http://wedding.bloggang.com... Wedding by Moonie Lin
แต่งงานที่ “ม่อนฝ้าย” มนต์เสน่ห์แห่งล้านนา

ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อยู่ที่เชียงใหม่นับว่าโชคดีกว่าว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อยู่จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ เพราะสิ่งแวดล้อม บรรยากาศ บวกกับความทันสมัยของเชียงใหม่ช่างทำให้การจัดงานแต่งงงานเป็นไปอย่างไม่ยากเย็นนัก อะไรๆ ของเชียงใหม่ก็ช่างเหมาะเจาะลงตัว และไปได้ดีกับธีมความรัก เหมือนอย่างที่กองถ่ายทำละคร และหนังหลายเรื่องยกกองไปถ่ายทำถึงเชียงใหม่ จนนักท่องเที่ยวเดินทางดั้นด้นมายลโฉมยามที่สบโอกาส

Photobucket

Photobucket

ระยะหลังๆ เชียงใหม่มี Boutique Hotel ขึ้นเป็นดอกเห็ด น่าอิจฉาคู่แต่งงานที่นี่ เพราะแม้แต่คู่แต่งงานชาวกรุงเทพฯ ยังต้องหาเหตุผลดีๆ เพื่อจัดงานแต่งงานตามเกาะแก่ง ชายหาด และสวนสวย ค่าใช้จ่ายในการแปลงโฉมสถานที่มากโข เห็นตัวเลขแล้วเหงื่อตกพอๆ กับการคัดกรองแขกพิเศษที่คู่แต่งงานจะเรียนเชิญไปร่วมงานเป็นพยานรัก ถ้าขืนเรียนเชิญแบบไม่แยกแยะ สงสัยว่าการสร้างครอบครัวจะเริ่มต้นจากตัวเลขติดลบ เวลาคนไทยจัดงานแต่งงานที ฝรั่งถามว่าแขกกี่คน คนไทยบอก 500 คน ฝรั่งร้องโอ้โห ต้องเป็นงานระดับชาติ จะว่ากันได้ยังไงเล่าคนไทยนั้นเพื่อนฝูงเยอะ จะตัดคนนี้ก็เกรงใจ จะตัดคนโน้นก็เดี๋ยวหาว่าไม่ให้เกียรติ บางคู่ลืมเชิญแขกผู้ใหญ่ โกรธกันไปไม่เผาผีก็มีถม บางคู่รู้ทันกันไว้ก่อน เชิญทุกคนที่เผชิญหน้า ทำเอาวันแต่งงานเลี้ยงโต๊ะจีน แขกแทบจะนั่งเก้าอี้ซ้อน 3 โต๊ะทะลักออกไปหน้าปากซอยโรงแรม

PhotobucketPhotobucket

PhotobucketPhotobucket

แหม จะพูดถึงเรื่องสถานที่จัดงานที่เชียงใหม่ เผลอไถลออกนอกเลน เชียงใหม่เป็นแหล่งรวมช่างฝีมือด้านศิลปะ การตกแต่งสถานที่ก็ทำได้โดยง่าย จะมีเรื่องยากเย็นอยู่บ้างก็อาจจะเป็นเรื่องเครื่องประดับ ชุดแต่งงาน หรือช่างแต่งหน้าทำผม ที่คู่รักชาวกรุงยืดอกภูมิใจได้นิดหน่อยว่าเหนือกว่า แต่ก็อีกนั่นแหละ สมัยนี้การเดินทางสะดวกสบาย นั่งเครื่องบิน 2 ชั่วโมง เผลอๆ เร็วกว่าสาวชาวกรุงออกจากบ้านมาสยามเสียอีก

