มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 8


บทที่ 8


ค่ำคืนที่ต้องจดจำ


    และในค่ำคืนนั้นหน้าบ้านพักของพีร์ธาดาก็กลายเป็นงานปาร์ตี้เล็กๆ อย่างช่วยไม่ได้ เพียงแต่ไม่ได้มีแค่สามคนตามที่ก้องภพชวนในครั้งแรก หากแต่มีครอบครัวเล็กๆ เข้ามาร่วงวงด้วย เพราะรีสอร์ทนี้อยู่ในช่วงโปรโมต และยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการทำให้แขกที่มาพักมีเพียงแค่กลุ่มเธอ และอีกไม่กี่กลุ่มที่วอล์คอินมาหาที่พัก(รวมกลุ่มแม่อกผู้เขาไฟ และแม่สาวผมบลอนด์ไปด้วย) รวมทั้งกลุ่มเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้เท่านั้น


    แต่เพราะมันเป็นงานส่วนตัวสามสหายลงมติกันว่าจะชวนแค่กลุ่มเจ้าของรีสอร์ทเท่านั้น ซึ่งนั่นเข้าทางก้องภพที่อยากหนีปลิงสาวที่ชอบมาเกาะแกะเขาทุกทีเวลาเจอกัน


    พีร์ธาดาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกเช่นไร เจ็บ ไม่เจ็บ อึดอัดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แม้แต่เธอเองก็ยังแปลกใจว่าเวลาไม่กี่เดือนหลังได้เจออดีตหนุ่มคู่หมั้นนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกเฉยชาและไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับภาพตรงหน้า มีเพียงใจหายแปลบเล็กน้อยเท่านั้น


    ปาร์ตี้ย่อยที่ประกอบด้วยสัตว์น้ำเค็มหลายชนิด บาร์บีคิวทะเล เครื่องดื่มอีกเพิ่มสีสันให้งานอีกไม่กี่ชนิด ก้องภพกำลังเผาทั้งกุ้ง ย่างทั้งหมึก แถมยังสาละวนพลิกบาร์บีคิวอยู่คนเดียวอย่างขะมักเขม้น ทุกงานเลี้ยงเขามักเป็นคนทำหน้าที่นี้เสมอ เพื่อนหลายคนยกให้เขาเป็นพ่อครัวประจำวงเหล้า เพราะนอกจากหน้าตาที่ดีแล้ว ฝีมือการทำอาหาร ปิ้ง ย่างก็แทบจะไม่ต่างจากหน้าตาเลย โดยเฉพาะมื้อนี้ที่เขาสั่งกุ้งหลายกิโลเพื่อคนคนเดียว


    "โหคุณ กะให้ฉันนอนจมกองกุ้งตายหรือไงนิ เยอะจริง"


    พีร์ธาดาลุกขึ้นมาหาชายหนุ่มที่กำลังเผากุ้งตัวโตอยู่ หล่อนไม่ค่อยอยากนั่งอยู่ตรงแถวครอบครัวนั้นสักเท่าไหร่ ส่วนยัยอินก็คว้าเด็กแนตไปเล่นทรายก่อปราสาทกับมันอีก ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกเพราะยัยอินรักเด็กจะตายไป


    "ไปนั่งรอตรงนู้นเถอะ เดี๋ยวผมเอาไปเสิร์ฟให้" ปากก็สั่งแต่มือก็สาละวนทำ


    น้ำลายจะไหลแล้ว "ไม่เอาอะ มาช่วยคุณดีกว่า... นี่คุณ กุ้งกินได้รึยัง" กุ้งตัวโต มาอยู่ในท้องแม่ มาม๊ะ


    ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่มองกุ้งตาเป็นมันก่อนนิ่งไปเสี้ยววินาที ยักคิ้วให้อีกสักทีพร้อมตอบคำถาม "ปอป"


    "โหย ไรว๊า แค่ถามว่ากินได้ยังต้องหาว่าเป็นปอปด้วยอะ ไม่พอใจวะ"


