แฟนฟิคชั่น : กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน (The Hero & The King)
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
22 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
กระบี่สะท้านฟ้าฯ ตอนที่ 31 การเผชิญหน้าครั้งที่สอง




ความเดิมจากตอนที่แล้ว

หลังจากเรือเหลียนอิ๋นเทียบท่าแล้ว ชีเส้าเฟยกับเส่เยี่ยก็แยกไปหมู่บ้านหลิว ลู่เสี่ยวฟงกับอ้อมหมิงเจิ้งมุ่งหน้าเข้าเมืองต่อ

ลู่เสี่ยวฟงเห็นอ้อมหมิงเจิ้งตั้งหน้าตั้งตาเดินไม่สนใจเขา ก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากแกล้งคน แต่นึกอะไรไม่ออก จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ หญิงสาวแล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดี
"นี่อยู่เงียบๆ ไม่เป็นหรือไง" หญิงสาวตวาดขึ้นเสียงดัง ลู่เสี่ยวฟงยักคิ้วพอใจที่ทำให้นางสนใจเขาได้
"ทำไมหล่ะ ข้าอารมณ์ดีไม่ได้งั้นเหรอ" คนพูดทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
"ท่านนี่ก็แปลกนะ ข้าเคยเห็นแต่คนอกหักแล้วร้องไห้ แต่ท่านอกหักแล้วกลับผิวปากอย่างอารมณ์ดี" หญิงสาวหัวเราะในลำคอแล้วทำหน้ายิ้มเยาะใส่เขา
"อกหัก ใครอกหักกัน!" ชายหนุ่มทำหน้างง
"อ้าวก็หัวหน้าใหญ่กับแม่นางเส่เยี่ยคืนดีกันแล้ว ตอนนี้เจ้ากลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว ไม่เรียกอกหักแล้วจะเรียกว่าอะไรหล่ะ" คนพูดหางตามองชายหนุ่ม
"เหอะ ใครว่าข้าชอบแม่นางเส่เยี่ยกัน จริงอยู่นางอ่อนหวานและน่ารัก แต่ว่าก็ยังรู้สึกว่านางไม่เหมาะกับข้าอยู่ดี ผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของข้ามันต้องสมน้ำสมเนื้อกว่านี้หน่อย" คนพูดๆ แล้วก็กระพริบตาให้หญิงสาว อ้อมหมิงเจิ้งจ้องเขากลับด้วยความไม่พอใจ นางเร่งฝีเท้าแล้วเดินหนีเขาไปอย่างรวดเร็ว ลู่เสี่ยวฟงได้แต่มองตามแบบงงๆ ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวเป็นอะไร

ทันใดนั้นก็มีอาวุธลับซัดมาที่ชายหนุ่ม
"ฟรึบ!!!" ลู่เสี่ยวฟงใช้วิชาตัวเบาเตะเท้าแล้วตีลังกาหลบ มือซ้ายของเขาคีบอาวุธลับนั้นเอาไว้ได้ทัน อ้อมหมิงเจิ้งเห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งเข้ามาถามว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า ลู่เสี่ยวฟงส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร พอดูอาวุธลับก็พบว่ามันเป็นแค่ไม้ไผ่เหลาเท่านั้น ทั้งสองมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจหาตัวคนร้าย ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏออกมา...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

"แม่นางหลิน!" ลู่เสี่ยวฟงเห็นคนที่เดินออกมา ก็ตาโตด้วยความประหลาดใจ
"พบกันอีกแล้วนะคุณชายลู่" หญิงสาวยิ้มทักทายลู่เสี่ยวฟงอย่างเป็นกันเอง อ้อมหมิงเจิ้งไม่เคยพบนางมาก่อน ก็สำรวจหลินกุเหนียงตั้งแต่หัวจรดเท้า
"เจ้ามาทำอะไรที่นี่ คงไม่ได้มาจับข้าหรอกนะท่านองครักษ์" ลู่เสี่ยวฟงพูดหยอก เขาจำได้ว่า คราวที่แล้วที่เจอกับนาง นางเป็นองครักษ์ แถมยังประมือกับเขาอีกด้วย
"จับท่านทำไมกัน ตอนนี้ข้าเองยังเอาตัวไม่รอดเลย" คนพูดทำหน้าเบ้
"ทำไมหล่ะ รึว่าฮ่องเต้คิดจะจับเจ้าไปเป็นขันทีแทน ฮ่าๆ" หลินกุเหนียงฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะหึๆ พอมองไปรอบๆ ไม่เห็นชีเส้าเฟยก็ถามขึ้น
"แล้วแม่นางเส่เยี่ยกับพี่เส้าเฟยหล่ะ"
"อ้อ สองคนนั้นเขาแยกไปจู๋จี๋กันแล้ว ฮ่าๆ" ลู่เสี่ยวฟงหรี่เสียงลงแล้วทำตากรุ่มกริ่ม พออ้อมหมิงเจิ้งหันมาดุเขา ชายหนุ่มก็หลบตานาง หลินกุเหนียงเห็นลู่เสี่ยวฟงท่าทางเกรงใจผู้หญิงคนนี้ก็พอจะเดาออกว่านางคงเป็นขงเบ้งชุดแดงแห่งค่ายเหลียนอิ๋น
"แม่นางท่านนี้ก็คือ..." หลินกุเหนียงมองไปที่อ้อมหมิงเจิ้งแล้วเว้นช่วงให้ลู่เสี่ยวฟงแนะนำนาง
"นางคืออ้อมหมิงเจิ้ง หัวหน้าสามของค่ายเรา" ชายหนุ่มตอบ
"หงเผา นี่แม่นางหลินกุเหนียง ลูกสาวแม่ทัพหลินเซียงไง" เขาแนะนำ
"เจ้า... ก็คือคนที่หนีงานแต่งงานคนนั้น" อ้อมหมิงเจิ้งมองหน้าหลินกุเหนียงแล้วก็นึกเรื่องราวที่ค่ายแม่ทัพหลินเซียงออก หลินกุเหนียงพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนเพราะนาง
"จริงสิ เจ้ายังไม่บอกข้าเลยว่ามาทำอะไรที่นี่" ลู่เสี่ยวฟงหันไปถามหลินกุเหนียงต่อ หญิงสาวถอนหายใจยาวก่อนจะตอบชายหนุ่ม
"เฮ้อ... ก็หลังจากพวกท่านไป ฮ่องเต้ก็ไม่ยอมเลิกรา พยายามจะตามหาแม่นางเส่เยี่ยให้ได้ สุดท้ายข้าถูกบังคับให้บอกที่อยู่ของพวกท่าน ข้าไม่รู้จะตอบยังไง ก็เลยบอกพวกเขาไปว่า พวกท่านอาจจะอยู่ที่หมู่บ้านหลิวก็ได้ คิดไม่ถึงว่าฮ่องเต้ถึจะลงทุนมาตามหานางที่นี่จริงๆ"
"ว่าอะไรนะ!!!!" ลู่เสี่ยวฟงกับอ้อมหมิงเจิ้งพอได้ยินว่าฮ่องเต้มาหมู่บ้านหลิวก็ร้องขึ้นพร้อมกัน
"ทำไมเหรอ โอ๊ยยยย นี่อย่าบอกนะว่าพี่เส้าเฟยกับแม่นางเส่เยี่ยกลับไปที่นั่นจริงๆ" หลินกุเหนียงตาโตด้วยความตกใจ ลู่เสี่ยวฟงกับอ้อมหมิงเจิ้งก็พยักหน้ารับ
"ซวยแล้วๆ ปากนะปาก เจ้าไม่น่าพูดเลย" หลินกุเหนียงโทษตัวเองเหมือนเด็กๆ อ้อมหมิงเจิ้งสีหน้าดูเป็นกังวัลกว่าเพื่อน นางเดินเข้ามาถามหลินกุเหนียงว่าตอนนี้ฮ่องเต้อยู่ที่ไหน เขามากับใคร และพาทหารมากี่คน พอหลินกุเหนียงบอกว่าฮ่องเต้มากับองครักษ์แค่คนเดียว ลู่เสี่ยวฟงก็หัวเราะลั่น มากันแค่นี้ ทำอะไรชีเส้าเฟยไม่ได้หรอก แต่อ้อมหมิงเจิ้งดูจะไม่คิดเช่นนั้น นางรีบถามหลินกุเหนียงว่าองครักษ์คนนั้นเป็นใคร พอได้ยินว่าเป็นองครักษ์เหอเจียจิ้ง ใบหน้าของหญิงสาวก็ซีดเผือด ลู่เสี่ยวฟงถามหลินกุเหนียงว่าองครักษ์คนนี้เป็นใคร ฝีมือร้ายกาจมากงั้นหรือ หลินกุเหนียงก็พยักหน้าแล้วอธิบายคุณสมบัติขององครักษ์เหออย่างละเอียด นางบอกว่าองครักษ์เหอเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของวังหลวง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครวิชาตัวเบาสูงส่งเท่าเขามาก่อน ลู่เสี่ยวฟงฟังแล้วก็ทำหน้าเบ้ ตั้งแต่เกิดมาวิชาตัวเบาของเขาก็ไม่เคยแพ้ใครเหมือนกัน องครักษ์คนนี้จะเก่งกาจสักแค่ไหนกันเชียว หลินกุเหนียงท้าเขาว่าหากอยากรู้ก็ไม่ยาก ให้รีบตามไปที่หมู่บ้านหลิวก็จะได้รู้ ลู่เสี่ยวฟงนึกสนุก เห็นด้วยกับความคิดของนาง อ้อมหมิงเจิ้งฟังสองคนสนทนากันอย่างร้อนใจ นางเห็นว่าลู่เสี่ยวฟงทำอะไรชักช้าจะไม่ทันการ นางลาชายหนุ่มสองสามคำแล้วก็มุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านหลิวทันที ลู่เสี่ยวฟงหันมามองหน้าหลินกุเหนียงแบบงงๆ เขาสั่งให้ศิษย์คนหนึ่งไปบอกข่าวกงซุนเช่อ พวกที่เหลือก็เดินทางตามอ้อมหมิงเจิ้งไปติดๆ

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ ตลาดแห่งหนึ่ง ไม่ห่างจากหมู่บ้านหลิว

สองหนุ่มสาวจูงมือกันดูโน่นดูนี่อย่างมีความสุข หลังจากแยกกับพวกลู่เสี่ยวฟงแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่ยอมห่างจากหญิงสาวแม้แต่ก้าวเดียว

ชีเส้าเฟยมาหยุดอยู่หน้าร้านขายพัดแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มมองเข้าไปในร้านแล้วก็แววตาเหม่อลอย เส่เยี่ยจึงหันมาถามเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
"เจ้าจำที่นี่ไม่ได้งั้นเหรอ" ชีเส้าเฟยถามนางกลับ
"ทำไมจะจำไม่ได้หล่ะคะ ข้าโตมาจากที่นี่ ตลาดแห่งนี้ข้าก็เดินมาตั้งแต่เด็กแล้ว"
"ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้น" ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ย หญิงสาวก็ทำหน้างง
"ก็ที่นี่เป็นที่ๆ เราพบกันครั้งแรกไง เจ้าจำไม่ได้เหรอ" ชีเส้าเฟยชี้เข้าไปในร้านขายพัด เส่เยี่ยพยายามนึกตาม ในที่สุดก็นึกออก วันนั้นนางทะเลาะกับบิดาจึงได้เดินเหม่อมาเรื่อยๆ จนถึงตลาดแห่งนี้ หญิงสาวสนใจพัดอยู่เล่มหนึ่ง จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งมาซื้อพัดเล่มนั้นไป
"ออ ที่แท้ท่านก็คือจอมยุทธคนนั้นเอง!"
"ใช่แล้ว ตอนนั้นข้าพูดกับเจ้า เจ้าก็ไม่พูดกับข้า ซ้ำยังวิ่งหนีข้าอีก ไม่นึกเลยว่าสุดท้าย..." ชายหนุ่มเว้นช่วง
"สุดท้ายอะไรงั้นหรือคะ" หญิงสาวถาม
"สุดท้ายเจ้าจะมาอยู่ข้างกายข้าเช่นนี้ไง" ชายหนุ่มตอบด้วยแววตาอันเปี่ยมสุข เส่เยี่ยมองเขาแล้วก็ยิ้มอายๆ ครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ไอครอกแครก เส่เยี่ยเอามือแตะหน้าผากเขาแล้วก็ดึงเสื้อคลุมมาปิดคอให้ชายหนุ่ม

