Group Blog

 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
18 ตุลาคม 2552

 
All Blogs

 

 

แนะนำการเป็นทาสแมวมือใหม่ เวอร์ชั่นสำหรับแมวหอและแมวคอนโดนะคะ

เมื่ออยากจะเลี้ยงแมว อยากได้แมวมาเป็นเจ้านาย
ถึงแม้จะอยู่หอพัก หรืออยู่คอนโด ก็สามารถเลี้ยงได้ค่ะ
แต่ต้องหาหอพักที่เค้าอนุญาติให้เลี้ยงถึงจะดีนะคะ บางที่เค้าก็อนุญาติโดยจะขอคิดเพิ่มเดือนละ 200-300 บ./1 ตัว หรือบางที่ก็ไม่คิดเพิ่ม แถว ๆ ตรงข้ามห้างซีคอน ตรงซอยสุภาพงษ์ 1 ก็มีหอที่อนุญาติให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ค่ะ แนะนำว่าอย่าเลี้ยงเยอะเกินนะคะ เดี๋ยวแมว ๆ เครียดค่ะ ..

แต่ถ้าหากที่หอพัก หรือคอนโดไม่อนุญาติ แต่อยากเลี้ยงจนอดใจไม่ไหว ก็แนะนำให้แอบ ๆ เลี้ยงค่ะ อิ อิ ...
แต่ต้องไม่ให้แมวของเราออกมาวิ่งเล่นนอกห้องบ่อย ๆ นะคะ หรือวิ่งเข้าไปห้องอื่น (อันนี้ต้องระวังอย่าให้เกิดขึ้นเด็ดขาด) เพราะอาจจะไปเจอคนที่ไม่ชอบแมวก็เป็นได้ (เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนชอบเหมือนเราได้นะคะ) เดี๋ยวทั้งทาสแมวและเจ้านาย จะต้องหาที่อยู่ใหม่ซะเปล่าๆ ...ต้องรักษาความสะอาดมาก ๆ ด้วยจะได้ไม่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์แก่ข้างห้อง

ที่นิดบอกแบบนี้ไม่ได้สนับสนุนให้ทำผิดกฏของที่พักนะคะ แต่นิดคิดว่าถ้าเราเลี้ยงดูเค้าอย่างดี โดยไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งกลิ่น ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรค่ะ และที่สำคัญ...นิดคิดว่า คนเราคงไม่ได้เช่าเค้าอยู่ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ ยังไงก็ต้องมีการขยับขยายซื้อบ้านเป็นของตัวเองเป็นแน่แท้ ชิมิค่ะ ..

เอาล่ะเข้าเรื่องกันดีกว่า...สิ่งแรกที่ทาสแมวอย่างเรา ๆ จะต้องเตรียมพร้อมนั้นก็คือ ..."ความรัก"ค่ะ น้องแมวมีอายุยืนนะคะ อายุเฉลี่ย 15-20 ปีได้ค่ะ เพราะฉะนั้นต้องรักกันจริง ๆ คิดดี ๆ สอบถามครอบครัว คนรอบข้างก่อนจะรับมาเลี้ยงดูนะคะ
ใช่ไหมจ๊ะเมียวโจ้ลูกแม่ ...อิ อิ...




เมื่อจะไปรับน้องแมวมาเลี้ยงดู อย่างที่สองที่ต้องเตรียมก็คือกรง
หรือตระกร้าใส่แมวค่ะ มีหลายแบบ หลายขนาดให้เลือกใช้นะคะ
แบบที่ขายตามร้านเพ็ทช็อปทั่วไป ก็จะประมาณนี้ค่ะ นิดซื้อมา 750 บ. ค่ะ..

ตระกร้าใส่แมวสำคัญนะคะ เพราะต้องใช้ทุกครั้งที่พาแมวไปหาหมอ ไปนอกบ้าน ถ้าอุ้ม ๆ ไปข้างนอกบ้านแล้วไม่ใส่ตระกร้าให้ดี แมวอาจหลุดมือแล้วถูกรถชน ถูกหมาที่คลินิกกัด หรือแย่กว่านั้นคือวิ่งหายไปเลยค่ะ เพราะแมวจะกลัวเวลาเจอสภาพแวดล้อมไม่คุ้นเคย เพราะฉะนั้น ซื้อเตรียมไว้เถอะค่ะ




ข้อดีของตระกร้าใส่แมวแบบนี้ก็คือ เปิดให้แมวเข้า-ออกได้ทั้งด้านบน
และด้านข้าง ล้างทำความสะอาดได้ง่าย แข็งแรง ทนทาน
(แบบกระเป๋าผ้าจะเหี่ยวเมื่อซักล้าง ไม่ค่อยอยู่ทรงเหมือนเดิมค่ะ)
สามารถใส่แมวเดินทางขึ้นเครื่องบินได้ค่ะ แต่ดู ๆ แล้วเจ้าแก๊งค์ 3 ม.
ที่บ้านไม่ค่อยปลื้มเท่าไร แนะนำว่าถ้าไม่ได้จะเอาแมวขึ้นเครื่องไปไหน
ก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองตังค์ซื้อแบบนี้ก็ได้ค่ะ




นิดแนะนำแบบนี้ดีกว่าค่ะ ตระกร้ามีฝาปิด ล็อคได้ด้วย ..
มีขายตามโลตัส บิ๊กซี ใบใหญ่สุดก็ราคาแค่ 189 บ. (แนะนำให้ซื้อใบใหญ่เลยค่ะ จะได้ใช้ตั้งแต่ลูกแมวจนกระทั่งแมวโตค่ะ เพราะเคยซื้อใบเล็ก ใช้ได้ไม่กี่เดือนก็ต้องมาซื้อใบใหญ่อยู่ดีค่ะสิ้นเปลือง 2 รอบเปล่า ๆ)
แบบนี้ก็ใช้ดี ใช้ทน ทำความสะอาดก็ง่ายด้วยค่ะ เอามาล้างตากแดดก็เรียบร้อย ...




