แฟนฟิคชั่น : กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน (The Hero & The King)
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
กระบี่สะท้านฟ้าฯ ตอนที่ 29 หยกล้ำค่า

ความเดิมจากตอนที่แล้ววววววววววววววววโน่นนน

หลังจากเส่เยี่ยออกจากวังหลวงไปแล้ว ฮ่องเต้ก็จับหลินกุเหนียงมาไต่สวนเพื่อให้บอกที่หลบซ่อนของชีเส้าเฟย หลินกุเหนียงปากแข็งไม่ยอมบอก ฮ่องเต้กับองครักษ์จั๋วจึงได้ใช้แผนลวง บีบจนนางยอมบอกความจริงออกมา

ด้านเส่เยี่ย เมื่อขึ้นมาอยู่บนเรือเหลียนอิ๋นแล้วก็มีเรื่องผิดใจกับศิษย์ของชีเส้าเฟยรวมทั้งหัวหน้าสามอ้อมหมิงเจิ้ง เรื่องราวบานปลายใหญ่โต ทำให้ความสัมพันธ์ของทั่งคู่สั่นคลอนไปด้วย เส่เยี่ยรู้สึกน้อยใจชีเส้าเฟย นางพลั้งปากบอกกับเขาว่า อยากกลับบ้าน ชีเส้าเฟยเข้าใจว่าเส่เยี่ยไม่ต้องการอยู่กับตนเองแล้ว จึงรับปากไปส่งนางที่หมู่บ้านหลิว เดือดร้อนกามเทพอย่างลู่เสี่ยวฟงต้องหาแผนการณ์มาประสานรอยร้าวระหว่างคนทั้งคู่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามได้ใน กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน ตอนที่ 29 (ให้เสียงภาษาไทยโดยอินทรีย์)

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ ค่ายเหลียนอิ๋น เช้าวันต่อมา....

หลังจากที่เมื่อคืนเส่เยี่ยไปดูดาวกับลู่เสี่ยวฟง ชายหนุ่มได้ให้นางยืมเสื้อคลุมของเขาไว้ เช้าวันรุ่งขึ้น หญิงสาวจึงหอบเอาเสื้อคลุมของชายหนุ่มหมายจะมาคืนเจ้าของ ลู่เสี่ยวฟงบอกกับนางว่า เขาพักอยู่ที่ท้ายเรือ หญิงสาวเดินมาจนสุดทางเดิน แล้วก็หยุดอยู่หน้าห้องดังกล่าว
"อยู่นี่เอง ห้องหัวมุม" หญิงสาวพูดกับตัวเองแล้วก็ยกมือขึ้นเคาะประตูห้อง ทว่า... นางต้องตกใจ เมื่อพบว่าคนที่เปิดประตูห้องออกมาหาใช่ลู่เสี่ยวฟงไม่
"ท่านลุง..."
"เส่เยี่ย..." ชายหนุ่มเจ้าของห้องเองก็แปลกใจไม่แพ้กัน ทั้งสองต่างยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ" หญิงสาวกล่าวทักทายเขาแบบตะกุกตะกัก
"อรุณสวัสดิ์" ชีเส้าเฟยพยักหน้า
"เจ้ามีอะไรหรือเปล่า" ชายหนุ่มถามแบบเกร็งๆ
"เอ่อ... คือ... ข้าคิดว่า... ห้องนี้คือห้องคุณชายลู่หน่ะค่ะ" หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา ชีเส้าเฟยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดหวัง เขาชี้ไปที่ห้องข้างๆ แล้วบอกว่าลู่เสี่ยวฟงพักอยู่ที่ห้องนั้น เส่เยี่ยพยักหน้าแล้วจึงเดินไปเคาะประตูอีกห้องหนึ่ง ชีเส้าเฟยยังคงมองตามหญิงสาวไม่วางตา จนลู่เสี่ยวฟงเปิดประตูห้องออกมา
"หาววววว มาทำไรแต่เช้าเนี้ยเสี่ยวเยี่ย" ลู่เสี่ยวฟงหาวเสียงดังแล้วก็กล่าวทักทายหญิงสาวอย่างสนิทสนม (เสี่ยวเยี่ย=เส่เยี่ยน้อย)
"นี่!!! ไหนท่านบอกว่าพักอยู่ห้องริมสุดไง!!!" เส่เยี่ยทำหน้าตำหนิใส่ชายหนุ่มทันที
"หา เจ้าฟังผิดหรือเปล่า ข้าบอกว่าข้าพักอยู่ห้องข้างๆ ห้องริมสุดต่างหาก" ลู่เสี่ยวฟงชะโงกหน้าไปเห็นชีเส้าเฟยยืนอยู่ ก็โบกมือทักทาย พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย เพราะเขาเป็นคนตั้งใจบอกห้องเส่เยี่ยผิดเอง
"แล้วนี่ คิดถึงข้าจนรอไม่ไหว ต้องมาหาแแต่เช้าเลยงั้นหรือ" ลู่เสี่ยวฟงลูบหนวดยิ้มกรุ้มกริ่ม พร้อมทั้งเหล่ไปดูปฏิกิริยาของหัวหน้าใหญ่
"บ้าสิ ข้าแค่จะเอาเสื้อมาคืนท่านเท่านั้น" หญิงสาวโยนเสื้อคลุมให้กับชายหนุ่ม
"แค่นี้ไม่เห็นต้องมาแต่เช้าเลย คิดถึงข้าก็บอกเถอะ นี่ รอแป๊บนึงนะ ข้าแต่งตัวก่อน เดี๋ยวออกไปเที่ยวด้วย"
"อ่ะ... เดี๋ยว..." หญิงสาวกำลังจะปฎิเสธแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ลู่เสี่ยวฟงพูดจบ ก็ปุบปับปิดประตูห้องไป ส่วนชีเส้าเฟยซึ่งยืนมองเส่เยี่ยอยู่ รู้สึกว่าตนเองกำลังเสียมารยาท จึงปิดประตูกลับเข้าห้องไป ในใจของชายหนุ่มรู้สึกว้าวุ่น ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตนเองไม่พอใจที่เห็นเส่เยี่ยสนิทสนมกับลู่เสี่ยวฟงเช่นนี้

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ ตำหนักใน วังหลวง

องครักษ์เหอและคังซื่อเตรียมออกเดินทางไปหาเส่เยี่ย จั๋วอี้หังกับองครักษ์อีกสิบคนมายืนรออยู่หน้าพระตำหนัก พอคังซื่อเห็นทหารองครักษ์คนอื่นก็ไล่พวกเขาไปหมด บอกว่าแค่องครักษ์จั๋วคนเดียวก็พอแล้ว เพราะฮ่องเต้ต้องการปิดการเดินทางครั้งนี้เป็นความลับ หากองครักษ์หลายคนหายไปพร้อมๆ กัน คนจะสงสัยได้ โดยเฉพาะองค์ไทเฮา จั๋วอี้หังให้ความเห็นว่าเขาเป็นคนสนิทของไทเฮา หากเขาหายไปจะยิ่งน่าสงสัย ดังนั้นจึงขอฮ่องเต้อยู่ที่วังหลวง ฮ่องเต้ก็รับปาก แต่จั๋วอี้หังยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอร้องผู้เป็นนาย
"มีอะไรอีกอย่างนั้นหรือจั๋วอี้หัง" คังซื่อที่กำลังรีบเริ่มมีสีหน้าหงุดหงิด
"เอ่อ.. คือ.. หม่อมฉันอยากขอร้องฝ่าบาทเรื่อง... เรื่องแม่นางหลินพะยะค่ะ"
"ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง เราเป็นกษัตริย์พูดคำไหนก็คำนั้น ในเมื่อเราสัญญาว่าจะปล่อยนางไป เจ้าก็ไปปล่อยนางเถิด"
"จริงหรือพะยะค่ะ ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระทัยฝ่าบาท" จั๋วอี้หังยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
"ดูเจ้าเป็นห่วงเป็นใยนางเหลือเกินนะ ข้าขอเตือนว่าผู้หญิงเป็นต้นเหตุแห่งความเดือดร้อน อยู่ยิ่งไกลยิ่งดี" องครักษ์เหอเห็นรุ่นน้องแล้วก็กล่าวเตือนอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบ แต่คังซื่อกลับไม่คิดเช่นนั้น เขารู้สึกชื่นชมในความรักของคนทั้งคู่ หลินกุเนียงยอมตายแต่ไม่ยอมขายเพื่อน แต่พอเห็นจั๋วอี้หังถูกทรมานกลับยอมบอกความจริงในที่สุด
"องครักษ์เหอ ใช่ว่าบุรุษทุกคนจะเข้มแข็งเหมือนกับเจ้าหรอกนะ" ฮ่องเต้กล่าว องครักษ์เหอก็ยิ้มรับ ความจริงเขาเองเคยมีความรัก แต่เปล่าประโยชน์ที่จะพูดออกไป ในเมื่อเขากับสตรีนางนั้น ตอนนี้เหมือนอยู่คนละโลก
"เอาหล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ทางนี้ฝากเจ้าด้วยแล้วกัน" ฮ่องเต้กล่าวกับจั๋วอี้หังแล้วก็จากไปพร้อมกับองครักษ์เหอ

ขณะเดียวกัน ที่มุมอีกด้านหนึ่งของพระตำหนัก อ๋าวเทียนเจียวตั้งใจจะนำผลไม้มาถวายฮ่องเต้ บังเอิญเห็นเหตุการณ์เข้า จึงเข้าใจผิดคิดว่าฮ่องเต้กำลังรวบรวมบรรดายอดฝีมือเพื่อดำเนินการบางอย่าง หญิงสาวไม่รอช้ารีบนำเรื่องนี้ไปบอกกับบิดาของตน พวกลิ่วล้อของอ๋าวป้าย ได้แก่ เยี่ยปี้หลง เสนาบดี อ๋าวเทียนลี่ ลูกชายคนโต และหันจุ้น มือปราบหลวง ต่างพากันยั่วยุอ๋าวป้ายว่า ฮ่องเต้อาจจะคิดการใหญ่กำจัดอ๋าวป้าย ด้วยความทรนงของอ๋าวป้าย มันย่อมไม่กลัวฮ่องเต้อยู่แล้ว หากแต่คนที่มันกลัวก็คือองค์ไทเฮา คนทั้งวังหลวงต่างรู้ดีว่าไทเฮาไม่ชอบอ๋าวป้ายและคิดจะกำจัดเขามาโดยตลอด อ๋าวป้ายเองก็อดสงสัยไม่ได้ที่ป่านนี้แล้ว ไทเฮายังไม่พูดถึงพิธีคืนอำนาจอีก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเร่งที่จะคืนพระราชอำนาจการปกครองให้ฮ่องเต้

