รักไม่ยุ่ง มุ่งหักอกสาวๆ
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
กว่าจะได้มาเมืองนอก การเตรียมภาษาอังกฤษ ตอน 4

เขียนเรื่องการฝึกอ่านกับเขียนไปแล้ว วันนี้มาเล่าเรื่องการฝึกฟังกับพูดบ้าง


ในการสอบภาษาอังกฤษ เช่น IELTS นั้น จริงๆ แล้ว Listening หรือการฟัง เป็นส่วนที่เราสามารถจะฝึกเองได้ง่ายที่สุด และเพิ่มคะแนนได้เร็วที่สุด ซึ่งตรงกันข้ามกับการพูดที่ฝึกยากและเป็นยาขมสำหรับนักเรียนไทยเหมือนการเขียน



ในการฝึก Listening นั้น ก่อนฝึกในสมัยเรียนกวดวิชาภาษา เมื่อลองทำข้อสอบครั้งแรก ๆ ผมทำได้ประมาณ 3 ข้อจาก 40 ข้อเท่านั้น เรียกได้ว่าฟังไม่ออกเลย พอทำครั้งหลังๆ กับแบบทดสอบอื่นๆ บ่อยๆ เข้า คะแนนก็เพิ่มมาเป็นประมาณ 14-20 คะแนน ซึ่งไม่พอสำหรับการสอบให้ได้คะแนนดีพอที่จะไปเรียนต่อแน่ๆ จึงไม่มีทางเลือกอื่นอีก นอกจาก ฝึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เท่านั้น


แล้วเราจะฝึกยังไงหละ?


การฝึก listening วิธีที่ดีที่สุดคือฟังเยอะๆ แต่จริงๆ แล้วการเอาแต่ฟัง ๆ ๆ อย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้ทักษะการฟังพัฒนาขึ้นหรอกครับ
แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ?



เพราะการฟังอย่างไม่ได้ตั้งใจจะจับใจความ เสียงมันก็จะแค่ผ่านหูแล้วเราก็ลืมโดยไม่ได้ทักษะอะไรหนะสิครับ


ลองคิดถึงตัวเองดู เวลาดูหนังฝรั่งในโรง ผมดูแต่หนัง soundtrack ไม่ชอบพากไทย ฟังเพลงก็ฟังแต่คลื่นเพลงสากลมาโดยตลอด ไม่ชอบฟังเพลงไทย เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ทำไมทักษะการฟังเราไม่ได้เรื่อง จริงๆ แล้วเพราะเราไม่ได้ใช้มัน ดูหนังเราเข้าใจจากการอ่าน subtitle ภาษาไทย ฟังเพลงเราเอาแต่ทำนอง ไม่เคยสนใจเนื้อร้อง ฉะนั้นทักษะการฟังจึงเป็นศูนย์ ถึงเวลาต้องปรับปรุงใหม่



ช่วงแรกๆ ผมฝึกโดยการดูข่าว BBC บ้าง CNN บ้าง แต่ส่วนใหญ่ฝึก ๆ ไป กลายเป็นให้ข่าวดู เพราะหลับตลอด ฟังก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง


โชคดีมากที่มีอยู่คราวหนึ่ง ผมเคยโหลด files เสียงภาษาอังกฤษจากใน web bit torrent แห่งหนึ่ง (นอกจากการโหลดแต่หนังปุ๊เท่านั้น ฟลุ๊คจริงๆ ) เป็น file ภาษา 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับง่ายๆ พูดช้าๆ จนถึงระดับ 5 เป็น speech ดังๆ ที่เคยมีคนพูดไว้ ในแต่ละระดับจะมี file เสียงยาวประมาณ 3-5 นาที ไม่ยาวมาก ซึ่งทำให้เราไม่เบื่อซะก่อน ประมาณ 50-100 files เป็นเรื่องราวต่างๆ เช่นเรื่องของนักเขียน หนัง บุคคลในประวิติศาสตร์ สถานที่ ฯลฯ พร้อม script ให้อ่านว่าเค้าพูดอะไรไปบ้าง โดยในแต่ละระดับเอง ความยากก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใน file หลัง ๆ ด้วย


ผมก็ต้องเริ่มหัดฟังเลย แต่เริ่มตั้งแต่ละดับ 3 เพราะระดับ 1-2 เป็นประโยคสนทนาสั้นๆ ที่ฟังง่ายมาก แถมเวลาน้อย เลยเริ่มที่ระดับ 3 วิธีการคือฟังแล้วพยายามจับใจความให้เข้าใจว่าเค้าพูดอะไร เมื่อมีการกล่าวถึงตัวเลข เช่น ปริมาณ ปี คศ ก็จะจดไว้ เพื่อตรวจสอบว่าเราฟังถูกไหม เพราะในการสอบ มักจะถามเรื่องตัวเลขด้วย