แบบนี้จะเปิดจากด้านบน เอาน้องแมวออกมาง่ายดีด้วยค่ะ ถ้าแบบเปิดจากด้านข้าง เวลาล้วงแมวออกมา อาจโดนข่วนหรือกัดได้ ..โดยเฉพาะตอนพาไปหาหมอค่ะ แมว ๆ จะกลัวไม่อยากออก...
ปล.ใส่ผ้าสะอาด ๆ หรือแผ่นรองซับไปในตระกร้าด้วยก็ดีนะคะ ลูกแมวจะได้อบอุ่นค่ะ




อย่างที่สามที่ต้องเตรียมก็คือ...อาหารค่ะ
อาหารแมวมีให้เลือกมากมาย นิดแนะนำให้เลี้ยงอาหารเม็ดค่ะ เพราะสะดวก สะอาด สารอาหารก็ครบถ้วน หารราคาค่าอาหารต่อ 1 วันแล้วถูกกว่าซื้อปลาทูมาคลุกข้าวให้แมวกินอีกค่ะ ...แถมปลาทูยังเสี่ยงต่อพยาธิ(ถ้าต้มไม่สุก) เสี่ยงต่อก้างปลาติดคอแมว เสี่ยงต่อความไม่สด บูดเน่าเมื่อตั้งทิ้งไว้นาน ๆ เสี่ยงต่อความเค็ม และที่สำคัญ..สารอาหารไม่ครบถ้วนด้วยค่ะ
ยกตัวอย่างอาหารเม็ดแมวถุงนี้ สูตรสำหรับลูกแมว 2 kg. ราคา 525 บ. ใช้เลี้ยงลูกแมวได้เป็นเดือนเลยค่ะ




อาหารเม็ดแมวมีหลายยี่ห้อ มีหลายสูตร มีหลายเกรด แล้วแต่เลือกซื้อเลยนะคะ ถ้าพอจะมีกำลังซื้อ ...แนะนำให้ซื้อเกรดพรีเมียมนะคะ เพราะแมวจะได้ทานอาหารดี ๆ ไม่เค็มจนเกินไป จะส่งผลให้แมวสุขภาพดี ไม่มีโรคภัยตามมาในระยะยาวค่ะ ...

เวลาตั้งอาหารแมว แนะนำให้ตั้งอาหารเม็ดและน้ำเปล่า (น้ำสะอาดที่เรา ๆ ทานนิ๊แหละค่ะ ถ้าเอาน้ำไม่สะอาดให้แมวทาน แมวอาจเป้นนิ่วหรือโรคทางเดินปัสสาวะได้ค่ะ)
ตั้งทิ้งไว้ทั้งวัน (เพราะแมวจะทานทีละน้อย แต่บ่อยครั้งค่ะ จะไม่เหมือนน้องหมา ที่ทานเยอะ ๆ เป็นมื้อ ๆ )
โดยหมั่นทำความสะอาดล้างชามวันละ 1 หน ชามที่ใส่อาหารเม็ดแมวควรสะอาดและแห้งด้วยนะคะ ไม่งั้นอาหารเม็ดไม่กรอบ ไม่หอม เดี๋ยวแมวเมินได้ แถมชามเปียก ๆ ยังทำให้อาหารเม็ดขึ้นรา แมวกินเข้าไปท้องเสียด้วยค่ะ

ถ้าหากแมวยังเด็ก หรืออยากเอาใจแมว ก็ให้อาหารกระป๋องร่วมด้วยก็ได้นะคะ มีหลายยี่ห้อ หลายราคาเช่นกัน ที่บ้านนิดให้ บีโทเฟ่น (กระป๋องละ 19 บ.) กะ ชากูเม่ (กระป๋องละ 29 บ.)ค่ะ (ถ้าซื้อยกแพ็คจะถูกลงนะคะ อย่าลืมต่อราคาด้วยทุกครั้งที่ซื้อ อิ อิ ...) แต่อาหารกระป๋องไม่ควรตั้งทิ้งไว้เกิน 6 ชม. นะคะเพราะเน่าเสียง่ายกว่าอาหารเม็ด แนะนำให้ทีละน้อยค่ะ ที่เหลือก็เก็บเข้าตู้เย็นให้ครั้งต่อไปได้ค่ะ

แล้วถ้าหากบ้านใครมดเยอะ ก็ควรหาถาดมารองชามน้ำและอาหารแมว ใส่น้ำหล่อไว้นะคะ มดจะได้ไม่ขึ้นค่ะ




อย่างที่สี่..ก็คือการทำวัคซีนให้แมวค่ะ โดยนำน้องแมวไปหาสัตวแพทย์ใกล้บ้าน เพื่อสอบถามตารางวัคซีน และราคาได้เลยค่ะ ..
ไม่แนะนำให้ทาสแมวมือใหม่ซื้อวัคซีนมาฉีดให้แมวเองนะคะ เพราะก่อนทำวัคซีนต้องตรวจสุขภาพแมวว่าแข็งแรงไหม เป็นไข้หรือเปล่า นน.เท่าไร หากเพิ่งเดินทางไปอยู่ที่ใหม่ก็ไม่แนะนำให้ทำเลยนะคะ เพราะแมวยังเครียดกับการเปลี่ยนที่อยู่ ต้องให้แมวปรับตัวสัก 2-4 อาทิตย์ก่อนค่ะ (แต่เข้าไปให้หมอตรวจสุขภาพและนัดวันทำวัควีนได้ค่ะ อันนี้ไม่มีปัญหา)

โดยทั่ว ๆ ไป น้องแมวที่เลี้ยงระบบปิด (ไม่ให้ออกนอกห้องหรือนอกบ้าน)หรือระบบเปิด (เลี้ยงปล่อย ๆ อยู่นอกบ้านบ้าง ในบ้านบ้าง)ควรได้รับวัคซีนหลัก ๆ เลยก็คือ
วัคซีนรวมไข้หวัด ไข้หัด+ลิวคีเมียในเข็มเดียว (อันนี้เข็มละประมาณ 500 บ.)
วัคซีนพิษสุนัขบ้า (อันนี้เข็มละประมาณ 80 บ.)
ถ่ายพยาธิ (อันนี้ราคาตามนน.ตัว แต่จะราคาประมาณ 40 บ.)

ส่วนวัคซีนอื่น ๆ ให้สอบถามสัตวแพทย์นะคะ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่แมวอยู่ การเลี้ยงดู ความเสี่ยงในช่วงระบาดของโรค ฯลฯ
วัคซีนเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (อันนี้ราคาประมาณ 300 บ.)
วัคซีนเอดส์แมว (อันนี้ราคาประมาณ 450 บ.)
หรือหากแมวติดหมัด ไรหู ก็หยดเรฟโวลูชั่น (อันนี้กล่องละ 525 บ. 1 กล่องมี 3 หลอด) ใช้ 1 หลอดต่อ 1 เดือนค่ะ ...โดยหยดที่หลัง ใช้ง่ายมากค่ะ

วัคซีนในปีแรกต้องกระตุ้นซ้ำเข็มที่ 2 หลังจากเข็มแรกห่างประมาณ 4 อาทิตย์
ส่วนในปีต่อ ๆ ไปฉีดแค่ครั้งเดียวต่อวัคซีน
ถ้าแมวแพ้วัคซีน จะออกอาการผื่นแดง ๆ ตามท้องหรือบริเวณอื่น ๆ หลังจากทำวัคซีนไปแล้วในช่วง 30 นาทีแรก ๆ ..ถ้ามีอาการแพ้ ก็รีบพาไปหาคุณหมอนะคะ
น้องแมวอายุ 2 เดือนขึ้นไปก็สามารถทำวัคซีนได้แล้วค่ะ
ควรงดอาบน้ำหลังจากทำวัคซีนแล้วอย่างน้อย 7 วันค่ะ เพราะฉะนั้นอาบน้ำให้ก่อนทำวัคซีนดีที่สุด แมวจะได้ไม่เหม็น อิ อิ ..

