Group Blog
 
All blogs
 

หม้อเพื่อหมาจ้า



พี่น้องเงิน คือ พี่ต้น และ พี่ก้อย....พี่ต้นและพี่ก้อย เป็นคนที่มีจิตใจดี มีความรัก เมตตา และทุ่มเท ในการฃ่วยเหลือสัตว์ที่ตกทุกข์ได้อยาก มานานนับสิบปี เลี้ยงหมามาเป็นร้อย ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน พี่ทั้งสองก็ยังต้องหุงข้าวคลุกไก่ ไปให้หมากิน ตามทาง รวมถึงในบ้าน อีก 30 กว่าตัว รวมนอกบ้านอีก เป็นสิบ


หมานอกบ้าน



หมาในบ้าน


ผมได้รู้จักพี่ต้นกับพี่ก้อยก็นานมาแล้วล่ะ หลายปีแระ พี่เค้าซื้อข้าวสารมาให้ ซื้อไก่บดมาฝาก ให้นั่นให้นี่ มาเรื่อย ไอ้ผมก็ไม่ค่อยจะมีอะไรให้พี่เค้าหรอก เพราะไม่ค่อยมีจะให้ แฮ่ะๆ

มา ณ บัดนี้ โลกเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ไม่มีใครสบายหรอกครับ คนเลี้ยงหมาจรเนี่ย มีแต่หมดไปๆ เรื่อยๆ ไม่ว่าจะหมดเงิน หรือ หมดแรง เพียงแต่ใจยังสู้ แต่บางสิ่งมันก็ไม่สู้นะคับ .... ไอ้ที่ผมจะพูดถึงเนี่ย มันคือหม้อข้าว น่ะคับ



เป็นหม้อข้าวที่ใจดี ช่วยให้หมาและแมว ที่หิวโซ ไม่มีปัญญาจะมีเงินไปซื้อกับข้าวกินเองได้ ก็ต้องรอคอยจากคนใจบุญ ใจดีที่จะได้ผ่านมาเจอนี่ล่ะคับ

และหมาเหล่านั้นก็โชคดีที่ได้เจอกับพี่ต้นพี่ก้อย...หม้อข้าวใจดี ก็ได้ทำสิ่งดีดี ไปพร้อมกับคนดีดี

แต่มาวันนึง หม้อข้าวใจดี ก็ต้องอ่อนแรง ไปตามกาลเวลา จากปกติ พี่ต้นพี่ก้อย ใช้หม้อข้าวใจดีถึงห้าใบ เพื่อหุงข้าวให้หมากินในแต่ละวัน แต่มาบัดนี้ หม้อข้าวใจดี ชิ่งจากไป 3 ใบ

ผมเองก็นึกไม่ออกว่าจะหาหม้อใหม่ใจดีได้จากที่ไหน เพราะที่บ้านก็มีใบเดียว คิดไปคิดมา อ่ะ หาคนใจดี อยากทำบุญช่วยเหลือ ดีกว่า ก็เลยแปะชื่อหัว msn เพราะอยากจะช่วยพี่ต้นและพี่ก้อย ที่คิดไว้ คือ หม้อข้าว sharp 7 ลิตร ใหญ่สุดในโลตัส ในราคา 2629 บาท


เด็กตื่นเต้นเร้าใจก็หม้อใหม่ใบยักษ์


และในที่สุดก็ได้มา จากความช่วยเหลือของพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทั้งที่รู้จักมาก หรือ รู้จักน้อย ทาง msn แต่ยังใจดีและเชื่อใจกัน ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆคนมากๆนะครับ สตางค์ที่มาถึงผม ขอรับรองได้ว่า ถึงหมาแมวแน่นอนคับ

********************



ใบเสร็จค่าหม้อ 2629 บาท ครับ





 

Create Date : 17 มีนาคม 2552    
Last Update : 18 มีนาคม 2552 0:54:54 น.
Counter : 253 Pageviews.  

