ขอให้รอ วันรุ่งของพรุ่งนี้ ฟ้าคงมี พรชัยให้กับเรา (พ.ท. ณรงค์เดช นันทโพธิเดช)
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
ปีศาจกระหายหำ


ถ้าพูดถึงป้าติ๋ม ทุกคนจะรู้จักในฐานะแม่ครัวของร้านอาหารไทย โดยพื้นเพแล้ว ป้าติ๋มเป็น คนกาฬสินธุ์ แต่ได้มาออสเตรเลียเพราะไปทำงานที่ภูเก็ต จนได้พบกับวิศวกรชาวเยอรมัน ที่ทำงานเป็นวิศวกรรถไฟในออสเตรเลีย ป้าติ๋ม จึงตัดสินใจแต่งงานอย่างเต็มใจ เพราะไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะได้ใส่ชุดแต่งงาน ที่ผ่านมามีลูก สองคนนั้น ก็ไม่เคยแต่งงาน พอป้าติ๋มมีลูกผัวแกก็ทิ้งไป พอมีผัวใหม่มีลูกอีก ก็ถูกทิ้งไปอีก แกเลยปฏิญาณมุ่งมั่นที่จะขายตัวให้มันรู้แล้วรู้แรดไป จึงเป็นเหตุผลที่มาทำมาหากินอยู่ภูเก็ต แก เป็นศิลปินเดี่ยว รับนวดรับนาบให้ฝรั่งตามชายหาด ไม่ขึ้นกับใคร เป็นธุรกิจขายตรงเข้าถึงตัว ลูกค้า และมีบริการหลังการขายคือ มีนวดหลังจากนาบเสร็จ นอกจากนี้ยังมีของแถมด้วย เช่น ถุงยาง ไว้รองรับยามที่ลูกค้าถามถึง แกเล่าว่าแกมีแฟนเยอะมาก แต่สามีคนปัจจุบัน เป็นคนที่ให้ เงินแกมากที่สุด เลยเข้าใจว่าฝรั่งคนนี้มันต้องรวยแน่ ในที่สุดแกก็จับมัน เพราะอย่างน้อย ลูกเต้าแกก็สบาย (วิสัยทัศน์ยาวไกล คิดใหม่ ทำใหม่)

ป้าติ๋มมี นิสัยแปลกอยู่อย่างคือ แกชอบบอกคนอื่นว่า สามีแกไม่ทำการบ้าน ไม่รู้มันเป็น ความสุขนักหรืออย่างไร ถึงเที่ยวไปบอกคนนั้นคนนี้ (แต่จริงๆแล้ว เป็นการขอคะแนนสงสาร ทางอ้อม) เมื่อเอไปทำงานในร้านอาหารได้สักสามอาทิตย์ ก็รู้จักกับแม่ลูกคู่นี้คือป้าติ๋มและ ลูกสาวชื่อยุ้ย ป้าติ๋มนี้อายุอานามประมาณสักสี่สิบต้นๆ ส่วนลูกสาวอายุสิบแปด ป้าติ๋มนั้นหน้าตา ไม่ต้องบอก ผู้พบเห็นก็รู้ว่ามาจากที่ราบสูงแน่ เพราะทุกอย่างมันบ่งบอก แม้แต่สำเนียงการพูด หน้าตาซื่อๆ พูดจาหวานไพเราะจับใจ
เอเกิดมาอาภัพนักหนา ที่หน้ามันเสือกไปเหมือนกับยุรนันท์อย่างไงอย่างงั้นเลย แถมเหนือกว่าตรงที่มีกล้ามแต่พี่แซมไม่มี (หล่อล่ำว่างั้นเถอะ) ความหล่อของเอกระชากใจป้าติ๋ม โดยที่ มันไม่รู้ตัว ทำให้ป้าติ๋มอดไม่ได้ที่จะห้ามใจไม่ให้รัก และไม่ตระหนักค่าความเป็นหญิง