โบราณกล่าวว่า ผืนน้ำที่สงบนั้น มักจะไหลเชี่ยวอยู่เบื้องล่าง หากไทเฮาร่วมมือกับฮ่องเต้จริง ก็ถือเป็นศัตรูที่น่ากลัวของเสนาบดีทุกคน

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ คุกหลวง

ผู้คุมคนหนึ่งนำอาหารมาให้หลินกุเหนียง เมื่อเห็นว่าลับตาคนมันคิดจะลวนลามหญิงสาว จึงโดนหลินกุเหนียงซัดฝ่ามือนางพญาเข้าไปเต็มๆ หน้า ตอนนี้หน้าของมันกลายเป็นรอยนิ้วสีแดง

"นังตัวดี!!! กล้าตบข้างั้นเหรอ!!!"
"ข้าตบสั่งสอนเจ้า ยังไม่ขอบคุณข้าอีก" หญิงสาวเถียงอย่างไม่กลัวเกรงบุรุษตรงหน้า
"ปากดีนักนะ ดี... ข้าจะฆ่าเจ้าก่อนแล้วค่อยขืนใจ!!!" ทหารชั่วพูดขู่แล้วก็เดินเข้าไปหาหญิงสาว
"หยุดนะ!!!" จั๋วอี้หังเดินเข้ามาห้ามพอดี (โหะๆ พระเอกมาทันเวลาตลอด)
"โอวววว องครักษ์จั๋วท่านเข้ามาถึงที่นี่ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า" ผู้คุมเห็นจั๋วอี้หังก็รีบกลับลำเข้าไปประจบเขาทันที
"ข้าจะพานางไป" จั๋วอี้หังตอบพร้อมกับส่งหนังสือของฮ่องเต้ให้ผู้คุม
"อ๋อที่แท้ก็จะพามันไปประหารแล้ว นังนี่มันฤทธิ์เยอะ ท่านองครักษ์ต้องระวังให้มากนะขอรับ" ผู้คุมพูดจบก็มองไปที่หลินกุเหนียง หญิงสาวฟังแล้วก็อารมณ์เดือดขึ้นมาทันที
"คนชั่ว!!! ถ้าข้าตาย เจอแม่เจ้าในนรก ข้าจะเล่าความเลวของเจ้าให้นางฟัง!!!"
"ปากเสียนักนะนังตัวดี แม่ข้ายังไม่ตาย!!!" ผู้คุมตวาดเสียงดัง
"อ๋องั้นเหรอะ มีลูกอย่างเจ้า เป็นข้าคงฆ่าตัวตายไปนานแล้ว" หญิงสาวตวาดกลับ
"นี่เจ้า!!!" ผู้คุมฟังแล้วก็บันดาลโทสะจะเข้าไปทำร้ายหลินกุเหนียง
"หยุดนะ ต่อหน้าข้า เจ้ากล้าทำร้ายนักโทษเหรอ" จั๋วอี้หังหันไปตวาดใส่ผู้คุม
"โธ่... องครักษ์จั๋ว ท่านก็ได้ยินที่นางพูด นางว่าแม่ข้านะ" ผู้คุมรีบแก้ตัว
"ก็เจ้าจะทำร้ายนางก่อน เรื่องนี้ข้ายังไม่ได้เอาความกับเจ้าเลยนะ" พอเห็นว่าจั๋วอี้หังเอาจริง ผู้คุมก็รีบเข้าไปเกาะแขนเกาะขา ขอร้องไม่ให้จั๋วอี้หังรายงานผู้บังคับบัญชาของตน
"ไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็นดีกับข้าหรอก ยังไงท่านกับมันก็เป็นพวกเดียวกัน" หลินกุเหนียงหางตามองจั๋วอี้หัง นางไม่นึกเลยว่าพี่จั๋วที่ใจดีของนางจะร่วมมือกับฮ่องเต้มาหลอกนาง ที่แท้แล้วคนในวังก็หล่อ เอ๊ยเลวเหมือนกันหมด
"แม่นางหลิน ข้าไม่ได้มาเพื่อเถียงกับเจ้านะ เอาหล่ะตามข้ามา" จั๋วอี้หังว่าแล้วก็ทำท่าเดินนำออกไป
"ท่านจะพาข้าไปไหน" หญิงสาวยังไม่ยอมตามเขาไป
"ตอนนี้ยังบอกไม่ได้" ชายหนุ่มหันมาตอบ
"ทำไมบอกไม่ได้ หรือว่าท่านจะพาข้าไปประหาร แต่ไม่กล้าพูด" หญิงสาวพูดด้วยน้ำตาคลอ แต่ก็กลั้นมันเอาไว้ ไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็น จั๋วอี้หังไม่อยากอธิบายอะไรมาก จึงเข้าไปคว้าแขนของหญิงสาวแล้วพานางเดินออกมา

หลินกุเหนียงยังคงโกรธเขาอยู่ นางไม่ยอมพูดอะไรเลยตลอดทาง จนกระทั่งทั้งคู่ก้าวพ้นประตูวังหลวงออกมา
"อะไรกัน นี่ใจคอท่านจะฆ่าข้าตรงนี้ แล้วประจารหน้าประตูเมืองเลยหรือไง"
"ฆ่าเฆ้ออะไรกัน ใครบอกว่าข้าจะฆ่าเจ้า"
"ก็ท่านพาข้าออกมาที่นี่ ไม่ได้จะพามาประหารงั้นเหรอ"
"ก็ไม่ใช่หน่ะสิ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปล่อยเจ้าแล้ว"
"ปล่อยข้าเหรอ" หลินกุเหนียงอ้าปากกว้าง
"อืมใช่ ตอนนี้เจ้าเป็นอิสระแล้ว" หญิงสาวทำหน้าไม่เชื่อ ไม่รู้ว่าจั๋วอี้หังคราวนี้จะมาไม้ไหนอีก จะมีแผนการณ์อะไรอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้
"ออ... ข้ารู้แล้ว นี่เป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำของพวกท่านใช่ไหม ปล่อยข้าเพื่อให้ข้านำทางไปหาชีเส้าเฟย เห๊อะ... ดูท่างานนี้ฮ่องเต้ของท่านคงจะเสียเวลาเปล่าแล้ว เพราะข้าไม่รู้จริงๆ ว่าพี่เส้าเฟยกับแม่นางเส่เยี่ยอยู่ที่ไหน"
"เจ้าพูดเรื่องอะไรเนี่ย ตอนนี้ฝ่าบาทไม่ได้อยู่ในวังหลวง ทรงเสร็จออกไปหมู่บ้านหลิวกับองครักษ์เหอตั้งแต่เช้าแล้ว ใครจะไปสะกดรอยเจ้ากัน"
"หานี่ฮ่องเต้ออกไปหาแม่นางเส่เยี่ยเองเลยงั้นเหรอ" องครักษ์จั๋วพยักหน้า หลินกุเหนียงเริ่มใจไม่ดี เกิดฮ่องเต้ไปเจอพวกชีเส้าเฟยที่หมู่บ้านหลิวจริงๆ นางต้องซวยแน่ๆ ที่บอกความลับนี้ออกไป
'ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบหาทางส่งข่าวให้พวกนั้นรู้' หญิงสาวคิด
"ในเมื่อท่านปล่อยข้าแล้ว ข้าก็จะไปแล้วนะ" หลินกุเหนียงกล่าว ชายหนุ่มก็พยักหน้ารับ ในใจของเขาก็รู้สึกเศร้าๆ เหมือนกันที่จะต้องจากนาง หลินกุเหนีงมองหน้าจั๋วอี้หังแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจเช่นกัน นี่นางจะต้องจากเขาไปแล้วจริงๆ หรือ นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ช่วงเวลาที่อยู่กับเขาเป็นช่วงเวลาที่นางมีความสุข
"นี่ข้าบอกไว้ก่อน ข้าไปแล้วก็จะไม่กลับมาแล้วนะ" คนพูดๆ เหมือนขู่ จั๋วอี้หังก็พยักหน้ารับ
"ข้าไปแล้วจริงๆ นะ" (พี่จั๋วนี่ท่านจะไม่ง้อข้าหน่อยเหรอ)
"งั้นข้าไปหล่ะ" หญิงสาวพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
"เดี๋ยวก่อน!!!" ชายหนุ่มเรียก หลินกุเหนียงเห็นเขาเรียกก็แอบยิ้มด้วยความดีใจ แต่หันกลับมาทำหน้าเฉยๆ
"มีอะไร" นางเก๊กหน้าขรึมสุดๆ
"เชือกที่มือเจ้ายังไม่ได้แกะออกเลย" หลินกุเหนียงก้มลงดูมือตัวเองก็พบว่ายังถูกมัดไว้อยู่ จั๋วอี้หังเดินเข้ามาใกล้ แล้วก็แกะเชือกให้หญิงสาว (จริงๆ องครักษ์จั๋วใช้มีดสั้นหั่นทีเดียวก็ออกแล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะใช้มือแกะให้นาง ทำให้ทั้งสองได้มีโอกาสใกล้ชิดกันอีกครั้ง) พวกเขาต่างคนต่างแอบมองกัน แต่ก็ไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย (โอววว)
"เอาหล่ะ ที่นี้ก็ไปได้แล้ว" พอชายหนุ่มแกะเชือกเสร็จ ก็พูดกับนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หญิงสาวยืนนิ่งเหมือนไม่อยากจากไป
"เป็นอะไรไปน้องหลิน... ข้ายังเรียกเจ้าว่าน้องหลินได้ใช่ไหม" คนถามเสียงแผ่ว หลินกุเหนียงฟังแล้วก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
"ข้าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่อยากจากท่าน แต่ข้าก็โกรธท่านด้วย ทำไมต้องร่วมมือกับฮ่องเต้มาหลอกข้า" หญิงสาวระบายความคับข้องใจอย่างไม่อาย
"ที่ข้าทำไปเพราะสุดวิสัย ตอนนั้นฮ่องเต้โกรธมาก ถ้าข้าไม่ร่วมมือ เจ้าอาจจะเดือดร้อนไปด้วย ข้าไม่อยากให้เจ้ามีอันตราย ก็เลยต้องหลอกเจ้าแบบนั้น"
"ข้าขอโทษนะน้องหลิน" จั๋วอี้หังก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด หลินกุเหนียงมองหน้าเขาแล้วน้ำตาก็ไหล
"หวังว่าเจ้าจะจดจำข้าที่เป็นพี่จั๋วของเจ้า ไม่ใช่องครักษ์จั๋วที่หลอกเจ้า" จั๋วอี้หังเอามือเกลี่ยน้ำตาที่แก้มของหญิงสาวแล้วยิ้มให้นาง หลินกุเหนียงเช็ดน้ำตาแล้วก็พยักหน้ารับ จั๋วอี้หังไม่อยากจะถ่วงเวลาอีกต่อไป จึงบอกให้นางรีบเดินทาง
'โชคดีนะหลินกุ หวังว่าวันนึงคงได้เจอเจ้าอีก แต่หากวันนั้นมาถึง ขอข้าเลือกที่จะไม่เจอเจ้าดีกว่า เพราะเราอาจเป็นศัตรูกัน ข้าไม่อยากเป็นคนที่จับเจ้าเลยจริงๆ' ชายหนุ่มคิด...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ เรือเหลียนอิ๋น สองหนุ่มสาวนั่งตกปลาอยู่บนขอบเรือ

