แม้จะดูใจกันต้องคอยคืนวัน...รวบรวมตัวฉันดูจากบทเพลง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
"เพื่อน..."

ตกลง...จะวิ่งตามไม่เลิกเหรอเนี่ยยยยยย




วันก่อนไปเดินดูเครื่องเขียน ปรากฏว่าไปเจอบรรดาสมุดเฟรนด์ชิปสารพัดแบบ ลวดลายน่ารัก น่าเอ็นดู...สมัยนี้มันช่างดีจริง ๆ สะดวกสบายเสียนี้กระไร...เหอ ๆ ทำให้ย้อนนึกถึงสมัยที่ใกล้จะจบมัธยม (ย้อนไกลจัง 555+)...เป็นเทศกาลแจกเฟรนด์ชิปให้เพื่อน ๆ ได้รำพันพร่ำเพ้อ ถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกันตลอดเวลาที่เรียน (ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเล่นซะมากกว่านะ...เหอ ๆ)

สมัยนั้น ไม่มีสมุดสำเร็จรูปแบบที่เห็นวางขายทั่วไปแบบสมัยนี้ แต่ละคนก็พยายามจะสรรหารูปแบบของสมุดเฟรนด์ชิปให้ดูดี...ถ้าเป็นทั่ว ๆ ไป ก็มักจะเป็นสมุดวาดรูป ที่ด้านในเป็นกระดาษว่าง ๆ เพื่อให้เพื่อนมีที่ในการเขียนเรื่อง วาดการ์ตูน ติดรูปไปตามเรื่องตามราว บางคนที่มีไอเดียหน่อยก็ทำเป็นกระดาษใบโต ๆ เขียนลายเองน่ารัก ๆ แล้วก็เว้นที่ว่างให้เพื่อนเขียน ปรากฎว่า...เพื่อน ๆ แย่งที่กันเขียนจนหาที่ว่างยากเต็มที (เบียดกันแทบตาย 555+) บางคนก็ไม่เป็นสมุด แต่มาเป็นเสื้อนักเรียน ให้เพื่อนเขียนบนเสื้อกันเลยทีเดียว...



ไม่รู้เหมือนกันว่าเฟรนด์ชิปของแต่ละคน...ยังอยู่ดีกันรึเปล่า...หรือหายกลายเป็นขยะไปซะแล้วก็ไม่รู้...เหอ ๆ สำหรับตัวเอง อยากได้เฟรนด์ชิบที่เก็บง่าย ๆ มีพื้นที่ให้เพื่อน(และตัวเอง)เขียนได้ไม่จำกัด ผลเลยออกมาเป็นสมุดไดอารี่เล่มเล็ก แต่มีความหนาพอสมควร เรียกว่าใครอยากเขียนกี่หน้าก็เชิญตามสบาย เฉพาะตัวเองก็ละเลงไปหลายหน้าอยู่ มีทั้งฉีก ทั้งตัด ทั้งแปะ มันมือดีจริง ๆ...
จำได้ว่า...หนังสือหนังหาไม่ค่อยสนใจร่ำเรียนเท่าไร มัวแต่ตามทวงสมุดเฟรนด์ชิป...เอ๊ย!! มัวแต่อาลัยอาวรณ์ว่าจะต้องแยกจากเพื่อน เริ่มให้เขียนเฟรนด์ชิปกันตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. บ้างคนก็เอาไปดองกันเป็นอาทิตย์...จะบ้าตาย - -“ กว่าจะได้คืนมาเป็นกรรมสิทธิ์ แทบจะวันสุดท้ายของการเรียน หนังสือหนังหาอ่านบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้...เหอ ๆ

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเป็นชาติ วันนี้เปิดลิ้นชักหยิบเจ้าสมุดเล่มจิ๋วมาดูใหม่...แหม...ภาพผุดขึ้นมาเป็น season change กันเลยทีเดียว ดูรูปถ่ายรวมกับเพื่อน ๆ ก็จะสังเกตเห็นว่าคนนั้นทำไมมายืนอยู่ใกล้กับคนนี้ได้วะ 555+ แล้วทำไมไอ้เพื่อนสองคนนี้ต้องเขียนเฟรนด์ชิปหน้าติดกันด้วยอ่ะ...เหอ ๆ เปิดดูแต่ละหน้า ที่แต่ละคนเขียนมันทำให้คิดถึงวันเก่า ๆ ภาพต่าง ๆ ยังชัดเจนอยู่เลย ชีวิตตอนนั้นหนักไปทางสนุกกันไปวัน ๆ มากกว่า แม้แต่ตอนเรียนยังทำให้มันเป็นเล่นกันได้ ^ ^...