ป้าติ๋มเริ่มใช้อุบายและวิทยายุทธที่ฝึกฝนมาอย่างชำนาญ เพื่อทำสงครามกับศัตรูเพศตรงข้ามที่หล่อกระชากใจเหลือเกิน ป้าติ๋มคิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ได้สัมผัสความหล่อล่ำของเอ เพราะคงนอนตายตาไม่หลับแน่ ถ้าไม่ได้ดมดอมจำปีดอกนี้
อันดับแรกป้าติ๋มเริ่มตีสนิทพูดคุยธรรมดา เหมือนสงสาร อยากช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก (้เหมือนพวกหาสมาชิกขายตรง) เอมันยังเด็ก จึงรู้สึกอบอุ่นที่มาต่างเมืองแล้ว มีผู้ใหญ่มาพูดดี ด้วย จึงไม่แปลกอะไรที่จะสนิทสนมกับป้าติ๋มและลูกสาวอย่างรวดเร็ว

คืนนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ที่ร้านอาหารที่เอทำอยู่ยุ่งมาก ในครัววุ่นวายจนดูไม่ออกว่า ใครทำ อะไร เพราะไม่มีเวลามอง เสร็จจากทำโน่นก็ต้องมาทำนี่ ว่างก็ไปล้างจาน หุงข้าว หั่นผัก สารพัดที่เจเนอรัลเบ๊จะทำได้ สามทุ่มลูกค้าเริ่มได้รับอาหารเรียบร้อย พนักงานก็เริ่มมีเวลาหายใจหายคอ แต่ก็ยังไม่หยุดทำงาน เพียงแต่ไม่วุ่นวายเหมือนตอนออกอาหารให้ลูกค้า ตอนนี้เป็นเวลาเริ่มเก็บร้าน ใครมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำ ใครกินแรงเพื่อนก็ไม่เป็นไร เพราะร้านนี้มีแต่ลูกคนรวยไม่เว้นแม้แต่เอสุดหล่อ
คืนนี้เอรู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่นึกอยู่ในใจ ไม่ได้พูดออกมา ขณะที่ยืนล้างจาน อย่างขะมักเขม้น ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสำเนียงอีสานพูดว่า

“เอ คืนนี้ไปเที่ยวบ้านพี่ไหม”

เอตกใจนิดหน่อย แต่ยังมีสติพอที่จะรู้ว่า เสียงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากป้าติ๋ม มันจึงหันหน้ากลับมาพร้อมกับถามว่า

“มีใครไปบ้างล่ะพี่” (ไม่กล้าเรียกป้าต่อหน้า ทั้งที่ในใจอยากเรียกยาย)

หลังจากเสียงป้า ติ๋มตอบมาว่ามีใครไปบ้าง ทำให้เออุ่นใจว่า อย่างน้อยก็มีคนรู้จักไปด้วย จะได้มีเพื่อนคุย กอปรกับรู้สึกว่าป้าติ๋มดีกับมัน จึงไม่กล้าปฏิเสธ เมื่อมันตกลงที่จะไป ป้าติ๋ม เลยบอกว่า

“เดี๋ยวเลิกร้านแล้วไปพร้อม กันเลย”

หลังจากไปเที่ยวบ้านป้าคืนนั้น เอเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับป้าติ๋มมากขึ้น แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเชื่อเสมอว่าคนต่างจังหวัด ไม่มีการศึกษา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีแต่ความจริงใจ และมีน้ำใจ จึงไม่เคยหวาดระแวงอะไรเลย คิดอยู่แต่เพียงว่าป้าติ๋มมีน้ำใจ เพราะป้าคอยโทรศัพท์ถาม สารทุกข์สุขดิบของเอตลอด วันไหนมาเจอกันที่ทำงาน ก็พยายามให้ลูกสาวมาพูดจาหยอกล้อ สนิทสนมด้วย เหมือนคนรู้จักกันมาเนิ่นนาน

วันนี้อีกเช่นกัน ป้าติ๋มชวนเอมากินข้าวที่ร้านโจโจ้ส์ อยู่ที่ควีนสตรีทมอล์ บริสเบน นักเรียนที่มาเรียนที่นี่ต้องรู้จักเป็นอย่างดี ป้าติ๋มเริ่มบทสนทนาประโยคแรกว่า

