กับแกล้มการเมือง

เบื่อ ๆ การเมือง จนเลิกติดตามข่าวการเมืองเกือบเดือน


การเมืองเลยไม่เป็นปัจจุบัน พูดมากโดยไม่มีข้อมูล อายคนอื่นแย่เลย


เอาล่ะ จะค่อย ๆ เข้ามาตั้งหลักใหม่อีกครั้ง...


วันก่อน กำลังจะขึ้นไปพักผ่อนบนดอย โทรศัพท์ก็ดังขึ้น


"เฮ่ย! แปดโมงวันเสาร์ไปรับกูที่สนามบิน..."


"เออ! ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้กูกำลังจะขึ้นดอย คลื่นไม่ค่อยมีโว้ย ภูเขานะไม่ใช่ทะเล"


......



เช้าวันเสาร์ต้องตื่นแต่เช้าไปรับเพื่อน อาการอ่อนล้ายังไม่กระเตื้อง ขี้เกียจจริง ๆ


"จะไปไหนก่อน" ..เราถาม


"กินข้าวสิวะ ที่เดิม ข้าวแกงร้านลุงทัย"


(ร้านลุงทัยอยู่ตลาดต้นพยอม เคยพาเพื่อนไปกิน เขาว่ามันอร่อยมาก


และหาว่าเราลิ้นจรเข้ สะเออะมาอยู่เมืองท่องเที่ยว)


หลังจากไปทำธุระต่อช่วงเช้า...เพื่อนสั่งต่อ


"ไปหาอะไรเย็น ๆ กิน..."


"อะไรเย็นที่ไหนดีวะ ในห้าง ริมน้ำ  หรือร้านนั้น ร้านนี้..."


"นี่มึงถามกูหรือมึงรำพึงรำพันวะ เพราะกูไม่ใช่คนที่นี่"


"รำพึงรำพันโว้ย" กำลังคิดว่าถ้าไปในห้างก็ต้องรำคาญตัวเองมองผู้คนขวักไขว่


ริมน้ำปิง บรรยากาศดี แต่เวลาก็น้อยเกินไป


เลยขับรถพากันไปใกล้ ๆ บ้าน


มีเวลากินกันพักใหญ่ ๆ เพื่อรอไปงานตอนเย็นกัน


"น้อง..ขอเบียร์ไฮเนเก้น ส่วนกับพี่คนนี้จะสั่ง..."


เพื่อนเราคนนี้ เป็นคนที่รู้รสชาติของกินที่สุด อะไรที่ไหนอร่อยมั่ง


เบียร์ก็ต้องอย่างดี เหล้าก็ควรจะเป็นแบล้คเลเบิ้ล


มันว่าเป็นเรื่องของชาติตระกูล และเพื่อรักษาชีวิตให้ยืนยาว


ขณะเราเองดำรงอยู่ในปัจจุบัน เหล้ายาดองก็พอกิน เบียร์ก็จำพวกลิโองี้! ช้างงี้!


แต่ถ้าเป็นมัน ต้องสั่งของดี ๆ


จะว่ากันก็ไม่ได้ เพราะเวลาเราไปกรุงเทพฯ มันก็สั่งของที่มีชาติตระกูลให้กินตลอด


แค่สองคน เราก็คุยกันออกรส....


เรื่องราวสมัยเรียนมัธยม โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม


เป็นตำนานของเหล่าเพื่อนฝูงที่สนิท และยังคงสนิทถึงวันนี้


ขุดเรื่องราวของเพื่อนที่ละคนมาคุยอย่างเอร็ดอร่อย


พอ ๆ กับเบียร์ เรียกว่านินทากันสนุกปาก


แต่เรื่องราวของเราสองคนที่พอจะคุยกัน เป็นเพียงการแลกทัศนะต่อกันเท่านั้น


"เป็นไงเมียมึง ยังคลั่งอภิสิทธิ์? "  เราตั้งคำถาม


"ก็เออ! แม่ง!หลงรูป รวมทั้งแม่ยายอีกคน"


"แล้วลูกล่ะ .." เราถามต่อ


"เออ! ไปด้วยกันหมดแหละ"


"เฮ่ย! ยังงี้ก็แย่นะ มึงเป็นพ่อนี่หว่า ทำไมอำนาจอิทธิพลถูกยึดครองหมด"


"ไม่หรอก.." มันว่า...