แล้วมันจะจบลงตรงไหน.... สันดานคน



Part 1




วัด เป็นสถานที่ ที่มีมโนภาพของความเมตตา ความสงบ ร่มรื่น และช่วยให้คนมีสติ ทำจิตใจให้สงบ ผ่องใส

และเมื่อวัดเป็นสถานที่ ที่คนทั่วไปคาดหวังว่าจะมีความเมตตา เป็นเขตอภัยทาน เลยทำให้วัด กลายเป็นศูนย์รวมของสรรพสิ่ง ที่คนบางคนไม่ต้องการมันอีกแล้ว อย่างเช่น หมา และแมว นี่แหล่ะ ซึ่งในปัจจุบันยังท๊อบฮิต ติดอันดับ และเป็นอมตะนิรันด์กาล ในการถูกนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่วัด

ผมว่า มันน่าจะมีมาตั้งแต่โบราณกาลแน่ๆ สำหรับพวกที่เอาหมาไปปล่อยวัด และในปัจจุบันนี้ก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง วันนี้ หรือพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ก็ยังคงมีคนเอาไปปล่อยทิ้งไว้แน่ๆ

ไม่เข้าใจจิตใจคนพวกนี้เหมือนกัน ว่าเพราะอะไร ถึงได้มักง่ายกันขนาดนี้ เดี๋ยวนี้แบบว่าขี้เกียจจะด่าไอ้คนประเภทนี้แล้วนะ แต่วันนี้ขออีกรอบละกัน

เราคงบอกให้คนมักง่าย ประเภทนี้ เกรงกลัวบาปกรรม ที่ทำกับหมา แมว ไม่ได้หรอก เพราะคงไม่รู้จัก และคงไม่สนใจเรื่องบาปกรรม เพราะถ้ามีสำนึกเรื่องบาปกรรม ก็คงจะไม่ทำแบบนี้ แต่อยากจะบอกว่า สิ่งที่พวกคุณได้ทำไว้นั้น มันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ทั้งต่อตัวหมา แมว ที่รักคุณ มากกว่า พ่อหมา แม่หมา ของมันเสียอีก

ผู้เดือดร้อนรายต่อไป ก็คือ พระสงฆ์ องค์เจ้า รวมถึงแม่ชี ที่บางรูปมีความเมตตา สงสาร ก็ต้องเดือดร้อนท่าน เจียดเอาเวลากิจสงฆ์มาดูแลพวกเขาเหล่านี้ เจอวัดดี มีเมตตาก็ดีไป เจอพวกหัวโล้นใจหมา ในคราบผ้าเหลืองก็ซวยไป

ผู้เดือดร้อนรายต่อไป คือชาวบ้านในละแวกวัด สัตว์ มันก็เป็นสัตว์วันยันค่ำ หมาก็คือหมา หมาดีก็เพราะสันดานมันเอง ไม่ได้ไปเรียนหนังสือที่ไหนมา ส่วนหมาไม่ดี มันก็เพราะสันดานเหมือนกัน ก็ไม่ได้ไปเรียนมาอีกแหล่ะ ไอ้พวกหมาไม่ดีนี่แหล่ะ ถ้ามันไปไล่กัดชาวบ้าน กรณีนี้ คงไม่ต้องไปถามหาความรับผิดชอบที่ใครแล้วล่ะครับ เพราะมันไม่มีคนรับผิดชอบได้ หมาก็ไปตัวเดียวเหอะ ไอ้ตัวที่กัดเนี่ย โทษถึงประหาร โดยไม่ต้องลงอาญา ไม่ได้โอกาสอุธรณ์ ไม่สามารถชดใช้ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม 100 ชม. แบบดาราได้

ไหนจะทั้งความสกปรก คุ้ยขยะ อึ ฉี่ กลิ่นเหม็น ต่างๆนาๆ ที่แถมมากับสัตว์เหล่านี้

ผู้เดือดร้อนรายต่อไป ก็คนรักสัตว์ ที่มันเห็นแล้วอดไม่ได้ บางตัวบาดเจ็บ พิการ ก็ถูกทิ้งมา ก็ต้องช่วยเหลือดูแลกันไป บางคน มีเป็นร้อยๆ แต่เผอิญน้ำใจมีเป็นล้าน ด้วยความสงสาร แม้จะลำบาก ภาระมากขึ้น ก็ยอม เพราะอย่างน้อยก็ได้ช่วยชีวิตอีก 1 ชีวิต

ดูเอาเถอะครับ ว่าความมักง่าย เห็นแก่ตัวของคนคนเดียว จะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นๆได้มากแค่ไหน แล้วมันไม่ใช่คนคนเดียวน่ะสิ ที่คิดมักง่าย เอาสันดานคิดแบบนี้ มันมีเยอะมาก สุดท้าย แต่ละวัด เลยเต็มไปด้วยหมาขี้เรื้อน หมาจรจัด แมวจรจัด ชั่วสิ้นดีจริงๆ





 

Create Date : 18 ธันวาคม 2550    
Last Update : 20 กันยายน 2551 11:34:09 น.
Counter : 188 Pageviews.  

