<<
สิงหาคม 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 สิงหาคม 2559
 

กราบพระย่านภาษีเจริญ กราบแล้วชีวิตเจริญ



ภาษีเจริญเป็นเขตที่มีวัดมากเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพมหานคร มีจำนวนกว่า ๓๐ วัด ในครั้งนี้ ผมจะพาไปเที่ยว ๓ วัดที่น่าสนใจในเขตนี้ ตามไปกันเลย

มาเขตภาษีเจริญแล้วไม่มาวัดนี้คงไม่ได้ วัดนั้นก็คือ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งเคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่อสด จนฺทสโร วัดนี้เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณที่เป็นปากคลองแยกไปจากคลองบางหลวงจึงถูกเรียกว่า วัดปากน้ำ พงศาวดารบางเล่มเรียกว่า วัดสมุทธารามด้วย ในสมัยรัชกาลที่ ๖ วัดนี้ทรุดโทรมลงมาก เจ้าคณะปกครองจึงได้ส่งหลวงพ่อสด ซึ่งขณะนั้นเป็น พระสมุห์สด จำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ให้มาจำพรรษาที่วัดนี้ ท่านได้พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง สมณศักดิ์สุดท้ายของท่านคือ พระมงคลเทพมุนี



เนื่องจากเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของพระเกจิชื่อดัง จึงมีสาธุชนมากมายเข้ามากราบไหว้สักการะ



มีรูปจำลองของหลวงพ่อสดให้สาธุชนได้ปิดทองกันเพื่อความเป็นสิริมงคล ตอนอยู่ ป.๒ ผมเคยมาเรียนวาดการ์ตูนที่สมาคมการ์ตูนไทยแถว ๆ วัดปากน้ำนี่แหละ เรียนเสร็จก็ขอให้แม่พาเข้าไปปราบหลวงพ่อสดตลอด ตอนนั้น ผมชอบปิดทองที่รูปจำลองของหลวงพ่อมาก เพราะคนมาปิดทอง
กันมากจนนิ่มไปหมด



ใครอยากกราบสังขารของหลวงพ่อสดก็สามารถขึ้นไปบนหอสังเวชนีย์มงคลนิรมิต นอกจากสังขารของท่านแล้วก็ยังมีหุ่นขี้ผึ้งของท่านประดิษฐานอยู่ด้วย ล่าสุดที่ผมไปมาตอนเดือนมกราคม บริเวณนี้มีการบูรณะอยู่ ไม่ทราบว่าขณะนี้เสร็จแล้วหรือยัง



พระอุโบสถ ประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ วัดนี้มีการต่อเติมหลังคาจากบริเวณศาลาที่กราบรูปจำลองหลวงพ่อเมื่อสักครู่นี้กับโบสถ์จนแทบไม่เห็นตัวโบสถ์ทั้งหลังเลยว่าเป็นยังไง 



ไฮไลต์หนึ่งที่ต้องไปชมเมื่อมาวัดปากน้ำแห่งนี้คือ พระเจดีย์มหารัชมงคลที่สูงเด่นเป็นสง่า



ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นไปชมวิว



ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ



พระเจดีย์จำลอง

ออกจากวัดปากน้ำแล้ว เราจะเดินไปยังวัดต่อไปที่อยู่ไม่ห่างไกลกันนัก วัดนั้นมีชื่อว่า วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร วัดนี้สร้างโดยชาวจีนที่ชื่อ จีนอู๋ สมัยนั้นมีหมูเข้ามาเดินเต็มไปหมด คนจึงเรียกว่า วัดหมู ต่อมารัชกาลที่ ๓ ได้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่แล้วพระราชทานนามว่า วัดอัปสรสวรรค์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึเจ้าจอมน้อยที่แสดงเป็นสุหรานากงในบทละครเรื่องอิเหนาได้ดีจนคนเรียกว่า เจ้าจอมน้อยสุหรานากง




พระอุโบสถ (บน) และพระวิหาร (ล่าง) ของวัดนี้เป็นศิลปะแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ ๓ คือมีศิลปะแบบจีนเข้าไปผสม ซึ่งวัดที่สร้างหรือปฏิสังขรณ์ในสมัยนี้มักจะมีศิลปะแบบจีนผสมอยู่



สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือพระประธานในพระอุโบสถ วัดจีนบางวัดมีพระประธานมากสุดก็อาจจะแค่ประมาณ ๓ องค์ แต่วัดนี้มีถึง ๒๘ องค์ ที่มีเยอะขนาดนี้ก็เป็นเพราะจะสื่อความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ๒๘ องค์ที่ได้มาตรัสรู้บนโลกใบนี้แล้ว เริ่มจากพระตัณหังกรพุทธเจ้า จนถึงพระโคตมะที่เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน



มีแผนผังการประดิษฐานด้วยว่าองค์ไหนอยู่ที่ไหน



ในพระวิหารประดิษฐานพระประธาน มีหุ่นผู้หญิงถวายอะไรสักอย่าง ถ้าให้ผมเดา อาจจะเป็นนางสุชาดาที่ถวายข้าวมธุปายาสก็เป็นได้ แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ก็จะเป็นเหตุการณ์ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ เพราะเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้เสวยข้าวมธุปายาสแล้ว ก็ได้นำถาดทองไปลอยในแม่น้ำเนรัญชราพร้อมอธิษฐานว่าหากจะได้ตรัสรู้ก็ขอให้ถาดจงลอยทวนน้ำ แล้วถาดก็ลอยทวนน้ำจริง ๆ ก่อนจะจมลงสู่นาคพิภพไปซ้อนทับกับถาดของพระพุทธเจ้า ๓ พระองค์ก่อนหน้านี้