การทำหมันแมวก็ควรให้แมวมีอายุ 8 เดือนขึ้นไป หรือโตเต็มที่ก่อนนะคะ ..
แล้วห้ามลืมงดน้ำและอาหารแมวก่อนทำหมันแมว 12 ชม.ด้วยนะคะ อันนี้สำคัญมาก ๆ ถ้าใจอ่อนให้แมวกินก่อนทำหมันล่ะก็ อาหารอาจหลุดลงหลอดลมตอนทำหมันได้ค่ะ ถึงสิ้นชีพเชียวนะคะ
แมวตัวผู้ทำหมันราคาประมาณ 800-1200 บ.
แมวตัวเมียทำหมันราคาประมาณ 1000-1700 บ.


ปล.ราคาวัคซีนแต่ละที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับคลินิกนะคะ อันนี้ราคาโดยประมาณค่ะ แต่ถ้าแพงกว่านี้มาก ก็ลองสอบถามคลินิกอื่นดูนะคะ แสดงว่าไปเจอคลินิกที่แพงเกินไปค่ะ บางคลินิกกะรวยถึงภพหน้าเลยทีเดียว หุ หุ...

ปล.อีกที หากแมวป่วยควรจะพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีนะคะ อย่าคิดว่าไม่เป็นไรเป็นนิดเดียว เพราะแมวถ้าแสดงอาการก็แสดงว่าเป็นหนักแล้วค่ะ แล้วอย่าเอายาของคนมาป้อนให้เองนะคะ โดยเฉพาะ "ยาพารา" แมวจะหน้าบวมและถึงเสียชีวิตได้ค่ะ




อย่างที่ห้า นั่นก็คือกระบะทรายแมวค่ะ ..
กระบะทรายก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย หลายแบบ หลายราคา
ของนิดใช้แบบหาซื้อง่าย ๆ ค่ะ ตามร้านเพ็ทช็อปทั่วไป หรือตามบิ๊กซี โลตัส ก็มีขายค่ะ ..ราคากระบะทราย (สีชมพูตามรูป) นิดซื้อมา 120 บ. ค่ะ
นิดมีแมว 3 ตัว ก็เลยซื้อกระบะทรายไว้ 3 อันค่ะ (ตัวละกระบะจะได้ไม่แย่งกัน)

ส่วนที่ตักมูลของแมวไปทิ้ง (สีน้ำเงินตามรูป) ก็ราคา 19 บ. ค่ะ ..

และที่ขาดไม่ได้ก็คือทรายแมว ทรายแมวมีหลายแบบ หลายราคามาก ๆ ..
นิดใช้ kitty love ถุง 10 ลิตร ราคา 200 บ. ค่ะ (ถูกดี ใช้ดีด้วยค่ะ)
1 เดือน นิดใช้ 30 ลิตรค่ะ ...ก็คือ 1 ตัว/ 1 ถุง พอดีเลย

ควรเททรายแมวให้สูงประมาณ 3 นิ้ว ขึ้นไปนะคะ แมวจะได้กลบทรายได้ค่ะ




ทรายแมวควรตั้งให้ห่างจากอาหารแมวมาก ๆ หน่อยนะคะ ไม่งั้นแมวอาจทานอาหารไม่ลงได้ อิ อิ ...
แล้วก็ควรตักมูลไปทิ้งทุกวัน วันละ 2 หน เช้า-เย็น นะคะ ...
มัดปากถุงให้แน่นหนา แล้วทิ้งลงถังขยะให้เรียบร้อย
แมวจะได้มีสุขอนามัยที่ดี ห้องหรือบ้านเราก็จะไม่เหม็นด้วยค่ะ

ถ้าหากแมวท้องเสีย ควรเททรายแมวในกระบะทรายทิ้งให้หมด (อย่าไปเสียดายนะคะ เดี๋ยวแมวไม่หายท้องเสีย แบบว่าเคยเสียดาย จนต้องเสียตังค์พาแมวไปหาหมอเพราะท้องเสียไม่หาย หมดตังค์ไปเป็นพันเลยค่ะ) แล้วก็ล้างทำความสะอาดกระบะทรายแมวให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง แล้วจึงเททรายใหม่ ๆ ให้นะคะ แมวจะได้หายท้องเสียเร็ว ๆ ค่ะ

แมวที่ชอบสเปรย์เรี่ยราด (โดยเฉพาะตัวผู้) หากแมวสเปรย์ไว้ตรงไหน ให้เช็ดออกให้หมด แล้วเอาเดตตอลมาเช็ดตบท้ายอีกที แมวไม่ชอบกลิ่นเดตตอลค่ะ จะได้ไม่มาสเปรย์ซ้ำ หรือน้ำส้มสายชูก็พอช่วยได้ค่ะ แมวไม่ชอบกลิ่นนี้เหมือนกัน ...




อย่างที่หก ถ้าหากห้องพัก คอนโด หรือบ้าน มีแอร์แล้วเปิดแอร์บ่อย ๆ หรือที่อยู่อาศัยมีอากาศเย็นมาก ๆ ก็ควรมีที่นอนให้แมวนะคะ แมวจะได้ซุกตัวหนีหนาวได้ค่ะ
ที่นอนแมวมีหลายแบบ หลายราคา ...
อย่างอันสีเหลือง ๆ ในรูป เป็นที่นอนนาโน ซักล้างได้ ไม่เก็บไร ไม่เก็บฝุ่น แต่เก็บขนแมวชะมัด ราคาตอนซื้อมา 890 บ. ค่ะ ..แมว ๆ ชื่นชอบดี




แต่ถ้าหากที่อยู่นั้นอากาศร้อน ไม่จำเป็นต้องซื้อให้เปลืองตังค์ก็ได้ค่ะ เพราะแมวจะไม่เข้าไปนอน จนต้องรู้สึกเศร้าที่เสียเงินฟรีเลยล่ะคะ

แต่ถ้าหากลูกแมวยังเด็ก ก็หาซื้อติดบ้านไว้ได้ค่ะ ไม่ต้องใหญ่มาก อันเล็ก ๆ ราคาถูก ๆ เยอะแยะค่ะ (ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 39 บ.ค่ะ) เพราะลูกแมวต้องการความอบอุ่น
ที่นอนสีแดง ๆ นิดซื้อมา 350 บ. ใหญ่มากจนแมวเมิน ไม่เข้าไปนอนค่ะ
ใช้เป็นที่ซุ่มโจมตีกันเฉย ๆ ...
เท่าที่สังเกตุ แมวจะชอบอันเล็ก ๆ เหมือนอันสีเหลืองด้านบนมากกว่าค่ะ




