ตอบหลังไมค์-การลงทุนหุ้นของคนวัยเกษียณ
จริงๆมีหลังไมค์มาถามสองเดือนเข้าไปแล้ว แต่เพิ่งจะได้มานั่งเขียนอะไรยาวๆ(ไม่รวมที่ไปตอบกระทู้นะครับ)
ก็ต้องขอโทษด้วยที่ตอบไปช้ามากมายครับ ขออนุญาตลงคำถามในกระทู้ แต่ไม่เอ่ยชื่่อตามที่คนส่งขอให้ละไว้นะครับ
ที่เอามาลงในกระทู้เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆด้วยครับ

เกษียณแล้วค่ะ มีเงินเก็บนิดหน่อย แบ่งไปซื้อประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ และซื้อสลากออมสินไว้บ้างแล้ว ไม่เคยซื้อหุ้นเลย ตอนนี้อยากจะลองลงทุนดู อาจจะที่เบื้องต้นสัก 500,000 บาทค่ะ ยังไม่มีความรู้เรื่องหุ้นหรือตลาดหุ้น กำลังหาทางศึกษาอยู่ ไม่ทราบพอจะแนะนำไหมคะ ว่าควรซื้อหุ้นตัวใด

ตำราตอนนี้มีเล่มไหนดีคะ สำหรับมือใหม่ และขั้น advanced

ขอบคุณค่ะ

จริงๆแล้วถ้ามีกระทู้ปรึกษาเรื่องของการลงทุนแล้ว ผมมักไม่ค่อยตอบเท่าไหร่ เพราะข้อมูลที่ให้กันในกระทู้มักจะน้อยจนเกินไป เช่น จะลงทุนอะไรดี เท่าไหร่ดี หุ้นตัวไหนดี
หากไม่รู้ที่มาที่ไปและข้อจำกัดต่างๆของนักลงทุนคนนั้นๆแล้ว ผมยังไม่เห็นเลยว่าจะไปตอบอะไรให้เค้าได้ เช่นถ้ามีคนมาถามผมว่า เล่นหุ้นดีมั้ย ผมบอกว่าดีนะ
แต่คนนั้นลงทุนร้อยขาดทุนบาทเดียวก็ของขึ้น จะลงแดงให้ได้เลย แบบนี้มันก็ดีในมุมผมไม่ดีในมุมเค้า ในทางกลับกันการลงทุนบางอย่างก็ดีสำหรับเค้าไม่ใช่สำหรับผม

เกริ่นมาซะยาว จริงๆผมควรจะถามรายละเอียดจากผู้ถามต่อ แต่เนื่องจากคิดจะพิมพ์เมื่อกี้สดๆ เลยไม่ได้หลังไมค์ไป ก็คงได้แต่เขียนไว้เป็นอุทาหรณ์ว่าการปรึกษาการลงทุนนั้นละเอียดมาก
การจะมาบอกแค่ว่ามีเงินเท่าไหร่ รายได้เท่าไหร่ควรจะไปลงทุนอะไรเท่าไหร่มันไม่พอครับ ผมเองก็พลาดไปที่ไม่ได้ถามรายละเอียดอื่นๆมาแต่ต้น
ดังนั้นในกระทู้นี้ผมขอยกมุมมองของผมแบบคร่าวๆ ดังนี้

1 คำว่าเงินเก็บนิดหน่อย ผมไม่แน่ใจว่าหน่อยเท่าไร แต่ถ้าต้องการจะเล่นหุ้น500,000บาทนี่คงไม่หน่อยมากแน่ๆ^^ ผมเลยไม่ทราบว่าซื้อประกันชีวิตและสลากออมสินไปเท่าไร
แต่ต้องดูตรงนี้นิดนึงครับ ประักันชีวิตเองมีหลายประเภท ถ้าในตำราเรียนสมัยก่อนมีสี่ประเภท ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ทะยอยพัฒนาแบบใหม่ๆขึ้นมาอีกมากจากสมัยที่ผมเรียน
ทว่าประกันส่วนใหญ่ที่นิยมในตอนนี้ก็คือประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ซึ่งว่ากันตามตรงนะครับ ถ้าอยู่จนครบอายุแล้วผมคิดว่าประโยชน์ที่ได้รับมันน้อยจนเกินไปสักหน่อย