Photobucket

ราวปีกว่าๆ ที่ผ่านมามีว่าที่เจ้าสาวรายหนึ่งแอด MSN มาคุยกับดิฉันว่าเธออยู่เชียงใหม่กำลังจะแต่งงาน จ่ายเงินมัดจำค่าโรงแรมไปแล้วจำนวนหลักหมื่นต้นๆ มาถามความคิดเห็นของดิฉันเรื่องการตกแต่ง ดิฉันเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตกแต่ง ถึงแม้ว่าจะเคยออกไอเดียจัดงานให้เพื่อนมานับจำนวนคู่แต่งงานได้ ที่สำคัญคู่แต่งงานเหล่านั้นดิฉันรู้จักดี รู้ถึงนิสัยใจคอ ความชอบ ความไม่ชอบ แต่ไอ้ครั้นจะให้ออกไอเดียจัดงานให้คนที่ไม่รู้จัก ดิฉันก็ใบ้สนิท รสนิยม ความต้องการ และปัจจัยแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน ดิฉันไม่ใช่มืออาชีพขนาดนั้น ก็เลยได้แต่ชวนคุย และออกความคิดเห็นในสิ่งที่เธอตัดสินใจแล้ว คุยกันอยู่นานจนอิฉันสรุปได้ว่าเธอออกจะมีข้อมูลมากไปหน่อย และดูจะไม่หยุดหาข้อมูลจนวินาทีสุดท้าย ทำให้สิ่งที่เธอต้องการดูผสมผสานแบบต่างขั้ว ไปๆ มาๆ ดิฉันสับสนเสียเอง จึงชวนเธอคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ลดความตึงเครียด

Photobucket

อิฉันเล่าให้เธอฟังถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่อิฉันตั้งใจไปเยือนเมื่อคราวที่ไปเชียงใหม่ปีโน้น... เป็นสถานที่ๆ ถ่ายทำละครเรื่องหนึ่งทางช่อง 3 เมื่อละครออกฉายไปได้สักระยะ เริ่มมีกระทู้ในพันทิปถามถึงบ้านของนางเอกว่าใช้โลเกชั่นที่ไหน ละครเรื่อง “เมื่อดอกรักบาน” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสาวล้านนา กำกับโดยคุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ดิฉันยอมรับค่ะว่าติดใจละคร และหนังหลายเรื่องของคุณอ๊อฟ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ดูแข็งๆ มาดช่างกล จะทำละครที่โรแมนติกได้ขนาดนี้ อาจเพราะมีคุณแดง ศรีภรรยาเป็นผู้บังคับบัญชาด้วยหรือเปล่าไม่ทราบ ทำให้ละคร และหนังหลายเรื่องของทั้งคู่ทำออกมาได้ละเมียดละไม

PhotobucketPhotobucket

อิฉันได้บอกว่าที่เจ้าสาวเชียงใหม่รายนี้ว่า ดิฉันอิจฉาคนเชียงใหม่ เพราะมีสถานที่สวยๆ ให้เลือกใช้บริการมากมายเหลือเกิน และถ้าหากว่าอิฉันเป็นเธอที่กำลังจะจัดงานแต่งงานที่มีแขกต่างชาติมาร่วมงานแต่งงานด้วยแล้วละก็ รับรองว่า “ม่อนฝ้าย” จะเป็นที่แรกที่ดิฉันนึกถึง

PhotobucketPhotobucket

บ้านม่อนฝ้ายตั้งอยู่ที่ซอย 7ข ถนนป่าตัน ในตัวอำเภอเมือง อยู่ไม่ไกลจากเฮือนสุนทรี ใครไปไม่ถูกโทรไปถามทางได้ที่ 0-5311-0145 และ 08-9851-8010

PhotobucketPhotobucket

ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง ซุ้มประตูทางเข้าทำจากไม้ และแกะสลักชื่อด้วยสีขาวว่า “ม่อนฝ้าย” ยามเมื่อลอดผ่านประตูเข้ามา เห็นร่องรอยของการจัดงานที่น่าจะเพิ่งผ่านมาสัก 2 – 3 วัน ท่อนไม้ไผ่วางยาวเลียบไปตามทางเดินจนถึงบันไดขึ้นเรือน ภายในมีดอกไม้สดลอยน้ำ แหม แค่หน้าบ้านก็โดนใจดิฉันแล้วละค่ะ

Photobucket

PhotobucketPhotobucket

ก่อนออกเดินทาง อิฉันลองค้นหาข้อมูล เพราะไม่แน่ใจว่าเปิดให้สาธารณชนเข้าชมหรือเปล่า จึงพบเว็บไซต์ของม่อนฝ้าย ทำให้ทราบว่าที่นี่ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งศึกษาวัฒนธรรมล้านนา มีพิพิธภัณฑ์หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ พร้อมด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีวัฒนธรรมล้านนา โดยมีอาจารย์รำพัด โกฏแก้วเป็นเจ้าของสถานที่ และเป็นเจ้าของรางวัลเกียรติคุณด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนา เป็นโชควาสนาของอิฉันที่ได้พบกับท่านในวันนั้น

