มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
13 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 1

ตอนที่ 1


จุดเริ่มต้น


    พีร์ธาดากำพร้าแม่มาตั้งแต่เป็นทารกเธออยู่กับพ่อมาตลอดและซึมซับความเป็นผู้ชายจากพ่อมาทีละน้อย พีร์ธาดาโตพร้อมกับความห้าวติดตัวมา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงมาชอบ กอปรกับหน้าตาที่แทบจะทอดแบบพ่อออกมาเต็มๆ ทั้งตาคม คิ้วเรียวเข้ม (แน่นอนว่าผ่านการกันมาแล้ว) โหนกแก้มสูงเล็กน้อย จมูกโด่งเป็นสัน แถมความสูงของเธอก็เทียบชั้นกับนางแบบได้สบาย โชคยังดีที่ได้รูปปากเอิบอิ่ม และผิวพรรณขาวผ่องมาจากแม่ทำให้เธอสวยคมมากกว่าจะหล่อเหมือนผู้ชาย พีร์ธาดาอยู่กับพ่อเรื่อยมาจนถึงอายุสิบห้าปีพ่อก็มาด่วนจากไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอจึงกลายเป็นคนกำพร้าอย่างเต็มยศโชคดีที่มีผู้ปกครองของอินทุอรยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายให้เธอ


    แต่ถึงกระนั้นพีร์ธาดาก็หางานพิเศษทำ และยอมรับความช่วยเหลือจากทางบ้านของเพื่อนสนิทเฉพาะเรื่องเรียนเท่านั้น ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตเธอขอจัดการเอง โดยพีร์ธาดาให้เหตุผลกับทางผู้ใหญ่ว่า เธออยากลองใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบดูว่าจะสนุกแค่ไหน ผลปรากฏว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่เจ้าตัวก็สนุกและภูมิใจในทางที่ตนเลือกเดิน โดยยึดคำพ่อที่สั่งสอนเป็นหลัก'อย่าเพิ่งคนอื่น จงพึ่งตัวเองเป็นหลัก'


 เพราะเช่นนี้เองพีร์ธาดาเลยกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง พร้อมกล้าเผชิญหน้ากับทุกอย่างบนโลก ยกเว้นอย่างเดียวคือ การดูตัว


    ส่วนอินทิราเป็นลูกผู้หญิงคนเล็กคนเดียวของตระกูลใหญ่อันดับต้นของประเทศ สาวตัวเล็กความสูงแค่คางของเพื่อนซี้ ดวงตากลมชั้นเดียวแต่ทว่าโต ปากนิดจมูกหน่อยตามแบบฉบับของสาวสมัยนี้ ใบหน้ารูปหัวใจ และรอยยิ้มประดับด้วยลักยิ้มที่มุมปากสองข้างนั่นอีก พร้อมผมยาวดัดลอนสวยดูเหมาะกับรูปร่างเล็กน่าทะนุถนอม ทำให้ความน่ารักและเอาแต่ใจของตัวเองเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกเอ็นดูได้อย่างไม่น่าแปลกใจ อินทิรามีพี่ชายสองคนต่างก็มีครอบครัวไปแล้วทั้งคู่ คนหนึ่งเป็นหมอ ส่วนอีกคนเข้ามาช่วยกิจการของครอบครัว การดูตัวครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับเจ้าหล่อน และถึงแม้จะปฏิเสธกับบุพการีเพียงใดก็ไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องไปขอร้องเพื่อนรักแม้รู้ว่าจะสร้างความลำบากใจให้เพื่อนขนาดไหนก็ตาม แต่ด้วยจรรยาบรรณของลูกสาวคนเล็กที่จำเป็นต้องเอาแต่ใจอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้อินทิราเบนหาเพื่อนสาวทันทีที่ได้รับคำปฏิเสธจากแม่ในครั้งที่ห้า


    การที่ทางพ่อและแม่ของอินทิรารู้จักกับพีร์ธาดาตั้งแต่ยังไม่โตเป็นสาวและนับเธอเป็นลูกเป็นหลานตั้งแต่บุพการีของพีร์ธาดายังไม่เสีย นั่นทำให้ผู้ปกครองของอินทิราไม่ขัดข้องที่พีร์ธาดาจะมาดูตัวแทนลูกสาว หากจะสร้างความแปลกใจมากกว่าเพราะต่างคิดว่าเหตุการณ์เมื่อวันนั้นจะทำให้ลูกสาวนอกสายเลือดเกลียดการดูตัวไปแล้วเสียอีก


