะถูกปลดกลางอากาศ กองเขียร์อย่างเหนียวแน่นก็จะเกาะตามอ่านทุกตอนค่ะ แม้ ผกก.จะนานๆแวะมาอัพเดทก็เถอะ แบบว่าอ่านเท่าไหร่ก็ไม่จุใจเลย รอคอยน้านนาน ไม่รู้ว่าตอนหน้าจะมาอีกเมื่อไหร่หน้ออ

สำหรับเพลง ก็เข้าใจว่าแต๋มใช้อัพโหลดใส่เว็บซะอีกค่ะ ยังไงลองใช้เว็บ fileden ดูนะคะที่แปะลิงค์ให้ที่บ้านจางน้อยค่ะ พออัพโหลดได้แล้ว ก็นำ url มาแปะใส่ code เอาไปแปะในช่องต่อจากที่เราแปะ code bg กับเนื้อหาฟิคเลยจ้า เด๋วหลินกุส่ง code ให้แต๋มใน pm นะคะ แปะที่นี่กลัวมันจะเล่น auto เหมือนของงี้คราวนู้นค่ะ

แล้วก็เป็นกำลังใจให้แต๋มเสมอนะคะ ขอตอนหน้ามาไวๆเด้ออออออ รอลุงชีช่างทรมานเหลือเกิ้นนนนน ไม่ได้พบเส่เยี่ยเป็น 3 ชาติแล้ว ซิกๆ


โดย: หลินอี้ วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:51:01 น.  

 
สีขาวตัดกับสีเนื้อในกล่องเม้นต์ชัดดีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

จริงด้วย ลืมไปว่าแม่นางหลินแต่งเป็นชายอยู่ จะไปจีบพี่จั๋วก็กระไรอยู่ แค่ไปแซวพี่จั๋วเรื่องไม่ยุ่งกะผู้หญิง พี่จั๋วก็เขินแล้ว รออดเปรี้ยวไว้กินหวานดีก่า


โดย: หลินอี้ วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:53:37 น.  

 
เรื่องที่หลินกุถาม มันผ่านมาสิบสี่ปีแล้ว ลุงชีเคยอยู่ค่ายแม่ทัพหลินเซียง พ่อของหลินกุไง แก๊งค์เด็กสามคนมี หลินชง หลินกุ แล้วก็ชีเส้าเฟย แต่ว่าภายหลังชีเส้าเฟยโดนขับออกจากค่าย หลินกุก็แอบรอการกลับมาของเขา ไม่ยอมแต่งงาน จนพ่อบังคับให้ไปแต่งกับฮ่องเต้ถึงได้หนีมานั่งริมน้ำ ขว้างถุงผ้าที่ท่านพ่อเคยให้ด้วยความโกรธ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าในนั้นมีก้อนหินโชคดีที่พี่หลี่ฮ่วย เอ๊ยยย พี่เส้าเฟยเคยให้ไว้ตอนเด็กๆ (แต่ในฟิคไม่ได้ฉายนะคะ แต่กล่าวถึงเฉยๆ) ฉากนั้นไง นางกำลังจะโดดน้ำลงไปเก็บ แต่พี่จั๋วก็ขี้ม้าขาวมาเสียก่อน เลยช่วยคนสวยไม่ต้องตกน้ำ แล้วก็โชว์แมนลงไปเก็บให้หลินกุ หลินกุก็เลยแบบว่าปิ๊งๆ ความใจดีของพี่จั๋วตั้งแต่บัดนั้น...

เรื่องราวตอนเด็กๆ ของชีเส้าเฟยและหลินกุ อ่านได้จากตอนที่ 5 สหายน้อย

เรื่องราวตอนที่หลินกุกล่าวถึงก้อนหินนำโชคและพบกับพี่จั๋วครั้งแรก อ่านได้จากตอนที่ 10 ถุงผ้าสีแดงค่ะ


โดย: realtomtam วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:55:51 น.  