Photobucket

กว่าอิฉันจะเอาเรื่องม่อนฝ้ายมาลงให้คุณได้อ่านกันนี้ เพิ่งจะทราบว่าเดี๋ยวนี้ม่อนฝ้ายมีบริการร้านอาหาร จำได้ว่าวันที่ไปเยือน เห็นมีงานก่อสร้างอยู่ด้านหน้า คงเป็นร้านอาหารแห่งนี้แน่ๆ เลย ใครมีโอกาสได้ขึ้นไปเชียงใหม่ ลองแวะไปรับประทานอาหารดู หรือสนใจจัดงานที่นี่ก็ลองเข้าไปสอบถามราคากันได้ อยากได้ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของม่อนฝ้ายได้ที่ //www.maonfai.com/ ลองเสิร์ชใน google พิมพ์คำว่า “ม่อนฝ้าย” ลงไป คุณผู้อ่านก็จะได้เห็นข้อมูลเยอะแยะเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปภาพงานแต่งงาน และงานพิธีที่จัดขึ้นที่นี่

Photobucket

คำเล่าลือบอกว่าอาจารย์ดุ และเฮี้ยบมาก พอได้พบกับท่านจริงๆ ก็ไม่ปฏิเสธว่าท่าน “น่าจะ” ดุ เป็นลักษณะของบุคคลที่น่าเกรงขาม เหมาะสมแล้วกับสถานะ “อาจารย์” และการที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย บวกกับการเป็นผู้นำทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งนับได้ว่าท่านเป็นศิลปินล้านนาอีกหนึ่งแขนง ในยุคที่เด็กรุ่นใหม่อยากกินกิมจิ กับคีบซูชิ แทนการจกข้าวเหนียว จิ้มน้ำพริกอ่อง เคี้ยวแคบหมู ย่อมเหนื่อยเป็นธรรมดา ขนาดอิฉันเป็นเด็กยุคกลางเก่ากลางใหม่ เห็นแล้วส่ายหัวกับพฤติกรรม และการแต่งกายของคนบางคน ประเภทเข้าวัด ดันสะเออะนุ่งสั้น

PhotobucketPhotobucket

อิฉันได้เข้าไปแสดงความเคารพท่านตามประสาเด็กที่ต้องนอบน้อมเข้าหาผู้ใหญ่ รักษามารยาท และประเพณีอันดีงามของไทยเท่าที่อิฉันจะจำใส่กะโหลกอันหนาเตอะตามที่พ่อแม่ และครูบาอาจารย์จะสั่งสอนมา เข้าตำราว่าพ่อแม่ได้อบรมสั่งสอนมาเรียบร้อยแล้ว ที่กล้าพูดอย่างนี้ เพราะหลังจากที่ได้คุยกับอาจารย์ และพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาทำงานที่เรือนของท่าน ท่านก็ได้กล่าวชวนว่าถ้ามีเวลาก่อนกลับกรุงเทพฯ ให้แวะมาคืนวันที่.......... จะมีงานเลี้ยง อยากให้มาดูพิธีล้านนาแท้ๆ อิฉันก็ขออนุญาตอวดว่าถ้าหากอิฉันทำอะไรที่เสียมารยาท ท่านคงไม่ออกปากอยากเห็นหน้าอิฉันสักเท่าไรดอก

Photobucket

น่าเสียดายที่อิฉันจะต้องเดินทางไปเชียงรายต่อ ไม่งั้นคงได้กลับมาตามคำชวนของท่าน และคงได้มีเวลาสนทนาเกี่ยวกับวัฒนธรรมล้านนากับท่านได้นานๆ