อย่างที่เจ็ด แมว ๆ ก็เครียดเป็นนะคะ ต้องหมั่นหาของเล่นมาเล่นกับแมวบ่อย ๆ ...หาตำแยแมว (หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ห้องแมว เป็นวัชพืชอย่างหนึ่งค่ะ ขึ้นตามที่รกร้าง แมว ๆ ชอบรากของมันค่ะ จะมีอาการเมา ๆ น่ารักไปอีกแบบ) ไผ่แมว (หาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้ทั่วไปค่ะ ราคาตั้งแต่ 15-30 บ.) ต้นข้าวสาลีอ่อน ๆ (มีขายทั้งแบบสำเร็จรูปเป็นกล่อง ๆ ราคา 100 กว่าบาท หรือซื้อแต่เมล็ดอย่างเดียวราคาจะถูกกว่ามากค่ะ อันนี้แนะนำเพาะเองเลยค่ะ เพาะง่ายมากไม่กี่วันแมวก็ได้ทานเล่นแล้ว ) มาฝากแมว ๆ บ้าง...

และถ้าหากไม่อยากให้เฟอร์นิเจอร์ในห้อง หรือในบ้าน พังเสียหาย ก็ต้องเก็บของที่แตกหักได้เอาไว้ในตู้ที่ปิดมิดชิด
แล้วก็ควรหาที่ฝนเล็บให้แมว ให้แมวได้ลับเล็บระบายความแค้น เอ๊ะ..ไม่ใช่ ระบายความเครียดค่ะ ...แหะ แหะ ...

ที่ฝนเล็บมีหลายแบบ หลายขนาด หลายราคาให้เลือก
ถ้ามีเวลาสักหน่อย ทำเองก็ได้ค่ะ ไม่ยากเลย
หาไม้หรือขาโต๊ะที่มั่นคง เอาเชือกมะนิลา (ที่เค้าขายเป็นเมตร ๆ อ่ะคะ) มาพันรอบ ๆ ไว้ แค่นี้แมวก็ฝนเล็บสนุกสนานแล้วค่ะ ..
หรือที่ร้านขายของทุกอย่าง 60 บ. (นำเข้าจากญี่ปุ่น มีหลายสาขา ตามห้างค่ะ) ก็มีขายที่ฝนเล็บแมวอันเล็ก ๆ ค่ะ มีที่ให้น้ำแมวด้วย แบบที่เอาขวดน้ำปกติคว่ำลงไป แล้วใช้แรงดันน้ำตามธรรมชาติเป็นตัวเติมให้น้ำเต็มตลอด 60 บ. เอง..ใช้ดีด้วยค่ะ ..

ปล.ถ้าอยากตัดเล็บให้แมว ก็หาซื้อที่ตัดเล็บแมวอันเล็ก ๆ มีขายตามร้านเพ็ทช็อป อันละประมาณ 189 บ.ค่ะ ..ตัดตรงปลายเล็บนิดเดียวนะคะ อย่าให้ลึกจนโดนส่วนที่เป็นสีชมพู เดี๋ยวเลือดกระฉูดค่ะ ..อิ อิ..







อย่างที่แปด อันนี้สำคัญต่อชีวิตน้องแมวมากนะคะ มีหลาย ๆ ครั้งที่น้องแมวตกจากที่สูงลงมา ถึงตายบ้าง พิการบ้าง น่าสงสารสุด ๆ เลยค่ะ
สาเหตุแค่เพียงเจ้าของไม่ยอมกั้นตาข่ายไว้ที่ระเบียงค่ะ ..อย่าชะล่าใจเด็ดขาดนะคะ อาจจะเห็นว่าระเบียงสูงแมวไม่โดดลงไปหรอก ระเบียงกว้าง แมวไม่ร่วงลงไปหรอก ...ไม่จริงเลยนะคะ เวลาแมวเล่นกัน หรือวิ่งเร็ว ๆ แล้วเบรกไม่ทัน ร่วงลงมาบ่อยมาก ๆ เลยค่ะ หรือแมวเพิ่งหายป่วยเพิ่งถูกวางยาสลบ ยาซึมมา เดินงง ๆ ตกตึกมาเยอะแล้วนะคะ

แค่เสียเวลาติดตาข่ายนิดหน่อย กับเงินซื้อตาข่ายกับที่พันสายไฟ(ไว้ยึดตาข่าย)ราคาไม่กี่ตังค์เท่านั้นเอง

อย่างของนิด ตอนอยู่หอ ระเบียงด้านหลังจะมีเหล็กอยู่ค่ะ เลยยึดกับเหล็กได้ ด้วยตัวพันสายไฟ (ซื้อแบบยาวมา 1 ห่อ กะแบบสั้นมา 1 ห่อ ราคาไม่ถึง 100 บ.)
แล้วก็ซื้อตาข่ายดำ ๆ จากโฮมโปรมา 2 ม้วน หมดไป 700 กว่าบาท
(ถ้าสีเขียวตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างจะถูกกว่าด้วยค่ะ)

นิดขึงตาข่ายจากด้านล่าง (ติดพื้นเลยค่ะ เผื่อ ๆ ไว้ด้วย กลัวแมวมุดตาข่ายค่ะ) จนสุดด้านบน ติดเพดานเลยค่ะ (เพราะแมวปีนขึ้นไปจนสุดเพดานได้ค่ะ)




พอทำตาข่ายเสร็จ อย่างลืมทดสอบความแข็งแรงด้วยนะคะ ทดสอบดูว่าตึงพอไหม ถ้าหย่อนไป แมวอาจหาทางมุดหนีได้ค่ะ แล้วมุมทุกด้านต้องเผื่อ ๆ ไว้ด้วยนะคะ แมวจะได้ไม่มุดหนีค่ะ ...

แค่นี้ก็สบายใจหายห่วงแล้วค่ะ ปล่อยแมวชมนก ชมไม้ ได้ทั้งวันทั้งคืน

นิดใช้เวลาทำแค่ 2 ชม. ใช้งบไป 900 กว่า ๆ เองค่ะ
แล้วคุ้มมากเลยค่ะ เพราะตอนย้ายไปอยู่เป็นบ้านก็เอาไปติดรั้วหน้าบ้านได้ด้วย ..
















