Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

< สบู่เปลือกมังคุด >


ปีนี้มังคุดทางใต้ติดผลดกกว่าทุกปี ดกมากจนผลผลิตออกสู่ท้องตลาดล้นหลามจนราคาตกเหลือกก.ละ 6-7 บาท อารัมภบทมายาวนี่เพื่อจะชวนมาทำสบู่เปลือกมังคุดกันค่ะ

เปลือกมังคุดมีดีอย่างไร?

มังคุด (Garcinia mangostana Linn.) จัดอยู่ในวงศ์ Guttiferae ประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
ส่วนเนื้อผล มีกากใย น้ำตาล กรดอินทรีย์บางชนิด แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ใช้เป็นอาหาร
ส่วนที่ใช้เป็นยาคือ เปลือกผล ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญคือ สารรสฝาด (กลุ่ม Tannins) 7-14% และสารจำพวก Xanthones เช่น Mangostin และยังมีสารจำพวก resin อีกด้วย นอกจากที่กล่าวมาสารเคมีที่พบในมังคุดยังมี Chrysanthemin, Garcinone A, Garcinone B, Gartanin และ Kolanone
สรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนังของเปลือกมังคุดได้รับการพิสูจน์และยืนยันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบว่า
- สาร Tannin ในเปลือกมังคุด มีฤทธิ์สมานแผล ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
- สาร Mangostin ช่วยลดอาการอักเสบ
- สาร Xanthones หลายชนิดมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง จึงใช้ในการรักษาแผลพุพอง เน่าเปื่อย และแผลหนองได้ ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของโรคผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน ได้
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเปลือกมังคุดคือ ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อบิดอมีบา ใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องร่วงเรื้อรัง ถ่ายเป็นมูกเลือด สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็ว ใช้รักษาบาดแผล โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา บรรเทาอาการผดผื่นทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ ลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และต้านการอักเสบ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเวปข้างล่างนี้ค่ะ

http://www.pharm.su.ac.th/thai/organizations/dis/Webboards/showQAnswer.asp?qNo=193



สบู่แบชนี้ใช้น้ำมันบัวตราไพ่อย่างเดียว เพราะขี้เกียจหาซื้อน้ำมันรำข้าว ส่วนน้ำมันปาล์มหาซื้อง่าย แต่...อย่าใส่เลย เปลืองเปล่าๆ!อันที่จริงคือต้องการสบู่ที่มีคุณสมบัติให้ฟองมาก อาบสะอาด เนื้อแข็ง กลิ่นหอม แค่นี้ก้อโอเครแระ เราไม่ใช่คนมีปัญหาเรื่องผิว หรือพูดอีกทีว่าเป็นคนผิวธรรมดา เหงื่อเยอะ ก้อต้องการคุณสมบัติของสบู่เท่าที่ว่ามาแค่นี้เอง






สูตรนี้ใช้น้ำมัน 750 กรัม
โซดาไฟ 135.5 กรัม
น้ำ 262.5 กรัม
SF 5 %
ผงเปลือกมังคุด 1 ชช.
FO กลิ่นซากุระ 30 ซีซี

เอารูปน้ำมันที่ใช้ทำสบู่มาให้ดู








สังเกตเห็นมั้ยว่าเนื้อสบู่ไม่ค่อยเนียนเลย เกิดจากหัวน้ำหอมทำพิษนั่นเอง เร่งเทรซซะจนสบู่แทบจะแข็งคากะละมัง




แต่ก้อยังอุตส่าห์ทำเลเยอร์ให้มันเรียบจนได้



เนื้อสบู่แข็งได้ใจเลย แต่หน้าเป็นแอช(ฝ้าขาวๆ)เล็กน้อยแต่พองาม



 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2552
Last Update : 18 กรกฎาคม 2552 15:23:34 น.  

