มกราคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สุขกันเถอะเรา....ตามประสาแม่และลูกๆ
โอ้ว...ลัลลา เรามาถึงเมืองไทย วันที่20 ธันวาคม 2554 ลูกสาวคนเล็กไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ คนเดียวลำพัง...หล่อนช่างเก่งกล้ามาก... จริงแล้วไม่อยากให้เค้ามาเพียงลำพัง แต่เค้าบอกว่าเค้าโตแล้ว เค้าทำได้ก็เลยโอเคกะเค้า


รุ่งขึ้นวันอังคาร...ก็พากันซื้อตั๋วเดินทางไปหาคุณนายแม่....หลังจากจัดการเรื่องบ้านให้แม่เสร็จ เราและลูกสาวคนเล็กก็พากันเดินทางเข้ากทม. อีกเพราะลูกสาวคนเล็กมีสอบวันอาทิตย์ ทำให้ได้อยู่กะคุณนายแม่แค่ 3 วันเอง

... พึ่งได้รู้เองนะเนี่ยว่า การที่ได้กลับเมืองไทยคนเดียว...และมีเวลาอยู่กับลูกๆตามลำพัง มันมีความสุขมากมายแค่ไหน ความสุขที่ไม่เคยคิดอยากจะลืม จะแอบเสียดายบ้างก็เรื่องเดียวที่มีเวลาอยู่กับแม่อันเป็นที่รักน้อยมาก... เพราะแม่ไม่สามารถเดินทางไกลๆได้ สุขภาพไม่อำนวย...ฮือ ๆ

จริงๆไม่มีแพลนเดินทางมาเมืองไทยหรอก ถ้าเกิดว่าไม่ได้มาจัดการธุระเรือ่งบ้านให้แม่ ก็คงไม่มีโอกาสได้มาเมืองไทยตอนคริสมาตและปีใหม่ ถือว่าโชคดีมากที่....ลูกสาวคนเล็ก ทางมหาวิทยาลัยเค้าเลื่อนกำหนดการเปิดเทอม เนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วม(หนัก) เค้าเลยได้มีโอกาสคอยอยู่เป็นเพื่อนแม่ ไปชอปปิ้งกะแม่ เดินซะขาลากเลย เค้าบ่นปวดเท้ามากเพราะเดินเที่ยวกะแม่ทุกวันๆๆ วันละ5-8 ชม.แต่คนแก่อย่่างแม่ กลับเดินโดยไม่ปวดเท้าเลยอ่ะ เพราะอะไร? ..ติดตามอ่านได้ในด้านล่างแล้วจะรู้ว่า ทำไมเราเดินได้นานแบบไม่ปวดเท้าเลย...."คำเตือน....โปรดใช้วิจารณยานในการอ่าน" คริคริ เพราะไม่ได้โค-สะ-นา ให้ใครทั้งสิ้น

วันแรก....ไปชอปปิ้งกันที่สยามพารากอน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือว่าจะ...หาซื้อรองเท้า ดีๆ และถูก ๆ ใส่สักหน่อย .... เค้าก็บอกว่า รองเท้าดีๆและถูกๆไม่มีในโลกนี่หรอกแม่ แต่หนูมีรองเท้าดีๆที่อยากแนะนำให้แม่ใช้ ชื่อ"ฟลิบฟลอบ" ไอ่เราก็เชยเนอะ ไม่รู้จักหรอกว่ามันหน้าตาแบบไหน ก็ถามลูกไปว่ามันดียังไง แล้วราคา? เท่าไร? ลูกก็บอกว่ามันดีตรงที่ว่ามันใส่แล้วเดินสบาย ตอนนี้ดาราเค้าฮิตใส่กันมากเลยแม่ มันไม่กัดเท้าแม่แน่ๆ ส่วนราคาก็ประมาณ3-4พันอัพ แล้วแต่แบบอ่ะนะ บางแบบแพงไปถึง7พันก็ยังมีเลยจ้า....อ๊ากส์ แม่เกิดอาการจิตตกราคาเกือบ 4 พันอัพเนี่ยนะ .... เหวยๆๆๆๆ แม่ไม่เอาหรอก ....แพงเว่อ ลูกสาวก็บอกว่าแพงหน่อยแต่แม่ต้องชอบแน่ๆ ไอ่เราก็ไม่อาวๆๆ ไม่ไป ยังไงแม่ก็ไม่ไปเข้าร้านรองเท้าร้านนี้แน่ๆ คือแอบ"งก" ลูกสาวก็.... อยากให้แม่ซือ้มาใส่เพราะ..เค้ารู้ดีว่าแม่เข่าไม่ดี....".แม่เข่าไม่ดี เวลาเดินจะได้ไม่กระแทกเข่ามาก เพราะพื้นรองเท้าดี ใส่สบาย "นะแม่.....ในที่สุดก็อดทนต่อคำบรรยายของลูกสาวคนเล็กไม่ได้ อ๊ะๆ ไปดูสักหน่อย แม่ไม่ซื้อก้ไม่เป้นไร หนูอยากให้แม่ไปลองใส่่ดู พอได้ลองใส่ดู โอ้...นี่แหละรองเท้าที่ข้าพเจ้าต้องการ มันนุ่มมาก เวลาเดินซัพพอตเท้าได้ดี ให้คะแนน10 เต็ม ซื้อปุ๊บขอใส่ปั๊บเลย ไม่ได้เห่อนะเนี่ย อิอิ นี่ละค้าเหตุผล...ที่ทำให้คนแก่(เรา)เดินยังไงก็ไม่เมื่อยเท้า