อย่างที่เก้า หากที่ห้องพัก คอนโด หรือบ้าน มีหลายห้อง
แล้วแมว ๆ ก็อยากเข้าซะทุกห้อง อ้อนจนใจอ่อน ต้องมาคอยเปิดประตูให้ทั้งวัน
เหตุการณ์นี้ประตูแมวช่วยคุณได้ค่ะ ...




ประตูแมวหาซื้อได้ตามร้านเพ็ทช็อปใหญ่ ๆ หรือทางเนท ราคาตอนนิดซื้อ 990 บ.ค่ะ ..ตอนนี้พันกว่า ๆ แล้ว ค่าติดตั้ง ให้ช่างใช้เลื่อยจิ๊กซอว์มาเลื่อยให้ค่ะ ถอดประตูเอาออกไปเลื่อย เสียค่าช่างไป 500 บ.ต่อ 1 ประตู ...

แล้วก็ได้ความสะดวกทั้งคน ทั้งแมวตามมาค่ะ ...
วิ่งเข้า วิ่งออก จนประตูแทบพังเลย เหอะ ๆ ..

ปล.ถ้ากลัวน้องแมวหนีออกจากห้องแล้วหายไป หรือน้องแมวชอบหนีเที่ยว อย่าลืมใส่ปลอกคอ พร้อมห้อยชื่อแมวและเบอร์โทรทาสแมวเพื่อติดต่อกลับไว้ที่คอน้องแมวด้วยนะคะ แต่ถ้ามีงบสักหน่อย แนะนำให้ฝังชิพเลยค่ะ ฝังที่คลินิกราคาประมาณ 500 บ.ค่ะ




อย่างที่สิบ ดูแลทั่ว ๆ ไปค่ะ ...เรื่องตาแมว
ถ้าแมวเจ็บตา หรือน้ำตาออกมาก ก็ใช้อ๊อฟตัล (หาซื้อได้ตามร้านขายยาคน ขวดเล็กราคา 37 บ. ค่ะ)
ถ้าแมวตาเป็นแผล หรือเคืองตา ก็ซื้อยาป้ายตาเทอร์รามัยซิน (หาซื้อได้ตามร้านขายยาคน ราคา 48 บ. เปิดใช้แล้วเก็บในตู้เย็น เปิดแล้วเกิน 1 เดือนทิ้งเลยนะคะ อย่าเสียดาย)
ปล.อ่านฉลากแนะนำก่อนใช้ด้วยนะคะ ...

เวลาเช็ดให้ชุบสำลีหมาด ๆ เช็ดจากหัวตาไปหางตา จากบนลงล่างค่ะ
แมวไทยก็ใช้ได้ แมวเปอร์เซียยิ่งนิยมใช้ค่ะ ตาจะได้ใสปิ๊ง ๆ ...

คัตตัลบัทก็ใช้เช็ด ๆ ที่รูจมูกค่ะ จะได้ไม่มีน้ำมูกหรือฝุ่นติดจมูกแมว

ปล.ถ้าอยากแปรงฟันให้แมวก็ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ แค่เอาผ้าก๊อซ (ที่ใช้ทำแผล) มาพันที่นิ้วเรา แล้วเอามาจุ่มน้ำผสมเกลือเล็กน้อย มาขัด ๆ ถู ๆ ที่ฟันแมว
หรือหาซื้อที่แปรงฟันเด็กอ่อน ไปดูตามแผนกเด็กอ่อน ราคา 29 บ. จะเป็นยางอ่อน ๆ ค่ะ เอามาจุ่มน้ำผสมเกลือเล็กน้อย ขัด ๆ ถู ๆ ฟันและเหงือกแมวได้ดีเชียวค่ะ ทำอาทิตย์ละหน หรือแล้วแต่สะดวกค่ะ




เช็ดหู ถ้าหูไม่ดำ ใช้น้ำอุ่นธรรมดาเช็ดได้เลยค่ะ

ถ้าหูดำจากไรหู ก็ซื้อน้ำยาเช็ดหูสำหรับแมวเป็นไรในหู มีหลายยี่ห้อ หลายราคาค่ะนิดใช้ 100 กว่าบาท ...
แล้วก็ซื้อยาหยอดหู นิดใช้ OTOMAX ราคา 280 บ.ค่ะ
ใช้ต่อเนื่องกันนะคะ เช็ดทุกวัน ไม่เกิน 2 เดือนก็หายค่ะ

วิธีเช็ดหูแมว..ก็เทน้ำยาเช็ดหู ลงในหูแมวเล็กน้อย คลึงที่หลังใบหูแมว แล้วปล่อยให้แมวสะบัดหัวค่ะ น้ำยาเช็ดหูจะได้ไหลทั่วถึง (ตอนแมวสะบัดหัวทาสแมวอย่าลืมหลับตาด้วยนะคะ ไม่งั้นอาจโดนลูกหลงได้ค่ะ นิดโดนบ่อย ๆ แสบตาแทบแย่) อ้อ ..เตือนว่ายาหยอดน้ำยาเช็ดหูลงในหูแมวมากเกินไปนะคะ เดี๋ยวแมวสะบัดหัวแล้วมันจะกระเด็นเข้าตาแมวได้ค่ะ ...

เมื่อแมวสะบัดหัวแล้ว ก็เริ่มเอาสำลีมาเช็ด ๆ รอบ ๆ ใบหูด้านนอก แล้วเอาคัตตัลบัทมาเช็ด ๆ ภายในหูแมวค่ะ ..เปลี่ยนคัตตัลบัทจนกว่าหูแมวจะหายดำนะคะ ...(คัตตัลบัทแมวขนาดกลางแพ็คละ 29 บ. ใช้ดีค่ะ แต่นิดใช้เปลืองมาก เลยแอบประหยัดใช้คัตตัลบัทคนแพ็คคู่แค่ 15 บ.เอง อิ อิ ...แต่เวลาใช้คัตตัลบัทของคนต้องระวังไม่ให้สำลีหลุดเข้าไปในหูแมวนะคะ เลือกยี่ห้อดี ๆ หน่อยนะคะ เคยใช้ยี่ห้อถูก ๆ แล้วสำลีตรงปลายคัตตัลบัทหลุดเข้าไปในหูแมว เสียตังค์ให้หมอเอาออกให้ตั้งหลายร้อยเลยค่ะ ...)

