มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
27 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 20

บทที่ 20


ตัดปัญหา





    พีร์ธาดาเดินมานั่งรอก้องภพที่โซฟาตรงล็อบบี้ของโรงแรม ชายหนุ่มปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์โดยให้เธอเป็นคนจองห้องให้กับนางแบบสาว หญิงสาวไม่ค่อยไว้วางใจกับท่าทีของเขามากนักเพราะการแยกตัวออกไปโทรศัพท์ไม่ใช่นิสัยของเขา เพราะไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวเขาจะคุยต่อหน้าเธอเสมอ ซึ่งเขาก็ให้เหตุผลที่ว่า ‘ผมไม่มีอะไรจะปิดบังพีช’ แถมยิ่งเป็นเรื่องงานเขาก็ว่าจะต้องให้เธอรู้ด้วยเพราะอีกหน่อยเธอจะต้องเข้าไปทำงานกับเขาแล้ว แล้วนี่อะไรกัน ปลีกตัวออกไปคุยโดยไม่ยอมบอกอะไรเธอเลย


    ความสงสัยขอพีร์ธาดาเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อก้องภพเดินหน้าระรื่นเข้ามา พร้อมถามอย่างคนอารมณ์ดี “เสร็จแล้วเหรอ เป็นไงมั่ง ได้เปล่า”


    “เรียบร้อยแล้ว ได้คนละชั้นกับเรา พีช‘ชั้นสูง’กว่า” สาบานได้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรจริงจังเลยนะเนี่ย “เมื่อกี้คุยกับใครเหรอพี่ก้อง”


    “ไอ้นัท มีเรื่องให้มันช่วยหน่อย” ก้องภพตอบแบบไม่ปิดบัง


    “เรื่องอะไร”


    “ไม่บอก เดี๋ยวพีชก็รู้เอง ไปกินข้าวกันผมหิวแล้ว” ก้องภพโอบไหล่ลากตัวพีร์ธาดาให้เดินตามตัวเอง แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ให้ความร่วมมือเขาจึงต้องลองแยบออกไปเสียหน่อย “ก็ให้มันช่วยเรื่องปราย เพราะผมคิดว่าคงหนีไม่พ้นแน่นอน แค่นี้แหละ”


    “แล้วยังไง” มันไม่แค่นี้แน่นอน จอมแผนการอย่างตานี่มันต้องมีอะไรที่มันซับซ้อนมากกว่านี้


    “ก็ ผมให้ไอ้นัทมาค้างที่นี่ไง” แล้วก็ให้มันชวน ‘เพื่อน’ ของมันมาด้วย แต่อันนี้บอกไม่ได้เด็ดขาด “พีชก็รู้ มันฉลาดเป็นกรดจะตายไอ้นี่อ่ะ... โธ่พีช ผมก็พูดไปหมดแล้ว นี่ผมทั้งหิวทั้งง่วงนะ ไปกินข้าวกันสักทีเถอะ”


    “นี่เห็นว่าหิวว่าง่วงนะถึงยอม พีชก็ฉลาดไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ อย่าคิดว่าพีชจะยอมเชื่อง่ายๆ ” หญิงสาวหรี่ตามองด้านข้างของชายหนุ่มที่ยังคงโอบเธอพาเดินไปยังห้องอาหารของโรงแรมอยู่


    “รู้ครับรู้ แต่ผมก็บอกไปหมดแล้ว ไปเถอะนะ”




    “พี่ก้อง”


    เสียงแว่วดังตามหลังมาทำเอาชายหนุ่มเสียวสันหลังแวบ ถ้ามันใช่หล่อนจริง นี่มันยังเร็วไปอยู่มากเพราะไอ้ตัวช่วยมันยังมาไม่ถึงเลยนี่สิ เขาทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง จับมือกึ่งจูงกึ่งลากแฟนสาวไปยังลิฟต์ตัวในสุด แต่เสียงเรียกชื่อเขายังไม่ยอมหยุด และดูเหมือนคนข้างตัวจะเริ่มหงุดหงิดระคนรำคาญกับท่าทีเพิกเฉยของเขาไปแล้ว “หันไปทักทายเขาหน่อยเถอะ เรียกไม่หยุดเลย คนมองใหญ่แล้ว”


    พีร์ธาดาขืนตัวเองดึงมือออกจากอุ้งมือใหญ่ของแฟนหนุ่ม กอดอกยืนพิงผนังมองเขาสลับกับผู้หญิง... ให้ตายเถอะ ใส่แบบนี้ไม่นุ่งบิกีนี่เดินเข้ามาเลยล่ะ เสื้อผูกปมเป็นโบว์เอวลอยโชว์หน้าท้องแบนเรียบขาวผ่องกับกางเกงยีนส์สีซีดตัวสั้นแค่คืบ เมื่อเช้าก็ยังดูสุภาพกว่านี้สงสัยเจ้าหล่อนอยากจะเช็คเรตติ้งล่ะมั้ง


    “พี่ก้อง มาได้ยังไงคะ เอ หรือรู้ว่าปรายจะมาถ่ายแบบที่นี่คะ”


