มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 9

บทที่ 9


เพราะ'เขา'ใช่ไหม


ระหว่างทางที่ก้องภพเดินเพื่อตามไปดูพีร์ธาดาเป็นจังหวะที่หญิงสาวเดินสวนกลับมาพอดี ข้างกายเธอมีอดีตคนรักเดินเคียงคู่ บรรยากาศผิดแผกไปจากเดิม แววตาที่ดูสดใสขึ้นของทั้งคู่ส่งให้ก้องภพชื้นใจขึ้น แต่อีกใจนึงกลับรู้สึกเจ็บปวด


    "พี่ปิงส่งพีชแค่นี้พอก็ได้คะ เดี๋ยวพีชเดินกลับเอง" พีร์ธาดาบอกหนุ่มข้างตัวเมื่อเห็นก้องภพกำลังเดินมาทางเธอ


    "โอเคครับ เหมือนไอ้ก้องจะเดินมาดูพีชนะ มันคงห่วงพีชมาก" กรกฏพูดตามความรู้สึกที่สัมผัสได้


    "โอ๊ยยย ไม่หรอก สงสัยอินมันไปนอน คงเหงามั้ง พีชลาล่ะคะ" หญิงสาวหันไปยิ้มตาประกายส่งท้าย


    "ครับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้... ข้าไปล่ะ ไอ้ก้อง" เมื่อส่งยิ้มให้เจ้าหล่อนเสร็จ เขาก็บอกลาเพื่อนหนุ่มที่เดินเข้ามาหา


    "อืม" ก้องภพตอบเสียงเรียบ แม้รู้สึกดีใจที่เรื่องของทั้งสองคนจะจบด้วยดี แต่ก็แอบเศร้าใจบ้างเพราะดูเหมือนความสนิทสนมของทั้งคู่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง คำแทนชื่อที่เหมือนเดิมทำให้ยอมรับอย่างไม่ได้ว่าเขาแอบ'น้อยใจ'


    ลับหลังกรกฎเดินทางกลับที่พักของตนแล้ว ก้องภพมองหน้าผู้หญิงตรงหน้านิ่งเงียบก่อนละสายตาพร้อมก้าวเดินผ่านตัวหล่อนไป นั่นสร้างความแปลกใจให้เจ้าหล่อนไม่น้อย เพราะคิดรับมือเขาอยู่แล้วหากจะมากัดอะไรเธอ อารมณ์ที่ดีขึ้นเริ่มเปลี่ยนเป็นติดลบอย่างง่ายได้เมื่อถูกฝ่ายชายเมิน มันน่าหงุดหงิดมั้ยเล่า อุตส่าห์เตรียมรับมือแล้ว ดันเดินหนีไปอีก ต้องตาม


    "นี่คุณ... คุณ พี่ก้อง เฮ้" หญิงสาวเรียกหวังให้ชายหนุ่มหยุดเดิน หากเพียงแต่ไร้เสียงตอบรับ และไร้การกระทำตามที่เธอหวังไว้


    "พี่ก้อง จะไปไหนนั่น ฉันเรียกไม่ได้ยินเหรอ คุณก้องภพ" แม่ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ หูตึงหรือไงว้อย !


    พีร์ธาดาที่ตอนนี้อารมณ์ดิ่งลงไปเรียบร้อยแล้ว หัวเสียกับการเมินเฉยของคนที่นำหน้าอยู่ไม่น้อย จึงตั้งใจที่จะวิ่งไปดักหน้าเขาเพื่อหยุดการเดินจ้ำอ้าวไม่สนใจเธอ แต่พอตั้งท่าวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวกลับชนปังเข้ากับหลังเป้าหมายอย่างจัง เมื่อจู่ๆ หนุ่มตัวดีหยุดเดินเอาเสียดื้อๆ


    "โอ้ย คุณ จะหยุดก็ไม่บอก มึนเลย" พีร์ธาดาเอามือจับหน้าผากที่เป็นจุดปะทะเข้ากับหลังของชายข้างหน้า "หูตึงเหรอคุณ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หยุด พอจะหยุดก็ไม่บอกไม่กล่าว"


    ก้องภพหันมามองหน้าสาวที่เอามือลูบหน้าผากตัวเอง อารมณ์ที่ยังอยากคุยกับใคร โดยเฉพาะกับเธอยังครุกกรุ่นอยู่ และตอนนี้เหตุผลที่มีอยู่เพียงนิดหน่อยก็โดนอารมณ์สะกดไปหมดเรียบร้อย