เวลาหยอดยา...ก็ง่ายมากค่ะ เมื่อเช็ดทำความสะอาดหูจนเรียบร้อยแล้ว ก็แค่หยอดยาเข้าไปในหู แล้วปิดใบหู แล้วคลึง ๆ ที่หลังใบหู ทิ้งไว้แป๊บเดียว ยาก็ไหลลงไปในหูแล้วค่ะ ...(อย่าหยอดยาเยอะนะคะ เดี๋ยวแมวสะบัดยา กระเด็นเข้าตาแมวเอง)





ถ้าลูกแมวยังเล็ก ก็หาซื้อนมมาป้อนนะคะ ไม่แนะนำนมวัว เพราะแมวย่อยยาก เพราะสูตรโครงสร้างทางเคมีของนมวัวต่างจากนมแมวมาก
แนะนำนมแพะศิริชัยค่ะ หาซื้อได้ตามเซเว่น โลตัส บิ๊กซี ขวดเล็ก ๆ ไม่แพงค่ะยี่สิบกว่าบาท ก่อนให้อุ่นก่อนนะคะ ค่อย ๆ ป้อน ก่อนป้อนชิมด้วยนะคะว่าเสียหรือยัง ...ป้อนไม่หมดก็เก็บในตู้เย็นค่ะ ...

หรือจะซื้อของแมวโดยเฉพาะเลยก็ยิ่งดีค่ะ (KMR Kitten Milk Replacer 12 ออนซ์ ราคา 879 บ.) แต่แพงอยู่เหมือนกันค่ะ
หรือแบบในภาพ จะเป็นนมชงสำเร็จมาแล้วในกล่องจะมีจุกยางไว้ป้อนนมให้ด้วย กล่องละ 240 บ. ค่ะ ..
ดูวันหมดอายุก่อนใช้ด้วยนะคะ ...

ลูกแมวจะทานนมทุก ๆ 2 ชม.ได้ค่ะ ป้อนครั้งละประมาณ 2 CC. (อย่าป้อนเยอะไปนะคะ เดี๋ยวแมวท้องอืด) ค่อย ๆ ป้อนนะคะ ป้อนโดยใช้สลิงค์เบอร์เล็กสุดก็ได้ค่ะ (สลิงค์หาซื้อได้ตามร้านเพ็ทช็อป หรือตามคลินิกสัตว์ ราคาอันละ 4-8 บ.ค่ะ)หรือถ้าหาซื้อขวดนมสำหรับสัตว์ ไซส์เล็ก ๆ ได้ก็จะดีค่ะ ระวังสำลักด้วยนะคะ ...

ลูกแมวจะหย่านมเมื่ออายุประมาณ 2 เดือนค่ะ โดยที่อายุประมาณ 1 เดือนครึ่งก็เริ่มฝึกให้ทานอาหารเปียก หรืออาหารเม็ดเอามาแช่น้ำให้นิ่มได้แล้วค่ะ ระวังเรื่องอาหารเน่าเสียด้วยนะคะ ...

ป้อนเสร็จก็หาผ้าชุบน้ำอุ่น ๆ มาเช็ด ๆ ที่ก้นแมว เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายด้วยนะคะ ดูด้วยว่าแมวอึและฉี่ออกมาไหม ระวังแมวท้องอืดนะคะ...

ถ้าแมวท้องอืด ท้องจะแข็ง กลม แขนขาลูกแมวไม่มีแรง ให้ทามหาหิงค์ ถ้าไม่ดีขึ้นให้หาซื้อยาแก้ท้องอืดยี่ห้อ ไกร์ดวอเตอร์ (GRIPE WATER) ป้อนแค่ สอง หยดก็พอนะคะ แล้วรอดูอาการว่าลูกแมวดีขึ้นไหม ...ถ้าผ่านไปสัก 10-12 ชม.แล้วไม่ดีขึ้นก็รีบพาลูกแมวไปพบสัตวแพทย์นะคะ

ถ้าลูกแมวท้องผูก ลูกแมวจะพยายามเบ่งอึ แต่อึไม่ออก ท้องแข็ง ก็ให้ป้อน ยาคูลล์ 4-5 หยด หลังจากป้อนนมเสร็จ สัก 2-3 รอบ ก็จะอึออกค่ะ (ยาคูลล์ที่เราทานนิ๊แหละค่ะ มีจุลลินทรีย์แลคโตบาซิลัส ช่วยขับถ่ายดีค่ะ)

ถ้าลูกแมวท้องเสีย ก็ให้น้ำเกลือ โดยเอาน้ำต้มสุก+ น้ำตาล และเกลือ แล้วป้อน 1-2 CC. ทำอยู่ 2-3 ครั้ง ก็หายค่ะ

ถ้าลูกแมวไม่ค่อยทานนมก็ป้อนเจลวิตามิน ประมาณ 1 CC. ควบคู่ไปกับการป้อนนม (หาซื้อได้ตามร้านเพ็ทช็อป หรือคลินิกสัตว์ หลอดละ180-280 บ. แล้วแต่ยี่ห้อค่ะ) โยเกิร์ตหรือแบรนด์ก็ช่วยบำรุงให้อยากทานนมได้ค่ะ ป้อนทีละ 1-2 CC. ก็พอนะคะ

แนะนำให้หาผ้ามาปูให้ลูกแมวนอน (จะได้อบอุ่น) ถ้าลูกแมวไม่มีแม่แมวดูแล ก็แนะนำให้หาโคมไฟอ่านหนังสือมาเปิดให้ลูกแมวด้วยนะคะ (ระวังอย่าให้ใกล้ตัวลูกแมวเกินไปนะคะ อาจร้อนจนตัวไหม้สิ้นชีพได้เลยค่ะ) ถ้าลูกแมวอยู่ตัวเดียว แนะนำให้หานาฬิกาปลุกมาพัน ๆ กับผ้าขนหนู เอาไปซุก ๆ ไว้ที่นอนลูกแมว ก็ช่วยคลายเหงาให้ลูกแมวได้ค่ะ

ถ้าลูกแมวป้อนนมเท่าไรก็ไม่อิ่ม ถ่ายออกมามีเลือด หรือถ่ายออกมามีพยาธิ ยาถ่ายพยาธิให้กับลูกแมวอายุ 3-4 สัปดาห์ ถ้าเล็กกว่านี้ไม่แนะนำนะคะ ป้อนได้ 0.2 -0.3 CC. ค่ะ ถ้าไม่แน่ใจต้องปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนนะคะ





ส่วนการอาบน้ำให้แมว ก็สามารถอาบน้ำให้ได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนเลยค่ะ
โดยเตรียมแชมพูอาบน้ำแมว (ถ้าเป็นเชื้อราก็ใช้แชมพูคนที่มีส่วนผสมของคีโตโคนาโซล หรือแชมพูสำหรับแมวเป็นเชื้อราโดยเฉพาะก็ยิ่งดีค่ะ)
ผ้าขนหนู
ไดร์เป่าผม (ถ้าแมวขนสั้นไม่ต้องใช้ไดร์ก็ได้ค่ะ)
ถ้าแมวยังไม่เคยอาบน้ำ หรือแมวดุ ๆ ก็แนะนำให้ใส่ปลอกคอแล้วคล้องสายจูง ยึดไว้กับอะไรก็ได้ใกล้ ๆ ก๊อกน้ำค่ะ แมวจะได้ไม่ดิ้นหลุดไปไหน