โลชั่น-ครีมโฮมเมด

ชวนกันมากวนโลชั่นและทำครีมทาผิวไว้ใช้กันค่ะ

การลงทุนครั้งแรกค่อนข้างแพงไปนิดนึง แต่ครั้งต่อๆไปก้อจะถูกลง

เพราะวัตถุดิบบางตัวซื้อมาทีใช้กันทั้งชาติ

***วัตถุดิบทุกตัวหาซื้อได้แถวย่านวัดตึกและสำเพ็ง***

วันนี้มาเริ่มกันที่ครีมทาส้นเท้าแตกกันก่อน(ถ้าทาเท้าได้ผลดีเราค่อยลามไป

ส่วนอื่นของร่างกาย)

ไม่ต้องโม้กันมากมาดูสูตรกันเลยดีกว่านะ

***คำจำกัดความคำว่าโลชั่นสำหรับอิฉานนั้นคือครีมเนื้อเหลวๆ ส่วนครีมก้อ

คือโลชั่นเนื้อข้นๆ

สูตรนี้สำหรับทำครีมได้ประมาณ 100 กรัม

1.น้ำกลั่น---------------------------------------------------50 กรัม
2.น้ำมันมะพร้าว--------------------------------------------10กรัม
3.เชย์บัตเตอร์หรือบัตเตอร์ตัวอื่นก้อได้---------------------5กรัม
4.Stearic acid(ชนิดที่ใชทำโลชั่น/ครีม)-------------------4กรัม
5.A-P wax-------------------------------------------------5กรัม
7.IPM------------------------------------------------------5กรัม
8.Silicone-------------------------------------------------10กรัม
9.Germaben----------------------------------------------1กรัม
10.ASA Gr.5(ยาแอสไพริน)-------------------------------4เม็ด
(นำมาบดในโกร่งหรือครกบดยาให้ละเอียดเป็นผง)
11.หัวน้ำหอมกลิ่นตามใจชอบหรือถ้าไม่ชอบก้อไม่ต้องใส่---1กรัม



วิธีทำ
1.อุ่นน้ำกลั่นในไมโครเวฟหรือตั้งบนเตาไฟก้อได้ให้พอร้อนควันขึ้น
2.นำข้อ2-5(ส่วนของน้ำมันและไขมัน)ใส่ลงในหม้อเสตนเลสหรือภาชนะทนไฟอื่นเอาขึ้นไฟให้ทุกอย่างละลายหมด
3.ค่อยๆรินน้ำอุ่นลงในหม้อน้ำมันข้อ2.โดยรินให้เป็นสายทีละน้อยจนหมด
4.ใช้มิกเซอร์ปั่นส่วนผสมในหม้อจนเป็นน้ำนมขาว(ประมาณ1-2นาที)
5.ทิ้งไว้พออุ่นๆกลับมาตีต่ออีก
6.ทิ้งไว้อีกสักครู่พอส่วนผสมเริ่มเย็น เติมข้อ6-9ลงไป ตีต่อให้เข้ากันดีแล้วเติมหัวน้ำหอม
7.เติมแอสไพรินลงไปตีต่อให้เข้ากัน
8.เทลงถุงพลาสติกแบบถุงซิปล็อคหรือถุงร้อน(ถุงแกง)มัดปากให้แน่นนำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาทิ้งไว้ประมาณ3-4ชม.นำมาบรรจุลงตลับพร้อมใช้ได้เลย

















***ผู้ที่มีประวัติการแพ้แอสไพรินไม่ควรใช้ถึงแม้จะเป็นครีมทาภายนอกก้อตาม***
ผลของแอสไพรินต่อการผลัดเซลล์ผิวหนังดูที่ลิ้งค์นี้

http://www.dermaharmony.com/ingredients/salicylicacid.asp

 

Create Date : 28 มกราคม 2552
Last Update : 28 มกราคม 2552 13:04:11 น.  

แชมพูก้อน[มันแปลก(แต่)ดีนะ]




ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเราก้อรู้จักมักคุ้นกับการใช้แชมพูสระผม ในชีวิตยายบูดูฯก้อใช้มาตั้งแต่สมัยแชมพูยังเป็นผงๆบรรจุอยู่ในซองๆละ 50 สต.