Hi 5



1.นิสัย ไร้ระเบียบ ไม่มีแบบแผน ไม่มีกฏเกณฑ์ ไม่มีนาฬิกา ปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามอารมณ์ ชีวิตนี้ เพียงพอแล้ว แต่ยังไม่พอเพียง (อ่าว งง ซ๊า) ชอบอยู่คนเดียวและไปตายเอาดาบหน้า รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ชอบคุยกะหมากะแมวซะส่วนใหญ่ ปากหมาพูดแรง (แต่ใจไม่แรงนะ) ผ่าซาก ขวางโลก ไม่คิดร้ายใครนะ (แต่อย่ามาร้ายก่อนนะเว้ย) ใครมาดีก็คุย มาไม่ดีก็คุย แต่ไม่คบ

*************************************

2. เพลง การฟังเพลงเป็นสิ่งที่อยู่คู่ชีวิตเป็นอันดับสอง ต่อจากนิสัย เริ่มชอบฟังเพลงเพราะพ่อทำงานอยู่สถานีวิทยุมาก่อน ทำสปอตโฆณาทางวิทยุ เวลาพ่อกลับมาบ้าน พ่อจะมีแผ่นเสียงติดมือกลับบ้านมาเสมอๆ มีหนังสือเพลงติดมือมาประจำ มักจะแอบเปิดฟังตอนพ่อไม่อยู่ เพราะพ่อจะหวงเครื่องเล่นแผ่นเสียงมากๆ แกกลัวเข็มหัก

เพลงแรกที่จำความได้ คือ บัวน้อยคอยรัก ของแกรนด์ เอ๊กซ์ เอ๊กซ์ โอ พ่อเปิดแล้วก็จับเราเต้นๆ ก่อนไปทำงาน (ตอนนั้นประมาณ 5-6 ขวบ) ยังจำภาพได้ดี

ช่วงประถม ไมโคร นูโว บิลลี่ ไปเรื่อย

ช่วงมัธยม - มหาลัย หันหน้าเข้าหาเพลงฝรั่ง เจอ bon jovi เจอ Europe, Skid Row,Guns n’Roses Nirvana Metallica Ugly Kid Joe จนวันนึงมาเจอเสียงป้าแต๋ว วาสนา วีรชาติพลี ป้าแต๋วทำให้การฟังเพลงมีชีวิตชีวมากๆ ช่วงนั้นบอกได้เลยว่า เป็นช่วงเวลาที่สนุกและมีความสุขที่สุดในชีวิต กับการ ได้หาซื้อเพลงใหม่ๆ ซาวด์แปลกๆฟัง วงอย่าง D.I.G. , Hammer Box, Jesus Jones, EMF, Stone Roses, Suede, Manics,The Silencers, Teenage Fanclub ถ้าไม่ได้ป้าแต๋ว ผมก็นึกไม่ออกว่าเราจะหาฟังเพลงวงพวกนี้ ได้อย่างไรในยุคนั้น ป้าทำให้เราขวนขวายและไม่ฟังอะไรเดิมๆ เชื่อไม๊ว่ามันมีอิทธิพลกับชีวิตมาก เพราะรู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ด้วยเพราะการฟังเพลง

*************************************

3.การศึกษา จะบอกใคร ใครจะเชื่อว่าผมจะเรียนหนังสือจบ...(ผมเองยังไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย) ช่วงประถมโอเคเลย มีแนวโน้มรุ่ง เกรดดี สอบได้ทุนของ กทม. โรงเรียนมักส่งไปสอบแข่งที่นั่นที่นี่ ได้รางวัลมาประจำ แต่พอเข้ามัธยม เรียบร้อย....จากแนวโน้มรุ่ง กลายเป็นร่วงไปเลย

เริ่มโดดเรียน เตะบอล มีเรื่อง ปีนรั้วไปดูหนัง จากที่เรียนจะได้เกรดเป็นตัวเลข ก็เริ่มมีตัวพยัญชนะ แทรกซึมมาเรื่อยๆ มส.บ้าง มผ.บ้าง ร.บ้าง ในที่สุด ม.3 ก็ไม่จบ โรงเรียนก็ไม่ให้เรียนต่อ ม.ปลาย เพราะประวัติสุดๆ