    "ผมก็เดินของผมดีๆ คุณมาชนหลังผมทำไม"


    "บ้า ฉันจะวิ่งไปดักหน้าคุณต่างหาก ดันมาหยุดซะงั้น ใครจะไปเบรกทัน" หนอย มาโยนความผิดให้กันอีก เดี๋ยวก็จับตีก้นเลย "แล้วคุณเป็นอะไรของคุณนี่ ฉันเรียกก็ไม่ยอมหยุด"


    ตัวเขากระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของเจ้าหล่อน และภาพสนิทสนมกันของสาวสวยกับอดีตคนรักก็ลอยขึ้นมา "ท่าทางคุณคงสบายดีแล้วนี่ เคลียร์กับไอ้ปิงเรียบร้อยแล้วล่ะสิ"


    "อื้อ เรียบร้อยแล้ว ฉันโล่งมากเลยคุณ" เจ้าหล่อนตอบเสียงใส ยิ้มแฉ่ง ตาเป็นประกายโดยไม่รู้เลยว่าคำตอบของตัวเองจะกระแทกให้ใจของชายหนุ่มอย่างจัง เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจเขา


    "ก็ดีแล้วนี่ ทุกคนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงคุณอีก" ก้องภพตอบเสียงเย็นชา แววตาเริ่มแข็งกร้าว เขาคิดว่ารักครั้งแรกของหล่อนมันคงสลัดไม่หลุดแน่นอน


    "คุณหมายความว่าไง ฉันทำตัวให้ทุกคนเป็นห่วงขนาดนั้นเลยหรือไง" พีร์ธาดาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติจากน้ำเสียงที่เริ่มแข็งของเขา


    "คงงั้นมั้ง"


    "นี่คุณ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณเป็นอะไร แต่ฉันไม่เคยทำตัวให้ใครมาสมเพชฉัน ฉันรับความหวังดีของทุกคนเพราะทุกคนคือคนที่ฉันไว้ใจ และถ้ามันลำบากคุณนักก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน" พีร์ธาดาชักทนไม่ได้กับคำพูดกระแทกเสียงของเขา


    "แล้วแต่คุณจะคิด ผมแค่พูดไปตามสิ่งที่เห็น ถ้าคุณไม่ใช่เพื่อนอินผมก็ไม่อยากยุ่งนักหรอก" ก้องภพยังไม่หยุดที่จะพูดจากระทบใจเธอ เขาเลือกทำสิ่งที่ตรงข้ามกับใจเมื่อพาลไปเห็นภาพที่ยามหญิงสาวพูดคุยเสียงหวานใส่เพื่อนของเขา


    "แล้วไอ้ปิงมันก็มีเมียมีลูกแล้ว คุณน่าจะรู้นะ... ทำอะไรก็นึกถึงความเหมาะสมบ้าง... มีความละอายใจหน่อย"


    "คุณ... คิดอะไรบ้าๆ หยุดความคิดเฮงซวยของคุณไปเลยนะ กับการที่ฉันพูดจาดีกับพี่ปิงใช่ว่าฉันจะรักเขาเหมือนเดิม ! ... ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะคิดอะไรที่มันเสื่อมขนาดนี้ ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดจาหรือคิดอะไรๆ ทุเรศๆ แบบนี้ก็อย่ามีหน้ามาคุยกับฉันอีกเลย พอกันที !! "


    พีร์ธาดาตะโกนตอกกลับชายหนุ่มจากความเจ็บปวดจากข้างในร้าวออกมาถึงข้างนอก น้ำตาที่มิอาจไหลย้อนกลับก็ร่วงพรูออกมาราวกับสายน้ำ สายตาที่พร่าเลือน หัวใจที่เริ่มเจ็บปวดจากคำพูดของเขา คนที่เธอไม่เคยคิดว่าจะทำร้ายกันด้วยคำพูดขนาดนี้


    "ผมพูดอะไรผิดตรงไหน พีร์ธาดา ผมขอบอกอะไรคุณสักอย่างนะ ถึงคุณจะรักมันมากมายขนาดไหน แต่ตอนนี้คุณไม่อยู่ในสถานะที่จะแย่งมันมาได้ ผมก็เตือนคุณด้วยความหวังดี หวังว่าคุณจะทำตามอย่างที่พูด เป็นชู้กับสามีชาวบ้าน มันไม่ได้มีเกียรติอะไรขนาดนั้นหรอก"


    เพี้ยะ!!