วันที่อาบน้ำควรเป็นวันที่แดดออกจัด ๆ หน่อยนะคะ แมวจะได้ไม่ป่วย
อาบโดยระวังไม่ให้แชมพูเข้าหู เข้าตา เข้าปากนะคะ
อาบเสร็จก็เช็ดตัวให้แห้ง ๆ กรณีแมวขนสั้น ก็เอามาอาบแดดสักหน่อย เดี๋ยวก็แห้งเองค่ะ แต่อย่าทิ้งไว้นานจนหอบแดดนะคะ ...
ส่วนขนยาวก็เอาไดร์เป่าผม มาเป่าให้แห้งสนิท ไม่งั้นเชื้อราจะถามหาค่ะ

กรณีที่เป็นเชื้อรา ต้องอาบอาทิตย์ละ 1 หน ด้วยแชมพูสำหรับโรคเชื้อรา นานประมาณ 2 เดือน ก็จะหายค่ะ แต่ต้องทำความสะอาดที่อยู่ ที่นอน ทุก ๆ อย่างที่แมวโดนด้วยนะคะ (เพราะสปอร์ของเชื้อราอาจติดอยู่ค่ะ) จะได้หายขาดค่ะ
ถ้าทาสแมวอย่างเราติดเชื้อราจากแมวด้วย ก็แนะนำให้ซื้อแชมพูยา "ไนโซรอล" มาสระผมและใช้อาบน้ำแทนสบู่เลยนะคะ ทำทุกวัน 2 เดือนก็หายค่ะ แล้วก็ให้ซื้อยาทาสำหรับเชื้อรา ตามร้านขายยาปกติค่ะ ทาต่อเนื่อง 2 เดือน (ใช้ยาทาร่วมกับการอาบน้ำเลยนะคะ) ทาให้แมวตรงบริเวณที่เป็นเชื้อราด้วยก็ได้นะคะ แต่ต้องระวังไม่ให้แมวเลียยา โดยการชวนเค้าเล่นหลังทายาให้สัก 10-20 นาทีค่ะ

กรณีที่ไม่ได้เป็นโรคผิวหนัง อาบเดือนละ 1 หนก็พอค่ะ ถ้ายังไม่เหม็นก็ 2 เดือนหนก็ได้ อิ อิ ...



เป็นกำลังใจให้ทาสแมวมือใหม่ทุกท่านนะคะ ...
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบล๊อกนี้จะมีประโยชน์ต่อชีวิตแมวน้อย ๆ บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ
ปล.อีกที หากแมวเจ็บป่วย ผิดปกติยังไง อย่าลืมรีบพาไปพบสัตวแพทย์นะคะ ...
ปล.อีกครั้งราคาของส่วนใหญ่อ้างอิงจากร้านขายของสัตว์เลี้ยง หลังห้างเสรี ถนนศรีนครินทร์ กทม. ค่ะ ...

ด้วยความหวังดีจากแก๊งค์ 3 ม. (มาม่ากะเหมียวเหมียวและเมียวโจ้) เมี๊ยว...............







 

Create Date : 18 ตุลาคม 2552
Last Update : 24 ตุลาคม 2552 16:08:11 น.
32 comments
Counter : Pageviews.

 

เหมียวโจ้ เป็นญาติกับนุ้งกริ๊งมั้ยค่ะ เหมือนยังกับแฝด

 

โดย: Miracles in my life IP: 115.67.218.48 18 ตุลาคม 2552 17:14:50 น.  

 

ซุโค่ยยยยยยยย

ละเอียดดีจังเลยครับ มีประโยชน์มากๆเลย

ทนรอรับน้องข้าวกล้องแทบไม่ไหวแล้ว

 

โดย: ยำยำรสหอยลายผัดฉ่า IP: 58.8.107.27 18 ตุลาคม 2552 17:27:10 น.  

 

อยากเป็นแมว

 

โดย: "เสย" <teerasak_saey@yahoo.com> (KruSamathi22 ) 18 ตุลาคม 2552 17:29:35 น.  

 

ลืมถามไปว่าตอนนี้น้องข้าวกล้อง

งอกเพศออกมารึยังเอ่ย สุขภาพเป็นไงบ้างครับ

เพราะมีครั้งนึง มีพี่ชายที่รู้จักกันเขาจะเอาแมวที่ถูกทิ้งมาให้เลี้ยง แต่ปรากฏว่าน้องแมวเขาสุขภาพไม่แข็งแรง เลยตายตั้งแต่อาทิตย์แรก

เพื่อนๆก็ชอบแซวว่า เจ้าแมวรู้ว่าจะมาอยู่กับผม เลยชิงตายซะก่อน -_-"

 

โดย: ยำยำรสหอยลายผัดฉ่า IP: 58.8.107.27 18 ตุลาคม 2552 17:53:48 น.  

 

โหหห ละเอียดมากๆ เลยจ้า
เป็นประโยชน์มากกกก

 

โดย: Plamy IP: 58.8.158.38 18 ตุลาคม 2552 18:52:57 น.  

 

ขอบคุณค่า ละเอียดดี มีรูปประกอบ
เป็นคนที่ฝันอยากเลี้ยงแมว แค่มาอ่านก้อแฮปปี้แระ อิอิ
น้องเหมียวน่ารักมากๆเลยค่า อิอิ

 

โดย: '' (sinein_nop ) 18 ตุลาคม 2552 20:07:46 น.  

 

ข้อมูลครบถ้วนดีจังครับ
แมวของนิดนี่โชคดีจังเลย ได้เจ้าของน่ารักแถมเลี้ยงดูอย่างดีอีกต่างหาก

 

โดย: silvester IP: 124.120.6.211 18 ตุลาคม 2552 20:21:11 น.  

 

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับ ข้อมูล ความรู้ ดีๆ สำหรับ การเป็นทาสแมวมือใหม่

 

โดย: pim.tik(แม่เหมียวน้อย) IP: 124.121.180.82 18 ตุลาคม 2552 20:37:12 น.  

 

โอ...เจอแม่แมวตัวจริงเข้าแล้วสิเนี่ย

 

โดย: วานรเทพ IP: 58.64.104.67 18 ตุลาคม 2552 23:18:49 น.  

 

โอ้ววว มีประโยชน์มากเลยครับ จะบอกต่อไปเรื่อยๆให้นะครับ^^

 

โดย: H2Forever IP: 115.87.69.153 18 ตุลาคม 2552 23:28:23 น.  

 

^___^

ขอบคุณมากครับ
อยากเกิดเป็นแมว จัง

ฮ่า ฮ่า

 

โดย: ruangsat IP: 117.47.110.28 19 ตุลาคม 2552 4:21:33 น.  

