Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
3 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
MILLENNIUM 2 : The Girl Who Played With Fire กะเทาะหนังไตรภาคตอนที่ 2

MILLENNIUM 2:  


The Girl Who Played with Fire



ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมไตรภาคตอนที่ 2 ที่เหตุการณ์ในหนังล่าสุดนี้ได้ทิ้งช่วงระยะเวลาจากเหตุการณ์ในภาคแรกประมาณ 4 ปี หลังจากที่ ลิซเบธ ซาแลนเดอร์ได้เดินทางไปอยู่ในต่างแดน ขณะที่มิคาเอล บลอมควิสต์ก็เฝ้าเพียรติดต่อเธอมาเรื่อยด้วยความห่วงใย แล้วก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อนางเอก ลิซเบธ ซาแลนเดอร์ ต้องตกกลายเป็นผู้ต้องหาการฆาตกรรม 3 ศพ จึงทำให้มิคาเอล บลอมควิสต์ มิอาจอยู่เฉยได้ต้องหาหลักฐานมาหักล้างและเปิดโปงแผนการฆาตกรรมนี้ว่าใครอยู่เบื้องหลังฉาก ในเรื่องราวของภาพยนตร์ตอนใหม่ที่ 2 นี้ต่างได้นักแสดงตัวหลักกลับมาแสดงกันครบถ้วน ทางด้านตัวผู้กำกับภาพยนตร์ในภาคนี้เป็นหน้าที่ของผู้กำกับฯประจำภาคนี้ และภาค 3 คือ แดเนียล อัลเฟรดสัน


งานนี้ผู้กำกับฯแดเนียล อัลเฟรดสัน ทำงานสานต่อในตอนนี้ได้ต่างจากภาคที่แล้วพอสมควร หนังภาคนี้จะมีความไวเพิ่มขึ้นและกระชับในตัวเรื่องราวโดยไม่ได้ลงไปในรายละเอียดปลีกย่อยเหมือนอย่างในภาคแรกนัก อาจจะเป็นเพราะว่าตัวละครและปูมหลังในตอนนี้ไม่มากเท่ากับภาคแรกเลยไม่จำเป็นกับตอนนี้นัก ส่วนลักษณะงานในภาคนี้ค่อนข้างไปในทางที่ค่อนข้างโจ่งครึ่มกว่าในงานด้านภาพ และการแสดงที่เห็นเลือดเห็นเนื้อเหมือนงานหนังสยองขวัญที่ดูสะอิดสะเอียนพอตัวเหมือนกัน ถ้าเทียบกันแล้วงานภาพในภาคแรกดูมีศิลปะในการถ่ายทอดมากกว่างานภาพในภาคที่สองนี้


การที่งานภาพในเรื่องนี้ดูแรงเป็นเรื่องในประเด็นที่เกี่ยงข้องของปูมหลังลิซเบธ ซาแลนเดอร์ กับปัญหาทางครอบครัวในวัยเด็กส่งผลมายังปัจจุบันทำให้งานหนังรุนแรงกว่าภาคที่แล้ว ซึ่งก็แรงสมชื่อกับชื่อเรื่องของภาคนี้ แต่ผู้กำกับฯก็น่าจะสร้างสรรค์งานด้านความรุนแรงให้ดูมีชั้นเชิงกว่านี้ เพราะมันจะดึงจุดดีในหนังเรื่องนี้ให้ด้อยค่าลงมาเลย แม้ว่าโดยรวมทำออกมาได้ดีแล้ว และจุดที่หายไปของหนังภาคนี้คือการผูกปมคลายปมที่ชวนติดตามตลอดในภาคแรกถูกลดทอนลงหายไป นี่ถือเป็นเสน่ห์ของภาคแรกเลยที่ทำให้หนังมีคุณค่าเพิ่มขึ้น ในภาคนี้หนังจะออกกระเดียดไปทางฝั่งฮอลลีวู้ดมากขึ้น ซึ่งผมก็หวังว่าในงานภาคปิดท้ายของ MILLENNIUM 3 น่าจะมีความกลมกลืนและลงตัวกว่าในงานภาค 2 นี้


บทภาพยนตร์ในตอนนี้อยู่ในการดูแลของ โจนัส ฟรายค์เบิร์ก แม้จะไม่ใช่ 2 คนเดิมจากภาคที่แล้ว แต่งานบทเรื่องนี้ที่ดัดแปลงมาจาก สติ๊ก ลาร์สสัน ก็ยังเป็นบทหนังที่น่าสนใจเช่นเดิมมีการผูกเงื่อนงำและคลายปมเฉลยๆด้ดีระดับหนึ่งแม้ไม่เด็ดเท่าภาคแรกนัก ถ้าหากบทดัดแปลงนี้ใส่รายละเอียดตัวละครบางตัวเพิ่มขึ้นมาคงจะทำให้หนังดูเข้มข้นขึ้นเหมือนเช่นที่ภาคแรกเป็น