    เสียงตบกระทบแก้มชายหนุ่มอย่างดัง และยังคงมีครั้งที่สองครั้งที่สามตามมาติดๆ และหากก้องภพไม่จับมือคู่ของหญิงสาวไว้มันก็คงจะกระหน่ำมาเรื่อยๆ ก้องภพสบตาแดงก่ำของพีร์ธาดาก่อนผงะปล่อยมือทันทีราวกับต้องของร้อน เขาเดินถอยหลังทีละก้าวออกไปอย่างตกใจกับการกระทำของตัวเอง ชายหนุ่มเอามือปิดปากตัวเองแน่น หลบสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาว


    พีร์ธาดาที่ตอนนี้ช็อคจนหลุดถึงขั้นเข้าไปตบหน้าคนปากมอม เธอจ้องหน้าก้องภพอย่างเอาเรื่อง คำพูดที่ปล่อยไม่ยั้งตอกย้ำความรู้สึกร้าวลงไปในทรวงอก พีร์ธาดาสูดลมหายใจที่ติดขัดลึกก่อนบอกเขาออกไป


    "ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณแค่อยากได้ฉันแค่นั้นสิ ฉันคงเป็นของแปลกใหม่สำหรับคุณใช่ไหมคุณก้องภพ ฉันไม่น่าเผลอคิดตามคำพูดของคุณไปเลย ฉันมันโง่ไปเองที่คิดว่าคนอย่างคุณจะเข้าใจอะไรฉัน แล้วจำคำคุณไว้นะคุณก้องภพ ฉันไม่เคยขอให้คุณมายุ่งกับฉัน เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไป... กรุณาอย่ามายุ่งกับฉันอีก ไม่ว่ากรณีไหนทั้งสิ้น คิดซะว่าฉันมันคนนอกชีวิตคุณคนหนึ่ง ต่างคนต่างอยู่กันไป... เรื่องที่ผ่านๆ มาฉันก็จะคิดซะว่ามันคือความผิดพลาด แค่ฝันไป"


    คำพูดสุดท้ายเธอพยายามเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก หัวใจของเธอเริ่มส่งเสียงร้องดังเพื่อต่อต้านคำพูด แต่เพราะอารมณ์โกรธอย่างระงับไม่อยู่จึงพาเธอพูดใส่หน้าเขาไปแบบนั้น


    พีร์ธาดาจ้องมองผ่านดวงตาที่พร่าเลือนด้วยเขื่อนน้ำตาไปยังสายตาที่อ่านไม่ออกของก้องภพอย่างไม่ยี่หระ เธอไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรไป แต่กับการพูดจาไม่รักษาน้ำใจเธอมันทำให้เธอเจ็บ ยิ่งมาจากปากของเขายิ่งทำให้ใจเธอทวีความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น


    ก้องภพไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารู้ตัวว่าพาลใส่เธอ ความเห็นแก่ตัวทำให้ปากพ่นคำสาดเสียใส่เธอออกไป ชายหนุ่มหันหลังเดินหนีเมื่อเริ่มรู้สึกได้ว่าตัวเองพูดจาแรงไป ไม่ใช่เพราะอยากหนีปัญหาที่ก่อ เพียงแต่ตอนนี้เขาทนเห็นมโนภาพที่ผุดขึ้นมาย้ำเตือนว่าหล่อนยังคงมีพี่ปิงอยู่ในใจจากการที่เห็นเธอส่งยิ้มตาเป็นประกายส่งให้ไอ้เพื่อนรักของตัวเอง


    พีร์ธาดามองแผ่นหลังของคนที่เดินออกไป มือสองข้างกุมไปที่อกอย่างเจ็บปวด เรี่ยวแรงที่มีอยู่เหมือนจะลดหายไป เธอทรุดตัวไปนั่งย่องกับพื้น สายตามองสบกับชายหนุ่มที่หันหลังกลับมา พีร์ธาดาตัดสินใจลุกขึ้นเดินหันหลังกลับไปยังที่พักตัวเองอย่างคนไร้จิตใจ
หากแต่ได้ยินเสียงแว่วมาทำให้รีบหันขวับกลับไปมอง เมื่อเห็นเขายืนมองเธอเพียงครู่เดียวก็หันหลังเดินไปต่อ


