มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
23 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 19

บทที่ 19


เผชิญหน้า





    รถเก๋งซีดานคันโตสัญชาติยุโรปทะยานเข้าสู่ตัวเขตอำเภอสัตหีบ มุ่งหน้าไปยังกองถ่ายทำแมกกาซีนจ๊อบสุดท้ายของพีร์ธาดา พวกเขามาถึงก่อนเวลานัดหมายค่อนข้างเยอะ โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่จองที่พักโรงแรมหรูระดับห้าดาวไว้ที่พัทยาเป็นเวลาสองคืน ทั้งคู่เปิดไว้เพียงห้องเดียวแม้พีร์ธาดาจะพยายามขอให้ชายหนุ่มเปิดสองห้องแต่เขาให้เหตุผลว่า ‘เปลือง’ และดื้อรั้นจะเปิดเพียงห้องเดียว หญิงสาวก็ป่วยการจะพูดเกลี้ยกล่อม ยอมให้เขาทำตามใจแต่ก็แลกด้วยการงอนเขาอยู่อย่างนี้แทน


    “เอาน่า ถ้าผมทำอะไรพีช ผมยอมให้พีชมาขอเลยเอ้า”


    “พี่ก้อง! ”


    “ครับ”


    ยังมาครับอีก รู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา แล้วแบบนี้มันน่าให้อยู่ห้องเดียวกันดีมั้ยนี่ ทำไมพูดอะไรออกมาไม่คิดเลยว่าเธอจะคิดมากขนาดไหน ถึงแม้จะรู้จักกันมานานและคบเป็นแฟนแล้ว แต่ไอ้การค้างอ้างแรมกันสองต่อสองมันไม่เคย โอ๊ย แล้ววันนี้เธอจะนอนหลับมั้ย แต่พีร์ธาดาเลือกที่จะไม่พูดโต้ออกไป


    “ในค่ายใช่มั้ยพีช” ก้องภพเปลี่ยนเรื่องเมื่อใกล้ถึงจุดหมายซึ่งเป็นทะเลในค่ายทหารค่ายหนึ่งในอำเภอสัตหีบ


    “อือ แล้วมันเข้าทางไหนล่ะ พีชก็ไม่เคยมาด้วย”


    “เดี๋ยวจอดถามคนดูดีกว่า”


    เมื่อได้รับคำตอบแล้วก้องภพก็ค่อยๆ ขับช้าๆ เพราะเกรงว่าจะเลยทางเข้า แม้พลเมืองใจดีจะบอกว่าทางเข้าหาง่ายเพราะป้ายบอกชื่อค่ายค่อนข้างใหญ่ แต่เพราะเขายังไม่เคยมาจึงไม่ชินทาง และพีร์ธาดาก็ร้องชี้เมื่อเห็นค่ายทหารจุดนัดพบ พอชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าก็ชะลอและจอดข้างทางข้างหลังรถตู้ทีมงานที่มาถึงก่อนหน้านี้แล้ว พีร์ธาดาลงไปทักทายบรรดาสต๊าฟของกองแมกกาซีน ก้องภพดับเครื่องยนต์ก่อนเดินไปยืนข้างๆ แฟนสาว


    “มาคุมแฟนเหรอคะคุณก้อง” หนึ่งในทีมงานเอ่ยแซวเมื่อเขาสวัสดีทุกคนครบ


    “กลัวแฟนหายครับ” จบคำก้องภพทุกคนก็พากันหัวเราะ พีร์ธาดาตีแขนแฟนหนุ่มเหมือนเตือนให้เขาเงียบเสียดีกว่า


    “แล้วครบกันยังคะ” พีร์ธาดาเอ่ยถามตัดบท


    “ก็ เหลือแค่นางแบบล่ะค่ะคุณพีช” เธอจำได้ว่าคนนี้ชื่อพี่เอ้ซึ่งเป็นหัวหน้าสต๊าฟบอกกับเธอ จากนั้นหล่อนก็ชายตาไปยังก้องภพที่กำลังคุยอยู่กับนัทผู้ช่วยช่างภาพของเธอ ก่อนพูดเสียงเบาคล้ายกระซิบถามหญิงสาว “คุณก้องมาจะดีเหรอคะคุณพีช พี่เอ้กลัวจะมีปัญหาจัง”


    “ไม่มีอะไรหรอกมั้งพี่เอ้ พี่ก้องแค่อยากมาพักผ่อน” เธอไหวไหล่ประกอบคำพูด แม้จะบอกว่าไม่มีอะไรแต่ก็อดกังวลใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้เหมือนกันแหะ


    “คุณพีชรู้เรื่องนางแบบเรากับคุณก้องแล้วใช่ไหมคะ”


    “ค่ะ”


    “พี่เอ้ว่าคุณพีชรับมือหนักนะคะงานนี้ คุณปรายเธอไม่ธรรมดาจริงๆ เราเคยร่วมงานกันมาหลายครั้งแล้ว ทีมงานพี่ขยาดกันทุกคน พี่เอ้ว่าคุณพีชเตรียมใจไว้หน่อยดีกว่าค่ะ” หล่อนเม้าท์ถึงนางแบบในวันนี้ให้เธอฟัง ก็พอจะรู้บ้างว่าคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมาก แต่ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมากเท่านางแบบคนอื่นๆ ที่เธอเจอมาหรือเปล่า




