มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 3.2

ไม่คาดคิด (2)


    เมื่ออยู่ในรถเก๋ง ซีดานสัญชาติยุโรปของก้องภพแล้วในที่สุดพีร์ธาดาก็ทนความอึดอัดภายในใจไม่ ไหว หลังล่ำลากับผู้ใหญ่ทั้งสามคนแล้ว จึงจำใจหันไปเอ่ยปากกับศัตรูคู่อาฆาตอย่างอดไม่ได้


    "นี่ คุณไม่ต้องทำตามที่คุณหญิงบอกก็ได้นะ หม้าไม่ว่าฉันหรอก ไปส่งฉันที่คอนโดหน่อยเถอะ... แต่ระหว่างทางฉันขอถามคุณหน่อยแล้วกัน เขาสัญญาอะไรกันไว้เหรอ แล้วคุณรู้เรื่องการดูตัววันนี้แค่ไหน แล้ว... เอ่อ คุณรู้เหรอว่าจะเป็นฉัน" พีร์ธาดาโพล่งออกไปอยากไม่เก็บแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ตามมาเป็นเพียงเสียงหัวเราะ หึ กวนประสาทในความคิดเธอเท่านั้น


    "ไว้ถึงร้านก่อนผมค่อยตอบคำถามคุณแล้วกัน"


    "โอ้ยๆ ฉันไม่เอาคำตอบแล้ว ไปส่งฉันที่คอนโดหน่อยสิคุณ ฉันไม่ไปกับคุณก็ได้นะ เสียเวลาทำมาหากินคุณหมด"


    "ผมไม่กล้าขัดผู้ใหญ่หรอกครับ" ก้องภพละสายตาจากถนนหันมามองใบหน้าที่ตอนนี้เปลี่ยนมาจ้องมองเขม็งราวกับ อยากกินเลือดกินเนื้อเขา พาลให้อยากเหยียบเบรก คว้าตัวเข้ามากอดมาจูบสั่งสอนสักหน่อย แต่เอาเถิด เอาไว้ก่อน... คราวหลังยังมี "เอาน่า ร้านที่ผมจะพาคุณไปรับรองถูกใจคุณแน่นอน"


    "ตามใจคุณ !!" พีร์ธาดาตอบกระแทกเสียงพอเห็นเขาหันมามองจ้องด้วยสายตาแบบหล่อนกลับ ขืนดื้อกว่านี้ลางสังหรณ์อันแม่นยำมันเตือนให้สงบเสงี่ยมไว้ก่อนจะเกิดอะไรขึ้น


    ร้านที่ก้องภพพาพีร์ธาดามา สร้างความชื่นชมในตัวชายหนุ่มขึ้นมาอีกสองเปอร์เซ็นต์ ร้านเล็กๆ บรรยากาศสบายๆ ดนตรีสดบรรเลงบทเพลงโคเวอร์ในท่วงทำนองอะคูสติก และบลอสส่า ซึ่งเป็นแนวดนตรีที่เธอชอบอยู่แล้ว ทั้งร้านยังตกแต่งอย่างเก๋ไก๋ เก้าอี้ต่างสไตล์ มุมส่วนตัว เฟอร์นิเจอร์ของร้านล้วนดูแปลกแต่กลับดูลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ


    "รสนิยมพอตัวนี่คุณ" เจ้าหล่อนอดไม่ได้ที่จะชมชายหนุ่ม


    "ขอบคุณครับ ผมชอบมานั่งที่นี่เป็นประจำ" เพราะเขารู้จักผู้หญิงตรงหน้าดี จึงไม่แปลกใจหากจะทราบรสนิยมของเธอ


    "กับสาวๆ หละสิ" ชิท !! แล้วมันเรื่องอะไรของเรากันด้วยเล่า อยากตบปาก อยากตบปาก


    "หึ คงงั้นมั้ง" ชายหนุ่มหยุดเดินหันมาสบตาที่แปลความหมายไม่ออกกับหญิงสาว พอดีกับที่บริกรออกมาต้อนรับจึงไม่มีเกมจ้องตาเกิดขึ้น


