กรกฏาคม 2556

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
การดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ในไตรมาสต่าง ๆ ตอนที่ 1

การดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก

แน่นอนว่า ว่าที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้วย่อมมีความกังวลสูงกว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีบุตรยากและใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ ย่อมมีความกังวลสูง เพราะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และเสียใจ กับเสียน้ำตามาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความเจ็บปวด หวาดกลัวทำให้มีความกังวลสูงมากขึ้น เมื่อกังวลมากก็ยิ่งหาข้อมูลมาก เสิร์ทมันเข้าไปทั้งพันทิบ ทั้งอากู๋ ทั้งหนังสือตำราต่าง ๆ มีอาการอะไรนิดหน่อยก็จะเซ้นซิทีฟมาก ดิฉันขอแนะนำให้คุณแม่ทำใจให้สบาย ๆ อย่ากังวลให้มากเกินไป หากลูกจะอยู่กับเรา เขาย่อมอยู่กับเรา แต่ถ้าร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์ ธรรมชาติ (อันโหดร้าย) ก็จะทำการคัดกรองให้ ตามแนวทาง "ผู้แข็งแรงกว่าย่อมอยู่รอดได้" แม้มันจะเป็นความจริงที่โหดร้่ายมาก ๆ คุณแม่ก็ต้องพยายามทำใจยอมรับมัน และสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าโทษตัวเองเด็ดขาด

ช่วงไตรมาสแรก หรือช่วงโปร 3 เดือนแรก

เป็นช่วงที่่สำคัญที่สุดของการตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่ลูกน้อยที่เกิดการปฏิสนธิขึ้นในครรภ์จะอยู่รอดหรือไ่่ม่ และเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสำหรับคุณแม่หลายท่านเพราะมีอาการแพ้ท้อง ความเครียดกังวลใจจะเกิดขึ้นมาก ๆ ตลอดเวลา เนื่องจากภาวะการตั้งครรภ์เป็นภาวะใหม่ที่คุณแม่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ทั้งเรื่องการประพฤติตัว การรับประทานอาหาร การเดินเหิน การใช้ชีวิตประจำวัน คุณแม่ทั้งหลายที่ตั้งครรภ์คร้งแรกจะห่วงไปหมดว่าทำโน่นทำนี่ได้หรือไม่

การใช้ชีวิตประจำวันในช่วงนี้

ช่วงนี้ คุณแม่อย่าเพิ่งทำตัวหักโหมมากนักเลยค่ะ ยิ่งคุณแม่ที่ไม่มีอาการแพ้ท้อง เบื่ออาหาร วิงเวียน มักจะลืมตัวว่าท้องอยู่ และใช้ชีวิตตามปกติ คือ เดินเร็ว ขึ้นลงบันไดมาก ๆ รวมทั้งไปช้อปปิ้งเป็นเวลานาน แม้จะมีคุณแม่หลายท่านแย้งว่า ตอนชั้นท้องได้สองเดือน ชั้นก็เดินเที่ยวได้ นั่งรถไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศได้ มีไปโพสต์ถามกันบ่อย ๆ ว่าทำได้ไหม ถามหมอแล้วทำได้ โดยส่วนตัวแล้ว ดิฉันคิดว่า ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีบุตรยากทั้งหลาย อย่าฝืน หรือทำอะไรเสี่ยง ๆ จะดีกว่าค่ะ ตัวดิฉันเองตอนท้องได้ห้าสัปดาห์ ก็ไปเดินช้อปปิ้งเป็นเวลาสี่ชั่วโมง คืนนั้นเลือดออก จนต้องรีบไปพบคุณหมอ โดยพี่พยาบาลดุอีกต่างหาก ระวังเอาไว้ก็ไม่เสียหลาย แล้วก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจจะดีกว่านะคะ

ช่วงนี้ คุณแม่อย่าเดินเร็ว อย่าวิ่ง เผื่อพลาดล้มขึ้นมา อย่าขึ้นลงบันไดมาก ๆ วันละเป็นสิบๆ รอบเลยนะคะ แล้วก็อย่าเดินทางไกลมากนัก อย่ายกของหนักมาก ๆ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่าลืมนะคะว่า ความรับผิดชอบในฐานะคุณแม่ได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อลูกน้อยมาปฏิสนธิในครรภ์ของคุณแม่ คุณพ่อก็ต้องคอยดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ อย่างโกรธ อย่าเหวี่ยง อย่างอน ถ้าคุณแม่เกิดวีน มีอารมณ์น้อยอกน้อยใจ น้ำหูน้ำตาไหลตลอดเวลา คนกำลังท้องกำลังไส้ อารมณ์จะแปรปรวนหนักค่ะ

อาหารการกิน

สำหรับอาหารการกินต่าง ๆ ในช่วงนี้ คุณแม่ทานได้ตามปกติ เพราะเด็กน้อยในครรภ์เขาทานอาหารจากถุงอาหารของตัวเขาเอง แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณแม่จะโหมประโคมรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์แบบที่เคยทานมาอย่างเต็มที่นะคะ คุณแม่ที่แพ้ท้องมาก ๆ จนถึงขั้นทานน้ำก็อ๊อกนี่ น่าเห็นใจมาก ๆ ค่ะ ถ้าอะไรที่ทานได้ทานไปก่อน ช่วงนี่้ คุณแม่หลายท่านอาจจะอยากรับประทานอาหารแปลก ๆ ถ้าคุณพ่อมีเวลา พาไปทานเถอะค่ะ เพราะบางท่านทานอะไรไม่ได้เลย และบางท่านถ้าไม่ได้ทานอย่างที่ประสงค์ อาจมีร้องห่มร้องไห้ ดราม่ากันไป การรักษาอารมณ์ของคุณแม่ให้มีความสุขจะเป็นการดีกับน้องในท้องมากที่สุด ถ้าคุณแม่แพ้ท้องจนทานอะไรไม่ได้ ก็อาจจะขอยาแก้แพ้ท้องมาทาน ส่วนใหญ่คือยาวิตามิน B6

คุณแม่ที่ติดชาหรือกาแฟมาก ๆ ให้ลดลงเหลือทานวันละหนึ่งแก้วก็พอนะคะ อาหารหมักดองไม่ควรทานมากนัก แต่ช่วงนี้ก็ยังพอไหวอยู่ ขอให้คุณแม่ระลึกเสมอว่า อะไรที่เราทานเข้าไป เราไม่ได้ทานคนเดียว มีอีกคนรอทานด้วยนะจ๊ะ เพราะฉะนั้น เลือกรับประทานอาหารดี ๆ มีประโยชน์เข้าไว้น่าจะดีกว่า

ช่วงนี้ คุณแม่ที่แพ้มาก ๆ อาจจะทานอะไรไม่ได้จนน้ำหนักลด อย่าเพิ่งเป็นกังวลนะคะ น้ำหนักตัวคุณแม่ควรขึ้นโดยเฉลี่ย 12 กก. ตลอดการตั้งครรภ์ค่ะ ถ้าน้ำหนักมากกว่านี้ ส่วนใหญ่ลงที่คุณแม่ ไม่ใช่คุณลูกนะคะ คนส่วนใหญ่มักทักคุณแม่ว่าดูไม่เหมือนคนท้อง อย่าไปคิดมากค่ะ ดูน้ำหนักลูกในท้องเป็นหลักนะคะ

ยาบำรุงคุณแม่


สิ่งสำคัญคือ ทานยาบำรุงที่คุณหมอจัดให้อย่าสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่ยาที่ได้คือ ยา Folic ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องการป้องกันความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น การปิดของกระโหลกศรีษะ และสันหลังค่ะ ส่วนยาบำรุงอื่น ๆ ส่วนใหญ่คุณหมอมักสั่งยาให้ทาน คือ ยา Obimin AZ และแคลเซี่ยมเม็ดฟู่

นอกจากนี้ คุณแม่ผู้มีบุตรยากยังมียาสอดกับยาฮอร์โมนทั้งหลายที่ต้องใช้อีก อย่าลืมยาสอด และยาฮอร์โมนทั้งหลายที่เราต้องทานเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นยา Duphaston ยาเม็ดสีฟ้า หรือยาสอด ท่องไว้นะคะว่าห้ามลืมเด็ดขาด ส่วนใหญ่คุณหมอมักให้เลิกยาตอนสัปดาห์ที่ 10-12 แต่คุณหมอบางท่านก็ให้คุณแม่ใช้ต่อไปจนถึงสัปดาห์ที่ 16 อันนี้ก็แล้วแต่คุณหมอและสภาพร่างกายของคุณแม่เองค่ะ อย่าไปเครียดว่าทำไมคุณหมอให้หยุดยาเร็วเกินไป หรือช้าเกินไป ทุกอย่างให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคุณหมอดีที่สุด เว้นเสียแต่ว่า เมื่อหยุดยาแล้วคุณแม่มีอาการแปลก ๆ เช่น ปวดท้อง เลือดออกก็ให้รีบปรึกษาคุณหมอด่วน ๆ นะคะ

มักมีคำถามที่เห็นถามเสมอคือ การทานวิตามินเสริมนอกเหนือจากที่คุณหมอสั่ง อันนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลนะคะ แต่ขอแนะนำว่า ก่อนจะทานวิตามินอะไร ใช้ยาอะไร ปรึกษาคุณหมอก่อน รอให้คุณหมอพิจารณาก่อน เราไม่ใช่หมอ ไม่มีทางรู้ดีกว่าคุณหมอเด็ดขาด ดิฉันเองไม่กล้าทานวิตามินอื่น ๆ นอกจากที่คุณหมอจัดให้ เพราะได้ปรึกษากับคุณหมอที่ดูแลเคสของดิฉันแล้ว คุณหมอแนะนำว่า อาหารเสริมต่าง ๆ อาจมีวิตามินที่มีความเข้มข้นเกินกว่าที่ร่างกายจะต้องการ ซึ่งอาจเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณกับลูกในท้องของเราก็ได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารตามธรรมชาติ และทานยาบำรุงที่หมอสั่งให้ก็เพียงพอแล้ว

สำรวจอาการของตัวเองเสมอ


ช่วงไตรมาสแรกนี้ ขอให้คุณแม่คอยสำรวจอาการของตัวเอง ว่า มีเลือดออกหรือไม่ มีการปวดท้องที่ผิดปกติหรือไม่ หากมีอาการอะไรที่แปลก ๆ ไปจากปกติ ควรปรึกษาแพทย์นะคะ อย่ารอให้มีอาการรุนแรงเพราะอาจช้าเกินไปกว่าจะถึงมือหมอค่ะ

ในช่วงไตรมาสแรกนี้ อาการที่ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายกลัวที่สุด คงจะเป็นเรื่องการมีเลือดออก ยิ่งที่เป็นเลือดสด ๆ ควรรีบพบแพทย์ทันที ถ้าเป็นเลือดสีน้ำตาลอาจจะเสี่ยงกับอาการภาวะแท้งคุกคามได้ หากเป็นภาวะนี้ ขอแนะนำให้พักผ่อนมาก ๆ ลางานไปเลยอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ค่ะ ทางที่ดีควรพบคุณหมอด้วยค่ะ เผื่อจะได้ทานยาหรือฉีดยากันแท้งทันเวลา

การตรวจคัดกรอง

ในช่วงสัปดาห์ที่สิบหรือสิบสอง อาจมีการตรวจคัดกรองดูว่าลูกในครรภ์มีโอกาสผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะดาวน์ซินโดรม เพราะฉะนั้น คุณแม่ควรลองปรึกษาคุณหมอดูแต่เนิ่นๆ ว่า จะตรวจหรือไม่ ขอแนะนำว่า ถึงคุณแม่จะมีอายุน้อยกว่า 35 ก็ควรตรวจคัดกรอง การตรวจนี้ อย่าคิดว่าเป็นการตรวจดูว่าลูกผิดปกติหรือไม่เพื่อทำแท้ง คุณแม่จะทำหรือไม่ทำ ก็ควรตรวจดูให้ชัดเจนว่า ลูกเราปกติหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจ และการเตรียมแผนการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าคิดว่าจะไม่ทำแท้งก็ไม่ตรวจเลย การตรวจช่วยให้เราคิดวางแผนในอนาคต เตรียมการเงิน เตรียมใจ เตรียมศึกษาข้อมูลให้รอบด้านค่ะ



ขอให้มีความสุขมาก ๆ กับทุกไตรมาสของการก้าวเข้าไปสู่การเป็นคุณแม่เต็มตัวค่ะ




วันก่อนคลอดเพียงหนึ่งวันน้ำหนักขึ้น 13 กก.



นาทีที่รอคอยมาตลอด 39 สัปดาห์



กวินน้อยอายุได้ 1 วัน





Create Date : 13 กรกฎาคม 2556
Last Update : 19 กรกฎาคม 2556 14:31:51 น.
Counter : 15318 Pageviews.

5 comments
  
ยินดีด้วยนะคะ ขอให้น้องกวินและคุณแม่ คุณพ่อแข็งแรงสมบูรณ์นะคะ
จะคอยเชียร์ ติดตามเป็นแฟน blog นะค่าาา

อัพบ่อยๆนะค่า คุณแม่น้องกวิน blog นี้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเป็นกำลังใจมากๆคะ
โดย: iampatchery IP: 115.87.96.200 วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:46:15 น.
  
ขอบคุณค่ะ เราจะตั้งใจเขียนบทความเล็กๆ จากประสบการณ์และการค้นคว้าต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อไปค่ะทติดตามไปเรื่อยๆ นะคะ
โดย: Ninie IP: 182.52.106.166 วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:06:33 น.
  
ยินดีด้วยค่ะ น้องน่ารักมากๆ กำลังเริ่มทำ iui รอบที่ 2 ค่ะ อ่านบทความเก่าๆของคุณแม่แล้วเข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ ตอนนี้กำลังเป็นแบบนั้น เศร้าบ้าง หดหู่บ้าง แต่ก็จะลองสู้สักตั้งค่ะ
โดย: คุณป้าเบอร์ห้าบ้าเห่อ วันที่: 25 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:27:09 น.
  
รอติดตามบล็อกคุณหนูแดง

กวิน หล่อมากๆๆ น่ารักน่าฝัดจริงๆเลยค่ะ

ปล.หนังสือการ์ตูน แคนดี้จอมแก่น เดี๊ยวนี้เค้ายังมีพิมพ์จำหน่ายอีกมั้ยค่ะ เคยอ่านสมัยอายุ 10+ รับมรดกจากพี่สาว แต่ได้ขายเป็นหนังสือมือสองให้ร้านเช่าหนังสือ เสียดายที่ไม่ได้สะสมเหมือนกับคุณหนูแดง

โดย: อุ๊ IP: 58.11.99.243 วันที่: 26 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:05:12 น.
  
ขอขอบคุณมากเลยครับสำหรับคำแนะนำต่าง ๆ ผมจะขอนำไปใช้เลยละกันครับพอดีกำลังจะเป็นพ่อแม่มือไหม่นะครับอิอิตื่นเต้นสุดๆ
โดย: Chok'ie IP: 183.88.31.18 วันที่: 3 เมษายน 2559 เวลา:15:30:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Ninie
Location :
กรุงเทพ  Netherlands

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 115 คน [?]




ได้ออกประจำการเสียที....แต่ต้องหนีร้อนไปถึงรัสเซียเชียวหรือ จะไหวรื้อ?
เมื่อเขาฉันถามว่า "เธอจะบ้ารองเท้าไปถึงไหน?"
ใครอยากได้วารสารสราญรมย์ หนังสือดี ๆ ของกระทรวงการต่างประเทศ โปรดเข้ามาอ่านด้วยจ้า
Cast away ที่ La a Natu@Pranburi
เมืองไทยในสายตาของพี่แจส ผ่านเลนส์
10 ยอดการ์ตูนผู้หญิงในดวงใจ ภาค 1
เมื่อคิดจะแต่งงานกับฝรั่ง และย้ายฐานทัพมาอยู่เมืองไทย ต้องทำอย่างไร

บ ล็ อ ก ข อ ง เ พื่ อ น