    บรรดาทีมงานส่วนใหญ่และฟากของพีร์ธาดาเคลื่อนพลมายังจุดที่ไว้สำหรับถ่ายแบบ เพื่อมาเซ็ตสถานที่ก่อน โดยทิ้งทีมงานไว้เล็กน้อยที่ทางเข้าค่ายเพื่อรอรับนางแบบที่คาดว่าน่าจะมาช้ากว่ากำหนดการเดิม


    “คุณพีชพักผ่อนก่อนก็ได้ค่ะ กว่าคุณปรายเธอจะมาก็อีกประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ได้ เดี๋ยวเธอมาแล้วพี่เอ้จะโทรตาม”


    “อ้าว กว่าจะมาถึงแดดมันไม่แรงไปเหรอคะ เห็นว่าจะเอาฟีลแดดอ่อนๆ นี่คะ” พีร์ธาดาขมวดคิ้วถาม เพราะดูเวลาตอนนี้นางแบบน่าจะพร้อมสำหรับการถ่ายแล้ว แต่นี่เจ้าหล่อนยังคงมาไม่ถึง


    “เอ่อ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้คุณพีชพอจะว่างช่วงเช้าสักหน่อยไหมคะ คือ พี่เอ้อยากให้คุณพีชแสตนด์บายไว้ค่ะ เรื่องค่าจ้างไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวพี่เอ้เบิกเพิ่มให้ได้ค่ะ” เรื่องนี้ยังไงก็ต้องให้คุณพีชว่างในช่วงเช้าของพรุ่งนี้ให้ได้ เผลอๆ อาจต้องทั้งวันของพรุ่งนี้เลยก็ได้เพราะไม่แน่นางแบบวันนี้อาจจะเรื่องมากอย่างที่สุดก็เป็นได้ เพราะตอนโทรไปถามว่าเจ้าหล่อนอยู่ไหนแล้วกลับได้ยินเสียงงัวเงียแทน สรุปได้ว่าหล่อนยังไม่ตื่นนั่นเอง


    “ได้ค่ะ พีชไม่ได้รับงานอื่น แล้วยังไงถ้าคุณปรายมาแล้วรบกวนพี่เอ้โทรบอกพีชด้วยนะ เดี๋ยวพีชขอตัวไปหาอะไรกินกับพี่ก้องก่อน”
พีร์ธาดาเดินเข้าไปตามก้องภพ ทั้งคู่เดินไปยังศูนย์อาหารของค่ายเพื่อหาอะไรลงท้อง เมื่อทานเสร็จก้องภพก็ยึดกล้องตัวโตของพีร์ธาดาพร้อมบอกว่าจะถ่ายรูปให้ เขารู้ว่าหญิงสาวชอบถ่ายรูปแต่ไม่ค่อยจะมีรูปตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วในกลุ่มเพื่อนฝูงเธอจะเป็นคนตามถ่ายมากกว่าถูกถ่ายรูป


    “ไลก้าล่ะพีช”


    “โอ๊ย พีชเอาใส่กล่องตั้งโชว์แล้ว แพงขนาดนั้นไม่กล้าแตะมากหรอก เดี๋ยวสึกหมด”


    “แล้วพี่เบิ้มตัวนี้ มันไม่แพงหรือไง ทั้งบอดี้ทั้งเลนส์ ไหนจะอุปกรณ์อื่นๆ อีกรวมแล้วยังมากกว่าไลก้าเลย” ก้องภพแย้ง เพราะกล้องตัวนี้ของพีร์ธาดาแค่บอดี้ก็แตะเลขหกหลักไปแล้วแม้จะดูน้อยกว่ากล้องสัญชาติเยอรมันตัวนั้น แต่อุปกรณ์อื่นๆ ก็ราคาไม่แพ้บอดี้กล้องเลย


    “ก็ ยังถูกกว่าแหละน่า เอ้าๆ จะถ่ายมั้ย วิจารณ์อยู่ได้”


    จากตอนแรกที่ก้องภพเก็บภาพของแฟนสาวเพียงคนเดียวจนเมมโมรีการ์ดเต็มไปหลายรอบแล้ว นัทหนุ่มขาเดฟผู้ช่วยช่างภาพของพีร์ธาดาก็เสนอตัวถ่ายรูปคู่ให้ทั้งคู่เอง เพราะเขาถูกพี่เอ้สั่งให้ช่วยทำให้ทั้งคู่ลืมเรื่องเวลา เพราะดูท่าทางนางแบบสาวจะไม่มาถึงง่ายๆ นี่แหละ
ก้องภพยินดีอย่างยิ่งเพราะเขากับเธอยังไม่มีรูปคู่กันเลย นอกจากรูปที่ปาปารัซซี่ถ่ายซึ่งเขาสรุปเอาว่า ‘ถ้าจะถ่ายทั้งทีทำไมไม่ให้รูปมันชัดกว่านี้หน่อยนะ’ ชายหนุ่มกำชับคนถ่ายให้เก็บทุกช็อตที่สามารถทำได้ ถ้าเขาพอใจอาจมีทิปเล็กน้อยให้หนุ่มนัท เขาและเธอต่างถ่ายรูปกันอย่างไหลลื่นได้หลายภาพแล้วจนถึง


    “พี่ก้อง! จูบพีชทำไม อายไอ้นัทมัน” พีร์ธาดาผงะตกใจเมื่อก้องภพดึงหน้าของเธอเข้าไปจูบปาก และเมื่อหันไปเห็นไอ้นัทที่กำลังยิ้มร่ากดชัตเตอร์รัวอยู่นั่นก็เอาเธอเริ่มของขึ้น “ไอ้นัท หยุดถ่ายได้แล้ว”


    “โห พี่กำลังได้เลย หวีทต่อเด้” นัทบอกเสียงกวน เขาต้องถ่ายออกมาให้ดีที่สุดเพื่อทิป!