จวบจนกระทั่งมาริอ่านกวนสบู่นี่ละถึงได้รู้ว่านักทำสบู่เมืองนอกเค้าใช่สบู่แฮนด์เมดนี่สระผมด้วย




พอไปอ่านเจอเข้าก้อไม่รอช้า ลองซะเลย ผลก้อคือ
หนังศีรษะสะอาดมาก เส้นผมนุ่มลื่นเหมือนกับที่เราสระผมแล้วใช้ครีมนวดด้วยแต่ที่ดีกว่าคือไม่ทำให้ผมลีบแบนหรือหนังศีรษะเป็นมัน อีกอย่างคือหลังจากที่ผมแห้งแล้วจะฟูฟ่องเบาสบายฝรั่งเรียกอาการนี้ว่า Flying hair ซึ่งดูเหมือนหลายคนจะไม่ชอบ แต่อิช้านชอบค่ะ
เพราะอิช้านเป็นคนที่ผมเส้นเล็ก บาง ปริมาณเส้นผมก้อน้อย หวีผมทีเห็นหนังหัวขาวเชียว เมื่อก่อนก้อเคยใช้ผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่าใส่แล้วทำให้ผมดูหนาดกขึ้น แต่มันก้อแพงเอาการ พอมาใช้แชมพูก้อนนี่ผมจะฟูดูหนาหวีผมแล้วไม่เห็นหนังหัวอีก อันนี้ชอบมากกกก...





ฝอยมามากแล้วมาดูสูตรกันดีกว่า
Shampoo bar
น้ำมันรวม 700 กรัม(ตัดแล้วได้ก้อนละ90+กรัมขนาดเหมาะมือดี)
น้ำมันมะพร้าว----------162.5 กรัม
น้ำมันปาล์ม------------162.5 กรัม
น้ำมันมะกอก-----------130 กรัม
น้ำมันเมล็ดทานตะวัน---130 กรัม
น้ำมันละหุ่ง--------------65 กรัม
โซดาไฟ-----------------103.16กรัม
น้ำ-----------------------195 กรัม
เติมกลิ่นทีทรีและเป๊ปเปอร์มินต์(อีโอ)
ใส่ผงว่านนางคำ1/2 ชต.เพื่อบำรุงผิว
ซุปเปอร์แฟต 8 %
กวนด้วยวิธี cold process


สูตรนี้หาๆเอาจากในเน็ตแต่มาดัดแปลง ตัดนู่น ลดนี่ เพิ่มนั่น เพื่อให้เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา




หลังจากบ่มได้ที่แล้ว(12ชม.)ก้อเทออกจากโมลด์มาตัดแล้วผึ่งลมไว้สัก2-3สัปดาห์เพื่อให้ค่าความเป็นด่างลดลงจนปลอดภัยแก่การนำไปใช้








***หมายเหตุ***ในเวปทำสบู่ต่างประเทศแนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ1:1 นำมาสระซ้ำหลังจากที่สระด้วยสบู่แล้วเพื่อแก้อาการFlying hair อิช้านก้อได้ลองแล้ว แต่ไม่เวิร์คสู้ปล่อยให้ฟูๆดีกว่า ถ้าใครที่ไม่ชอบให้หัวฟูก้อใช้น้ำมันแต่งผมลูบๆซะหน่อยก้อได้

 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2551 11:19:49 น.  

ทำลิปบาล์มรับลมหนาวกันดีกว่า




คำโบราณว่า

"เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง เดือนอ้าย-เดือนยี่น้ำก็รี่ไหลลง"

นึกถึงคำนี้ทีไรก้อพลอยให้รู้สึกถึงสายลมหนาวที่พัดกรูเกรียวในช่วงเดือน

สิบสองต่อเนื่องไปจนถึงเดือนอ้าย-เดือนยี่


พูดแบบนี้คนสมัยนี้จะยังเข้าใจมั้ยหว่า...