อุ๊ย! หล่อน เขามากับแฟนเขาย่ะ พีร์ธาดากลอกตาขึ้นพร้อมถอนหายใจยาวๆ หนึ่งทีดังพอจะเรียกร้องความสนใจจากผู้หญิงคนนี้ได้ จากนั้นเจ้าหล่อนก็ทำหน้าเหมือนกับเจอตัวอะไรซะอย่าง แล้วก็มองเลยไปอย่างไร้ค่า แล้วหันไปสนใจผู้ชาย(ของเธอ)ต่อ “ว่าไงคะพี่ก้อง มาหาปรายหรือเปล่าคะ”


    “เปล่าครับ พี่มาพักผ่อน...กับแฟนครับ” ก้องภพตอบพร้อมยิ้มแหยหันไปทางพีร์ธาดา เอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาวไว้


    ปรายมองมือทั้งคู่อย่างตะลึง ก้องภพกับผู้หญิงที่มีปากเสียงกับเธอตั้งแต่เจอนี่นะ เป็นแฟนกัน ถ้ารวมระยะเวลาที่ก้องภพกลับมาเมืองไทยก็ยังไม่ครบปี แถมข่าวคราวที่เขาควงผู้หญิงก็ลงอยู่บ้าง แต่เธอก็แค่คิดเพียงว่าก้องภพควงผู้หญิงในข่าวแก้เหงา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะใช้คำว่า ‘แฟน’ ได้เต็มปากเต็มคำ แต่ตอนกับเธอกับใช้แค่คำว่า ‘คนสนิท’


    ในตอนนั้นเธอยอมรับว่ารู้สึกดีมาก แม้เขาจะไม่เคยบอกว่าเธอเป็นแฟนเขา ช่วงระยะเวลาที่ควงกันนั้นแม้จะไม่นานสักเท่าไหร่ แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคคนหนึ่งทั้งหล่อ รวย เก่ง ตระกูลดี มีหน้ามีในสังคม ก็ดูจะเหมาะกับเธอที่สุด ตอนนั้นเธอเพียงเล่นตัวให้เขาง้องอนเธอบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แบบนี้ เธอจึงเลือกทางใครทางมันบ้าง แต่พอได้ข่าวคราวว่าเขากลับมาเมืองไทยและเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง แถมยังรุดหน้าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วอีกด้วย มันยิ่งทำให้เธออยากกลับไปหาเขา แต่คำตอบที่ได้รับทำเอาเธอเสียหน้าอยู่มาก เธอจึงเลือกใช้ชื่อเสียงของเธอให้เป็นประโยชน์ แม้มันจะดูสกปรกไปบ้างแต่กับสิ่งที่สมควรจะได้กับคืนมา ก็นับว่าคุ้มอยู่มากทีเดียว... เพราะฉะนั้น แค่แฟน อย่าคิดว่าเธอจะยอมให้ง่ายๆ และเธอมั่นใจว่าพี่ก้องของเธอนั้นก็ ‘ติดใจ’ เธออยู่เหมือนกัน


    “เหรอคะ” ปรายส่งยิ้มไปให้ก้องภพและพีร์ธาดาอย่างดูเป็นมิตร “ปรายขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้วกันค่ะ เจอกันตอนเย็นนะคะ”


    พีร์ธาดายืนมองตามหลังนางแบบสาวที่เดินแทรกตัวเข้าไปในลิฟต์อย่างงงๆ เธอหันมาถามชายหนุ่ม “นี่พีชควรจะโล่งอก หรือควรจะระวังตัวดีพี่ก้อง”


    ก้องภพเองก็มองตามหลังปรายอย่างงงๆ ตอบขึ้น “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ผมว่าเราควรระวังตัวนะ”


    “พีชขอพักผ่อนมั่ง ชักปวดหัวขึ้นมาแล้วสิ” นี่เพราะเธอเป็นคนที่เข้าใจอะไรมากพอนะ ถ้าเป็นคนอื่นอย่างเช่นคนอย่างไอ้อินป่านนี้คงได้ทะเลาะกับเขาไปแล้ว


    “ผมก็เหมือนกัน ป่ะ ขึ้นห้องกัน” ก้องภพจูงมือหญิงสาวเดินนำเข้าไปในลิฟต์ตัวกลาง




    พอใกล้ถึงเวลานัดเริ่มงานในช่วงบ่ายแก่ๆ พีร์ธาดาลงมาดูสถานที่พร้อมแนะนำการจัดฉากให้กับทีมงาน ข้างกายมีแฟนหนุ่มที่ดูจะไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเจอใครอีกแล้วตามประกบติดตลอด ซึ่งมันทำให้เธอทำงานยากลำบากมากไม่ใช่เพราะเขาเป็นตัวเกะกะ แต่สายตาของผู้หญิงคนอื่นที่มองนี่สิคือปัญหา


    “พี่ก้อง ไปรอบนห้องเถอะ... โดนจ้องขนาดนั้นไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง” ประโยคหลังดังเพียงแผ่วเบาราวกับบ่นให้ตัวเองฟังคนเดียว แต่เพราะเขาอยู่ใกล้จึงสามารถได้ยินชัดเจน


    “จะรู้สึกอะไรล่ะ ก็ผมมีแฟนอยู่แล้ว ใครจะจ้องก็เรื่องของเขาเถอะ ทีวันก่อนพีชใส่ทูพีชว่ายน้ำหนุ่มๆ จ้องตาเป็นมันผมยังไม่ว่าอะไรเลย” ก้องภพย้อนไปถึงเมื่อตอนเขาและเธอไปว่ายน้ำกันโดยใช้สระน้ำสาธารณะในคลับแห่งหนึ่ง