ช่วงชีวิตตอนเรียนมัธยม เป็นช่วงชีวิตที่น่าจดจำสำหรับเรา ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนวันแรกเพราะเป็นรุ่นแรกของโรงเรียน ไม่มีรุ่นพี่ ไม่มีรุ่นน้อง คิดดูเรียนปีแรกยังไม่มีโรงเรียนเป็นของตัวเองเลยอ่ะ...อ้าว!! แล้วไปเรียนกันที่ไหนล่ะ? ก็เป็นเด็กฝากไง เพราะร.ร.เราเป็นสาขาแรก (เหมือนห้างสรรพสินค้าเลยเนอะ...มีหลายสาขา 555+) จำได้ว่าประมาณ 1-2 อาทิตย์แรกต้องไปเรียนที่รร.ต้นฉบับ ที่สำคัญรร.ต้นฉบับเป็น...รร...ชาย...ล้วน...สนุกสนานมาก (ประชดอ่ะ...จริง ๆ อยากจะบอกว่าทุลักทุเลมากกว่า) โดยเฉพาะตอนจะเข้าห้องน้ำ เกินจะบรรยาย -*-...

หลังจากไปสร้างความปั่นป่วนให้กับนักเรียนชายทั้งหลาย พวกเราก็โดนส่งไปฝากเรียนกับอีกรร.หนึ่ง คราวนี้เป็นรร.หญิงล้วน แต่เค้าคงกลัวพวกสาว ๆ จะปั่นป่วนก็เลยรับฝากเฉพาะพวกผู้หญิง ส่วนพวกผู้ชายก็ต้องเรียนที่รร.ต้นฉบับต่อไปอีกจนจบปีแรก ไม่อยากบอกว่าตอนเรียนมีความรู้สึกเหมือนนางซินเลยอ่ะ ประเภทโดนแม่เลี้ยง และพี่สาวใจร้ายกลั่นแกล้ง เหมือนเป็นส่วนเกินยังไงยังงั้น...



ดังนั้นปีต่อไป ได้ย้ายไปเรียนในรร.ของตัวเอง ก็เลยดีใจมาก แต่ขอโทษ โผล่ไปรร.วันแรกความรู้สึกคือ...อึ้ง!! โธ่...ก็รร.เราอ่ะ อยู่กลางทุ่งเลยทีเดียว...เหอ ๆ นอกจากอาคารเรียนชั่วคราวที่ไร้ฝาห้อง กับกองโต๊ะ+เก้าอี้แล้ว...ก็...ไม่...มี...อะ...ไร...เลย....จำได้ว่าต้องเป็นผู้ใช้แรงงานขนโต๊ะขนเก้าอี้จัดห้องเรียนกันเอง เวลาเรียนแดดส่องมาทางไหน ไอ้คนที่นั่งอยู่ก็ขยับ ๆ นั่งหนีแดดกันไป ไม่ต้องพูดถึงหน้าฝน แฉะกันทั้งห้อง...เหอ ๆ แล้วก็แปลกนะฝนชอบตกตอนเช้ามาโรงเรียน กับสอนเย็นเวลาเลิกเรียน คิดดูดิ...ตอนเดินเข้าออกรร.(กลางทุ่ง) รองเท้าที่ใส่เข้าออกรร.นี้กลายเป็นส้นตึกไปเลยอ่ะ...เหอ ๆ ส่วนหน้าหนาวก็ดีหน่อย (สมัยก่อนเมืองไทยยังมีหน้าหนาวนะ...ขอบอก - -“) อากาศดีทีเดียว...

สนามฟุตบอล(ที่ไร้หญ้า)ของรร.อยู่ติดกับนาปลูกข้าวด้วยอ่ะ บางวันเล่น ๆ อยู่ก็เดินไปช่วยชาวบ้านที่กำลังเกี่ยวข้าวเก็บข้าวตกซะงั้น 555+ เวลาจะหนีเรียน ออกด้านหน้าไม่ได้เพราะเป็นทุ่งโล่งต้องปีนรั้วด้านหลัง แต่ขอโทษเป็นรั้วของชาวบ้านแถวนั้น ปีนกันไปปีนกันมา บรรดาลุงป้าก็เลยเปิดเป็นร้านขายของเลย...ลูกค้าเยอะดี 555+






กว่าห้องเรียนจะเรียบร้อยมีผ้าใบกันแดดกันฝน ก็เกือบเรียนจบหนึ่งปี พอเริ่มเปิดเทอมของปีต่อไป ก็มีรุ่นน้องเข้ามา พวกเราก็ต้องเสียสละห้องเรียน ย้ายไปอยู่อาคารชั่วคราวหลังใหม่ (ที่ยังไม่มีกันสาดผ้าใบ) ไม่ต้องพูดเรื่องการจัดสถานที่ทำทางเดินเข้ารร.เรื่องขนดิน หิน กรวด ทราย...ทำมาแล้วทั้งนั้น และกว่าที่จะมีตึกเรียนให้ใช้เป็นหน้าเป็นตา ก็ตอนเรียนม.ปลายแล้วอ่ะ แอบเสียใจแทนเพื่อนรุ่นบุกเบิกที่แยกกันตอนจบม.ต้น ที่ไม่มีโอกาสได้ขึ้นตึกใหม่...เหอ ๆ อ้อ...แต่ขอโทษ(อีกที) ตึกเรียนของรร.เราไม่ได้มาแบบสง่างามเสร็จเรียบร้อยนะจ้ะ แต่เป็นตึกเรียนที่มาเทอมละครึ่งตึกอ่ะ เพราะฉะนั้นเวลาเรียนก็จะได้ยินเสียงก่อสร้างควบคู่กันโดยตลอด นี่ดีนะ...ไม่แอบไปเป็นคนงานก่อสร้างตอนพักเที่ยงเหมือนตอนเก็บข้าวตก 555+

