|
น้ำพริกกะปิ......ถือว่าเป็นน้ำพริกถ้วยเก่าจริงหรอเนี่ย
  น้ำพริกกะปิ.....เป็นอาหารคาวซึ่งจัดว่าเป็นน้ำพริกถ้วยเก่า ที่ยิ่งเก่าเก็บหลายวันยิ่งอร่อย อย่าเก็บนานเกินนะเดี๋ยวราขึ้น อิอิ เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินน้ำพริกมาก แต่...ทำไม่เป็นอีกล่ะ แหะๆ อย่างที่บอกแหละค่ะมาอยู่ต่างแดนแบบนี้ อะไรที่ทำไม่ได้ ก็ต้องทำให้ได้ อาหารไทยก็เช่นกัน อยู่เมืองไทย ทำไม่ได้หรือทำไม่เป็นก็ไม่เป็นปัญหา หาซื้อกินได้ง่ายตามห้างร้าน หรือตลาดสด ละแวกใกล้บ้านเรือนเรานั่นแหละ ว่าไปแล้วอยู่เดนมาร์กก็ได้กินบ่อยอยู่นะ เพื่อนที่ทำงานบางคนเค้าก็ตำน้ำพริกฯ มาแบ่งปันกันกินอยู่เนืองๆ ....ประมาณว่าอร่อยตามแบบฉบับคนตำแหละนะ แต่จะให้อร่อยถูกปากเราเองมันเป็นเรื่องยากส์ ปากใครก็ปากมันอ่า คนตำ...เค้าก็ต้องคิดว่าเค้าทำได้อร่อยเท่าที่เค้าจะทำได้ เค้าถึงเอามาแบ่งปันกันกิน เราคนกินย่อมควรจะกินอย่างสงบ ไม่ชมก็จงอย่าไปติ....นึกถึงใจเขาใจเราบ้างจะดีกว่าว่ามะ? มันจะทำให้สียกำลังใจของคนที่เค้าทำมาแบ่งปันกันกินปล่าวๆ  แรงบันดาลใจที่อยากทำน้ำพริกกะปิกินเอง เนื่องมาจากว่า เราได้กินน้ำพริกกะปิ มาหลายครั้งหลายคราแล้วที่บ้านน้องสะใภ้เรา ครอบครัวน้องสะใภ้พื้นเพก็เป็นคนอีสานซึ่งเค้าไม่กิน อาหารที่ออกรสหวานนิดหน่อยกัน(ม้้ง) สังเกตหลายอย่างเลยอ่า เช่นส้มตำก็จะมีแค่เปรี้ยว เผ้ด เค็ม น้ำพริกก็เช่นกัน....น้ำพริกกะปิ ที่เค้าตำให้เรากินออกจะหนักเค็มไปอะ เรากินไปเท่าที่เรากินได้ แต่ในใจเรานี่สิ มันบอกว่าไม่...ไม่...ไม่ใช่แบบนี้....หง่า อีกใจก็บอกว่าอย่าไปติอาหารเค้านะจะพาลให้กินอาหารไม่อร่อยไปหลายวัน ประมาณว่ามีสิทธิ์โดนตบปากเอาง่ายๆ ฮ่า ๆ พอกลับมาบ้านแล้ว...หลายวันผ่านไปนึกอยากลองทำน้ำพริกกะปิ ฝากเพื่อนซื้อมะเขือพวงมา 1 แพค ระหว่างนั่งรถกลับบ้านเราก้คุย ให้เพื่อนในรถฟังว่าวันนี้กลับบ้านไปจะตำน้ำพริกกะปิกินกับไข่ทอดชะอม พรุ่งนี้จะกินด้วยกันมั้ย??? หล่อนสวนมาว่าน้ำพริกกะปินี่ต้องพี่....ตำ เค้าตำได้อร่อย เท่านั้นแหละค่ะ อาการเสียเซลฟ์เกิดขึ้นในทันได้แถมนีกในใจว่าเออ..ง้้นก็อย่ากินมันเลย ผ่านไปอีกวันเราก็ยังไม่ตำ ผ่านไปอีกวันก็ยังไม่ตำน้ำพริกกินสักที ผ่านไปอีกวัน...จนกระทั่งมะเขือพวงเริ่มเหี่ยวบ้างในบางส่วน แหม....พอเห็นมะเขือพวงเหี่ยวเท่านั้นอาการเสียดายเงินค่ามะเขือ เข้าครอบงำความกลัว(ไม่อร่อย)เสียหมดสิ้นเหมือนราหูอมจันทร์ยังไงงั้นเลย เกี่ยวกันม้ียเนี่ย เอิ๊กส์ ๆ ว่าแล้วก็ลงมือตำน้ำพริกกะปิ โดยบอกกะตัวเองว่าจะกลัวไม่อร่อยไปทำไมกัน?? ทำออกมาไม่อร่อยก็เททิ้งไปก็ได้...ไม่มีใครมาติให้ได้ยินหรือทำให้เสียเซลฟ์อีก เราเชื่ออยู่เรื่องหนึ่งของความเป็นมนุษย์ คนเราไม่ว่าจะทำอะไรถูกหรือผิด ย่อมเข้าข้างตัวเองเสมอ อาหารก็เช่นกันเราตำกินเองรสชาติที่ได้ก็ถือว่าไม่เลวร้ายอะไร ฮั่นแน่เราเข้าข้างตัวเองปะเนี่ย??? อุ๊เหม่....