 
เริ่มจำได้แล้วค่ะ แบบว่าตะแรกก็สับสนกับบทแม่นางหลินกับแม่นางอ้อมหมิงเจิ้งค่ะ พอแต๋มมาเล่าย่อแล้วค่อยได้นึกได้ ไว้จะย้อนไปอ่านทวนความจำในตอนที่ 5 กับตอนที่ 10 ค่ะ เดี๋ยวอารมณ์ไม่ต่อเนื่อง แม่นางหลินมาพบรักแรกทั้งที อาจจะลืมพี่จั๋วไปชั่วขณะ มันช่างเลือกยากลำบากจริงๆ แต่ในใจลุงชีไม่ว่างแล้วเพราะงั้นพี่จั๋วเนี่ยแหล่ะ เป็นไปได้ซู๊ดดด


โดย: หลินอี้ วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:23:17:29 น.  

 
อ้ายย ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 5 และก็ 10 แล้ว ที่แท้พี่เส้าเฟยก็เป็นรักแรกของแม่นางหลินนี่เอง จำได้แระ แล้วทีนี้มาพบกันอีกครั้งตั้ง 14 ปี แม่นางหลินไม่ยอมแต่งงานกับหนุ่มคนไหนเลยนอกจากพี่เส้าเฟย แล้วจะทำไงดีล่ะเนี๊ยะ แม่นางหลินมาพบลุงชีที่หน้าตาหล่อเหลา แม้นแมน เป็นคนดี มีคุณธรรมขนาดนี้ ต้องหลงรักยิ่งกว่าเดิมอ่ะดิ แล้วพี่จั๋วจะทำไง ต้องลุ้นให้พี่จั๋วทำคะแนนแล้วค่ะ


โดย: หลินอี้ วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:23:38:24 น.  

 
โอวคงไม่ถึงกะรักแรกมั๊งคะหลินกุ ตอนนั้นนางแค่สี่ขวบเอง น่าจะออกแนวประมาณปลื้มๆ เหมือนฮีโร่อะไรแบบนั้นมากกว่า แต๋มคงไม่เพิ่มคู่แข่งให้เส่เยี่ยแล้วหล่ะค่ะ แค่นี้นางเอกก็ปวดหมองจะแย่อยู่แล้ว

Deleted Scence

มาอีกแล้วค่ะ deleted scence ตอนนี้ทีแรกตั้งใจจะให้ชีเส้าเฟยเข้าเมืองหลวงเพราะว่าได้ร่องรอยของเส่เยี่ย เรื่องของเรื่องก็คือ พวกชีเส้าเฟยออกตามหาเส่เยี่ยจากภาพวาดที่กงซุนเช่อวาดขึ้น จากนั้น ก็มีชายคนหนึ่ง ไม่รู้ทุกคนจะยังจำได้ไหม นักเลงที่มาซื้อบริการเส่เยี่ยที่หอโคมเขียวอ่ะค่ะ คนที่โดนเส่เยี่ยข่วนหน้าเละนั่นแหละ บังเอิญมันมาเจอกับพวกของชีเส้าเฟยเข้า แล้วก็หัวหมอ บอกว่ารู้จักเส่เยี่ย ถ้าจะให้บอกว่านางอยู่ที่ไหน ชีเส้าเฟยต้องจ่ายเงินมันมาก่อน แต่ชีเส้าเฟยไม่มีตังไง (หัวหน้าใหญ่จน) มันก็เลยไม่ยอมบอก

ทีแรกลู่เสี่ยวฟงทำท่าจะลงไม้ลงมือ แต่ชีเส้าเฟยห้ามไว้ จากนั้นพวกชีเส้าเฟยก็สะกดรอยตามนักเลงคนนั้น เผื่อว่าจะได้เบาะแส ปรากฏว่านักเลงคนนั้นก็ไปเล่นการพนันที่บ่อนแห่งหนึ่ง ลู่เสี่ยวฟงก็เลยเกิดไอเดียวบรรเจิด ตามมันเข้าไปเล่นพนันด้วย (ของถนัด)