ส่วนพวกเพื่อน ๆ ที่เรียนมาด้วยกัน ก็มาจากสารพัดที่ ถ้าแบ่งกลุ่มที่มาของเพื่อนในห้องน่าจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก กลุ่มนี้บ้านอยู่ใกล้รร.พวกนี้สอบคัดเลือกเข้ามา (สมัยนั้นยังไม่มีจับฉลาก - -“)
อีกกลุ่ม ก็เป็นพวกที่มาจากต่างจังหวัด มีทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก (เคยฟังเพื่อนมันคุยกันโดยคนนึงเว้าอิสานอีกคนนึงแหล่งตาย...มันดีอ่ะ) กลุ่มนี้เข้าใจว่าผู้ปกครองที่มุ่งมั่นพามาสมัครเรียนคงอ่านชื่อรร.ไม่ครบ คืออ่านแต่ชื่อรร. แต่ไม่ทันอ่านชื่อสาขา...เหอ ๆ
กลุ่มสุดท้าย จะเป็นพวกขาใหญ่มาจากรร.อื่น เป็นประเภทอยู่ ๆ โผล่มากลางเทอม พวกเจ้าพ่อขาสั้น...อะไรทำนองนั้น 555+ มีอยู่คนนึง มันบอกเส้นทางจากบ้านไปรร.ต้องผ่านรร.คู่อริ ชีวิตต้องลุ้นทุกวัน จนพ่อแม่เหนื่อยจะลุ้นกะมันด้วยเลยให้ย้ายรร. ส่วนที่มาเลือกที่นี้ก็เพราะเส้นทางสายนี้ปลอดโปร่งดี 555+ (ไอ้พ่อหมู...ชั้นคิดถึงแกว่ะ!!)



แต่ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่มารวมกันด้วยรูปแบบไหน...พวกเราก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย...
...ไม่ว่าจะเป็นเด็กเรียน (กลุ่มนี้มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนดี...ขอชม)
...เด็กเที่ยว (งานหลักหลีสาว...คือไม่ชอบแต่น้องเค้าน่ารักดี...ไม่รักแต่พี่เค้าสวยว่ะ)
...เด็กไม่ยอมโต (กลุ่มนี้...ไม่รู้เป็นไง วันเด็กทุกปีต้องไปดูรถถังจนจบม.6อ่ะ...เหอ ๆ)
...พวกที่ยังไงก็(ขอ)เป็นเด็ก (กลุ่มนี้เป็นพวกความรู้สึกช้า...เค้าโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้ว ไอ้พวกนี้ก็ยังซนเป็นเด็กน้อยกันอยู่เลยอ่ะ ได้ยินข่าวว่าคนอื่นเริ่ม”แก่”ไอ้พวกนี้ก็ยังยืนยันว่า...”ชั้นยังเด็ก”...รู้มั้ยว่าใครรวมอยู่ในกลุ่มนี้...เหอ ๆ)

กลมกลืนกันถึงขนาดที่ว่า มีอยู่วันนึงไอ้ห้องนี้มันโดดเรียนหายกันไปทั้งห้อง เป็นเพราะรู้มาว่าตอนบ่ายชม.ก่อนเลิกเรียนอาจารย์ไม่อยู่ ดันมีคนแนะขึ้นมาว่า งั้นพวกเรากลับกันเหอะ ปรากฎว่าทุกกลุ่มพร้อมใจกันเห็นด้วย ถึงแม้จะมีเหตุผลและจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน แต่ก็”กอดคอกันโดด”...เหอ ๆ ผลคือ...หน้าเสาธงเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราก็ไปยืนเด่นเป็นสง่าเป็นตัวอย่าง(ที่ไม่ดี)ให้รุ่นน้องเห็นกันทั้งรร. ทุกวันนี้ไอ้กลุ่มเด็กเรียนมันคงยังบ่นอยู่แน่เลย แหม...ธรรมดามันโดดกันเองไม่เคยโดนจับได้ ดันไปโดดพร้อมพวกทโมน พวกเด็กเรียนเลยเสียประวัติเลย 555+ แต่วันนั้นโชคดีที่เราป่วยไม่ได้ไปเรียน เลยไม่เสียประวัติเรื่องโดดเรียน (หมายถึงยังมีเรื่องอื่นอีก)....เหอ ๆ