ทำไมเป็นเช่นนั้นไปได้ ก็แหม...ฝาละมีเราฮีไม่กินกะปิดังนั้นจึงขาดพ่อช้อยนักชิม...ไปซะเลยงานนนี้นะสิ จากตำราอาหารไทย..........ย่อมาดังนี้ อันเรื่องราวชองน้ำพริกกะปิ จะตำอย่างไรให้รสชาติกลมกล่อม ตามแบบฉบับดั้งเดิม ซึ่งในตำราอาหารไทยชาววังเขียนบอกไว้ว่า กะปิจะต้องใหม่ และก็ห่อใบตองนำไปย่างให้กะปิหอมเสียก่อน น้ำพริกกะปิที่อร่อยควรจะมี 4 รสชาติ เปรี้ยว เผ็ด เค็ม และหวานปะแล่มๆ เน้นว่าแค่หวานนิดเดียวเท่านั้น....สิ่งสำคัญคือต้องมีทุกรสห้ามขาดรสใด...รสหนึ่ง ดังนั้นแล้วเราจึงพยายามตำน้ำพริกกะปิกินเองโดยยึดเอารสชาติตามตำราว่าไว้เป็นหลัก หัดทำกินเองเสีย...จะได้อร่อยถูกปากตัวเองไง ที่สำคัญตำน้ำพริกกะปิกินเองจะช่วยลดอาการเสี่ยง"ปากแตกปางตายได้ด้วย" ถ้าบังเอิญคุณบังอาจไปติอาหารผู้อื่นเค้า อาจมีสิทธิ์ถูกตบปากเอาง่ายๆไง แค่นี้แหละเขียนเอาแค่ ขำ ขำ ก็พอเนอะ  เครื่องปรุง 1. พริก แล้วแต่ความชอบเผ็ดมากเผ็ดน้อย เราใส่15 เม็ดยังไม่เผ็ดสะใจ อาจจะเป็นเพราะพริกแช่แข็งมันไม่เผ็ดเท่าพริกสดๆอ่า 2. กะเทียมกลีบใหญ่ 4-6 กลีบ 3. กะปิอย่างดี 2 ชต.นำไปห่อใบตองแล้วย่างให้หอม ถ้าเป็นแม่บ้านต่างแดนแบบเราล่ะก็ ต้องดัดแปลงใช้ใบข้าวโพดมาห่อกะปิแล้วนำไปย่าง ใบตองแพงมากค่ะสุ้ไม่ไหว 4. น้ำตาลปี๊บ 5. มะนาว 2-3 ลูก 6. น้ำส้มคั้น 1-2 ลูก 7. กุ้งแห้งอย่างดี 2 ชต. วิธีทำ นำกะปิห่อใบตองหรือกระดาษฟอยล์/ใบข้าวโพด จากน้้นนำไปย่างไฟให้พอหอม   ตำพริกกับกะเทียมพอแหลกแล้วก็ใส่กุ้งแห้งไปโขลกรวมพอแหลกนิดหน่อย  ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ มะนาว และน้ำส้มคั้นลงไป สุดท้ายใส่มะเชือพวง โขลกให้ส่่วนผสมเข้ากันดี แล้วชิมรสชาติดูอีกที ใครชอบรสชาติใดก็ใส่กันไปค่ะที่สำคัญต้องมี 4รส   โขลกทุกอย่างจนเข้ากันดีแล้วชิมรสชาติได้ตามต้องการอีกที ปล. ทำไมต้องใส่น้ำส้มคั้นด้วย? คำตอบก็คือน้ำส้มคั้นใช้แทนน้ำเปล่าไงค่ะ ถ้าไม่ชอบน้ำพริกใสก็ใส่น้ำส้มคั้นแค่1ลูก แต่เราใช้ 2 ลูกเพราะเสียดายส้มที่ซื้อมา น้ำพริกกะปิเราเลยออกแนวใสไปหน่อยนึง มิเป็นไรค่ะยังไงก็ยังอร่อยตามปากเราอยู่ดี อ่าว...เห็นปะว่าเข้าข้าตัวเองอีกละ เอิ๊กส์ ๆ ๆ ลองใส่ดูจะได้รสชาติอร่อยกว่าใช้น้ำธรรมดาๆผสมเชียวแหละ   น้ำพริกกะปิกับข้าวร้อนๆและก็ไข่ทอดชะอม แค่นี้อร่อยล้ำแล้ว แจมด้วยเนื้อทอดที่เหลืออุ่นร้อนไปหลายหนไปหน่อย อ่อ สุดท้ายมีลูกชิ้นเหลืออยู่ นิดหน่อยเลยเอาไปทอดได้เครื่องเคียงที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้ามาแทน อิอิ บ้านอื่นเค้ามีปลาทู เนื้อทอดกันเนอะ บ้านเรามีเท่าที่เห็น
| Create Date : 20 พฤษภาคม 2556 |
|
2 comments |
| Last Update : 20 พฤษภาคม 2556 2:04:24 น. |
| Counter : 71 Pageviews. |
|
|
|
พูดถึงเรื่องทำอาหารแล้วเราพยายามที่จะทำแล้วมีคนมาทักนี่ รมณ์บ่จอยจริงๆนะค่ะ
น่าจะให้กำลังใจเราสักกะหน่อย