ขอให้รอ วันรุ่งของพรุ่งนี้ ฟ้าคงมี พรชัยให้กับเรา (พ.ท. ณรงค์เดช นันทโพธิเดช)
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
แม่พิมพ์ของชาติ



ปาเจราจริยา หนติ คุนุต ตะรานุสสาสะกาล......

ถ้าเราไปเที่ยวคาสิโนในนครเมลเบิร์น เราอาจพบเห็นผู้หญิงผิวขาว วัยห้าสิบต้นๆ ใบหน้า อิดโรยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่เธอก็ยังมีอารมณ์ขัน ทักทายหยอกล้อ กับผู้คนที่ดูเป็นมิตร หรือ แม้แต่พนักงานของคาสิโน ก็รู้จักมักคุ้นกับเธอเป็นอย่างดี ในฐานะลูกค้าประจำ ทุกคนจะรู้จักเธอในนาม ทีน่า หรือมีชื่อไทยว่าวันนา

วันนา เป็นเด็กร่าเริงและน่ารักที่สุด ในจำนวนพี่น้องสามคน วันนาวัยเด็ก เป็นที่รักใคร่ ของแม่ พี่สาวและพี่ชาย ถึงแม้จะไม่มีพ่อ แต่วันนาก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรเลย วันนาไม่เคยมีความทุกข์ ที่เกิดจากความขาดแคลน เธอได้รับการเอาใจจากแม่เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าแม่ของเธอ จะเป็นเพียง แม่ค้าขายของเล็กๆน้อยอยู่ในตลาดเมืองจันท์ แต่ความที่วันนาเป็นน้องคนสุดท้องและยังเด็กมาก แล้ว เกิดมาในขณะที่บ้านเริ่มพอมีฐานะ ถึงแม้ว่าพ่อจะตายจากไป หลังวันนาเกิดไม่นาน ทำให้ทุกคนในบ้าน คิดว่า วันนาเป็นคนที่นำพาสิ่งที่ดีคือ ฐานะทางบ้านเริ่มดีมาให้ ประกอบกับพ่อต้องมาตายจากไป ตั้งแต่วันนายังจำความไม่ได้ จึงทำให้ทุกคนยิ่งรักและเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ ไม่ว่าอยากได้อะไร วันนามัก จะได้เสมอ ไม่เคยมีใครขัดใจ ทุกอย่างแค่วันนาบอกว่าอยากได้เธอต้องได้มา

วันนาในวัยเด็กชีวิตนั้นมีความสุขและคึกคะนองไปตามประสาเด็ก เมื่อถึงวัยศึกษาเล่าเรียน เธอ ได้เข้าเรียนเหมือนคนทั่วไป วันนาเป็นเด็กฉลาด การเรียนของวันนาจึงเป็นที่พอใจของแม่พี่น้องและ ครูผู้สอน ตั้งแต่ประถมวัย เธอได้เข้าเรียนประถมในโรงเรียนใกล้บ้าน จนจบ ป.7 แล้วย้ายมาเรียน โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดจนจบ มศ. 5 ความที่เธอเป็นคนที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพราะคิดว่าเป็น งานเบา ไม่เหนื่อยอะไร เธอจึงยืนยันที่จะเรียนต่อ เพราะเห็นว่าถ้าไม่เรียนหนังสือ ความลำบากทั้งหลาย ต้องมาเยือนเธออย่างแน่นอน เหมือนกับพี่สาวและพี่ชายของเธอ ที่ต้องทำงานช่วยแม่ค้าขาย และทำ สวนยางพารา แต่นับว่ายังดีที่พี่สาวของเธอเอาตัวรอดไปหนึ่งคนแล้ว พี่สาวของเธอแต่งงานกับฝรั่งชาว อเมริกัน และติดตามสามีไปอยู่ที่ชิคาโก ตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่ ม.ศ.สาม ตอนนี้จึงเหลือพี่ชายเธอคนเดียว ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้กับแม่ ถ้าไม่เรียนต่อ เธอรู้ดีว่าต้องสานงานต่อจากพี่สาวแน่ เธอจึงคิดได้ว่า เธอควรเรียนต่อในสายอาชีพครู เพื่อที่ได้กลับมาเป็นครูที่โรงเรียนใกล้บ้าน วันนาจึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพ หลังจบ ม.ศ.5

