มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
27 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 4

บทที่ 4


ความรู้สึกที่แปลกไป


    เวลาผ่านไปเกือบเดือนหลังพิธีดูตัว พีร์ธาดางานยุ่งเสียจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง หากแต่ความทรงจำในวันวานยังผุดขึ้นมาหลอกหลอนเป็นระยะ แถมเสียงหนุ่มคนนั้นยังชอบมากวนให้ปั่นป่วนหัวใจเล่นอีกทุกวัน บางวันก็โผล่เอากับข้าวฝีมือแม่ตัวเองขึ้นมาให้ถึงที่ห้อง บางครั้งก็โฉบไปหาเวลาทำงานอย่างกับคนมีตาทิพย์ว่าเธออยู่ไหน บางทีก็ส่งเมจเสจเขย่าหัวใจเล่น... ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เธอรู้สึกดีเอามาก


    พีร์ธาดาเดินทางรับจ็อบถ่ายภาพทั้งบุคคลและสถานที่ทั่วประเทศไม่เลือกงานเหมือนครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยเวลานี้ต้องมาถ่ายภาพให้กับรีสอร์ทหรูที่เปิดใหม่บนเกาะแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก เธอเดินทางมาถึงก่อนวันเริ่มงานจริงเพื่อหามุมแปลกๆ สวยๆ เพื่อถ่ายโปรโมตรีสอร์ท ที่สำคัญเธออยากพักผ่อนก่อนลุยงาน


    ความสุขของเธอคือการได้เดินทางถึงจะเพราะงานแต่ก็มีความสุขที่ได้ทำ การเดินทางเป็นอะไรที่ท้าทาย น่าตื่นเต้นที่พีร์ธาดาอยากลิ้มลอง ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ไหนนานๆ ไม่ได้หรอก บางทีเธอก็สามารถอยู่ในเมืองกรุงได้เป็นเกินครึ่งปีโดยไม่รับงานนอกสถานที่ แต่นั่นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะความรักมีส่วนทำให้เธอเลือกหยุดทุกสิ่งลง แต่หลังจากเธอโสดเต็มตัว เพียงไม่ปีสาวชีพจรลงเท้าก็เก็บแต้มเดินทางมาแล้วแทบทั่วประเทศไทย และอีกหลายประเทศทั่วโลก


    เสียงเรียกเข้าจากบทเพลงของศิลปินโปรดทำให้พีร์ธาดางัวเงียตื่นมารับโทรศัพท์อย่างหงุดหงิด


    "ว่ามา" การรับโทรศัพท์ห้วนๆ เป็นนิสัยติดตัวหญิงสาวไปเสียแล้ว


    "พีช แกอยู่ไหนนี่ ยังไม่ตื่นอีกเหรอ"


    "ฉันอยู่เกาะช้าง มาทำงาน นี่นอนงีบอยู่ แกมีอะไรรึเปล่าอิน"


    "เฮ้ย แกพักอยู่ไหนตอนนี้พีช"


    "อโลฮ่า ไวท์แซนด์ รีสอร์ทแอนด์สปา ฉันมาถ่ายรูปสถานที่โปรโมตให้เขา มีอะไรรึเปล่าถ้าไม่มีฉันจะนอนต่อแล้วนะ ง่วงอยากพักผ่อน" และพีร์ธาดาก็โยนโทรศัพท์ไปอีกมุมของเตียงโดยไม่ทันได้ยินคำพูดของเพื่อนสาว


    "บรรลัยแล้วไง ไอ้พีช ตอนแกรับงานแกได้เช็ครึเปล่า… เฮ้ย !! ฮัลโหล พีช แกตื่นมาคุยกับฉันก่อน พีชชชชชช"


    อินทิราพยายามโทรหาเพื่อนอีกหลายครั้งแต่ก็ไร้การตอบรับ รู้แน่ว่าหากเพื่อนตัวดีเอ่ยปากอยากนอนต่อ ต่อให้เอาโทรโข่งไปตะโกนใส่หูพีร์ธาดาก็ไม่รู้สึกรู้สาแถมนอนหลับไปได้หน้าตาเฉยอีก


    ดี ขี้เซาดีนัก เจออะไรไปอย่าร้องไห้มาให้ฉันเห็นแล้วกัน เชอะ !


    เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าอยู่ในช่วงเย็นแล้ว พีร์ธาดาเห็นว่าแดดร่มกำลังดีเหมาะกับการถ่ายรูปทำโปสการ์ดส่งขาย หาเงินกินขนมสักหน่อย แต่เพราะอยู่ในช่วงวัยเบญจเพสหรือเพราะความสะเพร่ารับงานไม่เลือกของคนขี้งกก็ไม่อาจทราบได้ คิดอยู่อย่างเดียวหากกลับไปกรุงเทพคงต้องไปทำบุญเก้าวัดครั้งใหญ่แน่นอน เพราะชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าหรือผู้จ้างวานเธอมาถ่ายโปรโมตสถานที่เป็น กรกฏ โชติบรรณ !


    "สวัสดีครับพีช พี่ดีใจนะที่พีชตกลงรับงานพี่ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ติดต่อไปด้วยตัวเองครับ พอดีช่วงนี้พี่งานยุ่ง"


    กรกฏยินดีอย่างยิ่งที่พีร์ธาดารับคำเชิญให้มาถ่ายภาพ เขาไม่กล้าไปติดต่อด้วยตัวเองด้วยเกรงว่าหญิงสาวจะปฏิเสธ และจะทำให้ไม่มีโอกาสได้คุยในสิ่งที่เขาอยากบอกเธอมาตลอดสี่ปีเต็มที่ไม่ได้เจอกัน


    "... สวัสดีค่ะ เอ่อ งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวไปดูโลเกชั่นก่อนนะคะ" บังคับตัวเองอย่างแรงให้ตาไม่หลุกหลิก แต่อย่างว่าเพราะเธอเก็บอาการไม่เก่งสายตาจึงมองข้ามไหล่ของชายหนุ่มไปไกล อยากโกหกเป็นจังเลยยยยยย


    แม้จะเห็นและรู้ทุกอย่างบนสีหน้าของคนตรงหน้า แต่เพราะไม่อยากพลาดโอกาสไป เขาจึงต้องทำไม่สนใจ "ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ งานนี้พี่ไม่รีบ แต่พี่อยากคุยกับพีชมากกว่า ขอเวลาพี่สักหน่อยได้ไหมครับ"


    "อย่าดีกว่าคะ ตอนนี้ฉันมาทำงานและอยากให้งานของฉันออกมาดีที่สุด ขอตัวก่อนคะ" พีร์ธาดาหันเดินไปแทบจะทันที คงเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัวหรือไม่ก็ไม่รู้ ทำให้เธอรู้สึกบื้อไปชั่วขณะ แปลก ไม่ยักจะเจ็บ


    คงเป็นเพราะเยื่อใยบางๆ หรือเพราะรักครั้งแรกมันเลยฝังแน่นขนาดนี้ก็ไม่อาจรู้ได้


    พีร์ธาดาออกเดินอย่างไร้จุดหมายไปตามแนวชายหาด หาดทรายขาว ฟ้าใส แสงแดดกระทบทรายจนเป็นสีขาวสะท้อนตาเหมาะกับชื่อของหาดนี้เป็นอย่างดี แต่ทว่าทำไมหัวใจกลับหมองไม่สดใส ความตั้งใจแรกที่จะออกมาหามุมถ่ายภาพสวยๆ ทำโปสการ์ดขายหมดไปเมื่อเจอเรื่องไม่คาดฝันขึ้น หญิงสาวหยุดนั่งคิดริมหาด