ลิซเบธ ซาแลนเดอร์ รับบทโดย นุมี ราพาซ ยังคงเป็นเธอเช่นเดิมที่การแสดงในภาคนี้ถือเป็นตัวหลักหัวใจของเรื่อง เพราะมันเป็นเรื่องราวเป็นเรื่องราวของเธอโดยตรง ผู้ชมจะได้ทราบถึงปูมหลังของเธอมากกว่าเดิมจากภาคแรก ในภาคนี้ ลิซเบธ ซาแลนเดอร์ดูมีพัฒนาการความกล้าแกร่งเพิ่มขึ้นกร้านโลกกว่าเดิม ต่างจากภาคที่แล้วอย่างเด่นชัด ซึ่งการแสดงของนุมี ราพาซ ในภาคนี้ทำให้เธอดูเป็นอย่างกับวีรสตรีสาวที่เก่งกาจอย่าง ซิกอร์นี วีเวอร์ ใน “เอเลี่ยน 2” ส่วนทางด้านพระเอก ไมเคิล นีควิสต์ ผู้รับบทเป็น มิคาเอล บลอมควิสต์ ก็ให้การแสดงตามบทบาทเหมือนเช่นภาคที่แล้วได้อย่างดีเช่นเดิม มีพลังของคนที่ต้องการค้นหาความจริงอย่างเต็มเปี่ยมตามแบบฉบับนักข่าวผู้มีจริยธรรม และไม่ย่อท้อ ทำให้ตัวละครตัวนี้ดูมีชีวิตชีวาเป็นจริง และอีกหนึ่งตัวละครสำคัญของเรื่องราว อเล็กซานเดอร์ ซาลาเชงโก รับบทโดย จอร์จี้ สไตย์คอฟ ที่ในภาคนี้ผู้ชมจะได้รับรู้ที่มาที่ไปของตัวละครตัวนี้ เพิ่มขึ้น และเข้าใจถึงเหตุผลการกระทำของเขาของเรื่องราวมากขึ้น ถึงแม้จอร์จี้ สไตย์คอฟจะไม่ได้ให้การแสดงที่มากนัก แต่ก็ทำให้เรื่องราวของเรื่องนำไปสู่ไคลแม็กซ์สุดท้ายอย่างที่ไม่คาดถึง


งานด้านภาพในตอนนี้ให้บรรยากาศร่วมสมัยกว่างานภาคที่แล้วเนื่องจากเป็นยุคเวลาปัจจุบันที่ไม่ต้องคำนึงถึงอดีตในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกต่อไป ดังนั้นภาพของภาคนี้จึงมีสีสันเพิ่มระดับขึ้นมา ในส่วนการตัดต่อลำดับเรื่องราวก็ไวขึ้นเนื่องว่าต้องมีหลากหลายสถานที่ ที่ใช้ในการดำเนินเรื่องราวก็ทำหน้าที่ได้ดีตามมาตรฐาน งานดนตรีประกอบให้อารมณ์หนังสืบสวนฆาตกรรมมีความชวนสงสัยดีครับในภาคนี้เช่นเดิมถือเป็นจุดดีในหนังเรื่องนี้อีกจุดเนื่องจากงานส่วนนี้ควบคุมโดยทีมงานชุดเดิมจากภาคแรกคือ ปีเตอร์ ฟิวส์ซ และ ราส์มุส แฮนเซ่น


งานในภาคนี้อาจจะดูตกลงไปบ้างแต่ก็ถือเป็นหนังที่อยู่ในระดับที่ดีน่าชม ผมว่าแฟนหนังจากภาคที่แล้วไม่ควรพลาดเพราะจากจุดนี้ในภาคสองมันคือการปูไปสู่ภาคสุดท้ายอย่าง The Girl Who Kicked Hornest’s Nest ของเรื่องราวผู้หญิงที่ชื่อว่า ลิซเบธ ซาแลนเดอร์ นั่นเอง


คะแนนความพึงพอใจ     7/10


ความยาวภาพยนตร์ :  129 นาที  


ระดับวัยผู้ชม :  อายุ 18 ปี มีฉากรักเปลือย การต่อสู้ที่รุนแรง ภาษาสนทนาที่ไม่เหมาะสม  


ผู้กำกับภาพยนตร์ :  แดเนียล อัลเฟรดสัน


บทภาพยนตร์ :  โจนัส ฟรายค์เบิร์ก


ผู้กำกับภาพ :  ปีเตอร์ โมโครซินสกี้


ลำดับภาพ :  แมสเธียส มอร์ฮีเดน


นักแสดง :  นุมี ราพาซ, ไมเคิล นีควิสต์, ลีน่า เองเดร, ปีเตอร์ แอนเดอร์สัน, จอร์จี้ สไตย์คอฟ, เปาโล โรแบร์โต, โซเฟีย เลอดาร์ฟ, มิคเค่ สไปรส์ซ, ยัสมิน การ์บี้ และฯลฯ

ผู้อำนวยการสร้าง :  โลน คอร์สลุนด์, มิคาเอล วอลเลน, ปีเตอร์ เนเดอร์มันน์, จอน แมนเกล, เจนนี กิลเบิร์ตสัน




Free TextEditor


Create Date : 03 กันยายน 2553
Last Update : 4 กันยายน 2553 11:42:04 น. 1 comments
Counter : 1558 Pageviews.

 
ภาค2ห่วยกว่าภาคแรกเยอะเลยครับ

ภาคแรกนี่ผมจัดให้เป็น1ในหนังทริลเลอร์ชั้นดีที่มีชั้นเชิงในการหาหลักฐานโคตรเจ๋ง ดูแล้วน่าเชื่อถือ

แต่มาภาค2 โห ดูจบอุทานความห่วยเลย ไม่มีชั้นเชิงการหาหลักฐานเลย แถมตอนจบOverมาก นึกว่าดูDie Hard


โดย: Nutonline วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:3:01:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

forever movie
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add forever movie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.