พอนักเลงคนนั้นแทงอะไร ลู่เสี่ยวฟงก็แทงตรงข้ามตลอด แล้วลู่เสี่ยวฟงก็ได้ตลอด นักเลงคนนั้นเสียตลอด มันหงุดหงิดมากจนทนไม่ไหว ลู่เสี่ยวฟงเลยบอกว่า เงินที่เขาเล่นได้ จะยกให้นักเลงหมดเลย ถ้ายอมบอกว่าเส่เยี่ยอยู่ที่ไหน

นักเลงคนนั้นก็เลยบอกว่า เจอเส่เยี่ยสาวตาบอดที่หอโคมเขียว พวกชีเส้าเฟยก็เลยเข้าเมืองหลวงเพื่อมาตามหาเส่เยี่ยด้วยประการฉะนี้

ที่ต้องลบฉากนี้ออก เพราะจะทำให้เรื่องดำเนินช้าไป ไหนชีเส้าเฟยจะต้องไปสำนักโคมเขียว ไหนจะต้องค้นพบอีกว่าแท้จริงแล้ว เส่เยี่ยอยู่วังหลวง ก็เลยตัดให้ไปเจอกันที่วังหลวงเลยทีเดียวค่ะ (อ๊าก สปอยหรือเปล่า โหะๆ)

ข้างล่างเป็นบทสนทนาของชีเส้าเฟยกับแก๊งค์ตอนที่รู้ว่าเส่เยี่ยไม่ได้อยู่ที่สำนักโคมเขียวแล้วนะคะ (มันแปร่งๆ นิดหนึ่งนะ เพราะยังไม่ได้เกลา)

ชีเส้าเฟยเดินมาหาเส่เยี่ยที่สำนักโคมเขียวแต่ก็ไม่พบ นางจากไปแล้ว
"เฮ้อ ไม่นึกเลย พวกเราอุตส่าห์ได้เบาะแสตามจนมาถึงที่นี่ แต่นางกลับจากไปเสียแล้ว แล้วต่อไปเราจะไปหานางจากที่ไหนหล่ะเนี้ย" หงเผาถอนหายใจแล้วทรุดตัวลงบนเก้าอี้



"อย่าเพิ่งท้อน่า อย่างน้อยเราก็ตามมาถูกทางแล้ว นางเคยอยู่ที่สำนักโคมเขียวนี่จริงๆ" กงซุนเช่อกล่าว
"นั่นสิ อีกอย่างนางก็ตาบอดด้วย คงไปไหนได้ไม่ไกลหรอกม้าง" ลู่เสี่ยวฟงเสริม มีเพียงชีเส้าเฟยเท่านั้นที่ยืนแน่นิ่ง เขามองไปรอบๆ สำนักโคมเขียวแล้วก็ทรุดตัวลง หากเขาไม่ทิ้งนางไปตั้งแต่แรก นางคงไม่ต้องตกระกำลำบากเช่นนี้ ชีเส้าเฟยแทบไม่กล้าคิดว่าเส่เยี่ยต้องเผชิญอะไรบ้างตอนที่อยู่ในสำนักโคมเขียว หากนางเป็นอะไรไป เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เขาจะให้อภัยตัวเองได้อย่างไร
"หัวหน้าใหญ่ๆ ข้าว่าเรารีบไปเถอะ ดูสิแถวนี้มีทหารด้วย" อ้อมหมิงเจิ้งชี้ไปที่ทหารองครักษ์สองคนซึ่งกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางที่พวกเขาอยู่ (สงสัยจะเป็นพี่จั๋วกับหลินกุเหนียง อิๆ)



โดย: realtomtam วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:19:27:09 น.  