    'ผมขอโทษ' สาบานได้ว่าไม่ได้หูฝาด แต่เหนื่อยเกินจะเดินตามแล้ว ทั้งหัวใจทั้งตัวมันล้าอย่างบอกไม่ถูก... พีชทำอะไรผิดไปเหรอ


    พีร์ธาดาลากสังขารตัวเองจนมาถึงหน้าบ้านพัก เธอรู้สึกเหมือนลืมวิญญาณไว้ที่ไหนสักแห่ง ตัวเธอมันดูล่องลอย หัวใจเต้นช้าจนกลัวว่ามันจะหยุดเต้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ น้ำตาที่เคยไหลออกมากลับแห้งเหือดเหมือนมันได้ออกมาหมดตัวแล้ว นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอเสียน้ำตามากขนาดนี้ จากคำพูดที่โหดร้าย


    บ้า บ้าๆๆๆๆ ไหนว่ารัก แต่ทำไมถึงพูดจาโหดร้ายแบบนี้


    พีร์ธาดารวบแรงเคาะประตูอย่างแผ่วเบา หากเหมือนคนในบ้านจะรับรู้ราวกับรอจังหวะนี้มานาน อินทิราเปิดประตูบ้านเตรียมจะแซวหญิงสาวทันที แต่กลับต้องตกใจเมื่อเจอสภาพตาแดงปื้น ใบหน้าเลอะคราบน้ำตา และยังคงมีเสียงสะอื้นแผ่วเบาให้ได้ยินอยู่บ้าง


    "ไอ้พีช เป็นอะไรแก เฮ้ย เข้ามาก่อนๆ ไม่เอาๆ อย่าร้องไห้ ชู่ว์"


    พอเจอหน้าเพื่อนสาวคลองจักษุก็ทำงานอีกครั้ง คราวนี้เธอปล่อยโฮอย่างไม่เก็บไว้แม้แต่น้อย เหมือนกับได้ที่พึ่งพิงกลับมาอีกครา เข้าสวมกอดเพื่อนไว้แน่นราวกลับกลัวว่าเจ้าหล่อนจะหายไปไหน


    "โอ๋ โอ๋ ไหนเป็นอะไรแก ร้องไห้หนักแบบนี้อีกแล้ว เคลียร์กับคุณปิงไม่ลงตัวเหรอ"


    ไม่มีคำพูดออกจากปากสวยของเพื่อนสาว มีเพียงอาการส่ายหน้าและเสียงสะอื้นเป็นคำตอบ อินทิราลากตัวเพื่อนรักเข้ามายังโซฟาของที่พัก บังคับตัวให้นั่งลงแล้วหากระดาษทิชชูมาให้เพื่อนซับน้ำตา


    "เอาล่ะพีช ถ้าแกเป็นแบบนี้อยู่ฉันก็นอนไม่หลับนะ ไหน แกเป็นอะไรไป หือ" อินทิราลูบผมเพื่อนถามเสียงอ่อนโยน


    "ฉัน... ฉันไปคุยกับพี่ปิงแล้ว เคลียร์กันเรียบร้อย"


    "เอ้า เรียบร้อยก็ดีแล้วนี่ แล้วแกร้องเรื่องอะไร"


    "ฉันเจอพี่ก้อง" พีร์ธาดาบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น หลับตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกนั้นก่อนถ่ายทอดออกมาให้เพื่อนสาวรับฟัง "เขาคิดว่าฉันกับพี่ปิงยังรักกันอยู่ เขา... เขาคิดว่าฉันจะเป็นชู้กับพี่ปิง"


    อินทิราตกใจแทบสิ้น เธอดึงตัวเพื่อนสาวมากอดอย่างเงียบๆ ไม่มีการเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา เธอไม่คิดว่าพี่ชายตัวดีจะคิดแง่ลบขนาดนี้ นี่มันเรื่องเกินความคาดหมายเอาอย่างมาก เธอนึกโกรธก้องภพที่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง เหมือนอยู่ดีๆ ผู้ชายที่เก็บอาการได้ดีกลับมางี่เง่าแพ้ภัยตัวเองแบบง่ายๆ ได้ แถมปากบางนั้นยังดีเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำชมออกมาได้อีก อยากจะตะบันหน้าให้ไอ้พี่บ้าได้รู้สึกเสียสักทีจริงโว้ย


    เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพื่อนสาวหันมามองหน้ากันราวกลับกลัวว่าคนหลังประตูจะเป็นใคร เป็นอินทิราที่ผละออกจากการกอดประโลมเดินไปเปิดประตู และคนที่มาเคาะก็เป็นคนที่อยู่ในความคิดของเธอนั่นเอง


    "พี่ก้อง ! มานี่เลย มาพูดกับอินให้รู้เรื่อง"


    อินทิราลากชายหนุ่มออกมาบริเวณข้างนอก หันไปสบตาพร้อมพยักหน้าให้เพื่อนสาวหนึ่งที เหมือนสื่อความหมายว่า ฉันจะจัดการให้แกเอง ซึ่งพีร์ธาดาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตอนนี้เธอไม่มีจิตใจจะทำอะไรเลยสักอย่าง ความรู้สึกตอนนี้คงไม่ต่างจากคนที่กำลังจะตกเหว


    "พี่ก้อง อินไม่คิดเลยว่าพี่ก้องจะ... จะโคตรงี่เง่า จะปากร้ายมากขนาดนี้ เหตุผลนะมีบ้างมั้ย อะไรๆ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ โอ้ย ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว อยากจะตบหน้าไอ้พี่ชายตัวดีสักทีจริงๆ "


    "พี่รู้ พี่มันโง่ พี่มันปากเสีย พี่ขอโทษ"


    "พี่ก้องรู้มั้ย ว่าไอ้พีชมันร้องไห้หนักขนาดไหน มันร้องแบบนี้อีกครั้งแล้ว จำได้มั้ย ครั้งแรกตอนพ่อพตตาย ครั้งที่สองตอนถอนหมั้น แล้วครั้งนี้มันร้องไห้หนักอีกแล้ว" อินทิรากัดฟันแน่นปล่อยเสียงรอดไรฟันออกไป เธอพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองอย่างมาก ไม่อยากให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล ไม่เช่นนั้นวันนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่อง


    "แล้วแต่ละคนที่มันเสียน้ำตาให้ ก็ล้วนแล้วแต่คือคนที่มัน 'รัก' " ราวกลับต้องการตอกย้ำความรู้สึกในตอนนี้ของชายหนุ่มให้รับรู้


    ก้องภพก้มหน้าลงสบตาสาวตัวเล็กกว่ามากด้วยความตกใจ ถึงแม้จะคิดอยู่เสมอว่ามีลุ้น แต่หากคำตอบที่ได้รับฟังจากคนใกล้ตัวของเธอช่วยยืนยัน และตอกย้ำการกระทำของเขาได้เป็นอย่างดี เขาทรุดตัวลงนั่งกับม้านั่งใกล้ตัวเอามือปิดหน้าไว้


    "นี่พี่ทำอะไรลงไป พี่มันแย่มากใช่ไหม พี่ตัดสินจากสายตาที่เห็น พี่เห็นแก่ตัวมากใช่ไหม" หากนี่เป็นครั้งที่สามที่พีร์ธาดาร้องไห้ และนี่ จะเป็นครั้งแรกที่เขาจะเสียน้ำตาให้ความรัก และความเจ็บปวดจากสิ่งที่ตนกระทำ


    "พี่ก้องคิดอะไรอยู่ตอนนั้น บอกอินได้ไหม" อินทิราพูดเสียงเริ่มโอนอ่อนลง ย่อตัวลงนั่งเคียงข้าง และเอื้อมมือไปจับมือชายหนุ่มไว้ราวกับเขาเป็นเด็ก


    "พี่เห็นเขาเดินมาด้วยกัน พี่เห็นพีชยิ้มให้ไอ้ปิง ยิ้มแบบที่เคยเห็นเมื่อตอนพวกเขาคบกัน... พี่เจ็บ พี่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป พอพี่รู้สึกตัวทุกอย่างมันก็ดูสายเกินไป พี่คิดว่าพี่จะเก็บความรู้สึกแบบนี้ได้อีกครั้ง แต่... "