สองหนุ่มสาวเดินต่อมาได้สักระยะ ก็มีหญิงชราคนหนึ่งเข้ามาขอเงินจากพวกเขา ชีเส้าเฟยหยิบเงินให้หญิงชราคนนั้นโดยไม่ลังเล หญิงชราคนนั้นเห็นทั้งคู่ใจดี ก็อวยพรให้พวกเขารักกันนานๆ มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ชีเส้าเฟยยิ้มหน้าบานไม่หุบ จนเส่เยี่ยต้องดุเขาแก้เขิน ขณะที่กำลังจะเดินต่อ หญิงสาวเห็นร้านบะหมี่ข้างหน้า จึงได้ชวนชายหนุ่มเข้าไปนั่งกิน เขากำลังไม่สบาย ถ้าได้กินอะไรร้อนๆ อาการคงจะดีขึ้น หญิงสาวคิด

ครู่หนึ่งเถ้าแก่ร้านบะหมี่ก็ออกมาต้อนรับ พอเห็นหน้าเส่เยี่ย เขาจำได้ว่านางเคยรักษาโรคปวดขาให้กับเขา จึงบอกว่ามื้อนี้จะเลี้ยงพวกเขาเอง เส่เยี่ยเกรงใจไม่กล้ารับ ทั้งสองเกี่ยงกันอยู่ครู่หนึ่ง ทหารสังกัดธงเหลืองที่นั่งอยู่ในร้านก็เรียกเถ้าแก่ขอเหล้าเพิ่ม เถ้าแก่มัวแต่คุยจึงไม่ได้ยิน ทหารพวกนั้นตบโต๊ะด้วยความโมโห เถ้าแก่ก็รีบเดินไปขอโทษขอโพย พวกมันเห็นได้ทีจึงโวยวายแล้วบอกว่ามื้อนี้จะกินฟรี เถ้าแก่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ยอม ทั้งหมดจึงมีปากเสียงกัน ทหารคนหนึ่งผลักเถ้าแก่จนล้มลงไป อีกคนก็ทำท่าจะชักดาบออกจากฝัก ทันใดนั้นตะเกียบเล่มหนึ่งก็บินไปชนดาบเล่มนั้นกลับเข้าฝักไปตามเดิม เจ้าของก้มมองดาบของตนเองด้วยความฉงน พอมองไปรอบๆ เห็นชีเส้าเฟยนั่งอยู่ก็พยักหน้าให้เพื่อนๆ ของมันเข้าไปล้อมโต๊ะของชีเส้าเฟยไว้
"ไอ้หนุ่ม ดูท่าวันนี้เจ้าคงชะตาขาดแล้ว แส่เรื่องของใครไม่แส่ ดันมาแส่เรื่องของข้า!!" ทหารคนนั้นตบไหล่ชีเส้าเฟย แล้วยกเท้าขึ้นมาวางบนเก้าอี้
"จุ๊ๆๆ ลูกพี่ดูซิ เมียของมันก็สวยใช่ย่อยนะ ถ้าท่านเบื่อแล้ว ข้าขอสักคืนสองคืนคงไม่ว่ากัน" ลูกน้องคนหนึ่งมองเส่เยี่ยแล้วก็เอามือลูบปาก มือของมันกำลังจะเอื้อมมาจับแก้มหญิงสาว แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสโดนตัวนาง ชีเส้าเฟยก็บีบแก้วชาในมือจนแตกละเอียดแล้วสาดไปที่หน้าของทหารคนนั้น
"โอ๊ยๆๆ ตาๆๆ ตาข้า" มันลงไปดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด มือก็กุมใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด พวกเพื่อนๆ ของมันเห็นเช่นนั้นก็ชักดาบออกมาลุยกับชีเส้าเฟยทันที คนที่มาจากด้านหลัง ชีเส้าเฟยจับแขนของมันไว้แล้วก็ใช้ศอกอีกข้างกระทุ้งจนมันลงไปนอนตัวงอ คนที่มาทางด้านซ้ายก็ถูกถีบกระเด็นออกไปนอกร้าน ส่วนคนที่เป็นหัวหน้าง้างกระบี่หมายจะฟันชีเส้าเฟย ชายหนุ่มยกนี่สุ่ยหานขึ้นป้องกัน จากนั้นก็ถีบมันกระเด็นไปชนเสาจนกระอักเลือดออกมา ชีเส้าเฟยลุกไปประคองเถ้าแก่ขึ้นแล้วปัดเสื้อให้เขา จากนั้นก็กลับมานั่งที่โต๊ะตามปรกติ ชายหนุ่มหันมาถามเส่เยี่ยว่านางเป็นอะไรหรือเปล่า หญิงสาวก็บอกว่านางไม่เป็นอะไร

ทหารพวกนั้นมองหน้ากันเลิกลั่กว่าจะเอายังไงดี ชีเส้าเฟยเห็นว่าพวกมันไม่ยอมไปก็หันไปมองคนที่เป็นหัวหน้า จากนั้นก็เดินไปหยิบถ้วยน้ำชาที่โต๊ะข้างๆ พวกมันเข้าใจว่าชีเส้าเฟยจะทำร้ายพวกมันอีก จึงทั้งเดินทั้งวิ่งรีบหนีไปอย่างลนลาน ชีเส้าเฟยวางถ้วยที่หยิบมาแล้วรินน้ำชาให้กับหญิงสาว เขาขอโทษที่ทำให้นางตกใจ เส่เยี่ยยิ้มให้เขาแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ทหารพวกนั้นทำร้ายคนบริสุทธิ์ ก็สมควรโดนสั่งสอนแล้ว เถ้าแก่ก็เข้ามาช่วยสมทบ เขาเล่าว่าหมู่นี้มีทหารมารีดไถบ่อยๆ เมื่อก่อนพวกมันมาเวรคืนที่ดินจากราษฎร แต่อยู่ดีๆ วันดีคืนดีก็เอาที่มาคืน แต่ก็ไม่ได้คืนให้เปล่าๆ พวกมันบังคับให้ชาวบ้านซื้อคืน หากใครไม่ยอมจ่ายเงิน ก็ต้องเอาสมบัติมาแลก หรือไม่ก็จับคนในครอบครัวไปเป็นทาส ชาวบ้านจะไม่รับคืนก็ไม่ได้ เถ้าแก่ส่ายหน้า ตำหนิว่าฮ่องเต้องค์นี้ไม่เอาไหน เปลี่ยนกฎหมายไปมา ไม่ได้สนใจราษฎร สุดท้ายพอพวกทหารผิดใจกันเอง ความเดือดร้อนก็มาตกอยู่ที่ประชาชน ชีเส้าเฟยฟังแล้วก็เฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร ส่วนเส่เยี่ยเรื่องนี้นางรู้ตื้นลึกหนาบางดี นางเคยได้ยินฮ่องเต้เถียงกับอ๋าวป้ายอยู่หลายครั้ง เจตนาของเขาคือช่วยเหลือชาวบ้าน คิดไม่ถึงว่าพวกทหารกลับฉวยโอกาสนี้มาเอาเปรียบชาวบ้านแทน เส่เยี่ยพลั้งปากออกรับแทนคังซื่อโดยไม่รู้ตัว พอเห็นว่าชีเส้าเฟยไม่พอใจนางจึงได้หยุดพูด

หลังจากออกจากร้านทั้งคู่ก็เดินผ่านตัวเมืองมาจนถึงเชิงเขา เส่เยี่ยเห็นชีเส้าเฟยเงียบผิดปรกติ นางทนไม่ไหวจึงต้องถามเขาขึ้น
"ท่านไม่พอใจข้าใช่ไหม"
"เจ้าพูดเรื่องอะไร" ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าหญิงสาว
"ก็เมื่อกี๊ที่ข้าแก้ต่างให้ฮ่องเต้ ข้ารู้ว่าท่านไม่พอใจ"
"ข้าไม่อยากวิจารณ์เรื่องนี้กับเจ้าหรอกนะเส่เยี่ย" ชีเส้าเฟยทำท่าจะอธิบาย แต่เขารู้ว่าเส่เยี่ยมีความรู้สึกที่ดีต่อฮ่องเต้ เขาไม่อยากทะเลาะกับนาง จึงตัดสินใจไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า
"แต่ข้าไม่อยากให้ท่านเกลียดเขานะ" หญิงสาวมองหน้าชีเส้าเฟยอย่างจริงจัง
"เขาดีกับเจ้า เจ้าไม่เกลียดเขา ข้าก็ไม่ว่า แต่เขาฆ่าพี่น้องของข้า เรื่องนี้ข้าคงให้อภัยเขาไม่ได้หรอก!!" ชีเส้าเฟยหันมาตอบเส่เยี่ยด้วยท่าทางจริงจังเช่นกัน หญิงสาวได้ฟังแล้วก็นิ่งไป
'จะพูดกับเขายังไงดี ข้าไม่อยากให้พวกเขาทำร้ายกันเลย' หญิงสาวคิด นางรู้สึกอึดอัดเหลือเกินที่ไม่สามารถบอกชีเส้าเฟยได้ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน
"เส้าเฟย ท่านรับปากข้าเรื่องหนึ่งได้ไหม" หญิงสาวมองเขาด้วยแววตาเศร้า ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อดสงสารนางไม่ได้ จึงพยักหน้ารับ
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ท่านอย่าทำร้ายฮ่องเต้ได้ไหม" ชีเส้าเฟยได้ยินคำพูดของหญิงสาวก็เหมือนมีมีดมากรีดลงกลางใจ ไม่คิดว่าเส่เยี่ยจะห่วงใยฮ่องเต้เช่นนี้ ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบไป

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

อีกด้านหนึ่ง

ฮ่องเต้กับองครักษ์เหอเดินทางเกือบถึงหมู่บ้านหลิวแล้ว แสงแดดอันร้อนจัดทำให้คังซื่อหน้ามืดจนเซล้มลง องครักษ์เหอรับเขาไว้ได้ทัน คังซื่อบอกว่าตนเองไม่เป็นอะไรและจะฝืนเดินทางต่อ แต่ครั้งนี้องครักษ์เหอไม่ยอม เขาบังคับให้ฮ่องเต้นั่งพัก แล้วส่งน้ำให้ดื่ม บังเอิญว่าน้ำหมดขวดพอดี องครักษ์เหอจึงอาสาไปหาน้ำมาเพิ่ม เขากำชับให้ฮ่องเต้นั่งรอตรงนี้ อย่าเดินไปไหน คังซื่อเห็นองครักษ์เหอดูแลเขาเหมือนเด็กๆ ก็ยิ้มและรับปากว่าจะไม่ซน เมื่อองครักษ์เหอเดินจากไป ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ที่อีกด้านหนึ่งของป่า เสียงนั้นช่างฟังดูคุ้นหู จนเขาต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และแล้วหัวใจของชายหนุ่มก็แทบจะหยุดเต้น เมื่อเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า