    หญิงสาวไม่เคยมีความรักมาก่อน เธอสนุกกับการจับคู่ดูตัวของพ่อแม่อินทิรา เธอไม่เคยวิ่งหาความรักและไม่เฝ้ารอความรัก ไม่เชื่อในรักแรกพบ ไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิต หากต้องอยู่คนเดียวก็สามารถอยู่ได้ แม้จะเหงาบ้างก็ตามแต่ก็ไม่เคยแยแสกับมัน เธอใช้ชีวิตอย่างสาวโสดสุดมั่นมาตลอด จนกระทั่งเจอ 'กรกฏ' เขาไม่ใช่หนุ่มในสเป็ก ไม่ใช่รักแรกพบ หากแต่ได้พบปะและพูดคุยกันเรื่อยมาเขากลับทำให้เธอรู้จักคำว่ารัก... รักครั้งแรก แล้วแบบนี้สาวมั่นจิตอ่อน(ไหว)อย่างเธอจะสลัดรักครั้งแรกทิ้งลงไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร


'จะรอเธอตรงนี้ จะยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อเธอคนเดียว... ' เสียงโทรศัพท์ปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากภวังค์


    "ฮัลโหล" เสียงเหนื่อยส่งทักทายปลายสายโดยไม่ก้มลงมองเบอร์ก่อนกดรับ


    "...”


    "ฮัลโหล นั่นใครคะ ถ้าไม่พูดจะวางแล้วนะ"


    "คุณอยู่ไหน" เสียงคุ้นหูถามเธออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


    "เกาะช้าง มีอะไรเหรอ" ใครวะ


    "ผมรู้แล้วว่าคุณอยู่เกาะช้าง แต่ผมอยากรู้ว่าคุณอยู่ส่วนไหนของเกาะช้าง"


    "หาดทรายขาว... ใครนิ" เออดี ไม่รู้จักแต่บอกไปหมดเลย


    "โอเค แค่นี้นะ บาย"


    อ่าวเฮ้ย  พีร์ธาดาได้แต่อุทานในใจกับการตัดบทของปลายสายพร้อมจ้องมองโทรศัพท์ราวกับมันจะบอกได้ว่าใครคนนั้นคือใคร แต่ตัดความสงสัยออกไปจากใจแล้วกลับมานั่งเศร้าต่อ สังเกตจากที่ฟ้าเริ่มเป็นสีส้มจัดคงเป็นหลายนาทีแล้วที่เสียเวลาจากการนั่งมองทะเล งาน งาน งาน คิดถึงเงินไว้ไอ้พีช เปี๊ยกเปี๊ยกยังอยู่โรงหมออยู่เลย เอาเงินไปจ่ายค่ายาลูก ท่องไว้ หิวเงิน หิวเงิน... แล้วทำไมมันยังไม่ดีขึ้นอีกเนี้ย !


    "คุณเคยมองฟ้าเวลาทุกข์บ้างไหม ลองมองขึ้นไปสิ ทุกข์ของคุณจะเล็กลงไปทันตา" เสียงปริศนาดังขึ้น


    พีร์ธาดาหันขวับไปยังต้นเสียงอย่างอารมณ์เสียข้อหาที่หยุดการฟุ้งซ่านของเธอ แต่เพียงได้เห็นว่าเป็นใคร ปากอ้าด้วยความตกใจกับการไม่ทันตั้งตัวว่าอยู่ดีๆ เขาคนนั้นก็โผล่มาได้อย่างไร ใจเจ้ากรรมก็เต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว


    "ผมจำมาจากเพลงนะ ใช้ปลอบใจเวลาเจอเรื่องแย่ๆ" ก้องภพเดินเข้ามานั่งข้างหญิงสาวที่ดูจะอึ้งเมื่อเห็นว่าเป็นเขาอยู่


    "ฉันมองคุณแล้วจะทุกข์กว่าเดิมสิ ตะกี้คุณโทรหาฉันเหรอ... ฉันไม่มีอารมณ์เลี้ยงคุณหรอกนะตอนนี้"


    ตั้งแต่วันที่เขาสารภาพ ก้องภพก็แวะเวียนมาหาเธออยู่บ่อยๆ ทำตัวเป็นปกติทุกอย่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่จะผิดก็มีแต่ขยันโทรหา ขยันมาหา ราวกับต้องการตอดย้ำความจริงใจให้หญิงสาวได้รับรู้