Photobucket

ก่อนที่อิฉันจะได้พบกับท่านที่เรือนด้านหลัง (เป็นบริเวณหน้าห้องนางเอกในละคร “เมื่อดอกรักบาน”) เรือนหลังแรกที่เหยียบย่างเข้าไป ก็ได้เจอกับลูกค้าที่มาใช้บริการสถานที่ กำลังคุยกับเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง ซึ่งอิฉันเดาว่าน่าจะเป็นเลขาฯ หรืออาจจะเป็นคนที่รับงานแทนอาจารย์ ลูกค้าท่านนี้คงเป็นหน่วยราชการต้องมาจัดงานต้อนรับผู้ใหญ่ในวงราชการหรืออะไรสักอย่าง มีบางคนก็เข้ามาเช่าชุดไทยล้านนา ที่นี่มีห้องที่เต็มไปด้วยชุดไทยล้านนาหลากหลายแบบให้บริการเช่าชุดทั้งของคุณสุภาพสตรี และคุณสุภาพบุรุษ ทั้งของเด็กเล็ก และเด็กโต

PhotobucketPhotobucket

เฮือนม่อนฝ้ายเป็นเรือนไทยประยุกต์ใต้ถุนสูงเหมือนเรือนไทยทั่วไป ปลูกติดกัน 3 หลัง เรือนด้านหน้าเป็นส่วนต้อนรับ มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีต และหุ่นแสดงเครื่องแต่งกายโบราณ รอบๆ เรือนมีไม้ยืนต้น และไม้เลื้อยผสมผสาน ให้ความร่มเย็น ทางเดินไปแต่ละเรือนตีด้วยไม้กระดานหนา ตีตะปู แต่ละแผ่นวางแบบเว้นระยะห่าง ทำให้เห็นพื้นใต้ถุนด้านล่าง หน้าต่างเป็นฝาไม้บานเลื่อน

Photobucket

PhotobucketPhotobucket

เรือนด้านในจัดข้าวของไว้เหมือนบ้านที่คนทั่วไปอยู่อาศัย ไม่ได้ดูสวยจัด หรูเก๋จนผู้มาเยือนเกรง มีรูปนักแสดงในละคร รูปงานพิธีมงคลต่างๆ แบบล้านนา รูปช่างฟ้อน ประดับไปทั่วตามข้างฝา ฉันสะดุดกับรูปผู้หญิงคนหนึ่ง ร่างบางระหง แต่งกายด้วยชุดล้านนา ผมดำขลับยาว งามขนาดเลยเจ้า มาทราบภายหลังว่าเป็นลูกสาวของอาจารย์รำพัด ซึ่งเวลามีงานพิธีต่างๆ ลูกสาวของอาจารย์ก็มาช่วยงานบริการกับเขาด้วย

PhotobucketPhotobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

อิฉันได้นั่งคุยกับอาจารย์บนพื้นเรือนกลางแจ้ง ซึ่งท่านก็กำลังนั่งเปิบข้าวแบบสบายๆ อยู่ ล้อมรอบไปด้วยพ่ออุ๊ย กับแม่อุ๊ย ท่านว่าเวลามีงานผู้เฒ่าผู้แก่เหล่านี้ก็จะมาช่วยกันนั่งทำงานฝีมือ เป็นการช่วยส่งเสริมรายได้ พ่ออุ้ย แม่อุ้ยใจดี คุยกับอิฉันยิ้มละไม รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ได้แต่หัวเราะเอิ๊กอ๊าก สนุกดี คุยได้สักพัก อิฉันก็ลากลับไปพร้อมกับคำเชิญของแม่อุ๊ยว่า ถ้าว่างให้แวะมาอีกนะ ฟังแล้วดีใจ มีผู้ใหญ่เอ็นดู

Photobucket

Photobucket

จะด้วยอะไรๆ ก็ตามที่เชียงใหม่ดึงดูดให้ผู้คนจากเมืองหลวงเดินทางมาลงหลักปักฐานใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ต่างทำให้เชียงใหม่ในเวลานี้ไม่ต่างอะไรไปจากกรุงเทพฯ ในบางฉาก ไม่ว่าจะเป็นผับ บาร์ คาราโอเกะ ศูนย์การค้า รวมถึงสาวสายเดี่ยว นุ่งสั้น ขนตางอน ตาสีฟ้า Big Eyes หน้าเกาหลี และแน่นอนรถติด เหล่านี้เป็นสิ่งที่ตามมาพร้อมๆ กับผู้มาใหม่