 

ขอบคุณคุณนิดแทนทาสแมวใหม่ถอดด้ามทุกคนนะคะ

ละเอียดมากๆ

ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

 

โดย: catty55 IP: 119.42.68.204 19 ตุลาคม 2552 8:27:44 น.  

 

เจ๋งจริง ๆ จ้านิด.. ^ ^

 

โดย: Nakamura Kumiko IP: 172.18.66.173, 203.155.159.7 19 ตุลาคม 2552 9:01:35 น.  

 

ขะหยันจิงจิงค่ะ มีประโยชน์มากด้วย

 

โดย: กุหลาบสีชมพู IP: 58.8.122.175 19 ตุลาคม 2552 9:07:00 น.  

 

โอ้โห ยอดเยี่ยมจริง ๆ เลยละเอียดมาก ๆ

แต่ขอบอกที่บ้านน่ะ ถ้าให้ชากูเม่ รับรองไม่เหลือถึง 6 ชม. แน่ ๆ ลูกชั้นกินยังกะปอบลง เห็นเป็นไม่ได้

ถ้าเจอร้านส่งที่ไหนบอกด้วยน่ะ ตอนนี้ซื้ออยู่ 4 ถาด 100
แม่มันจะกินแกลบอยู่แล้ว

 

โดย: มี้นำโชค 19 ตุลาคม 2552 10:32:24 น.  

 

ละเอียดมากๆเลยจ๊า คุณนิด
อ่านแล้วถูกใจจริงๆ ^___^

 

โดย: ส้ม(เจ้าหญิงพันธ์ไม้สีขาว) IP: 115.87.69.78 19 ตุลาคม 2552 13:24:49 น.  

 

ขอบคุณค่ะ
แมวจขบ.ปุกปุยมากมาย

 

โดย: The Field Where I Died 19 ตุลาคม 2552 14:15:54 น.  

 

เจ๋งมากกก
ครบหลักสูตรเลย

 

โดย: easyboy IP: 58.136.49.30 19 ตุลาคม 2552 17:09:58 น.  

 

มีประโยชน์มากเลยค่ะ ตอนนี้กำลังคิดจะอาบน้ำให้แมวเด็กๆ อยู่ค่ะ ว่าแต่ใช้แชมพูแมวยี่ห้อไรดี พอดีที่บ้านตัวเลอะ เป็นแมว ขาวมณีค่ะ ตัวเลอะเหลือง เช็ดไม่ออก
ไม่กล้าจะอาบให้เท่าไหร่ เหอๆๆๆ

 

โดย: หนูฮื้อฮือ IP: 125.24.147.1 20 ตุลาคม 2552 0:06:37 น.  

 

มีประโยชน์มากๆเลยจ้า
น้องเหมียว น่ารักมากๆเลยอ่ะค่ะ

 

โดย: ZuGuzZ_เจ้าวายร้าย 20 ตุลาคม 2552 7:57:11 น.  

 



ทาสแมวเหมือนกานเลย อิอิ
เมียวโจ้ ไม่ได้เห็นหน้านานแย้วววว จุ๊บๆๆๆ
มาม่า เหมียวเหมียวอย่าน้อยใจน้า
ร๊ากๆๆๆๆเท่ากาน

 

โดย: Fullgold 20 ตุลาคม 2552 18:28:24 น.  

 

ทาสมือเก่าก็มาแอบอ่านนิคะ อิอิ

 

โดย: ครอบครัวตัว ม 23 ตุลาคม 2552 2:26:29 น.  

 

ข้อมูลแน่นๆ นางแบบก็น่ารัก...เหอๆๆๆๆ

 

โดย: auau_pi 23 ตุลาคม 2552 8:04:06 น.  

 

ขอบคุณมากๆค่ะ

ทาสแมวเหมือนกันอ่าค่ะ อิอิ

 

โดย: Angle_best 23 ตุลาคม 2552 17:00:57 น.  

 

น่ารักมากมายครับ แต่ผมเลี้ยงที่บ้าน เลี้ยงระบบปิดเหมือนกัน กัวเขาหาย เพราะ เปงตัวผู้ด้วย อิอิ...

 

โดย: Mustsumoto 24 ตุลาคม 2552 0:37:54 น.  

 

ขอบคุณครับ

 

โดย: โนโบะ 24 ตุลาคม 2552 15:20:01 น.  

 

นางแบบนายแบบน่ารักจังเลยค่ะ

วิธีการละเอียดมากๆค่ะ จะจำไว้ใช้นะคะ

เคยแต่เลี้ยงนอกบ้าน(แบบหมาเลย) มันมาอยู่เองน่ะค่ะ ก็เลยให้ข้าวมันทุกวัน จนมันมาอยู่ถาวร
แต่ตอนนี้หายไปหมดแล้ว ไม่เหลือซักตัว โดนหมาแถวนี้ไล่ไปน่ะค่ะ เสียใจมากมาย

 

โดย: Emotion-P 28 ตุลาคม 2552 18:07:19 น.  

 

กำลังมองหาแมว...ดีใจจังเจอบล๊อคนี้เข้า
มีประโยชน์มากมายค่ะ
ปล..แมวน่ารักทุกตัวเลยค่ะ

 

โดย: sjt 31 ตุลาคม 2552 21:34:04 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลการเลี้ยงแมวค่ะ อิอิ

 

โดย: หุยฮา IP: 124.122.148.182 31 ตุลาคม 2552 23:48:40 น.  

 

ขอบคุณนะคะ เป็นประโยชน์มากเลย

^^

 

โดย: maniapenguin IP: 124.122.79.28 16 พฤศจิกายน 2552 22:51:53 น.  

 

เพิ่งไปดูน้องแมวมาคะ เป็นเปอร์เซียน่ารักมากคะ ราคา 2000 บาท นี่เป็นไงบ้างคะ ได้เข้ามาอ่านแล้ว อยากไปรับเจ้าตัวเล็กมาเร็วๆเลยคะ ขอบคุณสำหรับวิธีการดีๆคะ

 

โดย: มือใหม่ IP: 124.122.73.220 18 พฤศจิกายน 2552 12:37:53 น.  

 

ตามมาอ่านค่ะ เป็นขั้นตอนมากๆเลย จะปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ อิอิ

เดี๋ยวเสาร์หน้าจะไปจตุจักรซื้ออุปกรณ์สำหรับน้องแมวแล้วค่ะ เตรียมตัวไว้ก่อน ^^

 

โดย: ดอกมะนาว IP: 203.152.13.62 21 พฤศจิกายน 2552 9:09:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หม่ามี้ของม่าเหมียว

Location :

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]


 
Friends' blogs
[Add หม่ามี้ของม่าเหมียว's blog to your weblog]
Links
 

 

 


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.