    "คุณบอกทุกอย่างกับคนไม่รู้จักทางโทรศัพท์แบบนี้ตลอดเลยเหรอ ประหลาดดีเนอะ"


    "นี่คุณ ถ้าจะมาหาเรื่องก็ขอวันอื่นเถอะ แค่นี้ก็ไม่มีอารมณ์จะถ่ายรูปแล้ว เงินหดหมด" เจ้าหล่อนบอกตามตรง "คุณมีตาทิพย์หรือไง รู้ตลอดว่าฉันอยู่ไหน แล้วมาทำไรล่ะนี่... มาหาฉันเหรอ" พีร์ธาดาอดสงสัยและเข้าข้างตัวเองไม่ได้


    "มาเที่ยว มาหาคุณด้วย คิดถึง"


    แม้จะเตรียมใจกับคำตอบที่ไม่คาดคิดไว้แล้ว แต่มันก็ยังไม่ชินเสียทีกับไอ้คำพูดโผลงๆ แบบนี้... ตั้งตัวไม่ทันโว้ย "เหอ ขอบคุณนะ ขนลุกเล็กน้อย... คุณมาเที่ยว ฉันก็มาทำงานที่เงินดี สถานที่ดี แต่... ช่างมันเถอะ รับปากเขาไว้แล้ว"


    พีร์ธาดาตอบน้ำเสียงเริ่มเหม่อลอยพอกับสายตาที่เงยมองฟ้าอย่างเลื่อนลอย มองฟ้าแล้วทุกข์เราจะเล็กลงจริงเหรอ


    "เอ่อ... "


    "อยู่เงียบๆ สักพักนะ ฉันขอชาร์จแบตก่อน แล้วจะมาทะเลาะกับคุณต่อ"


    เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงความเงียบก็ยังปกคลุมทั้งคู่อยู่ ไม่ชินเอาเสียเลย ปากก็ดันมาหนักเอาตอนนี้อีก ไร้ประโยชน์จริงๆ เล้ยยย ไอ้ก้อง เพราะการที่ปลอบคนไม่เก่งก้องภพจึงทำได้เพียงนั่นมองท้องฝ้าผ่านแว่นกันแดดเป็นเพื่อนหล่อนอย่าเงียบๆ หลายครั้งที่แอบมองหน้าหมองของเธอพาลให้หัวใจเขาจะหมองตาม หวังว่าต่อไปนี้คงไม่ต้องได้แค่ 'แอบ' เสียที


    "โอ๊ย !" ก้องภพสะดุ้งเมื่อ ผู้หญิงข้างๆ ตะโกนขึ้นมา "เฮ้ย !" เอาเข้าไปผู้หญิงคนนี้ อาการหนัก


    "นั่นมันพี่ทินใช่เปล่า มากับใครอะ เฮ้ย ! ไม่ใช่แล้ว" ก้องภพซึ่งมึนงงกับอารมณ์ตรงหน้าก็ต้องตกใจเมื่อพีร์ธาดาเด้งตัวขึ้น พร้อมออกวิ่งไปหาครอบครัวเล็กๆ นั่นทันที


    "พลั่ก ! ตุ้บ !" ก้องภพวิ่งตามไปคว้าตัวหญิงสาวที่กำลังกระทืบชายหนุ่มร่างเล็กขึ้นมาก่อนการเตะครั้งที่สองจะเกิดขึ้น เรียกความสนใจ และสายตาจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศได้เป็นอย่างดี แต่โชคดีเพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวคนจึงบางตา


    "ไอ้พี่ทิน ทำแบบนี้ได้ไงวะ ทำแบบนี้กับอินมันได้ยังไง แกเป็นลูกผู้ชายเปล่าวะ" พีร์ธาดาตะโกนสุดเสียง พร้อมกระโดดเข้าไปหมายจะทำร้ายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง หากก็ถูกก้องภพคว้าตัวไว้ทัน