ฝึกฟังหลายๆ เที่ยว ในแต่ละ file แล้วค่อยฟังใหม่พร้อมกับดู script ไปด้วย วิธ๊นี้ทำให้ทักษาการฟังเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นเมื่อดู script เมื่อเจอศัพท์ที่เราไม่เข้าใจ ก็เปิด ดิกดู จำได้ไม่ได้ช่างมัน วิธีนี้ทำให้เราได้ศัพท์เพิ่มด้วย


แต่การฟังจากแบบฝึกอันนี้ เราไม่ได้ฝึกฟังการสนทนา ผมจึงไปโหลด file เสียงพร้อม script จาก BBC 6 minutes English จากเว็บของ BBC มาฟังด้วย จะเป็นการสนทนาเรื่องต่างๆ ยาวไม่เกิน 6 นาที พร้อม script ให้อ่าน ทำให้เราได้ฝึกฟังบทสนทนาไปด้วย

//www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/general/sixminute/


นอกจากนั้นก็ลองทำแบบฝึกหัดข้อสอบ IELTS บ่อยๆ ด้วย หาโหลดจากหลายๆ ที่มาฝึกทำ ทักษะก็พัฒนาได้เร็ว ดังนั้นวิธีฝึกการฟังคือ ฟังก่อน แล้วมาฟังซ้ำโดยดู script ไปด้วย และต้องจดจ่อ มีสมาธิกับการฟังมากๆ
ส่วนการฝึกพูด จริงๆ แล้วเป็นส่วนที่ผมฝึกน้อยที่สุด ส่วนนึงเพราะขี้เกียจและขี้อาย วิธีฝึกคือ ไปหาห้องเงียบๆ กับที่อัดเสียง สุ่มข้อสอบ IELTS speaking มาอันนึง จำลองตัวเองเป็นคนถามและตอบ อัดเสียงไว้ เอามาเปิดซ้ำฟังข้อผิดพลาดของเรา ปัญหากับการฝึกแบบนี้สำหรับผมคือ พอฟังเสียงตัวเองแล้วรู้สึกว่าพูดห่วยมาก พาลหมดกำลังใจฝึกไปอีก 5 5 5



จริงๆ แล้วการพูด ส่วนสำคัญคือเรื่องของ Pronunciation คือการออกเสียงคำต่างๆ ให้ถูกต้อง เช่นเสียง S เสียง ED ต้องชัด ไม่จำเป็นต้องให้ Accent ดีเหมือนเจ้าของภาษา แต่เราต้องออกเสียงคำต่างๆ เน้นหนักเบาให้ถูก นอกจากนั้นในการพูด เราต้องใช้ tense ให้ถูกด้วย เช่นเล่าเรื่องในอดีต ก็ต้องใช้ประโยคเป็น Past tense สำหรับคนที่โอกาสฝึกฝนน้อย ผมว่าทักษะพูดนี่ฝึกยาก เพราะเราต้องฟังเวลาเค้าถาม คิดคำพูดในสมอง ก่อนที่จะพูดออกไป ซึ่งต้องใช้ทักษะหลายด้านประกอบกัน ส่วนนี้ผมฝึกน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับทักษะอื่นๆ กะว่าไปตายเอาดาบหน้า เพราะบางทีก็พูดดี ถ้าเป็นเรื่องที่เราสนใจหรือชอบ แต่บางเรื่องก็พูดห่วย



ระหว่างช่วงเตรียมตัว ผมก็สมัครมหาวิทยาลัยไปด้วย เล็งไว้ที่นึง คือที่ ม ไกลปืนเที่ยง เข้าไปดูว่าที่นี่เค้าทำวิจัยอะไรกันบ้าง มีอาจารย์คนไหนน่าสนใจให้เป็น Supervisor เรา ก็เล็งไว้คนนึง ลอง mail ไปหาว่าที่ซุปดู แนะนำตัวไป บอกว่าเราสนใจแบบนี้ ๆ ๆ มีไอเดียว่าแบบนี้ ๆ ๆ You เป็นที่ปรึกษา I ได้ไหม ส่งปุ๊บ ไม่กี่ ชม แก ตอบมาปั๊บ ไวมาก ส่ง mail คุยกันอีกเล็กน้อย แกบอกให้สมัครมหาวิทยาลัยเลย แบบนี้แปลว่าแกรับแน่แล้ว ทั้งที่ผลภาษายังไม่มี ตอนนี้ก็เหลือแค่ทำผลภาษาให้ถึงที่มหาวิทยาลัยเค้า requirement ไว้ให้ได้เท่านั้น



Create Date : 22 มกราคม 2553
Last Update : 22 มกราคม 2553 19:26:56 น. 12 comments
Counter : 1315 Pageviews.