ต้องยอมรับว่าความคึกตอนวัยรุ่นมันมีอยู่กับเด็กทุกคนจริง ๆ มีใครเคยคุยกันในห้องเรียนมั้ยจ้ะ? ไม่ใช่เรื่องแปลกนะ ทุกคนน่าจะเคย แต่พวกเรามันคุยกันลืมโลก คุยไม่สนใจอาจารย์ มีอยู่วิชานึง...คิดที่ไรก็สงสารอาจารย์จัง อาจารย์ใจดีมาก แกบอกคุยกันได้ แต่ช่วยคุยกันเบานิดนึงนะจ้ะ พวกเราก็ทำตามที่แกขอร้อง คือคุยกันเบา ๆ...ตลอดเวลา พืช สัตว์จะอยู่ไฟลั่มอะไร สปีชี่ไหนไม่เคยจะสนใจ...แย่จริง ๆ

แต่ที่แย่กว่านั้นคือ ตอนโดนอาจารย์สอนฟิสิกซ์ประชดว่า ”คุยกันจัง ชั้นว่าไม่เคยเชื่อ ถ้างั้นคุยต่อไปให้ตลอดนะ ถ้าชั้นไม่บอกให้เลิกคุย ห้ามหยุดนะ ไม่งั้นชั้นจะลงโทษให้หนักเลย...” ปรากฎว่าพวกเรามองหน้ากัน แล้วตั้งต้นคุย(ทั้งห้อง)แบบไม่ต้องปรึกษากัน เฮฮาหน้าเป็นมาก ๆ...มีการพูดกันด้วยว่า อาจารย์สั่งให้คุย พวกเราเป็นเด็กดี งั้นเราต้องคุยไม่งั้นเดี๋ยวโดนทำโทษ(ศรีธนณชัยชัด ๆ) ผลคืออาจารย์หน้าซีด น้ำตาร่วง เดินออกไปเลย...ถามว่าตอนนั้นเสียใจมั้ย เท่าที่ดูไม่มีใครสลดเลย (นิสัยไม่ดีเลยอ่ะ - -“)...ตอนหลังอาจารย์ที่ปรึกษาต้องมาคุยกับพวกเรา อธิบายถึงความควรไม่ควร และแนะนำให้พวกเราทั้งห้องเอาดอกไม้ไปขอขมาอาจารย์ เรื่องจึงยุติลงได้ (ต้องขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษาทุกคน โดยเฉพาะอ.แก้ว ที่เป็นครูที่น่ารักสำหรับพวกเรามาตลอด ใจเย็น มีอารมณ์ขัน เข้าใจเด็กและยอมมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเรา)




ไม่รู้มีใครเคยประพฤติแบบนี้บ้าง คือเวลาได้สมุดรายงานผลการเรียนแล้วต้องเอาไปให้ผู้ปกครองเซ็นชื่อ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ลายเซ็นในสมุดที่ส่งคืนให้อาจารย์ ดันเป็นฝีมือของเราเองอ่ะ สำหรับเราการเซ็นชื่อผู้ปกครองนี่...ทำทุกเทอม...เหอ ๆ แล้วไม่รู้ทำไมเทอมสุดท้าย อาจารย์ดันต้องมาเข้มงวดตรวจสอบกันด้วยอ่ะ ผลก็คือโดนเรียกเข้าห้องฝ่ายปกครอง แต่ไม่ได้โดนคนเดียว เลยแทนที่จะกลัว ทำไมความรู้สึกช่วงนั้นมันระรื่นเหลือเกิน เข้าไปนั่งห้องแอร์ ยิ้มแย้มหน้าเป็น มองออกไปนอกห้อง ก็เห็นมีรุ่นน้องมายืนมุงกันเป็นระยะ ๆ ...ดูโก้ เป็น somebody ทีเดียว (ย้อนนึกถึงแล้วความรู้สึกนี้อันตรายจัง...) มารู้ทีหลังว่า ก่อนหน้านี้หนึ่งวันมีเด็กกลุ่มนึงไปทำเรื่องขโมยของในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านลาดพร้าว ถึงว่า...ทำไมเด็กมันมาดูแล้วก็ยืนซุบซิบกันใหญ่...โธ่เอ๊ย!! ไอ้เราก็นึกว่าเราเป็นคนดัง 555+