"หากว่าเขาจะทำร้ายข้า เจ้าจะปกป้องข้าเช่นนี้รึเปล่า" ชีเส้าเฟยถามลองใจหญิงสาว ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจกับคำตอบที่จะได้รับ
"เส้าเฟย ท่านเข้าใจผิดแล้วนะ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น" เส่เยี่ยอึกอัก นางไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายให้เขาฟังอย่างไรดี
"งั้นเจ้าก็ตอบมาสิ หากเขาจะทำร้ายข้า เจ้าจะช่วยเขา รึว่าช่วยข้า"
"ข้าไม่รู้!! ข้าไม่ช่วยใครทั้งนั้น แล้วข้าก็จะไม่ให้พวกท่านสู้กันด้วย!!" หญิงสาวตอบด้วยแววตาสับสน ชีเส้าเฟยมองเส่เยี่ยด้วยความไม่เข้าใจ ทันใดนั้นเขามองเห็นเงาสะท้อนในแววตาของหญิงสาว มีบางอย่างกำลังพุ่งมาหาเขา ชายหนุ่มรีบหันหลังแล้วเอาตัวบังเส่เยี่ยไว้ทันที

"ฉึก!!!" มีดสั้นเล่มหนึ่งปักเข้าที่อกของชีเส้าเฟย ชายหนุ่มก้มลงมองเลือดที่ไหลซึมจากร่างของตน แล้วก็เงยหน้ามองคนตรงหน้า ฮ่องเต้! เป็นเขาอีกแล้ว คนที่ทำให้พี่น้องค่ายเหลียนอิ๋นต้องตาย คนที่ทำให้เขากับเส่เยี่ยต้องผิดใจกัน ชีเส้าเฟยดึงมีดสั้นออกจากอกของตนแล้วเขวี้ยงมันทิ้ง เขาเดินพลังและเตรียมจะซัดฝ่ามือใส่คนตรงหน้า เส่เยี่ยเห็นเช่นนั้นก็รีบดึงมือเขาไว้จากด้านหลัง จังหวะเดียวกันนั้นเอง องครักษ์เหอก็เดินเข้ามาพอดี เขามองไม่เห็นเส่เยี่ยและเข้าใจว่าชีเส้าเฟยกำลังจะทำร้ายฮ่องเต้ องครักษ์เหอออกกระบี่และพุ่งตรงมายังชีเส้าเฟยอย่างรวดเร็ว

"ฉึก!!!" กระบี่อันรวดเร็วของเขาเสียบเข้าที่แขนซ้ายของชีเส้าเฟย ความจริงมันควรจะพุ่งสู่หัวใจของชายหนุ่มมากกว่า หากแต่ว่าองครักษ์เหอเห็นใบหน้าของชีเส้าเฟยแล้วก็ยั้งมือไว้ 'ทำไมเขาถึงได้ดูคล้ายฮ่องเต้เช่นนี้'
"ฟุบ!!!" ร่างของชายหนุ่มร่วงลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาว
"เส้าเฟย!!!" เส่เยี่ยรีบคว้าร่างใหญ่นั้นเอาไว้ ชายหนุ่มล้มลงในอ้อมกอดของนาง

องครักษ์เหอหันมาถามฮ่องเต้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า คังซื่อบอกว่าไม่เป็นไร เขาสั่งให้องครักษ์เหอจับกุมชีเส้าเฟยทันที องครักษ์เหอมองหน้าคนเจ็บแล้วก็รู้สึกลังเล แต่คำสั่งของฮ่องเต้จะขัดก็ไม่ได้ เส่เยี่ยเห็นองครักษ์เหอเดินเข้ามา ก็เอาตัวมาบังชีเส้าเฟยเอาไว้
"ฝ่าบาททรงไว้ชีวิตเขาด้วยเพคะ หม่อมฉันขอร้อง" องครักษ์เหอหันไปมองหน้าฮ่องเต้ว่าเอาอย่างไร คังซื่อหันหน้าหลบเป็นคำตอบ องครักษ์เหอจึงเอากระบี่จ่อคอของชีเส้าเฟยแล้วบอกให้เขามอบตัว ชีเส้าเฟยเอามือกุมแผลของตัวเองแล้วมองหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่กลัวเกรง
"เมื่อครู่ข้าไม่ทันระวังตัวจึงได้เสียทีให้กับพวกเจ้า หากองครักษ์หลวงเป็นลูกผู้ชายก็มาดวลกับข้าตัวต่อตัวเสียก่อน หากข้าแพ้ข้าจะยอมมอบตัว" คนพูดๆ จบก็เอากระบี่ดันตัวเองขึ้นมา

ความจริงการจับคนร้ายนั้นไม่เกี่ยงวิธีการ แต่องครักษ์เหอเองก็เคยเป็นชาวยุทธ เขาไม่อยากเอาเปรียบชีเส้าเฟย จึงพยักหน้ารับปากฝ่ายตรงข้าม เส่เยี่ยเห็นเช่นนั้นก็รีบห้ามชีเส้าเฟย เขาเพิ่งถูกมีดสั้นแทง แถมแขนซ้ายยังถูกกระบี่ขององครักษ์เหอฟันอีก ต่อให้เป็นเทพมังกรก็คงสู้ไม่ไหว ขืนสู้ต่อไป เขาจะต้องตายแน่ๆ ชีเส้าเฟยไม่ฟังคำห้ามของหญิงสาว เขาผลักนางไปหลบไปข้างๆ แล้วพุ่งกระบี่ใส่องครักษ์เหอทันที องครักษ์เหอรับเพลงกระบี่ของชีเส้าเฟยเพียงสองกระบวนท่า ก็ยิ้มอย่างพอใจ นานแล้วที่เขาไม่ได้ประมือกับคนที่ฝีมือสูสีกันขนาดนี้ ชายหนุ่มรับกระบี่ของชีเส้าเฟยแล้วถอยร่นไปเรื่อยๆ เขาไม่สวนกลับเพราะจะรอดูว่าชีเส้าเฟยนั้นมีกำลังเท่าใด ฝ่ายชีเส้าเฟยก็บุกองครักษ์เหอไม่หยุด หลายครั้งที่เขาแทงเกือบโดนฝ่ายตรงข้ามแต่องครักษ์เหอก็หลบได้อย่างหวุดหวิด องครักษ์เหอเองก็เสียพลังไปไม่น้อย ไม่นึกเลยว่าขนาดบาดเจ็บเพลงกระบี่ของเทพมังกรยังร้ายกาจถึงเพียงนี้ ชีเส้าเฟยต้อนองครักษ์เหอมาจนชิดขอบหน้าผา องครักษ์เหอเห็นว่าถอยต่อไปไม่ได้แล้ว จึงใช้วิชาตัวเบาเตะไหล่ชีเส้าเฟยแล้วกระโดดข้ามมา ชีเส้าเฟยเห็นว่าวิชาตัวเบาขององครักษ์เหอนั้นร้ายกาจ จึงรีบรุกฝ่ายตรงข้ามด้วยเพลงกระบี่ องครักษ์เหอก็ใช้วิชาตัวเบาบินหนีชีเส้าเฟยอีก ชีเส้าเฟยไม่ยอมแพ้จึงใช้วิชาตัวเบาบินตามองครักษ์เหอขึ้นไป ทั้งสองแลกกระบี่กันอยู่กลางอากาศจนใบไม้ร่วงลงมาเป็นสายฝน สุดท้ายกระบี่ของทั้งคู่หลุดมือ จึงหันมาใช้ฝ่ามือแลกใส่กันแทน

เส่เยี่ยมองดูการต่อสู้ด้วยความกระวนกระวาย ชีเส้าเฟยบาดเจ็บขนาดนั้น คงไม่สามารถเอาชนะองครักษ์เหอได้ หญิงสาวมองชีเส้าเฟย มองฮ่องเต้ แล้วก็ถอนหายใจ หรือว่านี่จะถึงเวลาแล้วที่นางจะบอกความจริงกับพวกเขา หญิงสาวกำมือแน่นเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ก็วิ่งไปคุกเข่าขอร้องฮ่องเต้
"ฝ่าบาทบอกให้องครักษ์เหอหยุดเถอะเพคะ ชีเส้าเฟยเป็นพี่ชายของฝ่าบาท!!!" ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาว ชีเส้าเฟยก็เสียสมาธิ จึงถูกฝ่ามือขององครักษ์เหอซัดเข้าที่ไหล่ขางซ้ายอย่างจัง ร่างของชายหนุ่มกระเด็นไปชนยอดไม้แล้วร่วงลงสู่พื้นอย่างแรง เส่เยี่ยร้องด้วยความตกใจ นางวิ่งไปผลักองครักษ์เหอแล้วประคองร่างของชีเส้าเฟยขึ้น
"ห้ามทำร้ายเขานะ พวกท่านเป็นพี่น้องกัน!!!" หญิงสาวมองหน้าคังซื่อแล้วก็ตะโกนเสียงดัง คำพูดของนางทำให้ชายหนุ่มทั้งสามถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
"เส่เยี่ยเจ้าพูดเหลวไหลอะไร!!!" คังซื่อขมวดคิ้วแน่น แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
"เส่เยี่ย... เจ้าพูดเรื่องอะไร... ข้าไม่เข้าใจเลย" ชีเส้าเฟยซึ่งกำลังบาดเจ็บถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก หญิงสาวเห็นอาการบาดเจ็บของเขาแล้วก็สงสารจนร้องไห้ออกมา นางสะอึกสะอื้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาฟัง
"ตอนที่ข้าอยู่ที่วังหลวง มีคืนหนึ่งข้าบังเอิญเข้าไปยังเขตหวงห้ามที่ชื่อหอเทียนไต้ ท่านคงรู้จักนะฝ่าบาท (หญิงสาวมองไปที่คังซื่อ) แล้วข้าก็บังเอิญได้พบกับท่านยายท่านหนึ่ง ท่าทางของนางน่าสงสารมาก บางทีก็หวาดกลัว บางทีก็ร้องไห้คร่ำครวญ นางบอกว่านางเป็นพระพี่เลี้ยงขององค์ชายฝาแฝด นางถูกคนร้ายตามล่า และถูกชิงองค์ชายคนหนึ่งไป ทีแรกข้าก็ไม่เชื่อ คิดว่านางคงเสียสติ จนกระทั่งนางได้เห็นหยกของท่าน (หญิงสาวมองไปที่ชีเส้าเฟย) จากนั้นนางก็ร้องห่มร้องไห้ บอกว่าท่านคือองค์ชายใหญ่" ฮ่องเต้ได้ฟังแล้วก็หัวเราะ
"เส่เยี่ย นิยายปรัมปราพวกนี้เจ้าก็เชื่อด้วยเหรอ อีกอย่างต่อให้ข้ามีพี่ชายฝาแฝดจริง อะไรทำให้เจ้าคิดว่าข้าเป็นพี่น้องกับโจรชั่วแบบนั้น" คนพูดปรายตามองชีเส้าเฟยด้วยความไม่พอใจ หญิงสาวได้ยินแล้วก็อธิบายต่อ
"ทีแรกข้าก็ไม่เชื่อ คิดว่านางคงแค่เสียสติ จนกระทั่งฝ่าบาทได้ทำหยกชิ้นนั้นตกเอาไว้" หญิงสาวชี้ไปที่ถุงหยกที่เอวของชายหนุ่ม พร้อมทั้งส่งหยกหักของชีเส้าเฟยให้ฮ่องเต้ดู คังซื่อหยิบหยกทั้งคู่ขึ้นพิจารณาแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยว่ามันคล้ายกัน
"ไม่ใช่แค่คล้ายกันนะเพคะ แต่ความจริงหยกทั้งสองอันเคยเป็นชิ้นเดียวกัน" ทีแรกฮ่องเต้ก็ยิ้มแบบไม่เชื่อ แต่พอเอาหยกสองอันมาประกบกัน ปรากฏว่ามันติดกันสนิทจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว
"เป็นไปได้ยังไง!! ก็หยกชิ้นนี้เสด็จแม่เป็นคนให้ข้า แล้วทำไม..." ชายหนุ่มยืนอึ้งด้วยความไม่เชื่อ
"ก็เพราะว่าตอนที่พระโอรสทั้งสองถูกแยกกัน ไทเฮาทรงหักหยกประจำพระองค์ให้กับพวกเขาคนละครึ่งหน่ะสิเพคะ" หญิงสาวอธิบาย ชีเส้าเฟยรีบปฏิเสธ เขาบอกว่าพ่อแม่ของเขาแซ่ชีเป็นพ่อค้าชาวเหนือ พวกท่านตายตั้งแต่เขายังเด็ก เรื่องที่เส่เยี่ยเล่าต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ
"ชีเส้าเฟยเจ้าบอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเจ้าไปเอาหยกชิ้นนี้มาจากไหน!!" ฮ่องเต้เข้าไปคว้าตัวคนเจ็บขึ้นมาคาดคั้นเอาคำตอบ
"หยกอันนี้เป็นของข้า พ่อแม่ข้าให้ไว้ก่อนตาย ข้าพกมันมาตั้งแต่เด็ก!!" ชีเส้าเฟยตอบ เขาเองก็ไม่ได้อยากเป็นพี่น้องกับฮ่องเต้ แต่ว่าหยกชิ้นนี้เป็นของเขาจริงๆ
"เป็นไปไม่ได้ นี่มันหยกของเสด็จแม่ชัดๆ เจ้าโกหก!! เจ้าขโมยมันมาใช่ไหม!!" ฮ่องเต้จับตัวชีเส้าเฟยแล้วก็เขย่าให้เขายอมรับ ชีเส้าเฟยยืนกรานว่าหยกชิ้นนี้เป็นของตน สองคนเถียงกันเสียงดัง คังซื่อกระชากชีเส้าเฟยแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเส่เยี่ยทนไม่ได้
"พอได้แล้ว!! จนถึงขั้นนี้แล้วพวกท่านยังไม่ยอมรับความจริงอีกงั้นหรือ"
"ไม่!! ข้าไม่ยอมรับ!!" สองคนตอบขึ้นพร้อมกัน
"นี่พวกท่าน...!!" หญิงสาวได้ฟังแล้วก็โกรธที่ชายหนุ่มทั้งสองคนไม่ฟังเหตุผลเลย