“พี่มีเรื่องจะคุยกับเอ พี่อยากจะช่วยให้เออยู่ที่นี่ พี่จะให้เอแต่งงานกับยุ้ยลูกสาวพี่”

ทันทีที่ฟังจบ เอปฏิเสธอย่างจริงใจ เพราะไม่มีเหตุผลอันใดที่จะอยู่ที่นี่ เอจึงบอกกับป้าติ๋ม ไปว่า ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ และก็ไม่ได้รักยุ้ยด้วยแหละ ยุ้ยยังเด็กอยู่ควรจะไปเรียนหนังสือหนังหา จะดีกว่า (แต่ที่จริงแล้วยุ้ยไม่ใช่สเปค) แต่หาที่จะทำให้ป้าติ๋มผู้นี้จะลดละความพยายามไม่ ป้าติ๋ม เสริมต่อขณะที่เอยังพูดไม่ทันจบ เหมือนกับท่องบทมาเป็นอย่างดี แถมยังฟังดูดีมีน้ำหนัก น่าเชื่อถืออีกต่างหากว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอก น่า ยุ้ยมันก็ยินดีจะช่วย” พูดจบพลางหันไปสบตากับลูกสาว

“ใช่พี่ ยุ้ยยินดีจะช่วยพี่” เสียงลูกสาวพูดเสริมให้มีน้ำหนักมากขึ้น

“มันจะ ดีหรือ ยุ้ยเองยังเด็ก แต่งงานแล้ว ต้องมาเปลี่ยนคำนำหน้า เดี๋ยวจะมีปมด้อย”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ เพราะหนูก็มีแฟนอยู่แล้ว แฟนหนูก็เข้าใจว่าเราไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ”

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธทั้งสองคนนี้ได้ เพราะในใจเอคิดว่าขนาดยุ้ยมีแฟนอยู่แล้ว ยังมีน้ำใจให้กับเรา แล้วทำไมเราถึงไม่รับน้ำใจของคนทั้งสองนี้ เอเริ่มสับสนและ ปลื้มใจยิ่งนักที่ได้มาเจอกับคนดีๆอย่างนี้ ทำให้หวนคิดถึงเพื่อนหลายคนที่เตือนก่อนมา บริสเบน ว่าอย่าคบกับคนไทยมากนะโว๊ย ระวังจะถูกหลอก มันเถียงอยู่ในใจว่าไม่จริง กูโชคดีต่างหาก มีแต่คนคอยช่วยเหลือ มีน้ำใจกับกู

ทุกอย่างเป็นไปตาม ที่ป้าติ๋มคิด ต่อไปนี้ป้าไปไหน เอก็จะเดินตาม เพื่อความสนิทสนม เอเริ่มเดินในเส้นที่ประมาท และทำอะไรทุกอย่างตามที่ป้าติ๋มชวน ไม่ว่าจะเป็นการไปเป็นเพื่อน เล่นคาสิโน หรือไปนั่งดื่มเหล้า ทำให้การเรียนเริ่มไม่ดีเท่าไหร่ เพราะขาดเรียนบ่อย

อาทิตย์ต่อมา ป้าติ๋มเริ่มแผนการต่อมาด้วยการชวนให้เอไปอยู่ที่่บ้าน โดยให้เหตุผลว่า

“จะ ไปเช่าบ้านอยู่ทำไม เสียเงินเสียทองมาอยู่บ้านพี่เถอะ เวลาแต่งงานกับยุ้ย จะได้ตอบอิมมิเกรชั่นได้ว่าอยู่ด้วยกัน จะได้ทำเรื่องอยู่ที่นี่ได้สะดวกไม่มีปัญหา”