    “น่าพีช เราจะได้มีรูปไว้ประดับงานแต่งเราเยอะๆ ไง” ก้องภพคว้าตัวหญิงสาวที่ทำท่าจะเดินหนีเขา พร้อมเอ่ยบอกพอให้นัทได้ยิน หวังเล็กน้อยให้เจ้านัทเอาไปพูดต่อ เผื่อเป็นข่าวขึ้นมาพีร์ธาดาจะได้ยอมลงให้เขาซะที


    “อะไร พวกพี่จะแต่งกันแล้วเหรอ! ” นัทตะโกนขึ้น และแน่นอนทีมงานบางคนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงพวกเขาต้องได้ยิน เพราะเสียงมันดังเกินกว่าที่ควรเป็น


    “ไม่ใช่โว้ย!! พี่ก้องเขาพูดเล่น แกหุบปากไปเลยไอ้บ้านัท! ” พีร์ธาดาจ้องมองนัทอย่างกินเลือดกินเนื้อ ส่วนก้องภพชูนิ้วโป้งไปให้นัทพร้อมตบกระเป๋ากางเกงตัวเองเป็นนัยว่า ‘เอ็งรวยแน่วันนี้’


    “เขินรุนแรงนะพี่เนี่ย พี่ก้องเปลี่ยนใจยังทันนะ มีเมียเหมือนมีแม่อีกคนตกนรกทั้งเป็นเลยนะพี่” นัทพูดพร้อมหัวเราะ เขากะระยะห่างระหว่างตัวเขากับพีร์ธาดาเอาไว้อย่างดีแต่ก็ไม่ดีพอ เพราะเมื่อเขาพูดจบขายาวๆ ของหญิงสาวก็ถีบเข้าที่ท้องเขาอย่างแรงจนเขาลงไปกองกับพื้น แต่กระนั้นนัทก็ยังหัวเราะร่วนเสียงดังลุกขึ้นปัดฝุ่นรีบคืนกล้องให้ก้องภพ หัวก็พยายามหลบมือที่ตามมาตบกะบาลเขาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นรีบเดินหนีก่อนจะไปยังไม่วายทิ้งระเบิดไว้อีกลูก “รุนแรงแบบนี้ ลูกดกแน่นอน โชคดีนะพี่ก้อง”


    “ไอ้หมานัท!! ” พีร์ธาดาชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกส่ายหัวระอาเมื่อตัวป่วนวิ่งแนบไปอีกทางเรียบร้อย ก่อนหันไปเล่นงานตัวต้นเรื่อง “พี่ก้อง ดูสิเข้าใจผิดไปใหญ่โตแล้ว”


    “โธ่ ใครจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไปเถอะน่า... ถ่ายต่อป่ะ” เขาพูดยิ้มหวานบอกหญิงสาว ซึ่งอานุภาพยิ้มของเขายังคงมีผลต่อเธอเสมอ เพราะดูเหมือนหญิงสาวจะเริ่มหน้าแดงขึ้น


    “พีชไม่ถ่ายแล้ว” เธอก้มหน้างุดบอกชายหนุ่ม ทำไมต้องแพ้ยิ้มบ้าๆ นี่ตลอดเลยนะ “นี่มันจะสิบโมงครึ่งแล้ว ทำไมยังไม่เริ่มถ่ายซะที” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องเมื่อรู้สึกได้ว่าแดดเริ่มแรง ดึงแขนคนมีนาฬิกาข้อมือมาดูเวลา ให้ตายเถอะ เธอรอมาสามชั่วโมงครึ่งแล้วนะ!




    พีร์ธาดาทิ้งก้องภพให้ถ่ายรูปคนเดียวต่อไป แล้วเดินเข้าไปหาพี่เอ้เมื่อรู้สึกว่าเวลาในการเริ่มนานขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีวี่แววเงาของนางแบบวันนี้เลยสักนิด แต่จากที่เธอจะเป็นคนเข้าไปถามกลับเป็นคนถูกถามเสียนี่


    “ได้ข่าวจะแต่งงานแล้วเหรอคะคุณพีช”


    พีร์ธาดาหันซ้ายหันขวาอย่างร้อนรนเพื่อมองหาตัวปล่อยข่าว เมื่อเห็นก็พบว่ามันกำลังมองมาทางนี้พร้อมหัวเราะอย่างชอบใจ “ไอ้นัท... เปล่าค่ะ ยังไม่แต่ง”


    “ยินดีด้วยนะคะ” อ้าว คำพูดเธอไม่มีผลเลยใช่ไหมนี่! และก่อนที่เธอจะพูดแก้ตัวไปพี่เอ้ก็บอกในสิ่งที่เธออยากรู้แทน “ตอนนี้คุณปรายอยู่หน้าค่ายแล้วค่ะ กำลังเข้ามา”


    “โอเคค่ะ งั้นพีชขอตัวไปเช็คกล้องก่อนนะ พอดีเมื่อกี้ถ่ายกันเพลินไปหน่อย”


    “ค่ะ”