    "ก็ทำไม่ได้" อินทิราต่อให้ "ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะพี่ก้องรักมันมากไง พี่ก้องไม่อยากเสียมันไปอีก และพี่ก้อง... มันไม่ได้มีแค่พี่ที่เจ็บ คนในบ้านนั้นก็เจ็บ แถมอินยังเจ็บอีก รู้ไหมอินเห็นเพื่อนร้องไห้แบบนั้น อินใจเสียมาก น้ำตามันจะไหลออกมาด้วย... แล้วมันก็ไม่มีอะไรสายเกินไปหรอก พี่ก้องรอตรงนี้นะ อินจะไปลากคนโน้นมาให้เคลียร์ แต่ไม่รับประกันนะว่ามันจะออกมามั้ย... พี่ก้องเรื่องของความรักน่ะ มันต้องใช้หัวใจตัดสิน แต่เรื่องของคำพูดและการกระทำ มันต้องใช้สมองมากกว่าอารมณ์นะ"


    อินทิราพูดน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอีกมาก เธอตบมือเบาๆ ลงบนมือของชายหนุ่มก่อนเดินออกไปจัดการในสิ่งที่เธอควรทำนั่นคือ ลากเพื่อนสาวออกมาให้ได้... งานยากมาก


    ก้องภพมองอินทิราสื่อการขอบคุณออกทางแววตา พอเขารู้ตัวว่าทำอะไรลงไปหลังจากได้สติและคิดไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เขาก็รีบพาขาเดินมาหาเจ้าของสถานที่พักนี้แทบจะทันที และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร จะได้คุยหรือไม่เขาก็จะยอมรับการกระทำตัวเองให้ได้



    "เขากลับไปแล้วเหรอแก" พีร์ธาดาลืมตาถามเพื่อน เมื่อได้ยินเสียงประตูบ้านปิดลง


    "พีช แกดีขึ้นยัง"


    "อย่างที่แกเห็นนั่นแหละ"


    อินทิราเห็นแล้วล่ะว่าเพื่อนสภาพเป็นอย่างไร เพื่อนสาวนอนลงบนโซฟาตัวยาวหากแต่ยาวไม่พอกับความสูงของตัวเจ้าหล่อน ปลายเท้ายื่นโผล่ออกมา นึกอิจฉาเพื่อนที่มันสูงเหลือเกิน แต่เธอกลับเตี้ยม่อต้อ และก่อนที่จะนอกเรื่องไปไกล อินทิราก็ดึงตัวเองกลับมาจากความอิจฉาได้ทัน ไอ้สิ่งที่เธอถามไม่ใช่สภาพร่างกายหรือหัวใจ แต่คือสภาพของความรู้สึกในตอนนี้มากกว่า


    "ดีขึ้น... พีชออกไปข้างนอกหน่อย"


    "ดีขึ้นกะผีสิไอ้อิน ฉันเหนื่อยมาก ไม่มีแรง" พีร์ธาดารับรู้ว่าเพื่อนสื่ออะไร แต่สิ่งที่รออยู่ข้างนอกทำให้เธอกลัวจับใจ


    "แต่แกต้องออกไปนะพีช"


    "อิน ฉันรู้ว่าแกหวังดีกับฉัน แต่... วันนี้ฉันคงรับอะไรไม่ไหวแล้ว ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ฉันขอตัวก่อนนะ... ขอบใจแกมาก" พีร์ธาดาลุกขึ้นจากโซฟาและตรงไปยังเตียงนอนทันที นั่นเป็นข้อสรุปได้ว่าต่อให้เอาช้างมาฉุดมันก็ไม่มีทางลุกออกไปแน่นอน



    อินทิราจำต้องเอาข่าวร้ายออกไปบอกพี่ชายตัวดีที่นั่งรออยู่ข้างนอก สบกับตาที่เต็มไปด้วยความหวังก่อนส่ายหัวให้รู้ความหมาย เดินเข้าไปแตะบ่าหนา


    "โทษทีนะพี่ก้อง แต่เห็นทีวันนี้คงไม่ได้"


    "อืม พี่เข้าใจ ให้พีชพักผ่อนเถอะ"


"พรุ่งนี้พี่ก้องต้องได้คุยกับไอ้พีชแน่นอน อินรับประกัน อินไม่ให้เรื่องนี้มันยืดเยื้อหรอก"




Create Date : 07 ตุลาคม 2553
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 15:11:06 น. 2 comments
Counter : 473 Pageviews.

 
วันจันทร์มาพบกับตอน 10 นะค่ะ


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:16:18:11 น.  

 
น่าสงสารน้องพีชจัง

เจอกันในตอนต่อไปค่ะ


โดย: taekoksaram IP: 58.137.30.201 วันที่: 8 ตุลาคม 2553 เวลา:10:37:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.