"Over 3,000 Miles in 20 Days" : U.S. West Coast Road Trip [DAY 3] " Santa Barbara-Solvang-Morro Bay"

//pantip.com/topic/32138581

สวัสดีครับ อมยิ้ม17

หลังจากตอนที่แล้ว ได้พาเที่ยวแอลเอ กันพอหอมปากหอมคอ มาวันนี้เราจะเริ่มออกเดินทางจากแอลเอ กันแล้วครับ ตื่นเต้นๆเม่าบัลเล่ต์   ซึ่งเส้นทางที่เราจะขับรถไป ก็เป็นถนนเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค ที่มีชื่อว่า " U.S. Highway 101 " ถนนเส้นนี้จะวิ่งในแนวทิศเหนือ-ทิศใต้ ผ่าน รัฐ California, Oregon และ  Washington โดยในรัฐแคลิฟอร์เนีย นิยมเรียกว่า " Pacific Highway " ถนนเส้นนี้ได้ชื่อว่า มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากอีกเส้นหนึ่งของอเมริกา  ต้องลองติดตามว่าที่วาดฝันไว้ จะสวยแค่ไหนครับ

สำหรับจุดหมายแรกของเรา อยู่ที่  " Santa Barbara " เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เป็น ริเวียร่าแห่งอเมริกา มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย  จากนั้นเดินทางไปยัง " Solvang " เมืองที่มีกลิ่นอายสไตล์ Danish ทั้งบ้านเรือนรูปทรงสวยงาม ร้านขนม ร้านอาหาร รวมถึงร้านค้าต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่ที่พักของเราในค่ำคืนนี้ ที่ " Morro Bay "

พร้อมแล้ว ..ขึ้นรถกันเลยครับ เม่าออกรถ



สำหรับแผนการเดินทางในวันนี้



เราออกเดินทางกันเกือบๆ 7 โมงเช้าครับ เตรียมทั้งเสบียง กระเป๋าสัมภาระต่างๆ ที่จำเป็นให้ครบ เพราะกว่าเราจะกลับมาที่นี่ก็ช่วงท้ายๆทริปแล้ว แต่สรุปแล้วก็ยังลืมของอีกจนได้ครับ  และนี่คือสภาพท้ายรถที่แน่นเอี๊ยดตลอดการเดินทางอมยิ้ม35



จาก Irvine มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ตามเส้น Interstate 5  ผ่าน Citadel Outlet ด้วยครับ เสียดายไม่ได้แวะช็อปปิ้งเลย  ที่นี่ถือเป็น Outlet ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจครับ

//www.citadeloutlets.com/



การจราจรช่วงเช้าๆ เวลาทำงานก็คับคั่งเหมือนเคย  มุ่งตรงไปเรื่อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปเส้น Highway 101



จากไฮเวย์ ก็สามารถมองเห็นป้าย Hollywood ด้วยนะครับอมยิ้ม01



พอออกนอกเมือง ก็เริ่มเห็นวิวธรรมชาติๆ บ้างละครับ  มีทั้งไร่สตรอเบอรี่ รวมถึงไม้ผลต่างๆ ปอกส้ม







อากาศวันนี้ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไร  ยิ่งขับใกล้ชายหาด  หมอกขาวก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนหนาทึบ ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ด้วยนะครับFacepalm







หลังจากนั่งเพลินมาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็เข้าสู่ Santa Barbara ตอนนี้ใกล้ถึงจุดหมายแรกของเราแล้วครับ ตรงไปที่ Mission St.เลย

//www.santabarbaraca.com/



ถึงแล้วครับ .. Santa Barbara Mission ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี  1786 โดยกลุ่ม Franciscans ชาวสเปน  มิชชั่นแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม และทางประวัติศาสตร์ของเมือง Santa Barbara   ประกอบด้วยโบสถ์ขนาดใหญ่  พิพิธภัณฑ์ สุสาน หลุมฝังศพ และ Retreat Center ที่มี ห้องพัก ห้องอาหาร ห้องประชุม และสวนอันสวยงาม  จนได้ชื่อว่า เป็น " Queen of the Missions "

//www.santabarbaramission.org/





เราไม่ได้เข้าไปชมด้านใน Mission เพราะข้างนอกมีสิ่งที่น่าสนใจกว่านั่นคือ " Mission Rose Garden " เราขับไปจอดที่ถนนทางขวามือ ด้านหน้าทางเข้าบริเวณน้ำพุเลยครับดอกไม้