วีรกรรมตอนเรียนอีกอย่างที่ตอนนั้นทำไป แล้วคิดว่านี่แหล่ะ เด็กรุ่นใหม่กล้าคิดกล้าทำ นั้นคือการประท้วงไม่เข้าห้องเรียน...โอ้โหเรื่องนี้ใหญ่มาก เป็นเรื่องที่ทำให้ทุกวันนี้ยังนึกเสียใจอยู่เลย สาเหตุของการประท้วงไม่มีอะไรมาก เป็นเพราะเราโดนอาจารย์ฝ่ายปกครองเรียกไปรายงานตัว ปกติในหนึ่งสัปดาห์จะต้องมีอยู่วันนึงที่จะต้องมีการตรวจเครื่องแบบและระเบียบการแต่งตัวตอนเข้าแถวช่วงเช้า ซึ่งพวกเราก็จะรู้อยู่แล้ว และมักจะเตรียมตัวมาเพื่อไม่ให้โดนเรียกตัว ก่อนหน้านั้นพวกเซียน ๆ ในห้องมันก็จะมีผิดระเบียบบ้างเป็นธรรมดา ไอ้ประเภทเจ้าสำอาง ห่วงหล่อ ห่วงสวย ซึ่งพวกนี้เค้าจะมีวิธีในการหลบหลีกไม่ให้โดนจับได้ ส่วนไอ้พวกเด็กทั่วไปอย่างเราไม่ค่อยจะต้องห่วงอะไรมาก แต่ทำไมวันนั้นอาจารย์ดันเรียกเราก็ไม่รู้ พวกเพื่อนในห้องก็เลยไม่พอใจ ไอ้พวกเก๋าหน่อย (ซึ่งสนิทกันมากกับเรา) ก็เลยบอกต้องประท้วง
.....เริ่มจากหาแนวร่วม รวมแล้วได้เกือบร้อยที่เดียว (ผอ.ให้ส่งตัวแทนมาเจรจา)...
.....มีการเขียนป้ายประท้วงไม่เข้าเรียน (ผอ.บอกเรื่องนี้คุยกันได้ให้ใจเย็น ๆ)...
.....แจกใบปลิว”เรื่องของผม” (ผอ.ชมว่าดีที่นร.รู้จักการแสดงออกทางความคิด)...
.....ยื่นข้อเสนอให้เปลี่ยนแปลงระเบียบการแต่งกาย (รายชื่อหัวโจกถึงมืออาจารย์แล้ว)...
.....เรียกร้องให้อ.ฝ่ายปกครองรับผิดชอบ (ตอนนั้นเงาหัวเริ่มหาย...แต่ไม่รู้สึก 555+)



ผลสรุปของเหตุการณ์นี้ คืออาจารย์รับข้อเสนอที่เป็นไปได้ ส่วนข้อเสนอที่เป็นเรื่องใหญ่จะรับไปพิจารณาโดยให้นร.มีส่วนร่วมด้วย โดยแลกกับการเข้าเรียนตามปกติ แต่ข้อเท็จจริงของผลที่ทำให้เสียใจ ก็คือ ความจริงไม่มีการพิจารณาข้อเสนอ(ที่เรียกร้องเกินไปด้วยความหึกเหิม) และเพื่อนที่สนิท ที่นับถือในน้ำใจ โดนให้ออกจากการเรียน(ม.5เทอมปลาย) ด้วยข้อหาอื่นที่มันเคยก่อเรื่องไว้กับเด็กรร.อื่น ขอโทษจริง ๆ เพื่อน (ไม่เข้าใจว่าการไล่เด็กออกจากรร.เป็นการแก้ปัญหาที่ดีแล้วเหรอ...เหอ ๆ)
เออ...รู้สึกบ่นยาวไปแล้วอ่ะ อย่างนี้รึเปล่าที่ว่าคนสูงวัยมักชอบระลึกถึงความหลัง - -"

ยังมีเหตุการณ์อีกหลายอย่างที่ประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแวเลี่ยม...ยาอันตรายที่หลงเข้ามาอยู่ในวังวนของชีวิตเพื่อนเรา เรื่องแสบประเภท...แก้ผ้าโดดบ่อน้ำหลังรร.(ช่างกล้าและน่าอายจริง ๆ ว่ะเพื่อน) เรื่องเพื่อนที่ได้คุยกันในวันสุดท้ายของการสอบทั้งที่ไม่ยอมคุยกับมันหนึ่งปีเต็มแต่ก็กลับมาเป็นเพื่อนรักของเรา เรื่องน่าขำสารพัด...ยังจำได้...แม้บางเรื่องรายละเอียดจะเริ่มเลือนราง เอาไว้นั่งทบทวนแล้วบันทึกเก็บไว้เป็นที่ระลึกดีกว่า 555+



ชีวิตช่วงเรียนเป็นแค่เรื่องเริ่มต้น หลังจากนั้นชีวิตแต่ละคนก็มีเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย แต่ละเรื่องก็จะมีตัวเอกและเหตุการณ์แตกต่างกันไป ตามวิถีชีวิตของแต่ละคน บางเรื่องก็สุข...บางเรื่องก็ทุกข์เกินบรรยาย แต่ชีวิตก็ยังดำเนินต่อไป แต่ก็แปลกที่เพื่อนมัธยมปลาย ถึงแม้จะแยกย้ายกันไปเรียนที่ต่าง ๆ กัน มีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ทุกวันนี้ เวลาคิดถึง ก็ยังติดต่อพูดคุยกันได้เหมือนเดิม...ดีจริง ๆ...