    "นู่น กุ้งพีชอยู่ตรงนู้น ผมเผาไว้ให้พักนึกแล้ว คงเย็นขึ้นแล้วหละ ขืนกินตรงนี้มือพีชพองก่อนได้ลิ้มรสกุ้งแน่ แล้วไหนว่าจะช่วยผมไงถามหาแต่กุ้งๆๆ ผมน้อยใจเป็นนะ" เขาทันเห็นหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ของเจ้าหล่อนก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มแบบประจบประแจง โอ๊ยยยย มันเขี้ยววุ้ย


    "ต้องให้ผมแกะให้ด้วยไหมครับ"


    "ไม่ต้องยะ ฉันทำเองได้ เดี๋ยวไปตามยัยอินกับน้องแนตมากินด้วย... ขอบใจนะ"


    ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยตอบอะไร หญิงสาวก็เดินก้มหน้างุดๆ ไปตามสองสาวต่างวัยมาช่วยกันตัดสินชะตากุ้งตัวโตซะแล้ว ด้วยความยินดีครับผม


    พอจบจากการล้อมวงกินอาหารกัน ก้องภพก็หยิบกีร์ต้าร์สายเอ็นตัวโปรดขึ้นมาเพื่อสร้างความครื้นเครงให้กับปาร์ตี้เล็กๆ ครั้งนี้ บทเพลงเฮฮาบรรยากาศดีๆ โอบล้อมด้วยหมู่ดาวที่เหมือนจะแทะเล็มสลายความทุกข์ใจของพีร์ธาดาไปได้เรื่อยๆ แต่ความรู้สึกใหม่ยามนั่งมองหนุ่มนักดนตรีประจำวงร้องบรรเลงบทเพลงตรงหน้ากลับทำให้เหมือนมีหมู่มวลดอกไม้ขึ้นในใจของหล่อนทีละต้น ทีละต้น หญิงสาวนั่งยิ้มภาพเบื้องหน้า สายตาพร่างพราวเป็นประกายนั้นไม่ได้อยู่นอกเหนือการมองของเพื่อนสนิทเลยแม้แต่น้อย...


    อินทิราเฝ้ามองเพื่อนสาวตั้งแต่มันโผล่เข้าไปคุยกับก้องภพ นั่งคุยเฮฮากับเขา(แม้กว่าครึ่งเป็นการกัดกันตามปกติ) กินกุ้งที่เขาแกะ ส่งเนื้อปลาเผาให้เขา หล่อนเชื่อว่าเพื่อนสาวคนสวยไม่มีทางรู้ใจตัวเองแน่นอนว่ารู้สึกอย่างไร อินทิรารู้ดีว่าพีร์ธาดานั่นเชื่อเสมอมาว่าก้องภพเป็นเหมือนพี่ชายอีกคนของเธอ หากกลับเป็นเช่นนั้นไม่ หล่อนจะทำอย่างไรให้เพื่อนสาวรู้ใจตัวเอง แล้วที่สำคัญหล่อนจะทำอย่างไรกับไอ้สายตาของหนุ่มอีกคนที่คอยแต่จะมองเพื่อนเธอตลอดยามเมียเผลอแบบนั้น !!


    "ขอตัวพาภรรยาและลูกไปนอนก่อนนะครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว” กรกฎพูดบอกทุกคนในวงเมื่อเห็นลูกสาวตาเริ่มแดงจากการหาวไปหลายวอด ทั้งภรรยาของเขาก็ท้องอยู่ด้วย


    "สนุกมากเลยคะ ไว้มีโอกาสอย่าลืมชวนพลอยอีกนะค่ะ... น้องแนตลาพี่สิลูก" พลอยจันทร์หันไปบอกลูกน้อย


    "ดี จ้า ห้าวววววว" คำตอบปนความง่วงของเด็กน้อยน่ารักสร้างรอยยิ้ม และความเอ็นดูให้กับบรรดาผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกครา


    "ต๊าย น่ารักจัง ขอได้มั้ยค่ะคนนี้" อินทิราแทบอยากจะกระโดดกอดสาวน้อย


    "อยากได้ก็ไปหาทำเอาเองสิไอ้อิน ลูกคนนะไม่ใช่ลูกหมาจะได้ขอได้นะ"


    "ลูก'คน'คะ ไม่ใช่ลูก'หมา'เหมือนกันคะพีช" พลอยจันทร์พูดพร้อมย้ำเสียงกลั้วหัวเราะกับความหมายที่ตนสื่อไป


    พีร์ธาดามองตามครอบครัวตรงหน้า เด็กสาวที่ซุกบ่นบ่าของกรกฏ พร้อมจูงมือภรรยาตรงไปที่พัก เธอแค่อยากมองเพื่อถามใจตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรบ้างตอนนี้ เจ็บปวดอยู่ไหม กระอักกระอ่วนใจบ้างไหม รู้สึกเหมือนเมื่อสองปีที่แล้วที่อยากร้องไห้ใจแทบขาดบ้างหรือเปล่า... เปล่าเลย ว่างเปล่ามาก


    เธอไม่มีความรู้สึกนั้นอีกต่อไปแล้ว เธออยากตะโกนแข่งกับแสงดาวระยิบระยับเหมือนหยอกล้อใจเธอ อยากร้องบอกดวงจันทร์ว่าคงขาดเพื่อนอย่างเธอไปเพราะต่อจากนี้เธอจะไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว แต่ทำได้เพียงแค่ยิ้ม ยิ้มให้กับความสำเร็จย่อมๆ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะขอพูดกับกรกฏให้รู้เรื่อง และหลังจากนั้นปัญหาระหว่างเธอกับเขาก็ต้องมลายหายไป


    เพลงนี้อีกแล้ว ทุกครั้งที่ก้องภพจับกีร์ต้าร์ ทุกครั้งที่เขาร้องเพลง และทุกครั้งเขาจะต้องนำเพลงนี้ออกมาร้อง จนเธอแอบเอาเพลงเขามาเป็นเพลงประจำใจ ทั้งริงโทนที่ตั้ง ทั้งในไอพอดต้องมีเพลงนี้อยู่ด้วย เขาทำให้เธอเสพย์ติดเพลงนี้ไปแล้ว


พีช ผมขอมอบเพลงนี้ให้คุณคนเดียว


*และนี่คือเสียง เสียงเพลงที่มาจากใจ
     เธอจะอยู่ที่ไหน ขอจงได้รับ... รู้
     หากเธอมีทุกข์ ร้อนใจตอนที่ฉันไม่อยู่
     อยากให้เธอรู้ ว่ายังมีฉันยืนอยู่ข้างเธอ


     จะยืนอยู่ตรงนี้ จะรอเธอตรงนี้ เพื่อเธอคนเดียว
     ไม่ว่าทางจะคดเคี้ยว ทางจะลดเลี้ยวเท่าไร....
     จะนานสักเพียงไหน ยาวนานสักเพียงไหน จะนาน นานเท่าไหร่
     ยังคงเก็บเธอไว้ จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ


    เสียงนุ่มทุ้มไพเราะยามขับร้องเพลงนั้นทำให้สองสาวฟังเคลิ้มต่างเพียงความรู้สึกในใจเท่านั้น


    พีร์ธาดาหลับตาลงสัมผัสกับน้ำเสียงของนักดนตรีจำเป็น พร้อมรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เหมือนว่าเพลงเขาส่งมาให้เธอโดยเฉพาะ แม้เธอจะตกใจในความคิดตัวเอง แต่ในยามนี้ขอปล่อยใจไปกับบทเพลงที่กล่อมหัวใจเธอแบบนี้ต่อไปก่อนแล้วกัน ส่วนอินทิราแม้จะเคลิ้มแต่ไม่หลับตาลงฟังแบบเพื่อน เพราะรู้ว่าก้องภพร้องเพลงเพราะอยู่แล้ว แต่นั่นมันก็ปกติของเขา แถมเพลงก็เดิมๆ แต่ไอ้ที่ไม่เดิมคือบรรยากาศเหมือนหล่อนเป็นส่วนเกินนี่สิพาลจะสำลักความเลี่ยน จนหล่อนอยากอ้วก !!