เอยิ่งได้ใจและดีใจว่า ในต่างแดนอย่างนี้ไม่นึกเลยว่า จะมีคนดีมีน้ำใจอย่างนี้ สรุปก็คือเอย้าย เข้าไปอยู่ในบ้านป้าติ๋มในสองอาทิตย์ต่อมา เพราะต้องบอกโฮมสเตย์ล่วงหน้าสองอาทิตย์ แต่เอก็ ไม่ได้อยู่เฉย เอรวบรวมเงินทองทั้งหมดมาให้กับป้าติ๋ม เพื่อเป็นเงินในการที่จะเดินเรื่องแต่งงาน นอกจากจะให้ค่าเช่าเป็นรายอาทิตย์แล้ว เวลาป้าติ๋มบ่นไม่มีเงิน เอก็หยิบยื่นให้เพราะคิดว่า เขายังมีน้ำใจให้ แล้วทำไมจะแสดงความมีน้ำใจบ้างไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่ยอมสละ ทุกอย่างเพื่อตอบแทนป้าติ๋ม นานวันเข้า ป้าติ่มก็เริ่มแสดงให้เอรู้ว่า ป้ายังมีเนื้อหนัง มีเลือด มีอารมณ์ มีวิญญาณ มีความรัก ความรู้สึก และที่สำคัญคือป้าติ๋มยังมีกิเลส และตัณหาราคะอันเร่าร้อนกว่าคนธรรมดา ที่มีความละอาย สุดท้ายสิ่งที่ป้าติ๋มวางแผนมาทุกอย่างก็อุบัติขึ้น เมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน นอกจากเอ และป้าติ๋มซึ่งกำลังจะแปลงร่างเป็นปีศาจที่กระหายหำ

คืนนี้ สามีป้าติ๋มไม่อยู่บ้าน ประมาณเที่ยงคืน เอกำลังนั่งดูรายการเลทโชว์ (รายการนี้เหมือน กับรายการตีสิบของคุณวิทวัส สุนทรวิเนตร ทางช่องสามในเมืองไทยีนั่นแหละ สงสัยผู้ดำเนิน รายการคงไปเที่ยวเมืองไทย เลยเลียนแบบรายการคุณวิทวัส (ประชด) ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ รายการ หรือแม้แต่ท่าทางต้องยอมรับว่าเหมือนกันมาก ไม่เหมือนอยู่อย่างเดียวคือ นายคนนี้ มันทำแล้วเป็นธรรมชาติดี แต่กับคุณวิทวัสทำแล้ว ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็มีแฟนรายการมากมาย ทั่วประเทศ) เอกึ่งนอนกึ่งนั่งบนโซฟาหน้าทีวี กำลังเพลิดเพลินกับรายการ เพราะไม่รู้จะดูอะไร จู่ๆป้าติ๋มก็เดินออกมา จากห้องนอนในกระโปรงนอนสีขาว ไม่ใส่กางเกงใน (เพราะเอเห็นอย่าง ทะลุปรุโปร่ง) ป้าติ๋มถือวีดีโอติดมือมาด้วย เอนึกว่าป้าติ๋มคงจะดูละครไทย เพราะป้าติ๋ม เป็นคน ที่ชอบดูละครช่องเจ็ด เอเลยไม่ถามป้าว่าละครเรื่องอะไร เพราะถึงอย่างไร ก็ต้องดูด้วยอยู่ดี จึงปล่อยให้ป้าติ๋มเปิดวีดีโอ เพราะเธอเป็นเจ้าของบ้าน จะทำอะไรก็ย่อมทำได้ แต่เอแทบไม่เชื่อ สายตาตัวเอง เพราะไม่ใช่ละครไทยอย่างที่คิด แต่เป็นหนังญี่ปุ่น (ไม่ใช่เรื่องที่น้องแนทเล่นนะ)