เพราะอะไร เพราะบริษัทประกันเอาเงินของเราไปลงในพันธบัตรและหุ้นกู้เป็นส่วนใหญ่ ได้มาเท่าไรหักต้นทุนค่านายหน้า ค่าดำเนินการ และกำไรของบริษัท
เหลือจากนั้นจึงเป็นของเราที่ลงเงิน หากผลตอบแทนในตลาดดีบริษัทประกันรับไป แต่ถ้าผลไม่ดีมากๆมีหนังสือมาขอลดค่าตอบแทนเราอีกแน่ะ -_-"

แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่สนับสนุนนะครับ เพราะการออมผ่านการทำประกันผมคิดว่ามันมีอะไรมากกว่าแค่เรื่องของผลตอบแทนเท่านั้น
เช่น เรื่องของการป้องกันความเสี่ยง การสะสมทุนทรัพย์เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างในอนาคต และหรือเรื่องอื่นๆ
ทว่าผมสนับสนุนอีกเช่นกันว่า ให้ศึกษษประเภทของการประกันให้ดีๆ ว่าตรงตามความต้องการของเราหรือไม่
อย่างในบทความ "ผม เงิน ชีวิต"ของผมผมก็ไม่เหมาะกับการทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ เพราะวัตถุประสงค์และทัศนคติไม่เหมาะกันเท่าไหร่

สำหรับผู้ถามผมไม่แน่ใจว่าต้องการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ด้วยวัตถุประสงค์ใด หรือท่านอื่นๆก็เช่นกัน ก่อนทำต้องศึกษาความต้องการของตนเองก่อนนะครับ
เพราะการทำความเข้าใจเพิ่มอีกเล็กน้อย จะทำให้เราประหยัดและได้ประโยชน์มากกว่าการทำประกันหรือลงทุนไปตามเรื่อง ตามที่คนขายแนะนำมาก
และที่สำคัญหากผู้ถามหรือใครที่อายุยังไม่เกินเกณฑ์ ผมแนะนำอย่างยิ่งให้ทำประกันสุขภาพครับ เพราะเดี๋ยวนี้ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก
แต่ทำแล้วก็ต้องดูแลตัวเองนะครับ อย่าให้เกิดกรณี Moral Hazard แบบในวิชาเศรษฐศาสตร์เข้านา อิอิ

2 เรื่องสลากออมสิน ถ้ามีทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องอยู่แล้วก็ไม่ว่ากันครับ แต่เนื่องจากสลากพวกนี้จะถูก "ล็อค" เงินอยู่กับธนาคารหลายปี
ดังนั้นต้องเผื่อเงินสำหรับใช้จ่าย และสำหรับเหตุฉุกเฉินด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นพอฉุกเฉินเข้าไปขายก่อนเวลา พาลได้เงินน้อยลงอีก(สำหรับสลากบางรุ่น)
เรื่องสลากนี่ผมไม่แน่ใจว่าเค้าเปิดขายทุกๆกี่เดือน/ปี เคยเข้าไปอ่านๆอยู่คลับคล้ายคลับคลาว่าออกเป็นคราวๆไป ไม่ได้กำหนดแน่นอน
แต่ถ้าออกแน่ๆทุกช่วง ก็อาจจะซื้อสลับกันก็ได้ครับ เช่นถ้าออกทุกสามเดือนก็แบ่งเงินออกเป็นหลายๆส่วนแล้วทะยอยซื้อไป
การทำแบบนี้ทำได้กับการออมและการลงทุนอื่นใดที่ออกมาสม่ำเสมอครับ ข้อดีคือจะทำให้เรามีเงินสดออกมาสำหรับทุกช่วงที่เราวางแผนไว้
เช่นอาจจะปีละหน สองหน สี่หน หรือเดือนละหนก็ยังได้ ส่วนข้อเสียคือ อาจจะเสียโอกาสจากเงินที่รออยู่สำหรับงวดต่อๆไป แต่ก็แค่ในคราวแรกครับ

3 เรื่องหุ้น หากว่าไม่มีความรู้เลยผมไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ครับ กองทุนยังอาจจะลำบากเลย ลองดูกระทู้เรื่องทองคำเมื่อวันที่30 ธันวาสิครับ
ถ้ารับได้สำหรับความเสี่ยงแบบนั้นก็อาจจะใกล้เคียงกับการลงทุนหุ้นด้วยตัวเองหน่อยนึงแล้ว แต่จริงๆสำหรับคนมีอายุสักหน่อยที่ไมเคยชิมลางตลาดเลย
ตามตำราเค้าว่าไว้ว่าไม่ควรลงทุนหุ้นมากนัก เอาสัก5-10%กำลังเหมาะ หรืออาจจะไม่ลงทุนเลยหากรับความเสี่ยงได้น้อย