ชีวิตในกรุงเทพฯของวันนา เป็นช่วงชีวิตที่สำคัญมาก เพราะวันนาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต และเรียนรู้การเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นการลีลาศกับพวกนักเรียนนายร้อย หรือการเที่ยวเตร่ และการเรียน ของเธอก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เพราะการเรียนวิชาชีพครู ไม่ยากเย็นสำหรับวันนา แถมเธอยังรู้สึกชอบ การเรียนด้วยซ้ำ เพียงแค่ไม่กี่ปีวันนาก็จบ ปกศ.สูง แล้ว แต่วันนาก็ยังคงใช้ชีวิตวัยสาวด้วยการเที่ยว เตร่จนรู้จักผู้คนมากมาย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนายร้อย ที่มาติดพันเพื่อนๆของเธอ แต่เธอก็ยังคงรักษา ความเป็นหญิงได้ดี เธอไม่ได้มีใจให้ใครเลยสักคน

เมื่อมีการเปิดสอบบรรจุครู วันนาก็ไปสมัครสอบ แล้วเธอก็สอบได้ ไม่ยากเย็นอะไรนัก วันนา ได้เป็นครูสมกับที่เธอตั้งใจที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี

วันปิดภาคเรียนนี้ครูวันนา กลับมาหาแม่ของเธอที่บ้าน เธอดีใจยิ่งนักเมื่อ ได้พบกับพี่สาวที่ไป อยู่ชิคาโกกับสามีเมื่อสิบกว่าปีก่อน ด้วยความที่พี่สาวของเธอไปอยู่อเมริกานาน จึงทำให้บุคลิก การ พูดจา หรือแม้แต่นิสัยก็เปลี่ยนไป แต่ด้วยความที่วันนาไม่ได้เจอพี่สาวนาน กอปรกับลักษณะของพี่สาว วันนาจึงคิดว่า พี่สาวต้องมีความเป็นอยู่ที่ดี และยังคิดอีกว่า คนอยู่เมืองนอกย่อมมีชีวิตความเป็นอยู่ ดีกว่า คนไทยในต่างจังหวัดแน่นอน เมื่อวันนาสนทนากับพี่สาว วันนารู้สึกอึดอัด เพราะพี่สาวพูดไทยคำ อังกฤษคำ วันนารู้สึกว่า การที่คนพูดไทยคำอังกฤษคำ เหมือนคนมีความรู้สูง ทั้งที่พี่สาวเธอจบแค่ ป.4 เธอต่างหากที่เรียนสูงกว่าพี่สาวเธอตั้งเยอะ เมื่อเป็นดังนี้ วันนาจึงอยากที่จะไปอยู่อเมริกาเหมือนพี่สาว เธอจึงได้ออกปากขอไปอยู่ด้วยกับพี่ของเธอ

“แป๋ว ให้นาไปอยู่อเมริกาด้วยคนสิ”

แต่คำตอบที่วันนาได้ยินนั้น กลายเป็นว่า แป๋วพี่สาวของเธอเป็นคนอื่นไปแล้ว ไม่ใช่พี่สาวที่ เคยตามใจเธอเมื่อตอนเด็กๆ และไม่ใช่พี่สาวที่คอยอุ้มเธอเข้ากับเอวเวลาที่เธอร้องไห้หาแม่ มันเป็น คำตอบที่ตัดสัมพันธ์และดูถูก จนทำให้วันนาต้องจำมาตลอด ที่ได้ฟังพี่สาวของเธอตอบเธอมาว่า

“ถ้ามีมีปัญญาไปมึงก็ไปเองสิ แต่กูไม่ช่วยสปอนเซอร์มึงแน่นอน แต่กูว่าคนอย่างมึงน่ะ โนเวย์ ที่จะไปได้”

