รักไม่ยุ่ง มุ่งหักอกสาวๆ
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
ลักษณะเฉพาะที่ไม่ดีของคนไทยในต่างแดน ภาค 3

ภาคที่แล้วเรียกน้ำตากระแทกใจหลายๆ คนไปแล้ว มาต่อกันภาค 3 บ้างที่ทิ้งท้ายไว้ว่า คนไทยมีลักษณะถ้าได้เอาเปรียบแล้ว เล็กๆ น้อยๆ ขอให้ได้เอาเปรียบ พูดง่ายๆ ก็คืองกหรือขี้โกงนั่นเอง เพียงแต่บางคนโกงแค่เล็กๆ น้อยๆ ใหญ่ๆ ไม่โกง บางคนโกงทั้งเล็กทั้งใหญ่ บางคนโกงบางเรื่อง แต่บางคนก็ไม่โกงเลย ซื่อสัตย์มั่กๆ แต่ในบางกรณี บางสถานการณ์ จะเรียกว่าเป็นการโกงก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่โกง แต่อาจจะเรียกว่าเป็นความหัวหมอ หรือเทคนิคเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดจะดีกว่า


เรื่องการโกงนี่ ตัวโกงตัวเอ้ก็ไม่ใช่ใคร ประกอบเจ้าเก่านั่นเอง สมัยเด็กๆ นี่ขี้โกงมาก นิสัยเลวสุดๆ จนคุณยายต้องขู่บ่อยๆ ว่าจะเอากรรไกรตัดไอ้จู๋ทิ้งเรื่อย เรื่องขโมยเงินพ่อแม่นี่ก็เก่ง เรียนหนังสือเวลาสอบนี่พกฝิ่นจดโพยเป็นเรื่องปกติ ขึ้นรถเมล์ด้านหลัง กระเป๋ามาหนีไปด้านหน้า อะไรโกงๆ ทำมาเกือบหมดแล้ว ตอนหลังโตขึ้น เข้าวัดเข้าวาเหล่สาวๆ ปฏิบัติธรรมมั่ง หาข้าวกินฟรีบ้าง ได้เสนาะเสียงเทศน์ แม้จะผ่านทะลุดูซ้ายออกหูขวาเป็นส่วนใหญ่ แต่บางส่วนก็พอซึมเข้ามาบ้าง เลยพอมีธรรมะเข้าหัว พอเป็นหนุ่มมาหน่อย อะไรๆ ไม่ดีเลยพยายามเลิกหมด ยกเว้นข้อเจ้าชู้ เลิกไม่ได้ซะที


เพราะกรรมไม่ดีต่างๆ ที่เคยทำมาในวัยเด็ก พอมาเป็นหนุ่มกรรมมันเลยตามทัน เลยโดนโกงมั่งเล็กๆ น้อยๆ พอให้เจ็บใจ มาอยู่เมืองนอกนี่โดนโกงจะๆ ก็มีแต่เรื่องค่ารถ taxi โดย 2 น้องมึนคนสวยนี่แหละ ที่เหลือก็เล็กๆ น้อยๆ จะเล่าต่อไป


อย่างที่บอก ด้วยความจำเป็นบางประการ มาอยู่ที่อังกฤษนี่ผมเลยต้องมีรถขับ เท่ซะไม่มี นร ไทย ทั้ง ม มีประกอบนี่แหละที่มีรถขับ รถอิตาเลี่ยนพันธุ์แท้ยี่ห้อที่ขึ้นต้นด้วยตัว F ใหญ่ๆ ที่เมืองไทยนานๆ จะเห็นตามท้องถนนนั่นแหละ อ๋อ รถ Fiat ไง ไม่ใช่ Ferrari ร้อก