สวนกุหลาบขนาดย่อมๆ แห่งนี้ มีกุหลาบดอกใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ เบ่งบานอวดสีสัน แข่งกัน  ด้านหลังสวนนี้ มี Santa Barbara Mission เป็นฉากหลังที่สวยงาม นักท่องเที่ยวหลายคนต่างก็ใช้สวนแห่งนี้เป็นที่เก็บภาพประทับใจกัน รวมถึงพวกเราก็ด้วยเช่นกัน ใช้เวลาถ่ายรูปกันตรงนี้อยู่นานทีเดียวครับอมยิ้ม15











ใครชอบดอกไม้ จะต้องหลงรักที่นี่แน่นอนครับ อมยิ้ม29















ใช้เวลาถ่ายรูปกับสวนกุหลาบซะนาน จนเวลาเริ่มเลยกำหนดการที่แพลนไว้ ต้องรีบไปต่อๆ แล้วครับ  
จากนั้นเราเดินทางต่อมาที่ " Santa Barbara Courthouse " ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง Santa Barbara สร้างเสร็จเมื่อปี 1929 หลังจากได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว  ออกแบบโดยสถาปนิค Charles Willard Moore ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Spanish Colonial Revival ซึ่งต่อมา อาคารหลังนี้ถือเป็นต้นแบบให้กับอาคารบ้านเรือนหลังอื่นๆ ของเมือง Santa Barbara นี้อีกด้วย

นานาโอเค

Santa Barbara Courthouse ประกอบด้วยอาคารหลักทั้งหมด 4 หลัง ภายในมีส่วนที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ The Mural Room, The Law Library, Sunken Garden

//www.santabarbaracourthouse.org/sbch/SBCourthouse/default.html





ทางเดินภายในตัวอาคาร ที่แฝงไว้ซึ่งศิลปะทั้งบนเพดาน และลวดลายบนพื้นกระเบื้องโบราณ ที่สวยงามตระการตา

เม่าบัลเล่ต์













เป้าหมายของเราที่มาที่นี่ก็คือ ขึ้นไปชมวิวเมืองบนหอนาฬิกา "El Mirador" Clock Tower ครับ ความสูง 26 เมตร สามารถขึ้นลิฟท์ได้ที่ตรงนี้ครับ ดูลวดลายประตูลิฟท์ซะก่อน อิอิอมยิ้ม36



เมื่อขึ้นมาด้านบน จะมีจุดให้ชมวิวหลายฝั่ง แต่ละจุดก็จะมีป้ายแสดงสถานที่ต่างๆ

ฝั่งนี้เป็น Ocean View ครับ แต่มองไม่เห็นทะเลเลย ฮือๆ





ฝั่งนี้เป็น Mesa View



ด้านหลังจะเห็นวิว ของ TV Hill ส่วนอาคารด้านหน้า คือ Santa Barbara Public Library





ส่วนฝั่งนี้ Rivera View



อาคารสีขาวที่เห็นคือ Former County Jail







ชมวิวกันพอหอมปากหอมคอ  ขากลับลงทางบันไดครับ ระหว่างทางจะมีห้องจัดแสดง ให้ชมกันด้วย



ลงมาจะเจอ Mural Room ภายในตกแต่งด้วยศิลปะภาพเขียนบนผนังและเพดานอย่างสวยงาม

ถ้าใครสนใจก็สามารถใช้ห้องนี้ประกอบพิธีแต่งงานได้นะครับ เม่าอดีต



มุมสวยๆ ภายในอาคาร





เตรียมตัวไปต่อครับ ลืมบอกไปเราจอดรถที่ริมถนน Santa Barbara St.ด้านหลัง Santa Barbara Courthouse ครับ สามารถจอดได้ 75 นาที ไม่เสียเงินครับ  แต่วนหาที่จอดยากเหมือนกัน





ที่ถนนเส้นหลังนี้จะมองเห็นหอนาฬิกาที่เราขึ้นไปชมวิวข้างบนด้วยครับ ส่วนสนามหญ้านี้ ผู้คนนิยมมานั่งเล่น นอนเล่น และบางโอกาสก็ใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานอีกด้วย