ในหน้านึงของเฟรนด์ชิปเล่มจิ๋วเขียนเอาไว้ว่า...”เพื่อนทุกคนเรารัก”...ถึงแม้พฤติกรรมในช่วงที่พวกเรายังเด็ก ในสายตาของบางคนพวกเราอาจจะไม่อยู่ในมาตรฐานที่ยอมรับได้ อาจจะไม่ได้เป็นความหวังของผู้ใหญ่บางคน แต่ชั้นเชื่อว่ามีหลายคนชื่นชมอยู่นะ และยังไงชั้นก็ยังยืนยันเหมือนเดิมนะเว้ย....ชั้นไม่เสียใจที่มี”เพื่อน”แบบนี้...

.......เขียนในวันที่คิดถึงเพื่อน...
.......เด็กชมพูฟ้า....รุ่น(ผู้ชาย)เดินนิ่มยิ้มหวาน...(ผู้หญิง)เดินนุ่มซุ่มซ่าม 555+










Create Date : 24 ตุลาคม 2549
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2556 17:43:49 น. 17 comments
Counter : 2775 Pageviews.

 
(บ่น)...วันนี้ตั้งใจจะอัพบล็อก...พร้อมกับ(หัด)ลงรูปที่ถ่ายไว้...ปรากฎว่าลงรูปไม่ได้ ทำจนเครื่อง(เกือบ)จะเจ๊ง...ต้องพักเครื่องไป...สุดท้ายก็ยังทำไม่สำเร็จ...


ไม่เป็นไร...เดี๋ยววันไหนทำได้แล้วจะมาลงรูปเพิ่มแล้วกันนะ...

สรุปวันนี้เหนื่อยจัง...เฮ้อออออออ


โดย: All bread วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:0:53:37 น.  

 
++ แวะมา .. ฟังวีรกรรมทำเพื่อโรงเรียน .. และเพื่อเพื่อน .. ของพี่หนมปัง


+ สมัยเรียน .. ไม่ค่อยมีวีรกรรมสนุก ๆ แบบนี้เลยค่ะ
เพราะจัดอยู่ในกลุ่ม "เด็กเรียน .. ที่มีเป้าหมายในชีวิต .. ไม่ชัดเจน"


+ ยังเก็บ Friendship และรูปถ่ายสมัยเรียนไว้ทุก ๆ ช่วงเวลา

มีทั้ง Friendship ตอน ม.ต้น / ม.ปลาย / หนังสือรุ่นตอนเรียนมหาวิทยาลัย / Friendship ของเพื่อนที่ทำงานด้วยกันกลุ่มแรก
และเพื่อนตอนเรียนต่อ (เป็นพวก .. บ้า .. เอ๊ย .. ชอบเขียน Friendship ค่ะ)


เวลาหยิบมาอ่านแต่ละครั้ง .. ก็จะมีภาพเป็น MV ประกอบเพลง "หนังสือรุ่น" ค่ะ

"รูปเธอยังยิ้ม .. ข้างเธอคือฉัน
เพ่งมองดูนาน ๆ .. น้ำตาก็มาคลอ ๆ"


ปล. - บล็อคกว้างงงงงงงง .. ตัวหนังสือช่อง comment ก็ size XXXL .. ชัดเจนดีจัง


โดย: น้องอู้ .. เอ๊ย .. น้อง ว. เองค่ะ (กาลครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ ) วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:16:02:16 น.  

 
น้องอู้...มาพี่ช่วยซับน้ำตาให้ 555+

โอ้โห...ทำไมมี Friendship หลายเล่มจัง...ส่วนพี่มีเล่มเดียวเอง...
รึว่าจะไม่มีคนคบ...เหอ ๆ

ปล...เป็นไงหายอึดอัดมั้ยอ่ะ ที่กว้างจนตั้งวงตะกร้อได้เลยนะเนี่ย...เหอ ๆ


โดย: All bread วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:23:04:52 น.  

 
ยาวมากกกกกกกกก... สนุกมากกกกกกกกค่ะ


อ่านแล้วคิดถึงเพื่อน เพื่อนที่สนิทกันก็ยังติดต่อพูดคุยพบปะกันอยู่สม่ำเสมอ แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยู่ในความทรงจำ คิดถึงแต่ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย... คิดถึงจัง

รอดูรูปอยู่นะคะ รูปอะไรเอ่ย รูปตอนมัธยมรึเปล่า


โดย: คำติ้ว IP: 58.9.56.80 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:23:22:00 น.  