วันต่อมาไปชอบปิ้งกันที่เซนทรัลเวริ์ล 555 คราวนี้อยากได้รองเท้า...ไว้ใส่ไปทำงาน...ดีๆสักคู่(อีกละ) อิอิ เดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ลองไปทั่ว ก็ยังได้ไอ่ที่ถูกใจทั้งคุณภาพ และราคาไม่ได้สักที จนลูกสาวเหนื่อยแทนผู้เป็นแม่....เดินหารองเท้าที่ดีถูกใจไม่ได้สักที.... จนกระทั่งมาสะดุดร้านDapper ตั้งใจจะไปซื้อกระเป๋าทำงานไปให้สามีเป็นของขวัญปีใหม่.... พอดีว่า....มันเป็นช่วงลดราคาซื้อสินค้าชิ้นที่1 จะได้ส่วนลดชิ้นที่2 กี่เปอร์เซนต์จำไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่าจ่ายไป 4 พันกว่า ได้รองเท้าที่คิดว่าถูกใจทั้งราคา และคุณภาพ มาด้วย....คนขายบอกว่ารองเท้าทำมาจากหนังแกะมิน่าละมันถึงนิ่ม.... ไม่รุ้เหมือนกันว่าถึงตอนใส่ไปทำงานจริงๆ ช่วงซัมเมอร์มันจะกัดเท้ามั้ย เท่าที่ลองใส่ ให้คะแนน 9/10
หลังจากได้รองเท้า และกระเป๋าฝากสามีแล้ว ก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าไว้ใส่ไปทำงานอีกละ ไปลองและซื้อมาหลายชุดมาก เพราะกะซื้อไว้ใส่ไปในงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทด้วย ไหนๆได้บินเดี่ยวคนเดียว โดยไม่มีก้างขวางคอ(สามี)....โดยเฉพาะเวลาจะซื้อเสื้อผ้า เดี๊ยนขอ ชอปกระหน่ำคร่ะ คริคริ เรื่องเสื้อผ้าเดี๊ยนไม่เน้นแบรนด์เนม คิดอย่างเดียว ขอให้ใส่แล้วดูดี เหมาะกับงานและวัย เอาหมดล่ะ ฉะนั้นเสื้อผ้าปีนี้ซื้อมันตั้งแต่ราคาตัวละ 300 กว่า ยัน 3พันกว่า

*************************************************************************




บันทึกรักจากแม่ แด่ลูกชายคนโต
แชมป์ พี่ชายคนโต ลูกชายโทนของแม่ ปีนี้เป็นผู้ใหญ่ 100 เปอร์เซนต์แล้ว พึ่งอายุครบ24 ปี ไป หมาดๆ หลังจากเรียนจบปริญญามา1 ปี ก็ได้งานทำที่ถูกใจตัวเองสักที เล่นเอาแม่ลุ้นหัวใจจะวายให้ได้ว่าเค้าจะสอบเข้าทำงานได้ป่าว?? ในที่สุดเค้าก็ทำได้ แม่ก็ไม่หว่งอะไรมากแล้ว มีเสียใจเล็กน้อยบ้างก็แค่่ว่า ปีนี้แชมป์ไม่ค่อยมีเวลาให้แม่ ไม่ค่อยมานอนหนุนตักแม่เหมือนเก่าแล้ว เงียบ ขรึม เป็นผู้ใหญ่ไปซะแว้วว .



คั่นกลางด้วยภาพ แห่งความรัก


นั่งรถเมล์จะไปสยามกันบังเอิญ รถเมล์ติดไฟแดง มองไปเห็นรูปปั้นนี่เด่นดี เลยขอคนขับให้เปิดประตู ลงไปถ่ายรูปกัน โปรดสังเกตรองเท้าแม่กะลูกสิค่ะ เอิ๊กส์ ๆ
ชี ชอบมากเลยรองเท้า "ดาวเทียม" แม่จะซื้อแบบแม่ให้ใส่เค้าก็ไม่อาวๆ ๆ หนูชอบดาวเทียม อ่าว?ซะงั่นลูกแม่


ลูกสาวโดดเรียนจากมหาลัย มาหาแม่ คริคริ แอบแซว


ลูกชายขับรถพาไปเที่ยวชลบุรี พาไปกินอาหารทะเล และนึกถึงวันเก่าสมัยยังเป็นเด็กน้อยกัน แม่กะพ่อ พามาบ่อยมาก พอโตแล้วก็ขับรถพาแม่กะพ่อ มาเที่ยวบ้างตามโอกาส