เมื่อมีรถ ค่าใช้จ่ายมันก็มาก แม้รถจะประหยัดน้ำมันมาก 20-25 กม/ลิตร แต่ค่าต่างๆ มันก็ไม่ถูก แค่ค่าประกันก็โดนเข้าปีละ 600 ปอนด์แล้ว นี่ขนาดมีใบขับขี่ UK นะเนี่ย ค่าซ่อมบำรุงรถตกปีละ 500 ปอนด์ได้ ดังนั้นเราจึงต้องใช้รถคันนี้หาลำไพ่ไปด้วย


ตั้งแต่ปีแรกที่มาอยู่อังกฤษ ผมเองก็ไปทำงานพิเศษเด็กเสริฟด้วย เนื่องจากเมื่อคำนวณแล้วขับรถไปเองหาที่จอดแถวร้านไทย รวมค่าจอดแล้วยังถูกกว่ารถเมล์ เลิกดึกๆ ไม่ต้องคอยระวังรถเมล์หมด เลยขับรถไป ปีแรกก็ให้น้องๆ นักเรียนไทยติดรถไปทำงานด้วยฟรี ไม่คิดตังค์ ป๋ามากๆ พี่จอมนินทาว่าอยู่บ่อยๆ ว่าโง่ชิกหาย อยู่เมืองนอกจะมาโง่มีน้ำใจอยู่ได้ไง ตัวยังเอาตัวไม่รอด แต่เมื่อเราเคยบอกว่าไม่เอาแล้ว ก็ไม่เอาต่อไป คำพูดแรกเป็นนายเราเสมอ น้องๆ ก็เลยประหยัดเงินได้ราวคนละสามปอนด์ต่อวัน แถมปลอดภัยไม่ต้องเสี่ยงขึ้นรถเมล์หรือ taxi ดึกๆ ยิ่งถ้าฝนตกอีก สบายสุดๆ



พอน้องรุ่นนี้เรียนจบจะกลับไป ลายเขี้ยวของบางคนที่ติดรถประจำก็ออกมา ข้าวของบางอย่างที่เค้าจะต้องทิ้งเท่านั้น เค้าเอามาเสนอขายเรา แถมอยากขายในราคาที่เค้าซื้อมา พอเราจะขอซื้อถูกๆ หน่อยมาเหวี่ยงใส่ซะอีก เลยชักเห็นน้ำใจคนไทยมากขึ้น ว่าแม่มแต่ละคนคิดถึงแต่ตัวเองนี่หว่า เข็ดหลาบคนไทยมากขึ้น



ปีถัดมาน้องคนไทยรุ่นใหม่มา จะติดรถไปทำงาน เลยประกาศเลยว่าถ้าติดรถไปทำงาน(เฉพาะไปทำงานเท่านั้น ติดรถไปตลาด ไปซื้อของ ไปเที่ยวที่ไม่ไกลมาก ยังไม่เคยเอาตังค์ใครเหมือนเดิมครับ) พี่ขอเที่ยวละ 2 ปอนด์นะ ขาไป 1 ปอนด์ ขากลับ 1 ปอนด์ ยังไงก็ถูกกว่ารถเมล์ เพราะต้นทุนค่ามีรถของพี่แพงมาก



ตอนนี้เลยมีขาประจำติดรถ 3-4 คน มีน้องเจี๊ยะ คนนี้น่ารักมาก เป็นคนเดียวที่ไม่เคยลืมให้ค่ารถเลย แล้วก็น้องดัง ลูกคุณพ่อชื่อดัง กับอีก 2-3 คน แต่ทีนี้ เรื่องการติดรถเนี่ย บางครั้งก็ติดรถแค่ขาเดียว เช่นขาไป เพราะเลิกงานเค้าจะไปผับต่อ แต่เวลาให้ตังค์เนี่ย เค้าจะให้กันตอนขากลับ ดังนั้น เมื่อบางคนติดรถแต่ขาไป เค้าก็ควรจะให้ของขาไป คือ 1 ปอนด์ แต่เมื่อเค้าไม่ต้องติดรถขากลับ ดังนั้นเค้าจึงแกล้งลืมค่ารถขาไปด้วยทันที ไม่จ่าย ไม่ให้ ไม่พูดถึง และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