ระหว่างที่ทั้งสามกำลังถกเถียงกันอยู่นั้นก็มีเสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้น

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะนั้นดังก้องไปทั่วป่า ครู่เดียวทหารธงเหลืองหลายสิบคนก็วิ่งมาล้อมคนทั้งสี่ไว้ คนที่เป็นหัวหน้าเดินเข้ามาทีหลัง คังซื่อเห็นเขาแล้วก็ตกใจ
"อ๋าวป้าย!!"
"จับมัน!!" อ๋าวป้ายมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งให้ทหารจับตัวชีเส้าเฟยทันที เส่เยี่ยเห็นเช่นนั้นก็เอาร่างของตนเองกันชีเส้าเฟยไว้
"จับเขาไม่ได้นะ!!" เส่เยี่ยมองไปที่คังซื่อด้วยแววตาแกมบังคับ
"จับมันด้วย!!" อ๋าวป้ายชี้หน้าหญิงสาวแล้วสั่งให้ทหารเข้าไปจับตัวเส่เยี่ย
"ข้าอยู่นี่ ใครก็ห้ามแตะต้องนาง!!" คังซื่อเดินเข้ามาขวาง ไม่ให้ใครเข้ามาจับตัวเส่เยี่ย พวกทหารชะงักไปด้วยความลังเล จะเชื่อฮ่องเต้หรือหัวหน้าของพวกมันดี
"ฝ่าบาททรงถอยไปดีกว่า หากทรงเป็นอะไรไป หม่อมฉันคงรับไม่ไหว"
"บังอาจ!! เจ้าไม่ได้ยินหรือยังไง เราบอกว่าไม่ให้ใครแตะต้องนาง"
"แต่คนพวกนี้เป็นกบฏ เป็นภัยต่อต้าซ่ง เกรงว่าหม่อมฉันคงปล่อยไปไม่ได้"
"แต่เราบอกให้ปล่อย!!"
"ฮ่องเต้ทำผิดโทษเท่าสามัญ หากฝ่าบาทยังคงยืนกราน หม่อมฉันคงต้องล่วงเกินแล้ว"
"นี่เจ้า!!!" คังซื่อจ้องอ๋าวป้ายตาเขม็ง คนพูดมองหน้าฮ่องเต้โดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่นิดเดียว หันจุ้นที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าให้ทหารเข้าไปกันตัวฮ่องเต้ออกมา แต่องครักษ์เหอก็เข้ามาขวางไว้อีก
"อ๋าวป้าย มากเกินไปแล้วนะ ต่อหน้าพระพักตร์ เจ้ากล้างั้นหรือ!!" องครักษ์เหอยกด้ามกระบี่ขึ้นชี้หน้าเสนาผู้โอหัง พวกทหารต่างก็เกรงใจองครักษ์เหอ จึงไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปจับฮ่องเต้ อ๋าวป้ายไม่เพียงไม่สำนึก มันยังหัวเราะเยาะ แล้วบอกว่าโทษขององครักษ์เหอที่พาฮ่องเต้ออกนอกเขตพระราชฐานก็ถึงตายเหมือนกัน

สถานการณ์ตกอยู่ในความตึงเครียด อ๋าวป้ายจะจับชีเส้าเฟย เส่เยี่ยก็ขวางไว้ อ๋าวป้ายจะจับเส่เยี่ย ฮ่องเต้ก็ขวางไว้ อ๋าวป้ายจะกันฮ่องเต้ออกไป องครักษ์เหอก็เข้ามาขวางไว้อีก พวกเขาปกป้องกันเป็นทอดๆ ราวกับลูกโซ่

อ๋าวป้ายหันไปปรึกษาหันจุ้นลูกน้องของมันว่าเอายังไงดี หันจุ้นบอกว่า ตอนนี้พวกมันได้เปรียบ องครักษ์เหอฝีมือร้ายกาจก็จริง แต่คงสู้ทหารธงเหลืองยี่สิบคนไม่ได้ อีกอย่างชีเส้าเฟยกำลังบาดเจ็บ ส่วนฮ่องเต้กับเส่เยี่ยนั้นวรยุทธธรรมดา โอกาสเช่นนี้คงหาไม่ได้อีกแล้ว หันจุ้นเสนอให้บุกทันที อ๋าวป้ายพยักหน้าเห็นด้วย มันจึงส่งสัญญาญให้ทหารสองคนเข้าไปแยกตัวฮ่องเต้ออกมา อีกส่วนก็เข้าไปจับชีเส้าเฟยกับเส่เยี่ย องครักษ์เหอสู้กับพวกทหารอย่างดุเดือด เขาฟันโดนพวกมันล้มลงไปสองคน พวกที่เหลือก็รุมกันเข้ามาเหมือนห่าฝน

ฝ่ายเส่เยี่ยพอถูกจับก็พยายามต่อสู้ ฮ่องเต้จะเข้าไปนางช่วยแต่ก็ถูกดึงตัวเอาไว้ ส่วนชีเส้าเฟยก็ได้รับบาดเจ็บแถมยังถูกเอามีดจ่อคอไว้อีก

ระหว่างที่เหตุการณ์กำลังชุลมุนอยู่นั้น ก็มีนักรบครึ่งร้อยวิ่งกรูมาล้อมอ๋าวป้ายและทหารธงเหลืองเอาไว้

ชีเส้าเฟยเงยหน้าไปมองคนที่กำลังเดินเข้ามา ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"หัวหน้าใหญ่ไม่เป็นอะไรนะ" กงซุนเช่อกับหลินกุเหนียงรีบวิ่งเข้ามาประคองชีเส้าเฟย ลู่เสี่ยวฟงกับอ้อมหมิงเจิ้งก็เดินเข้ามากั้นหน้าเขากับพวกอ๋าวป้าย องครักษ์เหอเห็นอ้อมหมิงเจิ้งก็มองนางตาไม่กระพริบ
"ไม่เจอกันนานนะศิษย์พี่" อ้อมหมิงเจิ้งเอ่ยปากทักองครักษ์หนุ่มด้วยท่าทางเย็นชา ทุกคนหันมามองทั้งสองคนด้วยความประหลาดใจ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขารู้จักกันมาก่อน
"องครักษ์เหอ ดูเหมือนท่านจะสนิทกับคนพวกนี้นะ" อ๋าวป้ายหัวเราะขึ้นเสียงดัง องครักษ์เหอมองหน้าอ้อมหมิงเจิ้งแล้วก็ไม่ตอบอะไร ลู่เสี่ยวฟงลอบสังเกตบุคลิกของชายหนุ่ม 'นี่หน่ะหรือองครักษ์เหอที่ว่าร้ายกาจ ท่าทางฝีมือไม่เบาเหมือนกัน' เขาคิด จากนั้นก็หันไปทางอ๋าวป้ายและหันจุ้น เขากล่าวทักทายหันจุ้นอย่างเป็นกันเอง
"อ้าวท่านมือปราบ วันนี้ไม่พาเมียมาด้วยหรือ ฮ่าๆๆ" ลู่เสี่ยวฟงพูดจบก็หัวเราะเสียงดัง หันจุ้นกำมือแน่นด้วยความโกรธ คราวที่แล้วเขากับอ๋าวเทียนลี่ถูกลู่เสี่ยวฟงแกล้งมัดไว้กับต้นไม้แล้วเขียนป้ายประจาณว่าเป็นสามีภรรยากัน อ๋าวป้ายพอรู้ว่าเป็นฝีมือลู่เสี่ยวฟงที่แกล้งลูกชายของตนก็แค้นจนเลือดขึ้นหน้า มันตะโกนว่าวันนี้จะจับพวกค่ายเหลียนอิ๋นให้หมด
"โอววๆๆ ท่านเสนาใหญ่ ข้าว่าท่านเอาตัวให้รอดก่อนดีกว่ามั้ง ดูเหมือนว่าวันนี้พวกของข้าจะเยอะกว่าและล้อมท่านเอาไว้อยู่นะ" ลู่เสี่ยวฟงกระพริบตาให้อ๋าวป้ายอย่างท้าทาย บรรดานักรบของค่ายเหลียนอิ๋นจ้องหน้าอ๋าวป้ายกับหันจุ้นด้วยความโกรธแค้น ภาพที่ชาวบ้านถูกฆ่าล้างเมืองยังคงติดตาพวกเขาอยู่ไม่หาย
"ปรกติค่ายเหลียนอิ๋นเราไม่ทำร้ายคนชาติเดียวกัน แต่อมนุษย์ใจต่ำช้าอย่างพวกเจ้า ดูท่าพวกเราคงต้องยกเว้นเสียแล้ว" ชีเส้าเฟยที่ยืนนิ่งอยู่นานพูดขึ้น

หันจุ้นมองไปรอบๆ ก็รู้ว่าตนเองกำลังเสียเปรียบ เขากระซิบบอกกับอ๋าวป้ายว่าให้หาทางหนีเอาตัวรอดก่อนดีกว่า แต่อ๋าวป้ายไม่ยอม มันโกรธแค้นที่ค่ายเหลียนอิ๋นไปลูบคมมัน ซ้ำยังสร้างความอับอายให้กับอ๋าวเทียนลี่อีกด้วย หันจุ้นแย้งขึ้นว่าลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีไม่สาย วันนี้เอาตัวรอดให้ได้เสียก่อน วันหน้าค่อยจัดการกับพวกมันก็ได้