    รถสปอร์ตชาติยุโรปแล่นเข้ามาจอดในบริเวณที่ห่างรถตู้ทีมงานพอควรราวกับอยากให้รู้ว่ามันแปลกแยกเพียงไหน พีร์ธาดาซึ่งกำลังรวบรวมสมาธิเพื่อเปลี่ยนโหมดเข้าสู่การทำงานต้องขมวดคิ้วอย่างขัดใจเมื่อถูกทำลายสมาธิ จากเสียงใสๆ กึ่งสั่งเธอลอยดังขึ้นจากข้างหลัง


    “นี่เธอ มาช่วยฉันขนของหน่อยสิ”


     พีร์ธาดาไม่สนใจพยายามจดจ่ออยู่ที่บอดี้ของกล้องต่อไป คิดว่าเธอคงเรียกคนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้นมากกว่า แต่จากสังเกตดูคร่าวๆ ก็พบว่ามันมีเธอที่นั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวนี่นา... แต่จะมาใช้เธอได้ยังไงเล่า ก็ไม่ใช่ทีมงานเสียหน่อย


    “อะไรเนี่ย คนที่นี่มันใช้ไม่ได้เลยเหรอ ฉันมาถ่ายแบบนะยะ เร็วๆ ฉันรีบ”


    นอกจากจะมีเสียงแล้วยังมีการสะกิดบอกเธออีกนั่น... สมาธิอะไรไม่สนแล้ว ชั่งหัวมัน จะอะไรกันนักกันหนาเนี่ย “นี่คุณ ฉันไม่ใช่คนใช้นะ แล้วฉันก็ไม่ใช่ทีมงานของที่นี่ด้วย ถ้าไม่มีปัญญาจะถือเองแล้วจะหอบอะไรมาเยอะแยะนักหนาล่ะคะ คุณปราย”


    ดูเหมือนหญิงสาวจะตกใจเล็กน้อยเมื่อผู้หญิงผมสั้นคนที่เธอคิดว่าเป็นทีมงาน ลุกขึ้นยืนมองเธออย่างหาเรื่อง แถมความสูงก็ดูเหมือนจะสูงกว่าเธอด้วยซ้ำ “มันเรื่องของฉัน... เธอไม่ใช่ทีมงานแล้วน้ำใจล่ะ มีบ้างไหม ฉันขอให้เธอมาช่วยถือของให้ฉันแค่นี้ ไม่ได้หรือไง”


    “โถๆ คุณ จะขอน้ำใจจากชาวบ้านเขาทั้งที แต่ดันพูดดีด้วยไม่ได้ ก็เชิญแบกสัมภาระของคุณไปคนเดียวเถอะค่ะ... อันที่จริงฉันก็มีน้ำใจอยู่บ้างนะ แต่กับคุณฉันยอมแล้งดีกว่า” สิ้นเสียงข่อนแขวะพีร์ธาดาก็สะบัดหน้าเดินหนีไปทันที มันขุ่นตั้งแต่รู้ว่าหล่อนเป็นแฟนเก่าก้องภพแล้ว แต่พอมาเจอมารยาทแย่ๆ ของหล่อนเขาไปอีกมันก็อดไม่ไหวที่จะหาเรื่องคืน




    พีร์ธาดาก้มหน้าก้มตาเดินอย่างอารมณ์เสียไปยังกลุ่มทีมงาน เมื่อเจอพี่เอ้หญิงสาวก็เอ่ยปากบอก “นางแบบพี่เอ้มาแล้ว ให้คนไปช่วยขนของเธอหน่อยค่ะ” พร้อมบุ้ยหน้าไปยังทางที่เธอเพิ่งจะเจอนางแบบสาว


    ก้องภพเดินเข้ามาหาแฟนสาว ซึ่งดูท่าทางเธอจะเจอเรื่องไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะคิ้วเรียวนั้นขมวดกันแทบจะเป็นโบว์อยู่แล้ว เอาเป็นว่าตอนนี้เขาขอหลบหน้านางแบบในวันนี้ก่อนจะดีกว่า หากไม่อยากให้หญิงสาวมีเรื่องไม่พอใจมากไปกว่านี้ “พีช ผมไปรอแถวๆ นู้นนะ”


    “รีบๆ ไปให้ไกลๆ เลยพี่ก้อง ก่อนพีชจะวีนแตก... แฟนเก่าพี่ก้องนี่มารยาทดีมาก แต่ละคน...สุดยอด” พีร์ธาดาลากเสียงยาวอย่างประชดประชันพร้อมจิกสายตาไปยังก้องภพส่งยิ้มประจบมาให้


    “ครับ ผมรอแถวๆ รถนะ”


    “อืม” เธอตอบรับ “นัท ไปเอากิ่งไม้ตรงนั้นออกไปวางไปอีกข้างนึงหน่อย จัดให้มันดูเป็นธรรมชาติด้วยนะ” ก่อนหันไปสั่งลูกน้องวัยละอ่อนในวันนี้ นั่นหมายถึงก้องภพหมดความหมายไปเรียบร้อย เขาจึงเดินหนีไปยังอีกด้านที่คิดว่าจะไม่น่าโดนเห็นได้ก่อนงานเสร็จ


    พีร์ธาดามองตามหลังชายหนุ่มไปพลางถอนหายใจเฮือก เอาล่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด วันนี้เธอมาทำงานก็ขอเต็มที่กับมัน หญิงสาวเดินลุยลงไปยังหาดทรายนวลตา เดินเตะสายเล่นระบายอารมณ์จนนัทต้องเดินเข้ามาสะกิดเตือน