ลูกพาเดินหาซื้อของฝากกลับบ้าน

*************************************************************

บันทึกรัก ตอนที่ 2   น้องจูเนียร์ลูกสาวคนเล็ก



2 อาทิตย์ที่แม่ได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ลูก มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของแม่ก็ว่าได้ ทุกๆวันที่ตื่นขึ้นมา แม่จะได้ยินเสียงร้องเพลง รักนะคนดี จากจูเนียร์ ทุกวัน เรียกได้ว่าเกือบท้งวัน หล่อนจะร้องแต่เพลงนี้ให้แม่หมูฟังตลอดจนแม่เกือบร้องเป็นกะเค้าแล้ว

 

 

***********************************************************************

 

บันทึกรัก ตอนที่3  ลูกสาวคนโต แต่เป็นลูกคนที่2 (คนกลาง)

ชอบมากวิวสวยโดยไม่ต้องจ่ายตังค์ไปถ่ายในสตูดิโอ




น้อง1 ก็เหมือนกัน น่ารักมาก ....ทุกวันถ้ามีไปเรียนจะรีบกลับบ้านมาหาแม่ มาอยู่ใกล้ๆแม่ บางวันทิ้งพี่ชายให้ขับรถกลับบ้านคนเดี่ยวเพราะไม่อยากเสียเวลารอกลับบ้านมาหาแม่พร้อมพี่ชาย ทุกวันเช้าก่อนไปเรียนจะหอมแก้มแม่ ปลุกแม่ แม่จ๋า นู๋ไปเรียนก่อนนะ เดี๋ยวเจอกัน แม่ไปไหนก็โทรบอกนู๋ด้วยจะได้ไปเจอกันกลางทาง นู๋จะยังไม่เข้ามาบ้านนู๋จะไปหาแม่ แล้วเราค่อยเข้าบ้านพร้อมกัน






ลูกสาวคนเล็ก มหาลัยยังไม่เปิด ถ้าเปิด สงสัยคงโดดเรียนเหมือนพี่สาวแน่ ๆ






Create Date : 11 มกราคม 2555
Last Update : 7 กรกฎาคม 2555 1:39:39 น.
Counter : 723 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ประนม
Location :
กรุงเทพฯ  Denmark

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



เริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งนี้ ด้วยวัย40กะรัต
ไม่รู้เหมือนกันว่าสงสาร...หรือว่ากามเทพตั้งใจ .....ที่ท่าน....ทำให้เราได้พบรักครั้งใหม่กับฝรั่งตาน้ำข้าว (แม่ชอบเรียก) ถามว่าแม่ปลื้มมั้ย? ไม่ปลื้มค่ะ....แม่ไม่ชอบลูกเขยฝรั่ง เพราะว่าลูกสาวแม่ต้องย้ายไปอยู่กับลูกเขย ไปเป็นแม่บ้านต่างแดน ชื่อเหมือนบล๊อคยังไงยังงั้นเลยเนอะ ... แม่เหงา... แม่มีลูกสาวเพียงคนเดียว แทนที่จะได้อยู่ด้วยกันจนตายจากกัน ก็...ต้องอยู่ห่างไกลกันเสียเหลือเกิน แต่...แม่ก็ไม่ขวางความรักครั้งใหม่ของเรา 2 คน

อยากจะบันทึกเรื่องราวชีวิตในต่างแดน เพื่อเก็บเอาไว้อ่านย้อนหลัง เมื่อเราแก่ตัวไป จะได้รู้ว่า ช่วงชีวิตหนึ่งที่ห่างหายจากครอบครัวอันเป็นที่รัก มีเรื่องราวอะไรน่าจดจำบ้าง แม่เป็นยังไง ลูกๆเป็นยังไง ใครเศร้า สุข ทุกข์ใจ เรื่องราวที่เข้ามาดี ร้าย อย่างไร? บันทึกไว้เพื่อจดจำกับเรื่องราว

พื้นที่ห้องน้อยๆแห่งนี้... เป็นเสมือนสมุดบันทึก เพื่อเก็บบันทึกถึงอาหารของแม่ที่พร่ำ(บ่น)สอนให้เราทำซึ่งพอจะทำเป็นอยู่บ้าง อาหารไทยได้จากแม่ อาหารจีนได้มาจากแม่สามีเก่า แต่ด้วยความที่เราไม่ค่อยเอาใจใส่รักการทำอาหารเหมือนแม่ ทำให้ต้องมาหัดเรียนรู้เอาใหม่จากเพื่อนบ้านชาวบล๊อคแก๊งค์ด้วยกันก็หลายท่าน ขอบคุณทุกท่านที่พากันทำฮาวทู ทีละขั้นตอน สอนอย่างจริงใจ และให้อย่างจริงใจ
ขอบคุณชาวบล๊อคแก๊งค์ ที่แบ่งปันสูตรอาหารต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

และสุดท้ายขอบคุณสำหรับทุกๆท่านที่คอมเม้นท์ไว้ให้ค่ะ และขออภัยด้วยหากไม่ได้ไปเม้นกลับ เนื่องด้วยไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อยๆเหมือนเก่า
images by free.in.th