สัพเพเหระ ตอนที่ 6 ชีวิตจริง ไม่มีนางเอก ภาคสอง
ต่อจากบล๊อคที่แล้วนะครับ

จากที่ผมบอกไว้ว่าความสุขของมนุษย์มักจะมาในช่วงไม่ยาวมากนัก มันจะมีทุกข์เข้ามาแทรกเสมอ ๆ

หลังจากที่ผมจบม.หกมาเกรดที่ดูสวยงามใช้ได้ คือมีแต่เกรด 3 กับ 4 ดีใจมากมาย ได้ทุันการศึกษาจากแบงค์กรุงไทยเป็นเงินประมาณแปดพันกว่าบาท อย่าดูถูกเชียวนะครับ ตอนม.ต้นผมจ่ายค่าบำรุงการศึกษาเทอมละ 380 บาท ม.ปลาย เทอมละ 520 บาท โรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษายุคนั้นก็เงี้ยแหละครับ ค่าเทอมถูกสุด ๆ

จากนั้นผมก็เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ความตั้งใจแรก ผมเลือกที่จะเมเจอร์ภาษาฝรั่งเศส เพราะว่าผลการเรียนภาษาฝรั่งเศสผมดูดีกว่าภาษาอังกฤษระดับนึง แต่พอมาิคิดใหม่ ก็ตกลงใจเปลี่ยนเป็นเมเจอร์ภาษาอังกฤษน่าจะดีกว่า ไปที่ไหนก็ใช้ได้ทั่วโลกอยู่แล้วด้วย

และแล้วก็มาถึงวันเปิดซอง (ผลสอบส่งมาที่บ้าน)

"ไม่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย" เอนท์ไม่ติดน่ะแหละครับพูดง่าย ๆ แต่ผมไม่เสียใจมากมายอะไรหรอกครับ เพราะผมรู้ตัวดีว่าอาจจะเอนท์ไม่ิติดก็ได้ สมัยนั้นการที่จะเอนท์ติด เด็กนักเรียนต้องมีความเป็น generalist คือเรียนดีทุกวิชา ไม่ใช่เรียนเก่งแต่บางวิชาอย่างผม สมั้ยม.ปลายผมมีความเป็น specialist ค่อนข้างสูงในวิชาภาษาฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษ แต่อื่น ๆ นี่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ

แน่นอนครับ ผมก็มุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ ๆ มีสองวิทยาเขตหลัก ๆ อ่ะครับ ที่รังสิตที่นึง กะกล้วยน้ำไทที่นึง "ใบ้ซะขนาดนี้ นึกไม่ออกก็คงจะแย่"

ผมเ้ข้าไปสมัครสอบ แล้วก็เลือกอันดับเดียวเลย เป็นมนุษยศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กะว่าถ้ายังสอบที่นี่ไม่ติดอีก ก็จะไปเป็นลูกพ่อขุนแล้ว

ติดซะด้วย ท่านผู้อ่านที่อ่านมาถึงตอนนี้คงจะเริ่มสงสัยว่ามันทุกข์ตรงไหน มันก็เล่าของมันไปเรื่อยไม่เห็นจะมีอะไร ดราม่ากำลังจะเริ่มครับ

ตัวละครอีกตัวนึงกำลังจะโผล่เข้าฉาก พ่อผมเอง พ่อผมไม่พอใจกับการเลือกเรียนที่นี่ของผม ในใจของพ่อผมเค้ามีแค่มหาวิทยาลัยแค่สองที่เท่านั้้นครับที่ดี จริง ๆ ต้องบอกว่าสองที่ที่เค้าชอบมากกว่า

ที่แรกคือ รามฯ เหตุผลที่ชอบก็เพราะว่าเค้าจบที่นี่ตอนป.ตรี
ที่ที่สองคือ ABAC สาเหตุเพราะว่าเป็นม.เอกชนที่สอนเป็นภาษาอังกฤษล้วน

ก็เอาเถอะครับ ผมขอไม่เอาคำพูดของพ่อผมมาถ่ายทอดตรงนี้ดีกว่า เพราะว่าพูดค่อนข้างแรง