    “พี่พีช เอาน่าเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”


    “หวังว่านะ เห็นพี่เอ้บอกพรุ่งนี้เช้าอาจต้องถ่ายอีก”


    “กลัวอะไรเล่า เดี๋ยวก็แต่งกับพี่ก้องแล้วนี่”


    “ฉันยังไม่แต่งโว้ย ไม่เลขสามไม่แต่ง! ” นอกจากจะต้องหัวเสียกับเรื่องที่เจอมา ยังต้องมานั่งปวดกะบาลกับไอ้เด็กบ้านี่อีกหรือไงนี่ฉัน


    “แล้วนัทจะคอยดู” นัทพูดเสียงกรุ้มกริ่ม รับรองไม่เกินอาทิตย์นี้ข่าวมันต้องลงแน่นอน ฝีมือไอ้นัทเสียอย่าง


    ระหว่างเขากับทั้งคู่นั้นรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ตอนนั้นเขาเป็นเพียงเฟรชชี่ส่วนพีร์ธาดานั้นเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย แถมเป็นพี่ว้าก(ที่ไม่ยอมลงจากตำแหน่งเสียที)ที่เขาไม่กลัวเอาซะเลย แล้วยังพูดเล่นกับเจ้แกจนพูดได้ว่าสนิทกันพอควรในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมคณะ ส่วนก้องภพนั้นเป็นอาจารย์ที่สอนเขา แม้จะสอนเพียงช่วงระยะสั้นๆ มันก็ทำให้เขาสนิทด้วยไม่ยากเพราะก้องภพนั้นก็เป็นคนรู้จักกับพีร์ธาดาอีกต่อ



    ทีมงานผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งวิ่งลงมาตามพีร์ธาดาให้ขึ้นไปข้างบน เพื่อนัดแนะการทำงานและทำความรู้จักอย่างเป็นทางการกับตัวนางแบบ หญิงสาวเดินตามโดยถอนหายใจเป็นระยะๆ เพราะแรกพบกับเจ้าหล่อนนั้นใช่ว่าจะดีสักเท่าไหร่


    “นี่คุณพีชค่ะ ช่างภาพวันนี้” พี่เอ้แนะนำเธอให้รู้จักกับหญิงสาวที่เธอต้องยอมรับว่าสวยมากและหุ่นดีอย่างรุนแรง


    “เธอนี่เอง... จะไหวเหรอคะพี่เอ้” เสียงเยาะหยันพร้อมสายตาที่ไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้านั่นทำเอาพีร์ธาดาถึงกับต้องสูดลมหายใจระงับสติครั้งใหญ่ อะไรที่ฉันชมไปเมื่อกี้ ลบมันทิ้งไปซะ


    “เริ่มงานกันเลยดีมั้ยค่ะพี่เอ้ เผื่องานเสร็จแล้วจะได้หุบปากใครได้บ้าง”


    “เอ๊ะ นี่เธอว่าฉันเหรอ! ” ปรายลุกขึ้นยืนจ้องหน้าพีร์ธาดาอย่างเอาเรื่อง ปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยเสวนากับใครมากนัก แต่กับผู้หญิงคนนี้เธอรู้สึกไม่ต้องชะตาเอาเสียเลย ส่วนทีมงานแต่ละคนในตอนนี้หน้าเจื่อนกันทั้งแถบ ร้อนถึงพี่เอ้ที่เอ่ยปากจะห้ามศึกก็โดนมือของพีร์ธาดาชูเบรกไว้ก่อน


    “คุณปราย ที่บ้านนาฬิกาเสียหรือไงคะ รู้มั้ยว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว คุณให้พวกเรารอคุณมาเกือบจะสี่ชั่วโมง ฉันก็ไม่รู้นะว่าคุณมีปัญหาอะไรมากหรือเปล่า แต่ถ้าคุณจะมาเลตขนาดนี้ก็ควรโทรมาบอกทีมงานบ้าง ไม่ใช่ให้โทรตามโทรเร่งเป็นระยะ แบบนี้ฉันถือว่ามันคือการขาดความรับผิดชอบนะคะ” พีร์ธาดาจ้องตากลับพร้อมพูดอย่างช้าเน้นแต่ละคำเสียงเรียบ สรรพสิ่งรอบข้างล้วนนัดกันเงียบสงัดเธอจึงพูดต่อ “แล้วถ้าคุณคิดว่าฉันจะถ่ายคุณออกมาดีหรือเปล่า เอาไว้งานเสร็จถ้าคุณคิดว่าฝีมือฉันมันห่วย ฉันก็จะยอมให้คุณด่าฉันได้เลย และหวังว่าคุณจะมีความเป็นมืออาชีพพอนะคะ อย่าให้ฉันรู้สึกว่าคนเก่งอย่างคุณกลายเป็นคนไม่ได้เรื่องเลยค่ะ... เริ่มงานกันได้รึยังพี่เอ้”


    “อะ เอ่อ ค่ะ... คุณปราย เชิญค่ะ” ทั้งที่ในใจเธอกระโดดโลดเต้นกับคำพูดของคนที่หันมาถาม แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ ไม่มีใครกล้าพูดกล้าว่าคนดังอย่างปรายมาก่อน นี่ถือว่าเป็นคนแรกเลยทีเดียวที่จัดการให้ปรายที่ดูท่าจะโกรธเป็นฟืนเป็นไงในตอนนี้เงียบเชียบได้ถึงขนาดนี้... แต่หลังจบงานนี้ท่าจะเจองานหนัก เธอก็ทำได้เพียงส่งแรงใจไปให้ได้เพียงเท่านั้น