Photobucket

อิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงรักเชียงใหม่ เหมือนหลายๆ ท่าน หลายคนหลงรักเชียงใหม่จนถึงกับตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่เสียที่นี่ซะเลย มีเหตุผลหลายอย่างที่พวกเราหลงรักเชียงใหม่ แต่เมื่อคนมากมายมาอยู่เชียงใหม่ แน่นอนความเจริญ และความเปลี่ยนแปลงย่อมตามมา เมื่อมีผู้มาอยู่ใหม่ และผู้มาเยือนมากมาย นักการตลาด และนักการค้าย่อมตามติดมาด้วย

Photobucket

จากความเรียบง่ายและความเอื้ออาทรของผู้คน อากาศบริสุทธิ์ ภาษาอันไพเราะ วัฒนธรรมและประเพณีอันยาวนาน ย่อมเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง ผู้มาใหม่ ผู้มาเยือน นักการตลาด นักการค้า นักพัฒนาที่ดิน ฯลฯ ได้แห่แหนกันมาที่นี่ เชียงใหม่ถูกแปลงโฉม ถูกแต่งหน้าทาปาก จากสาวหน้าใสกลายเป็นสาวแก่ก่อนวัย ผู้มาอยู่ใหม่บางคนอาจชอบใจ เพราะสิ่งนี้ได้นำความสะดวกสบายที่เคยคุ้นจากสังคมเมืองมาด้วย สังคมเมืองเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้าง แล้วอย่างนี้เชียงใหม่ที่เคยเป็นจะเหลืออะไรให้คงอยู่เป็นเหตุผลให้คนที่รักเชียงใหม่ได้กล่าวอ้าง

Photobucket

อดคิดไม่ได้ว่าทำไมบ้านเราถึงทำให้การเปลี่ยนแปลงทางสังคม อยู่ร่วมกับวัฒนธรรม และประเพณีดั่งเดิม ไม่ใช่แค่นานๆ ครั้งจัดการแสดงร้อง รำ ทำ เพลง หรือนิทรรศการ แต่เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน เป็นรากลึกฝั่งอยู่ในคนไทย เหมือนอย่างประเทศญี่ปุ่น เขาใส่ชุดกิโมโนในวันสำคัญๆกันอย่างเอิกเกริก เขาอนุรักษ์ย่านเก่า วัด วา อาราม บ้านเจ้าเมือง ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเลยในบ้านนั้น ว่างเปล่า ของเราเสียอีกดีกว่าเป็นไหนๆ แต่เปล่าเราทุบ เรารื้อ เราพัง และก็สร้าง สร้าง และสร้าง

Photobucket

หลายครั้งที่เราจะรู้สึกตัวได้ต่อเมื่อเราได้สูญเสียมันไปแล้ว ยังโชคดีอยู่บาง ที่อิฉันเห็นเด็กรุ่นใหม่บางคนหันมาสนใจของไทยๆ เช่นดนตรีไทย รำไทย โขน ฯลฯ ในขณะที่หลายต่อหลายคนเรียนวิชาแด๊น เปียโน ไวโอลิน ฯลฯ การรักษาวัฒนธรรม และประเพณีกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลไป แทนที่จะเป็นเรื่องระดับชาติ ที่พูดอย่างนี้ เพราะเห็นตัวอย่างจากพิพิธภัณฑ์จ่าทวี และบ้านเก่าแก่หลังหนึ่งสไตล์ชิโนโปรตุกีส เจ้าของบ้านต้องอนุรักษ์ และใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวบำรุงซ่อมแซมเอง ในขณะที่หลวงตามเก็บเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ แถมท้ายยังมีขอนำคณะชมฟรีอีกต่างหาก