ปัญหาในการเลือกที่จะเรียนอะไรหลาย ๆ อย่างของผมมีหลายเรื่องเลยครับ ผมมีความคิดที่จะไม่ทิ้งภาษาฝรั่งเศส แต่ทำไงได้ เวลาเรียนมันไม่ให้เลยจริง ๆ ก็เลยต้องพับไปโดยปริยาย ผมก็เลยหันไปมองภาษาญี่ปุ่น เหตุผลส่วนตัวก็คือผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงรู้สึกชอบคนญี่ปุ่นจัง

พ่อผมไม่ยอมครับ สั่งให้ไปเรียนภาษาจีนแทน ก็นะ มันไม่อยากเรียนนิ ก็เลยไปเรียนงั้น ๆ ไม่เคยขาดเรียนก็จริง แต่เรียนแล้วไม่ได้ใช้ มันก็หายเกลี้ยง แน่นอนครับว่าพ่อผมก็ไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็จนด้วยเหตุผล มันไ่ม่ได้ใช้จริง ๆ นินา อีกอย่าง ใจไม่รักด้วยแหละ แต่พ่อผมก็ยังไม่ยอมให้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นนะ หึหึ

ขอลัดเลาะเวลาในชีวิตมหาวิทยาลัยมาเลยก็แล้วกันนะครับ รายละเอียดมันเยอะและต้องระลึกชาติพอสมควร ข้ามเลยดีกว่า มาถึงตอนใกล้เรียนจบ ผมก็มานึกถึงอนาคต จะทำอะไรดี

คนที่รู้จักผมมามากกว่าสิบปี จะรู้ดีว่าในชีวิตผมบ้าอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือ รถยนต์ ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบก็ไม่รู้ อีกอย่างนึงก็คือ เครื่องบินครับ ทุกครั้งที่นั่งเครื่องบินไปไหนก็ตาม ผมจะจินตนาการว่าตัวเองเป็นนักบินเสมอ

TG### clear for take off
Roger that .... Take off checked.
Flab 15
Max power
V1
VR
V2
บลา ๆๆๆๆ

พอเรียนจบ พอดีตอนนั้น Bangkok Airways เปิดรับ Pilot Trainee ผมก็แจ้นไปสมัครทันที แล้วก็ต้องเดินคอตกกลับตั้งแต่วันยื่นเอกสารนั่นแหละ ส่วนสูงผมครับ ขาดไปครึ่งเซนต์ พยายามยืดแล้วนะเนี่ย เซ็งเป็ด ตอนนั้นก็นึกด่าเค้าว่าอะไรฟะ ไอ้เครื่อง ATR72 นี่มันต้องการนักบินตัวสูงขนาดนั้นเลยเรอะ แล้วก็มาคิดได้ว่าเค้าคงมีเหตุผลอะไรบางอย่าง เฮ้ออออออ

จากนั้นโอกาสก็ไม่เปิดให้ผมอีกเลย เพราะว่าได้งานเป็นนักแปลครับ เป็นงานประจำ ได้จากการฝากซะด้วย ไม่ได้ชอบทำเลย แต่ทำได้ จะไม่รับก็ไม่ได้อีก น่าเกลียด ก็เลยทำไปประมาณปีครึ่ง ก็ได้เหตุผลที่ดีในการลาออก

ไปเรียนต่อนั่นเอง

หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าผมโชคดีนะ ได้ไปเรียนต่อเมืองนอก ได้ไปถึงออสเตรเลีย ใช่ครับ โชคดีส่วนหนึ่ง โชคร้ายส่วนหนึ่งด้วย

ผมอยากเป็นนักบิน แต่ไม่ได้เป็น ชอบเรียนอะไรก็ไม่ได้เรียนอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะความชอบกับความถนัดมันไปด้วยกันไม่ได้ แถมการได้ไปเรียนออสเตรเลียครั้งนี้ เหตุผลหลักก็มาจากพิษการเมืองในบ้านมันอักเสบด้วย ซึ่งผมขอไม่พูดถึงก็แล้วกัน