"นี่ๆ ท่านตกปลาเป็นจริงหรือเปล่า ข้านั่งมาหนึ่งชั่วยามแล้วนะ ยังไม่เห็นได้ปลาซักกะตัวเดียว" เส่เยี่ยนั่งเอามือเท้าคาง มืออีกข้างก็ถือเบ็ดไม้ไว้
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ตอนนี้เหยื่อยังไม่มา เจ้ารอก่อน" ลู่เสี่ยวฟงมือถือเบ็ด แต่ตากลับคอยสอดส่องดูว่าเมื่อไหร่ชีเส้าเฟยจะเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ เส่เยี่ยนั่งเบื่อๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็หยิบหยกของชีเส้าเฟยขึ้นมาดู พรุ่งนี้นางก็ต้องจากเขาแล้วสินะ
"หยกอะไรเหรอ สวยดีนิ" ลู่เสี่ยวฟงถือวิสาสะแย่งหยกมาจากมือของหญิงสาว
"นี่ท่าน..."
"โอวโหหหหห ของดีนี่ ไปเอามาจากไหนกัน"
"ของเพื่อนข้าหน่ะ ข้าขอคืนเถอะ" เส่เยี่ยเอื้อมมือจะหยิบหยกคืน แต่ลู่เสี่ยวฟงก็หลบด้วยความว่องไว
"ของเพื่อนจริงๆ เหรอ ทำไมดูเจ้าหวงมันจังเลย" คนแกล้งยิ้ม พลันหันไปเห็นชีเส้าเฟยเดินมาแต่ไกลพอดี
"อย่าเล่นเลย ขอข้าคืนเถอะ" เส่เยี่ยทำหน้าเครียด ลู่เสี่ยวฟงก็ยิ่งได้ใจ
"เอางี้ หอมแก้มข้าทีนึงก่อนแล้วข้าจะคืนให้นะ" คนพูดยื่นหน้าไปใกล้ๆ หญิงสาว เขาจงใจให้ชีเส้าเฟยเห็น แล้วก็ได้ผล ชีเส้าเฟยเห็นลู่เสี่ยวงกับเส่เยี่ยก็หยุดเดินแล้วแอบดูอยู่ห่างๆ
"ไม่งั้น ข้าจะโยนทิ้งทะเลหล่ะนะ" ลู่เสี่ยวฟงทำท่าจะโยนหยกลงไปในน้ำ
"อย่านะ" เส่เยี่ยรีบเข้าไปห้าม
"หนึ่ง"
"สอง"
"สาม"
"ตุ๋ม..." แล้วลู่เสี่ยวฟงก็โยนมันลงไปในน้ำจริงๆ หยกจมหายไปในทะเลทันที
"นี่ท่าน!!!!!!!!!!!!!" เส่เยี่ยตกใจจนหน้าซีด
"คุณชายลู่ท่านรู้ไหมว่าทำอะไรลงไป!!!" ตอนนี้นางแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว หยกชิ้นนี้เป็นของชีเส้าเฟย และเป็นหลักฐานเดียวที่จะบอกชาติกำเนิดของชีเส้าเฟยได้
"ท่านรู้ไหมว่ามันสำคัญกับข้ามากขนาดไหน!!!" เส่เยี่ยพูดจบก็ถอดรองเท้าทำท่าจะกระโดดลงไปในทะเล
"เฮ้ยๆ แม่นางเส่เยี่ย นี่เจ้าจะทำอะไร" ลู่เสี่ยวฟงรีบเข้าไปคว้าตัวนางไว้
"ถอยไปนะ ข้าจะไปเอาหยกของข้าคืน" เส่เยี่ยหน้าตาขึงขังท่าทางเอาจริง
"ใจเย็นๆ ก่อน ก็มันไม่ได้ตกไปในน้ำ เอานี่ อยู่นี่ไง" ลู่เสี่ยวฟงจับมือเส่เยี่ยขึ้นแล้วก็ส่งหยกคืนให้นาง ที่แท้เขาเอาหยกสลับกับก้อนหินแล้วแกล้งโยนมันลงน้ำให้เส่เยี่ยเข้าใจผิด
"หยกของข้า!!!" เส่เยี่ยรับมันมาแล้วก็กำไว้แนบอก
"คนบ้า ทำไมต้องแกล้งข้าด้วย ท่านรู้ไหมว่าหยกนี่สำคัญกับข้ามากแค่ไหน" พอนึกขึ้นได้ เส่เยี่ยก็ตีลู่เสี่ยวฟงไปหลายที
"เมื่อกี้ไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว ทำไมเจ้าถึงได้หวงมันนัก อย่าบอกนะว่าเป็นเถ้าแก่ใหญ่ที่วังหลวงให้มา" ลู่เสี่ยวฟงทำท่างอน เขารู้สึกหวงเส่เยี่ยแทนหัวหน้าใหญ่ของตน
"ทำไมท่านถึงได้คิดว่าหยกชิ้นนี้มาจากวังหลวงหล่ะ ท่านดูหยกเป็นด้วยเหรอ" เส่เยี่ยอยู่ๆ ก็เกิดแปลกใจขึ้นมา
"ก็หยกเนื้อดีขนาดนี้ แถมยังมีลายมังกรอยู่ข้างบนด้วย ไม่ใช่ของวังหลวงแล้วจะเป็นของที่ไหน ไม่เห็นจะเดายากตรงไหนเลย" ลู่เสี่ยวฟงตอบเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร
"จริงด้วย ทำไมข้าไม่เคยสังเกตนะ เหมือนลายมังกรจริงๆ ด้วย" เส่เยี่ยก้มดูหยกด้วยความตื่นเต้น
"ได้ยินมาว่าเชื้อพระวงศ์แต่ละพระองค์จะมีหยกประจำตัวที่ไม่เหมือนใคร ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า" หญิงสาวถาม
"หา.. ถามข้าแล้วข้าจะไปถามใครหล่ะ เรื่องแบบนี้ข้าไม่รู้หรอก ถ้าเจ้าอยากรู้จริงๆ ก็ไปถามพี่รองโน่น"
"หัวหน้ารองของท่านจะรู้งั้นหรือ"
"รู้สิ ไม่ว่าจะเรื่องวังนอกวังใน นอกยุทธภพในยุทธภพ เขารู้ไปหมดทุกเรื่องนั่นแหละ ตั้งแต่รู้จักกันมา ข้ายังไม่เคยเห็นเขาไม่รู้เรื่องไหนเลย " ลู่เสี่ยวฟงกล่าวอย่างมั่นใจ กงซุนเช่อเป็นคนที่ทั้งฉลาดและกว้างขวาง ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถสอบจอหงวนบุ๋นที่หนึ่งได้
"คุณชายลู่ งั้นข้ารบกวนท่านเรื่องหนึ่งได้ไหม"
"เรื่องอะไร"
"ท่านต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่นำเรื่องนี้ไปบอกใคร" เส่เยี่ยหรี่เสียงลง
"หือ" ลู่เสี่ยวฟงเริ่มลังเล
"นี่ว่าไง จะช่วยหรือไม่ช่วย" เส่เยี่ยทำเสียงดุ
"ก็ได้ๆ เจ้ามาว่าเถอะ" ชายหนุ่มจำต้องรับปาก
"ข้าวานท่านไปถามหัวหน้ารองของท่านเกี่ยวกับหยกชิ้นนี้ได้ไหม"
"อะไรกัน แค่หยกชิ้นเดียว ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ด้วย" ลู่เสี่ยวฟงหยิบหยกของเส่เยี่ยมาพิจารณา แล้วก็เริ่มสงสัยถึงที่มาของมัน
"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่ว่าเรื่องนี้สำคัญถึงความสงบของบ้านเมือง ขอร้องท่านอย่านำเรื่องนี้ไปบอกใคร"
"หา... เรื่องใหญ่ขนาดนั้นเชียว เจ้าไม่น่ามาบอกข้าเลย"
"ตกลงท่านจะช่วยข้าหรือเปล่า"
"โธ่... ข้า..." ลู่เสี่ยวฟงแกล้งทำท่าอิดออด
"นี่เมื่อกี้ท่านรับปากข้าไปแล้วนะ" เส่เยี่ยทำหน้าบึ้งใส่เขา
"ก็ได้ๆ แต่ว่า..." ชายหนุ่มยิ้มแบบมีเลศนัย
"แต่ว่าอะไรอีกเล่า"
"ต้องให้ข้าแกล้งเจ้าก่อน"
"แกล้งข้าเหรอ" ลู่เสี่ยวฟงทำท่าเหมือนเสือจะขย้ำเหยื่อ เส่เยี่ยก็รีบวิ่งหนี กลายเป็นว่าสองคนวิ่งไล่จับกันเหมือนเด็กๆ จึงไม่ทันสังเกตว่าอ้อมหมิงเจิ้งเดินหอบม้วนหนังแกะกองใหญ่ขึ้นมาทางนี้
"โครม..." เส่เยี่ยหันมาอีกทีก็ชนอ้อมหมิงเจิ้งจนข้าวของกระจัดกระจาย
"ซวยแล้ว!!!" ลู่เสี่ยวฟงรีบยกมือขึ้นปิดหน้า
"นี่พวกเจ้าว่างกันมากใช่ไหม ถึงได้มาเล่นไล่จับกันแบบนี้" อ้อมหมิงเจิ้งไม่รอช้าองค์ลงใส่สองคนทันที
"แม่นางหงเผาข้าขอโทษนะ มาข้าจะช่วยเก็บ" เส่เยี่ยหน้าซีด รีบวิ่งเข้าไปช่วยอ้อมหมิงเจิ้งเก็บม้วนหนังแกะ
"ไม่ต้อง!!!" อ้อมหมิงเจิ้งปัดมือของหญิงสาวออกแล้วเก็บของต่อเอง
"นี่ๆๆ หงเผาคนเขาก็ขอโทษแล้วจะเอายังไงอีก" ลู่เสี่ยวฟงอดไม่ได้ รีบเข้ามาปกป้องเส่เยี่ย ทำให้อ้อมหมิงเจิ้งยิ่งอารมณ์เสียเข้าไปอีก
"ข้าว่าอะไรนางสักคำหรือยัง!!! นี่มันเวลาเท่าไหร่แล้ว!!! เรามีเรื่องใหญ่ต้องทำแต่เจ้ากลับมาวิ่งไล่จับสาวแบบนี้ ไม่ให้ข้าโกรธได้เหรอ!!!" อ้อมหมิงเจิ้งเสียงดัง นางชักสีหน้าใส่ลู่เสี่ยวฟงจนเขากลัวต้องไปยืนหลบอยู่หลังเส่เยี่ย พออ้อมหมิงเจิ้งเดินลงไปแล้ว เส่เยี่ยก็หันมาตีแขนลู่เสี่ยวฟงดังเผลียะ
"โอ๊ย!!! เจ้าตีข้าทำไมอ่ะ"
"ก็เพราะท่านคนเดียวนั่นแหละ ดูสินางโกรธไปแล้ว"
"ผู้หญิงนี่เอาใจยากชะมัด"
"เผลียะ!!!"
"โอ๊ย!!! เจ้าตีข้าอีกทำไมหล่ะ"
"ก็ข้าหมั่นไส้ท่านนี่หน่า ทำไมต้องมาว่าผู้หญิงด้วย"
"โอ๊ยไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว พวกผู้หญิงนี่ดุเหมือนกันหมดทุกคน ข้าไปทำงานดีกว่า บ๊ายบาย" ลู่เสี่ยวฟงโบกมือให้เส่เยี่ยแล้วก็เดินลงจากดาดฟ้าไป เขาเหลือบมองไปอีกทางก็พบว่าชีเส้าเฟยยังแอบดูเหตุการณ์อยู่ ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องว่าแผนของตนสำเร็จ ฝ่ายชีเส้าเฟยรอจนลู่เสี่ยวฟงเดินไปแล้ว เขาเห็นเส่เยี่ยยืนอยู่คนเดียวก็อยากจะเข้าไปพูดคุยกับนาง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ
'นางคงไม่อยากพูดกับคนน่าเบื่ออย่างข้าหรอก' ชายหนุ่มคิดแล้วก็เดินลงจากดาดฟ้าไป