ตั้งแต่วันนั้นมา วันนาคิดอยู่อย่างเดียวว่า จะต้องไปเมืองนอกให้ได้ ไม่ว่าวิธีใดก็ตาม ตอนนี้ ครูวันนาอายุยี่สิบหกปีแล้ว ด้วยความที่เป็นคนผิวขาว รูปร่างหน้าตาก็ไม่ขี้เหร่ ถึงแม้ว่าจะไม่จัดว่า เป็นคนสวย จึงไม่แปลกอะไรที่ครูหนุ่มอย่างวิรัช จะมาหลงชอบครูวันนา ครูวิรัชใช้เวลาส่วนใหญ่ หลังเลิกเรียนตามจีบครูวันนาอยู่เป็นปี จนทุกคนที่บ้านพักครูรู้ดีว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกัน แม้แต่นักเรียน ในโรงเรียนก็ยังทราบดีในข้อนี้
เย็นวันนี้ฝนตกพรำตั้งแต่ตอนเลิกเรียน ครูวิรัชก็ยังคงมากินข้าวเย็นกับครูวันนาตามปกติ โดย ทุกวันจะมีครูผู้หญิง ซึ่งอยู่บ้านพักเดียวกับครูวันนาร่วมวงด้วย แต่อาทิตย์นี้เธอไปอบรมที่กรุงเทพฯ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ครูวันนากับครูวิรัช จะอยู่กันตามลำพังสองคน หลังจากอาหารเย็นแล้ว ฝนตกหนัก มาก ทำให้ไฟฟ้าดับลง จึงเป็นไปไม่ได้ที่ครูวิรัช จะปล่อยให้ครูวันนา อยู่บ้านพักครูคนเดียวขณะที่ไฟดับ เมื่อธรรมชาติเป็นใจ ครูวันนาและครูวิรัช จึงแหวกม่านประเพณี ในคืนฝนตกลมแรงและไฟฟ้าดับทั่ว ทั้งจังหวัดจันทบุรี

รุ่งเช้า ครูวิรัชรีบตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพื่อเดินกลับบ้านพักของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้รอดพ้นสายตา ของผู้คนที่แฝงตัวอยู่ในความมืด จึงกลายเป็นเรื่องซุบซิบประจำโรงเรียนเล็กๆในอำเภอนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ สองคนหนักใจไม่ใช่แค่เรื่องซุบซิบนินทาของครูในโรงเรียน แต่มันเป็นเรื่องที่ทั้งสองคนก่อขึ้นคือ ครู วันนาตั้งท้อง ท่ามกลางความไม่พร้อมที่จะแต่งงาน ครูวันนาจึงเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเอาเด็กออก แต่ ครูในโรงเรียนก็สงสัยว่า ครูวันนาไปกรุงเทพฯทำไม ถ้าไม่ใช่ไปทำแท้ง เพราะครูวิรัชไม่ยอมรับเด็ก ในท้อง ครูวันนารู้สึกอึดอัดที่จะอยู่ในสังคมนี้ จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นครู

ครูวันนามาอาศัยอยู่กับเพื่อนในกรุงเทพฯ ได้ไม่นาน เธอไม่รู้ทำอะไร เพราะเกิดมาไม่เคยลำบาก ชีวิตเธอมีแต่คนคอยให้ แต่เธอไม่เคยลืมคำที่พี่สาวดูถูก และคิดตลอดว่า ต้องไปเมืองนอกให้ได้ ดีกว่ากลับบ้านไปให้แม่เห็นหน้า เพราะที่ผ่านมา ก็โดนประจานจนไม่กล้ากลับไปสู้หน้าแม่แล้ว เธอเลย ตัดสินใจมาอยู่พัทยา เพราะเป็นอาชีพที่ง่าย และมีโอกาสเจอฝรั่ง จะได้ไปเมืองนอกตามที่ตั้งใจ เธออยู่ พัทยาสองปี พบกับฝรั่งมากหน้าหลายตา เกือบทุกชาติ ทุกภาษา แต่สิ่งเดียวที่เธอพบและสม ความปรารถนาก็คือเดวิด ครูหนุ่มชาวออสเตรเลีย เดวิดรับปากว่า จะเอาวันนาไปอยู่ออสเตรเลีย ด้วย เมื่อวันนาพบสิ่งที่ตัวเองตามหามาตลอด จึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจตามเดวิดมาอยู่ออสเตรเลีย