ภาพที่เห็นเป็นภาพที่ผู้หญิงกับ ผู้ชายกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่ใส่เสื้อผ้า ทั้ง น้ำเสียงและหน้าตาบ่งบอกถึงความจริงจังในการต่อสู้ เอตะลึงไปชั่วขณะ แต่พอตั้งสติได้ ก็สาย เกินไปแล้ว เพราะป้าติ๋มเริ่มขยับมานั่งข้างๆอย่างจงใจ เห็นได้จากการที่ไม่ใส่กางเกงในมาดู หนังโป๊ หมายความว่าอย่างไร เอเริ่มไม่แน่ใจตัวเอง ใจก็อยากจะนั่งดู เพราะชอบดูอยู่ เหมือนกัน แต่อีกใจหนึ่งก็อายที่มีผู้หญิงนั่งดูด้วย

แต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพียงแต่เปลี่ยนท่ามาเป็นนั่งดูปกติ ไม่ได้กึ่งนอนกึ่งนั่ง และแล้วเหตุ การณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อป้าติ๋มเอื้อมมือมาจับไอ้ตัวน้อยของเอ (แต่ตอนนี้มันไม่น้อยแล้ว) เอตกใจทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่ได้ตั้งตัว เลยรีบลุกขึ้นเดินหนีเข้าห้องล็อคประตู นอนใจเต้น อยู่ใต้ผ้าห่ม เพราะถ้าไม่หนีมา เอจะต้องตกเป็นของป้าอย่างง่ายดาย โดยไม่มีโอกาสดิ้นพอเป็น พิธีเป็นแน่ ในใจสับสนมาก เราจะกล้าสู้หน้าได้อย่างไร ผู้หญิงที่เราคิดว่าดีมีน้ำใจมาตลอด ทำ
ไมถึงเปลี่ยนไป ทำไมป้าถึงมาคิดทำแบบนี้ คำถามมากมายเกิดขึ้นในจิตใต้สำนึก ทำไม ? ทำไม?
อย่างต่อเนื่อง จับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วถ้าเผื่อเราปล่อยไปตามอารมณ์ราคะ อะไรจะเกิดต่อไป เราจะมองหน้าทุกคนในบ้านนี้อย่างไร