    แต่หากใครคิดว่ามีคนไม่กล้าหือนี่คิดผิดถนัด เพราะหลังจบประโยคกึ่งบอกกึ่งต่อว่าของพีร์ธาดาก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น พร้อมเสียงตะโกนชื่นชมในตัวเธอเสียงดัง “บราโว่ว่ะพี่พีช สุดยอดเลยพี่ วู้ววว์”


    “ไอ้... ” ปรายหันไปมองขวับไปยังต้นเสียง ถ้าเป็นปกติเธอคงจะยื่นด่ามันไปแล้ว แต่นี่หลังจากที่เธอเพิ่งถูกคำต่อว่าชุดใหญ่ นอกจากจะเถียงไม่ออกแล้วยังขายหน้าอีกก็ต้องยอมรับว่าตัวเองแย่อย่างที่ผู้หญิงผมสั้นคนนั้นพูดจริงๆ




    ขณะที่พีร์ธาดากำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่เสียงดังข้างๆ หูที่ดังเป็นระยะๆ นั้นมันแทบจะทำให้เธอเอื้อมมือไปตบปากเหลือเกิน จนเธอทนไม่ไหวจึงต้องขอหยุดสักครู่ อ้างให้คอสตูมเข้ามาดูแลนางแบบ ก่อนหันไปจัดการกับต้นเสียงหื่นนั่น


    “ไอ้นัท เมื่อกี้แกยังกวนประสาทเขาอยู่เลย แล้วนี่อะไรทำเสียง อู้ว์ๆ อ้าว์ๆ น่าเกลียดมาก แล้วมันรบกวนสมาธิฉันด้วย”


    “โธ่พี่ บุญตาผมน่ะ ปกติเห็นหุ่นเพรียวๆ แบบนี้แต่ในหนังสือ ไม่คิดว่าพอมาเจอกับตาแล้วมันจะสุดยอดแบบนั้น ข๊าว ขาว โอ้ย เป็นบุญของเอ็งจริงๆ ไอ้นัท” ตาของเขายังคงนางแบบในชุดบิกีนี่สองชิ้นเผยรูปร่างอย่างไม่วางตา “พี่ก้องใช้วิธีไหนจีบเนี่ย พี่พีชไปถามให้หน่อยดิ”


    “อยากรู้ก็ไปถามกันเอาเองโว้ย แกจะทำอะไรก็เรื่องของแก แต่อย่าส่งเสียงหื่นๆ มาได้มั้ย ฉันรำคาญ”


    “คร้าบบบ” นัทตอบหน้ายิ้ม



    จวบจนช่วงพักกองในตอนเกือบเที่ยงพี่เอ้หัวหน้าทีมงานก็สั่งเบรก ให้ทุกคนได้ทานข้าวพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ยกกองเปลี่ยนสถานที่ถ่ายแบบเป็นพัทยา นัดเริ่มงานอีกทีตอนบ่ายสามโมงครึ่ง ซึ่งเท่ากับว่าพีร์ธาดามีเวลาถึงสามชั่วโมงครึ่งก่อนเริ่มงานอีกครั้ง เธอจึงเดินไปหาก้องภพที่ป่านนี้คงนอนหลับอยู่ในรถ ตั้งแต่ตอนทำงานมาเธอกับนางแบบชื่อดังก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนสวยแถมหุ่นยังดีอย่างที่สุด เอวเป็นเอวสะโพกเป็นสะโพกสวยงามชวนให้หลงกดชัตเตอร์อย่างมันมือ



    เธอเดินมาจนถึงรถของชายหนุ่มเคาะกระจกปลุกเจ้าของรถ ก่อนเขาจะงัวเงียสะบัดหัวเปิดประตูก้าวออกมาอ้าปากหาวพร้อมถามเสียงคนเพิ่งตื่น “เสร็จแล้วเหรอครับ”


    พีร์ธาดายื่นผ้าเย็นที่ฉกมาจากทีมงานให้เขาก่อนเอ่ยตอบไป “ยังหรอก ต้องเก็บแดดช่วงบ่ายแก่ๆ กับช่วงเย็นอีก ทั้งวันแหละพี่ก้อง... เบื่อมั้ย”


    “นิดหน่อยน่ะ มันไม่มีอะไรทำ แต่ไม่เป็นไรหรอกผมรอได้ แล้วเขาสั่งพักถึงกี่โมงล่ะ” ก้องภพปฏิเสธผ้าเย็นจากหญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ จับมือเธอพร้อมบอก “เช็ดให้ผมหน่อยสิ”


    พี่ร์ธาดาทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ แต่ก็แกะซองเอาผ้าสีขาวเย็นคลี่ออกบรรจงเช็ดตามใบหน้าของชายหนุ่มอย่างเบามือ “สามครึ่งนู่น กลับไปโรงแรมก่อนมั้ย อีกตั้งหลายชั่วโมง ขับรถแป็ปเดียวเอง ถ้าขับไม่ไหวพีชขับให้ก็ได้นะ”


    “ไม่เป็นไรผมไหว แต่ก็ดีเหมือนกัน ไปหาอะไรกินด้วยผมก็เริ่มหิวแล้ว”