    "คุณพาครอบครัวคุณไปเถอะ ตรงนี้ผมจัดการเอง" ก้องภพรีบบอกกับทินกรเพราะเกรงจะต้านกำลังแม่นางองค์ลงคนนี้ไม่ไหว


    "เดี๋ยว !! จะไปไหน กลับมาพูดจาให้รู้เรื่องก่อน ไอ้บัดซบ ไอ้เลว ไอ้หูตูดเสีย ไอ้หน้าเป็ด ไอ้อ้าอัวเอีย" ก้องภพเอามือใหญ่ปิดปากหญิงสาวได้ทันก่อนคำด่าอีกนับไม่ถ้วนจะพ่นออกมา พร้อมออกแรงอุ้มกระชากหญิงสาวลงน้ำทะเลเผื่อจะดับความรุ่มร้อนในใจของหล่อนได้


    "หยุดบ้าได้แล้วคุณ ใจเย็นๆ บ้างเถอะ" ก้องภพตะโกนแข่งกับหญิงสาวที่ยังด่าทินกรไม่หยุดปากพร้อมทิ้งตัวพีร์ธาดาลงทะเล


    "ใจเย็น ! คุณจะให้ฉันใจเย็นเนี่ยนะ เหอะ คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นแฟนกับอินมาห้าปีเต็ม แล้วอยู่ดีๆ มันก็พาลูกเล็กๆ กับเมียท้องโย้มาเที่ยว แบบนี้จะให้ฉันใจเย็น ขอโทษน่ะคะคุณก้องภพ ดิฉันไม่ใช่แม่ชีจะได้ตัดทุกอย่างบนโลกได้ ฉันไม่บรรลุ !!" พีร์ธาดาตะโกนกลับ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห พ่นคำไม่พอใจออกมาเป็นชุดจากริมฝีปากแดง


    หากเธอสังเกตนิดจะเห็นว่าชายหนุ่มหน้าขาวเริ่มเปลี่ยนสีเป็นหน้าแดงในด้านตรงข้ามกับอารมณ์เจ้าหล่อน นั่นเพราะอาภรณ์ที่เธอสวมใส่นั้นเป็นเพียงแค่เสื้อกล้ามสีขาวตัวเดียว เพียงแต่ตอนนี้กลับเปียกชุ่มด้วยน้ำทะเลจากการที่โดนก้องภพโยนลงน้ำ เผยให้เห็นชุดชั้นในคล้องคอสีส้มสดรับกางเกงที่เธอใส่ได้ดี และอวดด้วยเนื้อหนังท้องเรียบแบนสวยจากความบางของชุดเจ้ากรรม


    "มีสติหน่อยพีช คุณกำลังเอาความรู้สึกตัวเองเข้ามาร่วมอยู่ พีชต้องคิดที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ยัยอิน ไม่ใช่มานั่งด่าไอ้บ้านั่นแบบนี้ ผมก็โกรธมันไม่ต่างไปจากคุณหรอก แต่อารมณ์มันช่วยอะไรใครได้"


    ก้องภพเตือนสติ แต่สายตาเจ้ากรรมกลับไม่ยอมอยู่ที่ตาหญิงสาว เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนนี่หว่าถึงจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย แถมสาวตรงหน้ายังเป็นคนที่ชอบทำให้ใจเขาเต้นเป็นจังหวะฮิพฮอพอีกต่างหาก แต่ก่อนที่จะทำให้ 'อะไรๆ ' มันเลยเถิดไปกว่านี้ หนุ่มที่เริ่มหน้าแดงจึงทอดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสดให้หญิงสาวตรงหน้า "เอาเสื้อผมไปใส่ทับก่อนเถอะคุณ ก่อนที่ผมจะอดใจไม่ไหว"