 
จะบอกว่าอ่านเพลินเลยครับ 555+

แอบนั่งคิดถึงสมัยมัธยมปลายเหมือนกัน นึกแล้วก็ขำๆ
ผมอยู่โรงเรียนชายล้วนที่มีชื่อเสียงในด้านตีรันฟันแทงชาวบ้านครับ
แต่ผมไม่ได้ไปตีกับเขานะครับ วิ่งหนีเขามากกว่า
ชีวิตเด็กหนุ่ม ม.ปลายค่อนข้างเกกมะเหรกเกเรครับ
โดดเรียนมั่วสุมเป็นส่วนมาก นึกๆ ไปมีแต่เรื่องอบายมุขทุกประเภท
ไม่เล่าดีกว่าเกรงจะเสียภาพพจน์ 555+
ปัจจุบันกระผมเป็นคนดีม๊ากมากครับ


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:11:51:23 น.  

 
มาเยี่ยมจ้า อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนตอนนี้จังเลยอ่ะ ตองฝนถึงภาพวันเก่าๆอีกแล้วเรา


โดย: พรจ้า IP: 125.24.149.181 วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:23:58:55 น.  

 
แวะมาจะขอเข้าห้องน้ำที่บล๊อกนี้สักหน่อย เข้าไม่ได้ทู๊กทีเลยอ่ะ ....


โดย: ดิว (เดียวจัง ) วันที่: 28 ตุลาคม 2549 เวลา:10:47:18 น.  

 
คำติ้ว (ตกลงใช้ชื่อนี่นะ - -")...ถ้ารอดูรูปอยู่...ก็รอต่อไปนะ...เหอ ๆ

แหม...ตาอั้น พ่อคนดี.....? สร้างภาพนี่นา...ไอ้เราก็คล้อยตาม หลงยกย่องเป็นซุป-เปอร์-กะ-ตา...ที่แท้!! จิ๊กโก๋นี่หว่า 555+
ว่าแต่วันไหนนึกครึ้ม อยากเล่าประสบการณ์ตอนวิ่ง ๆ ๆ ๆ หนี ก็มาตามด้วย...จะไปนั่งเท้าคางฟังอย่างตั้งใจจ้ะ...เหอ ๆ

น้องพรจ้า...ว่าง ๆ ก็แวะมาอีกน้า...

น้องดิว...สงสัยเห็นป้ายห้ามเข้าอ่ะดิ หุ หุ...คือส้วมเต็มจ้ะ...ยังไม่มีเวลาเรียกเทศบาล 555+ (กลิ่นโชยเชียวตัวเองงงงงงง)

ปล...ย้อนกลับมาอ่านเรื่องข้างบน...ยาวจังวุ้ยยยยยยย แค่อ่านก็เหนื่อยแล้วอ่ะ...
(บ่น)ทำไมวันนี้พันทิป...อืด...มาก...ไป...นอน...ดี...ก่า...
ไปล่ะ...บาย.


โดย: All bread วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:23:25:42 น.  

 
ตามมาจากบล้อกลุงไม้นะ

เรื่องสมุดเฟรนด์ชิพไรนั่น
ไม่มีเหลือแล้ว อ่อ..เหลือนะ
แต่อยู่ไหนไม่รู้เลย
สงสัยมุดอยู่ใต้เตียง

เรื่องลงรูปนั้น ไปดูการย่อรูปได้ที่บล็อกลุงไม้นะครับ ที่เป็นกรุ๊บเรื่องคอมพิวเตอร์นะ


โดย: ลุงไม้ (ไม้หลักปักมั่นคง ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:59:00 น.  

 
อ่านแล้ว นึกย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน..เอิ๊กกก


โดย: Zorakun วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:13:47:06 น.  

 
Goodnight ka



โดย: โสมรัศมี วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:39:32 น.  

 
ชอบที่มีปุ่ม ๆ ให้กดอ่ะครับ สร้างสรรค์ดี คิดได้ไงเนี่ย? เก่ง ๆ


โดย: พี่ไท้ วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:40:03 น.  

 
ขอบคุณที่แวะเยี่ยมกัน
ชมบ่อย ๆ ก็ได้นะ ผมชอบ
ไม่ว่าจะโกหกหรือจริงใจ
ผมก็ชอบอยู่ดี

กรุณาอย่างรำคาญ
หากผมจะเม้นยาวหน่อย
ถ้าเจอบล๊อกที่มีเรื่องโดนใจ

อย่างบล๊อกนี้เข้ามากระชากวัยสักหน่อย
ผมมี เฟรนชิพ อยู่สามรุ่นหละ
รุ่นแรกตอน ม.ต้น
อันนี้เป็นเล่ม เหมือนสมุดวาดภาพ
แล้วให้เพื่อนค่อย ๆ เขียนทีละคน
สุดท้ายก็ไม่ครบ แล้วก็ไม่เนียนสวย
อย่างที่อยากได้