อิฉันไม่แน่ใจนักว่าเรื่องอย่างนี้เป็นหน้าที่ของใครกันแน่ มาดูบ้านเมืองในแถบเอเซียที่ถูกพวกฝรั่งมารุกรานจนตกเป็นเมืองขึ้น หรือประเทศที่แพ้สงคราม กลับมีกระแสชาตินิยมรุนแรง และมีประเพณี และวัฒนธรรมที่แข็งเข้ม ชาติไทยของเราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นใคร เป็นความภาคภูมิใจที่เราเป็นเพียงชาติเดียวในแถบเอเซียที่รอดมาได้ เราอาจไม่ได้เป็นเมืองขึ้นแก่ประเทศใด หรือหากในเวลานั้นเราถูกเขาข่มเหงรังแกจนต้องตกเป็นเมืองขึ้น เราก็คงอยู่ในสภาพที่จำยอม แต่ในเวลานี้พวกเราต่างหากที่พร้อมใจกันตกเป็นเมืองขึ้นทางวัฒนธรรมด้วยความสมยอม พร้อมใจกันอ้าแขนรับ และกอดไว้แนบอก จนสองมือนั้นเต็มเกินกว่าจะแบกรับวัฒนธรรมเก่าแก่ในอดีตของตัวเองได้

Photobucket


Create Date : 16 กรกฎาคม 2552
Last Update : 21 มีนาคม 2553 12:26:13 น. 22 comments
Counter : 20840 Pageviews.

 
บรรยากาศ ทำให้อยากแต่งงานจัง ตะคงหาคนแต่งด้วยยากนิ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆ


ชอบเชียงใหม่เหมือนกันค่ะ


โดย: ถุงก๊อปแก๊ป วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:09:58 น.  

 
สามีพี่เป็นคนเหนือค่ะ พี่แต่งแบบล้านนา แต่แต่งที่ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรค่ะ จำลองลานนามาเลยค่ะ ซึ้งๆๆตอน บายศรี ร้องไห้เลย อิอิ


โดย: Mooky Miracle Mom วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:54:26 น.  

 
บรรยากาศดีจัง......แต่งงานแบบนี้ทั้งคนเป็นเจ้าภาพและคนเป็นแขกต้องมีความสุขและอินมากๆแน่เลยค่ะ


โดย: auau_pi วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:42:40 น.  

 
ลูกสาวของอาจารย์รำพัด ผมยาวมากๆๆๆๆ


โดย: tenface วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:43:22 น.  

 
สวยมาก ๆ เลย


ขอแปะ link ท่องเที่ยวของเราไว้หน่อยนะคับ

เทศกาลปีใหม่โล้ชิงช้า ปีใหม่ของชนเผ่าอาข่า ทัวร์3วัน2คืน เริ่ม 2,3,4,กันยายน52

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=khundoi&group=3


//www.hilltribeguide.com/autopage/show_page.php?h=1&s_id=3&d_id=4




โดย: guide doi วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:23:17 น.  

 
เอมี่ไปที่นั่นครั้งแรก ก็หลงแล้วคะ

ไปช่วยถ่างงานแต่งงานรุ่นน้อง

รู้สึกชอบมากเลยคะ


โดย: amykittenish วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:49:52 น.  

 
สวยมาก......


โดย: p_jingjoe64 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:35:27 น.  

 
ช่วยเขียนแผนที่ ทางไปเฮือนม่อนฝ้ายด้วยค่ะ


โดย: มดแดง IP: 203.156.177.171 วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:47:24 น.  

 
ช่วยเขียนแผนที่ ทางไปเฮือนม่อนฝ้ายด้วยค่ะ


โดย: มดแดง IP: 203.156.177.171 วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:16:48 น.  

 
แผนที่เจ้า
//www.maonfai.com/contac/con1.html



โดย: ออย จุฬา IP: 202.149.25.197 วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:1:36:04 น.  

 
กำลังจะต้องไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนเลิฟที่เชียงใหม่พอดี รูปสวยมากๆ ค่ะ

แล้วพักที่ไหนจะสะดวกเดินทางง่ายๆ มีแนะนำมั้ยค่ะ พอดีต้องพาลูกสาว 2 ขวบกว่าๆ ไปด้วยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: MAI>proudlyshop@gmail.com IP: 58.9.4.254 วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:16:49:54 น.  