    “แหม ไม่ว่าอะไรเลย... ใครกันทำพีชว่ายได้ยังไม่ถึงสิบนาทีก็ต้องขึ้นจากสระแล้วล่ะ” พูดถึงเรื่องมันวันก่อนก็หงุดหงิด คนอะไรคอยแต่จะว่ายประชิดติดตัวแถมยังถลึงตามองคนอื่นอย่างหาเรื่องตลอดเวลา เธอจึงต้องล้มเลิกการว่ายน้ำเป็นการตัดปัญหาที่จะตามมาแทน


    “เอ้า ผมหวงของผมนี่ ใครจะมองแบบไหนผมก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ ผมมองคนเดียวก็พอแล้ว”


    หญิงสาวถอนหายใจออกมาดังๆ ส่ายหน้าเบาๆ เลิกสนใจชายหนุ่ม จากนั้นก้องภพก็ตะโกนเรียกนัทที่กำลังใช้กระดาษม้วนเป็นกล้องส่องทางไกลไล่ส่องฝรั่งกับพวกผู้ชายทีมงานอย่างสนุกสนาน พีร์ธาดาถือโอกาสนี้ปลีกตัวไปหาเอ้เพื่อคุยเรื่องงานของช่วงเย็น และช่วงที่คุยอยู่ตัวเอกของงานก็เดินมาถึงในชุดใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม เสื้อคล้องคอคว้านหลังกับกางเกงขาสั้นเท่าตัวที่แล้ว... อะไรมันจะมั่นขนาดนั้นแม่คุณ


    “คุณปรายไปเปลี่ยนชุดก่อนค่ะ เดี๋ยวได้เริ่มงานกันเลย” เอ้พูดตามที่พีร์ธาดาบอกทุกอย่าง เพราะแดดในตอนนี้กำลังดีเลยทีเดียว


    ปรายไม่พูดอะไร เธอเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวเปลี่ยนชุดเป็นบิกีนี่ตัวจิ๋วเดินออกมา ทำเอานักท่องเที่ยวแถวนั้นมองกันตาค้าง บางคนถึงขั้นเดินเข้ามาขอถ่ายรูปซึ่งปรายก็ให้ถ่าย และพอมีคนกล้าเข้ามาคนหนึ่งคนอื่นๆ ก็พากันเข้ามาขอถ่ายรูปกันเป็นแถว ร้อนถึงทีมงานที่ต้องกันตัวนางแบบออกไป พร้อมบอกหากงานเสร็จเร็วและนางแบบไม่มีปัญหาก็จะปล่อยให้ถ่ายตามอัธยาศัย


    แต่เรื่องดูเหมือนจะไม่จบง่ายๆ เมื่ออยู่ดีๆ มีนักข่าวคนหนึ่งเดินเข้ามาคุยกับนางแบบสาวแล้วจู่ๆ ก็ถามถึงความสัมพันธ์กับพระเอกหนุ่มที่เป็นข่าวอยู่กับเธอในตอนนี้


    “กับนิค ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างคะ”


    ปรายมองหน้านักข่าวสาวอย่างงงๆ เพราะเธอไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องนี้นักเท่าไหร่ อันที่จริงเธอไม่อยากพูดถึงเลยต่างหาก เพราะเธอก็เป็นเพียงคู่ควงคู่เที่ยวของเขาเท่านั้น และเขาก็เป็นแบบนั้นกับเธอเองเหมือนกัน “ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันค่ะ”


    “แต่วันก่อน มีคนเห็นว่าไปเที่ยวด้วยกันแถวทองหล่อนี่คะ”


    “ก็เพื่อนกันค่ะ ไปเที่ยวด้วยกันก็ไม่เห็นแปลก แล้ววันนั้นก็ไปกันเยอะด้วย แต่เผอิญว่าในกลุ่มมีคนรู้จักเราแค่สองคนค่ะ”


    “แต่เพื่อนกัน...”


    “ขอโทษนะคะ ขอตัวนางแบบของเราไปทำงานสักครู่นะคะ” เอ้ตัดบททันทีที่ดูเหมือนว่าเรื่องจะไม่จบเอาง่ายๆ และถ้ามันยืดอยู่แบบนี้เห็นทีงานของเธอจะไม่เสร็จทันเวลาแน่นอน


    “พี่คอยดูไว้นะคะ อาจมีถ่านไฟเก่าคุ” ปรายปิดบทสนทนาเองพร้อมส่งยิ้มหลังเอ่ยประโยคปริศนา ลุกขึ้นยืนเอาผ้าโสร่งพันเอวเดินย่ำลงไปในหาดทรายจุดที่จัดเอาไว้ สายตาจ้องมองไปยังผู้หญิงผมสั้นอย่างแน่แน่ว จากนั้นก็เบือนสายตาไปยังหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างคนมีแผนการ...