คนเดียวที่ไม่เคยลืมคือน้องเจี๊ยะขากินเด็ก ถ้าน้องเจี๊ยะไม่ได้จ่ายตังค์ให้ ครั้งต่อไปที่เจอกันหรือติดรถ น้องเจี๊ยะจะให้ทันที ไม่เคยลืม แม้แต่ให้ต่อหน้าคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ให้ด้วยซ้ำ แต่คนอื่นๆ ทุกคน เช่นน้องดัง จะพร้อมใจกันเฉยเมยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เราก็รู้ครับ เงินมันไม่กี่ตังค์ ไม่เคยทวง แต่แค่นี้เราก็ได้เห็นน้ำใจคนแล้ว ประเมินได้ว่าใครมีพื้นฐานจิตใจอย่างไร

น้องดังนี่ นอกจากติดรถไฟทำงานแล้วถ้าเบี้ยวได้ก็จะเบี้ยว อีกอย่างที่น้องดังชอบคือถ้านายประกอบมีคิว taxi ไปเมืองใหญ่ ถ้าน้องดังรู้ น้องดังจะขอติดรถไปด้วย เพราะเค้าจะได้ไปช๊อปปิ้งต่อได้ ประหยัดค่ารถเมล์กับค่ารถไฟได้ขานึง น้องดังจะรู้เพราะบางทีผมก็ขับ taxi ไปส่งน้องคนไทยอื่นๆ ก็เพื่อนน้องดังนั่นแหละ แต่ก็ไม่รู้ว่าเค้าไปตกลงแชร์ค่ารถกันรึเปล่า



น้องดังเคยให้คำแนะนำที่ดีมากว่า เวลาสั่งซื้อเสื้อผ้า online ถ้าเราไม่รู้ว่ามันจะพอดีกับ size เราไหม ให้เราสั่งมันทุกเบอร์ เพื่อประหยัดค่าส่ง แล้วตัวไหนใส่ไม่ได้ค่อยเอาไปคืน ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงสั่งหลายๆ ครั้ง ต้องเสียค่าส่งหลายๆ ที เป็นคำแนะนำที่ดีมาก ที่กระผมไม่เคยปฏิบัติตามเลย


นักเรียนไทยบางคน ชอบไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ตามร้าน brand name ไม่เอาป้ายออก เอามาใส่วันสองวัน ถ่ายรูปโชล์ลง FB แล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดนั้นไปคืน ไม่ต้องเสียเงินซื้อ แล้วก็สลับร้าน ทำแบบนี้บ่อยๆ ทำให้มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ถ่ายรูปอวดได้บ่อยๆ



เมื่อสองเดือนก่อนกลับเมืองไทย ไปเดินตลาดแถวบ้าน เป็นตลาดบ้านนอกสุดๆ กะว่าจะหาซื้อปลาดุกปลาช่อนเป็นๆ ที่เค้ากำลังจะเอาไปฆ่า ไปปล่อยแม่น้ำซะหน่อย แม่บอกว่าเคยซื้อโลละ 60 พอเราหน้าหล่อๆ หน่อยไปถาม แม่ค้าบอกโลละ 70 เดินไปซื้อสับปะรด ถุงละ 30 วันรุ่งขึ้น แม่ไปซื้อปลาดุกให้ ซื้อได้โลละ 60 เหมือนเดิม แถมซื้อสับปะรดเจ้าเดียวกัน ถุงละ 20 ไม่แปลกใจเลยทำไมน้ำท่วมบางคนไปพังคันดิน บางคนไปขโมยกระสอบทราย



ปีการศึกษาใหม่มา นร ไทยรุ่นใหม่มาอีก น้องเจี๊ยะคนสวยก็เลยประกาศขายตำราที่ใช้เรียนปีที่แล้วมา แต่ขายแบบยก set ชุดละ 5 เล่มบ้าง สามเล่มบ้าง ลดราคามากกว่า 50% หนังสือสภาพใหม่กิ๊ก