ผมรอดจากการไม่ได้เรียนต่ออย่างหวุดหวิด เพราะคู่อริ ม.5 ดันจำหน้าผมไม่ได้ พอดีตอนนั้น เลือดรักเพื่อนมันแรง เห็นเพื่อนกำลังเขม่นๆ กะ ไอ้ ม.5 อยู่ ไอ้เรากำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ เห็นเพื่อนถูกผลักอก เลยวางตะเกียบวิ่งไปชกซะงั้น ทั้งๆที่ตัวเองถูกทำฑันณ์บน ครั้งที่สามอยู่ จากนั้นก็ตะลุมบอนกันมั่วซั่ว ไปหมด สงสัยตอนนั้นผีบังหน้าผม ม.5 เลยจำไม่ได้ เหอเหอ รอดหงุดหวิด

และ วันที่เพื่อนๆ ขึ้นไปเรียน ม.4 กัน ผมเดินถือสว่านไปแก้ มส วิชาเลข ม.3 (เป็นไงล่ะ เหอเหอ แหกโค้งดีนักเมิง) คงจะงงล่ะซี่...ถือสว่านไปหาค่ารอบหมุนของสว่านรึก็ไม่ใช่ เนื่องจาก อาจารย์ท่านั้น นอกจากสอนเลขแล้วยังสอนวิชาคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งห้องคอมเพิ่งเปิดใหม่ๆ ซิงๆ

สิ่งที่ผมจะทำเพื่อแก มส ก็คือ เจาะพื้น ใส่พุก เอาน๊อตขัน ยึดโต๊ะกับพื้น ให้ติดกัน ประมาณ 50 โต๊ะได้ ซึ่งก็ทำจนเสร็จ แต่ทว่าหน่วยกิจจบก็ยังไม่ถึงอยู่ดี อ่ะ แต่ไม่เป็นไร เรายังติด ร มผ อีกหลายตัว หลับตาจิ้มออกมาซักตัวละกันนะ ก็ได้วิชางานบ้าน ซึ่งแทบไม่เคยทำงานส่งอาจารย์เลย

ในที่สุด ผมก็เรียนจบ ม.3 ด้วยการซื้อดินสอ ส่งอาจารย์ 1 โหล อ่ะๆๆ อย่าไปบอกใครนะว่าผมเรียนจบ ม.3 ด้วยดินสอ 1 โหล อายเค้า แฮ่ะ ๆ และคงด้วยสภาพที่อาจารย์เห็นแล้วก็เวทนา อาจารย์ท่านหนึ่งก็ชี้ทางสว่างว่า ครูว่าเธออย่าเรียนต่อเลย ไปสอบเทียบ ม.ปลายเถอะ...ผมก็ว่านอนสอนง่าย ก็ไปสมัครสอบเทียบ ม.ปลายเลย ใช้เวลาสอบ 2 ปี จบ ตรงรี่ไปเรียนรามเลย ไม่คิดเอ็นท์เลย ขี้เกียจกินแบรนด์ อ่ะไม่ใช่ เพราะรู้เลยว่ายังไงก็เอ็นท์ไม่ติด เลยไม่อยากเสียเวลาไปอ่านหนังสือสอบ เหอเหอ เอาเวลาไปเดินเล่น tower record แทน ระหว่างสอบเทียบก็แว่บไปทำงานอยู่ปี 2 ปี

เรียนรามได้ปี เริ่มรู้สึกอยากเรียนแบบมีอาจารย์คอยเช็คชื่อเข้าเรียน อยากมีเพื่อนเป็นเรื่องเป็นราวด้วย ก็สอบเข้าเรียนราชภัฎ เรียนจนจบ โดยไม่มีสะดุดใดใดเลย เพราะว่าได้บทเรียนมาเยอะในช่วงมัธยม

เล่ามายาวเยื้อยไม่ได้แค่ดีใจที่เรียนจบ (ทั้งๆที่ไม่น่าจะจบ) แต่เล่าให้มีไว้เป็นบทเรียนด้วยคับ มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลายนะครับ ว่าตั้งใจเรียนนะ โดยเฉพาะในช่วงมัธยม มีสมาธิให้มากๆ กำลังก้าวสู่วัยรุ่น พลิกผิดด้าน นี่ไปยาวเลย