    การทำงานลุล่วงเสร็จไปได้ด้วยดี ทั้งนางแบบเองก็โพสต์ท่าอย่างธรรมชาติและเป็นมืออาชีพ พีร์ธาดายอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนขึ้นกล้องมากและมีเสน่ห์มากเช่นกัน ขนาดเธอไม่ชอบนิสัยหล่อนก็ตามแต่ก็ยังคอยแอบมองหล่อนเป็นระยะๆ เหมือนพวกถ้ำมอง หญิงสาวนั่งดูงานอยู่กับพี่เอ้ เธอลุ้นให้พี่เอ้นั้นยกเลิกการถ่ายพรุ่งนี้เช้า และการลุ้นของเธอก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อพี่เอ้ชื่นชอบรูปในส่วนนี้อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องถ่ายเพิ่มในวันพรุ่งนี้เช้า โดยให้ทีมงานทั้งหมดพักผ่อนต่อได้อีกหนึ่งวัน


    “ถ้าไม่ใช่พี่พีชมีหวังพรุ่งนี้เช้า สาย บ่าย เย็น เราต้องมานั่งทำงานใหม่แน่เลยอ่ะ เจ้เอ้แกยิ่งเรื่องมากอยู่” นัทพูดหน้ายิ้มบาน เพราะถูกใจกับคำสั่งที่ให้ทุกคนหยุดพักได้เต็มที่ “นี่เป็นการสั่งที่นัทชอบมากที่สุดเลยนะเนี่ย สั่งให้หยุดงาน สุดยอดอ่ะ”


    “พี่ว่าจะสั่งพักงานเราแทนดีมั้ยนัท งานพี่มันต้องดี ไม่งั้นพี่ไม่ขอให้คุณพีชมาช่วยหรอก” เอ้เอาม้วนกระดาษตีเบาๆ ที่ต้นแขนของหนุ่มรุ่นน้องที่ยิ้มให้เธอ “เห็นว่างานสุดท้ายแล้วเหรอคะคุณพีช”


    “อะไรพี่ จะแต่งงานแค่นี้ไม่เห็นต้องเลิกทำงานเลยนี่” นัทแสร้งทำหน้าเหรอหรา หันไปหันมาอย่างคนไม่รู้เรื่อง


    “ไม่ใช่โว้ย ฉันจะไปทำงานอื่น” พีร์ธาดาคำรามในลำคอ เพราะดูเหมือนไอ้เด็กบ้านี่จะไม่หยุดเรื่องนี้สักที เลิกเอาการแต่งงานมาโยนให้เธอซะทีได้ไหม


    “นัท แกล้งคุณพีชอยู่ได้... ว่าแต่แจกการ์ดเมื่อไหร่อย่าลืมชวนพี่เอ้นะคุณพีช”


    “ผู้ชายอย่างพี่ก้องหากันไม่ได้ง่ายๆ นะพี่พีช ปล่อยไประวังจะขึ้นคาน”


โอ้ย นี่คำพูดของฉันมันไม่มีค่าอะไรเลยงั้นสิ ทำไมทุกคนต้องอยากให้เธอแต่งงานนักนะ ทั้งที่เธอเพิ่งจะคบกับเขาได้ไม่นานแม้ว่าจะรู้จักกันนานมากๆ ก็เถอะ เอาตามตรงว่าเธอค่อนข้างกลัวการแต่งงาน กลัวการผูกมัด และที่สำคัญเธอเพิ่งจะอายุได้แค่ยี่สิบหกเท่านั้น เธอยังอยากมีความสุขในสถานภาพโสดไปจนเลขสาม! “ไม่แต่ง! ”




    การที่มีนักข่าวเข้ามาร่วมอยู่ในวงงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ข้างสระน้ำในโรงแรมคืนนี้ค่อนข้างเหนือความคาดหมายของปราย แต่นั่นถือเป็นการดีอย่างมากเพราะการที่เธอจะทำอะไรสักอย่างมันดูจะง่ายและราบรื่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เธอคอยจ้องแต่บุคคลเป้าหมายที่ดูท่าจะไม่ยอมห่างจากแฟนตัวเองง่ายๆ จนถึงช่วงจังหวะที่สาวผมสั้นลุกออกไปพร้อมกับกลุ่มทีมงานผู้หญิงเพื่อไปเข้าห้องน้ำ หญิงสาวจึงถือโอกาสนี้เดินเข้าไปนั่งคุยแทนที่เสียเลย


    “พี่ก้องสบายดีมั้ยคะ” ปรายเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ ชายหนุ่ม นั่งชิดติดตัวพร้อมเอื้อมมือไปแตะที่มือใหญ่เบาๆ


    ก้องภพตัวเกร็งแข็งขึ้นมาทันที นี่เป็นเรื่องที่เขารับมือไม่ทันเอาอย่างมาก และที่สำคัญดูท่าว่าหล่อนคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ อย่างแน่ อีกทั้งยังมีนักข่าวเข้ามายุ่งอีกด้วยถ้าไม่รีบเคลียร์เกรงว่าเรื่องนี้มันจะจบไม่สวยน่ะสิ... เขานี่แหละจะตายไม่ดีเอา ก้องภพเขยิบตัวหนีออกห่างส่งผลให้มือของเขาเป็นอิสระ “ก็ดีครับ แล้วปรายล่ะ”


    “เหงาค่ะ” ปรายตอบพลางยิ้ม “แต่ก็เท่านั้น เพราะคนที่ทำให้เราหายเหงาได้ก็ดันไปมีแฟนเสียแล้ว” หญิงสาวยังคงตอบหน้ายิ้มเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา


    “ปราย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พี่ขอพูดตรงนี้เลยแล้วกัน พี่กับปรายมันไม่มีทางเป็นไปได้ พี่ขอโทษที่ไม่สามารถสนองความต้องการของปราย... ”


    “พี่ก้องก็รู้นะคะ ว่าปรายเป็นคนยังไง” หญิงสาวชักสีหน้าเมื่อได้ยินคำพูดของคู่สนทนา การที่เขามาพูดแบบนี้เหมือนเป็นการตอกหน้าเธอไม่น้อย เธออุตส่าห์เพียรเฝ้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขาคืนมา แต่ผลตอบรับมันกลับว่างเปล่า เธอยอมลงทุนไปเยอะผลตอบแทนมันต้องคุ้มค่าสิ!