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ ห้องประชุม บนเรือเหลียนอิ๋น

วันนี้บรรยากาศในห้องประชุมค่อนข้างอึมครึม เพราะชีเส้าเฟยกับอ้อมหมิงเจิ้งดูอารมณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ กงซุนเช่อสรุปเรื่องหาเสบียงแล้วก็แบ่งกำลังออกเป็นสองฝ่าย ก่อนจะแจ้งเรื่องที่จะส่งเส่เยี่ยกับหัวหน้าใหญ่ที่หมู่บ้านหลิวให้ทุกคนทราบ
"เอาหล่ะ งั้นก็เอาตามนี้ พรุ่งนี้เช้าเราขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านหลิวก่อน ห้าวันหลังจากนั้นทุกคนค่อยไปเจอกันที่ท่าเรือเมืองหลิงโจว" กงซุนเช่อกล่าว
"ตกลง" ทุกคนพยักหน้ารับ
"งั้นข้าขอตัวก่อนนะ" ชีเส้าเฟยเป็นคนแรกที่ลุกเดินออกไป บรรดาศิษย์พากันมองตามเหมือนกับรู้ว่าหัวหน้าใหญ่อารมณ์ไม่ดี
"ข้าก็ขอตัวด้วย" จากนั้นอ้อมหมิงเจิ้งก็ลุกออกไปเป็นคนที่สอง ทีนี้กงซุนเช่ออดไม่ได้ต้องหันมาพูดกับลู่เสี่ยวฟงที่นั่งอยู่ข้างๆ
"นี่เจ้ารู้สึกหรือเปล่าว่าหัวหน้าใหญ่กับหงเผาอารมณ์ไม่ดี"
"อือๆ" ลู่เสี่ยวฟงพยักหน้า
"เจ้าไม่รู้สึกแปลกใจบ้างเลยเหรอ"
"อืมมม กับหัวหน้าใหญ่หน่ะข้าไม่รู้สึกแปลกใจหรอก ข้ารู้ว่าเขาอารมณ์เสียเพราะอะไร แต่หงเผาเนี่ยสิ ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา อารมณ์เสียแต่เช้าเลย"

ลู่เสี่ยวฟงรอจนคนอื่นออกไปหมดแล้วจึงได้หยิบหยกของเส่เยี่ยขึ้นมาถามกงซุนเช่อ
"พี่รอง ข้ามีเรื่องหนึ่งจะรบกวนท่านหน่ะ"
"เจ้ามีอะไรงั้นหรือ"
"ท่านช่วยข้าดูหยกชิ้นนี้หน่อยได้ไหม" ลู่เสี่ยวฟงส่งหยกของเส่เยี่ยให้กงซุนเช่อดู
"อืม หยกดีนี่ เจ้าไปเอามาจากไหน"
"ตอนนี้ยังบอกท่านไม่ได้ ว่าแต่ท่านดูออกหรือเปล่าว่ามันเป็นของจากที่ไหน"
"ไม่ยากๆ หยกนี่น่าจะมาจากตำหนักใน"
"หือ ท่านรู้ได้ไงอ่ะ"
"เนื้อหยกสีเขียวละเอียดแบบนี้ไม่ใช่ของภาคกลางแน่ หยกแบบนี้หายากมากแล้วก็ราคาสูงมากด้วย โดยมากพวกหัวเมืองจะส่งมาเป็นของบรรณาการถวายแด่ฮ่องเต้หรือไม่ก็ฮองเฮา" กงซุนเช่ออธิบาย
"โหววววววว ขนาดนั้นเชียว" ชายหนุ่มอ้าปากค้าง ทึ่งกับความรอบรู้ของกงซุนเช่อ แค่ดูเนื้อหยกก็รู้แล้วว่ามาจากที่ไหน
"ว่าแต่ท่านพอจะดูออกไหมว่ามันเป็นหยกของฮ่องเต้พระองค์ไหน"
"ใครบอกเจ้าว่ามันเป็นหยกของฮ่องเต้เล่า"
"ไม่ใช่เหรอ นี่ไงรูปมังกรชัดๆ"
"ไม่ใช่ รูปสลักด้านบนนี้ดูเผินๆ แล้วคล้ายกับรูปมังกร แต่ถ้าเจ้าดูให้ดี นี่คือกลีบของดอกเบญมาศต่างหาก"
"หา... ดอกเบญมาศเหรอ ข้ามองตั้งนานยังนึกว่าเป็นรูปมังกรเลย พี่รองท่านเก่งจัง"
"ข้าไม่ได้เก่งหรอก ก็แค่พูดไปตามตำราที่เคยอ่านมาเท่านั้น ปกติฮ่องเต้และฮองเฮาแต่ละพระองค์จะมีตราลัญจกรที่แตกต่างกันไป น่าเสียดายที่หยกอันนี้หักไปครึ่งหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็จะสามารถบอกได้ว่าหยกชิ้นนี้เป็นของใคร"
"สรุปว่าท่านก็บอกไม่ได้ว่ามันเป็นของใคร"
"อืม แต่ถ้าจะให้ข้าเดาหล่ะก็ หยกชิ้นนี้น่าจะเป็นของอดีตฮองเฮาหรือว่าไทเฮาองค์ปัจจุบัน"
"หืออออออ ไหนท่านบอกว่ามันหักครึ่งหนึ่งแล้วดูไม่ออกไง แล้วทำไมท่านถึงได้คิดว่ามันเป็นหยกของไทเฮาหล่ะ"
"ประการแรก ดอกเบญมาศเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวฮองเฮา ฮองเฮาองค์ปัจจุบันเพิ่งสถาปนาไปเมื่อเดือนที่แล้ว นางยังไม่มีตราลัญจกร หยกชิ้นนี้จึงไม่ใช่ของนาง ประการที่สอง คำนวนจากรูปแบบการสลัก น้ำหนัก แล้วก็รอยแตก หยกชิ้นนี้ดูยังไงก็อายุไม่น่าเกินสามสิบปี ข้าถึงได้เดาว่ามันเป็นของอดีตฮองเฮาอย่างไรหล่ะ"
"โอววววววโหวววว สุดยอดเลยพี่รอง"
"นี่น้องสี่เจ้าไปเอาหยกชิ้นนี้มาจากไหนกันแน่ ขโมยของวังมันเรื่องใหญ่นะ" กงซุนเช่อเตือนด้วยความเป็นห่วง
"หยกนี่ไม่ใช่ของข้าหรอก คนที่ฝากข้ามาถามท่าน เขาไม่สะดวกเปิดเผยตัว หวังว่าพี่รองจะช่วยเก็บเป็นความลับให้ด้วย"
"ข้าหล่ะเป็นห่วงเจ้าจริงๆ เกรงว่าจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องที่ใหญ่เกินตัว หากเพื่อนเจ้ามีปัญหาอะไรก็ให้เขามาปรึกษากับข้าเถอะ อย่าได้ทำอะไรวู่วามหล่ะ"
"ข้ารู้แล้วพี่รอง ยังไงก็ขอบคุณท่านมากนะ งั้นข้าขอตัวก่อนแล้วกัน" ลู่เสี่ยวฟงพูดจบก็รีบเดินออกไปไม่ทันระวังชนกับคนที่เดินสวนเข้ามาอย่างจัง
"ปัก!!!"
"ขอโทษนะน้องสี่เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า" ชีเส้าเฟยเห็นว่าตนเองชนลู่เสี่ยวฟงก็รีบขอโทษขอโพย ลู่เสี่ยวฟงทำหยกตกพื้น ชีเส้าเฟยจึงเก็บมันขึ้นมา แน่นอนเขาจำได้ว่ามันเป็นของเขา
"เอ๊ะหยกนี่..."
"ไม่มีอะไรๆ ของข้าเอง ขอโทษนะหัวหน้าใหญ่ ข้าขอตัวก่อน" ลู่เสี่ยวฟงดึงหยกจากมือชีเส้าเฟย แล้วก็รีบเดินออกไป
"ดะ.. เดี๋ยว..." ชีเส้าเฟยกำลังจะเรียกเขามาถาม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชายหนุ่มจึงหันไปพูดกับกงซุนเช่อ
"พี่รอง น้องสี่เขามีอะไรกับท่านงั้นหรือ"
"ออ ไม่มีอะไรหรอก สหายของน้องสี่เขาฝากมาถามเรื่องประวัติศาสตร์นิดหน่อยหน่ะ"
"งั้นหรือ"
"อืม ว่าแต่หัวหน้าใหญ่หล่ะมีอะไรกับข้าหรือเปล่า"
"เปล่าหรอก เมื่อกี้ข้าใจลอยไปหน่อยลืมกระบี่เอาไว้หน่ะ" ชีเส้าเฟยก้มลงหยิบกระบี่นี่สุ่ยหานที่พิงโต๊ะอยู่ เขากล่าวลากงซุนเช่อแล้วก็เดินออกไป