 
ผ่านมาเจอค่ะ เพราะวันนี้ใช้ล็อคอินคนข้างๆ (ตัวเองไม่มีล็อคอินกับเค้าหรอก)

ขอเข้าไปอ่านย้อนหลังนะคะ ชอบๆ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ที่แนะนำ คิดว่าเป็นประโยขน์กับคนทั่วไปจริงๆ กับเจก็มีประโยชน์ค่ะ กำลังหาแรงบันดาลใจ อิอิ


โดย: เจ IP: 110.49.138.6 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:20:35:49 น.  

 
ชอบจัง
ขอบคุณมากค่ะ
ไม่ได้อยากไปเปนเดกนอกหรอกค่ะ
แต่แฟนเรียนต่างประเทศ
ไม่อยากให้น้อยหน้าเค้า อยากฟังพูดอ่านเขียนรู้เรื่อง
ระดับความฉลาดนี่ยอมรับเลยค่ะว่า 0 !
ยิ่งการเรียนภาษาอักฤษด้วยแล้ว ติดลบกัเลยทีเดว
ยิ่งเรียนยิ่งโง่ค่ะ
ตอนนี้อยู่ปี2และ ยังไม่ไปถึงไหนเลย
ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี
ไม่รู้ว่าทันหรือเปล่า

แต่ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะ
กับความรู้ดีๆ


โดย: bezpetch วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:21:07:51 น.  

 
ข้อมูลที่เอามาลงไว้ดีมากๆ เลยนะคะ เราเองก็กำลังจะไปเรียนภาษาเพิ่มเติมค่ะ เพราะเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันมันน้อยนิดเหลือเกิน แต่ก่อนจะไปเรียนอยากลองเรียนด้วยตัวเองจากสื่อต่างๆ ดูก่อน เพราะไปเรียนก็กลัวว่าจะเสียเงินฟรีๆ ขออ่านข้อมูลย้อนหลังเพื่อเป็นข้อมูลด้วยนะคะ


โดย: DConan1597 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:21:49:16 น.  

 
มีประโยชน์มากเลยค่ะ


โดย: gieyewon วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:23:23:54 น.  

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:23:55:37 น.  

 
มีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ ตอนนี้พยายามฝึกเขียน essay อยู่ค่ะ แอบติดตามมาเรื่อย ๆ ค่ะ อ้อ! พอดีอ่านหน้าเก่า เห็นว่ามี Pattern ของ writing อาจารย์ Richard ด้วย ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนมั๊ยคะ ถ้าจะขอ ให้ลง Pattern นั้นด้วยค่ะ

ขอให้เจ้าของบล๊อกมีความสุขมาก มาก นะคะ


โดย: คุณนายขยัน วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:4:15:53 น.  

 
pattern ไม่ได้พกมาด้วยครับ ตอนนี้จะมาเขียนก็จำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง มันมีประโยคหลายส่วน ไว้ต้องรอกลับไทยไปดูที่เคยเขียนๆ ไว้ก่อน จะจัดให้นะครับ


โดย: ประกอบ วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:17:49:18 น.  

 
ชื่นชม และเป็นกำลังใจให้สำเร็จการศึกษาไวๆค่ะ


โดย: 0LevelInEng IP: 111.84.24.209 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:10:49 น.  

 
จะรอ Pattern นะคะ อิอิ ถือซะว่าสงสารเด็กตัวดำๆ เอ้ย ตาดำ
Writing 5 Y_Y


โดย: BB IP: 203.156.27.40 วันที่: 21 เมษายน 2553 เวลา:11:45:41 น.  

 
ขอบคุณมากเลยค่ะ


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:09:22 น.  

 
ขอบคุณมากๆสำหรับข้อมูลน่ะค่ะ ดิฉันได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะตอนนี้ตัวดิฉันเองกำลังเรียนขับรถอยู่ค่ะ ยากจัง แล้ววิธีการสอน การใช้เกียก็ต่างจากเมืองไทยที่เคยเรียนมาด้วยค่ะ ที่นี่ละเอียดมาก เฮ้อ และก็ขอสอบถามเรื่องการซื้อรถค่ะสามีดิฉันซื้อรถให้ค่ะ ตอนซื้อเป็นชื่อของสามีแล้วเมื่อไหร่ถึงจะโอนชื่อเป็นชื่อดิฉันได้ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องใบขับขี่แบบอินเตอจากไทย บริษัทประกันที่นี่ไม่ยอมรับด้วยหรือป้าวค่ะ

ขอบคุณค่ะ



โดย: L IP: 90.195.54.93 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:4:25:52 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากค่ะ
พอดีกำลังเตรียมตัวไปศึกษาต่อประเทศอังกฤษพอดี


โดย: น้ำ IP: 202.183.132.55 วันที่: 26 มีนาคม 2557 เวลา:10:42:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ประกอบ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ชื่อประกอบครับ อ้วนๆ ดำ ๆ ใส่แว่น แต่ดูดี๊ดูดี ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไม "หล่อ" ขนาดนี้
Free counters! free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ประกอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.