บรรยากาศบ้านเรือนในละแวกนี้ครับ



ก่อนที่จะกลับมาจัดการมื้อเที่ยงกัน  น่ากินไหมครับ บะหมี่



หลังจากจัดการมื้อเที่ยงเสร็จ  เดิมทีเราแพลนไว้ว่าจะไปเดินชมสถานที่ต่างๆ กันต่อครับ ซึ่งเส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยม ก็คือ Red Tile Walking ใช้เวลาเดินประมาณ ชั่วโมงกว่าๆถึงสองชั่วโมง  ผ่านสถานที่สำคัญๆ ต่างๆ  ของเมือง  และที่เรียก Red Tile ก็เนื่องจากอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ของเมืองนี้ มุงหลังคาสีส้มแดง นั่นเองครับ  



แต่หลายคนเริ่มขี้เกียจเดิน เลยเปลี่ยนแผนขับรถไปชมแค่บางจุด โดยเราขับผ่านมา Anacapa St. ทางด้านหน้า Santa Barbara Courthouse



หาที่จอดรถแถวๆ  De La Guerra St. ครับ  ฝั่งตรงข้ามเป็น De La Guerra Plaza



ด้านใน เป็น City Hall ของเมือง Santa Barbara ครับ



เราเดินเลี้ยวมาที่ State St. เพื่อมาชมบรรยากาศถนนช็อปปิ้งของเมืองซานต้า บาร์บาร่า กันครับ

บรรยากาศดูสบายๆ มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ทั้งแบรนด์เนม และร้านท้องถื่นเก๋ๆเม่าชอปปิ้ง











El Paseo ร้านอาหารเม็กซิกันที่เก่าแก่ของเมือง

//elpaseosb.com



Paseo Nuevo ช็อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ ศูนย์รวมร้านค้าร้านอาหารเก๋ๆ มากมาย

//www.paseonuevoshopping.com/



บริเวณ State St.บรรยากาศน่าเดินเล่น มากครับ ริมทางเท้าตกแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้สีสันสดใส มีเก้าอี้ให้นั่งพักเป็นระยะๆ   เสียดายอากาศตอนกลางวันร้อนไปนิด ถ้ามีเวลาสัก 2 ชั่วโมง ลองหาโอกาสมาที่นี่ดูนะครับอมยิ้ม04



เดินเล่นไม่นาน ก็ย้อนกลับมาทางเดิมเพื่อมาที่จอดรถ  ผ่าน  " Casa De La Guerra "  สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งของ Santa Barbara สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1818-1828 โดย José de la Guerra

//www.sbthp.org/casa.htm#!casa-de-la-guerra/c1rjd











อีกแห่งที่อยู่ติดๆกัน " Orena Adobes " สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1840-1850 ครั้งหนึ่งเคยถูกครอบครองโดยครอบครัวเศรษฐีเก่าของเมือง ปัจจุบันปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกลายเป็นร้านค้าขนาดเล็ก



ขึ้นรถเดินทาง ชมบรรยากาศในเมืองกันต่อครับพาพันปั่นจักรยาน





และแล้วก็ถึงจุดหมายที่เราตั้งใจจะมามาก " Stearns Wharf " สะพานบริเวณท่าเรือ แต่ดูสภาพแล้ว หมอกลงแบบนี้ คงมองไม่เห็นอะไรแน่ๆครับ



แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว หาที่จอดริมถนน แล้วขอแวะไปเดินริมหาดสักหน่อย  

เป็นยังไงบ้างครับ โรแมนติคมากกก ...ขาวจั๊วะเลยอมยิ้ม14





มีรถให้เช่าปั่นเล่นกันเพลินๆด้วยครับ



ลองเดินลงไปที่หาดก็ไม่ต่างจากที่เราเห็นบนฝั่ง ครับ หมอกหนา  ลมแรง มองไม่เห็นแม้แต่น้ำทะเล แต่ก็ยังมีคนมานอนริมหาดอยู่เหมือนกันนะครับ  





หันมาถ่ายดอกไม้ริมหาดแทนดีกว่า ดอกไม้



จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังเมือง Solvang เพี้ยนแว๊น





ถึงแล้วครับเมืองโซลแวง หาที่จอดกันริมถนนได้เลย  

สำหรับเมือง Solvang ตั้งอยู่ใน Santa Ynez Valley เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายสไตล์ Danish อาคารบ้านเรือนต่างๆ ตกแต่งด้วยสีสันสดใส มีทั้งร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านไอติม  เยอะแยะตลอดสองข้างทาง เมืองนี้เกิดจาก ชาวเดนมาร์คอพยพมาตั้งรกราก และก่อร่างสร้างชุมชนกันจนเป็นเมือง Solvang อันเป็นเอกลักษณ์ที่ใครผ่านมาจะต้องแวะชม