อ๋าวป้ายเริ่มลังเลว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ว่าถึงจะคิดหนี แต่จะรอดไปได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้คนของค่ายเหลียนอิ๋นล้อมพวกมันอยู่ทุกด้าน อีกทั้งชีเส้าเฟย ลู่เสี่ยวฟง อ้อมหมิงเจิ้ง แต่ละคนก็เป็นผู้ชำนาญยุทธทั้งนั้น คงยากที่จะฝ่าวงล้อมออกไปได้

หันจุ้นกระซิบกับอ๋าวป้ายสองสามคำ อ๋าวป้ายก็พยักหน้าเห็นด้วย ทันใดนั้น...
"ฟรึบ..." มือของอ๋าวป้ายก็พุ่งผ่านฮ่องเต้และองครักษ์เหอที่ไม่ทันระวังตัว เข้าไปคว้าตัวเส่เยี่ยเอาไว้ มันเอามีดสั้นจ่อคอของหญิงสาวทันที
"เส่เยี่ย!!!" ทั้งฮ่องเต้และชีเส้าเฟยเรียกหญิงสาวด้วยความตกใจ
"อ๋าวป้าย นี่เจ้าคิดจะทำอะไร!!" คิ้วคังซื่อขมวดแน่น
"วันนี้หากข้าไม่รอด นังกบฎนี่ก็อย่าหวังจะรอดไปได้เลย!!" อ๋าวป้ายหัวเราะ แววตาของมันตอนนี้ มองออกไม่ยากเลยว่าจะทำในสิ่งที่พูดอย่างแน่นอน
"อ๋าวป้าย ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ!!!" คังซื่อตวาดเสียงดัง
"เกรงว่าหม่อมฉันคงทำเช่นนั้นไม่ได้!!" อ๋าวป้ายไม่พูดเปล่ามันกดมีดลงบนคอของหญิงสาว ชีเส้าเฟยกับคังซื่อรีบยกมือขึ้นห้าม อ๋าวป้ายค่อยๆ ถอยล่นไปรวมกับหันจุ้นและทหารธงเหลืองคนอื่น ฝ่ายคังซื่อเดิมยืนอยู่ข้างเดียวกับอ๋าวป้าย ตอนนี้กลับยืนเผชิญหน้ากับมันแทน

สถานการณ์ตึงเครียด คนของค่ายเหลียนอิ๋นล้อมพวกอ๋าวป้ายอยู่ห่างๆ ตอนนี้แม้แต่ฮ่องเต้ อ๋าวป้ายก็ไม่ไว้หน้าแล้ว ทุกคนจึงฝากความหวังไว้ที่ชีเส้าเฟย เขาจะเลือกช่วยเส่เยี่ย หรือว่ากำจัดคนชั่วอ๋าวป้าย

ชีเส้าเฟยมองหน้าพี่น้องของเขา นัยน์ตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความแค้น บ้างก็สูญเสียพ่อแม่ บ้างสูญเสียลูกเมีย ขุนนางโฉดคนนี้ได้ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้มากมาย เขาไม่อาจปล่อยให้มันลอยนวลได้อีกต่อไป แต่หากเขาเลือกที่จะจับมัน เส่เยี่ยก็อาจจะเป็นอันตรายได้

คนของค่ายเหลียนอิ๋นยืนนิ่ง รอเพียง 'คำสั่งเดียว' จากหัวหน้าใหญ่ของพวกเขา ทว่าชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีคำพูดใดๆ เส่เยี่ยมองออกว่าชีเส้าเฟยกำลังลำบากใจ แค่รู้ว่าเขาเป็นห่วงนาง นางก็ดีใจมากแล้ว นางคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากช่วยให้เขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
"เส้าเฟยไม่ต้องเป็นห่วงข้า หากวันนี้ข้าต้องสละชีวิต ก็ดีกว่าปล่อยให้คนชั่วพวกนี้ไปทำร้ายคนอื่นอีก" หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มแล้วก็ยิ้มจางๆ ให้เขา ชีเส้าเฟยได้ยินคำพูดของหญิงสาวก็รู้สึกผิดเข้าไปอีก อ๋าวป้ายสมควรตาย แต่เส่เยี่ยไม่ได้ทำอะไรผิด นางไม่ควรมาเสียสละตัวเองเช่นนี้ คังซื่อเห็นทั้งคู่ห่วงใยกันก็อดอิจฉาไม่ได้ จะมีวันใดไหมที่นางหันมาใส่ใจเขาเช่นนี้

ยังไม่ทันที่ชีเส้าเฟยจะได้ตัดสินใจ เส่เยี่ยก็ยื่นคอเข้าหาคมมีด อ๋าวป้ายตกใจรีบปล่อยมือจากนาง ลู่เสี่ยวฟงเห็นสบโอกาสจึงโฉบเข้าไปหมายจะคว้าตัวเส่เยี่ย ทว่าหันจุ้นเร็วกว่ามันคว้าตัวหญิงสาวไว้ได้ก่อน มันเอากระบี่จ่อคอนางไว้ทันที แล้วบอกให้ทุกคนถอยไป

ระหว่างที่ทุกคนยืนคุมเชิงกันอยู่นั้น อ้อมหมิงเจิ้งอ่านเกมออกว่า ชีเส้าเฟยไม่อาจตัดใจลงมือได้ นางมองไปทางองครักษ์เหอ แล้วอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันระวังตัว โฉบไปคว้าตัวคังซื่อแล้วจับชายหนุ่มเป็นตัวประกัน

"ศิษย์น้องนี่เจ้าคิดจะทำอะไร!!!" องครักษ์เหอหันมาเห็นก็ตกใจ อ้อมหมิงเจิ้งไม่สนใจเขา นางหันไปพูดกับอ๋าวป้าย
"อ๋าวป้าย!!! ปล่อยตัวแม่นางเส่เยี่ยซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าฮ่องเต้ของเจ้าซะ!!!" คนพูดสีหน้าเอาจริง
"เจ้ากล้าเรอะ!!!" อ๋าวป้ายหรี่ตาด้วยความไม่เชื่อ
"ทำไมข้าจะต้องไม่กล้าด้วย ข้าตัวคนเดียว อย่างดีก็โดนประหารแค่หัวเดียว แต่เจ้าหน่ะสิ โทษที่ปล่อยให้ฮ่องเต้ตาย ไม่รู้ว่าเมียหลวง เมียน้อย ลูกสาว ลูกชายของเจ้า มีสิบหัว จะรับโทษไหวไหม!!" อ้อมหมิงเจิ้งพูดด้วยท่าทางขึงขังเอาจริง อ๋าวป้ายได้ยินแล้วก็กำมือแน่น ไม่คิดว่าหญิงสาวจะมาไม้นี้ มันหันไปปรึกษากับหันจุ้นว่าเอาอย่างไรดี อ้อมหมิงเจิ้งเห็นพวกมันเงียบไป ก็ตะโกนให้รีบตัดสินใจ สุดท้ายอ๋าวป้ายก็ยอมตกลง หนึ่งชีวิตของฮ่องเต้ แลกกับหนึ่งชีวิตของเส่เยี่ย โดยมีข้อแม้ว่าค่ายเหลียนอิ๋นต้องปล่อยอ๋าวป้ายกับหันจุ้นไปด้วย อ้อมหมิงเจิ้งได้ฟังเงื่อนไขของพวกมันแล้วก็หัวเราะลั่น นางหันไปถามพี่น้องว่าจะยอมปล่อยอ๋าวป้ายกับหันจุ้นหรือไม่ พวกเขาก็บอกว่าไม่ยอม นางจึงรับข้อเสนอแค่แลกตัวประกันเท่านั้น ส่วนวันนี้พวกมันจะรอดไปได้หรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่ดวงแล้ว

แน่นอนว่าอ๋าวป้ายไม่ยอม หากวันนี้พวกมันไม่รอด ช่วยฮ่องเต้ได้ก็ไม่มีปะโยชน์อะไร อ้อมหมิงเจิ้งฟังแล้วก็หัวเราะเยาะคังซื่อ ไม่คิดว่าขุนนางใหญ่จะรักตัวกลัวตายมากกว่าชีวิตของฮ่องเต้

อ๋าวป้ายเห็นว่าวันนี้มันคงรอดไปได้ยาก มันมองหน้าชีเส้าเฟย แล้วก็ยิ้มที่มุมปาก จากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังจนทุกคนต้องแปลกใจ

"โจรชั่ว มีอะไรน่าขันนักรึ" อ้อมหมิงเจิ้งตะโกนถาม
"ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกล้าฆ่าฮ่องเต้หน่ะสิ" อ๋าวป้ายยิ้ม
"เหอะ เจ้าผิดแล้ว ข้ากับฮ่องเต้ไม่ได้เป็นพี่น้องกัน ทำไมข้าจะต้องไม่กล้าฆ่าเขาด้วย อีกอย่างโทษของข้าก็ถึงประหารอยู่แล้ว เพิ่มอีกสักคดีจะเป็นอะไรไป!!" อ้อมหมิงเจิ้งตอบอย่างมั่นใจ ทว่าอ๋าวป้ายได้ยินคำพูดของอ้อมหมิงเจิ้งแล้วกลับหัวเราะดังยิ่งกว่าเดิม
"ถูกแล้ว เจ้ากับฝ่าบาทไม่ได้เป็นพี่น้องกัน แต่ว่าเจ้าถามชีเส้าเฟยแล้วหรือยัง"
"เกี่ยวอะไรกับหัวหน้าใหญ่ด้วย!! ไม่ต้องพูดมาก!! ตกลงเจ้าจะปล่อยคนหรือไม่ปล่อย ไม่อย่างนั้นข้าจะลงมือแล้วนะ!!" อ้อมหมิงเจิ้งเข้าใจว่าอ๋าวป้ายแค่พยายามถ่วงเวลา จึงรัดกระบี่ที่คอของคังซื่อแน่น
"ชีเส้าเฟย!!! เจ้ากล้าลงมือฆ่าน้องชายตัวเองงั้นเหรอะ!!!" อ๋าวป้ายตะโกนเสียงดังลั่น ทุกคนหันมามองหน้าชีเส้าเฟยด้วยแววตาที่มีแต่คำถาม
"โจรชั่วเจ้าผายลมอะไร!!" อ้อมหมิงเจิ้งตวาดกลับเสียงดัง
"ขงเบ้งชุดแดง!! ตอนที่เจ้ายังเดินไม่ได้ ข้าก็เป็นแม่ทัพปราบเหลียวแล้ว ในแผ่นดินต้าซ่งนี้มีความลับอยู่มากมายที่เจ้ายังไม่รู้ ข้าจะบอกให้เอาบุญนะ ชีเส้าเฟยกับฮ่องเต้หน่ะเป็นพี่น้องกัน!!!"
"ปากสุนัขไม่งอกงาจริงๆ" ลู่เสี่ยวฟงได้ยินแล้วก็ด่าทออ๋าวป้าย ไม่คิดว่ามันจะเอาเรื่องนี้มาเปิดโปง ดูท่าความลับที่เส่เยี่ยตั้งใจจะปิดบังไว้ คงต้องเปิดเผยเสียแล้ว
"เส่เยี่ย ขอบใจเจ้ามากนะ ทีแรกข้าก็ไม่แน่ใจหรอก แต่เจ้าอุตส่าห์สืบหาหลักฐานตั้งมากมาย ทำให้ข้ารู้ว่าที่แท้แล้วชีเส้าเฟยก็คือองค์ชายใหญ่นั่นเอง" อ๋าวป้ายกล่าว ความจริงพวกมันตามฮ่องเต้มานานแล้วแต่ซุ่มหลบอยู่ รอให้องครักษ์เหอกับชีเส้าเฟยสู้กันเอง ดังนั้น เรื่องที่เส่เยี่ยพูด มันจึงได้ยินทั้งหมด
"อ๋าวป้ายเจ้าโกหก!! เจ้าพูดเพราะอยากเอาตัวรอดเท่านั้น ชีเส้าเฟยไม่ใช่พี่น้องกับเรา!! อ้อมหมิงเจิ้งมัวรออะไรอยู่ อยากลงมือก็เชิญได้เลย!!" คังซื่อตะโกนท้าทาย อ้อมหมิงเจิ้งก็เกิดความลังเล นางหันไปมองชีเส้าเฟยเพื่อขอคำตอบ แต่ชีเส้าเฟยก็หลบตานาง
"เส้าเฟย ท่านฆ่าฮ่องเต้ไม่ได้นะ ที่อ๋าวป้ายพูดเป็นความจริงนะ" เส่เยี่ยกลัวว่าอ้อมหมิงเจิ้งจะลงมือก็รีบพูดขอร้องชีเส้าเฟย
"หัวหน้าใหญ่ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่" กงซุนเช่อซึ่งประคองเขาอยู่ถามขึ้น ชายหนุ่มได้แต่อึกอัก เขาเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน

ระหว่างที่ทุกคนกำลังสับสนกับข่าวสะท้านแผ่นดินอยู่นั้น หันจุ้นกระซิบบอกอ๋าวป้ายว่าเวลานี้เหมาะจะหลบหนี อ๋าวป้ายพยักหน้าเห็นด้วย หันจุ้นจึงปาระเบิดควันลงพื้น
"ปุง!!" ควันสีเหลืองคลุ้งไปทั่วบริเวณ อ๋าวป้ายและพวกทหารธงเหลืองพากันหลบหนีอย่างรวดเร็ว มันลากเอาเส่เยี่ยไปด้วย เผื่อพวกชีเส้าเฟยตามทัน จะได้มีตัวประกัน

หลังจากควันจางลง พวกอ๋าวป้ายก็หนีไปหมดแล้ว ลู่เสี่ยวฟงพยายามหาตัวเส่เยี่ยแต่ก็ไม่พบ อ้อมหมิงเจิ้งยังคงเอากระบี่จ่อคอของฮ่องเต้อยู่ คังซื่อหันไปเห็นองครักษ์เหอ ก็ถามเขาด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิ
"องครักษ์เหอทำไมเจ้ายังอยู่อีก!!"
"ฝ่าบาททรงมีอันตราย อภัยที่หม่อมฉันไม่อาจหนีไปได้" ลู่เสี่ยวฟงเห็นท่าทางขององครักษ์เหอก็รู้สึกหมั่นไส้ จึงโฉบเข้าไปจี้จุดเขาไว้
"ตอนนี้อยากหนีก็ไม่ได้แล้วหล่ะ" ชายหนุ่มมองคนชุดแดงหน้ากวนๆ อ้อมหมิงเห็นเช่นนั้นก็บอกให้ลู่เสี่ยวฟงคลายจุดให้องรักษ์เหอ ฮ่องเต้ยังอยู่ นางมั่นใจว่าเขาไม่หนีแน่ ลู่เสี่ยวฟงได้ฟังแล้วก็แหย่อ้อมหมิงเจิ้งว่ารู้ใจองครักษ์เหอคนนี้ดีจัง หารู้ไม่ว่าคำพูดของเขาได้ไปจี้จุดของนาง
"นี่ท่าน!!!"
"เอาหล่ะๆ ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน ตอนนี้ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรต่อไป" กงซุนเช่อรีบห้ามไม่ให้สองคนทะเลาะกัน ทุกคนเห็นด้วยจึงหันไปมองชีเส้าเฟย ตอนนี้เขายืนนิ่ง ตาก็จ้องไปที่คังซื่อ
"หัวหน้าใหญ่ ท่าน... เอ่อ..." ลู่เสี่ยวฟงลูบคอตัวเอง เหมือนจะพูดอะไรกับเขาแต่ก็ไม่กล้า
"กุกุ เจ้ามานี่ซิ" ชีเส้าเฟยเรียกหลินกุเหนียงเสียงเข้ม
"พี่เส้าเฟย..." หญิงสาวเดินเข้ามาหาเขาตัวลีบ นางยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา
"ข้ามีเรื่องต้องรบกวนเจ้า"
"โอ๊ยได้เลย ท่านจะรบกวนอะไรข้า บอกมาได้เลย"
"ข้าอยากไปพบพ่อของเจ้า แม่ทัพหลินเซียง"
"หาาาาาาาาา" หลินกุเหนียงได้ยินแล้วก็อ้าปากค้าง ไม่เพียงแต่นางเท่านั้นที่ตกใจ ฮ่องเต้กับองครักษ์เหอก็หันมามองหน้ากัน ที่แท้หลินกุเหนียงคือบุตรสาวของแม่ทัพหลินเซียง ถ้าเช่นนั้นนางก็คือเจ้าจอมของฮ่องเต้!!
"พี่เส้าเฟย ท่านอยากพบท่านพ่อทำไมเหรอ" หญิงสาวถามด้วยเสียงหวาดๆ แน่นอนชีเส้าเฟยต้องการถามเรื่องชาติกำเนิดของเขากับแม่ทัพหลินเซียง มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ชีเส้าเฟยไม่ได้ตอบอะไร ลู่เสี่ยวฟงไม่อยากให้หลินกุเหนียงซักมาก จึงแกล้งพูดว่าค่ายแม่ทัพหลินเซียงใกล้กับป่าแห่งนี้มากที่สุด ไปตั้งหลักที่นั่นก่อนก็เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน เมื่อทุกคนเห็นด้วย จึงออกเดินทางไปยังค่ายแม่ทัพหลินเซียง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา ฮ่องเต้ก็ตะโกนเรียกชีเส้าเฟยขึ้น
"ชีเส้าเฟย เจ้ายังไปไม่ได้นะ!!" คนพูดๆ ด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง ชีเส้าเฟยหันไปสบตาคนพูดทันที
"ที่นี่ไม่ใช่วังหลวง ท่านไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่ง!!!" ชายหนุ่มพูดจบแล้วก็ทำท่าจะเดินทางต่อ ฮ่องเต้ก็เรียกเขาไว้อีก
"ชีเส้าเฟย อ๋าวป้ายจับตัวเส่เยี่ยไป เจ้าต้องไปช่วยนางก่อน" ชีเส้าเฟยได้ยินแล้วก็หันไปมองคังซื่อด้วยสายตาไม่พอใจ

เส่เยี่ยเป็นคนรักของเขา เขาเป็นห่วงนางยิ่งกว่าใคร ไม่ต้องอาศัยคำพูดของใคร เขาก็ต้องไปช่วยนางอยู่แล้ว ฮ่องเต้คนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้มาสั่งเขาเช่นนี้....

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามได้ในกระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดินตอนต่อไป...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑



Artist: Julian Cheung Chi Lam
Album: I AM CHILAM 2009
Song: Once Loved (Madarin Version)



Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 19 มีนาคม 2560 16:11:16 น. 25 comments
Counter : 478 Pageviews.

 
ตอนนี้รีบปั่นให้เฉพาะกิจเลย เพราะรู้ว่าหลังจากนี้จะไม่ว่างอีกเป็นเดือน

พอดีมีของเก่าปั่นเก็บเอาไว้ก็เลยใช้เวลานิดเดียว หวังว่าจะชอบกันนะคะ

ปล. เนื่องจากตอนที่แล้วทำผกก. เครียดไปหลายวันก็เลยแอบย่องไปลบฉากเลิฟซีนมหาลัยออกหมดแล้ว เหลือไว้แค่ระดับประถมพอนะคะ


โดย: realtomtam วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:56:32 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:23:15 น.  

 
ลุ้นตัวโก่งตอนที่ท่านลุงชีสู้กะองครักษ์เหอ ออกจะตำหนิท่านองครักษ์อยู่ด้วยที่ทำร้ายท่านลุงได้ยังไง แล้วพอเจ้าตัวร้ายออกมายิ่งลุ้นเข้าไปอีก กลัวท่านลุงชีกะฮ่องเตจ้รูปหล่อได้รับอันตราย แต่สุดท้ายคนดีสวรรค์ก็คุ้มครอง พวกพ้องตามมาช่วยเหลือ แต่ว่าอีกนั่นล่ะ เส่เยี่ยถูกจับตัวไปอีกจนได้ เฮ้อ..ชีวิตของนางเอกช่างน่างสารจริงๆ แอบกลัวว่าเส่เยี่ยจะเสียสละตัวเองได้สำเร็จนะเนี่ย (ระแวง ผกก. กลัว ผกก.จะสวมรอยเป็นนางเอกซะเอง อิอิ)

และแล้วในที่สุดความจริงเรื่องชาติกำเนิดขององค์ชายใหญ่องค์ชายรองก็เปิดเผยสักที คงต้องตามลุ้นกันต่อไปด้วยระทึก แล้วก็กรี๊ดส่งท้าย หงเผาเป็นคนรักเก่าขององครักษ์เหอ โอ้ว..แต่พี่ลูลู่ไม่ต้องห่วงไปนะ ก็แค่คนรักเก่า ใจร่มๆไว้น๊า


โดย: ทับทิม IP: 125.26.37.69 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:49:52 น.  

 
ทับทิม ช่างรู้ใจยิ่งนักว่าผู้แต่งแอบภาวนาให้นางเอกเสียสละ จะได้เสียบแทนซะเลย ฮ่าๆๆ ความจริงตอนโน่นนนนที่วางพล๊อตเรื่องไว้อีกแบบ (จากหลายๆ แบบ) ก็มีตอนจบที่นางเอกตายจริงๆ และฉากนี้ก็จะเป็นฉากอวสานของเรื่อง แต่เนื่องจากกฎเหล็กของชาเลี่ยนให้ทรมานนางเอกได้ แต่ไม่ต้องจบแฮปปี้ ผู้แต่งก็เลยพาเส่เยี่ยไปสะเดาะเคราะห์ต่อชะตามาเรียบร้อย

ขอข้อมูลองครักษ์จั่นเพิ่มหน่อยสิคะ ว่าเป็นศิษย์สำนักไหน อาจารย์ชื่ออะไร จะเอามาแต่งตอนต่อไปค่ะ คราวนี้ขอคู่ที่สามออกบ้างนะคะ หลังจากคู่ที่ 1 รักสามเศร้าชี-คัง-เยี่ย กับรักสองเศร้าจั๋ว-หลินออกโรงกันไปหมดแล้ว คู่ที่สามนี่เป็นรักสี่เศร้าเลยนะ เหอ-ลู่-อ้อม-และจอมยุทธ ก. ยังไม่บอกว่าเป็นใคร แต่ก็เดาไม่ยากหรอก


โดย: realtomtam วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:10:57 น.  