วันนี้ยายบูดูฯจะมาชวนกันกวนลิปบาล์มไว้ใช้รับหน้าหนาวกันค่ะ วิธีทำก้อสุด

แสนจะง่ายมั่กๆแค่เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วเทลงบีกเกอร์หรือหม้อเล็กๆ

แล้วเอาไปตุ๋นบนน้ำร้อนหรือที่ฝรั่งเรียกว่า double boiler

(สะกดถูกป่าวหว่า) ประมาณไม่เกิน10 นาทีเราก้อจะได้ลิปมัน/ลิปบาล์มไว้

ใช้ได้ทันทีที่มันเย็นแล้วล่ะค่ะ







ยายบูดูไม่ได้ทำฮาวทูนะคะ เพราะไม่สามารถจริงๆค่ะ ทำไปด้วยถ่าย

รูปไปด้วยนี่ยอมรับว่าทำไม่ได้ค่ะ แต่ก้ออย่างที่บอกว่ามันง่ายจริงๆ แค่ชั่ง/

ตวงส่วนผสมให้ครบแล้วเอาไปตุ๋นก้อเสร็จแล้ว

หรือถ้าเกรงว่าส่วนผสมจะยุ่งยาก หาซื้อลำบากก้อเอาสูตรง่ายๆไปก่อน

basic lip balm

น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย
ขี้ผึ้ง 11/2 ช้อนชา(ยายบูดูใช้เทียนไขสีขาวอย่างดีแทนค่ะ)
น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา





แปะสูตรต้นตำรับก่อนค่ะ ขอขอบพระคุณท่าน

เจ้าของสูตรคือคุณรำเพยจากลิ้งค์นี้ค่ะ

http://www.bloggang.1com/viewdiary.php?id=rumpuey&month=01-2008&date=04&group=35&gblog=

สูตรมาตรฐานคือ

40% liquid oil เช่น sweet almond, apricot kernel, avocado, grapeseed, hemp seed, macadamia, olive, sunflower

- 25% solid oil เช่น น้ำมันมะพร้าว, ลาโนลิน, น้ำมันปาล์ม, mango

butter, shea butter

- 15% brittle oil เช่น cocoa butter

- 20% ขี้ผึ้ง

ส่วนผสม

สูตรนี้ทำแล้วจะได้ 400 กรัมค่ะ

1)ส่วนที่เป็นน้ำมัน

-น้ำมันแบบเหลว (liquid oil) 40% 160 มล.

รำเพยเลือก น้ำมันมะกอก, น้ำมันงา, น้ำมันอัลมอนด์ ผสมอย่างเท่าๆกัน (ใน

รูปคือเบอร์ 1)

-น้ำมันแบบแข็ง (solid oil) 25% 100 กรัม

น้ำมันชนิดนี้จะแข็งตัวถ้าอุณหภูมิต่ำๆ รำเพยเลือกน้ำมันมะพร้าว (ในรูปคือ

เบอร์ 2)กับ shea butter ค่ะ (ในรูปคือเบอร์ 4 ที่อยู่ในกระปุก)

-น้ำมันแบบร่วนๆ (หรือ brittle oil) 15% 60 กรัม

ดูแล้วมันก็จะแข็งเป็นก้อนๆ แต่พอตักออกมามันจะร่วนๆนิดๆ น้ำมันชนิดนี้

รำเพยใช้ cocoa butter (ในรูปคือเบอร์ 4 ที่อยู่ในถุงค่ะ)


2) ขี้ผึ้ง 20% 80 กรัม (ในรูปคือเบอร์ 3)

ส่วนผสมพิเศษ วิตามินอี, evening primrose, น้ำผึ้ง และถ้าจะใส่สีก็ได้ค่ะ

อยากใส่กลิ่นก็ได้



tips

น้ำผึ้ง สัดส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อ 100 กรัม จะกำลังดี มากไปมันจะทำให้ส่วน