จริงๆมีหนังสือเล่มนึงสมัยก่อนนู้นชื่อ "ฝ่าดงหุ้น" คนเขียนเล่าว่าเคยมีคนเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว เพราะขึ้นก็ลุ้น ลงก็ลุ้น สุดท้ายต้องไปนอนโรงพยาบาล
ดังนั้นหาก "ใครก็ตาม" ที่สนใจจะลงทุนในหุ้น ต้องมั่นใจก่อนว่าตัวเองจะไม่โดน "หุ้นเล่น" จนสุขภาพกายทรุดโทรม (ส่วนสุขภาพบัญชีก็มาว่ากันอีกที)

ทีนี้ผมไม่ทราบว่าผู้ถามสามารถรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน และเิงิน500,000บาทที่ว่านี่มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินเก็บทั้งหมด
ลองพิจารณาดูอีกทีครับว่าสามารถ "ทนได้หากเงินที่ว่าหายไปหมดเลย" ถ้าคิดว่าทนได้ก็ "อาจจะ" ลงทุนได้ครับ

4 สำหรับหุ้นนั้นผมไม่เคยแนะนำใครในบอร์ดจริงๆครับ จะมีบ้างก็เวลาคนถามว่า "ผม"ชอบตัวไหน ผมก็พอจะบอกได้บ้างว่าชอบเพราะอะไร
แต่แน่นอนว่าหุ้นที่ผมชอบคนอื่นอาจจะไม่ชอบ เพราะการลงทุนหุ้นนั้นมันแล้วแต่รูปแบบของใครของมัน บางคนชอบพื้นฐาน บางคนตามเทคนิค
พื้นฐานบางคนชอบมั่นคง บางคนชอบโตเร็ว เทคนิคบางคนเล่นตามเทรนด์ บางคนชอบเล่นตามโมเมนตัม ก็แล้วแต่นิสัยใจคอของแต่ละคนไป

แต่สำหรับผมแล้ว หนังสือที่แนะนำให้เป็นพื้นฐานก็จะมีดังนี้ครับ ถ้าอ่านได้ตามลำดับน่าจะดี
ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ / ตีแตก / learn to earn / one up on wall street / beating the street
ผมว่าอ่านได้ขนาดนี้ก็คุยกับคนในเวบบอร์ดรู้เรื่องแล้วครับ ไปงามสัมมนาก็ฟังเค้าพอรู้เรื่องสบายๆแล้ว

หรือถ้ารักจะเป็นสายเทคนิคก็น่าจะแนวนี้
มหัศจรรย์แห่งเทคนิค / trading for a living / come in to my trading room

และหนังสือที่ทุกสายควรจะอ่านนะครับ ไม่เรียงตามลำดับนะ
The disciplined trader / Trading in the zone / market wazirds

สำหรับขั้นเหนือไปกว่านี้ผมคิดว่าก็แล้วแต่จริตแล้วครับ ว่าชอบแนวทางไหน ของใคร เพราะพอลึกๆไปแต่ละสายก็แตกแยกย่อยออกไปอีก

คงตอบไว้กว้างๆเท่านี้ครับ หวังว่าคงมีประโยชน์กับทั้งผู้ถามและมือใหม่หลายๆท่านครับ

(@_@)



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2555 0:34:14 น.
Counter : 938 Pageviews.

0 comments
สลาก (ไม่ใช่ฉลาก) ผู้ชายในสายลมหนาว
(22 มิ.ย. 2563 14:48:00 น.)
หุ้น SCC จะจ่ายปันผล 5.5 บาทต่อหุ้น (30 ก.ค. 63) jejeeppe
(30 ก.ค. 2563 10:28:10 น.)
สูงอายุ มาร์เก็ตเพลส (market place) ช่องทางใหม่สำหรับการสร้างรายได้ของผู้สูงอายุ นกสีเทา
(14 พ.ค. 2563 10:44:08 น.)
ตอนที่ 2 มาลุ้นกันหน่อย Lease รถแล้วเอาเงินไปซื้อหุ้น ใครจะดีกว่ากัน สามปี newyorknurse
(20 ก.พ. 2563 08:32:13 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Longkiddoo.BlogGang.com

ขอบฟ้าบูรพา
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]

บทความทั้งหมด