    “ปราย พี่ขอเถอะ อย่าคิดทำอะไรต่อไปเลย มันไม่ได้ผลหรอก” ก้องภพแทบจะครางออกมา พูดเตือนหล่อนเสียงเบา


    “อะไรที่ปรายอยากได้ ปรายก็ต้องได้! ”


    ก้องภพอยากจะกุมขมับ หลังประกาศิตของหล่อนประกาศดังขึ้นมา งานเลี้ยงที่กำลังครื้นเครงนั้นตกอยู่ในสภาวะเงียบกริบ และผู้หญิงที่กำลังเดินเข้ามาจ้องมองเขาและหล่อนอย่างตะลึง เธอเดินขมวดคิ้วเข้ามานั่งลงตรงข้างก้องภพในอีกข้างของเขา


    “อะไรกัน” เธอถามเสียงเรียบขึ้นมา


    “เปล่าค่ะ” ปรายยังคงส่งยิ้มตอบกลับไป หล่อนลุกขึ้นเดินไปทางนักข่าวหญิงที่จ้องมาทางนี้ตาเป็นมัน หล่อนรู้ว่านักข่าวสายบันเทิงการจะเต้าข่าวให้ดังได้มันต้องทั้งใส่สีและตีไข่เพิ่มไปด้วย โดยเฉพาะคนมีชื่อเสียงอย่างหล่อนบวกกับไฮโซหนุ่มเซอร์สังคมอย่างก้องภพหากได้ตกเป็นข่าวด้วยกันแล้วล่ะก็ เรื่องต่างๆ คงดำเนินไปในทางที่หล่อนต้องการได้อีกเยอะ


    พีร์ธาดาหน้าบึ้งมองตามหลังของปราย ก่อนเอ่ยกับก้องภพทั้งที่ตายังคงจับอยู่ที่สาวนางแบบที่ตอนนี้นั่งคุยอะไรสักอย่างกับนักข่าวคนนั้น “มันอะไรกันพี่ก้อง”


    “ผมขอให้ปรายล้มเลิกความตั้งใจน่ะ” จากนั้นก้องภพก็เล่าย้อนขึ้นไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ฟัง “แต่ดูท่าจะไม่ได้ผล”


    พีร์ธาดาถอนใจอีกหนึ่งเฮือกสำหรับวันนี้ “มันไม่ใช่แค่ดูท่า แต่มันไม่ได้ผลจริงๆ แล้วจะทำยังไงต่อไป อยู่ดีๆ นักข่าวก็โผล่มา แล้วถ้ามีข่าวพี่ก้องกับเธออีกแล้วจะทำยังไง”


    ก้องภพส่งยิ้มแหยให้แฟนสาว ก่อนโอบตัวเข้าหาเอาหน้าซบลงบนผมสั้นนุ่มอย่างออดอ้อน “ถ้าเขาได้ภาพนี้ไป พีชก็มั่นใจได้เลยว่าในข่าวต้องมีผมกับพีชแน่นอน” จากนั้นก็บรรจงหอมผมนุ่มอีกหนึ่งฟอด


    “มากไปและ อย่าทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นนักสิ พีชไม่ชอบ” ก็มันไม่ชอบจริงๆ นี่หน่า อย่างน้อยเธอก็เป็นหญิงไทยใจงามที่รักตัวสงวนตัวอยู่ไม่น้อย แต่ตั้งแต่มาเป็นแฟนกับก้องภพเธอรู้สึกเปลืองตัวอย่างบอกไม่ถูก เพราะเดี๋ยวบางครั้งเขาก็จับเธอมาจูบมาหอมเสียดื้อๆ ไปไหนมาไหนก็โอบไหล่โอบเอวสารพัดจะโอบ ดุก็แล้วว่าก็แล้วแต่ดูผู้ชายคนนี้จะหนาเหลือเกิน จนเธอเหนื่อยเองเลยยอมให้เขาทำตามอำเภอใจ


    “แต่ผมชอบนิ เขาจะได้รู้ไงว่า ก้องภพคนนี้ทิ้งลายที่มีแล้วยอมสยบแทบเท้าแฟนตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว”


    แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งคุยกัน หนุ่มนัทที่โพกหัวด้วยเสื้อเชิ้ตตัวเองก็เดินเข้ามานั่งยองๆ ข้างหน้าของทั้งสองคน ยิ้มยิงฟันให้ทั้งคู่ ขณะที่พีร์ธาดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ก้องภพกลับเป็นฝ่ายที่เอ่ยถามขึ้นมาก่อน ซึ่งคำถามของเขาก็ส่งผลให้สาวคนเดียวนั่งงงเป็นไก่ตาแตก “เป็นไงนัท โอเคมั้ย”