แต่ชีวิตที่ออสเตรเลียนั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่วันนาคิด เพราะเดวิดเป็นแค่ครูธรรมดาที่โรงเรียนใน นครเมลเบิร์น ไม่ร่ำรวยอะไร แถมมีลูกติดเป็นผู้ชายอีกหนึ่งคน เงินทองก็ไม่ได้มีมากมาย แค่มีบ้านอยู่ มีรถขับ เมื่อวันนามาอยู่ ก็ไม่ได้มีอาชีพทำอะไร เพราะภาษายังใช้ไม่ได้ เดวิดก็ไม่ได้ให้เงินใช้ แค่มี ข้าวให้กิน มีที่ให้ซุกหัวนอน แล้วก็เป็นนางบำเรอยามที่ต้องการ เวลาผ่านไปสองปี ชีวิตวันนาก็ยัง เป็นแบบนี้ วันนาเริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่ไขว่คว้ามาตลอดคือ การเป็นเมียฝรั่งแล้วมาเมืองนอกว่า ทำไม ไม่สวยหรูเหมือนอย่างที่คิดไว้ แล้วจะไปกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยได้อย่างไร เพราะทุกคนคิดว่าเธอคง สุขสบายเหมือนกับแป๋ว แต่คนที่เมืองไทยหารู้ไม่ว่า ฝรั่งไม่ใช่ว่าจะรวยทุกคน และการใช้สอยเงินทอง ฝรั่งก็มีใช้อย่างเป็นระบบ ไม่สุรุ่ยสุร่ายเหมือนอย่างคนไทย ทุกอย่างรู้จักกินรู้จักใช้ ข้าวของเสื้อผ้าก็ ไม่จำเป็นต้องอวดใคร เพราะไม่มีใครสนใจ ดังนั้นวันนาจึงรู้สึกผิดหวังกับการเป็นเมียฝรั่งอยู่บ้าง ครั้น จะให้เธอไปทำงานร้านอาหารไทยหรือ เธอก็คิดว่ามันหนักเกินไป ค่าแรงก็ต่ำ มีทางเดียวก็คือการขาย ของเก่า เธอจึงตัดสินใจไปซิดนีย์ เพื่อเริ่มอาชีพเก่าที่เธอเคยทำที่พัทยา เพราะอย่างน้อยก็มีเงินใช้ ด้วยตัวเอง ก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ เธอก็คงมีเงิน จับจ่ายใช้สอยอย่างคล่องมือ ไม่ต้องมาแบมือขอเงิน เดวิดเหมือนทุกวันนี้

ชีวิตในซิดนีย์ ไม่ทำให้เธอผิดหวังเลย เธอรับแขกคนแล้วคนเล่า เงินทองสะพัดมาก แต่วันนา คิดว่าเงินทองหามาง่าย แต่ก็เป็นเหมือนสมบัติผลัดกันชม ไม่มีใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง จริงอยู่วันนา หาเงินได้ง่าย แต่มันก็หมดไปกับการพนันในคาสิโนที่ซิดนีย์อย่างรวดเร็ว ไม่กี่เดือนนี้วันนาหมดเงิน เป็นจำนวนมาก วันนาก็ยิ่งจมลึกลงไปกับการพนันทุกที ไม่เคยห่วงหน้าพะวงหลัง แต่สุดท้าย เธอเริ่มไม่แน่ใจ เพราะการที่อยู่อย่างนี้ จริงอยู่ว่าเธอหาเงินได้มาก แต่ก็ต้องเสียค่าเช่าบ้าน ค่ากินอยู่ แล้วเงินก็หมดไปกับการพนัน เธอเริ่มคิดถึงเดวิด เพราะอย่างน้อยก็มีบ้านอยู่ มีข้าวกิน ไม่ต้องดิ้นรน อะไร เธอจึงตัดสินใจกลับมาหาเดวิดที่เมลเบิร์นอีกครั้ง เธอได้แต่บอกว่า ไปหาเพื่อนที่ซิดนีย์ เมื่อเธอ กลับทุกอย่างก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกตินั้นคือ เธอติดการพนัน อย่างถอนตัวไม่ขึ้น และไม่คิดจะถอนด้วย เงินสิบยี่สิบเหรียญ ที่เดวิดให้ วันนาจะสะสมให้ได้เป็นร้อย สองร้อยแล้วก็ไปคาสิโนในเมลเบิร์น วันนาจะไปจมอยู่ในคาสิโนจนเงินหมด จึงกลับบ้าน บางครั้งเป็น วันเป็นคืน สองวันสองคืน สามวันสามคืน ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะมีเงินแค่ไหน ได้หรือเสีย เธอจะอยู่จน เงินหมดเกลี้ยงแล้วจึงกลับบ้าน

ครูวันนาไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะไม่มีภาระ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ดังนั้นจะไปสนใจอะไร อะไรที่มีความสุขก็ทำไป ทุกวันนี้แม้วัยจะเกินห้าสิบแล้ว แต่วิถีชีวิตของครูวันนาก็ยังเหมือนเดิม คาสิโน เป็นบ้านหลังที่สอง แม้บางครั้งไม่มีเงิน ครูวันนาก็ยังไป ถึงไม่ได้เล่นแต่ขอให้ได้ดู ได้สัมผัส สูดกลิ่น อายของมัน ก็มีความสุขแล้ว เพราะครูวันนาคิดว่าสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด คือการได้มาเมืองนอก เมื่อเธอได้มาแล้ว ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว จะเอาอะไรอีกเล่า ลูกก็ไม่มี บ้านก็มีให้อยู่ จะมี ก็แต่สังขารที่ไม่อำนวย ยังมีเบาหวานเข้ามาแทรกอีก แต่จะให้เธอหยุดไปคาสิโน เธอบอกว่า ให้เธอ เลิกกับผัวดีกว่า เพราะสิ่งที่ผ่านมามันสอนให้เธอรู้ว่า คนเราไม่มีอะไรแน่นอน แล้วจะเอาอะไรกัน นักหนา ทุกวันนี้เธอได้แต่ภาวนาให้ตัวเธอตายก่อนสามี เพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนทำศพให้ ไม่ต้องมี อะไรให้ห่วงให้กังวล ครูวันนาเธอออกจะภาคภูมิใจกับชีวิตของเธอด้วยซ้ำ เธอไม่เคยปิดบังว่า อาชีพ แรกคือการเป็นครู ต่อมาเป็นผู้หญิงหากินที่พัทยา เพื่อจะได้เจอฝรั่งแล้วมาเมืองนอกให้ได้ ณ วันนี้ เธอทำสำเร็จแล้วครูวันนา
....ปัญญาวุฒิ กเรเต เต ทิณโณวาเท นะมามิหัง...

ขอบคุณ ครูลัดดา เอื้อเฟื้อข้อมูล



Create Date : 05 ตุลาคม 2553
Last Update : 5 ตุลาคม 2553 9:48:05 น. 12 comments
Counter : 1085 Pageviews.

 
ส่งเสริมคนบางกลุ่มหรือเปล่า


โดย: jejeeppe วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:11:38:07 น.  

 
อ่านแล้วก็รู้สึกหดหู่กับคนที่เลือกทางเดิน ที่ดูเหมือนจะผิด
คุณเจมส์ เล่าเรื่องได้น่าอ่าน และสนุกแทบทุกเรื่องค่ะ เมื่อใดที่เข้ามาเจอ ชื่อพินิจนันท์ เจมส์ เป็นต้องรีบคลิ๊กอ่านทุกที


โดย: pupe_pra IP: 203.185.131.97 วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:11:18:13 น.  

 


ประสบสุข สวัสดี วันปีใหม่
ประสงค์ใด ขอให้สม อารมณ์ถวิล
ประจักษ์สุข ทุกทิวา เป็นอาจิณ
ประสิทธิ์สิ้น สิ่งที่คิด..สัมฤทธิ์เทอญ..

ขอให้ คุณพินิจนันท์ เจมส์ มีความสุขมากๆนะคะ..โชคดีปีใหม่ค่ะ...





โดย: KeRiDa วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:1:57:46 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...



แวะมาทักทาย กับวันสบาย ๆ ปีใหม่จีนจ้า มั่งมีศรีสุข คิดทำสิ่งใดขอให้ได้สมปรารถนานะค่ะ



โดย: KeRiDa วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:50:45 น.  

 


สุขสันต์วันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนะคะ


โดย: jamaica วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:03:13 น.  

 
พี่ต๊อก สบายดีนะ มาเมืองไทย น้องที่ระยอง ยินดีต้อนรับเหมือนเดิม ก็ยุ่งๆเหมือนเดิมและสบายดี ทุกคน ค๊าบบบ



โดย: จอน IP: 223.204.240.87 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:53:30 น.  

 



อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ วันนี้ทางเชียงใหม่เขา
เรียกว่าเป็นวันพญาวัน พวกเขาจะนำอาหารคาวหวานมาทำบุญที่วัดโดยวางรวมกันบนโต๊ะที่
ทางวัดจัดให้ สายหน่อยร่วมกันฟังเทศน์
ฟังธรรมและทำบุญสืบชาตา
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว เป็นประเพณีทางเหนืออย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมาช้านาน





โดย: KeRiDa วันที่: 15 เมษายน 2554 เวลา:5:08:56 น.  