รุ่นสอง ตอน ปวช
อันนี้เค้าว่าคนเราต้องโ่ง่ก่อนฉลาด
เมื่อมีประสบการณ์เรื่องสมุดมาแล้ว
และมันมีปัญหา ผมเลยเปลี่ยนใหม่
คราวนี้ไปซื้อ กระดาษเขียนจดหมาย
ที่ร้าน 555 แถวมาบุญครอง เลือกได้
หลาย ๆ แบบ ตามที่อยากได้
หลังจากนั้นก็ไล่แจกเลยครับ
ใครอยากเขียนให้ผม มาหยิบไปเลย
เอาไปเขียนที่บ้าน แล้วว่าง ๆ ก็ค่อย
เอามาคืนผม ออกมาได้ไม่ครบเหมือนกัน
แต่สวยถูกใจเพราะเพื่อนมีเวลา
พอที่จะนึกถึงเรื่องที่จะเขียน รวมถึงเวลาตกแต่งด้วย

รุ่นที่สาม คราวนี้ ปวส.
คนเราต้องมีพัฒนาการ ใช่มั้ยครับ
ไม่ควรหยุดอยู่กับที่
หลังจากผ่านประสบการณ์ เฟรนชิพมาแล้ว 2 รุ่น
ผมพบว่า เมื่อเราได้มา เราก็เก็บมันไว้ในลิ้นชัก
หรือไม่ก็ที่เก็บของ นาน ๆ จะได้อ่านสักที
ผมเลยเปลี่ยนแนวใหม่ อยากได้แบบอ่านได้ทุกวัน
หรือให้เห็นได้ทุำกวัน

ผมจัดการไปที่ร้านขายเครื่องเขียน
ซื้อกระดาษอัด ที่เป็นบอร์ดแข็งเลยครับ
ขนาดสัก 50X80 cm. ได้
แล้วก็จัดการให้เพื่อนทุกคนละเลง
ในวันออกจากห้องสอบวันสุดท้าย
เรียบร้อยครับ มันเล่นกันซะเละ
ทั้งชื่อพ่อ ชื่อแม่ และสารพัดสัตว์
หลังจากนั้นผมก็เอาแล็กเกอร์พ้น
กันไม่ให้มันเลือน

ทุกวันนี้ แผ่นนั้นยังอยู่ที่ในห้องนอน
บางทีเหงา ๆ ไปอ่านดูก็ขำได้ครับ

นี่หละประสบการณ์ที่อยากแบ่งปัน


เค้าว่าสมบัติผลัดกันชม
คุณก็เขียนได้น่าอ่านและน่่าติดตามดี
ขอตัวไปอ่าน ย้อยหลังหน่อยนะจ๊ะ


โดย: Always วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:36:35 น.  

 
ม.ปลาย บางอย่างก็น่าจดจำมากกว่ามหาลัย


โดย: Toon16 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:20:03 น.  

 
เหอๆ ไปเปิดเฟรนด์ชิพสมัยประถม คิดถึงจัง


โดย: BaLL182 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:42:17 น.  

 
++ลุงไม้จ๋า...อันนี้แย่ยิ่งกว่าการย่อรูปอีกนะ...คือหาวิธีเอารูปออกจากกล้อง(โทรศัพท์)ไม่เป็นอ่ะ...เหอ ๆ


++Zorakun...ย้อน 10 ปีเหรอจ้ะ...ไอ้ข้างบนที่บ่นนะย้อนตั้ง...เออ อย่าให้พูดเลยว่ากี่ปี...ฮึ

++คุณโสมรัศมี...แวะมาก่อนนอน แล้วจะกลับไปนอนหลับมั้ยเนี่ย...เหอ ๆ

++พี่ไท้...ชอบเฉพาะปุ่มเหรอจ้ะ...

++คุณ Always ว่าแต่วิธีแจกกระดาษเขียนจม. ก็มีเพื่อนทำเหมือนกันนะ...แล้วจะไปแชร์เรื่องเล่าของคุณอีกนะ...ชอบ ๆ (โกหกป่าวเนี่ย...เหอ ๆ) >

++คุณ Toon16 ช่วงม.ปลาย กับ มหาลัย มันคนละอารมณ์กันอ่ะ...ว่าแต่มารำพึงเฉย ๆ ไม่เล่าแบบคุณ Always บ้างเหรอจ้ะ...

++น้องบอล...ย้อนไปไกลถึงอนุบาลเลยเหรอนั้น...เหอ ๆ

(บ่น) ตอนนี้สมองตื้อ ๆ(แปลว่าขี้เกียจอ่ะ...เหอ ๆ)...เรื่องในหัวมันปนเปกันไปหมด...ขอรวบรวมสติสักพักก่อนนะจ้ะ...


โดย: All bread วันที่: 4 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:18:42 น.  

 
โหย ยาวมากๆ รู้สึกว่าผมนี่เรียนสบายจังเลย ตอนนี้ยังเรียน ม.4 อยู่

เพลงเพราะจังเลยครับ


โดย: ## ARMYKUNG ## วันที่: 4 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:27:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

All bread
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่รู้สิ!!ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย...สงสัยว่ากำลังอยู่ในช่วงค้นหา ว่าแต่หามาก็หลายปีแล้ว ทำไมมันยังไม่เจอซักทีหว่า 555+
Color Codes ป้ามด
Friends' blogs
[Add All bread's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.