    “ระดับไอ้นัทแล้ว เรื่องแค่นี้สบายมาก นั่นเด็กผมไม่ต้องห่วง” นัทยักคิ้วข้างเดียวส่งให้ก้องภพ ก่อนยิ้มยิงฟันให้พีร์ธาดาดูอีกที แล้วลุกขึ้นเดินไปยังทางที่ปรายและนักข่าวสาวนั่งอยู่


    “เด็กบ้าอะไร แก่กว่าตั้งกี่ปี เหลิงจังนะมึง” ก้องภพพึมพำส่ายหัวยิ้มขำ อย่างน้อยแผนการเขาในวันนี้ก็น่าจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนั่นแหละ ภาวนาให้ ‘คนนั้น’ ของไอ้นัทไม่หักหลังกันก็พอ แต่ตอนนี้คงต้องหันเหความสนใจจากผู้หญิงข้างตัวให้ได้เสียก่อนด้วยการ  “พีช หมั้นกับผมนะ”


    เฮ้ย! อะไร อะไรกัน มันไม่ใช่เรื่องที่เธอคิดว่าจะได้ยินเลยแม้แต่น้อย ก็ดันไปคิดว่าเขาจะหันมาอธิบายเรื่องที่คุยกันกับไอ้นัท แต่ไฉนหันมาขอเธอหมั้นได้เล่า หญิงสาวตกใจตาโตอ้าปากค้างอย่างงงงวย “อะ อะไรพี่ก้อง พูดอะไรออกมา”


    “หมั้นกับผมนะ ที่จริงผมอยากโรแมนติกกว่านี้ แต่ที่ผมขอพีชตอนนี้ผมมีเหตุผลของผม แค่พีชตอบตกลงผมเรื่องทั้งหมดก็จะจบทันที”


    “ไม่อ่ะ อะไรพี่ก้อง เรื่องที่ว่าจะจบลงก็เรื่องสองคนนั่นใช่ไหม ถ้าทำแบบนั้นมันเท่ากับหนีปัญหา แล้วอีกอย่างพีชไม่ใช่เครื่องมือในการแก้ปัญหาของพี่ก้องนะ ถ้าเหตุผลที่จะขอพีชหมั้นมีแค่นี้ก็จบ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้กันต่อ ยังไงพีชก็ไม่โอเค” ตอนแรกเธอยอมรับว่าตกใจกับคำขอแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของเขา แต่พอมาได้ฟังเขาพูดที่สาเหตุคร่าวๆ ที่ขอขึ้นมามันก็ทำให้เธอรู้สึกโกรธมากอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ อย่างระงับสติอารมณ์พูดด้วยเสียงสั่นอย่างที่ควบคุมลำบาก “พีชผิดหวังในตัวพี่ก้องจริงๆ ”


    “พีช”


    ก้องภพรั้งมือของแฟนสาวที่ดูท่าจะเข้าใจผิดเข้าไปใหญ่โต ก็ยอมรับว่าที่จะตัดปัญหามันก็มีส่วน แต่ที่สำคัญจริงๆ เธอไม่รู้เลยหรืออย่างไรว่าทำไมเขาถึงชอบพูดเรื่องแต่งงานบ่อยๆ ทำไมวันนี้เขาถึงเอ่ยปากขอเธอหมั้น นั่นก็เพราะเขารักเธออยากอยู่กับเธอ และเธอก็น่าจะรู้อยู่ไม่น้อยว่าคนอย่างเขาจะไม่เอ่ยปากพูดเรื่องทำนองนี้กับใครเด็ดขาดถ้าไม่ใช่เพราะเวลานั้นเขาไม่สามารถแยกขาดใครคนนั้นไปได้อีกแล้ว


    แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกไป เสียงใสที่ไม่นึกอยากได้ยินก็ดังขึ้นมาแทน “มีอะไรกันเหรอคะ ดูท่าทางไม่ดีเลย”


    พีร์ธาดาหันกลับมาสบตากับก้องภพด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ดึงมือออกจากอุ้งมือใหญ่พร้อมหันหลังเดินออกไป ก้องภพจะขยับก้าวตามออกไป แต่ก็ดันมีมือมารั้งเขาไว้อีก


    “พี่ก้อง” ปรายพูดขึ้นในจังหวะเดียวกันก็ส่งสายตาไปยังนักข่าวคนนั้นที่นั่งอยู่ “ปรายขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ยคะ”


    ก้องภพส่งสายตาอ้อนวอนไปยังนัทที่นั่งเอามือเท้าคางอยู่ข้างๆ ‘เด็ก’ ของมันจ้องมองเขาอยู่ด้วยสายตาเซ็งๆ ชายหนุ่มอยากได้รับความช่วยเหลือจากอดีตลูกศิษย์คนนี้แต่ผลกลับได้เป็นการส่ายหัวจากมันแทน... ไอ้นี่ รู้งี้กูไม่ให้มึงเอหรอก แต่มันก็ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะเขาเองเรื่องมันเลยมีมาไม่หยุดไม่หย่อนเสียที เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเองสินะไอ้ก้อง


    เขาตัดสินใจพยักหน้าตกลง นั่งลงที่เดิมเงยหน้าถามหล่อน “ว่าไงครับ”


    หญิงสาวนั่งลงข้างๆ “ปรายขอโทษ เรื่องครั้งนั้นที่ปรายไม่ติดต่อกลับไปหาพี่ก้อง ปรายขอโทษที่หันหลังเดินจากพี่ก้องไป ปราย...”