มันเป็นผลผลิตของสังคมยุคใหม่ และอีกอย่าง มันเรียนโรงเรียนอำมาตย์


วันก่อนมันโพสข้อความด่าทักษิณ


กูเลยโทรไปบอกว่าลูกเอ๊ย จะรักใครเกลียดใครต้องมีเหตุมีผลรองรับ ไม่ใช่ด้วยอารมณ์


เกลียดทักษิณเพราะอะไร หรือรักอภิสิทธิ์เพราะอะไร


ลูกเลยยอมลบออกไป และลูกก็ยังชวนไปคุยกับแม่เรื่องนี้ด้วย จะได้เคลียร์ ๆ


แต่เพื่อนว่า.."ผู้เจริญอย่างกู ไม่ลดตัวลงไปทะเลาะกับเมียและแม่ยาย..."


"กูเห็นมึงในเฟซบุ๊คแล้ว" เพื่อนถามเรามั่ง หลังจากเจอกันในเฟซบุ๊คมาพักใหญ่


"ทำไมใส่อารมณ์ขนาดนั้น กูว่ามันไม่ถูก..." เพื่อนว่า


"เออ! กูยอมรับ แต่มันไม่ใช่อารมณ์ มันผ่านกระบวนการคิด และตกลงใจแล้ว"


หากใครจะมาระรานตัวเล็ก ๆ อย่างเรา ต่อไปคงระรานมดปลวกแล้ว


ลัทธิล่าแม่มด ก็อ่านมาหมดแล้ว ไม่น่ากลัวขนาดนั้น


อีกอย่าง..กูก็ไม่ใช่จำพวกตีรันฟันแทง


"แต่มึงสิ โพสความเห็นในเฟซบุ๊คยังกะกินแกงจืด ผิดวิสัย" เราโต้กลับมั่ง


"กูอยู่ฝ่ายอำมาตย์โว้ย ต้องทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ใช่ไพร่อย่างมึงนี่......" เป็นคำตอบ


พนักงานมายืนส่งสายตาหลังจากหมดเบียร์ไปสี่ขวด


เราสบตากันอย่างเต็มใจยิ่ง แม้เวลางานตอนเย็นเบียดใกล้เข้ามา


เอามาอีกขวดน้อง.....


เฮ่ยย!! กูมีข่าวที่เป็นนิมิตหมายที่ดีเกี่ยวกับความรักเว้ย!!! เพื่อนเริ่มเรื่องใหม่


วันก่อนอ่านข่าวฝรั่งอายุ 82 แต่งกับผู้หญิงอายุ 45


ผู้หญิงเป็นคนดังด้วยนะ เป็นนักร้องหรือดาราอะไรนี่แหละ


"แล้วไงต่อ..." เราซัก


ก็นี่ไง คืออย่างพวกเรานี่ยังมีเวลาอีกนับสิบปีเลย


เผลอ ๆ อาจได้ทำลายสถิติ อายุ 83 กับ 38


หรือไม่ก็ 82 กับ 28 ได้เป็นข่าวกันทั่วโลก มันพูดยิ้ม ๆ


ความรักเป็นสิ่งสวยงามนะเว้ย มันพล่าม...


มึงคิดดู คนเราถ้าเกลียดชังใครซักคน อานุภาพของความเกลียดชัง


มันจะรับรู้ไปยังอีกฝ่ายได้ทันที


แต่ความรักต้องใช้พลังถึงสองเท่าของความเกลียดชัง


อีกฝ่ายถึงจะรับรู้ถึงกันได้


ความรักจึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนส่งเสริมให้มนุษย์ควรมีต่อกัน...