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

พลบค่ำของวันนั้น...

ลู่เสี่ยวฟงตั้งใจจะมาหาเส่เยี่ย แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว ช้าไปเพียงก้าวเดียว ชีเส้าเฟยเดินตัดหน้าเขาเข้าไปเคาะประตูห้องเส่เยี่ยก่อน ลู่เสี่ยวฟงหลบไม่ให้ชีเส้าเฟยเห็น แล้วตัวเองก็คอยสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ

"ก๊อกๆๆ" ชีเส้าเฟยเคาะประตูห้องหญิงสาว ในมือมีถาดอาหารอยู่สำรับหนึ่ง
"นี่ท่านมาช้าจังเลย..." เส่เยี่ยเปิดประตูห้องออกมาเห็นเป็นชีเส้าเฟยก็อ้าปากค้างพูดไม่จบประโยค
"ท่านลุง..."
"เจ้ารอใครอยู่งั้นหรือ" ชายหนุ่มถาม สีหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
"เปล่า เปล่าค่ะ" หญิงสาวส่ายหน้า
"ข้าเอาอาหารเย็นมาให้" ชายหนุ่มพูดแล้วก็ส่งถาดอาหารให้กับหญิงสาว
"ขอบคุณมากค่ะ ความจริงท่านไม่เห็นต้องลำบากเลย" หญิงสาวรับถาดอาหารมาแล้วก็ทำท่าจะปิดประตู
"เดี๋ยวก่อนเส่เยี่ย ข้าขอถามอะไรหน่อย" ชายหนุ่มเอามือกันประตูห้องไว้
"มีอะไรงั้นเหรอคะ"
"เจ้าจำหยกที่ข้าแลกกับพ่อเจ้าได้ไหม" ชายหนุ่มพูดพรางหยิบหยกกลมสีส้มของซุนซิ่งขึ้นมา
"จำได้ค่ะ..." ใจของเส่เยี่ยตกลงไปอยู่ที่เท้า นี่เขาจะขอหยกคืนหรือเปล่านะ
"หยกอันนั้นเป็นของสำคัญสำหรับข้ามาก พ่อแม่ของข้าได้ให้ไว้ก่อนตาย หวังว่าเจ้าจะเก็บรักษามันเป็นอย่างดีนะ" ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาว ก็ไม่เห็นนางผูกหยกเอาไว้ที่เอวเหมือนเคย
"ข้าทราบแล้วค่ะ..."
"แต่ถ้าเมื่อไหร่ เจ้าไม่อยากได้มันแล้วก็ขอให้คืนข้า อย่าได้นำไปให้คนอื่น" ชีเส้าเฟยพยายามพูดลองใจหญิงสาว
"ท่านลุงทำไมพูดเช่นนั้น หยกของท่านท่านพ่อก็เป็นคนให้ข้าไว้ แล้วข้าจะเอาไปให้คนอื่นได้อย่างไร" เส่เยี่ยตอบเขา นางรู้สึกน้อยใจกับคำพูดของชีเส้าเฟยเหมือนกัน เพียงแต่ตอนนี้นางยังอธิบายไม่ได้ว่านางกำลังสืบเรื่องหยกของเขาอยู่
"อืม งั้นข้าไม่รบกวนเจ้าแล้วเจ้าไปพักผ่อนเถิด" ชายหนุ่มยิ้มจางให้นาง
"ค่ะท่านลุง" เส่เยี่ยพยักหน้าแล้วก็ปิดห้องไป ชีเส้าเฟยยืนอยู่หน้าห้องด้วยความรู้สึกสับสน เขาไม่รู้ว่าทำไมหยกของเขาถึงไปอยู่กับลู่เสี่ยวฟงได้ แต่บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ เขาไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ ไว้พรุ่งนี้ก่อนเดินทางค่อยถามนางให้รู้เรื่องก็แล้วกัน

อีกด้านหนึ่ง ลู่เสี่ยวฟงที่ยืนฟังเหตุการณ์อยู่ ถึงกับหน้าซีดเผือด กงซุนเช่อบอกกับเขาว่าหยกชิ้นนี้เป็นขององค์ไทเฮา เดิมทีก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะเส่เยี่ยเคยอยู่ที่วังหลวง อาจจะได้รับความเอ็นดูจากไทเฮา จึงทรงประทานหยกให้นาง แต่ว่าตอนนี้ กลับกลายเป็นว่าหยกชิ้นนี้เป็นของที่พ่อแม่ของชีเส้าเฟยให้ไว้ก่อนตาย ตกลงว่าพ่อแม่ของชีเส้าเฟยเป็นใครกันแน่ พวกเขาเป็นเชื้อพระวงศ์งั้นหรือ หรือว่าความจริงแล้วชีเส้าเฟยเป็นลูกของ... 'เป็นไปไม่ได้' ลู่เสี่ยวฟงพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว เรื่องราวมันจะเป็นอย่างที่เขาคิดได้อย่างไร สวรรค์คงไม่เล่นตลกเช่นนี้หรอก บางทีการคาดเดาของกงซุนเช่ออาจจะผิดพลาดก็ได้

เรื่องราวของหยกชิ้นนี้เป็นมาอย่างไร โปรดติดตามได้ในกระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน ตอนต่อไปนะคร้าบบบบ...

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑



Artist: Julian Cheung Chi Lam
Album: I AM CHILAM 2009
Song: You are too good



Create Date : 02 มกราคม 2553
Last Update : 19 มีนาคม 2560 2:38:32 น. 31 comments
Counter : 710 Pageviews.

 
ตามมาอ่านอย่างรวดเร็วว่องไว

บทนี้เป็นของแม่นางหลิน แต่กลายเป็นเส่เยี่ยซะแล้ว 55+

เส่เยี่ยเริ่มใจไม่ดี เกิดฮ่องเต้ไปเจอพวกชีเส้าเฟยที่หมู่บ้านหลิวจริงๆ นางต้องซวยแน่ๆ ที่บอกความลับนี้ออกไป


ท่านลุงชีนี่ไม่ค่อยจะทันใจเลยนะ บอกตามตรง มัวรีๆรอๆอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ขนาดพี่ลูลู่ลงแรงถึงขนาดนี้ก็ยังไปสะกิดต่อมกระตือรือร้นจีบสาวของท่านลุงได้สักเท่าไหร่ มัวแต่คิดนั่นคิดนี่อยู่นั่นล่ะ เฮ้อ...ดู๊ดูยังไปถามเรื่องหยกกะเส่เยี่ย เพราะคิดว่าเส่เยี่ยเอาให้พี่ลูลู่ พี่รองก็บอกอยู่ว่าเค้ามาถามประวัติเรื่องหยก เอาใจช่วยท่านลุงแล้วกัน เดี๋ยวฮ่องเต้สุดหล่อมาเจอเส่เยี่ยอีกครั้ง ท่านลุงจะยิ่งเสียคะแนน

รอลุ้นชาติกำเนิดที่แท้จริงของท่านลุงต่อไปค่ะ


โดย: ทับทิม IP: 125.26.41.176 วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:20:36:45 น.  

 
อ๊ากกกกพิมพ์ผิดจริงๆ ด้วยอ่ะ สงสัยจิตใต้สำนึกอยากให้พี่จั๋วคู่กะเส่เยี่ยนะเนี่ย 555

ความจริงตอนนี้ต้องยาวกว่านี้ ต้องเล่าไปถึงตอนที่พระนางดีกัน แต่ว่าเขียนไม่ไหวจริงๆ เลยขอกั๊กไว้เป็นตอนพิเศษ ตอน 29 ครึ่ง ต้อนรับวันวาเลนไทน์ละกันนะคะ

ขอบอกว่าตอนนี้หมองมันตึบจริงๆ แม้แต่ชื่อตอนก็ยังนึกไม่ออกเลย รบกวนเพื่อนๆ ช่วยเสนอชื่อตอนนี้ให้หน่อยค่ะ


โดย: realtomtam วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:04:36 น.  

 


ส่งความสุขปีใหม่ค่ะ
ร่าเริง..สดใส..สมหวัง..สุขภาพแข็งแรง...ร่ำรวยนะคะ


โดย: nootikky วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:05:27 น.  