 

กิ๊ดดดด หนญ.กับเส่เยี่ยเดินจูงมือกันกระหนุงกระหนิง แล้วก็หยอกล้อกัน แล้วก็เป็นห่วงเป็นใยกัน ดีใจที่ทั่นลุงเลือกคนไม่ผิด เส่เยี่ยเอาใจใส่ทั่นลุงขนาดนี้ แบบนี้ซ้อกุก็วางใจละ โอ้ยยยย ทำไมถึงมีความสุขเยี่ยงนี้ กองเชียร์ทั่นลุงมีความสุขมากเลยค่ะ ผกก.วันนี้คงได้ปวดกรามอีกละ ยิ้มแก้มตุ่ยหุบไม่ลงอยู่เนี่ย

แต่แล้วความสุขก็ช่างแสนสั้น คังซื่อมาแหล่ววววว ไม่เข้าใจว่าทำไม หนญ.ถึงพลาดพลั้งถูกทำร้ายติดๆกันได้ตั้งสองครั้ง แม้จะไม่ทันระวังตัวก็เถอะ (อาจเพราะใจวอกแวกด้วยลมหึงอยู่) หากปละมือกันแล้ว เชื่อว่าฝีมือ หนญ.เหนือกว่าคังซื่อ และเหนือกว่าองครักษ์จั่นนะคะเนี่ย หรือว่าต้องการลองใจเส่เยี่ยน้า จังหวะนี้วาน ผกก.เฉลยค่า

ตอนนี้เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกที รู้สึกหมั่นไส้คังซื่อมั่กๆ มีหลักฐานขนาดนี้ยังไม่เชื่ออีก (แม่นางมลเยี่ยอยู่ไหน ลากคังซื่อไปลงโทษ ณ บัดนี้ เหอะๆ)
และแล้วปริศนาแห่งความหลังของแมวหลวงองครักษ์จั่นก็คืออ้อมหมิงเจิ้งนี่เอ้งงงงง ชักอยากเห็นพี่ลูลู่หึงซะแล้วสิคะ
ตอนนี้เส่เยี่ยก็มาโดนจับไป หนญ.ก็ต้องการไขปริศนาชาติกำเนิด ตกลง หนญ.จะไม่ไปช่วยเส่เยี่ยก่อนเหรอคะ กองเชียร์เป็นห่วงค่ะ เกรงว่าเส่เยี่ยจะถูกรังแกล่ะ

ฉากที่เส่เยี่ยหันคอใส่ดาบ หวาดเจี๋ยวมากค่ะ ถ้าจบแบบนี้ ผกก.ถูกถล่มแน่ เหอะๆ


โดย: หลินอี้ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:13:55 น.  

 

แล้วบทรักสามเส้า หวีดหวานของหลายๆคู่ก็ทะยอยออกแล้ว ผกก.อย่าลืมคู่แม่นางหลินกับองครักษ์จั๋วนะคะ ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลยง่า เมื่อไหร่จะได้แต๊ะอั๋งองครักษ์จั๋วล่ะคร้า

ชอบ bg มากค่ะ ทำให้จิ้นถึงองครักษ์สุดหล่อจั่นเจาเลยง่ะ เดี๋ยวต้องหาภาพปลากรอบซักหน่อยแล้ว

ps. เจ็บใจคังซื่อไม่หายนะเนี่ย บังอาจทำร้ายทั่นลุง ฮึ่มๆ


โดย: หลินอี้ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:16:54 น.  

 
ภาพปลากรอบ อิอิ เรื่องนี้มีแต่หนุ่มหล่อทั้งนั้นเลยง่ะ อ่านทีไรใจมันหวิวๆ

องครักษ์เหอฯ



ทั่นลุงของเส่เยี่ยในบทสบักสบอม



หนุ่มของใครหน้อ วานเอาไปลงโทษ



โดย: หลินอี้ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:42:54 น.  

 
ตอบคุณหลินกุ ที่หนญ.ใหญ่พลาด รอบแรกเพราะว่ายืนหันหลังแล้วก็ทะเลาะกับเส่เยี่ยอยู่เลยไม่ทันระวังตัว พอเห็นเงาแว๊บๆ ก็เป็นห่วงเส่เยี่ย เลยเอาตัวเองบังคนรักเอาไว้ก่อนค่ะ

รอบสองเนี่ย เพราะฮ่องเต้ยืนบังอยู่ เลยไม่เห็นว่าองครักษ์เหอจู่โจมเข้ามา ส่วนมือก็ถูกเส่เยี่ยดึงเอาไว้ คงกำลังช๊อกนิดๆ ด้วยละนะ

รอบสามที่โดนองครักษ์เหอซัดตกต้นไม้เนี่ย เพราะว่าตกใจที่เส่เยี่ยได้ยินพูดว่าเขากับฮ่องเต้เป็นพี่น้องกัน แต่ถึงไม่ตกใจก็มีแนวโน้มว่าจะแพ้ค่ะ เพราะว่าบาดเจ็บขนาดนั้น องครักษ์เหอ เขาเก่งวิชาตัวเบา ถ้าสู้กันในที่สูงหัวหน้าใหญ่ก็เรียกว่าเสียเปรียบ

คังซื่อเกิดมายี่สิบปี เป็นลูกชายคนเดียว แล้วก็เป็นฮ่องเต้ด้วย คงจะเชื่อยากค่ะว่าตัวเองมีพี่ชาย แล้วก็ไม่ชอบขี้หน้าเส้าเฟยอยู่แล้วด้วยไง เลยไม่อยากเป็นพี่น้องกับคนนี้ อย่าว่าแต่ฮ่องเต้ไม่เชื่อเลย หัวหน้าใหญ่ก็ยังไม่เชื่อเหมือนกันค่ะ แต่การแสดงออกมันต่างกัน ตอนหน้าจะอธิบายเพิ่มค่ะ

จริงๆ แต๋มแอบเชียร์ให้องครักษ์เหอได้กับอ้อมหมิงเจิ้งนะ ที่จิ้นเอาไว้ ความรักของสองคนนี้ มันคลาสสิคดี อย่างพี่ลู่เนี่ย ขี้เล่นเกิ๊น เหมาะจะอยู่คนเดียวมากกว่า

ตอนต่อๆ ไป นางเอกถูกรังแกแน่ค่ะ ตอนนี้ไม่มีทั้งลุงชีกับฮ่องเต้คอยปกป้องแล้ว ต้องช่วยเหลือตัวเองค่ะ เส่เยี่ยมีอะไรต้องไปเคลียร์กับอ๋าวป้ายนิดหน่อย ส่วนทางนี้ก็ปล่อยให้พี่น้องฝาแฝดเขาเคลียร์กันด้วย ถึงได้บอกหลินกุไงว่าไม่ต้องรอเลิฟซีน เพราะมันไม่มีแล้วววววววว ส่วนคู่ขององครักษ์จั๋วกับแม่นางหลินก็อีกนานนนนนนเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ลุ้นความรักแม่นางอ้อมไปก่อนเน้อ ฮ่าๆๆ


โดย: realtomtam วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:30:22 น.  

 
หลินกุ ภาพประกอบรู้สึกจะผิดคิวนะ ตอนที่หัวหน้าใหญ่คุยกับเส่เยี่ย ยังไม่โดนแทงค่ะ แต่ในภาพเนี่ยเลือดโชกเชียว


โดย: realtomtam วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:35:43 น.  

 

อืม...เส่เยี่ยเป็นจุดอ่อนของเส้าเฟยจริงๆอ่ะแหล่ะ เมื่อมีภัยก็ย่อมคิดถึงคนรักก่อนเป็นธรรมดาค่ะ แหม...แต่ หนญ.ก็ไม่น่าจะพลาดพลั้งได้ง่ายดายแบบนี้เลยง่ะ เสียฟอร์มโม้ดดด

เรื่องความรักคลาสิคของอ้อมหมิงเจิ้งกับองครักษ์เหอฯนี่โรแม้นดีค่ะ เห็นด้วยที่ ผกก.จะให้สองคนนี้ลงเอยกัน เหมาะสมกันมาก ส่วนพี่ลูลู่ 555 หากไม่หาหญิงให้เป็นคู่กันก็ให้อยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกัน จะใจร้ายไปมั้ยเนี่ย

แค่ได้ยิน ผกก.บอกว่าต่อไปเส่เยี่ยต้องช่วยปกป้องตัวเองแล้ว รู้สึกหยองแทนเลยง่ะ แต่ก็ดีเหมือนกัน สิ่งแวดล้อมจะทำให้เส่เยี่ยแกร่งขึ้น ไม่ต้องคอยให้หนุ่มๆคอยปกป้องนะคะ ยังไงก็อวยพรให้เสี่ยเยี่ยคลาดแคล้วจากภัยที่กำลังจะรุมเร้าล่ะนะ


โดย: หลินอี้ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:33:11 น.  

 
ผกก.แต๋มเยี่ยค่ะ ไม่ใช่แค่หนญ.กับฮ่องเต้ไม่เชื่อว่าเป็นพี่น้องกันนะคะ ถึงตอนนี้มลเยี่ยก้อยังไม่เชื่อเลยค่ะว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน กลัวผกก.จะมีอะไรออกมาหักมุมหรือเปล่าว่าทั้งคู่ไม่ใช่พี่น้องกัน



อ้อ...ผกก.แต๋มเยี่ยโปรดยั้งไมตรีให้กับแม่นางเส่เยี่ยด้วยนะคะ อย่าให้โดนรังแกหนักนัก เพราะไม่มีหนุ่มๆ คอยดูอยู่ เจ็บตัวไป ก้อไม่รู้จะไปเรียกคะแนนสงสารจากใคร (ก๊ากกกก)



แม่นางหลินอี้ มลเยี่ยทั้งโปรย ทั้งว่าน แถมปลูกเสน่ห์ใส่คังซื่อไปตั้งเยอะ แต่คังซื่อทำยังไงก้อไม่ยอมหลงเสน่ห์มลเยี่ยเลย เอาแต่เรียกหาแต่เส่เยี่ยอ่ะ วานแม่นางหลินช่วยแนะหน่อยว่ามลเยี่ยควรทำเช่นไร


โดย: มลเยี่ย IP: 203.144.144.164 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:43:06 น.  

 
ขืนแต๋มไม่ให้อ้อมหมิงเจิ้งคู่กะพี่ลูลู่เนี่ย สงสัยซ้อสามเอาตายเลย

มลเยี่ยขี้ระแวงนะเนี่ย ซ้อสี่ไม่ได้วางปมไว้ซับซ้อนขนาดนั้นหรอกค่ะ

แฟนๆ ไม่ต้องห่วงแม่นางเส่เยี่ยหรอกค่ะ เดี๋ยวส่งอ๋าวเทียนลี่ไปดูแล รับรองหึๆๆ

ฮ่องเต้มีเจ้าจอมพระสนมเยอะแล้วนะ แม่นางมลเยี่ยจะยอมเข้าแถวต่อคิวเหรอ หนุ่มๆ ในเรื่องนี้ยังว่างอยู่หลายคน ไม่เปลี่ยนใจเหรอคะ


โดย: realtomtam วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:30:04 น.  

 

ช่วงนี้ซ้ออ้อมไม่อยู่ กว่าจะรู้ ข้าวสารก็กลายเป็นข้าวสุกแล้วไงคะ ผกก. 555 ถ้าไม่ให้คู่กับองครักษ์เหอแล้ว องครักษ์เหอก็คงต้องโดดเดี่ยวต่อไปง่ะ แต่พี่ลู่นี่หลีหญิงได้ต่อไปนา ไม่มีเหงาแน่ๆ

แม่นางมลเยี่ย ซ้อกุก็คิดไม่ค่อยออกเหมือนกันอ่ะ ว่าจะเสนอไอเดียให้แม่นางฝ่าฟันเหล่าสนมในวังเข้าไปยังไง นอกจากว่าต้องปลอมตัวเป็นแม่นางเส่เยี่ยเข้าไปในวัง เมื่อฮ่องเต้ไหลหลงแล้วค่อยเผยตัวไงคะ ทีนี้ฮ่องเต้ก็กลับลำไม่ได้ละ เพราะถลำรักเส่เยี่ยตัวปลอมไปแล้ว พอไหวมั้ยจ๊ะ


โดย: หลินอี้ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:57:28 น.  