//www.solvangusa.com/



ร้านเบเกอรี่น่ารักๆ



ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นสัญลักษณ์ ของ Solvang ใครมาจะต้องเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ก็คือ กังหันขนาดใหญ่







ตามร้านค้า ร้านขายของต่างๆ ก็จัด Display กันอย่างน่ารัก จุ๊บๆ



นอกจากนั้นยังมีการจำลอง Copenhagen's Round Tower มาไว้ที่นี่อีกด้วย  โดยสร้างในอัตราส่วน 1:3 โดยภายในเป็นร้าน  Tower Pizza ครับ



มาแวะดูร้านขายของที่ระลึกกันหน่อยครับ ที่ร้าน GAVEAESKEN ภายในจำหน่ายของที่ระลึกน่ารักๆ เต็มไปหมดครับ แต่ราคาก็สูงเอาเรื่องเหมือนกันครับ อย่าง Magnet ก็ตกอันละ 10 กว่าเหรียญแน่ะ











นอกจากร้านขายของที่ระลึกแล้ว  Solvang ยังมีร้านขนม และไอติมอร่อยๆด้วยนะครับ  อย่างไอติมโฮมเมด ร้านนี้ โคนละ $3 เพี้ยนกิน อร่อยมากกกกกก









และขนมที่ขึ้นชื่อของ Solvang เป็น Danish pancakes ครับ เสียดายไม่ได้ลองชิม  จากนั้นเราก็เดินเล่นกันเรื่อยๆ ชมร้านค้าร้านต่างๆ ในบริเวณนี้กันเพลินๆ













จากนั้นเราไปเดิน Farmer Market กันครับ ตั้งอยู่ระหว่างถนน Mission Drive (Highway 246) และ Copenhagen Drive หรือสังเกตง่ายๆ บริเวณที่มีหอนาฬิกาสูงๆ ครับ  เปิดขายกันทุกๆวันพุธ ตั้งแต่บ่าย 2 ครึ่งจนถึง 6 โมงเย็น ซึ่งเกษตรกรภายในเมืองนี้จะนำผลผลิตทั้งพืชผักผลไม้สดๆ และที่แปรรูปแล้วมาจำหน่าย  นอกจากนั้นที่ Solvang ยังมีไร่องุ่นที่มีชื่อเสียง หากมีเวลาก็ลองไปเที่ยวไร่ และชิมไวน์กันได้ครับ

//www.solvangusa.com/listings/?action=display&listingID=565



























เดินชมตลาดได้ไม่นาน ก็ได้เวลาต้องออกเดินทางกันต่อแล้ว แต่....อยากเข้าห้องน้ำอ่ะ  

เลยไปแวะกันแถวๆ Solvang Visitor Information มีห้องน้ำสาธารณะให้บริการครับยิ้ม



จากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อ บริเวณถนนเส้นหลัก ตัดกับ Atterdag Rd. มีนาฬิกาโบราณที่มุมสี่แยกด้วยครับ สวยแปลกตาดี



มุ่งหน้าตรงไปที่ Morro Bay  นั่งชมบรรยากาศ 2 ข้างทางประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงแล้วครับ





ระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่นักท่องเที่ยวนิยม คือ   Hearst Castle ครับ  ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ $25 แต่ที่นี่ไม่ได้อยู่ในแพลนครับ ต้องมีเวลา ไม่งั้นไม่คุ้ม อิอิอมยิ้ม35

//hearstcastle.org/





และแล้วเราก็มาถึงที่พักของเรา Days Inn Morro Bay ที่พักสะดวกสบาย ได้มาตรฐานครับ อมยิ้ม04

















หลังจากเก็บของเรียบร้อย ออกมาเดินเล่นกันครับ ในละแวกนี้มีที่พักให้เลือกมากมายหลายแห่ง  รถราก็ไม่ค่อยมีเท่าไร บรรยากาศเงียบเหงาเล็กน้อย