    "หม้าไม่ขัดข้องหรอกหนูพีช แต่หม้าแค่สงสัยว่าทำไมลูกถึงยอม" คุณหญิงปวริศราเอ่ยถามขึ้นเมื่อลูกสาวสุดท้องพาเพื่อนมาเรียนให้ทราบถึงการสลับตัว


    "พีชเห็นว่าอินก็มีพี่ทินอยู่แล้วคงไม่เหมาะกับงานนี้ อีกอย่างอินมันดูเครียดๆ ยังไงไม่รู้อ่ะหม้า" พีร์ธาดาหันไปมองหน้าเพื่อนที่ตอนนี้ทำหน้าเศร้าประกอบคำพูดหล่อน ซึ่งใครมองก็รู้ว่ามันคือการเสแสร้ง ออสก้าร์ไปเลยเพื่อนฉัน


    "หม้าก็เห็นด้วยนะ แล้วช่วงนี้ลูกอินดูเครียดๆ ยังไงไม่รู้ แต่หม้าแค่แปลกใจเล็กน้อย เพราะคิดว่า ..."


    "คุณพอเถอะ เจ้าพีชยอมไปดูตัวแทนยัยอินก็พอแล้วอย่าซักไซร้ให้มากความเลย" เจ้าสัวนพชัยหันไปเอ็ดภรรยา แม้รู้ว่าภรรยาเป็นห่วงพีร์ธาดามากแค่ไหนแต่เจ้าสัวนพชัยรู้ดีว่าจะทำให้เธอรู้สึกแย่ลงมากขึ้นตามไปด้วย


    "เจ้าพีชรู้กำหนดการแล้วใช่ไหม ป๊ารู้ว่าลูกรู้สึกลำบากใจแต่งานนี้จำเป็นจริงๆ เพราะมันมีผลต่อกิจการของเรา ป๊าขอบใจลูกมากแต่ถ้าถึงเวลาแล้วลูกรู้สึกฝืน ลูกก็ออกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจนะ แล้วป๊าจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง ยัยอินพาพีชไปพักผ่อนเถอะเห็นว่าเพิ่งกลับจากไปทำงานมาไม่ใช่หรือ" ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ความผูกพันธ์ที่มีมานาน ประกอบกับความเอ็นดูที่มีตั้งแต่แรกพบ ทั้งตัวเจ้าสัวและคุณหญิงไม่เคยกระดากปากหากเรียกพีร์ธาดาว่า 'ลูก' อีกคน


    เจ้าสัวนพชัย พิวัติรัตนการณ์เจ้าของกิจการสื่อโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศบอกกล่าวเสร็จสรรพพร้อมขอร้องแกมบังคับตามความเคยชินกับลูกสาวสองคน(แม้จะนอกไส้หนึ่ง) อันที่จริงการดูตัวครั้งนี้ก็ไม่ได้สลักสำคัญกับธุรกิจของเจ้าสัวใหญ่ผู้นี้หรอกเป็นแค่คำสัญญาเมื่อยี่สิบปีก่อนที่สองสามีภรรยามอบให้กับคนคนหนึ่งไว้เท่านั้นเอง แต่เพราะทั้งคู่ต่างรู้สึกผิดกับการกระทำครั้งนั้นจึงยึดติดกับคำสัญญานี้มาก จนเมื่ออาทิตย์ก่อนหญิงสาวผู้นั้นมาทวงคำสัญญาคืน


    เมื่อเข้ามาในห้องของอินทิรา พีร์ธาดาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับศึกครั้งนี้เพราะบุพการีของอินทุอรนั้นรู้ดีว่าลูกสาวของพวกเขามีทินกรเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว และไม่คัดค้านอะไรแม้ทินกรจะไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหน เพราะยึดความสุขของลูกเป็นหลัก (แม้ว่าทั้งคู่ไม่เห็นด้วยก็ตาม) อีกทั้งทินกรก็ผ่านการทดสอบของพ่อแม่ของอินทิราเรียบร้อย นั่นจึงทำให้พีร์ธาดาแปลกใจไปอีกต่อหนึ่งที่ผู้ปกครองของเพื่อนสาวเธอต้องการให้อินทิราไปดูตัวในครั้งนี้ เพราะตั้งแต่รู้ว่าลูกสาวมีคนคบอยู่แล้วก็ไม่เคยบังคับให้ไปดูตัวอีกเลย หรือไม่ก็เพราะเหตุการณ์สำคัญในอดีตนั่นหรือไม่ก็ตาม


