CDS ดินระเบิดวิกฤติเศรษฐกิจตัวจริง
Credit Default Swaps ( CDS ) หรือสัญญารับประกันเงินกู้ ถูกออกแบบมาใช้ครั้งแรกราวปี ค.ศ.1988 เพื่อใช้เป็นสัญญารับประกันการผิดนัดชำระหนี้ โดยคนซื้อตกลงจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่าค่าธรรมเนียมให้อีกบุคคลหนึ่งที่เป็นผู้ขาย ซึ่งมักจะเป็นสถาบันการเงินเพื่อให้ออกสัญญาฉบับหนึ่งที่ให้การรับประกันมูลหนี้ที่ผู้ซื้อได้ปล่อยกู้ หรือซื้อหุ้นกู้จากสถาบันการเงินอื่นๆ

หากสถาบันการเงินอื่นผิดนัดชำระหนี้ ผู้ขาย CDS รับที่จะชดใช้มูลหนี้ก้อนนี้ให้แทน

คนขายได้ค่าธรรมเนียม คนซื้อได้รับการคุ้มครอง ขณะที่ความเสี่ยง (เรื่องหนี้สูญ ) ถูกโอนจากคนซื้อไปที่คนขาย CDS

โดยทั่วไป CDS จะเป็นสัญญาระหว่างสถาบันการเงินด้วยกันเอง ที่ทำขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหายจากการนำเงินของตนไปลงทุนซื้อหุ้นกู้ของบริษัทอื่น

ค่าธรรมเนียมมักจะอยู่ระหว่าง 5-8% ของวงเงินที่จะให้รับประกัน ขึ้นกับความมั่นคงของบริษัทลูกหนี้ หากหุ้นกู้มีปัญหา ธนาคารผู้ขาย CDS ต้องชดใช้เงินให้เท่ากับ 100% ของราคาพาร์ของหุ้นกู้นั้น

ฟังดูน่าจะเป็นการดี ที่สถาบันการเงินมีความรอบคอบที่จะปกป้องตัวเอง แต่ปัญหาคือ มันไม่มีกฎระเบียบในเรื่องนี้ ไม่มีองค์กรกลางที่จะมาเป็นศูนย์ควบคุมดูแลหรือตรวจสอบธุรกรรมเหล่านี้

การซื้อขายมักจะทำกันทางโทรศัพท์หรือแฟกซ์ เจ้าหน้าที่เทรดเดอร์แต่ละคนก็ใช้วิธีจดบันทึกด้วยปากกา ไม่มีบุคคลภายนอกเข้ามารับรู้ หรือเป็นสักขีพยาน

ไม่มีการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ไม่มีการแถลงข้อมูลรายละเอียดของบริษัทลูกหนี้ ไม่มีรายงานประจำปี เจ้าหน้าที่ตัดสินใจจากประสบการณ์ของตนเอง

ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นักลงทุนสามารถซื้อ CDS ได้โดยที่ไม่ต้องเป็นเจ้าของหุ้นกู้เลย ยกตัวอย่าง เช่น คุณสามารถไปเดิมพันในการผิดนัดชำระหนี้ของสินเชื่อซับไพร์มได้ โดยคุณไม่ได้ปล่อยกู้สินเชื่อซับไพร์มนี้เลยแม้แต่ดอลลาร์เดียว

คุณเพียงแต่เดินไปจ่ายเงินเดิมพันราว 7% หากสินเชื่อส่วนนี้ผิดนัดชำระหนี้ คุณจะทำเงินได้ถึง 93% ทีเดียว (เมื่อหักค่าธรรมเนียมออกแล้ว) ซึ่งไม่ได้มีอะไรแตกต่างกับคนที่เป็นเจ้าของหุ้นกู้ แล้วไปซื้อ CDS ในราคาเดียวกัน

คนหนึ่งซื้อเพื่อเป็น “หลักประกัน” ขณะที่อีกคนซื้อเพื่อ “แทงพนัน”