    “ปราย พี่ว่าเรื่องพวกนี้เราพูดกันมาหลายรอบแล้วนะ พี่ยังยืนยันคำเดิมว่าพี่ไม่เคยโทษปราย ใช่ว่าพี่เองจะดีอะไรมากนักเพราะพี่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องของเราอยู่แล้ว พี่มันเลวมากกว่าที่ปรายคิด... ”


    “แต่ปรายรักพี่ก้องนะ” หล่อนพูดตัดบทก้องภพ เพราะคำพูดของเขานั้นมันช่างบาดลึกลงไปในจิตใจของหล่อนนัก ถึงแม้เหตุผลในการเลือกที่จะตามตื้อก้องภพก็เพราะหน้าตาและฐานะของเขา แต่ลึกๆ ลงไปในใจแล้วหล่อนรู้ตัวเองดีว่ารักผู้ชายคนนี้อยู่ไม่น้อย


    “พี่ขอบคุณที่ปรายรู้สึกแบบนั้นกับพี่ แต่พี่ขอโทษจริงๆ ที่พี่สามารถรักปรายตอบได้ พี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้ว และอีกอย่างผู้ชายที่ดีกว่าพี่มีอีกเยอะ พี่อยากให้ปรายได้เจอคนดีๆ คนที่เขารักปรายจริง”


    และแม้จะรู้ว่างานเลี้ยงย่อมเสียงดังครึกครื้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ตั้งแต่ที่เขานั่งคุยกับปรายดูเหมือนงานเลี้ยงจะกลายเป็นงานเสวนาธรรมอะไรสักอย่าง เพราะดูทุกคนจะพร้อมใจกันเงียบแม้ตาจะไม่ได้จ้องมองมาทางเขา แต่ก็รู้ได้เลยว่าหูคงตั้งแล้วตั้งใจฟังเขาพูดอย่างเอาเป็นเอาตายกันแทบทุกคน “พี่ขอตัวก่อนนะครับ”


    แต่ก่อนที่ก้องภพจะเดินออกไปตามรอยทางของแฟนสาว กลับมาร่างบางโปร่งสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง เสียงสะอื้นตามมาทำเอาเขาตัวแข็งทื่ออย่างนึกไม่ถึง ชายหนุ่มพยายามแกะมือที่กอดเขาไว้ แต่ดูท่าทางเจ้าของมือจะไม่ยอมเอาง่ายๆ บวกกับเสียงสะอื้นที่ทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะปาร์ตี้มันไม่เป็นปาร์ตี้อีกต่อไป ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ชายหนุ่มเอ่ยเสียงครางอย่างท้อใจ “ปราย”


    “ปรายรักพี่ก้อง ทำไมคะ ทำไมพี่ก้องรักปรายตอบไม่ได้ทั้งที่ปรายก็มาก่อนเขา ปรายจะเอาพี่ก้องคืนมาปรายผิดตรงไหนคะ พี่ก้องบอกปรายที” ตอนนี้เธอไม่ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองอีกต่อไป ไม่แคร์เรื่องข่าวคราวหรืออะไรก็ตาม เธอรู้อย่างเดียวว่าในตอนนี้เธออยากได้ผู้ชายคนนี้คืนมาจริงๆ ...มันคงไม่สายไปหรอกใช่ไหม


    ก้องภพดึงมือที่กอดตัวเขาไว้ออกได้อย่างในที่สุด เขาหันไปทำหน้าดุใส่หญิงสาวที่อ่อนวัยกว่าเขามากนัก เอื้อนเสียงตำหนิลงไป “ปรายไม่ผิดหรอกที่ปรายจะรักพี่ แต่ปรายทำแบบนี้มันไม่ดีต่อตัวปรายเอง ปรายเป็นคนมีชื่อเสียงแล้วดูคนตั้งเยอะตั้งแยะนักข่าวก็มี ปรายควรจะห่วงภาพพจน์ของตัวเองด้วย”


    “ปรายไม่สน ปรายสนแค่คำตอบของพี่ก้อง พี่ก้องบอกปรายมาตรงๆ ได้ไหม ว่าทำไมพี่ก้องถึงรักปรายไม่ได้” เสียงปล่อยโฮดังขึ้นทันทีที่จบประโยค พร้อมน้ำตาไหลเป็นสายนองหน้าขาวนวลผ่องของปราย


    “พี่รักพีช พี่รักเขามานาน... รักก่อนจะมาเจอปราย แล้วทั้งชีวิตนี้พี่ก็รักผู้หญิงที่ชื่อพีร์ธาดาคนเดียว...พี่ขอโทษ” ก้องภพบอกด้วยน้ำเสียงที่แน่แน่วกลบเสียงสะอื้นของเธอ เขาหลับตาลงก้มหน้าลงก่อนหันเดินออกไป ไปหาผู้หญิงคนเดียวที่เขาอยากใช้ชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตอยู่กับเธอ