มีอยู่ set นึง มี 5 เล่ม น้องเจี๊ยะขาย 55 ปอนด์ น้องคนไทยมาใหม่ซื้อไป เสร็จแล้วบอกว่ามี 2 เล่มใน 5 เล่ม ไม่ต้องใช้ในปีนี้ จะขอคืน น้องเจี๊ยะแบลอโอนเงินคืนไปให้ 55 ปอนด์ เป็นราคาของทั้ง 5 เล่ม แต่น้องคนไทยถามนิดหน่อยว่าหนูต้องคืนกี่เล่ม น้องเจี๊ยะบอกว่าก็คืนเล่มที่ไม่ต้องใช้ น้องมาใหม่คืนมา 2 เล่มที่ไม่ใช้ แต่ไม่พูดถึงเงินที่ได้คืนกลับทั้งหมดเป็นราคาของ 5 เล่ม น้องเจี๊ยะก็เหมือนประกอบ ปากหนัก ก็ไม่ได้ทวงเงินคืน ได้รู้จักนิสัยคนลึกซึ้งขึ้น


นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเจอ ทั้งน้องมึน น้องเหวี่ยง น้องดัง น้องอู้ และอีกหลายๆ น้อง จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนไม่ดี ไม่น่ารัก แม้แต่คนที่มีข้อเสีย ก็มีข้อดีด้วย แต่โดยรวมแล้ว ยังมีคนไทยอื่นๆ อีกบางคน ที่จะมาให้เรารู้จัก มาให้เห็นตัว เมื่อต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น เวลาปกติเค้าไม่เคยมามีปฏิสัมพันธ์กับเรา ทำให้บางครั้งเราก็สงสัย ว่าเราควรจะมีน้ำใจต่อผู้คนขนาดไหน



นั่นทำให้ปีนี้ ผมไม่เคยไปร่วมกลุ่มชุมนุมนักเรียนไทยที่มาใหม่เลย ไม่ขอรู้จัก ไม่ขอยุ่งกับใครทั้งนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ถูก เพราะคนที่มาก็มีทั้งคนดีคนไม่ดี คนใจกว้าง คนใจแคบ คนน่าคบ คนน่าแหวะ แต่จากประสบการณ์ที่เจอพวกน่าแหวะมาหลายคน เลยชักเข็ดที่จะต้องคบหาและมาเรียนรู้กันใหม่ เลยเลือกที่จะไม่ยุ่งซะเลยดีกว่า ไม่ขอหยิบยื่นน้ำใจให้ใคร มันกลัวครับ ตอนนี้เลยมี นร ไทยที่รู้จัก เหลือยู่แค่ 3 คนเท่านั้น เป็น ป ตรี 2 ป. เอก 1 ที่เหลือไม่รู้จักใครเลย



Create Date : 14 ตุลาคม 2554
Last Update : 14 ตุลาคม 2554 17:51:19 น. 16 comments
Counter : 1547 Pageviews.

 


ที่ผ่านมาก็เจอ แบบนี้มาเยอะเหมือนกัน ตอนนี้ก็เลยเลือกที่จะอยู่กะครอบครัวและเพื่อนไม่กี่คนเท่านั้น ไม่อยากซุงซิงกะใครให้มากความ


โดย: natchang IP: 124.78.167.132 วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:19:42:13 น.  

 
^O^


โดย: Cat is little...เหมี๊ยวๆ IP: 118.174.85.155 วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:20:28:46 น.  

 
อยู่ต่างแดน ถ้าทำได้ผมก็ไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับคนไทยเท่าไร แบบว่าบางคน(ไม่ใช่ทั้งหมด) ยิ่งสนิทก็จะยิ่งเรื่องมากหาเศษหาเลยอยู่เป็นประจำ


โดย: ablaze357 วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:22:00:23 น.  