 
ต้องขออภัยผู้มาเยี่ยมเยียนทุกท่าน ที่อิฉันไม่ได้เข้ามาทักทาย ตอบคคห.ใดๆ เลย ช่วงนี้งานเข้า เลยต้องไปจับงานที่ได้สตุงสตางค์ก่อน บวกกับไปรับจ้างเป็นบรรณาธิการจำเป็นของหนังสือเล่มหนึ่ง ก็เลยง่วนๆ กับงานที่ทำครั้งแรก

ขอบคุณคุณออย จุฬานะเจ้่า ที่กรุณามาบอกแผนที่ให้คุณมดแดงทราบ จริงๆ อิฉันก็เขียนเว็บไซด์ไว้ในเนื้อหา แต่สงสัยว่าคุณมดแดงจะไม่ได้อ่าน อิฉันเข้าใจว่าในเว็บไซด์ของม่อนฝ้ายเอง จะมีข้อมูลที่สำคัญมากมายกว่าที่ิอิฉันเขียนให้อ่านเยอะ

ประการสำคัญ ใครอย่าได้ถามอิฉันเรื่องให้วาดแผนที่ อิฉันรู้เรื่องคอมพิวเตอร์แบบงูๆ ปลาๆ จะให้วาดแผนที่ออกมาแปะอะไรเนี้ย อิฉันเองก็ทำไม่เป็น ดีแต่เว็บไซด์เขามีบอก กอปรกับคุณๆ มาช่วยอีกแรก ไอ้ที่เขียนออกมาได้ทุกวันนี้ใช้เครื่องมือสำเร็จรูปที่บล็อกแกงค์เขามีบริการให้

ก็ขอขอบคุณ ในความเอื้อเฝื้อของทุกท่านที่ทั้งตั้งใจเข้ามา แฟนประจำ หรือแม้แต่ผู้ที่ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ

ส่วนคำถามของคุณ mai เรื่องที่พักที่อยู่ใกล้ๆ อิฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ ที่รู้จักและอยู่ใกล้บ้านม่อนฝ้ายคือบ้านสิงห์คำ (ว่าจะทำรีวิวอยู่ เพราะตอนนี้เขาผันตัวเองเป็นออแกนไนเซอร์แล้ว) แต่ราคาค่อนข้างแพง เหมาะกับการไปนอนดื่มน้ำผึ้งหวานกับสามีจะดีกว่า อิฉันขอแนะนำบล็อกของคุณชานไม้ชายน้ำดีกว่าค่ะ เป็นผู้ชำนาญการด้านที่พักที่เชียงใหม่ จะคลิกเอาเองที่รายชื่อตรงแถบด้านขวา หรือเข้าลิงค์ตามนี้ก็ได้ค่ะ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rainynight

ขอบคุณทุกๆ ท่านด้วยนะเจ้าาา


โดย: CooKiiE วันที่: 29 สิงหาคม 2552 เวลา:13:13:37 น.  

 
คู่เราแต่งงานที่นี่ค่ะ รับรองบรรยากาศสวยมากค่ะ ทั้งเจ้าภาพและแขกประทับใจไม่รู้ลืมเลยค่ะ
ขอบอกว่างามแต้ๆๆ เจ้า


โดย: Ting&Too IP: 125.27.78.135 วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:11:26:16 น.  

 
อยู่ต่างประเทศน่ะจ้า อยากรู้เรื่องเรื่อง แพคเกจราคางานแต่ง เพิ่งส่งอีเมล์ไปถามแต่เค้ายังไม่ตอบกลับ ใจร้อน ไม่ทราบว่าพอจะรู้คร่าว ๆ มั้ยคะ ว่าเค้ารับจัดขั้นต่ำกี่คนขี้นไป แขกไม่เยอะน่ะจ้า ไม่เกินสามสิบคนเค้าจะจัดมั้ยน้อ แล้วแพคเกจปกติเค้าจัดกันเท่าไหร่พอจะรู้คร่าว ๆ มั้ยคะ


โดย: นิมมิดา IP: 24.17.240.51 วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:13:27:39 น.  