 
พี่ลู่เค้ากุ๊กกิ๊กจริงๆ นะเนี่ย ‘เสี่ยวเยี่ย’ 55 ฟังแล้วเขินแทนค่ะ แต่ชักอยากเห็นตอนกุ๊กกิ๊กใส่หงเผา พี่ลู่ก็นะเรื่องหัวใจคนอื่นล่ะรู้ดี ทีเรื่องตัวเองทำไมถึงได้ไม่เข้าใจฮึ น่าตีนัก

แล้วองครักษ์เหอเคยมีความรักด้วยเหรอ อยากรู้จังค่ะ ใช่แม่นางทับทิมรึเปล่าเนี่ย

พี่จั๋วกับแม่นางหลินกุนี่ก็ฮาดีค่ะ มุกเยอะกันทั้งคู่เลย เก็กกันเหลือเกิน 55 คู่นี้เค้าเริ่มสื่อรักกันได้แล้ว แต่อุปสรรคก็อยู่ที่ต้องอยู่คนละฝ่ายเนี่ยซี่ สู้ๆ นะคะ เอาใจช่วย


ท่านลุงชีนะท่านลุงชี เป็นตาแก่ขี้ใจน้อยไปได้ คงต้องยุให้เส่เยี่ยเดินหน้าแล้วค่ะ ขืนรอท่านลุงชาตินี้ได้บวชชีแน่ๆ

ตอนจบแบบว่ากำลังระทึกเลยค่ะ เริ่มมีคนรู้ที่มาของหยกมากขึ้น ตื่นเต้นแล้วซี่ อยากอ่านตอนต่อ เมื่อไหร่จะวันวาเลนไทน์ ขอเป็นตอนพิเศษวันเด็กได้รึเปล่าคะ อยากอ่าน


โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:35:50 น.  

 
มีท่อนนึงที่ไม่มั่นใจค่ะ . . กงซุนเช่อสอบจอหงวนบู๊ได้ที่หนึ่ง

คิดว่าน่าจะเป็นจอหวงนบุ๋นมากกว่ารึเปล่า เพราะกงซุนเช่อไม่มีวรยุทธ์ไม่ใช่เหรอคะ จอหงวนบู๊ คือ พวกเก่งยุทธ์ / จอหงวนบุ๋น คือ ผู้มีวิชาความรู้


ขอนำเสนอชื่อตอนว่า “หยกล้ำค่า”


โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:36:50 น.  

 
ตอนนี้จิตใจแฟนคลับสับสน ไม่รู้ว่าจะเชียร์เส่เยี่ยให้ใครดี ฮ่องเต้ก็รักจริงเหลือเกิน ดูซิลงทุนตามหาเส่เยี่ยด้วยพระองค์เอง ไม่เกรงอันตรายเลย ได้ใจแฟนคลับยิ่งนัก

ท่านลุงขี้น้อยใจ น่าเอ็นดูเหมือนกัน ดีที่มีพี่ลู่ช่วยนะ เลยทำให้แฟนคลับได้รับรู้ว่าท่านลุงก็มีแอบหวงเส่เยี่ย แสดงว่ายังมีใจรักกันอยู่ เพราะถ้าท่านลุงไม่ยอมหึงบ้างเลย แฟนคลับคงใจแป้วแน่ๆ เลย ท่านลุงสู้ๆ นะคะ ให้พี่ลู่สอนวิชาเยอะ จะได้จีบสาวเก่งๆ ไง


โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:40:30 น.  

 
*** ถึงผู้อ่านทุกท่าน ช่วยแต่งชื่อตอนนี้ให้ด้วยค่ะ คนแต่งนึกไม่ออกจริงๆ ***

อ่านคอมเม้นของทับทิมแล้วขำอ่ะ ท่านลุงตอนนี้ทำอะไรก็ไม่เข้าตาเส่เยี่ยกับแฟนคลับเลยซักอย่าง 555

พอมาอ่านเม้นของโย่อีก สงสัยงานนี้ท่านลุงจะเรทติ้งตกจริงๆ ยังไงก็ให้กำลังใจคนแก่หน่อยนะคะ เกิดมาจีบสาวไม่เป็น สู้รบเป็นอย่างเดียว ดูซิขนาดตอนประชุมยังใจลอย รีบกระบี่ของตัวเองไว้ในห้องเลย

คนรักเก่าขององครักษ์เหอม่ายใช่ทับทิมค่ะ หวังว่าเจ้าของตัวจริงคงไม่ว่านะคะ

โย่ถ้าขอตอนหน้าเป็นตอนพิเศษวันเด็ก ความหวีตก็จะหวีตแบบเด็กๆ นะคะ แต่ถ้ารอเป็นวันแห่งความรัก รับประกันความหวีตขั้นมัธยมขึ้นไปแน่นอนค่ะ โหะๆๆๆๆ


โดย: realtomtam วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:52:00 น.  

 
แก้ข้อความข้างบนค่ะ...
ดูซิขนาดตอนประชุมยังใจลอย "ลืม" กระบี่ของตัวเองไว้ในห้องเลย

เอ้อคนเขียนเบลออีกแล้ว ท่านกงซุนสอบจอหงวนบุ๋นจริงๆ ด้วยค่ะ ไม่ใช่จอหวงนบู๊


เห็นโย่เขียนในบ้านว่ามีแฟนฟิคเรื่อง H&E หรืออะไรสักอย่างเนี่ย มันเกี่ยวกะอะไรเหรอคะที่ได้ว่าแรง


โดย: realtomtam วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:21:57:08 น.  

 

แต๋มสัญญาแล้วนะว่าถ้าเป็นวันวาเลนไทน์จะหวีตระดับมัธยมน่ะ งั้นรอก็ได้ค่ะ

ช่วงนี้ให้เวลาท่านลุงไปติววิชามาก่อน ดูซิว่าจะสอบผ่านชั้นมัธยมรึเปล่าหนอ แต่ความน่ารักของท่านลุงก็อยู่ตรงป้ำๆ เป๋อๆ นั่นแหล่ะค่ะ


แล้วคนรักขององครักษ์เหอไม่ใช่ทับทิม อืม . . อยู่กันคนละโลกด้วย แสดงว่าตายไปแล้วใช่มั้ย (เข้ากับเรื่องจริงๆ ของจั่นเจาเหมือนกันนะ เป็นความโรแมนติกอีกแบบ) องครักษ์เหอถึงได้ทุ่นเทใจกับหน้าที่การงานปานนี้ จะมีตอนพิเศษให้องครักษ์เหอมั้ยคะเนี่ย

คิดอีกทีหรือว่าคนละโลกแบบเอื้อมไม่ถึง งั้นเป็นแม่นางอ๋าวเทียนเจียวรึเปล่า แต่ว่าถ้าเป็นแม่นางอ๋าวเทียนเจียว การที่ฮ่องเต้มาจีบเส่เยี่ยแบบทุ่มทุนขนาดนี้ องครักษ์เหอก็น่าจะหึงแทนกันบ้าง ประมาณว่าอยากให้ฮ่องเต้ดีกับคนที่ตัวเองรักมากที่สุด ดังนั้นเลยคิดว่าน้ำหนักน่าจะตกไปในทางที่ว่าคนรักขององครักษ์เหอตายไปแล้วน่ะค่ะ

แต่ถ้าเป็นอ๋าวเทียนเจียว ก็คงเป็นรักโรแมนติกอีกแบบ เรียกว่ารักต้องห้ามของแท้เลยเชียวแหล่ะ ก็พ่อนางร้ายกาจออกปานนั้นนี่หน่า

รู้สึกว่าตอนอ่านการ์ตูนเปาบุ้นจิ้น ลูกสาวของอำมาตย์ตัวร้าย ก็มาหลงรักท่านจั่นเจาเหมือนกันค่ะ


โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:04:19 น.  

 
เรื่อง H&E ย่อมาจาก Heaven and Earth เป็นละครใหม่ที่อาเส่กำลังถ่ายทำอยู่ค่ะ ไม่ใช่แฟนฟิค

บุคลิกของอาเส่ในเรื่องจะเป็นสาวร็อค แต่งงานแล้วแต่แอบมีชู้ ตอนวัยรุ่นอาเส่เป็นสาวเปรี้ยว มีแฟนอยู่วงดนตรีร็อค แต่แฟนสนแต่ดนตรี เลยเลิกกันไปคบกับหนุ่มอีกคนที่อยู่วงดนตรีเดียวกัน วันนึงพวกวงร็อคไปปีนเขา แล้วประสบอุบัติเหตุ เพื่อเอาชีวิตรอด ก็เลยกินแฟนคนที่อาเส่กำลังคบอยู่ แต่ทั้งหมดพอลงจากเขาได้ก็ปิดบังความจริงบอกแค่ว่าเพื่อนตายไปไม่ได้เอาศพมาด้วย ทำให้อาเส่โกรธมากและเลิกคบพวกวงดนตรี เหตุการณ์ผ่านไปหลายปี อาเส่กลายเป็นดีเจแล้วก็ได้เจอพวกนักดนตรีเพื่อนเก่าอีกค่ะ จริงๆ เรื่องนี้เค้าเน้นไปที่พวกผู้ชายมากกว่า แต่บทอาเส่ก็แรงเอาการเลยล่ะ มีฉากจุ๊บกับหนุ่มชู้ โอย . . เห็นตัวอย่างแล้วจะเป็นลม


โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:09:18 น.  

 
นี่เป็นลุคสาวร็อคของอาเส่ค่ะ ตัดผมสั้นแต่งเป็นสาวร็อคเพื่อละครเรื่อง Heaven and Earth เนี่ยแหล่ะ





โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:12:47 น.  

 


โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:13:16 น.  

 
เพลงที่ใช้ตอนนี้ใช่เพลง "กวั๊ดกาวหยิ่น" รึเปล่าคะ


โดย: O-yohyo วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:15:44 น.  