 
อ่านสนุก

ทำไมมีแต่เรื่องน้องผู้หญิง พวกผู้ชายไม่มีอะไรให้เม้าท์บ้างเหรอ?


โดย: PatPDX IP: 70.176.175.100 วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:22:54:16 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ ยิ่งอยู่นานยิ่งรู้จักเพื่อนคนไทยน้อยลง


โดย: อ้วนวลี IP: 92.130.85.89 วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:0:50:36 น.  

 
ผมว่ามันขึ้นกับคนครับ เจอคนดีก็ดีไป เจอคนร้ายก็ร้ายสุดๆ ผมอยู่ที่อเมริกาครับ เจอเหมือนกัน 2-3 ครั้ง คนแรกเรียนเอก เขาให้ผมออกเงินซื้อตั๋วเครื่องบินก่อน แล้วเขาจะให้ผมทีหลัง ปรากฎว่าอาเฮียเปลี่ยนใจ อาเฮียแกล้งทําเป็นไม่รู้จักผมเลย ผมคิดว่าชาติที่แล้วคงค้างอาเฮียเอาไว้ ตอนนี้อาเฮียจบไปสอนหนังสือที่ไทยแล้วครับ อนาจใจเลย


โดย: โจ IP: 208.96.210.36 วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:1:26:39 น.  

 
ไม่อยากเชื่อ ก็ต้องเชื่อ นี่กระมั้งที่เป็นปฐมเหตุ ที่ทำให้คนไทยในต่างแดน"แล้งน้ำใจ" แม้จะเข้าใจว่าทุกอย่างต้อง"ใช้เงิน" แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่า เขาจะคำนวณทุก"เพนนี"ที่เขาจ่าย ดีแล้วหละ ที่เขาโอนเปลี่ยนสัญชาติและศาสนาไปแล้ว ไม่งั้นเราคง"สังเวชใจ" ว่านี่หรือ"คนไทย" ที่เรียกตนเองว่า"ชาวพุทธ" แค่"ความเมตตากรุณา"ยังไม่อาจมีให้ต่อเพื่อนมนุษยน์ด้วยกันแล้ว เราอยากไปเกิด"เป็นหมาเป็นแมว"ซะดีกว่าที่จะเกิดเป็นคน เพราะคนสมัยนี้ คนบางคนเขา รักและดูแลเอาใจใส่หมาและแมวของเขา "ดีกว่าและมากกว่า"เพื่อนมนุษยน์ด้วยกันเองเสียอีกกกก เห็นแล้ว "เศร้าสลดใจ"


โดย: ยอมถูกเขาเอาเปรียบยังดีกว่า"เป็นคนเอาเปรียบคนอื่น" IP: 71.203.19.77 วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:4:25:40 น.  

 
อ่านแล้ว รู้สึกว่า เราเป็นงั้นอะเปล่าเนี่ย อะฮ่าๆๆๆ
หวังว่าตัวเองจะไม่เป็น ถ้าเป็นก็ขอให้มีคนเตือนด้วยเถอะะะะ


โดย: ArunKlang IP: 125.26.106.157 วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:16:46:20 น.  

 
จะไม่มีภาคสี่เหรอคะ


โดย: มารน้อยไร้สังกัด วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:16:49:12 น.  

 
เจอเหมือนกันค่ะ มองในฐานะคนอยู่ด้านนอก จะว่าไงดีคือมีเพื่อนๆทำงานร้านอาหารไทย ไปมาหาสู่กันเล่าให้ฟัง(บ่นนั่นล่ะ) แต่ตัวเราไม่ได้ไปเจอเองเพราะอยู่แต่กับญาติและบ้านไม่ได้อยู่ในแหล่งคนไทย ไม่รู้จะคิดว่าดีหรือไม่ดี :P


โดย: รีโหมดไม่มีถ่าน วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:23:20:46 น.  