นานวันเข้า ทุกอย่างเริ่มกระจ่างขึ้นกับเอขึ้นมาบ้างแล้วในเมื่อ ไม่เป็นอย่างที่ป้าตั้งเป้าไว้ ป้าติ๋มผิดหวังอย่างรุนแรง จึงเริ่มสงครามจิตวิทยา โดยพูดจาถากถางว่า เอไม่ใช่ผู้ชาย มันต้องเป็นอีแอบ หรือไม่มีน้ำยา พูดเป็นเชิงท้าทายแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะอย่างน้อยคนอย่างเอ ก็ไม่ใช่คนที่ไม่เลือก เอก็มีความละอายต่อบาปอยู่ และรู้ทันด้วยว่า ป้าติ๋มต้องการอะไรในตอนนี้ แม้บางครั้งเอยังอดคิดไม่ได้เลยว่า ถ้าป้าติ๋มไม่ใช่คนแก่รุ่นป้ารุ่นยาย ไม่ต้องมาพูดจาท้าทาย และไม่ต้องเปิดหนังโป๊ปลุกอารมณ์ให้เสียเวลาหรอก แค่บอกตรงๆก็ได้
เมื่อไม่บรรลุเป้าหมาย ป้าติ๋มก็เริ่มหาทางออก โดยให้ลูกสาวกลับไปเที่ยวเมืองไทย เพื่อถ่วง เวลาไว้ก่อน แล้วค่อยหาทางไล่เอออกจากบ้านทีหลัง ต่อไปนี้ป้าติ๋มหรือปีศาจตนนี้ก็ไม่ต้อง สร้างภาพว่าเป็นคนดีอีกต่อไป ป้าติ๋มเริ่มพาผู้ชายมากหน้าหลายตามานอนที่บ้าน เวลาที่สามีฝรั่ง ไม่อยู่ มีทั้งชู้ที่เป็นคนไทยและฝรั่ง ไม่เคยซ้ำหน้า บางครั้งสามีเพื่อนสนิท ก็ยังวนเวียนกันมา อย่างไม่ขาดสาย เพื่อให้บริการกับป้าสุดกระหาย
สุดท้ายความซวยก็เริ่มมาเยือนเออีกจนได้ เมื่อป้าติ๋มบอกให้สามีไล่เอไปอยู่ที่ิอื่น แต่เอเริ่มเข้าใจแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น จึงเตรียมตัวไว้แล้ว เพราะคิดว่าถึงไม่มาไล่ก็ต้องย้ายออกแน่ เอเก็บข้าวของย้ายออกในวันรุ่งขึ้นทันที สิ่งที่ได้รับจากการได้รู้จักกับอีปีศาจตนนี้คือ ต้อง สูญเสียทรัพย์สินหมดตัวไม่ว่าจะเป็นเงิน สร้อยคอทองคำ หรือแม้กระทั่งพระเลี่ยมทอง เพราะ ความโง่ ความหลงเชื่อและไว้ใจคนง่าย รู้หน้าไม่รู้ใจ คนที่หน้าซื่อๆ เป็นคนต่างจังหวัด มีภาพของความมีน้ำใจติดอยู่บนใบหน้า แต่ภายในจิตใจกับตรงกันข้ามอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ เหมือนกับสิ่งที่สดงออก
เอไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย กลับทำให้รู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น เพราะเป็นบทเรียนที่ไม่เคยมีในห้องเรียน ได้แต่เก็บความทรงจำไว้ในใจตลอดไป เอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ เหมือนกันว่า ทำไมสังคมไทยในต่างแดนนี้ผิดกับสังคมอื่นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสังคมคนจีน ที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่สังคมไทยนั้น มีแต่อิจฉาริษยากันเอง ไม่อยากเห็นใครได้ดีกว่าตัวเอง พอเห็นใครต่ำกว่าก็จะเหยียบย่ำทันที หรือแม้แต่หน่วยงาน หรือสมาคมอะไรต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมา เขียนวัตถุประสงค์ซะเลิศหรูว่าเป็นองค์กรที่สามารถให้ความช่วยเหลือคนไทย อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เคยเห็นทำตามวัตถุประสงค์เลยเห็น จัดงานหารายได้ทุกปี แต่เงิน ไม่เคยแจ้งว่า เอาไปทำอะไรกันบ้าง ทุกคนที่ตั้งองค์กรขึ้นมา คงเพื่อให้ตัวเองมีตำแหน่งกัน ซะมากกว่าว่า ผมเป็นนายกสมาคมนั้น ดิฉันเป็นนายกสมาคมนี้ โถ....ก็ตั้งกันเองทั้งนั้น แต่ก็ แน่นอนคนไทยที่ดีๆก็มีมากแต่เอโชคไม่ดี ที่มาเจอแต่คนประเภทนี้

ทุกวันนี้เ อยังใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลีย ด้วยการเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เพื่อช่วย แบ่งเบาภาระทางบ้าน เอคิดว่าถ้าอยากอยู่ที่ออสเตรเลียจริง ก็ควรใช้ความรู้ความสามารถของ ตัวเองสมัคร เพื่อถือวีซ่าถาวรด้วยตัวเอง เพราะเอเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์ มีสิทธิที่จะสมัครอยู่ที่นี่ได้ง่าย แล้วก็มีศักดิ์ศรีด้วย ไม่ใช่คิดอยากอยู่ในต่างประเทศ แล้วเที่ยวไปหาคนแต่งงาน เหมือนกับเป็นการเอาตัวเข้าแลก สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เอไม่เก็บมาคิดให้เปลืองสมอง เพราะ ถือเป็นประสบการณ์จริง ที่สถาบันการศึกษาไหนก็ให้ไม่ได้
ขอเตือนนักเรียนไทยที่หน้าตาดีผู้ชายและผู้หญิง ให้ระวังพวกกระหายเหล่านี้ให้ดี เพราะคนเรา ต่างพ่อต่างแม่ต่างที่มา สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอกับความคิดของคน เพราะบางครั้งการที่เราเป็นคนมีการศึกษา ก็ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นคนที่ฉลาด เพียงแต่การศึกษาเป็นแค่ความรู้ในตำรา และในห้องเรียนเท่านั้น.....