*************************************

4.กีฬาผมเริ่มดูกีฬาเป็นครั้งแรก ตอนอายุ 8 ขวบ ช่วงฟุตบอลโลกปี 1986 หลับๆตื่นๆ นั่งดูกับพ่อ บอลมันมาดึก ตอนนั้นจัดที่เม็กซิโก นัดที่ดูรู้เรื่องมากที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นในความทรงจำ ก็คือ นัดที่ บราซิล นำโดย ซิโก้ (ซิโก้ จริงๆ ไม่ใช่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์นะครับ) เจอกับ ฝรั่งเศส ที่มี มิเชล พลาตินี่

ที่มันจำได้ เพราะมันดูแล้วลุ้นอ่ะ ใครเคยเห็นเด็กดูอะไรๆที่มันตื่นเต้นมะ (เว้นหนังโป๊นะ) มันจะมีอาการแบบ อยู่ไม่สุข ลุกลี้ลุกลน ขยับแข้งขยับขา นั่นแหล่ะผมเป็นแบบนั้น (ไม่รู้ใครเป็นเหมือนเราไม๊หว่า) เพราะบอลมันสูสี ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ถูกนำตามตีเสมอ มีช่วงต่อเวลา สุดท้ายทำไรไม่ได้ต้องยิงลูกโทษ

และนักเตะที่เค้ายกย่องว่าสุดยอดๆ ก็ยิงลูกโทษไม่เข้าทั้งน๊านน นั่นล่ะ แล้วก็มาดูรอบรอง จนรอบชิง มีมาราโดน่า เป็นพระเจ้าแห่งวงการลูกหนัง

จบบอลโลกก็มีซึบาสะ อีก เจ้าหนูสิงห์นักเตะ ตามดูรายการเจาะสนาม มาเจอฟุตบอลอังกฤษ หลงเสน่ห์ลิเวอร์พูลเข้าเต็มเปา การเดินเกมที่ไม่มีหยุดนิ่ง จนเค้าเรียกกันว่าเครื่องจักรสีแดง (แต่ยุคนี้ไม่ได้เห็นแบบนั้นอีกแล้ว) ผมเชื่อว่าเด็กๆยุคผมส่วนใหญ่ก็ชอบลิเวอร์พูลทั้งนั้นแหล่ะ

เอาล่ะเดี๋ยวมันจะยาวเกินก็นั่นแหล่ะ เชื่อเถอะว่ากีฬา ทำให้เด็กไม่ไปยุ่งกะยาเสพติดได้จริงๆ (มาได้ไงวะ) เพราะตอนเด็กผมติดฟุตบอลมากๆ หมกมุ่นกับการเตะบอลทั้งตอนเช้า กลางวัน เย็น ซื้อหนังสือข่าวฟุตบอล การ์ตูนฟุตบอล ตัดรูปนักเตะเก็บแปะลงสมุด

*************************************

5.ความรัก เขินนะตะเอง แต่ก็นะ group blog ผม group นี้ มันไม่เกี่ยวกะหมาอยู่แล้ว ชีวิตผมก็ไม่ได้มีแต่หมานะ ถึงแม้ว่าใครเห็นหมาขี้เรื้อนแล้วจะคิดถึงผมก็ตาม ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าควรจะดีใจไม๊ ทำไมเห็นร็อตหรืออัลเซเชี่ยนจะคิดถึงผมไม่ได้ ทำไมต้องหมาขี้เรื้อน ฮึ!!!

เริ่มมีรักตอนมัธยม เรียกว่าแฟนๆดีกว่า ตอนนี้ผมคิดได้แระว่าตอนนั้นมันไม่ใช่ความรัก เป็นความชอบแบบเด็กๆ จริงๆ ก็ชอบกันนั่นแหล่ะน่า..... แต่ทำไม ผมมีแฟน แฟนผมต้องโดนไล่ออก มีคนต่อมาก็โดนไล่ออกอีก ผมเป็น กาลากินี อะไรรึเปล่านี่ แต่น่าจะไม่ใช่ อาจเพราะชอบผู้หญิงห้าว ดุเดือดเลือดพล่าน คนแรกถูกไล่ออก เพราะไปมีเรื่องนอกโรงเรียน มีประจำ ชอบไปมีเรื่องกะเด็กพาณิชย์ ก็ไม่รู้จะหมั่นไส้อะไรกันนักหนา ไอ้เรารึก็ไม่เคยห้าม ดันไปนั่งดูเค้าตบกันซะอีก แล้วค่อยลากซากแฟนกลับบ้าน มีการโทรนัดตบกันอีก เฮ่อ...มีบ่อยจนอาจารย์เห็นท่าจะไม่ไหว เลยเชิญไปเรียนที่อื่น ทางบ้านเค้าเลยส่งไปอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ เค้าก็เขียนจนหมายมาหา ก็ติดต่อกันทางจดหมาย สมัยนั้นอ่ะนะ โปรดเข้าใจกันนิดนึง ตอบจดหมายกันไปมา จนมันก็ห่างหายกันไปเรื่อยๆ รักแท้แพ้ระยะทางอ่ะน่อ...