"เฮ้ย! พอแล้ว อยู่ไม่ได้ใกล้ถึงเวลางานตอนเย็น"


เราเบรค ก่อนที่มันจะปล่อยความคิดเพริดไปกว่านี้


รีบขับรถกลับไปอาบน้ำแต่งตัวให้เป็นผู้หลักผู้ใหญ่


แล้วก็ไปยืนปรบมือที่งานเปิดร้านใหม่ของคนรู้จักคนหนึ่ง


จนเลิกงานก็ไปส่งเพื่อนคนนี้ที่สนามบิน


ร่ำลากันอย่างง่าย แล้วกลับไปนอนพักผ่อน


ยิ้ม ๆ กับเรื่องราวที่คุยกันจนหลับไป......



SmileySmileySmileySmileySmiley



















Free TextEditor


Create Date : 06 มิถุนายน 2553
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 22:45:46 น. 12 comments
Counter : 426 Pageviews.

 
๕๕๕+

ดีนะยังคุยกันได้ ของเค้านี่ก็เหมือนกันกับสามีเนียะ ๕๕๕+ แต่บอกตรงๆ เมื่อก่อนไม่เคยสนใจการเมืองเลยใครจะอย่างไรอะไรก็ช่าง ไม่เคยสนใจตามข่าว ใครเป็นใคร อย่างไรช่างแม่...งวะ อะไรเทือกนั้น แต่เหตุการณ์เมื่อกี่ปีหว่า... เอาเป็นว่าพอเริ่มมีเหลืองออกมาทำตัวเด่นแรกๆ เออวุ้ยน่าสนใจก็ฟังๆ ฟังแล้วก็ดูท่าว่าการเมืองไทยคงถึงการพัฒนาก้าวกระโดดซะแล้ว แต่พอฟังไปฟังมาห่าเหว... (ขอภัยนะพี่ปากไม่ค่อยดีมันเป็นโดยสันดาน อิอิ) ยิ่งเห็นความพาล กร่างใหญ่ไปทั่ว หนักเข้าไปยังปิดสนามบิน ฮู้ยยยยยยยยยยย อีพี่เอ๊ยงานนี้เกลียดเข้าไส้

ฝ่ายสามีเมื่อก่อนเหลืองขี้ยี้คอรัปชั่นก็เชียร์เหลืองเหย็งๆ กับข้อหาเดียวที่เขาเห็นว่าทักษินสมควรลงจากความเป็นนายกคือเลี่ยงภาษีด้วยความเห็นที่ว่าเป็นผู้นำทำตัวอย่างไม่ดี เขาก็ชี้ให้เราเห็นผลเสียโยงเรื่องธุรกิจ....ว่าไปยาว เออเราก็เข้าใจ แต่ก็ไม่วายเถียง
"ก็แล้วหน้าไหนมันไม่เป็น" เมื่อเราแย้งไปอย่างนี้ฝ่ายสามีก็ว่า
"อ่อเลวกันถ้วนหน้า... " เราก็ว่า "เออ!" ถามสามีกลับไปว่า
"แล้วถ้าเธอต้องเลือกเธอจะเลือกยังไง?" สามีย้อนกลับมาอีก
"อ้อเธอเลยต้องเลือกใครเลวมากเลวน้อยหรือสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากกว่ากัน" (ว่าแบบเบะปากประชดประชัน..)
อ้าวก็ต้องเลือกสิในเมื่อมันไม่มีช้อยที่ดีกว่าไม่เลือกแล้วจะทำไงอีกหน่อยพวกก็ครองเมืองจะไปทวงสิทธิ์ขอเสียงคืนจะทันมั้ยล่ะ

สามีก็เข้าใจแต่ก็ยังเกลียดคนเลี่ยงภาษี... จนกระทั่งสามีตามข่าว (ต้องบอกว่าตามจิกทุกเม็ด) เขาจึงเริ่มเออ อืมม์กับเรา ยิ่งเห็นความไม่เป็นธรรมในการตัดสินอะไรต่างๆ อะไรๆ มันก็ชักชัดเจนขึ้นอย่างที่เราพยายามบอกเล่าให้เขาฟัง ตอนนี้ก็ถึงบางอ้อบางกังวลไปกับเรา