 
มลเยี่ยเพิ่งอ่านนิยายจีนของแจ่มใสเรื่อง "ทรราชผู้เลิศล้ำ" จบไปค่ะ

เป็นเรื่องจริงที่ฮ่องเต้มีเจ้าจอมมากถึง 3 วัง 6 ตำหนัก 72 คน
แถมยังมีสนมอีก 3,000 คน แถมทุก 3 ปี ก้อคัดมาใหม่เพิ่มทุกปี พออ่านเรื่องนี้จบก้อเลยเข้าใจเรื่อง คังซี หรือ เอ่อฉุน ขึ้นมาเยอะเลยคะ อย่างคังซีไม่อยากแต่งงานก้อไม่ได้ เพราะไม่งั้นจะถือว่าไม่เป็นผู้ใหญ่พอ และถ้าไม่ออกไปหาสนมเลยก้อไม่ได้ เพราะถือเป็นหน้าที่ที่ต้องสร้างทายาทให้เยอะๆ คะ ไม่งั้นก้อจะโดนขุนนางตำหนิอีก

แต่ดูจากจำนวนเจ้าจอม+นางสนมต่างๆ แล้ว แค่คิดจะไปหาวันละคนกว่าจะเจอทุกคนครบก้อเกินปีแล้ว แต่ถ้าไปหาวันละหลายคน ก้อคงไม่ต้องบริหารงานกันพอดี เลยเข้าใจเลยค่ะว่าทำไมในวัง พวกสนมต้องแย่งชิงกันขนาดนั้น

ซ้อกุกับผกก.จางแต๋มค่ะ มลเยี่ยก้อเลยคิดได้ว่าขอรักคังซื่ออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ก้อได้คะ พอใจที่ได้รักข้างเดียว (กระซิกๆๆๆๆ....นางเอ้กนางเอกเนอะ5555)

ปล.ผกก.ค่ะไม่ต้องส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอ้าวป๋ายมาอยู่เป็นเพื่อนเส่เยี่ยก้อได้นะคะ เริ่มไม่อยากให้เส่เยี่ยได้คะแนนสงสารแล้วล่ะ กลัวใจผกก.จริงๆ เลย


โดย: มลเยี่ย IP: 203.152.13.62 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:20:02 น.  

 
ไม่ได้นะคะ ผกก จะให้ซ้อสามไม่ได้ลงเอยกับพี่ลูลู่ไม่ได้นะ ซ้อสามไม่ยอม ส่วนองค์รักษ์เหอ ปล่อยให้ลงเอยไปกับซ้อกุแล้วกัน หลินกุเหนียงอ่ะ 55



โดย: ซ้อสามขอประท้วง IP: 118.173.75.204 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:13:25 น.  

 

โห...แม่นางอ้อมหมิงเจิ้งโผล่มาได้ไงเนี่ย กะว่าจะตะล่อม ผกก.ให้อ้อมหมิงเจิ้งเป็นคนขององครักษ์เหอแล้วเชียว ถ้างั้นซ้อกุขอรวบสองเลยก็แล้วกัน องครักษ์ทั้งสองหล่อลากดินอยู่แล้ว 7 วัน ให้พี่องครักษ์เหอจันทร์ อังกคาร พอ ส่วนพี่องครักษ์จั๋วนี่พิเศษหน่อย ให้ 5 วันไปเลย ลำเอียงไปมั้ยเนี่ย


โดย: หลินอี้ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:19:29 น.  

 
แม่นางมลเยี่ยคะ จิ้นไม่ค่อยออกเลยค่ะว่าแม่นางนางเอ้กนางเอก จะถูกสนมในวังทั้งสามพันรุมทำร้าย ว่าแต่ 3000 นางสนมเนี่ย เริ่มรู้สึกสงสารคังซื่อแล้วค่ะ แค่ 500 คน ต้องผอมแน่เลยง่ะ จึงขอเสนอแม่นางมลเยี่ยว่า หากรักจริงควรพาคังซื่อหนีออกจากวังดีกว่ามั้ยคะ ช่วบลูกนกลูกกา เป็นห่วงคังซื่ออ่ะค่ะ


โดย: หลินอี้ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:21:41 น.  

 
สนมสามพันคนเนี่ย เปลืองภาษีราษฎรจังเลยค่ะ

แม่นางมลเยี่ย ยุคนี้มันต้อง รักแท้คือการแย่งชิง รักไม่จริงคือการเสียสละ

จ๊ากกกกแล้วใครไปตามแม่นางอ้อมหมิงเจิ้งมาเนี่ย เกือบซวยละ
งานนี้องครักษ์เหอคงต้องแห้วรับประทานไปค่ะ ในเมื่อเจ้าตัวเขาออกปากเองแล้ว

หลินกุจะควบสองเลยเหรอคะ ถ้าทับทิมไฟเขียว ผกก.ก็ไม่ว่าอะไรนะคะ


โดย: realtomtam วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:40:26 น.  

 
เส่เยี่ยได้กลับมาที่หมู่บ้านหลิวอีกครั้ง ฉากที่ทำให้รู้สึกว่าเส่เยี่ยกลับมาแล้วจริงๆ ก็คือฉากที่ลุงชีสู้กับพวกทหาร คือให้ความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เส่เยี่ยต้องพบเจอมาแต่เด็กจนเป็นความคุ้นเคยไปแล้ว เพราะพ่อของนางเป็นชาวยุทธ์ ซ้ำยังต้องหนีพวกทางการที่ตามล่าก็คงมีเรื่องปะทะบ่อยๆ คนอ่านเลยพลอยรู้สึกและสัมผัสถึงความผูกพันในแบบฉบับของพ่อลูกคู่นี้ในแนวทางนี้ พอลุงชีมีเรื่องต่อสู้กับทหารโดยมีเส่เยี่ยนั่งดู ฉากเนี้ยแหล่ะทำให้รู้สึกว่า คนๆ นี้คือครอบครัวของเส่เยี่ย

ฉากลุ้นระทึกในที่สุดก็ได้อ่านแล้ว ทั้งคังซื่อและลุงชีต่างก็ทำใจไม่ได้ที่รู้ว่าตัวเองมีพี่น้องร่วมสายเลือดด้วย เป็นใครก็คงช็อคแหล่ะค่ะ ตอนต่อสู้ก็ลุ้นตามไปด้วยเช่นกัน นี่ถ้าองครักษ์เหอทำร้ายลุงชีไปมากกว่านี้ รับรองว่าแฟนคลับเส่เยี่ยจับองครักษ์เหอไปให้แม่นางทับทิมลงโทษแน่ๆ คอยดู

ตอนที่เส่เยี่ยตัดสินใจสละตัวเอง อูย . . เท่ห์มากค่ะ สมแล้วที่เป็นลูกของจอมยุทธ์ซุนซิ่ง


ที่น่าหมั่นไส้ที่สุดก็อ๋าวป้ายกับหันจุ้น บังอาจจับตัวเส่เยี่ยไป ลองทำให้เส่เยี่ยบาดเจ็บแม้แต่ปลายก้อย แฟนคลับเส่เยี่ยจะส่งลูกชายเจ้าไปทรมานแน่นอน



โดย: O-yohyo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:33:22 น.  

 

แอบน้อยใจท่านลุงชี เส่เยี่ยโดนจับตัวไป แต่สุดท้ายท่านลุงชีก็คือท่านลุงชี ชาติบ้านเมืองและพี่น้องร่วมค่ายต้องมาก่อน . . เฮ้อ แม้เส่เยี่ยจะเข้าใจ แต่แฟนคลับแสนจะทรมานใจเจ้าค่ะ ท่านลุงชีไม่ว่าง งั้นขอ ผกก ช่วยให้แฟนคลับกระโดดเข้าไปปกป้องเส่เยี่ยได้เปล่าคะ ท่านลุงชีจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังไง ซันโหยวไปร่ำเรียนวรยุทธ์มาพอตัว จะให้เตะ ต่อย สบายมากค่ะ ช่วงนี้ก็สะสมกองทับและอาวุธอยู่ กองทัพอ๋าวป้ายอยู่ไม่เป็นสุขแน่


โดย: O-yohyo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:34:11 น.  

 
ศึกชิงนางกำลังจะเกิดแล้ว แต่แม่นางอ้อมหมิงเจิ้นตัดสินใจรวดเร็ว องครักษ์เหอกินแห้วไปตามระเบียบนะเนี่ย


แม่นางหลินช่วงนี้ก็ไม่ได้เจอหน้าองครักษ์จั๋วเลย ก็ฮ่องเต้ไม่ยอมพอองครักษ์จั๋วมาด้วยซะนี่ เห็นด้วยกับ ผกก แต๋ม ให้แม่นางหลินควงสองไปเลยค่ะ องครักษ์เหอและองครักษ์จั๋ว แต่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าแม่นางหลินรักคนไหนมากกว่า ว่าแต่แม่นางทับทิมจะว่ากระไรไหมหนอ


มลเยี่ย . . ท่องไว้ค่ะ น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินยังกร่อน หมั่นหว่านเสน่ห์ใส่คังซื่อเข้าไว้ สักวันแม่นางมลเยี่ยต้องสมหวังแน่ค่ะ


อีกคนนึงที่คิดถึงก็จิวแปะทง หายไปนานแล้วนะ แอบหวังเล็กๆ ว่าจิวแปะทงจะมาช่วยเส่เยี่ยจากอ๋าวป้ายได้ค่ะ ให้จิวแปะทงช่วยซันโหย่วจับอ๋าวเทียนลี่ไปทรมานดีก่า 55


โดย: O-yohyo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:36:31 น.  

 


โดย: O-yohyo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:37:34 น.  

 


โดย: O-yohyo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:38:02 น.  

 
ที่โย่พูดถึงอ๋าวป้ายกับหันจุ้นเนี่ย หุๆๆ มีแนวโน้มว่าจะจริง อ่านแล้วยังแอบตกใจ มารู้พล๊อตเราได้ยังไงกัน 555

เนื่องจากยังหึงพระเอกจากตอนที่แล้ว (ไม่หาย) ก็เลยส่งแม่นางเส่เยี่ยไปไกลๆ จะได้ไม่มีเลิฟซีนให้บาดตาอีก 555 ดังนั้นถึงซันโหย่วจะไปเรียนวรยุทธมา ก็คงเข้าถึงตัวเส่เยี่ยได้ยากหล่ะค่ะ โหะๆๆ

ถึงแม่นางทับทิมอวี้จะยอม แต่ผกก.ไม่อยากให้แม่นางหลินควบสองเลย เสียดายอ่ะ องครักษ์จั๋วก็หล้อหล่อ ใสซื่อ น่ารัก ส่วนองครักษ์เหอก็สเปคเลย วรยุทธสูง สุขุมลุ่มลึก หน้าตาก็ดีด้วย ตกลงว่ายกให้ผกก.แทนก็แล้วกันนะคะ เหอๆๆๆ


โดย: realtomtam วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:44:00 น.  

 
คือว่าโม้ไปเยอะ ตรงไหนที่ตรงกับพล็อตแต๋มเหรอคะเนี่ย คงต้องรอติดตามต่อไป ช่วงนี้ได้แต่ท่องมนต์ให้งานแต๋มไม่ยุ่งมากจนเกินไป พวกเราจะได้อ่านกันอีก


ฮือ . . เส่เยี่ยต้องไปอยู่ที่ไกลๆ เป็นห่วงนะเนี่ย ขอซันโหย่วติดตามไปดูแลเส่เยี่ยได้รึเปล่าคะ สัญญาว่าจะไม่พากลับไปหาคังซื่อหรือลุงชี ให้ ผกก แต๋มต้องหึงแน่นอนค่ะ ระหว่างที่พี่น้องเค้ามีเรื่องต้องเคลียร์ ซันโหย่วจะพาเส่เยี่ยไปท่องเที่ยวก็ได้ ไม่ไว้ใจให้อยู่กับอ๋าวป้ายและหันจุ้น

ถึงจะไม่มีเส่เยี่ย แต่คังซื่อก็มีมลเยี่ยดูแล ลุงชีก็มีหลินกุดูแล พี่ลู่ก็มีอ้อมหมิงเจิ้งดูแล ก็เลยไม่เป็นห่วงค่ะ จะห่วงก็แต่เส่เยี่ยเนี่ยแหล่ะ กระซิก กระซิก


โดย: O-yohyo วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:50:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

realtomtam
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add realtomtam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.