    พอเพลงจบอินทิราไม่รอช้าที่จะพูดแซว "ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน มันมีออร่าแปลกๆ วับๆ ที่ทำให้คนอกหักอย่างฉันอิจฉาได้ล่ะนิ" พลางหลี่ตาลงมองบรรยากาศตรงหน้า เมื่อคนต่างเพศนั่งมองหน้ากันไปกันมา ไอ้พี่ตัวดีก็ส่งสายตาซะหวานเยิ้ม ไอ้เพื่อนรักก็เอาแต่หลับตาฟัง


    "พูดอะไรของแก เพ้อเจ้อ ทำไม แค่รู้ว่าทินกรมีลูกมีเต้าแล้วถึงกับทำให้แกประสาทกลับเลยเหรอ" ต้องกลบเกลื่อน ยิ่งหน้าขาวอยู่แดงขึ้นมาเพื่อนตัวดีจะหัวเราะเยาะได้ พีร์ธาดาพยายามคุมอารมณ์สุดชีวิต


    "โอย จี้ใจดำ ไอ้เพื่อนบ้า อุตส่าห์หายเศร้าได้แล้วเชียว หมดมู้ดเลยฉันไปนอนดีกว่า" ไม่อยากอยู่เป็น กขค หรอกเหอะ


    "เฮ้ย นี่เพิ่งห้าทุ่มเอง น้องสาวพี่เมาแล้วเหรอ" ก้องภพเสมองกระป๋องเบียร์เพียงกระป๋องเดียวที่อยู่ข้างตัวน้องสาวต่างสายเลือด


    "ท้าทาย ท้าทาย ไม่กลับก็ได้เพค่ะ" อินทิราจำต้องนั่งลงที่เดิม ไม่ใช่เพราะคำพูดสบประมาทของไอ้พี่ชายตัวดีหรอก เพียงแต่หางตาดันไปเห็นกรกฏเดินมานี่สิ ถึงได้ต้องลงมานั่งตามเดิม


    "พีช พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อย" หลังไปส่งภรรยาและลูกเข้านอน ชายหนุ่มตัดสินแล้วว่าเขาควรกล้าทำในสิ่งที่ต้องทำมานานเสียที


    ถึงเวลาแล้วสินะ พีร์ธาดาลุกขึ้นเดินตามกรกฏไป โดยไม่ได้หันกลับมามองสายตาที่เป็นของทั้งสองคู่ หากแต่สื่อความหมายต่างกัน


ฉันหวังว่าแกจะรู้ใจตัวเองซะทีนะไอ้พีช


    ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นผมยังอยู่ตรงนี้ ที่เดิมนะพีช


    หลังจากที่พีร์ธาดาลุกเดินตามกรกฏออกไปแล้ว ทั้งวงที่เหลือเพียงสองพี่น้องต่างสายเลือดก็ได้แต่นั่งเงียบ เป็นอินทิราที่ทนบรรยากาศมาคุไม่ไหวจึงเอ่ยปากชวนชายหนุ่มคุยเผื่อจะดับกังวลได้บ้าง


    "พี่ก้องว่าสองคนนั้นจะเป็นยังไง" นั่น เป็นสิ่งที่ควรถามงั้นเหรอไอ้อิน !


    "Whatever will be will be” ก้องภพตอบอย่างเหม่อลอยมือยังคงนั่งเกากีร์ต้าร์อยู่อย่างเดิม


    "เอ่อ อินว่า... อินกินเบียร์อีกดีกว่าเนอะ พี่ก้องจะได้ไม่ปรามาสอินอีก" โอ๊ย อยากเป็นลม


    "ไม่ดีหรอกอิน... อินรู้ใช่ไหมว่าพี่รู้สึกอย่างไรกับพีช" ชายหนุ่มหยุดฮัมเพลง เงยหน้าตามสาวผมหยิกตัวเล็กตรงหน้า อินทิราได้แต่พยักหน้าหงึกส่งให้แทนคำตอบ "พี่ไม่เคยหวังให้เขารู้สึกแบบเดียวกับพี่ สิ่งที่พี่หวังตอนนี้คือให้ทั้งเพื่อนพี่ และเขาเลิกทุกข์ใจกันได้สักที พี่อยากเห็นพีชมีความสุข ในตอนนี้พี่ขอแค่นั้น...จริงๆ "


    "อินรู้ และรู้มานานแล้วด้วย ตอนไอ้พีชอกหัก พี่ก้องก็ทำหน้าทำตาเหมือนคนอกหักตามมันไปด้วย อินก็เลยว่ามันทะแม่งๆ ติดตามดูอีกพักใหญ่ถึงรู้ว่าพี่ก้องคงรู้สึกอะไรๆ กับเพื่อนอิน... พี่ก้อง อินอยากบอกว่า จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตอนนี้ไม่มีอุปสรรคอะไรเลย เชื่ออินนะว่า 'มันไม่มีอุปสรรค' อะไรเลย"


    "พี่ไม่รู้สิอิน พี่ก็บอกเขาไปแล้วนะ แต่พี่กลัว ยิ่งตอนนี้พี่ยิ่งกลัว พี่ไม่รู้จะทำยังไง"


    "อินเข้าใจ แต่พี่ก้องเชื่อเถอะ ไอ้พีชมันรู้ตัวเองดีว่ามันต้องทำยังไงต่อไป พี่ก้องไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก แต่ตอนนี้ อินไปนอนดีกว่า"


    "อ้าว เดี๋ยวดิอิน ไม่อยู่รอพีชก่อนเหรอ"


    "ไม่เอา เดี๋ยวมันก็ปลุกอินมานั่งฟังมันอยู่ดี อินไม่ห่วงมันหรอก อินรู้ว่ามันจะติดสินใจยังไง ไปนอนแล้ววุ้ย" พูดจบหญิงสาวก็ปิดประตูห้องพักลง



Free TextEditor


Create Date : 04 ตุลาคม 2553
Last Update : 4 ตุลาคม 2553 12:55:25 น. 3 comments
Counter : 516 Pageviews.

 
อัพอย่างบ้าคลั่ง

มีความรู้สึกว่า BG มันดูลายตามาก แต่น้องสาวบอกไม่ลายหรอก

เราควรเชื่อความรู้สึกตัวเองดี หรือน้องดี

พบกันใหม่เมื่อ... เมื่อไหนดี


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 4 ตุลาคม 2553 เวลา:12:56:54 น.  

 
ตามมาอ่านเพราะติดใจชื่อเรื่อง อ่านแล้วชอบมากค่ะ
ขออนุญาตตามมาอ่านนะคะ

* ปล.BG อ่านแล้วลายตา นิดหน่อยค่ะ แต่เรื่องสนุก ยอมได้


โดย: taekoksaram IP: 58.137.30.201 วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:16:08:00 น.  

 
เด่วพรุ่งนี้มาเปลี่ยนให้ค่ะ พอดีอยู่ข้างนอกบ้านแล้วลืมหยิบ NB ออกมาด้วย

พรุ่งนี้ตอนที่ 9 มาลงนะค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ สารภาพว่าเริ่มตันอยู่เหมือนกัน เปิดคอมมาเขียนได้หน้่าสองหน้าก็คิดอะไรไม่ออกแล้ว (มัวแต่เริ่มไปติดใจกับเรื่องใหม่ที่มันผุดขึ้นมา ฮา)

แต่ยังไม่จบเร็วๆ นี้แน่นอนค่ะ (เพราะไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่เหมือนกัน )


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:16:35:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.