อ้อเกี่ยวกับหน้าหล่อนั่นก็เหมือนกัน แหมๆ ทีแรกทำเป็นเชียร์ออกหน้าออกตา การศึกษาดี แต่พอสักระยะแค่นั้นล่ะ เขาบอกเลยไอ้นี่เป็นแค่หุ่นเชิดที่เข้ามานี่ก็แค่อยากเป็นนายก คำพูดคำอธิบายฟังไม่ได้เลยถ้าแปลเป็นไทยภาษาชาวบ้านก็ว่าอย่างที่เราๆ ว่ากันนั่นล่ะ พูดจาดีวลีไพเราะ แต่ความเหมาะเจาะสมควรแก่ความเป็นนายกนั้นหาไม่

ยาวไปมั้ยพี่ อิอิ พอดีคุยเรื่องเดียวกัน


โดย: คนสองภาค วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:15:28:05 น.  

 
ยืมรูป


โดย: ไกลเกินใจสายเกินแก้ วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:18:12:49 น.  

 
อิอิ เจ๋งเลยหมิง หมิง
ลุงยืมรูปลองมาใส่ในคอมเม้นต์ดู


โดย: ไกลเกินใจสายเกินแก้ วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:18:14:38 น.  

 
เค้าใส่กันงัยอะพี่ ใส่รูปในคอมเม้นต์เนียะ


โดย: คนสองภาค วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:18:54:32 น.  

 
โป้งๆ ชึ่ง


อิอิ เอากำลังใจมาแปะไว้ให้ //nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t1209.htm

ฮุ้ลา ฮุ้ลา เพี้ยงๆๆๆๆๆ สาธุๆๆๆๆ

(ก๊อบส่งให้เหมือนๆ กันหมด อิอิ)


โดย: คนสองภาค วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:19:35:36 น.  

 
๕๕๕+ เล่นไรอีกแล้วพี่นี่ ของเก่าน่ะกู้มาได้ยัง ๕๕๕+


ขอบคุณสำหรับทริกนะคะ แต่อยากเอารูปเราลงนี่นา แต่ไม่มีที่จะฝาก ๕๕๕+ ไม่กล้าสมัครเวปเยอะ กัวไวรัสสสสสสสสส ๕๕๕+


โดย: คนสองภาค วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:21:45:42 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนสมัยประถมมัธยม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพื่อนที่ดีจะอยู่กับเรา จนตายไปข้างจริงๆ ผมเชื่ออย่างนั้น วันนี้ผมเข้าไปในบอดกรม ปรากฎว่าอธิบดี สั่งห้าม เป็นตัวอักษรเชียว แปลกไหมครับ ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านจุดไคล แมก ทำไม เพิ่งมาห้าม ช่างอินเทรนกับการ ถอดเสาวิทยุชุมชุม จริงๆ ทั้งที่เวลานี้ ควรเป็นเวลาของการสาว ไส้ ด้วยหลักฐาน ที่ทยอยผุดขึ้นมา น้ำกำลังจะใส เห็นพื้น แท้ๆ เชียว คงไม่ต่างกับเพื่อนของลุง ดัง ว่า ทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไผ่ลู่ลม ลืมนึกไปมังครับ ใหญ่แค่ไหน ก็เด็ก ของใคร สักคนอยู่ดี


โดย: ชูบีฯ IP: 115.87.114.87 วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:0:39:41 น.  