 
อ้อ อย่าลืมเรื่องโทรศัพท์ ซื้อเครื่องแล้วทำประกัน เสร็จแล้วแจ้งหาย ส่งกลับไทย เอาใบแจ้งความไปเอาเครื่องใหม่ :P


โดย: รีโหมดไม่มีถ่าน วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:23:22:06 น.  

 
ไม่มีเพื่อนไทย เพราะเคยไปเรียนมีแต่คุยเรื่องไพ่ คุยเรื่องสามี สามีเลยไม่ให้ครบ


โดย: ไทยนอก IP: 180.210.216.131 วันที่: 18 ตุลาคม 2554 เวลา:1:14:43 น.  

 
ไม่ค่อยคบใครก็มักมีคนพยายามจะมาตีสนิทด้วยตลอดเพราะหวังประโยชน์จากเรา
และเรื่องตลกอีกอย่างนึีงคือเวลาเห็นคนไทยหน้าใหม่ๆ เข้ามาจะต้องวางท่ากร่าง
พูดจาเกทับข่มกันให้จมดินไปข้างนึง
เหมือนเป็นประเพณีปฏิบัติ (ห่วยๆ) สืบเนื่องกันมารุ่นต่อรุ่น
บางคนพอตัวเองไม่มีดีพอจะข่มเขาก็อ้างคนอื่นที่เหนือกว่ามาข่มใส่อีกทีนึง




โดย: เบื่อมากมายมหาศาล IP: 90.224.230.142 วันที่: 20 ตุลาคม 2554 เวลา:0:02:28 น.  

 
เจอมาเหมืิอนกันแล้วเราก็เจอเยอะด้วย จนตอนนี้บอกกับแฟนว่าไม่ต้องไปใส่ใจกับใครมาก ใครคุยด้วยเราก็คุย ใครจะคบเราก็คบ เพราะบางทีเขารู้จักเรามากไปเราไปทำอะไรให้คนอื่นอิจฉาหรือหมั่นไส้บ้างก็ไม่รู็่ แต่ยอมรับว่าได้บทเรียนเยอะเมื่อคบคนไทยด้วยกัน ไม่ใช่ว่าดูถูกคนชาติเดียวกันแต่บางทีต้องยอมรับว่านี่คือเรื่องจริงชอบประโยคที่ว่า

จะมาให้เรารู้จัก มาให้เห็นตัว เมื่อต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น เวลาปกติเค้าไม่เคยมามีปฏิสัมพันธ์กับเรา ทำให้บางครั้งเราก็สงสัย ว่าเราควรจะมีน้ำใจต่อผู้คนขนาดไหน

มันโดนมากเพราัะพี่งโดนกับตัวเองและครอบครัวมา


โดย: CintaKasih วันที่: 25 ตุลาคม 2554 เวลา:3:40:55 น.  

 
เพิ่งมาอยู่ได้สองสามเดือนค่ะ เจอคนไทยหลายคน ไม่มีใครมีปัญหา มีอยู่คนเดียว สยองมาก ไม่เคยออกค่าอะไรเลย ประหยัดมากเวลาอยู่กับส่วนร่วม เก็บตังค์ไว้ซื้อของส่วนตัว แถวชอบขอความช่วยเหลือนั่นนู่นนี่ ช่วยไม่ได้ก็ต่อว่าอีก เซ็งไปเรย


โดย: หน้าตาเหรอหราเชียวนะเรา IP: 86.163.26.170 วันที่: 26 ตุลาคม 2554 เวลา:2:22:56 น.  

 
มารอภาค 4 นะคะคุณพี่ประกอบ :D


โดย: Paradise Slice and double shot วันที่: 26 ตุลาคม 2554 เวลา:22:13:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ประกอบ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ชื่อประกอบครับ อ้วนๆ ดำ ๆ ใส่แว่น แต่ดูดี๊ดูดี ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไม "หล่อ" ขนาดนี้
Free counters! free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ประกอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.