 
อืม . . ถึงคนที่โดนคังซื่อสังหารจะไม่ใช่ท่านลุงชี
แต่ก็รู้สึกว่าคังซื่อโหดเหมือนกันนะคะ ให้ฆ่าปิดปากสองคนนั้น
ถ้าจะฆ่า ก็น่าจะฆ่าแบบเปิดเผยมากกว่าที่จะไปแอบฆ่าลับๆ
เลยคิดอีกอย่างว่าคนที่จับฆ่าปิดปากต้องไม่ใช่คังซื่อ แต่เป็นอ๋าวป้าย
ที่ให้ลูกน้องนำสองคนนี้มาให้คังซื่อดู แล้วรีบฆ่าปิดปากซะเลยรึเปล่า
ให้เป็นอย่างนั้นเถอะนะคะ ไม่อยากให้คังซื่อโหดแบบไม่มีเหตุผล

อิอิ . . แล้วก็ดีใจสุดๆ ในที่สุดซูโหย่วก็ได้เจอกับเส่เยี่ย
ช่วงนี้เส่เยี่ยไม่สบาย ซูโหย่วอาสามาช่วยดูแลได้รึเปล่าคะ
แอบสงสารฮองเฮานะเนี่ย โดยฮ่องเต้ตวาด ยังดีที่ขอโทษตอนหลัง
นึกถึงตอนที่ดูละครค่ะ ตอนที่คังซีดุฮองเฮา ทำเอางอนคังซีไป 5 นาที

แล้วคนที่เป็นสีสันของตอนนี้ แต่น แตน แต๊น . . หลินกุเหนียง
นึกภาพแล้วขำทุกที ตอนหลินกุโดนพี่ลู่หิ้วแล้วก็ตบหัว
นี่ถ้าซ้ออ้อมว่างมาอ่านต้องอิจฉาแน่ๆ เพราะว่าหลินกุใกล้ชิดทั้ง
พี่จั๋ว พี่ลู่ คังซื่อ ท่านลุงชี เนี่ยเหมาหมดเลยนะ เส่เยี่ยยังไม่ใกล้ชิดเท่าเลยนะหลินกุ


สำหรับ Delete Scene สุดแสนเสียดาย อยากจิ้นภาพลุงชีตอนเสียใจ
ตอนคิดถึงเส่เยี่ยค่ะ 55 เห็นท่านลุงชีเวลาจะร้องไห้แล้วชอบจริงๆ


โดย: O-yohyo วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:20:02:09 น.  

 
อย่างฮา..."พระเอกหนุ่มจางจื้อหลินเปิดแชมเปญฉลอง" โถๆ ถึงจะถูกปลดออกจากผัง แต่แฟนคลับก็จะรอซื้อซีดีผีในตลาดมืดนะค่ะ ถึงมันจะผิดกฏหมาย เวลาไปซื้อก็ต้องระวังตัวไม่ให้ถูกจับ แต่ถึงจะเสี่ยง แฟนคลับก็ยินดีค่ะ เพื่อคนหล่อหลายคน (แบบว่าคนหล่อเรื่องนี้เยอะค่ะ คุ้มๆ)


โดย: ทับทิม IP: 125.26.39.180 วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:20:31:44 น.  

 


โดย: O-yohyo วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:20:48:17 น.  

 


โดย: O-yohyo วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:20:49:35 น.  

 


โดย: O-yohyo วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:20:50:13 น.  

 


โดย: O-yohyo วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:20:51:03 น.  

 
ยิ่งอ่านยิ่งหลงรักคังซื่ออ่ะ เล่นรักเส่เยี่ยแบบยอมทุกอย่าง เส่เยี่ยทำอะไรก้อไม่ผิด คนอื่นผิดหมดดดดดดดดดดด 555++


หลินกุกุ ก้อน่ารักน่าเอ็นดูซะจริง ไปแหย่พี่ลูลู่ อิอิ

อ่านแล้วขำ คลายเครียดจริงๆ คะ :D


โดย: Cipher IP: 58.8.148.38 วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:19:06:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

realtomtam
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add realtomtam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.