คนต่อมาเป็นรุ่นน้อง นี่ก็ห้าว แต่ออกแนวห้าวเงียบ ดุลึก ก็ดุเงียบนั่นแหล่ะ ใช้วิธีการเงียบ ทำหน้าบึ้ง ชอบเรียกร้องความสนใจ งอนก็เงียบ แต่เรื่องตบเธอก็ไม่แพ้ใคร มาเถอะ ตบได้ทุกคน เว้นแฟนคนก่อนของผมที่เธอไม่กล้า อิอิ เพราะรายนั้นดุกว่า ไม่ดุเงียบ แต่ดุบ้าคลั่ง ค่าพลัง aggressive เต็มสิบ แต่สุดท้ายน้องก็ถูกอาจารย์เชิญออก

ไม่รู้ว่าน้องเธอจะเป็นลมกะทันหันรึยังไง แล้วหายาดมไม่ทัน ดันไปหยิบกาวมาดมแทนแล้วไปอยู่ในห้องน้ำหญิง.........เฮ่อ....ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นไงบ้างหนอ...

อ่ะ ตกลงมานเล่าเรื่องความรักของตัวเองรึว่าแฟนเก่ากันแน่ เหอเหอ เอาเป็นว่า ตอนนี้มุมมองความรักเปลี่ยนไปจากสมัยเด็กๆ ความสวยงามในความรักยังพอมี แต่ที่มีมากกว่าคือ ความผูกพัน เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกผูกพันกับใครซักคน ผมก็รู้สึกว่ามันคือ ความรักแล้วนะ ไม่ว่าจะรักแบบไหน เหมือนเรารักพ่อ รักแม่ รักแมว รักหมา อะไรอย่างเนี้ย...........

สุดท้ายก็จบที่หมากะแมวจนได้นั่นแหล่ะน่า ....

*************************************




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2550    
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 4:31:49 น.
Counter : 351 Pageviews.  

ปัญหาหมา โลกแตก

กลับมาแล้ว กลับมาแล้ว กลับมาอัพบล๊อก เข้ามาปัดหยากไย่ซะหน่อย ปัดกันด้วยปัญหาโลกแตกในชีวิตประจำวันของเหล่าบรรดาคนรักสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะ หมากับแมว เนี่ย...

เวลาเราไปไหนมาไหน หรือว่าเดินไปตามท้องถนน เราจะพบกับปัญหาหมาจรจัดมากมาย รวมถึงในสถานที่ราชการ ตามมหาลัย ก็มีเยอะแยะ ซึ่งถ้ามีการควบคุมกันดีดี ไม่ให้มีการขยายพันธุ์กันอย่างไม่บันยะบันยัง ผมว่า คนกับหมาก็น่าจะอยู่กันได้อย่างสงบสุข

แต่ถ้าเกิด ไม่มีการควบคุมการขยายพันธุ์ รึว่า ไม่มีการควบคุมดูแลให้มันอยู่เป็นที่เป็นทาง เป็นสัดส่วน มันมักจะมี ปัญหาตามมาเสมอ ซึ่งการแก้ปัญหาของผู้ดูแลสถานที่นั้นๆ มีวิธีแก้ไข ไม่กี่อย่าง ซึ่งสรุปได้ดังนี้



1.เอาไปปล่อยที่อื่น เป้าหมายแรก คือ วัด

2.เรียกเทศบาล หรือ กทม. มาเอาไป เอาไปไหนไม่รู้ ตรูไม่สน

3.ใช้ลูกชิ้นสังหาร หรือว่า ตับมรณะ จัดการให้จบปัญหาไปในคราเดียว

ผมมีคำถามในใจว่า

1. มันเกิดที่นั่น จะไปไล่มันทำไม ทำไมไม่คุยกะหมามัน ตกลงในเรื่องสิทธิการครอบครอง ที่อยู่อาศัย ในกรณีของคน ถ้ามันเป็นที่ของคุณ คุณจะไล่ คนที่อยู่มาตั้งแต่เกิดในที่แห่งนั้น คุณควรจะให้เค้าได้มีโอกาส เลือกบ้าง ว่าจะจัดการยังไงกับชีวิตตัวเอง ในกรณีถูกไล่ที่