    "แกรู้สึกอะไรไหมอิน ฉันได้กลิ่นตุๆ เกี่ยวกับศึกครั้งนี้ทะแม่งยังไงชอบกล" พีร์ธาดาตั้งข้อสงสัยทันทีตามแบบฉบับของเจ้าตัว


    "บ้าเหรอแก ดูตัวนะไม่ใช่ออกรบ เออ แต่ฉันก็ว่ามันแปลกๆ เหมือนกัน ป๊ากับหม้าเลิกให้พวกเราไปดูตัวตั้งนานแล้ว ทำไมอยู่ดีๆ ถึงกลับมาเป็นแบบเดิมซะได้" อินทิราบอกพลางสาละวนกับการล้างเล็บเท้าทั้งที่เพิ่งทาไปเมื่อคืน


    "ฉันอึดอัดวะแก อยากรู้ๆ"


    "ฉันเห็นแล้ว ก็หูแกสั่นระริ้กระรี้ขนาดนั้น ถ้าฉันโยนกระดูกให้แกคงวิ่งไปเก็บแล้วหละ"


    "ฉันไม่ใช่ม้านะไอ้อิน เออ แกไปถามหม้าให้หน่อยสิว่าทำไมถึงอยากให้แกไปดูตัว" พีร์ธาดาเฉยเมยกับคำชมของเพื่อนพร้อมวกเข้าประเด็นเดิม


    "ถามแล้ว หม้าบอกแค่ว่าเรื่องธุรกิจ แต่พอหม้าปฏิเสธเรื่องฉันขอยกเลิกดูตัว ฉันก็เลยขี้เกียจถามต่อ แล้วก็วิ่งไปหาแกทันที อ๊ะ สีนี้สวย" อินทิราหยิบน้ำยาทาเล็บชมพู่มะเหมี่ยวขึ้นมาทาเล็บเท้าของตัวพร้อมตอบคำถามเพื่อน


    "แกเห็นฉันเป็นของตายหรือไงยะ น่าเกลียดจริงๆ นังลูกคนเล็ก"


    "ช่วยไม่ได้ ฉันไม่อยากเสียจรรยาบรรณของการเป็นลูกคนเล็กไป"


    สิ้นสุดคำพูด อินทิราก็ได้รับคำชมตามสไตล์เจ้าหล่อนไปฟังให้สบายใจอีกเปราะหนึ่ง แหมได้ฟังทุกวันแล้วมันชื่นใจจริง



    นับจากการตอบตกลงกับเพื่อนวันนั้น พีร์ธาดาก็แทบไม่มีเวลาเสวนากับใครทั้งสิ้นเมื่อมีงานโผล่เข้ามาชนิดที่ว่าถ้าคุณเธอไม่เห็นแก่เงินคงปฏิเสธไปสักงานสองงานแล้ว จึงเป็นสาเหตุที่พีร์ธาดาต้องมานั่งหน้าหงิกข้างถนนเมื่อ 'เปี๊ยกเปี๊ยก' มินิออสตินรุ่นดึกดำบรรพ์เกิดเกเรไม่ยอมพาเธอไปทำงาน ก่อนตัดสินใจเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างและจูบลาเจ้าเปี๊ยกเบาๆ ก่อนรีบตรงดิ่งไปทำงานทันที


    ขอโทษทีนะปี๊ยกเปี๊ยก แต่งานนี้ค่าตัวฉันมากกว่าค่าพาแกเข้าโรงหมออีก รอฉันนะ


    พีร์ธาดาทำงานเป็นช่างภาพอิสระด้วยเหตุผลที่ว่า เธอชอบถ่ายรูปทุกประเภทแต่เธอเกลียดความเรื่องมากทุกอย่าง โดยหลักๆ เธอจะรับงานถ่ายรูปทั่วโลกถ้าเธอสามารถไปได้ ยิ่งได้กล้องไฮโซนาม ไลก้า มาครอบครองยิ่งทำให้มือสั่นอยากกดชัตเตอร์และอัพค่าตัวของตัวเองพ่วงเป็นของแถมไปด้วย นอกจากนี้ยังรับงานจุกจิกเล็กน้อยที่ทำให้เธอได้เงินมาโดยไม่เสียศักดิ์ศรี และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น งานหนักกับเธอมันของคู่กัน