 
คนเขียนจะพยายามช่วยให้ท่านลุงชีสอบผ่านขั้นมัธยมนะคะ ตอนนี้ได้จองบทให้เส่เยี่ยรุกก่อนแล้วค่ะ ขืนรอท่านลุงชีสงสัยจะมีลูกไม่ทันใช้กันพอดี 555

คนรักขององครักษ์เหอแค่ "เหมือน" อยู่คนละโลกเฉยๆ แต่ยังไม่ตายค่ะ แบบว่าโลกธรรมะ กะโลกอธรรมอะไรประมาณนั้น สมมติว่าเป็นแม่นางอ๋าวเทียนเจียวเนี่ย สงสัยองครักษ์เหอคงจะหลงรักแค่โฉมมั๊งคะ เพราะนิสัยชีไม่ไหวเลยจริงๆ

อ่านเรื่องย่อ H&E แล้วน่ากลัวจังค่ะ ไม่เหมือนเรื่องย่อละคร tvb เลย ถ้าบอกว่าเป็นหนังฮอลลี่วูดคงไม่ตกใจเท่านี้

เพลงตอนนี้คือเพลงที่พี่ชายได้รับรางวัลค่ะ You are too good เพลงโปรโมทเพลงแรกของอัลบั้ม อาจจะไม่ค่อยเข้ากับฟิคเท่าไหร่แต่ว่าขอแอบโปรโมทหน่อยนะ หุๆๆ


โดย: realtomtam วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:34:04 น.  

 
แม่นางทับทิมขอเสียสละไม่รับรักองครักษ์เหอค่ะ เนื่องจากแม่นางมีรักใหม่แล้ว องครักษ์เหอทุ่มเทให้กับงานมากจนเกินไป ขาดความโรแมนติค ไม่ไหวๆ หลังจากแม่นางทับทิมได้มาเจอองครักษ์โกเท่านั้นก็ปักใจรักมั่นองครักษ์โกแต่เพียงผู้เดียวค่ะ ถึงแม่องครักษ์โกจะมีแม่นางซามโหวเป็นภรรยา แม่นางทับทิมก็มิเคยเสียใจ เพราะท่านองครักษ์โกดีเลิศ ประเสริฐ ทั้งปากหวาน โรแมนติค มีคุณธรรม รักครอบครัว แสนดีเป็นที่หนึ่ง แม้จะเป็นรักแค่ได้แอบมอง แม่นางทับทิมก็ยินดีค่ะ วี้วววว สารภาพความในใจเรียบร้อย อิอิ

เดี๋ยวแต๋มจะงง องครักษ์โก ก็คือเฮียเคนะค่ะ ซามโหวก็คืออาเส่ ในละครศีกรักวังหลวง ละครเรตติ้งสูงสุดแห่งปีค่ะ โหะๆๆ


โดย: ทับทิม IP: 125.26.41.176 วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:44:31 น.  

 
โห..แต๋มแปะฟิคม่ายบอกล่วงหน้าเลยง่ะ ดีนะที่แวะมารอบมิดไนท์ มัวไปนอนดูซีรี่ย์มา อิอิ

อ่านแล้วขำกระจาย หัวเราะอยู่คนเดียว แบบว่าอ่านทีละประโยคละเอียดเลย กลัวจบ เพราะมันกหนุกมั่กๆ

เริ่มจากฉากกุ๊กกู๋ เอ้ย กุ๊กกิ๊กแหย่เล่นของพี่ลู่กับแม่นางเส่เยี่ย อ่านเพลินพลอยยิ้มไปด้วย เห็นด้วยกับทุกคนว่าต่อมลมเพชรหึงของ หนญ.นี่ทำไมมันถึงได้อยู่ลึ๊กลึก พี่ลู่พยายามล้วงเท่าไหร่ไม่ถึงซ๊ากที ลุ้นสุดโต่งให้ หนญ.หึงเนี่ย ช่วยหึงเส่เยี่ยหน่อยนะคร๊าบบบ หนญ. อย่างที่ o-yo ว่าคงรอ หนญ.ไม่ไหวแล้วอ่ะ ขอเส่เยี่ยรุกเลยค่ะ กองเชียร์เอาใจช่วย

ส่วนพี่จั๋วกับแม่นางหลิน โหยยยย น่ารักอ่ะ ชอบแม่นางหลินมากๆค่ะ ปากกล้าน่ารัก สมกะพี่จั๋วที่ซู๊ดเลย ตอนพี่จั๋วแก้มัดอย่างเชื่องช้าให้แม่นางหลิน จิ้นออกเลยค่ะ ตะละคนก็ต่างอาลัยกัน เริ่มคืบหน้าละ เพราะพี่จั๋วเริ่มมีอาการอาลัยตอบ เย้~~


โดย: หลินอี้ วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:0:04:02 น.  

 
เอิ่ม ตะแรกก็เห็นด้วยกะ o-yo ว่าตอนต่อไปน่าจะเป็นวันเด็ก แต่ ผกก.รับปากว่าถ้าวันวาเรนไทน์ หนญ.จะหวีดระดับมัธยม งั้นก็จำใจรอได้ค่ะ เพราะปกติก็ระดับประถมอยู่ละ เดี๋ยวไม่คืบหน้าพอดี

เห็นแม่นางอ้อมหมิงเจิ้งเริ่มหึงพี่ลูลู่แล้ว แอบดีใจแทนพี่ลู่ด้วยนะเนี่ย ทีเป็นพ่อสื่อให้คนอื่นล่ะ เนียนเชียว แต่พอผงเข้าตาก็มองไม่เห็นน้า

ชอบบทสนทนาของทุกคนมากค่ะ แต๋มคิดได้ยังไงอ่ะ ตะละคนเหมือนถอดออกมาจากหนังกำลังภายในเลย

แล้วก็แม่นางอ๋าวเทียนเจียว ไม่อยากให้เป็นอดีตปริศนาขององครักษ์จั่นเลยค่ะ เพราะนางดูไม่คู่ควรล่ะ แม่นางฟางทับทิมก็ปฏิเสธไปละ คงต้องลุ้นต่อไปว่าจะเป็นใครล่ะค่ะ

โหย...o-yo อ่ะ จำเพลงหลักของพี่ชายไม่ได้ น้อยใจนะเนีย เพลงนี้เค้ามีอยู่เพียงเดียวเด้อที่ติดชาร์ตง่ะ ส่วน กวั๊ดกาวหยิ่น เป็นอีกเพลงล่ะ


โดย: หลินอี้ วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:0:10:13 น.  

 
หนญ.แอบมองเส่เยี่ยกับพี่ลูลู่คุยกัน
"นางคงไม่อยากคุยกับข้าหรอก ข้าแก่แล้ว"



โดย: หลินอี้ วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:0:17:44 น.  

 
ลืมส่งชื่อตอนเข้าประกวด

ตอน หยกลายมังกร พอใช้ได้ป่ะคะ เสี่ยวไปป่าวอ่ะ ผกก.



"เสี่ยวเยี่ย หยกนี้เจ้าได้แต่ใดมา"


โดย: หลินอี้ วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:0:26:32 น.  

 
ทับทิมคะ กงซุนเช่อไม่ได้บอกหนญค่ะว่าลู่เสี่ยวฟงมาถามเขาเรื่องหยก เพราะเส่เยี่ยขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ กงซุนเช่อพูดเป็นกลางๆ ว่าลู่เสี่ยวฟงมาถามเขาเรื่องประวัติศาสตร์ หนญถึงได้เข้าใจผิดว่าเส่เยี่ยให้หยกของตนไปกับลู่เสี่ยวฟง ตรงนี้แต๋มอาจจะเขียนไม่ค่อยเคลียร์

ดูท่าทับทิมจะหลงรักองครักษ์โกคนนี้มากเลยนะเนี่ย เลยยอมปล่อยไฟเขียวให้องครักษ์เหอไปปิ๊งคนอื่นได้ ขอพูดเรื่องความรักขององครักษ์เหออีกนิด จริงๆ เคยพูดถึงความรักของเขาไปแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ตามฮ่องเต้ไปที่หอนางโลม (ก่อนที่ฮ่องเต้จะเจอกับเส่เยี่ยเป็นครั้งแรก) แล้วเพื่อนๆ มีคนนึงทายถูกด้วยว่าคนรักของท่านองครักษ์เป็นใคร แต่สงสัยเรื่องมันจะนานนนนนมากกกกกแล้ว เพื่อนๆ ก็เลยลืมไปค่ะ

หลินกุ วันก่อนแต๋มบอกว่าเขียนไปได้ 50% แล้วนะ แล้วก็ยังบอกด้วยว่าจะลงเมื่อวาน แต่หลินโก๊ะอาจจะมองไม่เห็นรึเปล่า

ใครว่าหนญไม่หึงเส่เยี่ย จริงๆ ทั้งหึงทั้งหวงเลย แต่เป็นเพราะไม่มั่นใจตัวเอง เขาไม่รู้ว่าเส่เยี่ยชอบเขารึเปล่า ก็เลยไม่กล้าแสดงออก สงสัยกลัวอกหัก สำหรับหนญ ฆ่าคนยังง่ายกว่าจีบสาวนะเนี่ย 555


โดย: realtomtam วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:13:37:34 น.  

 
ผกกก็ชอบบทแม่นางหลินเพราะนางเป็นคนตรงๆ เวลาเขียนๆ ง่ายมาก บทพี่จั๋วกับแม่นางหลินเขียนง่ายที่สุดแล้ว เขียนไปเขียนมากลายเป็นขโมยซีนพระนางตัวจริงไปเลย นี่แต๋มตัดออกไปเยอะแล้วนะเนี่ย จริงๆ ต้องมีฉากที่พี่จั๋วแอบตามไปช่วยน้องหลินที่วัดร้าง (ชีจะโดนโจรทำร้าย) แต่ก็เปลี่ยนให้เป็นโดนผู้คุมรังแกแทน ไม่งั้นเดี๋ยวจะยืดเยื้อไปอีก ส่วนบทที่เขียนยากก็คือ ฮ่องเต้กับเส่เยี่ย (ตอนหวีต) แล้วก็หนญกับเส่เยี่ย (ตอนหวีตอีกเหมือนกัน) สงสัยผกกจะแอบหวงพระเอกนะเนี่ย เลยมือฝืดเขียนฉากหวานๆ ยากมากๆๆๆๆๆ

เสียดายที่ลายบนหยกคือดอกเบญมาศค่ะไม่ใช่มังกร ดังนั้นคงใช้ชื่อเรื่องว่า 'หยกลายมังกร' ไม่ได้ ถ้าจะใช้ว่า 'หยกลายดอกเบญจมาศ' ก็ไม่เพราะอีก งั้นก็ใช้ 'หยกล้ำค่า' ของโย่ละกันนะคะ ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยคิดคร่า


โดย: realtomtam วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:13:39:54 น.  