2.เผอิญว่ามันเป็นหมา มันพูดไม่ได้ มันคิดเองไม่ได้ คุณน่าจะถามคนที่ดูแลมัน คนที่คอยให้ข้าว ให้น้ำมันด้วยความรัก และ ความสงสาร เรียกมาคุยกันก่อนได้ไม๊ ตกลงกันแบบคนมีการศึกษา ไม่ใช่ว่าออกมาจากป่าปาปัวนิวกินี ที่ คิดแต่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเพียงอย่างเดียว

3.โลกนี้ พื้นดินนี้ เป็นของคนอย่างเดียวเหรอ? ขอแบ่งให้สัตว์มันอยู่บ้างได้ไม๊ ในที่ที่มันเกิด มันอยู่กันมาอย่างคุ้นเคย

มีฝ่ายค้านแย้งมาว่า ( ผมขัดแย้งกับตัวเอง)

- หมาทำความสกปรก ก่อความรำคาญ คนให้อาหารมันกินด้วยความสงสาร ให้แบบทิ้งๆ ขว้างๆไม่เก็บ ปล่อยมันเน่าอยู่อย่างนั้น อึหมาเกลื่อน เห่ากันเสียงดัง แล้วถ้าเกิดมันกัดคนจะทำยังไง

• นี่แหล่ะ ผมถึงบอกว่ามันเป็นปัญหาโลกแตก ยิ่งกว่าไก่กับไข่ เพราะต้องเห็นใจด้วยกับทั้งสองฝ่าย ต่างก็มีเหตุผลอยู่ในตัวทั้งสองฝ่าย

ฝ่ายคน ถ้าหมากัดใครรับผิดชอบ ในเมื่อหมาไม่มีเจ้าของ (แต่มีปลอกคอ พระเจ้าประทานปลอกคอให้มันมา)

ฝ่ายหมา ตรูผิดอารายมาไล่ตรูเนี่ย แล้วตรูผิดมากเหรอ ถึงกับต้องฆ่า ต้องแกงกัน คนมันยิงตำรวจในผับ มันยังไม่ต้องรับโทษขนาดนี้เลย

เอาล่ะซี่....ทำไงหว่า.....

พักหลังจะได้ยินเรื่องพวกนี้บ่อย ทั้งอ่านผ่านกระทู้ รวมถึงจากสายโทรศัพท์ ซึ่งถ้ามีทางออก เราก็อยากช่วย แต่ตอนนี้ เกิดวิกฤต หมาล้นเมือง การฝากตามบ้านสงเคราะห์ต่างๆ บางทีต้องกลับมาขบคิดว่า

ระหว่าง การให้มันอยู่ตามถนน ตามตลาด นอนตามป้ายรถเมล์ หรือว่าไปอยู่ในวัด กับ การไปอยู่บ้านสงเคราะห์ ซึ่งแต่ละที่ก็มีภาระอันหนักอึ้ง และก็ไม่มีใครช่วยเขาได้เท่าที่ควร มันก็เหมือนเราเอาภาระไปให้เค้า แต่ถ้าปล่อยไว้ตามที่สาธารณะตามเดิม คนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ เดินผ่านไปมารับกรรมได้ .....

จริงๆ ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ มหาลัย หรือตามสวนสาธารณะที่มีหมาเข้าไปแอบพักพิงอาศัยอยู่ น่าจะช่วยกันคนละไม้คนละมือ คิดซะว่า พวกเค้าเป็นเพื่อนร่วมโลกก็ยังดี

จัดการทำหมันหมาให้หมด ฝากใครเค้าเอาไปเลี้ยงที่บ้านได้ก็ฝากไป เหลือกี่ตัว แบ่งโซนกั้น โดยเฉพาะ ให้หมาในดินแดนของท่าน อยู่กันเป็นสัดเป็นส่วนไป พบกันครึ่งทางจะได้ไม๊เอ่ย.....




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2550    
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 3:02:42 น.
Counter : 181 Pageviews.  