 
Good Morning - 14 Pictures, Images and Photos



สวัสดีวันวิสาขบูชาค่ะ เข้าวัดทำบุญฟังเทศน์ ให้จิตใจผ่องใส
ฝนโปรยมาแต่เช้ามืด อากาศเย็นสบาย ระวังรักษาสุขภาพกันด้วยนะค่ะ


โดย: KeRiDa วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:33:53 น.  

 


สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณเจมส์

มาส่งความความสุขและกำลังใจนะคะ


โดย: jamaica วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:7:27:43 น.  

 


สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณเจมส์


โดย: jamaica วันที่: 15 กันยายน 2554 เวลา:8:40:07 น.  

 
ให้ข้อคืดที่ดีมาก ความอยากได้,อยากทำ,อยากมี แม้จะแลกด้วยศักดิ์ศรีความเป็นคน ,แม้จะสูญเสียสิ่งที่มีค่า และทำร้ายคน
อี่นทางอ้อมก็ตาม ก้อต้องยอมทำ นี่แหละชีวิตของคน


โดย: น้องที่ถูกลีม IP: 115.87.36.118 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2554 เวลา:15:38:06 น.  

 


สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณเจมส์


โดย: jamaica วันที่: 20 ธันวาคม 2554 เวลา:8:28:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินิจนันท์ เจมส์
Location :
โน้ส อุดม Ayaka Oishi Hiroko Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




รวมเรื่องสั้นจากต่างแดน ชุด หนูอยากเป็นโสเภณีนี้
ผู้เขียนตั้งใจเขียนเพื่อให้เป็นความรู้ และตีแผ่สังคมที่ได้พบได้เจอมา ต้องการให้เป็นเรื่องสั้นที่มีครบทุกอรรถรสหลากหลาย อารมณ์ตลก ชีวิต เสียดสีสังคม และแฝงไปด้วยคติเตือนใจ แต่ละเรื่องผู้เขียนหวังแค่ปลุกจิตให้กับผู้อ่าน ได้รู้ได้สัมผัสกับแง่มุมบางแง่ ที่คนอาจมองข้ามไป และต้องการแสดงให้ เห็นว่าทุกสังคมนั้น ย่อมมีการแก่งแย่งแข่งขัน ดิ้นรน โอ้อวด เหยียดหยามกัน มีทั้งคนดี และคนไม่ดี สิ่งเหล่านี้ในสังคมเดียวกัน แต่คนอาจจะพบอาจเจอไม่เหมือนกัน และสังคม ของคน ก็เหมือนสังคมของสัตว์ผู้ที่เก่งผู้ที่มีกำลังมาก ผู้ที่รู้จักปรับตัว ก็ย่อมอยู่ได้ในสังคม นั้น ผู้ที่อ่อนแอและไม่ปรับตัว ก็ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกับคนในสังคมนั้น เพราะทุกคนมี ที่มาต่างกันและมีจุดมุ่งหมายต่างกัน แต่ในเมื่อมาอยู่ร่วมกันในที่ที่เดียวกัน ก็ย่อมที่จะมี ปัญหา เพราะทุกคนเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ต่างคน ต่างต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อความอยู่รอด

เรื่องสั้นส่วนใหญ่ เคยโพสต์ลงในเวปเอ็มไทย ได้รับคำวิจารณ์และคำติชมจากผู้อ่านพอสมควร ผู้เขียนต้องการเพียงแค่ เสนอแนะให้เป็นข้อคิดกับคนรุ่นต่อไป หรือคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมของคนในต่างแดนว่า เราควรจะเตรียมตัวอย่างไร ถึงจะอยู่รอดได้ ผู้เขียนไม่ได้มีจุดมุ่งหมาย ที่จะนำชีวิตผู้หนึ่งผู้ใดมาประจานให้ได้รับ ความเสียหาย เพราะทุกเรื่องตัวละครทุกตัวก็เป็นเรื่องสมมุติ ถึงแม้จะอิงหรืออ้างถึงสถานที่ จริง ก็เพื่อให้เกิดความสมจริงขึ้นกับเนื้อเรื่องเท่านั้น

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้ จะบรรจุเรื่องราวต่างๆที่เป็นประโยชน์ ความสนุก สนาน สำหรับผู้อ่านอย่างครบถ้วน

ด้วยความปรารถนาดี

เจมส์

มกราคม 2543
New Comments
Friends' blogs
[Add พินิจนันท์ เจมส์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.