 
สำหรับตัวเองต้องยอมรับว่า...การตัดสินใจทางการเมือง ด้วยการใช้เซนส์ส่วนตัว...และไม่เคยคิดว่าเซนส์ตัวเองผิดพลาด...คนอื่นรอบๆ ตัวชื่นชมความเป็นเหลือง สมัยเหลืองฟีเวอร์ โดยเฉพาะที่ทำงานเป็นคนแปลกแยกอยู่คนเดียวที่ไม่ชื่นชอบและชื่นชมกับสีเหลือง แต่ไม่คัดค้านคนชื่นชม..ต่างคนต่างอยู่ แต่เหลืองจ๋ามักมารบกวนสิทธิ์เราเสมอด้วยการด่าว่า รุกรานด้วยคำพูดแบบใส่ไข่ ใส่ไคล้ ใส่หูทุกเมื่อเชื่อวันจนรำคาญว่า จะอะไรกันนักหนาฟระ..ด่าเค้าอยู่ได้จริงบ้างเท็จบ้าง แต่ส่วนมากเท็จมากกว่าจริง การมาใส่หูกันแบบนี้ถือว่าเป็นการดูถูก ที่หาว่าคนฟังไม่รู้จักหาความรู้ใส่กระโหลกตัวเองจนต้องให้ชาวบ้านช่าวข่องมาเป่าหูทุกวัน...แต่น่าแปลกยิ่งกรอกหูยิ่งไม่ชอบจนถึงขั้นเกลียด..จากเฉยๆ ก็ต้องลุกมาทำอะไรบางอย่างเพื่อให้คนงมงายแบบนี้ให้รู้ว่าโลกไม่ได้มีด้านเดียว ให้มองโลกหลายๆ ด้าน สีก็เหมือนกันไม่ได้มีแค่สีเหลืองสีเดียวที่ดีที่สุด ยังมีสีอื่นให้เลือกว่าเป็นสีที่ดีเหมือนกัน...ก็เลยประมวลและศึกษาเหตุการณ์ต่างๆ ก็เห็นอะไรหลายๆ อย่างแบบไม่เคยหลอกตัวเองเพราะไม่ชอบการหลอกลวง ก็ได้พบว่าฝ่ายที่โดนรังแก และได้รับความไม่ยุติธรรม คือใคร..ในที่สุดก็ถึงทางแยกที่ฟันธงให้ตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องแสดงตัวตนที่แท้จริงบ้าง...โดยไม่แคร์สื่อไม่แคร์คนรอบข้างที่คิดอย่างไรและแสดงเจตนารมณ์ให้เห็นด้วยเหตุผล แต่น่าแปลกคนพวกนี้กลับไม่มีเหตุผล พูดไปก็เท่านั้น...ก็เลยต่างคนต่างอยู่ใครรักชอบเกลียดใครไม่ก้าวก่ายกัน เพราะคำว่าเพื่อนมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเอาสิ่งเหล่านี้มาเกี่ยวข้อง...เพราะต้องทำงานและอยู่ร่วมกันอีกนาน ผลสรุป คือ คนรอบข้างไม่กล้ามาพูดในสิ่งที่ตัวเราเองไม่ชอบอาจเพราะเกรงใจ หรือไม่กล้าก็ไม่รู้ค่ะ...55555...เพราะเคยอาละวาดอยู่ครั้งหนึ่ง แบบผีเข้าในเช้าวันหนึ่งที่เหยียบถึงห้องทำงานก็มีคนใช้ปากทำงานแต่เช้า..ด้วยความเป็นคนตรงๆ ก็เลยพูดกลับไป เค้าก็ย้อนกลับมาในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยว่า เราพูดไม่ถูก (ที่ไม่ถูกเพราะไม่เห็นด้วยไม่เข้าข้างสิ่งที่เค้าพูดก็มันไม่ถูกนี่นาจะให้เห็นด้วยได้ยังไงไม่อยากโกหกตัวเอง) ก็เลยถามเค้าว่าแล้วความถูกต้องอยู่ตรงไหนมีอะไรตัดสิน หรือใช้วิจารณญานส่วนตนตัดสินสิ่งไหนที่ไม่ใช่อย่างที่ตัวเองคิดผิดหมด ตัวเองถูกหมดอะไรแบบนี้ เค้าก็อึกอัก เราก็พูดต่อว่า ถ้าหากไม่มีอะไรมาตัดสินได้ก็อย่าพูดในสิ่งที่ทำให้พูดกันไม่ได้ไม่รู้เรื่อง เพราะบางเรื่องก็ไม่ควรเอามาพูดเพราะคนไม่เหมือนกัน ความคิดแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน พูดไปก็ทะเลาะกันเปล่าๆ ถ้าไม่อยากทะเลาะกันหรือพูดกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องเอาเรื่องแบบนี้มาพูดกันที่ทำงานอีก แต่ถ้าหากจะพูดก็พูดในกลุ่มก้อนตัวเองเบาๆ ไม่ต้องมาตะโกนปาวๆ ให้คนอื่นได้ยินความคิดเห็นของตัวเองเพราะบางคนใช่ว่าเค้าจะเห็นด้วย ก็จบ...