ผสมเหลวและอาจจะมดขึ้นได้

สี อาจจะใช้ลิปสติกก็ได้ ถ้าจะให้ดีควรใช้ pigment ที่ทำไว้สำหรับทำ

ลิปสติกค่ะ

***หมายเหตุ ในรูปหมายถึงรูปในบล็อกท่านเจ้าของสูตรค่ะ




แต่ที่อันยายบูดูกวนนั้นได้ดัดแปลงจากสูตรของคุณรำเพยบ้างเล็ก

น้อย เพราะว่าหาของยากค่ะ บวกกับต้องการให้เนื้อลิปแวววาวมากขึ้นจึงเติม

น้ำมันละหุ่งลงไปอีก แถมด้วยอีโอ(essential oil)กลิ่นเป็ปเปอร์มิ้นต์เพราะ

ชอบความหอมเย็นซ่าเพื่อให้เหมาะกับเป็นลิปบาล์มค่ะ แต่ถ้าใครที่คิดจะ

ลองทำแล้วใส่เมนท็อลลงไปเพื่อความเย็นซาบซ่ายิ่งขึ้น ยายบูดูขอเตือนไว้

ก่อนนะคะว่ามันจะทำให้ปากดำคล้ำ

***เพิ่มเติมวิตะมินอีที่ใส่ลงไปนอกจากจะช่วยถนอมริมฝีปากให้เอิบอิ่ม

แล้ว ยังเป็นสารกันเสียไปในตัวด้วยค่ะ***

***ลป.ลืมไปอันสีแดงยายบูดูเติมพิกเม้นต์ red oxide(FD&C) ลงไป 1/2

ชช. ส่วนสีชมพูก้อควักเศษลิปสติกที่ติดอยู่ก้นแท่งใส่ลงไป

***เนื่องจากยายบูดูฯใจร้อนรีบเทหน้าก้อเลยบุ๋มลงไป ไม่สวยงาม ถ้าใจ

เย็นกว่านี้อีกนิดรอให้อุ่นๆค่อยเท หน้าจะนูนๆสวยค่ะ



 

Create Date : 31 ตุลาคม 2551
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2551 11:31:15 น.  

แจกสูตรสบู่ทำมือ(hand made)สบู่มายมินต์



หลังจากแจกสูตรสบู่ขมิ้น+มะขามไปเมื่อวานก้อมีเสียงตอบรับเข้ามาเกรียวกราวทั้งหน้าไมค์หลังไมค์ บ้างก้อ ติ ชม บ้างก้อ ก่น ด่าว่าอิยัยบูดูฯเอาสูตรสบู่บ้าอะไรมาแจก ทำใช้แล้วจะทำให้ผิวเสียแห้งกรัง แตกระแหง ตกสะเก็ด เป็นฝีหนอง พุพองพาลจะลุกลามไปเป็นมะเร็งรึป่าว? ยัยบูดูฯขอแจงตรงนี้เลยว่าสบู่ที่ยัยบูดูทำทุกก้อนได้ทดลองใช้กับตัวเองก่อน พอเห็นว่าดีก้อแจกจ่ายไปให้ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงลองใช้ แล้วก้อไปสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเป็นcrude data แล้วเอามาแจงนับเก็บสถิติเอาไปเข้าโปรแกรมหาค่าSD X บาร์ T Test bla....bla....bla....ฮิ้ววววววจะบร้าเร๊อะ
กะอีแค่สบู่ทำมือแบชเล็กๆทำแล้วลองใช้ดูว่าดีหรือไม่ดี ผลตอบรับออกมาว่าดีก้อโอเคแล้ว

แต่ในเมื่อมีเสียงติยัยบูดูก้อต้องมานั่งขบคิดจนสมองแทบบวม การทำสบู่น้ำมันมะพร้าว 100%ตำราบอกว่าน้ำมันมะพร้าวเป็น hard oil ทำออกมาจะได้สบู่เนื้อแข็ง ค่าการชำระล้างสูง ฟองหยาบจำนวนมาก ตรงที่ค่าการชำระล้างสูงนี่แหละที่ในตำราซึ่งน่าจะก็อปมาจากฝรั่งบอกว่าจะทำให้ผิวแห้งแต่จากการทดลองกับตัวเองและอีกหลายๆคนที่ได้รับแจกไปก้อไม่พบว่าใช้แล้วผิวแห้งเลยต้องมานั่งนึกตรึกตรองดูว่าทำไม?คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้คือ
1.เราไปก็อปปี้ตำราฝรั่งมาโดยที่ไม่ได้ซ.ต.พ. ฝรั่งว่าไงเราก้อว่าตาม เพราะฝรั่งมันโคตรฉลาด กะเหรี่ยงหน้าโง่อย่างเราสมควรต้องเชื่อมันทุกอย่าง
2.ยัยบูดูฯและคนอื่นๆที่ลองใช้สบู่อยู่ยะลา ห่างเส้นศูนย์สูตรแค่ไม่กี่นิ้ว(ในแผนที่อ่ะนะ)ภูมิอากาศร้อนชื้นปนฝนแบบนี้ทำให้สบู่สูตรนี้ไม่ระคายเคืองผิว
หรือข้อ3.ยัยบูดูฯและคนอื่นที่ลองใช้สบู่หนังหนาปานแรดก้อเลยไม่มีผลกระทบใดๆ
เมื่อสรุปได้ดังนี้แล้วอิยัยบูดูฯก้อเลยนำเสนอสบู่สูตรนุ่มนวลอ่อนโยน เหมาะแก่ผิวอ่อนเยาว์ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เพื่อนๆที่คิดจะลองทำสบู่ใช้เอง สบู่สูตรนี้ลูกชายคนเล็กบอกว่ากลิ่นเหมือนลูกอมมายมินต์ เลยตั้งชื่อว่าสบู่มายมินต์มันซะเลย