สติ...ความคิด....ความต่าง

คนเราทำอะไร ควรมีสติ ผมเอง ก็เคยเป็นทั้งคนมีสติ และไม่มีสติ มาแล้วทั้งสองแบบ ผลที่ได้รับมันแตกต่างกัน หน้ามือเป็นหลังเท้าเลย การที่เราคุมสติตัวเองได้ ช่วยทำให้เรานิ่งขึ้น มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างละเอียด ไม่ร้อนลน ทำอะไรก็ไม่ค่อยพลาด ไม่ค่อยผิด

แต่บางครั้งมันก็มีคุมสติไม่อยู่บ้าง ก็คนนี่นะ ไม่ใช่เสาหลักกิโล จะได้ตากแดด ตากฝนจนไม่รู้สึกอะไรเลยได้ ผลที่ได้ ไม่ค่อยดี เหมือนคนบ้า ความผิดพลาดเยอะ คนรอซ้ำเพียบ

ในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะที่ชุมนุมชนมากๆ อย่างเวบบอร์ด ก็เป็นสถานที่ไร้ตัวตน มีแต่ตัวหนังสือ อีกที่หนึ่ง ที่ก่อนเราจะพิมอะไรลงไป แสดงความคิดเห็นอะไรลงไป เราก็ควรจะมีสติ ให้มากกว่านี้

สถานที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งกันและกัน บางทีถูกนำไปใช้ในการด่าทอ ว่ากล่าวบุคคล หรือกลุ่มที่ตัวเองมีปัญหาขัดใจกัน นำมาซึ่งสงคราม word war ที่ไร้สาระ และ เสียเวลาจริงๆ

ผมเองก็เคยเป็นบ่อยด้วย เดี๋ยวนี้พยายามลด ละ เลิก อยู่ เพราะซึมซาบกับมันมามากพอแล้ว 555 (เบื่อน่ะ ไม่ได้อะไรขึ้นมา)

ปัจจุบัน ยังมีพวกใช้เว็บบอร์ด เป็นที่ระบายความใคร่ทางอารมณ์อยู่เนืองๆ โดยเฉพาะในพันทิพ อาจจะไม่เยอะเหมือนแต่ก่อน เพราะระบบสมาชิกในปัจจุบัน ค่อนข้างช่วยได้เยอะ เดี๋ยวนี้อมยิ้ม มีตัวตนกันแล้ว แต่ติดไอ้พวกไม่มีอมยิ้มนี่สิ ใช้บัตรผ่านมา บัตรผ่านที่เป็นช่องทางอีกทางหนึ่ง ที่คนซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถที่จะมีส่วนร่วมในเวบบอร์ดได้.....

เลิกยึดมั่นถือมั่น และ พยายามมองว่า ทุกคนมีความแตกต่าง เราไม่เหมือนเค้า เค้าไม่เหมือนเรา คนเราเกิดมาในสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน การเลี้ยงดู วิธีปฏิบัติที่ต่างกัน มันไม่สามารถ ทำให้คนอื่น มามีความคิดเหมือนเราได้

ในเชิงความคิด ไม่มีสิ่งใดถูก-ผิด แต่จะรู้ได้ว่ามันถูกหรือผิด เมื่อเราเอาความคิด ที่เราคิดไว้ไปปฏิบัติ ถ้าปฏิบัติได้ผล ก็ถือว่าสิ่งที่เราคิด มันถูก (ในความคิดเรา) แต่ถ้าเราทำแล้วไม่ได้ผลดั่งใจเรา มันก็ผิดล่ะน่า ...

เราไม่ต้อง พยายามให้คนอื่น มาคิดเหมือนเราก็ได้ คิดง่ายๆ ช่างแม่ง ตัวเค้า ตัวเรา.....

เรียกสติกลับมา มองอย่างใจเย็น และทำความเข้าใจ ในความต่าง ก็จะเห็นอะไรอีกมากมายในโลกกว้าง ....สาธุ อาเมน god bless you…..




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2550    
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 3:00:54 น.
Counter : 197 Pageviews.  

1  2  

มีนะ กะ กาโม่
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ช่วยกันคนละนิดละหน่อยแล้วปัญหามันก็จะหมดไป

ใครรักหมาก็ถือว่าช่วยหมา
ใครไม่รักหมาก็ถือว่าช่วยคนก็ได้นะคับ

*****************************
Friends' blogs
[Add มีนะ กะ กาโม่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.