    "เฮ้ยยย !... ไอ้บ้า ไอ้ลามก อย่ามาจ้องฉันนะ" ปากร้องกรี๊ด(ตามแบบเจ้าตัว)มือข้างหนึ่งปิดหน้าอกหน้าใจตัวเอง ส่วนอีกข้างก็รับเสื้อของชายหนุ่มสวมทับอย่างรวดเร็ว โอย อยากบ้าตาย ทำไมต้องมาทำอะไรอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าหมอนี่ด้วยก็ไม่รู้ คิดได้แค่นั้นหน้าของพีร์ธาดาก็สุกเป็นมะเขือเทศเรียบร้อย


    "ทำไมวันนี้มันซวยแบบนี้ เงินก็ไม่ได้ คุณก็โผล่มายืนด่าฉันหน้าสลอน แถมยังจะ...โอ้ยยย แล้วยังเจอคนที่ไม่อยากเจออีก แถมต้องมาเจอเรื่องนายทินกรนี่ด้วย ชีวิตอะไรของฉันนี่ พอ พอ ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า !!" พูดจบเจ้าหล่อนก็สะบัดหน้าพรืดเตรียมจ้ำอ้าวไปยังบ้านพักของตนทันที ก่อนถูกมือใหญ่แกร่งคว้าหมับได้ทัน


    "ไหนๆ ก็เปียกแล้ว มาเล่นน้ำกับผมก่อนดีกว่า... สาบานได้ว่าจะไม่ล่วงเกินคุณ คลายเครียดด้วยไง" สาบานได้จริงๆ ว่าไม่ได้หวังมากกว่านั้น ก็แค่อยากเล่นน้ำกับสาวเจ้าแค่นั้นเอง ก้องภพคิดหน้ายิ้มๆ "ไม่ต้องถอดเสื้อผมด้วย เสื้อผมหนาอยู่นา"


    "ฉันรู้ เสื้อคุณก็หนาเหมือนหน้าคุณไง แต่เชิญคุณเล่นไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่มีอารมณ์ !" พีร์ธาดาแหวกลับ พร้อมดึงข้อมือตัวเองที่ยังคงถูกมือใหญ่จับไม่ปล่อย “ปล่อยมือฉันได้แล้ว ฉันจะกลับห้อง"


    "โธ่ ไม่มีอารมณ์ก็ไม่บอก เดี๋ยวผม'บิ้วด์'ให้ได้นะ” ยังคงตอบหน้ายิ้มกรุ่มกริ่มต่อไป


    แต่ก่อนที่จะโดนสาวในพันธนาการเงื้อมืออีกข้างหมายจะตบหน้า ก้องภพก็เอามืออีกข้างคว้าไว้ทัน พร้อมยึดมือทั้งสองข้างของเจ้าหล่อนไว้ข้างหลังทำให้เธอต้องแอ่นตัวเข้าหาหนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างช่วยไม่ได้ "ตบ... ผมจูบนะ" ก่อนยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวที่พยายามเบี่ยงหลบเต็มที่ "และถ้าด่า... ผมก็จะจูบด้วย ลองมั้ย"


    ไอ้บ้า ไอ้บ้า บ้าๆๆๆ ปากเพาะพันธุ์พุดเดิ้ลขายหรือไง พีร์ธาดาคิดด่าหนุ่มในใจ เลือกที่จะไม่พูดออกมาเพราะรู้ดีว่าคนอย่างก้องภพพูดจริงทำจริง สมองก็คิดว่าเกลียดคนอย่างหมอนี่ที่สุด แต่ทำไมหัวใจมันกลับเต้นไม่เป็นจังหวะแบบนี้นะ พีร์ธาดาพยายามยิ่งที่จะควบคุมเลือดในตัวไม่หัวสูบฉีดไปที่หน้ามากเกินไป


    "ฉะ ฉันไม่ตบ ไม่ด่าคุณก็ได้ แต่ปล่อยมือฉันก่อนได้มั้ย แล้วเอาหน้าคุณไปไกลๆ ด้วย" หะ หอมวุ้ย เฮ้ย ! ไม่ได้ ไม่ได้ กลิ่นตัวคนนี้หอมทรมานใจแปลกๆ อยู่ใกล้มากเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมามันจะไม่ดีเอา
พีร์ธาดาตอบโดยหลบสายตา หน้าเธอตอนนี้คงเอาไปทอดไข่กินได้อร่อยเลยทีเดียว แถมคงแดงชนะมะเขือเทศสุกแน่นอน เพราะมันทั้งแดง ทั้งร้อนฉ่า