    บริกรเดินนำทั้งคู่ไปที่นั่งมุมหนึ่งที่ค่อนข้างส่วนตัว แต่กลับเห็นเวทีการแสดงสดของนักดนตรีที่กำลังโชว์ดนตรีโฟล์คซองอยู่บนเวที ได้อย่างเต็มตา


    คงไม่ต้องติดหนี้บุญคุณอะไรหมอนี่แล้วมั้ง พีร์ธาดานึกได้ก่อนเอ่ยพูดไปเสร็จสรรพ "มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง ถือเป็นการตอบแทนวันนั้นเลยแล้วกัน เบียร์สองที่แล้วกันคะน้อง"


    "ขอบคุณอีกครั้งครับ แต่ไม่ได้หรอกครับน้องพีชผมรับปากจะดูแลคุณแล้ว ให้คุณเลี้ยงได้ไงน่าเกลียดตาย เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้นสิครับ เอามาปนกันได้ไง" เรื่องอะไรจะยอม ก้องภพคิดต่อในใจ "แล้วผู้หญิงที่ไหนสั่งเบียร์มานั่งกิน แปลกคน"


    "เรื่องของฉัน ฉันชอบของฉันแบบนี้ หนักหัวคุณหรือไง" พีร์ธาดาแหวกลับ หงุดหงิดที่ไม่ยอมให้เลี้ยงแล้วยังมากัดเธอกลับอีก


    "ถามไปงั้นไม่ได้เหรอ ผมชอบมานั่งร้านนี้ พอดีเมื่อช่วงที่เพิ่งกลับมาเพื่อนผมมันพาผมมาเลี้ยงที่ร้านนี้แหละ แล้วผมเห็นว่าร้านมันบรรยากาศดีก็เลยบันทึกไว้เป็นร้านโปรด" ก้องภพพูดย้อนไปถึงคำเปรยของหญิงสาวก่อนหน้านี้ถึงสาเหตุที่เขาถูกใจร้าน อาหารกึ่งผับแห่งนี้ "อีกอย่าง ผมไม่นิยมพาสาวออกมานั่งที่แบบนี้หรอก... ไม่ส่วนตัวเท่าไหร่นะครับ"


    "ฮึ... อย่างคุณคงต้องนอนคุยกับสาวบนเตียงนุ่มๆ สินะ ถึงจะเรียกว่าส่วนตัว" ไม่รู้เพราะความไม่พอใจที่เห็นหนุ่มสูงอายุกว่าตรงหน้าพูดจาพาล่อแหลม หรือความไม่พอใจส่วนตัวทำสาวเจ้าถึงกับชักสีหน้า "พูดจาทุเรศ"


    "อ้าว ผมแค่ตอบคำถามคุณ ไหงกลับมาว่าผมซะงั้นหละ... อันที่จริงคุณก็เป็นสาว อยากลองดูมั้ยล่ะ"


    แค่ได้ยินดังนั้นคิ้วของผู้ถูกพาดพิงก็ขมวดเป็นปม หน้าแดงด้วยความโกรธขึง ตาเรียวยาวถลึงโตด้วยความไม่พอใจ ปากก็ตอกกลับไปให้รู้ถึงรสชาตการเอาหล่อนเข้าไปอยู่ในความคิดแย่ๆ ของคนตรงหน้า "นี่คุณ ! อย่ามาพูดจาหมาๆ แถวนี้นะ ให้เกียรติฉันหน่อย ฉันมาที่นี่เพราะคุณหญิงขอมาเท่านั้นล่ะ และขอที... อย่าได้เอาฉันเข้าไปมีส่วนร่วมกับความคิดทุเรศๆ ของคุณเด็ดขาด" ดูถูกหล่อนเกินไปแล้ว


    "ผมหมายถึงว่า คุณเป็นสาวคนแรกที่จะมาดื่มมากินที่นี่กับผม คิดไปไหนเนี่ย โอเค โอเค เอาเป็นว่าผมขอโทษที่ทำให้คุณเข้าใจผิด ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบที่คุณคิดแน่นอน เลิกทำหน้ายักษ์ได้แล้ว ผมกลัว"  ว่าแล้วก็ทำสีหน้าหวาดผวาไปสักหน่อย ก่อนจะกู่ไม่กลับก้องภพจำต้องดึงสถานการณ์กลับมาสู่ปกติให้ได้ก่อนคุณเธอจะอาละวาดเขา


    นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เห็นสีหน้ายามโกรธขึงของเจ้าหล่อน ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าถูกดึงเข้าไปในความต้องการของชายหนุ่มตรงหน้า ก้องภพคิดถึงใบหน้าหลากความรู้สึกที่ไม่ได้พบพานตั้งแต่ได้ทุนจากบุพการีไป เมืองไกลเกือบสามปี เขาชอบสีหน้าที่ไม่ปกปิดอาการของเธอ ยามเธอโกรธ เกลียด พอใจ ชอบ หรืออะไรก็แล้วแต่ เธอไม่เคยปิดบังแสดงออกให้ผู้อื่นรู้เสมอ หากเธอชอบอะไรก็แล้วแต่สิ่งนั้นหรือคนนั้นจะได้รับความดูแลเอาใจใส่จากเธอ หากแต่เธอเกลียดขึ้นมาแม้นสายตาก็ไม่วันเหลียวมอง รู้หลบเป็นหลีกดีที่สุด อย่าได้เป็นคนที่เธอเกลียดเลยจะดีกว่า


    "เรื่องที่คุยกันบนรถ" ก้องภพเปลี่ยนเรื่องทันที่เห็นเจ้าหล่อนทำท่าแยกเขี้ยวใส่เขาต่อ ซึ่งได้ผลหน้าเหมือนนางยักษ์ขมูขีเปลี่ยนพลันเป็นใบหน้าสงสัยได้ราวมีคนตั้งสวิตซ์ไว้กดปุ่ม นั่นทำให้เขาเผลอยิ้มออกไปแต่ก่อนหญิงสาวจะกดปุ่มเปลี่ยนใบหน้าเขาก็เอ่ยถึงสิ่งที่เรียกความสนใจของเธอได้เสียก่อน


    "ผมก็ไม่รู้ที่มาที่ไปของสัญญาระหว่างแม่ผมกับเจ้าสัวหรอก ส่วนเรื่องการดูตัว คุณถามว่าผมรู้เรื่องไหม ผมตอบก็ได้ว่าผมรู้ และผมยังมั่นใจอีกว่าต้องเป็นคุณแทนที่จะเป็นยัยอิน... แต่ถ้าเป็นยัยอินจริง แค่คิด ขนหูผมก็ลุกขึ้นประท้วงแล้ว"


    ก้องภพจบสนทนาเอาดื้อๆ หลังเด็กเสิร์พนำเครื่องดื่มเข้ามา และกระดกดื่มเบียร์โดยไม่พูดต่อจากนั้นอีก และตามคาดหน้าของหล่อนเปลี่ยนไปอีกอย่างโดยพลันหลังได้ยินเขาพูดจบ หากไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป ก็ต้องยอมรับว่าตัวเขาเองนั้นก็มีลุ้นอยู่ไม่น้อย "แล้วหากครั้งหน้ามาที่นี่กันอีก ผมไม่ให้คุณแต่งตัวแบบนี้แล้วนะ ผมไม่อยากมีเรื่องกับใครเขาเข้า"


    ส่วนพีร์ธาดาอยากถามว่าทำไมเขาคิดแบบนั้น ทำไมถึงมั่นใจนัก แถมประโยคสุดท้ายนั่นยิ่งทำให้เธอหวั่นไหวได้อีกไม่น้อย ความสงสัยผุดขึ้นเร็วกว่าดอกเห็ดหากกลืนคำถามลงคอเพราะกลัวคำตอบที่ใจเธออาจ ไม่สามารถตอบสนองเขาได้ในวลานี้ จึงเสมองออกไปที่เวทีปากร้องเพลงคลอตามวงดนตรี ภายนอกทำเหมือนไม่คิดอะไรมากกับคำพูดของเขา แต่ภายในนี่สิ... ทำไมต้องในเวลานี้ เฮ้ย มันจะเป็นได้ในเวลาอื่นแทนรึไง หื้อ บ้าแล้วไอ้พีช ดีลีททิ้งไปซะ


ว่าแต่ พี่คิดอะไรของพี่อยู่ พี่ก้อง


    "ไอ้ก้อง เฮ้ย วันนี้โผล่มาได้ไง แต่งซะหล่อเลยเอ็ง" เสียงชายที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับชายหนุ่มคู่เดตจำเป็นทำลายบรรยากาศอึดอัดที่กินเวลามาเนิ่นนาน


    "อ้าว ไอ้อัทธ์ วันนี้เข้าร้านเหรอ... แล้วไอ้อิทธ์มามั้ย" ก้องภพลุกขึ้นทักทายเพื่อนชายก่อนแนะนำให้พีร์ธาดารู้จักกับเพื่อนเขา "เพื่อนผมชื่ออัทธ์ เจ้าของร้านนี้... นี่พีชมากับข้า"


    "สวัสดีครับคุณพีช... ไอ้อิทธ์เข้าเวร" อัทธ์หันไปทักทายคู่ควงของเพื่อนหนุ่มพร้อมทั้งแปลกใจเพราะปกติแล้วเพื่อนคน นี้มักจะไม่เคยแนะนำสาวที่ควงให้รู้จักเลยสักคน ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกที่ก้องภพยอมแนะนำให้เขารู้จักพร้อมทั้งคำเรียกเจาะจงว่า มากับมัน นั่นแสดงว่าผู้หญิงคนนี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน หากแต่จะให้อยู่เฉยก็ไม่ใช่ไอ้อัทธ์นะสิ "ปกติไอ้ก้องไม่เคยพาผู้หญิงมาที่ร้านนี้เลยนะครับ คุณพีชนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ลอกคาบลายเสืออย่างมันได้"


    "อุ๊ย ไม่ใช่ค่ะ พีชเป็นเพื่อนน้องสาวคุณก้อง ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณอัทธ์เข้าใจ พอดีมีเหตุจำเป็นเล็กน้อยพีชเลยต้องมากับคุณก้องคะ" พีร์ธาดาแทบจะรัวลิ้นปฏิเสธ ทำไมเหตุการณ์กลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แต่ก็แน่อยู่หรอกชายหญิงมากันเพียงสองคนย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครจะเข้าใจผิด


    "คนอย่างไอ้ก้อง ถ้าไม่ใช่จริงต่อให้ตายยังไงมันก็ไม่... "


    "ไอ้อัทธ์ พอได้แล้วมึง พูดมากไปแล้ว ไปเอาเบียร์มาเพิ่มให้กูที บริการลูกค้าหน่อยเหอะ เอ้อ ฝากบอกไอ้อิทธ์ด้วยกูอยากเจอ" ก้องภพรีบตัดบทหุบปากเพื่อนชายได้ทันควันก่อนที่จะเผยอะไรออกมา เขาไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่เพื่อนชายทำตัวรู้ดีเกินไป


    "ครับผม แหม พูดนิดพูดหน่อยไม่ได้ ขอตัวก่อนครับคุณพีช" ว่าจบอัทธ์ก็ปรี่เดินไปสั่งการกับลูกน้องแล้วปลีกไปดูลูกค้ารายอื่น


    ข้อสงสัยที่ผุดขึ้นอีกประเด็นทำให้พีร์ธาดามิอาจต้านทานความอยากรู้ไว้ได้ จึงโพลงไปทันทีที่อัทธ์เดินออกไป "เพื่อนคุณนี่พูดจาแปลกๆ เนอะ พูดเหมือนคุณยังไงๆ กับฉันก็ไม่รู้"


    และแม้ในอดีตจะค่อนข้างสนิทสนมกับชายหนุ่มเป็นอย่างดี แต่กับผู้ชายคนที่เพิ่งพบกลับไม่เคยเจอแต่ก็รู้สึกคุ้นหนเป็นพิเศ แถมเพื่อนคนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยจะรู้จัก ไม่ใช่เพราะผู้ชายคนนี้ไม่แนะนำ หากแต่ติดที่เพื่อนสาวของเขาประกาศกร้าวว่าอย่ารู้จักเพื่อนของก้องภพเลยดีที่สุด แถมตอนพูดก็พูดทั้งน้ำตาปนความโกรธระดับเก้าริกเตอร์ เธอจึงไม่เคยมีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนของเขาเลยสักคน... ยกเว้นพี่ปิง กำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆ ก็โดนคำตอบจากปากบางของชายหนุ่มสะกิดเข้าให้


    "เพื่อนผมมันรู้จักผมดีทุกคน ถ้ามันพูดอะไรออกมาก็คงเป็นแบบนั้น หากไม่จริงผมคงปฏิเสธไปแล้ว"


    ก้องภพสบตากับพีร์ธาดาที่ดูเหมือนตอนนี้จะอึ้งกับคำตอบไม่คาดคิดไปเรียบร้อย อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากพูดในสถานการณ์แบบนี้สักเท่าไหร่ อีกอย่างเขาก็รู้ว่าหญิงสาวคงยอมรับการเปลี่ยนแปลงไม่ทันแน่นอน แต่เพราะเพื่อนชายมันปูทางให้เรียบร้อยแล้วก็จำต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ก่อนจะดีกว่า


    "ผมยอมรับก็ได้ว่าผมคิดกับพีชมากกว่าน้องสาว ผมไม่ปฏิเสธว่าผมเคยควงผู้หญิงไปไหนมาไหนด้วยหลายครั้ง แต่ผมไม่เคยแนะนำให้เพื่อนผมได้รู้จักสักคน ไม่ใช่เพราะผมหวง แต่ผมบอกเพื่อนผมทุกคนว่าหากผมจะแนะนำใครให้รู้จัก ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ผมรักและพร้อมจะใช้ชีวิตคู่ด้วย หากคุณยังจำได้ผมเคยบอกเรื่องนี้ให้คุณกับอินรู้ด้วย... ผมแนะนำพีชให้เพื่อนผมรู้จัก หวังว่าคุณคงเข้าใจความหมายผมนะพีช"


    ช็อค อึ้ง งง คืออาการของพีร์ธาดา ณ ขณะนี้ แค่คำถามง่ายๆ ที่น่าจะตอบได้ไม่ยากกลับต้องมาเจอกับคำบรรยายที่พูดได้คำเดียวว่า ช็อค ยิ่งเมื่อจ้องมองดวงตาที่สื่อความรู้สึกออกมาอย่างไม่ปิดบังยิ่งตอกย้ำคำพูด ของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี นี่สินะคือปริศนาทั้งหมดตั้งแต่ตอนดูตัว คนที่เธอถือว่าเป็นอริมาตลอดแอบชอบเธอ ทำไมถึงไม่ฉุกใจคิดได้เลยว่าเขารู้สึกยังไง หรือเพราะท่าทีที่ชอบแกล้งกันมันกลบไปหมด ล้านแปดคำถามที่อยากรู้หากแต่ตอนนี้ตัวเธอเองก็มึนงงไปแล้ว ไอ้ที่หัวใจเต้นเร็วก็ไม่รู้ว่าเพราะช็อค หรือเหตุผลอื่นกันแน่...


    "พีช... ฉะ ฉันอยากกลับแล้ว ไปรอที่รถนะ" พูดจบพีร์ธาดาก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันที


    อาการของหญิงสาวไม่อาจรอดพ้นสายตาของคนที่เพิ่งสารภาพรักไปได้ นั่นเป็นอย่างที่เขาคิดไม่มีผิด พีร์ธาดาย่อมตั้งตัวไม่ทันแน่นอน หากนั่นไม่ใช่ความผิดของเจ้าหล่อน อาจจะเป็นเพราะเขาเองที่บอกกล่าวโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ยืนยันได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขารู้สึกอย่างไรกับหล่อน ก้องภพเอนหลังลงโซฟาตัวจิ๋วพร้อมหลับตาลงเพื่อชาร์จไฟให้มีแรงเดินหน้าต่อไปได้


    "ไงวะ เรียบร้อยเปล่า กูเห็นน้องเขาทำหน้าแปลกๆ อย่าบอกนะว่าน้องเขาไม่รู้ว่ามึงคิดอะไรด้วย" อัทธ์เดินเข้ามาหาเพื่อนหลังลอบมองพฤติกรรมของทั้งคู่จนกระทั่งหญิงสาวเดิน ออกไปด้วยหน้าตาที่ต้องบอกว่า งงสุดขีด


    "อืม กูก็เพิ่งบอกเขานี่แหละ เฮ้ออออ กูกลับล่ะ เท่าไหร่วะ” ก้องภพลืมตาที่เริ่มอ่อนแรงขึ้นตอบคำถามเพื่อนพร้อมเด้งตัวเตรียมควัก กระเป๋าตังค์จ่ายค่าเครื่องดื่ม


    "ไม่ล่ะ ฟรี ถือเป็นค่าเลี้ยงขวัญมึง เอาน่ากูว่ามีลุ้น... แต่มึงไปหามาจากที่ไหนนั่น สวยเด็ดไปเลยวะ"


    "อย่ามาทำหน้าหื่นแบบนั้นไอ้อัทธ์ กูไม่ขำด้วย นั่นเพื่อนอิน เออ แล้วเดี๋ยววันหลังกูจะมาเล่าให้ฟัง วันนี้ไปก่อนมีเรื่องต้องพูดกับน้องเขาอีก ไปล่ะ"


    "เออ โชคดีเพื่อน" อัทธ์มองตามเพื่อนชายเดินออกจากร้านไป เขาระแคะระคายมานานว่าเพื่อนตัวดีอาจจะซ่อนใครไว้ในใจอยู่แล้ว เพราะทุกครั้งที่เห็นมันเดินกับใคร มันไม่เคยส่งสายตาที่แสดงถึงความรัก ความอ่อนโยนได้เท่าผู้หญิงคนนี้ ก็ได้แต่หวังให้มันกลับมาเล่าเรื่องให้ฟัง ต่อมอยากรู้มันทำงาน... พีช ใช่พีชเดียวกับไอ้ปิงรึเปล่าหว่า ถ้าใช่ก็ ไอ้ก้องเอ๋ยยยยย


    เพราะครั้งตอนที่มีงานหมั้นของกรกฏเกิดขึ้น เขาดันไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสเลยอดเห็นหน้าหญิงคนนั้น แต่พอเหตุการณ์กลับตาลปัตรเขาก็ไม่รู้ว่าจะสงสารใครดี แต่พอถึงตอนนี้ก็พอสรุปได้ว่า 'เป็นบุญ' ของก้องภพที่งานวันนั้นมันยกเลิกไปเสียก่อน



    เมื่อเซ็นทรัลล็อคปลดออกพีร์ธาดาก้าวขึ้นรถ ตลอดเวลาที่เดินมาที่รถ หรือนั่งอยู่ในรถเธอสงสัยอะไรเต็มไปหมด แต่สมองตอนนี้มันกลับโหวงคิดหาคำพูดคำถามอะไรไม่ออกสักอย่างได้แต่นั่งเงียบ ไปตลอดทางที่ชายหนุ่มขับรถไปส่ง เหมือนก้องภพจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่พร้อมจะพูดเรื่องที่ผ่านมาเขาก็ได้แต่ ขับรถไปอย่างเงียบๆ รอให้เธอประมวลเรื่องทั้งหมดให้ได้ก่อน เขาเชื่อว่าหากเธอพร้อมเมื่อไหร่ เธอจะเป็นคนพูดออกมาเอง เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็คงทำได้แต่รอ... รอว่าเมื่อไหร่หญิงสาวพร้อมจะเปิดใจคุยกับเขา


    "ขอบคุณที่มาส่งนะ เรื่องนั้น... "


    "ไม่เป็นไรพีช ผมไม่ได้ต้องการให้พีชตอบตอนนี้ ผมอยากให้พีชลองคิดดูเท่านั้น กลับขึ้นห้องเถอะดึกแล้ว ไว้ค่อยเจอกันครับ"


    "อืม คุณออกรถไปเถอะ ฉันว่าจะเดินเล่นหน่อย"


    "นี่คุณ อย่ามาทำดราม่าอะไรตอนนี้ ชุดล่อไอ้เข้แบบนั้นอย่าหวังว่าผมจะยอมเลย ขึ้นห้องไป ผมจะยังไม่ออกรถจนกว่าพีชจะเข้าห้อง ผมให้เวลาห้านาที ถ้ายังไม่ถึง ผมจะเข้าไปตามเอง"


    "หื้อ ก็ได้ ! ฮิตเลอร์จัง" พีร์ธาดาสะบัดหน้าสะบัดก้นเดินเร็วเข้าคอนโดของตนไป ชอบบังคับอะไรแบบนี้ตลอดเลย ไอ้พี่ก้องบ้า วันนี้ทำให้สับสนแล้วยังมาเผด็จการใส่อีก โอ้ยย ปวดหัวจริง


    ก้องภพมองตามพีร์ธาดาเข้าไปในที่พักของตนสักพักหนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าสาวเจ้าน่าจะเข้าอาณาเขตห้องตัวเองแล้วจึงเตรียมออกรถไป แต่เพื่อความแน่ใจว่าเจ้าหล่อนจะไม่แวบลงมาเดินเล่นข้างล่างตามที่บอกคงต้องส่งเสียงขู่ไปตามสายโทรศัพท์แทนก่อน


    "ฮัลโหล... คะ" เสียงห้วนจากปลายสาย ยังดีที่มีหางเสียงต่อมาด้วย


    "เข้าห้องแล้วใช่มั้ย"


    "คุณเองเหรอ อืม เข้าห้องแล้ว"


    "อย่าลงมาข้างล่างล่ะ ผมยังปวนเปี้ยนอยู่แถวนี้ ถ้าคุณลงมา ผมจะอุ้มคุณขึ้นไปส่งเอง... ที่เตียงนอน แต่ไม่ใช่ห้องคุณนะ"


    "ไอ้โรคจิต ฉันไม่ลงไปแล้ว แค่นี้นะ ! ไร้สาระชะมัด" นอกจากได้ยินเสียงกรี๊ดในลำคอแล้ว เสียงตะโกนแหวยังดังออกมาปะทะหูอีก ทำให้ก้องภพหัวเราะเสียงดังก่อนสายจะถูกตัดไป รักมันก็รักอยู่หรอก แต่คนอย่างพีร์ธาดาเอาน้ำเย็นเข้าลูบย่อมทำไม่ได้อยู่แล้ว


    ในฟากของหญิงสาวหลังเจอโทรศัพท์โรคจิตคุกคาม จำต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เตรียมลงไปเดินรับลมข้างล่างเป็นคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกายแทน "รู้ทันกันทุกเรื่องเลยโว้ยยยย อาบน้ำนอนแทนก็ได้... แล้วจะนอนหลับมั้ยนี่ฉัน"




Create Date : 22 กันยายน 2553
Last Update : 18 ตุลาคม 2553 9:47:41 น. 1 comments
Counter : 528 Pageviews.

 
เพิ่งรู้ตัวว่าตอนที่ 3 มันยาวมากกกกก ฮา

อันที่จริงน่าจะปรับไปเป็นตอนที่ 4 เลยเนาะ

หากตัวหนังสือเล็กไปก็ปรับโดยกด ctrl + นะค่ะ

แล้วพบกันอาทิคย์หน้า ><


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:18:00:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.