ทุกคนกำเนิดคล้าย คลึงกัน
ใหญ่ ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด
เว้นชั่วดี กระด้าง ห่อนแก้ ฤาไหว...
บทพระราชนิพนธ์ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขอบคุณ
ป้าติ๋ม เอื้อเฟื้อข้อมูล และประสบการณ์อันเลวร้าย



Create Date : 05 สิงหาคม 2553
Last Update : 27 สิงหาคม 2553 5:40:43 น. 2 comments
Counter : 1111 Pageviews.

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 5 สิงหาคม 2553 เวลา:17:10:53 น.  

 
ถ้ารูปประกอบเป็นป้าติ๋ม เอคงไม่หนีเข้าห้องมั้ง?


โดย: oddy.freebird วันที่: 5 สิงหาคม 2553 เวลา:20:32:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
พินิจนันท์ เจมส์
Location :
โน้ส อุดม Ayaka Oishi Hiroko Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




รวมเรื่องสั้นจากต่างแดน ชุด หนูอยากเป็นโสเภณีนี้
ผู้เขียนตั้งใจเขียนเพื่อให้เป็นความรู้ และตีแผ่สังคมที่ได้พบได้เจอมา ต้องการให้เป็นเรื่องสั้นที่มีครบทุกอรรถรสหลากหลาย อารมณ์ตลก ชีวิต เสียดสีสังคม และแฝงไปด้วยคติเตือนใจ แต่ละเรื่องผู้เขียนหวังแค่ปลุกจิตให้กับผู้อ่าน ได้รู้ได้สัมผัสกับแง่มุมบางแง่ ที่คนอาจมองข้ามไป และต้องการแสดงให้ เห็นว่าทุกสังคมนั้น ย่อมมีการแก่งแย่งแข่งขัน ดิ้นรน โอ้อวด เหยียดหยามกัน มีทั้งคนดี และคนไม่ดี สิ่งเหล่านี้ในสังคมเดียวกัน แต่คนอาจจะพบอาจเจอไม่เหมือนกัน และสังคม ของคน ก็เหมือนสังคมของสัตว์ผู้ที่เก่งผู้ที่มีกำลังมาก ผู้ที่รู้จักปรับตัว ก็ย่อมอยู่ได้ในสังคม นั้น ผู้ที่อ่อนแอและไม่ปรับตัว ก็ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกับคนในสังคมนั้น เพราะทุกคนมี ที่มาต่างกันและมีจุดมุ่งหมายต่างกัน แต่ในเมื่อมาอยู่ร่วมกันในที่ที่เดียวกัน ก็ย่อมที่จะมี ปัญหา เพราะทุกคนเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ต่างคน ต่างต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อความอยู่รอด

เรื่องสั้นส่วนใหญ่ เคยโพสต์ลงในเวปเอ็มไทย ได้รับคำวิจารณ์และคำติชมจากผู้อ่านพอสมควร ผู้เขียนต้องการเพียงแค่ เสนอแนะให้เป็นข้อคิดกับคนรุ่นต่อไป หรือคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมของคนในต่างแดนว่า เราควรจะเตรียมตัวอย่างไร ถึงจะอยู่รอดได้ ผู้เขียนไม่ได้มีจุดมุ่งหมาย ที่จะนำชีวิตผู้หนึ่งผู้ใดมาประจานให้ได้รับ ความเสียหาย เพราะทุกเรื่องตัวละครทุกตัวก็เป็นเรื่องสมมุติ ถึงแม้จะอิงหรืออ้างถึงสถานที่ จริง ก็เพื่อให้เกิดความสมจริงขึ้นกับเนื้อเรื่องเท่านั้น

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้ จะบรรจุเรื่องราวต่างๆที่เป็นประโยชน์ ความสนุก สนาน สำหรับผู้อ่านอย่างครบถ้วน

ด้วยความปรารถนาดี

เจมส์

มกราคม 2543
New Comments
Friends' blogs
[Add พินิจนันท์ เจมส์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.