    “งั้นเดี๋ยวพีชไปบอกพี่เอ้ก่อนนะ”


    “ครับ”


    หญิงสาวหาพี่เอ้ได้ไม่ยาก เพราะเธอกำลังโซ้ยข้าวกับลูกน้องอย่างมันปาก รู้ได้จากเสียงคุยหัวเราะดังลั่น เธอเดินเข้าไปบอกเรื่องที่เธอจะแวบออกไปข้างนอกให้หล่อนรู้ และเอ่ยถามข้อสงสัยที่คุยไว้กับนัท “สรุปพรุ่งนี้ตอนเช้าต้องถ่ายอยู่มั้ยพี่เอ้”


    “คงต้องถ่ายค่ะ พี่ก็ไม่แน่ใจ คือมันต้องดูรูปเซ็ตตอนเย็นคร่าวๆ ด้วยว่ามันเอาไปแทนแดดตอนเช้าได้หรือเปล่า พี่เอ้ขอโทษนะคะคุณพีช แต่พี่เอ้คงต้องขอดึงตัวคุณพีชไว้ก่อน ไม่ว่าอะไรนะคะ”


    “ไม่เป็นไรหรอกพี่เอ้ พีชไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ก็อยากให้งานมันเสร็จๆ ไปซะที พี่เอ้ก็รู้นิว่าพีชก็ไม่ได้ดีอะไรกับหล่อนมากนัก” พีร์ธาดาไหวไหล่ตอบเสียไม่ได้ เธออยากให้งานมันเสร็จไวๆ เพราะอย่างน้อยเธอก็จะได้เที่ยวกับแฟนหนุ่มได้อย่างเต็มที่เสียที ไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังว่าทั้งคู่จะเจอกันเมื่อไหร่ ถ้ามันมีปัญหามากขนาดนี้ รู้งี้ล่ามไอ้พี่ก้องไว้ที่บ้านซะดีกว่า


    “พี่เอ้คะ” เสียงใสดังขึ้นอย่างวางอำนาจ “จองโรงแรมให้ปรายรึยังคะ” ก่อนจะใช้หางตามองพีร์ธาดา เบะปากให้ดูอีกที


    “อุ๊ย! ตายแล้ว พี่เอ้ลืมสนิทเลยค่ะ แต่ไม่เป็นไรนะคะคุณปรายเดี๋ยวพี่เอ้จัดการให้” นี่ถือเป็นความสะเพร่าของเธอเลยทีเดียว เพราะวุ่นกับการโทรตามตัวนางแบบจนลืมไปเลยว่าต้องโทรจองห้องพักให้กับหล่อน


    “ปรายจะเอาเดี๋ยวนี้ ปรายอยากพักผ่อน... เจอแต่เรื่องแย่ๆ ” ปรายเอ่ยประโยคหลังเบาๆ และใช้หางตามองพีร์ธาดาอีกที


    “พี่เอ้ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพีชขอตัวก่อนนะ ‘แฟน’ รอนานแล้ว” พร้อมใช้หางตามองเหยียดๆ คืน อย่าคิดเชียวว่าฉันจะใช้สายตาแบบนั้นไม่เป็น เพื่อนฉันมันสอนมาโว้ย และก็รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางรู้แน่นอนว่าแฟนที่เธอเน้นเสียงนี่หมายถึงใคร แต่เพื่อความสบายใจและความสะใจส่วนตัว ขอสักหน่อยเถอะ และถ้าถูกมองแบบนั้นมากกว่านี้เธอคงรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแปลงร่างเป็นขยะเปียกแน่นอน


    ปรายมองกับคืนมาด้วยสายตาแบบเดิม ก่อนเชิดหน้าสะบัดหันไปอีกทาง เอ้จึงรีบพูดตอบรับไปเพื่อไม่ให้ทั้งคู่มีปัญหากันมากกว่านี้ “ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ... เอ๊ะ เดี๋ยวค่ะคุณพีช” เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้เธอรีบเรียกหญิงสาวที่หันหลังเดินออกไป “คุณพีชพักที่โรงแรมนั้นในพัทยาใช่ไหมคะ มันพอมีห้องว่างอยู่ใช่ไหมคะ”


    “น่าจะนะ มีอะไรเหรอพี่เอ้”


     “คือ พี่เอ้ฝากจองห้องให้คุณปรายเธอด้วยนะคะ เอาห้องสูทเลยนะคะ... นะคะพี่เอ้ขอร้อง ไม่งั้นพี่เอ้ตายแน่เลย” พี่เอ้กระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินแค่สองคน


    ถึงตอนนี้พีร์ธาดาอยากจะตะโกนใส่หน้าพี่เอ้เสียเหลือเกิน แล้วเรื่องอะไรมันต้องมาส่งภาระให้เธอ เท่านั้นไม่พอ ทำไมต้องปล่อยนางมารคนนี้มาทิ้งไว้ที่โรงแรมเดียวกันกับเธอด้วย “พี่เอ้” เธอเลือกที่จะครางเสียงเรียกชื่อออกมาอย่างหนักใจ


    แต่แล้วด้วยการที่เกิดเป็นมนุษย์สุดแสนประเสริฐเลิศล้ำนามพีร์ธาดา เมื่อเห็นคนมีความทุกข์นางฟ้าอย่างเธอจะอยู่เฉยได้เยี่ยงไร เธอจึงส่งยิ้มแหยกับผลกรรมของตัวเองพร้อมตอบรับไป “ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพีชช่วยจัดการให้” มันเวรกรรมอะไรของฉันนะ