หลายท่านอ่านมาถึงตรงนี้คงงง ๆ ว่าเรื่องที่เขียนมายืดยาวนี่มันเกี่ยวกับชื่อเรื่องตรงไหน เกี่ยวครับ ตามเรื่องในละคร มาวินโชคดีอยู่อย่าง ตรงที่มีทอฝันมาคอยให้กำลังใจและรับฟังปัญหาต่าง ๆ ในขณะที่ผมไม่มีใครเลย มันถึงได้มาเป็นชื่อเรื่อง ชีวิตจริง ไม่มีนางเอก อย่างที่เห็นน่ะแหละครับ

หลังจากพิจารณาทบทวนชีวิตที่ผ่าน ๆ มา คำว่า "ผิดหวังตลอดชีวิต" ก็ดูจะไม่เกินเลยความจริงนัก ได้แต่หวังว่าจะได้เจออะไรดี ๆ กับเค้ามั่ง หวังว่าคนเรามันคงจะไม่ซวยตลอดชาติล่ะมั้ง

เอาเป็นว่า ขอจบดื้อ ๆ เลยก็แล้วกันครับ ขอบคุณที่ิติดตามอ่านขอรับกระผม



Create Date : 07 ธันวาคม 2552
Last Update : 10 ตุลาคม 2555 11:26:14 น.
Counter : 593 Pageviews.

8 comments
  
เดี่ยวนี้ไม่ค่อยเข้าไปตอบในห้องไกลบ้านบ้างเลยหรอครับ
ว่าจะปรึกษาซักกะหน่อย
โดย: Surepape IP: 61.7.134.130 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:23:51:35 น.
  
^
^
^
ถามทิ้งไว้ตรงนี้ก็ได้ครับ ผมจะเข้ามาเช็คเป็นระยะ ๆ
โดย: The Queenslander IP: 124.121.109.19 วันที่: 16 ธันวาคม 2552 เวลา:22:48:30 น.
  
ที่ออสเตรเลียมีโรงเรียนการบิน ค่าเรียนถูกกว่าเมืองไทยนะคะ ลิงไปสมัครเรียนดุซิคะ หรือถ้าไม่อยากเรียน CPL แล้ว ลอง PPL ก็ดีนะคะ ดูแล้วยังอิจฉาเลยว่าโหยค่าเรียนไม่แพงเท่าไหร่เลยแฮะ
โดย: บลูดานูป IP: 58.9.68.64 วันที่: 20 ธันวาคม 2552 เวลา:20:01:05 น.
  
^
^
^
หมดสิทธิ์แล้วครับ ผมตาบอดสีด้วยครับ มารู้ไอ้ตอนทำวีซ่านักเรียนไปออสเตรเลียนี่แหละ

เศร้า อะฮึก ๆ
โดย: The Queenslander IP: 58.8.251.167 วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:11:42:00 น.
  
เพิ่งรู้ว่า พี่โบ๊ตตาบอดสี

พี่เปลี่ยนไปเล่นเครื่องบิน / ฮ. บังคับไหม สนุกน้า ผิงก็เล่นอยู่
โดย: Halimeda Lover วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:23:12:54 น.
  
^
^
^
ตอนนี้เล่น Jet de Go 2 อยู่ ได้เป็นกัปตันแว้ว คิคิ

ถ้าชีวิตจิงได้อย่างนี้มันก็ดีจิ
โดย: The Queenslander IP: 58.8.180.130 วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:15:20:36 น.
  
อ้าว ตาบอดสีด้วยหรอคะ คนในพันทิปตาบอดสีเยอะกว่าที่คิดนะ เท่าที่เคนอ่านผ่านๆเจอมาอ่ะ

เข้าเรื่องๆ เราเองก็ไม่รู้ยังไงค่ะ เก่งแค่อังกฤษกับฝรั่งเศส
เหมือนกัน แต่ดันเอนท์ติดได้ แบบเฉียดฉิวเลย เหอะๆๆ เลขก็ตกตลอดเหมือนกันตอนม.ต้นอะ
โดย: เทเลทับขี้ IP: 10.17.8.83, 131.217.6.9 วันที่: 20 มกราคม 2553 เวลา:11:32:57 น.
  
มาวินของหนู
โดย: cicimaru วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:14:08:35 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

The Queenslander
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ธันวาคม 2552

 
 
1
2
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog