พฤศจิกายน 2560

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
หนีลูกบุกเดี่ยวมะนาลี อินเดียตอนที่ 2 (Vashish)




Smiley ต่อจากเมื่อวาน กลับมาก็นอนยาวเลย ไม่ได้ไปสุงสิงมุ้งมิ้งกับคนอื่น จริงๆ แล้วถ้ามาโฮสเทลแบบนี้ควรจะไปทำความรู้จักคนอื่นบ้างจะได้รู้ว่าเค้าไปไหนกัน และเผื่อเค้าจัดกลุ่มไปทัวร์หรือไปเที่ยวกันตรงไหนเราจะได้ตามไปได้ แต่เราเหนื่อยอะ เมื่อวาน (หรือแก่แล้ว) เลยนอนยาวแต่ก็มีคุยกับเพื่อนร่วมห้องบ้าง นางมากันสามคนจากมุมไบ เป็นเพื่อนกันที่ออฟฟิศนี่แหละ เห็นว่าจะไปต่อกันที่ธรรมศาลา


เดี๋ยวๆ ขอเก็บตกเมื่อวานหน่อย รูปนี้ร้านขายพวกหินต่างๆ น่าสนใจดี หน้าวัด Hadimba


และรูปป่าสนชัดๆ มองแล้วสวยดีเนอะ


ต่อๆ วันนี้อิชั้นจะไม่ต้องไปไหนคนเดียวแล้ว เพราะจะไปหาน้องสามีที่ Vashish นางเป็นหมออยู่อนามัยที่นั่น กะว่าจะไปอยู่กะนางจนวันกลับ อิอิ ตื่นเต้นกันใหญ่บอกว่าจะพาเดินขึ้นไปเที่ยวน้ำตก Jogni Fall ว่าแล้วก็อาบน้ำแต่งตัวดีกว่า



มองไปทางซ้ายก็เห็นห้องน้ำแบบนี้ หากเปิดประตูไว้อิชั้นสามารถกระโดดเข้าห้องให้ในทันที กำลังจะอาบ แต่ดันลืมเปิด Geyser หรือเครื่องทำน้ำร้อนทิ้งไว้ก่อน ปกติควรเปิดทิ้งไว้ 15 นาทีให้น้ำมันร้อนแล้วถึงจะได้อาบ แต่คือแบบ ตอนนั้นถอดเสื้อผ้าอยู่ในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว จะนั่งรอในห้องน้ำก็กระไร มีคนอื่นจะรอใช้ต่อ เลยตัดปัญหา ไม่ต้องอาบละกัน เพื่อส่วนรวม เรามีความเสียสละพอ Smiley



หลังจากเช็คเอ้าท์เสร็จ กะว่าจะไปหาอะไรใส่ท้องตอนเช้าซักหน่อย เดินไปใกล้ๆ มีร้านนึงที่มานิช (น้องสามี) บอกว่าห้ามพลาดคุ้กกี้ร้านนี้ เลยอะ ไปซะหน่อย เดินออกมาหน้าถนนเจอโรงเรียนเล็กๆ นักเรียนกำลังนั่งเข้าแถวกันพอดี อารมณ์เหมือนโรงเรียนบนเขาบ้านเราเลย



ถึงแล้วว ร้านนี้ Dylan Cafe ร้านชิคๆ อยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไร น่านั่งเนอะ



ภายในร้าน



เหมือนเจ้าของร้านจะเคยเป็นนักดนตรีที่ไหนซักที่นึง แล้วมาเปิดร้านตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ที่มะนาลีนี่มีคนต่างชาติมาตั้งรกรากหลายคนอยู่นะ รวมทั้งท่าน Bamboo Baba ที่เป็นคนไทย ที่ในหนังสือเล่มนึงเคยเขียนถึงท่านไว้ ว่าเคยเป็นนักแสดงอยู่ที่เมืองไทยเรา และมาอยู่ที่นี่หลายสิบปีแล้ว มีน้องจากในเพจบอกมา ว่าพี่ๆ อย่าลืมไปเยี่ยมท่านนะ อยู่ที่วัดที่มีบ่อน้ำร้อน พอดีวันนี้กำลังจะไปที่นั่นพอดี จะต้องไปหาท่านซักหน่อย



เหมือนเดิม ตอนแรกนั่งตรงนี้ แต่อยากจะนั่งหลายๆ มุม



ดูดีเทลของร้าน ของที่วางตรงชั้นนั้นเค้าก็ขายนะ พวกชา กาแฟต่างๆ เห็นมีคนซื้อกัน


สั่งอะไรดีหนอ



สิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนเลย กาแฟ อร่อย



และอันนี้มานิชแนะนำให้สั่ง เราก็อยากกินอะไรที่ไม่เคยกินบ้าง เลยจัดมา จานนี้เรียกว่า Shashuka เป็นอาหารเช้าของอิสราเอล ที่มะนาลีคนอิสราเอลเยอะนะ มีร้านอาหารต่างชาติมากมาย

ส่วนรสชาติ เราว่าแบบนี้เราก็ทำเองที่บ้านได้นะ ก็ทอดไข่ดาว แล้วก็ผัดหัวหอมกับมะเขือเทศ ใส่เกลือและมาซาล่าหน่อยแล้วเอามาโปะ กินกับขนมปัง ก็อร่อยดีนะ เค็มไปนิด



ตอนนี้เปลี่ยนมานั่งริมระเบียง มองไปนอกถนน สีสันสวยดีอะ 



และ แถ่นแท๊นนน เจ้านี้คือไฮไลท์ของร้านนี้ที่ร่ำลือกันนักหนา คุ้กกีี้สอดไส้ช็อคโกแล็ต เราก็จัดมา มันอร่อยมากนะ คุ้กกี้นิ่มๆ อุ่นๆ กัดไปแล้วมีช็อคโกแล็ตด้านในอร่อยๆ



ให้ดูไส้ มื้อนี้สนนราคาอยู่ที่ 280 รูปีเท่านั้น



เมื่ออิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปแถวๆ สะพานข้ามแม่น้ำ เรียกออโต้ไป Vashish ในราคา 200 รูปี (ราคานี้ผ่านเพราะถามน้องมานมาแล้ว) นั่งชมวิวไปเรื่อยๆ


รถออโต้จอดหน้า Vashish temple และก็เดินเข้าตรอกซอกซอยมาอีกหน่อย ก็เจอแล้ว อนามัย Vashish และคุณหมอ Nidhi ประจำการที่นี่ รักษาฟรีทุกคน ใครมาที่นี่ไม่สบายให้มาหานางเลยนะ



ที่ทำงานและที่พักอาศัยอยู่ที่เดียวกัน ขึ้นมาชั้นสองก็เป็นที่พัก วิวจากที่พักสวยเชียว ต้นไม่ด้านล่างที่เห็นนั้นคือต้นแอ๊ปเปิ้ลนะ เวลาลูกออกงี้สวยงามเลยทีเดียว



หลังจากนางจัดการคนไข้เรียบร้อย ในช่วงเช้า ก็ลาช่วงบ่ายเพื่อที่จะพาเราเดินขึ้นไปเที่ยวที่น้ำตก Jogni Fall หรือ Jogini Fall เดินขึ้นเขาประมาณสองกิโล ตอนนี้เราพร้อมแล้ววว แต่ตะกร้านั้นไม่ได้ถือขึ้น แค่ยืมชาวบ้านมาถ่ายเป็นพร้อพเก๋ๆ ตะกร้านี้ที่นั่นเค้าเรียกว่า Kilta (กิลต้า) เอาไว้เก็บได้หลายอย่าง เช่นแอ็บเปิ้ล ใบไม้ หรือขี้วัว 55 ไม่ต้องตกใจ ที่นั่นเค้าใช้ขี้วัวมาทำปุ๋ย และอย่างอื่นได้หลายอย่าง มาทำกำแพงก็ได้



จากนั้นก็สังสรรค์กันซักนิด เพื่อความกลมกลืน



เหมือนคนพื้นเพเดียวกัน....

ชาวบ้านที่นี่น่ารักอะ รู้จักน้องเราทุกคนเพราะเป็นหมอที่นี่ น้องมันบอกว่าบางคนก็ไปหาทู๊กวัน บอกว่าปวดนู่นปวดนี่ไม่รู้เป็นอะไร 555 แต่ชีเก่ง รับมือกับชาวบ้านได้อย่างน่ารัก ทำให้คนแถวนั้นก็ชอบนาง เดินไปเจอใครก็จะชวนไปดื่มชาที่บ้านตลอด

ว่าแล้วก็ถึงเวลาที่จะขึ้นเขาไปที่น้ำตกกัน 

แต่ขอต่อตอนหน้าน๊าาา ขอไปดูลูกก่อน แหะๆ Smiley






Create Date : 03 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2560 12:49:28 น.
Counter : 882 Pageviews.

4 comments
  
เก่งจังค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 พฤศจิกายน 2560 เวลา:21:42:54 น.
  
ลุยเดียวโลดเลย
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 พฤศจิกายน 2560 เวลา:21:43:41 น.
  
ขอบคุณค่า tuk-tuk
โดย: puk (Moti ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2560 เวลา:8:52:01 น.
  
ว้าวเจ๋งเป้งเลยค่ะ
มาเล่าให้อ่านอีกนะคะ
โดย: together_ws วันที่: 20 พฤศจิกายน 2560 เวลา:19:30:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Moti
Location :
Delhi  India

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 131 คน [?]



Moti เป็นภาษาฮินดี้ แปลว่าอ้วน ซึ่งตรงกับชื่อเล่นของเรา ปุ๊ก จากกรุงเทพ ไปตั้งรกรากอยู่บังกะลอร์เกือบเจ็ดปี ที่บังกาลอร์อยู่ลำพังกับลูก ๆ สองปีเพราะสามีย้ายไปทำงานดูไบ หลังจากนั้นก็ย้ายตามสามีไปดูไบได้สามปี ตอนนี้กลับไทยล้าวว

ขอเกร่นก่อนสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่าน เรื่องราวและข้อความทั้งหมดใน Blog นี้มาจากความคิดเห็นและประสบการณ์ของเจ้าของ Blog ซึ่งอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจบางคนที่เข้ามาอ่าน ถ้าหากอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบใจก็สามารถกดเครื่องหมาย x ที่มุมบนขวาได้ จะดีกว่าเข้ามาเม้นท์เพื่อก่อกวนนะจ๊ะที่รัก

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ งานเขียนและภาพประกอบในบล็อคนี้เป็นลิขสิทธิ์ตามกฏหมายนะคะ กรุณาอย่าลอกหรือก๊อปปี้ไปใช้ที่อื่นเลยนะค๊า
รวมมิตรภารตะ by Moti Bloggang

Instagram
New Comments