 

หลินกุ >>> แง . . ขอโทษค่ะ ผิดเพลงซะงั้น ขอไถ่โทษด้วยการแอบจิ๊กภาพเซ็กซี่ของเส่เยี่ย
มาให้หัวหน้าใหญ่ดูนะคะ เผื่อจะได้สอบผ่านชั้นมัธยมซะที




โดย: O-yohyo วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:15:44:27 น.  

 

แต๋ม >>> เรื่องย่อ H&E ทำเอาเซ็งไปเหมือนกันค่ะ แต่ว่าในเมื่ออาเส่เค้าตัดสินใจแล้ว ก็คงต้องเคารพการตัดสินใจแหล่ะ ไว้รอดูอีกทีว่าจะออกมาเป็นยังไง ได้แต่ลุ้นว่าคงไม่แรงมากนัก เพราะปกติละครฮ่องกงเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยให้ดาราเล่นเลิฟซีนแรงๆ กันเท่าไหร่ค่ะ (ทีคนที่อยากให้อาเส่เล่นเลิฟซีนด้วยกลับไม่ค่อยได้เล่นซะงั้น . . เฮ้อ)


เรื่องคนรักขององครักษ์เหอ พอจะนึกออกแล้วค่ะ ใช่อ้อมหมิงเจิ้นรึเปล่าเอ่ย ถ้าจำไม่ผิดนางเป็นศิษย์ร่วมสำนักกับองครักษ์เหอใช่มั้ย ถ้าใช่ล่ะก็ งานนี้พี่ลู่แย่แน่ มีคู่แข่งหัวใจซะแล้ว ยังไงก็เชียร์พี่ลู่นะคะ เดี๋ยวให้มลเยี่ยมาปลอบใจองครักษ์เหอก็ได้นะ ไม่รู้มลเยี่ยจะว่ายังไง


สำหรับชื่อเรื่อง ตอนแรกก็อยากใช้หยกลายมังกร แต่ว่ากงซุนเช่อบอกไม่ใช่ลายมังกรเลยไม่เอาค่ะ เปลี่ยนเป็นหยกล้ำค่าดีกว่า ล้ำค่าในที่นี้มีสามความหมาย

1. มูลค่าของหยกที่ตีค่าเป็นเงินได้ราคาสูง
2. ล้ำค่าทางจิตใจ ช่วยเชื่อมมิตรภาพ เพราะเป็นของแทนใจเส่เยี่ยกับหัวหน้าใหญ่
3. ล้ำค่าตรงที่บอกถึงชาติกำเนิดของหัวหน้าใหญ่ได้



โดย: O-yohyo วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:15:45:42 น.  

 
แม่นางฟางทับทิม >>> มาสารภาพรักกับองครักษ์โกอยู่นี่เองหรือเนี่ย ถึงจะเห็นใจในความรัก ยังไงแฟนคลับก็ไม่ยอมให้องครักษ์โกมีคนรักเพิ่มหรอกค่ะ ขอให้รักซามโหวคนเดียวพอ

แต่ถ้าแม่นางฟางทับทิมสนใจฮ่องเต้โมล่ะก็ ซามโหยวคนนี้ยินดีให้แม่นางฟางทับทิมมาเป็นสนมเพิ่มอีกคนค่ะ


รับรองว่าซามโหยวพูดคำไหนคำนั้น ให้พี่ซามโหวเป็นพยานได้ค่ะ







โดย: O-yohyo วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:15:49:58 น.  

 
โอ้วว o-yo แม่นางเส่เยี่ยระบำเซ็กซี่มากกกกค่ะ ขาวจั๊วะเยยย นี่ถ้าคังซื่อมาเห็น คงได้ท้าประลองกับ หนญ.ให้ตายไปข้างแหง๋มๆ ด้วยความเซ็กซี่และขาวเนียนสวยงามของแม่นาง ยกโทษให้ o-yo ที่จำเพลงเก่งของพี่ชายไม่ได้ค่ะ อิอิ (มีอยู่เพลงเดียวอ่ะเนี่ย)

แต๋ม จำได้ว่า ผกก.บอกได้ 50% แล้วอ่ะ แต่ตรงว่าจะลงวันนั้นวันนี้จำไม่ได้อ่า สงสัยจะอ่านไม่ครบ ไม่งั้นก็ไชโยในกระทู้แล้วจิ วันวาเรนไทนขอยาวๆนะจ๊ะ เพราะต้องรอตั้งเกือบ 2 เดือนแหน่ะ
บทแม่นางหลินกับพี่จั๋วอย่าตัดออกเลยนะ ซ้อกุชอบอ่ะ

ส่วน หนญ.เหม่...ต้องส่งไปเข้าครอสพระเอกหนังไทยแล้วค่ะ เพราะไม่ว่าจะแน่ใจหรือไม่แน่ใจว่านางเอกรักตัวหรือไม่ ก็จะต้องหึงไว้ก่อน พ่อสอนไว้ เพราะพระเอกนี่นา มักไม่หน้าแตกอยู่ละ แต่ หนญ.เค้าเป็นแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบนะ คนเราจะให้สมบูรณ์ไปทุกเรื่องได้ไงจริงป่าว หล่อ มีคุณธรรม มีน้ำใจ วรยุทธ์สูงส่ง จะให้จีบหญิงเก่งอีกกระทง ก็เกินไปหน่อย ก็ต้องมีจุดอ่อนบ้างล่ะน้า


โดย: หลินอี้ วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:22:14:59 น.  

 
นั่นหน่ะสิหลินกุ ภาพเส่เยี่ยข้างบนหวามมากๆ ถ้าคังซื่อมาเจอสงสัยสละราชบัลลังก์ในทันที แต่ไม่รู้ว่าจะเซ็กซี่แบบนี้จะถูกใจหัวหน้าใหญ่หรือเปล่านะคะ คนนี้เขาชอบของแปลก โหะๆๆ

ว่าแต่เรื่องซามโหวเนี่ยมันเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ พอดีไม่เคยดูแดจังกึมอะก็เลยไม่รู้

อ๊ากตอนพิเศษเนี่ยไม่ยาวนะก๊ะ เพราะว่าจริงๆ มันต้องอยู่ในตอนนี้นี่แหละ แต่ ผกก ไม่สามารถไปถึงดวงดาว ร่างกายขาดน้ำตาลอย่างแรง ก็เลยหั่นออกมาให้ผู้อ่านได้อ่านไปส่วนนึงก่อน ดังนั้นตอนพิเศษเนี่ยจะสั้นค่ะ ซอร์รี่ด้วย

แม่นางหลินกะพี่จั๋วเนี่ยจริงๆ ในพล๊อตเรื่องเดิมไม่มีเลย ไม่รู้โผล่มาจากไหน ไปๆ มาๆ กลายเป็นตัวหลักไปซะนี่ ไม่ได้ค่ะไม่ได้ต้องตัดบ้างค่ะ เดี๋ยวจะล้ำหน้าคู่อื่นๆ เกินไป ดูซิตอนนี้คังซื่อได้พูดแค่สองสามประโยคเอง ไรกัน แต๋มเทียนเจียวไม่ย๊อมมมมด้วย

สำหรับกำลังใจที่มีให้ หนญ หลินกุพูดได้ดีมากเลยอ่ะ คนแก่มันก็ต้องมีอะไรที่ไม่เพอร์เฟคบ้างหล่ะ อย่างน้อยๆ ก็เอาไว้ให้คนอ่านหมั่นไส้เล่นเนอะ

PS แอบชอบรอยยิ้มของพี่ชายในกล่องเม้นอ่ะ น่ารักกกกกได้อีก


โดย: realtomtam วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:23:57:23 น.  

 
หลินกุ >>> พอหลินกุบอกว่าถ้าคังซื่อมาเห็น เลยนึกขึ้นได้ว่า สมัยชิงเค้าแต่งกายมิดชิดกว่าสมัยถังเยอะเลยเนอะ ดูละครมามีแต่แต่งแบบปิดมิดชิด ทั้งๆ ที่สมัยใหม่กว่าน่าจะมิดชิดน้อยกว่าซี่เนอะ


โดย: O-yohyo วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:20:29:17 น.  

 

ถ้าท่านหัวหน้าใหญ่ชอบของแปลก ก็ต้องซามโหวเนี่ยแหล่ะค่ะ ดี 200% หายากมากในสมัยนี้ แปลกขนานแท้เลย เห็นแสนดีแบบนี้ ซามโหวไม่ใช่คนเงียบหรือเก็บงำไว้ในใจค่ะ พูดตรงประเด็น กล้าคิด กล้าทำ เจอกับหัวหน้าใหญ่เหมาะแน่นอน


เรื่องที่แต๋มถามมีชื่อเรื่องว่า Beyond the Realm of Conscience คำว่าซามโหวคือตัวละครที่อาเส่เล่น

ซาม แปลว่า สาม / โหว แปลว่า ดี / ซามโหว = ดีสามอย่างคือ คิดดี พูดดี ทำดี

พล็อตเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวสองคน คนแรกซามโหวเชื่อคำสอนของแม่ให้คิดดี พูดดี ทำดี คนที่สองกั๊มหลิ่ง ถูกอำนาจ การแก่งแย่งทำให้เดินทางผิด

เรื่องราวดำเนินในวังสมัยราชวงค์ถัง เฮียเคของทับทิมเป็นอาจารย์สอนหมากรุกและท่านองครักษ์

จุดขายของเรื่องนี้คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว / เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับสวยงามค่ะ



โดย: O-yohyo วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:20:29:51 น.  

 
เครื่องประดับของซามโหวที่ชอบมากที่สุดคือภาพนี้ค่ะ



โดย: O-yohyo วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:20:32:06 น.  

 
ถ้าซามโหวยังแปลกไม่พอสำหรับหัวหน้าใหญ่ งั้นของแนะนำ "หมิวหมิว" ให้ค่ะ ซ่าส์ ก๋ากั่น ดุ เป๋อ ปากจัด รับรองแปลกขึ้นอับดับแน่นอน




โดย: O-yohyo วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:20:40:26 น.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!


โดย: da IP: 203.144.144.165 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:44:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

realtomtam
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add realtomtam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.