    ด้วยความที่เธอมีฝีมือทางการถ่ายภาพจึงมีงานติดต่อมาจากอเมริกาให้ไปถ่ายรูปนางแบบ นายแบบบนงานแฟชั่นโชว์ชั้นนำ และแมกกาซีนชื่อก้อง ตอนแรกพีร์ธาดาคิดว่างานนี้จะง่ายแถมเงินก็เยอะ แต่เอาเข้าจริงกลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อทั้งบรรดาโปรดิวเซอร์ และเหล่านางแบบ นายแบบพร้อมใจกันเรื่องมากเพราะไม่ใช่ฝีมือของคนไทยอย่างเจ้าตัว (เรื่องนี้ทำเอาพีร์ธาดาหัวเสียจนเกือบจะคืนเงิน แต่ยังกลับใจทัน และโชคดีที่ไม่มีเรื่องเหยียดเพศเกิดขึ้นด้วยไม่งั้นคงได้คืนจริงๆ )แถมยังโดนหลีตลอดเวลาที่ทำงานอีก แต่เพราะความเป็นมืออาชีพก็ทำให้งานนั้นผ่านพ้นไปได้ แม้จะทุลักทุเลในหลายขั้นตอน แต่พอเสร็จงานก็เล่นเอาพีร์ธาดายิ้มหน้าบานกับคำชมของทีมงาน และหน้าบานเป็นสิบเท่าเมื่อได้โบนัสเพิ่ม


    "พี่ บิดเลยไม่ต้องเกรงใจ หนูจะไปไม่ทันแล้วพี่"


    และเธอก็ทำสำเร็จ พีร์ธาดามาถึงที่หมายก่อนเวลางานเริ่มเพียงสิบห้านาที จากนั้นก็วิ่งเต็มสปีดเพื่อไปเซทมุม แสงของสถานที่ในวันนี้ให้พร้อม เธอชอบทำงานส่วนทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะหากเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมามันก็ผิดเพราะเธอคนเดียวไม่ใช่คนอื่น


    แต่เมื่อถึงช่วงมุมตึกด้วยความไม่ระวังทำให้ชนกับคนที่กำลังจะออกมาทันที พีร์ธาดาลงไปกองกับพื้นทับตัวบุคคลนิรนามที่บังเอิญต้องรับตัวหญิงสาวแบบไม่ตั้งใจ แวบแรกเจ้าตัวเกือบหัวใจวายนึกว่าน้องไลก้าจะลงไปเป็นศพเสียแล้ว แต่พอสำรวจไม่พบความเสียหายจากกล่องอลูมิเนียมใหญ่ ก็รีบเด้งตัวขึ้นจากพื้นพร้อมขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่


    "โทษทีพี่ พอดีหนูรีบ พี่ไม่เจ็บอะไรใช่ไหม แต่ถ้าเจ็บหนูแปะโป้งไว้ก่อน หนูไม่ช่วยนะ หนูรีบจริงๆ พี่ ขอโทษอีกทีคะ"


    พีร์ธาดาก้มหัวขอโทษงุดๆ สองสามทีแล้วหันหลังวิ่งทันทีเพราะกลัวไม่ทันงาน โดยไม่ทันสังเกตรอยยิ้มทรงเสน่ห์บนใบหน้าของบุคคลตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย


    "พีช... ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ"




Create Date : 13 กันยายน 2553
Last Update : 14 กันยายน 2553 21:35:50 น. 1 comments
Counter : 1744 Pageviews.

 
นางเอกใช้ไลก้าถ่ายภาพโปร^^ เทพจัดเลย ยังไม่เคยเจอช่างภาพที่ไหนใช้ไลก้า m9 ถ่ายภาพในสตูมาก่อนเลย ส่วนใหญ่เจอไม่ slr ก็ medium format ราคาไลก้าพร้อมเลนส์นี้เล่น medium format ได้เลย แพงชิบ


โดย: อยากลองเอาไลก้ามาถ่ายในสตูบ้างแหะ IP: 128.173.189.82 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 เวลา:1:31:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.