หอไตรเก่าแก่ หอไตรคือที่เก็บพระไตรปิฎก นิยมสร้างอยู่กลางน้่ำเพื่อกันปลวกมากิน



หอไตรได้รับการบูรณะจนใหม่เอี่ยมอ่องมาก ก่อนหน้านี้ผมเคยไปตอนที่ยังไม่บูรณะ ทรุดโทรมจนแทบจะพังมิพังแหล่อยู่แล้ว



สภาพก่อนการบูรณะ



วัดนี้มีพระพุทธรูปสำคัญอีกองค์ คือ หลวงพ่อฉันสมอ ประดิษฐานบนพระมณฑป อัญเชิญมาจากลาว ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำริที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปประดิษฐานในพระบรมมหาราชวัง แต่ก็เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน ๓ วัน จึงมิได้อัญเชิญไป ที่เห็นอยู่นี้เป็นองค์จำลอง องค์จริงไปประดิษฐาน ณ กุฏิเจ้าอาวาส

พระพุทธรูปปางฉันสมอมีที่มาจากพุทธประวัติ หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๗ สัปดาห์ ทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่ใต้ต้นเกด ขณะนั้นพระอินทร์เห็นว่าตั้งแต่ตรัสรู้มา พระพุทธเจ้ายังมิได้เสวยอะไรเลย จึงนำผลสมอลงมาถวาย

ออกจากวัดอัปสรสวรรค์แล้ว เราก็จะไปกันถึงวัดสุดท้ายที่มีสะพานเชื่อมกัน จริง ๆ แล้ววัดนี้อยู่ในพื้นที่ของเขตธนบุรีนะ แต่สามารถเดินจากวัดอัปสรสวรรค์ไปได้ง่าย ๆ เลย และเป็นอีกวัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยี่ยมชมวัดในย่านนี้

วัดนั้นมีชื่อว่า วัดวรามาตยภัณฑสาราราม หรือเรียกสั้น ๆ ว่า วัดขุนจันทร์ สร้างโดย พระยามหาอำมาตย์ (ป้อม) มหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ ๑ จนเวลาผ่านไป เมื่อวัดนี้ทรุดโทรมลงมาก คุณท้าวภัณฑสารที่เป็นบุตรสาวได้บูรณะวัดนี้แล้วถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานนามใหม่โดยรวมชื่อสองพ่อลูกเข้าด้วยกันเป็น วัดวรามาตยภัณฑสาราราม 



แค่เดินข้ามคลองจากวัดอัปสรสวรรค์ เราก็จะเห็นหลวงพ่อใหญ่ ที่เป็นจุดเด่นของวัดมาแต่ไกล 



ภาพนี้ ถ่ายจากบนพระเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ



หลวงพ่อใหญ่ แบบชัด ๆ



ที่ฐานหลวงพ่อใหญ่มีพระราหู วัดนี้มีชื่อเสียงเรื่องการบูชาพระราหูมาก







พระอุโบสถของวัด ปกติไม่ค่อยเปิดเท่าไร



พระประธาน (วันนั้นวัดเขามีเตรียมงานอะไรสักอย่าง เลยเปิด)



พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดนี้คือ หลวงพ่อโต ซึ่งแต่เดิมมีเพียงหลังคามุงจาก จนปี พ.ศ.๒๕๐๖ ได้มีการสร้างวิหารขึ้นมา



ลากันไปด้วยภาพของพระพุทธวิมุตติสุขครับ เป็นปางเสวยวิมุตติสุข





Create Date : 11 สิงหาคม 2559
Last Update : 11 สิงหาคม 2559 22:57:56 น. 4 comments
Counter : 4767 Pageviews.  
 
 
 
 
มากราบพระด้วยค่ะ
ขอบคุณคุณเอกบุรุษที่พาชมวัดสวยๆและพระพุทธรูปที่งดงามทั้งสามแห่งนี้นะคะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

เอกบุรุษ สุดขอบฟ้า Travel Blog ดู Blog

..............................................

ขอบคุณมากค่ะที่แวะทักทายกัน
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
 
 

โดย: Sweet_pills วันที่: 12 สิงหาคม 2559 เวลา:0:06:53 น.  

 
 
 
thx u crab
 
 

โดย: Kavanich96 วันที่: 12 สิงหาคม 2559 เวลา:3:22:59 น.  

 
 
 
ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ
ไม่ค่อยได้ไปแถวนั้นค่ะ

 
 

โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 สิงหาคม 2559 เวลา:14:54:04 น.  

 
 
 
เดี๋ยวนี้ตั้งแต่ไม่ต้องทำวีซ่า ญี่ปุ่นไปง่าย แถมราคาอาจถูกกว่าไปบางจังหวัดในไทยค่ะ
ขอให้สมหวังในสักวันค่ะ
 
 

โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 สิงหาคม 2559 เวลา:22:07:19 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

เอกบุรุษ สุดขอบฟ้า
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add เอกบุรุษ สุดขอบฟ้า's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com