อากาศเย็นมากๆครับ ยิ่งมีลมพัดยิ่งทำให้รู้สึกหนาว ระหว่างทางก็แวะเก็บภาพดอกไม้สวยๆ ริมถนน ดูสดชื่นไหมครับนานาชอบ



เดินมาประมาณ 5-10 นาที ก็เห็น Morro Rock อยู่เบื้องหน้า แต่เนื่องจากสภาพอากาศแบบนี้  แพลนที่วางไว้ที่จะไปทางเส้นนั้นเป็นอันตกยกเลิกไป  คงได้เก็บภาพแค่บริเวณนี้แทนครับอมยิ้ม01

//www.morrobay.org/wp-content/uploads/MB_Visitors_Guide_Web.pdf



บริเวณนี้เป็นท่าเรือ ครับ วิวทางนี้มองไม่ค่อยเห็นอะไร



แต่ถ้าเดินเลี้ยวไปทางซ้ายจะเจอถนน Embarcadero เป็นถนนเลียบ  Morro Bay Harbor บริเวณนี้จะเป็นร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ แหล่งช๊อปปิ้งอยู่เต็มไปหมด





ขวามือ เป็น Anchor Memorial Park ซึ่งสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับชาวประมงที่สุญหายไปในทะเล ขณะออกหาปลา   เป็นสวนสาธารณะ ขนาดเล็กๆ มีโต๊ะ เก้าอี้สำหรับนั่งปิคนิคสบายๆ ชมวิว Morro Rock ได้ครับพาพันชอบ





ติดกันจะมีสะพานไม้ ยื่นลงไปในทะเล สามารถเดินไปซึมซับบรรยากาศบริเวณท่าเรือได้ครับ  อมยิ้ม04















ก่อนจะเดินกลับเข้าที่พัก ทานอาหารเย็น และมาที่บริเวณนี้อีกครั้งในตอนเช้า หวังว่า หมอกจะจางหายไป เผยให้เห็น Morro Rock แบบเต็มๆตา แต่ก็ผิดหวังเหมือนเดิม



แต่ก็ได้นางแบบมาโพสท่าให้ถ่ายอยู่นาน พอทดแทนกันได้ครับพลุ













หลังจากถ่ายรูปกันเรียบร้อย ก็ออกเดินทางต่อครับ จุดหมายปลายทางของวันนี้ อยู่ที่เมือง  Monterey ต้องรอชมว่าวันนี้สภาพอากาศจะเป็นยังไง จะเจอหมอกเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า รอชมนะครับ

ลากันด้วยบรรยากาศร้านค้าใน Morro Bay ครับ







-----------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่แวะมาชม นะครับ  พบกันใหม่คราวหน้าครับ อมยิ้ม01

หากเพื่อนๆต้องการติดตามหรือพูดคุย เชิญที่นี่นะครับ

FB: https://www.facebook.com/oLosMagazine

Instagram :onelightoneshadow



Create Date : 03 มิถุนายน 2557
Last Update : 3 มิถุนายน 2557 8:41:18 น. 6 comments
Counter : 1142 Pageviews.

 
One Light One Shadow Travel Blog ดู Blog

ชอบเรื่องและภาพมากค่ะ
ตัดสินใจยากว่าจะเลือกหวดไหน แต่น่าจะเดินทางนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 มิถุนายน 2557 เวลา:11:13:32 น.  

 
tuk-tuk@korat ขอบคุณครับ


โดย: One Light One Shadow วันที่: 3 มิถุนายน 2557 เวลา:14:21:43 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 4 มิถุนายน 2557 เวลา:12:33:39 น.  

 
mariabamboo ขอบคุณนะครับ


โดย: One Light One Shadow วันที่: 4 มิถุนายน 2557 เวลา:16:08:46 น.  

 
ฝีมือถ่ายภาพยอดเยี่ยม จะมาแกะรอยอีกทีตอนจะไปนะคะ
อยากไปตั้งต้นจาก Oregon ลงใต้ริมฝั่งแบบนี้แหละค่ะ
หมายตาไว้นานแล้ว


โดย: snapdragon วันที่: 12 มิถุนายน 2557 เวลา:0:37:34 น.  

 
snapdragon ขอให้ได้ไปเที่ยวไวๆ ครับ


โดย: One Light One Shadow วันที่: 29 มิถุนายน 2557 เวลา:9:52:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
One Light One Shadow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




กด like / ถูกใจ OLOS

qrcode free counters
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
3 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add One Light One Shadow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.