อึ้งกันหมด...ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้ยินอีกเลยค่ะ แต่อาจมีพูด(นินทาเรา) ลับหลัง...555555...ไม่สนใจค่ะถ้าไม่ได้ยินเพราะไม่ใช่คนเรื่องมาก และเป็นคนตรงๆ ลุยๆ ถ้าใครไม่ยุ่งกะเราๆ ก็ไม่ยุ่งกะใครอยู่แล้ว บางทีก็ต้องรักษาสิทธิ์ตัวเองบ้าง ปล่อยให้คนอื่นขโมยสิทธิ์มามากแล้ว ตอนนี้สบายใจขึ้นเยอะเลยไม่ต้องมาทนฟังคำพูดที่ใจตัวเองไม่เห็นด้วย...5555555.... การเขียนบล๊อกของตัวเองก็เช่นกัน...หน้าบล๊อกของฉันๆ จะเขียนเรื่องที่ใจอยากเขียนๆ เพื่อตัวเองอ่านเพราะอยากระบาย ไม่ได้สนใจว่าใครจะมาอ่านหรือไม่อ่าน และไม่สนใจคนคิดตรงข้ามด้วยการไม่ให้มาคอมเมนท์ ถ้าจะคอมเมนท์ก็ไม่ว่าแต่ต้องการจะรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นใครอยู่ไหน (คนจริง) ไม่ได้แอบแฝงมาว่าแล้วไปก็เลยให้เฉพาะสมาชิกคอมเมนท์ได้เท่านั้น...สำหรับตัวเองก็มีมรรยาทเข้าไปที่บล๊อกใครแล้วไม่ค่อยชอบความคิดเห็นเค้าก็เข้าไปอ่านแค่ครั้งเดียวแล้วไม่ไปอีกและไม่ทิ้งคอมเมนท์ด้วยเพราะไม่ตรงกะใจขืนคอมเมนท์ไปก็อาจมีปัญหา ซึ่งไม่สมควรจริงๆ...55555...คอมเมนท์ยาวมากไปดีกว่า..มีความสุขมากๆ นะคะ


โดย: deeplove วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:14:41:07 น.  

 
ช่วงนี้เพลาๆ ลงหน่อยนะคะ เพื่อนแดงทุกท่าน DSI มันตั้งพวกไล่จับยัดเรื่องให้คนต่างพวกมันอย่างเราๆ แล้วนะคะ รักษาตัวไว้ก่อนค่ะ อุดมคติไม่มีเปลี่ยนแปลง...........


โดย: คนสองภาค IP: 90.176.165.193 วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:16:01:11 น.  

 
แวะมาอ่านจ้า ติดตามอยู่ตลอด



โดย: คนที่ใช่ ในวันที่ผิด วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:13:01:39 น.  

 
ยุ่งมากหราเพ่

เข้าก่อกวน อิอิ


โดย: คนสองภาค วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:14:57:08 น.  

 
โผล่มาเคาะปาตู ดูว่าอยู่เป่า อิอิ


โดย: คนสองภาค วันที่: 11 มิถุนายน 2553 เวลา:17:59:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไกลเกินใจสายเกินแก้
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไกลเกินใจสายเกินแก้'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.