สูตรสบู่มายมินต์
น้ำมันมะพร้าว 195 กรัม
น้ำมันมะกอก 195 กรัม
น้ำมันถั่วเหลือง 260 กรัม
โซดาไฟ 93 กรัม
น้ำ 200 กรัม
สีเขียวคลอโรฟิลล์ 5-6 หยด
E.O.(Essential Oil)กลิ่นเป็ปเปอร์มินต์ 3 ซีซี
วิธีทำ
1.ชั่งน้ำมันทุกชนิดใส่ลงในภาชนะที่จะใช้กวน
2.ชั่งน้ำใส่ลงในแก้วพลาสติก
3.ชั่งโซดาไฟเทใส่ในน้ำคนจนละลายหมด ทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงประมาณ 5 นาที
4.เทน้ำด่างลงไปในภาชนะที่ใส่น้ำมัน
5.กวนไปประมาณ 10 นาที(ถ้าใช้มือ หรือใช้เครื่องกวน1-2นาที)
6.แบ่งส่วนผสม1/3ส่วนใส่ภาชนะใบอื่น
7.ส่วนที่เหลือกวนต่อจนเทรซแล้วเทลงโมลด์
8.ส่วนผสมที่แบ่งไว้เอามากวนต่อแล้วเติมสี+กลิ่น พอเทรซแล้วเททับลงไปในโมลด์ใช้ตะเกียบกวน วนกลับไปมาเป็นรูปเลขแปดสัก7-8รอบแล้วปิดฝาโมลด์


***สบู่สูตรนี้เทรซช้ามากจนแทบจะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย ยัยบูดูฯใช้เครื่องตีไป20กว่านาที ไม่ไหวแล้วขืนตีต่อเครื่องพังแน่เลยเทลงพิมพ์ เช้ามาแอบเปิดดู(12ชม.หลังทำ)สบู่เซ็ตตัวแล้วแต่ยังดูนิ่มๆเลยปิดไว้ต่อ รอจนครบ 24 ชม.แกะออกมาได้สบู่เนื้อนุ่มนิ่ม แต่ก้อตัดได้ ผึ่งทิ้งไว้อีก 2 สัปดาห์ก้อแข็งขึ้นมาอีกหน่อย
***สบู่สูตรนี้ลูกชายซึ่งผิวแห้ง แพ้ง่ายแต่ติดอาบน้ำอุ่นใช้อยู่ค่ะ แถมสั่งให้แม่ทำสีให้เหมือนลูกอมมายมินต์ซะอีก

 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2551
Last Update : 3 มกราคม 2552 13:58:13 น.  

1  2  

บูดูหวาน

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

""""""""" ครั้งนึงเคยเป็นพยาบาล(ตัว)ใหญ่^_^'แต่ขอรีไทร์ออกมาใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านอยู่ต่างจังหวัด เลี้ยงลูก(คน) ลูก(แมว) เลี้ยงปลา ปลูกต้นไม้ ทำงานฝีมือ กวนสบู่ งานผ้า ทำขนม อาหารและอีกสารพัดอย่าง แต่ส่วนใหญ่น่ะเล่นเน็ต>.< """"""""

 
Friends' blogs
[Add บูดูหวาน's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.