 
เรียน คุณนิมมิดา

ต้องขออภัยที่ไม่ได้สอบถามข้อมูลในส่วนนี้มาให้ จำนวนแขกที่ 30 ท่าน สถานที่ของม่อนฝ้ายอาจจะใหญ่เกินไปก็ได้ เพราะว่าลานที่จัดงานนั้น ใหญ่พอตัวทีเดียว ไม่แน่ใจเลยว่าทางม่อนฝ้ายรับหรือไม่ และก็ไม่ทราบเรื่องราคา เพราะที่นี่ไม่มีเอกสาร เข้าใจ(เอาเอง)ว่า ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพในการจัดเรื่องซุ้มอาหารทางเหนือ และการแสดง

วันที่ไปนั้นมีแขกทางราชการมาคุยเรื่องการจัดงานต้อนรับแขกผู้ใหญ่อยู่ ซึ่งดูจะมีรายละเอียดเยอะ เข้าใจ(เอาเองอีก)ว่าจึงทำให้ไม่มีเอกสารตายตัวเหมือนโรงแรม หรือสถานที่จัดงานที่คิดตามราคาต่อหัวเหมือนทั่วๆ ไป

จึงขอแนะนำให้โทรไปจะดีกว่าอีเมล์ เพราะอาจจะต้องมีการบ้าน(คำถาม) ที่เจ้าภาพต้องตอบ เบอร์โทรศัพท์ก็ตามที่ระบุไว้ในเรื่อง

มีตัวเลือกให้คุณนิมมิดาอีกที่หนึ่ง อยู่ไม่ไกลจากม่อนฝ้าย สถานที่อาจจะไม่ขลังเท่าม่อนฝ้าย แต่จำนวนแขก 30 ท่าน กำลังสวยเลย (สารภาพว่าไปเยี่ยมชมกะจะทำรีวิวมาตั้งแต่ปีที่แล้วๆ ยังไม่ได้ลงเลยค่ะ อีกสัก 2 อาทิตย์ลองเข้ามาดูใหม่นะคะ น่าจะลงให้แล้ว เพราะเล็งๆ ไว้ว่าจะลงอยู่) สถานที่ที่ว่าคือ บ้านสิงห์คำ โดยใช้ชื่อรับงานแต่งงานว่า ฝ้ายคำเวดดิ้งออร์แกนไนเซอร์

ลองคลิกไปที่ //weddinglanna.blogspot.com/2009/06/blog-post_10.html

บอกเขาว่ามาจากบล็อก wedding.bloggang.com เดี๋ยวเขาจะให้ราคา (แพง) พิเศษ อิอิ

มีความสุขค่ะ



โดย: Moonie Lin (CooKiiE ) วันที่: 13 ธันวาคม 2553 เวลา:18:13:15 น.  

 
ขอบคุณ...สำหรับคำแนะนำ...เจ้า
ในนาม ฝ้ายคำ

053-872657-8


โดย: เหมยฟ้า IP: 223.205.41.118 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:13:07:57 น.  

 
เห็นแล้ว อยากแต่งมั่ง


โดย: แม่เมย์ IP: 125.26.86.8 วันที่: 4 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:05:03 น.  

 
เห็นแล้ว อยากแต่งมั่ง


โดย: แม่เมย์ IP: 125.26.86.8 วันที่: 4 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:05:03 น.  

 
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม


โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:7:38:21 น.  

 
ชอบม่อนฝ้ายความรู้ล้นหลามเลยครับฝากคิดถึงม่อนฝ้ายนะครับ


โดย: เทวา มงฟอร์ต IP: 119.46.232.147 วันที่: 22 สิงหาคม 2555 เวลา:11:47:21 น.  

 
ชอบมากเลยครับผมไปบูรณาการแล้วสนุกครับ


โดย: เทวา มงฟอร์ต IP: 119.46.232.147 วันที่: 22 สิงหาคม 2555 เวลา:11:49:49 น.  

 
ภาพผู้หญิงผมยาวยืนหน้าประตู หน้าคล้ายเราเลยอ่ะ...


โดย: เหมียว IP: 182.52.142.225 วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 เวลา:17:28:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

CooKiiE
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




"ห้ามนำภาพ เนื้อหา ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพในเว็บไซต์นี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ห้ามผู้ใดละเมิด ด้วยการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog นี้ไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ Blog

*********************
ช่องทางติดต่อ
Email : WeddingByMoonieLin@gmail.com
Skype : nu_yo@hotmail.com
Facebook: WeddingbyMoonieLin
Pinterest: Weddingbymoonie

*********************
New Comments
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
16 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add CooKiiE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.