    ก้องภพทำตามอย่างว่าง่าย ซะเมื่อไหร่ เพียงแต่ตอนนี้คงไม่เหมาะหากจะจุมพิตเธอ หากเขาจะมอบรอยจูบแรกให้กับเธอ ต้องไม่ใช่สถานที่เปิดแบบนี้ แต่ตอนนี้ขอมัดจำไปก่อนแล้วกัน ว่าแล้วชายหนุ่มก็เอาจมูกโด่งคุ้มลงสัมผัสแก้มแดงระเรื่อหนึ่งฟอดใหญ่ แล้วจึงค่อยปล่อยสาวเจ้าให้หลุดจากบ่วงที่เขาสร้างขึ้น ก้องภพต้องหัวเราะอย่างอดใจไม่ได้เมื่อเห็นหญิงหน้าแดงยืนนิ่งอึ้งไม่ยอมขยับเขยื้อนจนเขาคิดอยากคว้าเจ้าตัวมากอดมาหอมอีกทีเพื่อเรียกสติ แต่ก็ทำได้เพียงข่มความอยากไว้ก่อนพูดเตือนสติเธอ


    "คุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ แล้วเดี๋ยวเราไปกินข้าวกัน ไปเจอผมที่ร้านอาหารตรงนู้น... และอย่าดื้อนะ ผมรู้ว่าคุณพักอยู่ที่ไหน แล้วถ้าคุณเบี้ยวผมหละก็... หึหึ หวังว่าจะรู้นะครับว่าจะโดนอะไร"


    "คะ คุณ เมื่อกี้คุณ... " พีร์ธาดายังอึ้งอยู่ยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองลิ้นยังควานหาคำพูดไม่เจอ เธอยังตกใจไม่หายที่อยู่ๆ เขาก้มลงมาหอมเธอ ถึงจะตกใจเพียงใดแต่ก็ยอมรับอย่างว่าไม่ได้ว่ามัน... รู้สึกดีจัง "โอ้ย นี่คุณ... ฉันไม่กิน ไม่หิว อยากกินก็กินไปคนเดียว โอ้ยยยยยยยยยย"


    แล้วพีร์ธาดาก็ต้องตกใจเพิ่มเมื่อคู่อริเดินเข้ามาใกล้ แถมหน้าตายังกรุ้มกริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่น ทำให้หล่อนเริ่มรู้สึกตัวว่าขืนไม่ตามใจอาจไม่จบอยู่แค่ตรงนี้ แต่ก่อนที่พีร์ธาดาจะตัดสินระหว่างวิ่งหนีดีหรือพูดจาหว่านล้อมดี ก็ต้องตกใจเข้าไปอีกจนอดคิดไม่ได้ว่ากลับกรุงเทพงวดนี้คงต้องไปหาหมอเช็คหัวใจสักหน่อยมันเต้นแรงจนน่ากลัวเกินไปแล้ว แล้วความคิดก็ต้องสะดุดลงเมื่อก้องภพจับต้นแขนทั้งสองเข้าแล้วดึงเข้ามาหาตัว ใบหน้าอยู่ห่างจากกันไม่ถึงคืบ ใกล้มาก ใกล้จนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นของใครกันแน่


    "เมื่อกี้แค่หอม แก้มคุณมันหอมมากจนผมจะอดใจไม่ไหว แต่ถ้าคุณยังดื้ออยู่แบบนี้ผมอยากจะพิสูจน์ว่าปากคุณจะหวานรึเปล่า... ว่ายังไงจะทำตามที่ผมบอกดีๆ หรือต้องให้... " ก้องภพต่อประโยคที่ค้างไว้ด้วยการเลื่อนสายตาลงมามองปากที่ตอนนี้ปิดไว้แน่นจากการเม้มของเจ้าตัว แล้วค่อยๆ เลื่อนสายตาไปยังพวงแก้มแดงจัด แล้วสบสายตาที่สั่นระริกของเธอ