    ปรายแทบอยากจะทรุดลงไปนั่ง กับการที่เขาบอกว่ารักผู้หญิงคนนั้นก่อนมาเจอเธอ นั่นเท่ากับว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรักเธอเลย หญิงสาวปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้าทิ้งเชิดหน้าสลัดความทุกข์ที่ก่อขึ้นมาเมื่อครู่ทิ้งไป เธอจ้องหน้านักข่าวอย่างมีเลศนัย อย่างน้อยน่าจะมีข่าวมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะถ้าแบบนั้นการแทรกแซงของเธอก็จะทำได้ง่ายขึ้น


    “อะไรที่เห็นอยากจะทำอะไรก็ได้นะ ปรายไม่ว่า” แต่ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนห้องพักของตัวเองเสียงทุ้มก็ดันขึ้นทำลายความมั่นใจของเธอที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยได้เป็นอย่างดี


    “มันไม่ได้ผลหรอก” ผู้ชายโพกหัวที่จิกกัดเธอตั้งแต่ต้นคนนั้นพูดเหมือนรู้อะไรบางอย่าง “ผมจะบอกอะไรคุณให้นะปราย คุณเข้าไปแทรกพวกเขาไม่ได้หรอก ตัดใจเถอะ”


    “เรื่องของฉัน ฉันจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย”


    นัทส่ายหัวเล็กน้อย เขาไม่อยากเห็นใครก็ตามเป็นทุกข์ไม่อยากเห็นคนโง่เพราะเรื่องความรัก ซึ่งนางแบบสาวผู้นี้เข้าข่ายไม่น้อย หล่อนคิดจะใช้นักข่าวที่เขาเป็นคนชวนให้มาเองเป็นเครื่องมืออย่างนั้นหรือ นั่นมันไม่ได้ผลหรอกเพราะเขาวานให้สาวนักข่าวผู้นี้มาทำข่าวของอีกคู่มากกว่า ข่าวที่จะทำให้เธอหมดหวังในตัวก้องภพต่างหาก “ผมเตือนคุณแล้วนะ ผมแค่ไม่อยากเห็นเพื่อนมนุษย์เจ็บปวดจมปรักเพราะเรื่องความรัก ผมแนะนำคุณได้แค่ว่าตัดใจเถอะ”


    ปรายสะบัดหน้าใส่นัทเป็นอันรู้ว่าเธอไม่ยอมง่ายๆ แน่นอน นัทและนักข่าวสาวผู้นั้นหันมามองหน้ากันอย่างอ่อนใจ “ข่าวนี้ก็ดังได้ไม่ยากนะนัท ปรายดังมากถ้าพี่เล่นไปต้องขายดีแน่นอน”


    “พี่หลิวครับ”


    “พี่พูดเล่นน่ะ อีกข่าวก็ดูท่าจะดังไม่น้อย ว่าแต่แน่นอนเหรอเมื่อกี้พี่เพิ่งเห็นเขาทะเลาะกันไม่ใช่เหรอ”


    “ชัวร์ พี่ก้องไม่ปล่อยไปหรอก สวยขนาดนั้น น่าอิจฉาจริงๆ ”


    “พี่ว่า พี่กลับไปเล่นข่าวปรายดีกว่า”


    “โธ่ พี่พีชสวยก็จริง แต่ผมไม่คิดอกุศลกับเขาหรอก ในเมื่อผมมีคนสวยๆ อย่างพี่หลิวอยู่แล้ว ผมจะหันไปมองคนอื่นทำไม...ขี้หึงด้วยเหรอเนี่ย ถูกใจจัง” นัทหยอดใส่ เขาและดลยารู้จักกันมาได้พักใหญ่แล้ว เมื่อคุยถูกคอเรื่องคบหากันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


    “ขอให้มันจริงเถอะ”


แล้วนักข่าวคนนี้จะเอาข่าวอื่นลงนอกเหนือจากที่เขาขอร้องได้ยังไงเล่า ก็คนนี้คือ ‘เด็ก’ ของเขาตามที่พูดกับก้องภพนั่นน่ะสิ




Create Date : 27 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2553 1:11:50 น. 2 comments
Counter : 501 Pageviews.

 
พบกันอีกทีอาทิตย์หน้านะคะ

บทสรุปของเรื่องจะเป็นยังไงก็ต้องติดตามกันต่อไป หวังว่าจะยังไม่หายไปไหนน๊าาาา (อ้อนวอนสุดชีวี )

ขอบคุณคุณเอิงเอยมากค่ะที่ติดตามกันขนาดนี้ ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ผ่านเข้ามาทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ พวกคุณคือกำลังใจของเรา

ตรงไหนไม่ดีหรือผิดอะไรติชมกันได้ค่ะ เพราะบางทีเขียนๆ หยุดๆ มึนๆ ไปบ้างก็อาจมีพลาดไปเหมือนกัน

แล้วพบกันตอนต่อไปค่ะ


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:18:15 น.  

 
เรื่องราวสนุกๆ แบบนี้พลาดไม่ได้ค่ะ / ว่าแต่ว่านางเอกไม่ให้ความร่วมมือเลย ยังงอนไปซะนั่น พี่ก้องของเราจะทำอย่างไรดีน๊า เสียดายจังเลยที่งอนไปซะก่อนเลยไม่ได้ยินคำบอกรักจากพี่ก้อง (บอกผ่านคนอื่น) / อ่านแล้วซึ้งจริงๆ

รออ่านตอนต่อไปค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ


โดย: เอิงเอย IP: 118.172.7.10 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 เวลา:3:43:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.