ส่วนสถาบันการเงินนั้นเล่า ก็ยกตัวเองมาเป็น “บริษัทประกัน” ที่รับประกันการล้มละลายของบริษัทอื่นๆ โดยที่ไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาดูแล ซึ่งถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่ง บริษัทเหล่านี้ได้เสนอตัวเป็น “เจ้ามือ” รับแทงพนัน โดยมีความอยู่รอดของบุคคลที่สามเป็นเดิมพัน

มันไม่เป็นที่แน่ชัดว่า CDS ที่ขายออกไปในท้องตลาดแบบไหนมากกว่ากัน แต่คาดกันว่า แบบ “แทงพนัน” มากกว่าแบบ “หลักประกัน”

ที่น่าตกใจคือ มูลค่ารวมของ CDS ที่ยังไม่ครบกำหนดสัญญา น่าจะมีมูลค่าถึง 55 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของทุกประเทศในโลกนี้รวมกันทั้งหมดเสียอีก

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ เคยมีผู้ประมาณการไว้ว่า สินเชื่อบ้านในสหรัฐทั้งหมดรวมกันน่าจะมีมูลค่าประมาณ 8 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่หนี้สินของบริษัทต่างๆ รวมกันน่าจะอยู่ที่ 6 ล้านล้านดอลลาร์ รวมหนี้สินของภาคครัวเรือนและบริษัทเอกชนน่าจะอยู่ที่ 14 ล้านล้านดอลลาร์

แต่ CDS กลับมีมูลค่ารับประกันรวมถึง 55 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่ามูลหนี้ที่มีอยู่จริงถึง 4 เท่า

นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่า การซื้อ CDS เพื่อการเก็งกำไรหรือเพื่อแทงพนันนั้นมีจำนวนมากมายมหาศาล

ดังนั้น แทนที่ CDS จะมีไว้รับประกันความเสี่ยง กลับกลายเป็นว่า มันเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงให้กับระบบการเงิน เพราะสถาบันการเงินใหญ่ๆ ล้วนแต่ขาย CDS ด้วยกันทั้งนั้น เนื่องจากเห็นว่า เป็นช่องทางรับค่าธรรมเนียมได้โดยง่าย และคิดว่าได้มาฟรีๆ

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เมื่อสถาบันการเงินหนึ่งล้ม สถาบันการเงินแห่งที่สอง ที่สาม จะล้มตามกันมาเป็นทอดๆ

ถึงตอนนี้ ท่านทราบหรือยังว่า ทำไมจึงกล่าวว่า CDS คือดินระเบิดที่แฝงอยู่ในตลาดวอลล์สตรีท ที่มีแรงอัด 3-4 เท่า และสามารถทำปฏิกิริยาลูกโซ่ได้

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องตระบัดสัตย์ ยุติหลักการค้าเสรีไว้เป็นการชั่วคราว ประกาศตัวเข้าอุ้มสถาบันการเงินเอกชน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้า ประกาศยืนยันจะไม่เข้าแทรกแซงกิจการของเอกชน จะไม่มีการนำเงินภาษีของประชาชนไปช่วยคนผิดที่ทำธุรกิจแบบไม่รับผิดชอบ มุ่งเน้นแต่การเก็งกำไร

แต่ท่านคงมาได้สติว่า ถ้าไม่รีบเข้าไปช่วยตอนนี้ อาจจะไม่มีเหลือให้ช่วยในอนาคตครับ

บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ



Create Date : 07 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2551 15:41:30 น.
Counter : 534 Pageviews.

0 comments
大海 Dàhǎi ทะเลกว้าง Kavanich96
(19 ก.ค. 2563 18:34:05 น.)
หุ้น SCC จะจ่ายปันผล 5.5 บาทต่อหุ้น (30 ก.ค. 63) jejeeppe
(30 ก.ค. 2563 10:28:10 น.)
สูงอายุ มาร์เก็ตเพลส (market place) ช่องทางใหม่สำหรับการสร้างรายได้ของผู้สูงอายุ นกสีเทา
(14 พ.ค. 2563 10:44:08 น.)
ความศรัทธาของชาวพุทธ กับ สังเวชนียสถาน (ตอนที่ 1) อาจารย์สุวิมล
(24 มี.ค. 2563 22:40:41 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Longkiddoo.BlogGang.com

ขอบฟ้าบูรพา
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]

บทความทั้งหมด