    “พี่ก้อง กลับโรงแรมก่อนนะ”


    ก้องภพละสายตาจากถนนหันไปมองหน้าแฟนสาวที่กำลังกัดเล็บขมวดคิ้วอยู่ “อ้าวพีชไม่หิวเหรอ แทะเล็บมันไม่อิ่มนะ”


    “ท่าแบบนี้เขาเรียกใช้ความคิดวุ้ย” พีร์ธาดาส่งเสียงหึปิดท้าย ไอ้แทะเล็บใช้ความคิดก็เห็นเขาทำกันเลยอยากทำมั่งนี่หว่า “กลับโรงแรมก่อน จะไปจองห้องพักให้ยัยคุณน้องปรายหุ่นดีอื้อหือสะบึ้มสุดเซ็กซ์เอ็กซ์แตกแฟนเก่าพี่ก้องไง”


    “มาซะเต็มยศเลย... ทำไมต้องโรงแรมเดียวกับเราด้วยล่ะ แล้วพี่จะหนีพ้นเหรอ” เขาอยากจะแทะเล็บใช้ความคิดตามเธอมั่งแล้วสิ “พี่ไม่ได้กลัวนะ แต่ไม่อยากมีปัญหา”


    “แล้วจะมาทำไมล่ะ พีชชักไม่พอใจแล้วนะ อะไรนักหนาก็ไม่รู้ แฟนเก่าพี่ก้องแต่ละคนหาที่มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง คนเมื่อกี้ก็มองพีชอย่างกับขยะ คนก่อนก็มองอย่างกับจะกินหัว เคลียร์ให้มันได้นะ พีชไม่อยากมีปัญหา มันปวดหัว!” หญิงสาวระเบิดอารมณ์ออกมาใส่แฟนหนุ่ม ใครไม่เป็นเธอไม่รู้หรอกว่าเธอรู้สึกยังไง


    ก้องภพเป็นหนุ่มสังคมที่ติดภาพลักษณ์เป็นคาสโนว่า เพราะควงผู้หญิงมาแทบไม่ซ้ำหน้าแต่ที่เขายอมรับว่าคบหาดูใจกันจริงๆ ก็เห็นจะเป็นสองเจ้าปัญหานี่แหละ ซึ่งเขาก็บอกเสียงแข็งว่าไม่ได้เจ้าชู้ แต่เพียงเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่เก่งตามข่าวที่เห็นนั้นนั่งเทียนเขียนไปแล้วเกินกว่าครึ่ง ซึ่งอันนี้เธอเองก็รับรู้แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดไปบ้าง และเพราะที่เจอะเจอมาตั้งแต่ตอนคบกันนั้น ถ้ามีผู้หญิงเข้ามาหาเขาเพียงแต่ใช้ลูกล่อลูกชนให้อีกฝ่ายตายใจก่อนชิ่งหนีอย่างแนบเนียน


    “ผมจะพยายามนะ... พีชผมขอโทษ ถ้าผมกล้าที่จะสารภาพกับพีชเร็วกว่านี้ ปัญหามันคงแคบกว่านี้” เขาเอื้อมมือไปจับมือนุ่มจุมพิตเบาที่หลังมือแล้วแนบเข้าไว้ที่อกตัวเอง


    “ช่างมันเถอะ พีชว่ามันไม่น่ามีปัญหาอะไรมากมายหรอกคนนี้น่ะ พีชกลัวอีกคนมากกว่า เขาว่าคลื่นใต้น้ำมันน่ากลัวนะ”


    นั่นสิ อีกคนน่ากลัวกว่า จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่กล้าสรุปเอาเองเสียทีเดียวหรอกว่าอัญชลีจะเลิกรักเขาไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาเจ้าหล่อนก็ยังคงติดต่อเขาอยู่เป็นระยะคล้ายเพื่อนคนหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาสัมผัสกลับไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะจากปากคำของผู้ชายอีกคนที่ชอบผู้หญิงคนนั้นมันยิ่งตอกเขาเข้าไปอีกว่า อัญชลียังรู้สึกกับเขามากกว่าเพื่อนอยู่... เขาต้องทำเรื่องให้มันจบได้แล้ว และวิธีนี้มันต้องเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวแน่นอน




Create Date : 23 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2553 22:16:38 น. 2 comments
Counter : 489 Pageviews.

 
เบี้ยวนัดไปสองวันแน่ะ ติดทั้งงานรับปริญญาเพื่อน งานลอยกระทง งานเลี้ยง งาน งาน และงาน (ซึ่งเป็นงานสังสรรค์ซะ 90%)

จะชดเชยให้โดยการลงตอนต่อไปในวันศุกร์นี้แทนแล้วกันค่ะ

อยากจะเร่งให้มันจบเร็วๆ เหลือเกิน คาดไว้ว่าอีกไม่เกิน 5 ตอนน่าจะจบแล้ว (ซะทีนะ)

ขอบคุณทุกแรงอ่าน ทุกแรงเม้น พวกคุณคือกำลังใจ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:20:17 น.  

 
ต้องติดตามไม่ให้พลาด เพราะอยากรู้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวจะเป็นแบบไหนน้อ...

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ


โดย: เอิงเอย IP: 118.172.60.17 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:21:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.