    "ปะ ปล่อยก่อนนะค่ะ พีชไปด้วยก็ได้น่ะ แต่พีชขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน สัญญาว่าจะไปกินข้าวกับพี่ก้องอย่างแน่นอน ตะ แต่ตอนนี้พี่ก้องปล่อยพีชก่อนได้มั้ยคะ"


    คำตอบเจี๋ยมเจี้ยมที่สุดในชีวิต และการดันหน้าออกสุดแรงเกิดของเธอทำเอาก้องภพต้องกลั้นหัวเราะจนท้องแข็ง คราวนี้เขาปล่อยหญิงสาวโดยง่ายไม่มีการฉวยโอกาสอีกแต่อย่างใด แม้อยากทำอย่างมากเพราะความมันเขี้ยวก็ตามที ก้องภพยืนมองดูหลังของเธอที่กำลังเดินออกไปแลดูเหมือนร่างสูงโปร่งนั้นจะเดินออกไปอย่างล่องลอย


    "น่ารักจริงๆ เลยโว้ย" ก้องภพหันหน้าพึมพำกับท้องทะเล พร้อมหัวเราะท้องแข็ง เขารู้ว่าครั้งนี้เขาอาจจะเล่นแรงเกินไปก็สังเกตได้จากสีหน้าเขิน อาย โกรธของเจ้าหล่อน แต่เพราะความนึกสนุกส่วนตัวหรือบางทีคงจะเป็นพวกโรคจิตอย่างที่เธอว่าก็ได้ ทำให้เขาไม่อาจหยุดปั่นปวนเธอได้ต่อ


    พีร์ธาดาสะดุ้งเมื่อตาพาดเห็นประตูหน้าห้องตัวเอง เธอไม่รู้เลยว่าเดินมาถึงได้ยังไง หลุดจากการจับตัวเมื่อไหร่ หรือเธอพูดออกมาว่าอย่างไร โชคดีที่ขาของเธอยังพอรู้ว่าบ้านพักอยู่ที่ไหน สมองที่ว่าทำงานดีแค่ไหนกลับหยุดไว้ซะอย่างนั้น อย่างกับโดนฟรีซไว้... แล้วใครฟรีซมัน เมื่อดันคิดไปอีกก็เด้งตัวเข้าบ้านล็อคประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาราวกลับกลัวว่ามีใครจะเข้ามาทำอะไร และแน่นอน เธอกลัว เพราะหัวใจตอนนี้มันไม่ปกติเอาเสียเลย


    "มันยังไม่หายแดงอีกเหรอนี่" เธอบ่นอีกรอบใส่กระจกเมื่อมันสะท้อนเงาตัวเองพลางเอามือถูแรงๆ ตรงแก้มที่ยังคงแดงเรื่อ ก็จะไม่ให้แดงได้อย่างไรเล่า หน้าหวานเข้มหล่อในความทรงจำยื่นเข้ามาใกล้ขนาดนั้น ใครไม่ใจเต้นก็ไปบวชได้เลย แถมกลิ่มน้ำหอมอ่อนๆ นั่นอีก หน้าแดงไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ใจที่มันเต้นตูมตามนี่สิ กลัวว่าไอ้พี่บ้าจะได้ยินจะตาย โอย แล้วเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะนี่


    "คอยดูนะ ฉันจะเอาคืนอย่างสาสมเลย !! " กระแทกเสียงใส่กระจกเสร็จก็คว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำทันที




Create Date : 27 กันยายน 2553
Last Update : 27 กันยายน 2553 17:44:15 น. 2 comments
Counter : 543 Pageviews.

 
มาทักทายค่ะ


โดย: กระรอกเมือง IP: 96.241.207.55 วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:0:02:04 น.  

 
ขอบคุณที่ติดตามคะ


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:12:39:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.